ลองคุชชั่นใหม่ Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte แบบอากาศร้อนชื้น รอดหรือไม่!! | KoiOnusa

มาลองของใหม่อีกแล้วล่ะ หลังจากที่เคยใช้ตัว BB ของ Cute Press ไปครั้งก่อน ก้อยก็ยังคงใช้อยู่ แต่อยากลองหันมาใช้ตัวคุชชั่นของเค้าบ้าง เพราะเค้าเพิ่งออกใหม่ ดูน่าสนใจดี บางทีก็ชอบใช้คุชชั่นแต่งหน้าเพราะก้อยรู้สึกว่าสะดวก รวดเร็วกว่าการทารองพื้นหรือ BB Cream มีพัฟมาให้พร้อม ไม่ต้องคิดว่าจะใช้มือ ใช้แปรง หรือใช้ฟองน้ำเกลี่ยดี

ขอพูดถึงเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Cushion Foundation SPF 50+ PA+++ คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press แบรนด์ไทยที่ก้อยว่าหลังๆ เค้าทำคุณภาพและอิมเมจแบรนด์ได้น่าสนใจมาก ดูแค่แพ็กเกจตัวนี้ก็รู้สึกอยากหยิบมาใช้แล้ว สีสันน่ารัก ตลับแข็งแรง

เปิดตลับมาด้านในจะเป็นแบบนี้ เจอพัฟสีขาว 1 ชิ้น

พัฟเค้าไม่บางไม่หนา เนื้อสัมผัสนุ่ม แตะเนื้อคุชชั่นขึ้นมาได้ดีเลยล่ะ

ส่วนด้านในเนื้อคุชชั่นก็จะเป็นคุชชั่นที่อยู่ในฟองน้ำแบบนี้

ที่สำคัญ มีรีฟีลมาให้ด้วยนะ 1 ชิ้น แฮปปี้มากกกกกก

คุชชั่นรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สีนะ เบอร์ 01 Light Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาว เบอร์ 02 Sand Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลืองหรือโทนผิวสีกลางๆ แบบคนเอเชีย และเบอร์ 03 Medium Beige สำหรับคนผิวเข้มขึ้นมาหน่อย เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น เบา ไม่หนักผิว

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชื่อรุ่นของเจ้าคุชชั่นตัวนี้คือ  “1-2 Beautiful Airy Matte” ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cute Press จะเห็นได้ว่าชื่อจะเหมือนกันกับเจ้ารองพื้น 1-2 Beautiful Airy Matte” แต่บอกให้รู้เลยว่า เบอร์สีของรองพื้นกับของคุชชั่นเค้าไม่ตรงกันซะทีเดียวนะ

คุชชั่นเบอร์ 01 Light Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 02 Light Beige
คุชชั่นเบอร์ 02 Sand Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 03 Sand Beige
คุชชั่นเบอร์ 03 Medium Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 04 Medium Beige
หรือพูดง่ายๆ ว่าให้ดูตรงชื่อสี จะได้เลือกสีได้ตรงกับสีผิวของตัวเรา

ตัวนี้เค้าเป็นคุชชั่นเนื้อแมทท์ ที่ให้การปกปิดดีพอสมควรเลย ถึงจะเป็นเนื้อแมทท์ แต่ไม่ได้รู้สึกหนักผิว รู้สึกสบายผิว ผิวได้หายใจ

ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้าด้วยคุชชั่นตัวนี้ก็จะประมาณนี้แหละ วันนี้มีไปอยุธยาด้วย พาไปทดสอบประสิทธิภาพกลางแดดร้อนๆ ที่อยุธยากัน

ที่อยุธยาวันที่ก้อยไป ทั้งร้อน ทั้งฝนตกชื้นๆ ถ่ายให้ดูหน้าตอนเวลาประมาณ 15.30 น. ผ่านมาประมาณ 7-8 ชั่วโมง (แต่งหน้าตอน 8 โมงเช้า) ความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าน้อยมากเลย แต่แอบมีคราบเล็กๆ บริเวณร่องจมูกและรูขุมขนตรงสันจมูกเชื่อมกลางหน้าผากเล็กๆ และบริเวณหน้าผาก แต่โดยรวมผิวก็ยังดูโอเคอยู่นะคะ

ต้องบอกว่า 8 ชั่วโมงกับอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดเวลาที่อยุธยา แล้วเมคอัพยังแน่นเบอร์นี้ ก็ถือว่าเก๋แล้วนะ  ชอบที่มันคุมมันดี และให้ความรู้สึกสบายผิวนี่แหละ ใครสนใจอยากลองใช้ก็แนะนำให้ไปลองเล่นที่ช็อปเทียบสีผิวดูนะจ๊ะ

Review | KA กันแดดในตำนาน ผ่านไปกี่ยุคก็ฆ่าไม่ตาย | KoiOnusa

01.jpg

เมืองไทยเป็นเมืองที่สภาพอากาศร้อนมาก แดดแรงแสบผิวสุดๆ บอกไว้เลยว่าใครไม่ทากันแดดที่ใบหน้า รับรองว่ากระเอย ฝ้าเอย ดีไม่ดีมะเร็งผิวหนังถามหาแน่นอน

ครีมกันแดดที่ก้อยเคยใช้มานานมากตั้งแต่สมัยเรียน แล้วรู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันก็ดีนะ ทำไมเราไม่ลองกลับไปใช้มันใหม่อีกทีคือ KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ราคาก็ถูกแสนถูก หาซื้อง่าย เห็นตามท้องตลาดอยู่บ่อยๆ เป็นครีมกันแดดที่เห็นบ่อยจนชินตา ประมาณว่าผ่านไปกี่ปีๆ ก็ฆ่าเจ้าตัวนี้ไม่ตาย วันนี้เลยลองหยิบมาใช้อีกที มาทดลองประสิทธิภาพของมันอีกครั้ง

02.jpg

ถ้าให้พูดตามตรง ลักษณะภายนอก ภาพรวมของแพ็กเกจค่อนข้างเรียบง่าย ก้ำกึ่งว่าจะเรียบง่ายหรือจะเชยก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็ดูสะอาดสะอ้านดีนะ ใช้สีขาว-ส้มเป็นแพ็กเกจแบบนี้มาโดยตลอด จึงทำให้ภาพลักษณ์ของเค้าเป็นที่น่าจดจำ จำได้ง่าย เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของ KA

03.jpg

สูตรนี้แบรนด์เคลมว่า “เนียน นุ่ม กระจ่างใส” สมชื่อคำว่า Whitening ของเค้านั่นแหละ มี Polysilk ช่วยกระจายแสง สะท้อนแสงจากแสงแดด ทำให้ผิวเราดูเรียบเนียน กระจ่างใส มี Vitamin E ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และยังช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยยากขึ้น และยังมี Vitamin B3 ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยทำให้ผิวหน้าของเราค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ที่ก้อยเลือกใช้กันแดดตัวนี้เพราะหลักๆ แล้วเค้าไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงไม่ทำให้เราผิวแห้ง และไม่ใช้ซิลิโคนชนิดอุดตัน จึงมั่นใจได้ว่าทำให้เกิดสิวอุดตันยาก

04.jpg

05.jpg

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อครีมสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อครีมค่อนข้างข้น

06.jpg

ทาผิวหน้าแล้วต้องรีบเกลี่ย แห้งไม่ไวเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาซักพักนึง ถึงจะซึมเข้าผิวหน้า ทาแล้วรู้สึกหน้านุ่มชุ่มชื่น และให้ผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น แต่งหน้าทั้งวันเมค อัพไม่ไหล ไม่เป็นคราบให้รบกวนใจ

07.jpg

เมื่อทาลงไปกับผิวหน้าแล้ว จะเห็นได้ว่าฝั่งซ้ายของก้อย ครีมกันแดดปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นตามคำเคลมของเค้าจริงๆ (ฝั่งขวายังไม่ได้ทา)

08.jpg

และสิ่งสุดท้ายหัวใจหลักที่ก้อยชอบเจ้า KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ เพราะมันสามารถกันแดดได้ดีมากๆ เราไปลองพิสูจน์กัน

ก้อยจะใช้เจ้าแผ่นทดลองประสิทธิภาพกันแดดที่ก้อยแอบซื้อมานานนม แต่ยังใช้งานได้ดีมาทดสอบประสิทธิภาพของเค้าดูนะ ก้อยจะใช้เวลาในการทดสอบ 30 นาที ดูว่าครีมกันแดดตัวนี้จะช่วยกันแดดได้ดีแค่ไหน เจ้าตัวนี้สีปกติของเค้าจะเป็นสีเหลือง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีเนื้อ แปลว่าประสิทธิภาพกันแดดเริ่มลดลง ให้เริ่มทากันแดดซ้ำได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อไหร่ ต้องรีบเลี่ยงแสงแดดแล้วหละ ครีมกันแดดหมดประสิทธิภาพในการปกป้องผิวเราจากแสงแดดแล้ว

09.jpg

ด้านล่างคือแผ่นที่ก้อยทากันแดด KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ไว้

ส่วนด้านบนคือแผ่นทดสอบเปล่าๆ ไม่ทาอะไรเลย

10.jpg

เห็นผลลัพธ์มั้ยคะ ว่าแผ่นที่ก้อยทากันแดดของ KA นั้นยังเหลืองอยู่ นั่นแปลว่าเจ้าครีมกันแดดตัวนี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวเราจากแสงแดดได้ดีมากเชียวหละ

11.jpg

นี่ก็เป็นครีมกันแดดในตำนาน ที่ก้อยเห็นว่าเป็นอีกสิ่งนึงที่น่าเลือกใช้ ผ่านไปกี่ปีๆ ก็ฆ่าไม่ตาย ด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ก้อยพิสูจน์ให้เห็นกันด้วยตา และราคาค่อนข้างเป็นกันเอง (15 กรัม 85 บาท) ทำให้เจ้าครีมกันแดด KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มองหากันแดดดีๆ ราคาเอื้อมถึงง่าย กระซิบนิดนึงว่า 7-11 ก็มีขายนะ

12.jpg

01.jpg