สวยให้สุดต้องไอเทมนี้! #แก้ฟันเหลืองตัวจริง #ปากหอมสดชื่น | KoiOnusa

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรามั่นใจนอกเหนือจากการแต่งหน้าคือรอยยิ้ม รอยยิ้มเป็นสิ่งวิเศษนะ เพียงแค่ยิ้มกว้างๆ 1 ที ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีกับเราไปนานเลย แต่…ความมั่นใจจากรอยยิ้มต้องมาพร้อมกับฟันที่ขาวสะอาด และกลิ่นปากที่หอมสดชื่นเมื่อเวลาที่เราพูดคุยกับคนอื่นๆ ถ้าทุกคนสังเกตจะเห็นว่า เมื่อเรายิ่งโตขึ้น ฟันของเราจะยิ่งเหลืองขึ้น ดูไม่สดใส และบางคนเริ่มมีกลิ่นปาก นั่นอาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมต่างๆ ของเราในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินแฟ การแปรงฟันไม่สะอาด หรือแม้แต่สาวๆ ที่ชอบกินชานมไข่มุกอย่างเรา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลือง ดูไม่น่ามอง ทำให้เราขาดความมั่นใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายๆ


ก้อยให้ความสำคัญกับยาสีฟันที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะ อย่างแรกเลยที่ก้อยชอบนั่นคือ ยาสีฟันจะต้องมีรสชาติที่เย็นสบายปาก ซึ่งจะช่วยให้ปากหอมสดชื่น ช่วยให้เรามั่นใจในการพูดมากขึ้น พวกยาสีฟันรสหวาน รสเค็ม หรือรสผลไม้อะไรนี่แทบจะไม่แตะ แต่ถ้าตัวไหนมีความเป็นเมนทอล ไม่แสบปากจะชอบมากเป็นพิเศษเลย ยิ่งตอนนี้อายุยิ่งมากขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่า ฟันของเราเริ่มเหลืองขึ้นทุกวันๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เลยมองหายาสีฟันสูตร Whitening มาใช้บ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจ นอกจากจะต้องแต่งหน้าสวยแล้ว ฟันเราก็ต้องสวยด้วยสินะ!! ซึ่งก่อนนี้ก้อยใช้ยาสีฟัน PureOra สูตร Strong Mint มาก่อนแล้วรู้สึกชอบที่เค้าลดคราบเหนียวที่เกิดจากแบคทีเรียได้ดี และชอบความเย็นความสดชื่นของมันมาก จนใช้หมดก็เลยใช้สูตร Mild Herb เอาใจแฟน เพราะแฟนไม่ค่อยชอบยาสีฟันเย็นมากเกินไป แต่สูตรนี้เป็นสูตรเย็นเบาๆ อ่อนโยนกับช่องปาก ซึ่งแฟนก้อยชอบมากนะ กลิ่มหอมสะอาดสดชื่น


แต่ตัวก้อยเองก็อดไม่ได้ที่จะลองของใหม่ ตามประสาคนรักสวยรักงาม อยากฟันขาวเป็นทุนเดิม เลยหยิบเจ้าสูตร Glossy White มาลองด้วย ทั้งยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากเลย ซึ่งนอกจากที่เค้าจะมีสาร Erythritol ซึ่งมีอยู่ในยาสีฟันสูตรต่างๆ ของ PureOra เป็นสารให้ความหวานที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แบคทีเรียย่อยไม่ได้จึงไม่ทำให้ฟันผุ ช่วยสลายและลดคราบเหนียวในช่องปากอันเป็นสาเหตุที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ในช่องปากได้แล้ว ยาสีฟัน PureOra สูตร Glossy White นี้ ยังมี Phytic Acid ซึ่งเป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ ช่วยดึงคราบสะสมบนผิวฟันของเราออกอย่างล้ำลึก คราบต่างๆระดับนาโนก็ถูกขจัด จึงทำให้ฟันของเรามันเงาดูขาวขึ้น ผิวหน้าฟันดูใสเงางาม ดูสดใสขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้เรามากขึ้น นั่นคือสิ่งที่แตกต่างไปจากสูตรเดิมๆ ของยาสีฟัน PureOra


ถ้าพูดถึงเรื่องความแตกต่างของสูตรเก่าก่อนนี้กับสูตรใหม่ นอกจากสูตรใหม่ที่ให้ความขาวกับผิวฟันแล้ว ถามว่าก้อยชอบอันไหนมากกว่ากัน ในเรื่องของกลิ่นหรือรสชาติแทบจะคล้ายกันมากๆ จนเกือบจะแยกไม่ได้ อย่างสูตร Mild Herb เนื้อยาสีฟันของเค้าจะมีสีขาวและทึบกว่าสูตร Glossy White แต่สุดท้ายแล้วให้ลมปากหอมสดชื่นเหมือนๆ กัน มีกลิ่นเมนทอล และมีรสชาติหวานนิดๆ ตอนเริ่มแปรงฟัน เนื้อยาสีฟันเค้าจะละลายไปกับน้ำลายของเราไวมาก ไม่เป็นเนื้อครีมที่เข้มข้นละลายยากแบบยาสีฟันบางยี่ห้อที่ก้อยเคยใช้ สรุปคือถ้าไม่เป็นคนเห่อของใหม่ ก้อยก็ชอบทั้ง 2 สูตรพอๆ กัน


อีกตัวนึงที่เราได้ลองมาเหมือนกันนั่นคือน้ำยาบ้วนปาก ก่อนนี้ปกติก้อยไม่ใช้น้ำยาบ้วนปากเลยนะ เพราะในความรู้สึกของก้อย คือมันไม่จำเป็น แค่แปรงฟันก็น่าจะพอ แต่พอยิ่งโต ก็เริ่มไม่อยากเสียเงินไปหาหมอฟัน เพราะมันแพง 5555+ ก็เลยลองใช้น้ำยาบ้วนปากดูบ้าง ซึ่งมันช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ทุกซอกทุกมุมของช่องปากเรา และช่วยให้ลมปากของเราหอมสดชื่นยาวนานมากขึ้น นี่ยอมรับว่าใช้ขวดนี้เป็นขวดแรกในชีวิตเลย รู้สึกชอบมากกกกก คือปากมันโล่ง มันเย็นสดชื่น และรู้สึกสะอาดมากขึ้นจริงๆ ที่คนบอกว่าใช้แล้วแสบปากบ้าง หรือไม่จำเป็นบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ แต่ก้อยชอบมากกก บอกตามตรงว่าไม่น่าลองเลย เพราะอาจจะติดใช้น้ำยาบ้วนปากไปตลอด 5555+ ยิ่งเป็นสูตร Glossy White ตัวนี้ด้วยแล้ว ใช้คู่กับยาสีฟันสูตร Glossy White ควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ลมปากสะอาดหอมสดชื่นและช่วยให้ผิวฟันขาวเงากระจ่างใสขึ้นด้วย แม้ว่านี่จะเป็นคนติดชานมไข่มุกมาก แถมเคยเป็นคนไม่ชอบแปรงฟันมาก่อน กลายเป็นตอนนี้ชอบแปรงฟันมากๆ ด้วยความที่อยากลมหายใจหอมสดชื่น ประกอบกับอยากฟันขาวโดยไม่ต้องไปเสียเงินทำฟันขาวด้วย หรือใครที่ไปเสียเงินฟอกฟันขาวมาแล้ว ใช้ยาสีฟันสูตร Glossy White ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยรักษาความขาวได้ยาวนานมากขึ้นนะ

อีกอย่างนึงที่ขอพูดถึงคือ หลังจากที่ได้ลองใช้แปรงสีฟันของญี่ปุ่นก็เริ่มติดใจนะ เพราะหัวแปรงของเค้ามันจะเล็กๆ พอดีกับเหงือกและฟันของสาวปากเล็กอย่างเราเลย แปรงฟันได้ง่ายมากขึ้น ขนนุ่ม รู้สึกพรีเมี่ยมเวลาแปรงฟันอ่ะไม่รู้ทำไม 5555+ ถึงขั้นต้องมีตุนไว้อีกอัน บ้าบอ !!


ก่อนนี้ก้อยจะให้แฟนหิ้วมาให้จากญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะแฟนเป็นไกด์ แต่ตอนนี้แทบไม่ต้องเสียเวลารอคอย เพราะในไทยก็มีขาย อย่างพวกร้านขายยาของญี่ปุ่น Tsuruha, Matsumoto Kiyoshi หรือ Tops, Gourmet Market และ @Cosme ก็มี ซื้อออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee ก็มี สะดวกสุดๆ เพราะส่งฟรี และไวมาก ราคาก็ไม่แพงจนเอื้อมไม่ถึง อยากให้ลองแหละ ลองแล้วจะติดใจ แต่ขอให้ใช้นานๆ ใช้อย่างสม่ำเสมอนะ จะได้เห็นผลว่ามันเวิร์คอย่างที่ก้อยมาเม้ามอยเลย

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

Review | KA กันแดดในตำนาน ผ่านไปกี่ยุคก็ฆ่าไม่ตาย | KoiOnusa

01.jpg

เมืองไทยเป็นเมืองที่สภาพอากาศร้อนมาก แดดแรงแสบผิวสุดๆ บอกไว้เลยว่าใครไม่ทากันแดดที่ใบหน้า รับรองว่ากระเอย ฝ้าเอย ดีไม่ดีมะเร็งผิวหนังถามหาแน่นอน

ครีมกันแดดที่ก้อยเคยใช้มานานมากตั้งแต่สมัยเรียน แล้วรู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันก็ดีนะ ทำไมเราไม่ลองกลับไปใช้มันใหม่อีกทีคือ KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ราคาก็ถูกแสนถูก หาซื้อง่าย เห็นตามท้องตลาดอยู่บ่อยๆ เป็นครีมกันแดดที่เห็นบ่อยจนชินตา ประมาณว่าผ่านไปกี่ปีๆ ก็ฆ่าเจ้าตัวนี้ไม่ตาย วันนี้เลยลองหยิบมาใช้อีกที มาทดลองประสิทธิภาพของมันอีกครั้ง

02.jpg

ถ้าให้พูดตามตรง ลักษณะภายนอก ภาพรวมของแพ็กเกจค่อนข้างเรียบง่าย ก้ำกึ่งว่าจะเรียบง่ายหรือจะเชยก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็ดูสะอาดสะอ้านดีนะ ใช้สีขาว-ส้มเป็นแพ็กเกจแบบนี้มาโดยตลอด จึงทำให้ภาพลักษณ์ของเค้าเป็นที่น่าจดจำ จำได้ง่าย เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของ KA

03.jpg

สูตรนี้แบรนด์เคลมว่า “เนียน นุ่ม กระจ่างใส” สมชื่อคำว่า Whitening ของเค้านั่นแหละ มี Polysilk ช่วยกระจายแสง สะท้อนแสงจากแสงแดด ทำให้ผิวเราดูเรียบเนียน กระจ่างใส มี Vitamin E ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และยังช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยยากขึ้น และยังมี Vitamin B3 ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยทำให้ผิวหน้าของเราค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ที่ก้อยเลือกใช้กันแดดตัวนี้เพราะหลักๆ แล้วเค้าไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงไม่ทำให้เราผิวแห้ง และไม่ใช้ซิลิโคนชนิดอุดตัน จึงมั่นใจได้ว่าทำให้เกิดสิวอุดตันยาก

04.jpg

05.jpg

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อครีมสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อครีมค่อนข้างข้น

06.jpg

ทาผิวหน้าแล้วต้องรีบเกลี่ย แห้งไม่ไวเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาซักพักนึง ถึงจะซึมเข้าผิวหน้า ทาแล้วรู้สึกหน้านุ่มชุ่มชื่น และให้ผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น แต่งหน้าทั้งวันเมค อัพไม่ไหล ไม่เป็นคราบให้รบกวนใจ

07.jpg

เมื่อทาลงไปกับผิวหน้าแล้ว จะเห็นได้ว่าฝั่งซ้ายของก้อย ครีมกันแดดปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นตามคำเคลมของเค้าจริงๆ (ฝั่งขวายังไม่ได้ทา)

08.jpg

และสิ่งสุดท้ายหัวใจหลักที่ก้อยชอบเจ้า KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ เพราะมันสามารถกันแดดได้ดีมากๆ เราไปลองพิสูจน์กัน

ก้อยจะใช้เจ้าแผ่นทดลองประสิทธิภาพกันแดดที่ก้อยแอบซื้อมานานนม แต่ยังใช้งานได้ดีมาทดสอบประสิทธิภาพของเค้าดูนะ ก้อยจะใช้เวลาในการทดสอบ 30 นาที ดูว่าครีมกันแดดตัวนี้จะช่วยกันแดดได้ดีแค่ไหน เจ้าตัวนี้สีปกติของเค้าจะเป็นสีเหลือง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีเนื้อ แปลว่าประสิทธิภาพกันแดดเริ่มลดลง ให้เริ่มทากันแดดซ้ำได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อไหร่ ต้องรีบเลี่ยงแสงแดดแล้วหละ ครีมกันแดดหมดประสิทธิภาพในการปกป้องผิวเราจากแสงแดดแล้ว

09.jpg

ด้านล่างคือแผ่นที่ก้อยทากันแดด KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ไว้

ส่วนด้านบนคือแผ่นทดสอบเปล่าๆ ไม่ทาอะไรเลย

10.jpg

เห็นผลลัพธ์มั้ยคะ ว่าแผ่นที่ก้อยทากันแดดของ KA นั้นยังเหลืองอยู่ นั่นแปลว่าเจ้าครีมกันแดดตัวนี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวเราจากแสงแดดได้ดีมากเชียวหละ

11.jpg

นี่ก็เป็นครีมกันแดดในตำนาน ที่ก้อยเห็นว่าเป็นอีกสิ่งนึงที่น่าเลือกใช้ ผ่านไปกี่ปีๆ ก็ฆ่าไม่ตาย ด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ก้อยพิสูจน์ให้เห็นกันด้วยตา และราคาค่อนข้างเป็นกันเอง (15 กรัม 85 บาท) ทำให้เจ้าครีมกันแดด KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มองหากันแดดดีๆ ราคาเอื้อมถึงง่าย กระซิบนิดนึงว่า 7-11 ก็มีขายนะ

12.jpg

01.jpg