กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

หวีดอะไรกัน!! ขอลองหน่อยซิ๊ Bobbibrown Bare Ruby | KoiOnusa

เห็นคนหวีดลิปตัวนี้กันหนาหู!! นี่ก็แพ้ความตูมตามอะไรแบบนี้ เลยขอส่องรูปรีวิวของชาวต่างชาติเค้าหน่อย ส่องไปส่องมาเกิดอาการหลอน วิ่งไปเค้าเตอร์ Bobbibrown ขอดูหน่อยว่าของจริงสีมันสวยแค่ไหน
นี่คือสี Bare Ruby เป็น Limited ที่จะขายเฉพาะในช่วงนี้ โอ้ยยยยย ปาดลิปไปจะเป็นลมไป อะไรมันจะสวยขนาดนี้คะคุณ แล้วเนื้อลิปสติกแน่นมาก ปาดทีเดียวเม็ดสีแน่นชัด เนื้อเค้าออกครีมๆ มีความวาวๆ สีแดงกล่ำๆ เหมาะแก่ช่วงตรุษจีนที่จะมาถึงซะเหลือเกิน 55555+
ก้อยเองมีสี Ruby อยู่แล้ว ก็คิดว่าเอ๊ะๆ สีมันจะเหมือนกันมั้ย เลยหยิบมาสวอชเทียบกันทั้ง 2 สี ปรากฏว่า ตัว Ruby เฉยๆ เค้าเป็นเนื้อแบบ Soft Matte เนื้อไม่แวววาว แต่จะเป็นเนื้อแมตท์เบาๆ เม็ดสีจะแน่นในระดับนึง แต่ต้องปาดหลายทีเหมือนกันกว่าสีจะแน่นเท่า Bare Ruby

สรุปง่ายๆ คือ Bare Ruby สีแน่นกว่า เนื้อเป็นครีมมี่ มีความวาวกว่า และที่สำคัญคือแพ็กเกจสวยกว่า 555555+ Limited ด้วย และด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นข้ออ้างของการรับตัวน้องกลับบ้านในครั้งนี้ ฮ่า

คนอะไรขี้เห่อหนัก ได้ปุ๊บทาปั๊บ ทามันตรงนั้นเลย สีสวยมากกกกกก ขนาดวันนี้ไม่ได้แต่งหน้ามา (แต่งนิดหน่อยแบบจืดๆ) พอทาปากไปปุ๊บ รู้สึกหน้าแน่นขึ้นมาทันที ลิปแท่งเดียวเอาอยู่เลย ไอเลิฟ!!!

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

สวย ฉ่ำ วาว แบบเร่งด่วน!! ฉบับเจ้าสาวเวลาน้อย | KoiOnusa

ว่าด้วยการดูแลผิวหน้าก่อนเข้าสู่พิธีแต่งงานของก้อยที่ผ่านมา!! บอกตามตรงว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ยังไม่ทันได้ดูแลตัวเองอย่างจริงจังมากเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีมีเวลาเหลือน้อยกว่า 1 เดือนที่จะทำนู่นนี่นั่น แงงงง ทำไมไวปานนี้!! จริงๆ จะมาเล่าให้ฟังตั้งแต่ก่อนงานแต่งแล้วล่ะ แต่ชีวิตก่อนแต่งงานวุ่นวายมากกกกก ><”

นอกจากการดูแลผิวด้วยสกินแคร์ในชีวิตประจำวันตามปกติ คนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวก็ควรดูแลตัวเองให้มันมากกว่าปกติได้แล้วมั้ย!! นี่เลยไปเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้ามาเบาๆ เพราะรู้ว่าคอลลาเจนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณและร่างกายของเรามาก แต่ในที่นี้ก้อยขอพูดถึงในเรื่องของประโยชน์กับผิวของเรานะ คอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังจะช่วยให้ผิวของเรายืดหยุ่น ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผิวที่มีสุขภาพที่ดี เป็นผลทำให้จุดด่างดำต่างๆ ค่อยๆ ลดเลือนลง ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว สดใส ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ

ก้อยไปทำโปรแกรม Pink Wink Wow มาที่ BNC Laser and Skin Clinic อยู่ในซอยที่ติดกับ Terminal 21 เลย เดินทางสะดวกมาก จะนั่ง BTS มา หรือขับรถมาก็มีที่จอดรถ ที่นี้เป็นคลีนิคเล็กๆ ที่อบอุ่น รู้สึกได้เลยว่าคุณหมอให้ข้อมูลครบถ้วนและดูแลดี รวมถึงพนักงานก็มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี แต่ขอเข้าเรื่องการทำทรีทเม้นท์หน้าก่อนเลยแล้วกัน โปรแกรม Pink Wink Wow เป็นการทรีทเม้นท์ผิวหน้าให้สวยฉ่ำวาว โดยใช้เอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ในการบำรุงผิวหน้า ซึ่งเจ้าเอสโตรเจนนี้จะช่วยคงความอ่อนวัยให้กับผิวเรา ช่วยขจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยและขาดน้ำ ก้อยจึงมาทำโปรแกรมนี้เพื่อช่วยในการรักษาคอลลาเจนซึ่งจะลดลงตามวัยให้ผิวของเรายังคงยืดหยุ่นได้ดี ให้ผิวมีความใส ฉ่ำ ชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย อิ่มน้ำ และยังช่วยให้ผิวหน้ากระชับ เป็นโปรแกรมทำผิวหน้าที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

อ้ะ เรามาเริ่มกันเลย โดยขั้นตอนแรกเค้าจะใช้เซรั่มจากคึสซึที่หมักด้วยนวัตกรรมพิเศษ จะเป็นตัวที่ช่วยเปิดผิวของเราเพื่อรอรับการบำรุงผิวในขั้นตอนถัดไป โดยใช้เวลา 3 นาที จะรู้สึกคันยุบยิบๆ ไม่ต้องกังวลใจไป

หลังจากนั้นใช้เซรั่มที่มีสารสกัดจากคึสซึเข้มข้นอีกตัวนึงทาผิวเพื่อช่วยให้จุดด่างดำของเราจางลง และช่วยให้รูขุมขนกระชับ และช่วยกระตุ้นการทำงานของตัวรับเอสโตรเจนใต้ผิว ทาทิ้งไว้ 3 นาที

หลังจากนั้นจะเข้าสู่นวัตกรรม Aestrogen Lifting Peel โดยใช้ครีมเอสโตรเจน เป็นครีมมาส์กที่สกัดจากคัสซึเข้มข้น รวมกันกับพืชเมืองหนาวกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว ช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว รวมถึงช่วยยกกระชับผิวหน้า มานวดผิวหน้า 10 นาที ขั้นตอนนี้ก้อยรู้สึกว่าตัวครีมค่อนข้างเข้มข้นมาก รู้สึกหนืดๆ ผิวตอนที่พนักงานเค้านวดหน้าให้ และรู้สึกสบายผิวหน้าจนเกือบจะหลับ เค้านวดผิวหน้าสบายดีจริงๆ

และขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรมทรีทเม้นท์นี้คือ การใช้มาส์กกระจกมามาส์กผิวหน้า ซึ่งเป็นมาส์กชนิดพิเศษที่ใช้คู่กันกับตัวครีมเอสโตรเจนที่เรานวดผิวเมื่อสักครู่นี้ ตัวแผ่นมาส์กมีความบางมากกกกก เมื่อวางแนบกับผิวเรา

ซูมให้ดูใกล้ๆ ว่าเราจะมองแทบไม่เห็นตัวแผ่นมาส์กที่อยู่บนผิวหน้าเลย จะเห็นรอยย่นของมาส์กตรงข้างจมูกนิดๆ เท่านั้น แต่ดูบนผิวหน้าก้อยจะแทบดูไม่ออกเลยว่ามีแผ่นมาส์กวางอยู่บนใบหน้า ซึ่งมันจะช่วยให้ครีมเอสโตรเจนซึมเข้าสู่ผิวเราได้เป็นอย่างดี ซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนได้ถึง 200 เท่า ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 30 นาทีนะ ก็หลับไปยาวๆ เลย

หลังจากมาส์กหน้าเสร็จ 30 นาทีก็ดึงมาส์กออก และทาอิมัลชั่นครีมที่สกัดจากพืชคัสซึเข้มข้น บำรุงให้เอสโตรเจาอยู่กับผิวเรายาวนานมากขึ้น จบขั้นตอนนี้ก็จะสังเกตุเห็นได้เลยว่า ผิวของเราก็จะใสวาวแบบนี้เลย!! ซึ่งการทำทรีทเม้นท์นี้จะช่วยให้เราแต่งหน้าติดทนมากขึ้นด้วยนะ เพราะผิวของเราจะชุ่มชื้นแบบซุปเปอร์ชุ่มชื้น ได้ผลเร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ครีมบำรุง บำรุงผิวในแต่ละครั้งด้วย

ก้อยได้ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้มาด้วย เนื่องจากอยากหน้าใสหน้าสวยแบบครบเครื่อง โปรแกรม Pink Wink Wow จะช่วยเติมเต็มคอลลาเจนที่ชั้นผิวภายนอก แต่ตัวคอลลาเจนจริงๆ อยู่ที่ชั้นผิวหนังแท้ เพราะฉะนั้นก้อยจึงฉีดกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่ไปด้วย เพรยงผลลัพธ์ที่ดีกว่า คุณหมอจะฉีดทั่วใบหน้าเลยนะ รู้สึกเจ็บเบาๆ แต่น้อยกว่าฉีดสิว คนกลัวเข็มอย่างก้อยยังผ่านมันมาได้เลย เพราะฉะนั้นใครๆ ก็ทำได้แหละ วันถัดมาจะรู้สึกปวดเบาๆ ที่จุดที่เราฉีด เวลาคลำๆ หรือทาสกินแคร์จะรู้สึกเลย แต่ไม่บวม ไม่ช้ำอะไรเลยนะ หลังจากนั้นก็หายปวด หน้ากลับมาปกติเช่นเดิม

ก้อยไปทำมาครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าแต่งหน้าติดทนมากขึ้นจริงๆ สีบลัชออนยังคงเป็นสีนั้นๆ เหมือนเพิ่งแต่งหน้ามาใหม่ๆ รองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นที่ใช้ ก็ยังคงติดทนอยู่ที่ใบหน้า และที่สำคัญ สิวบางเม็ดใหญ่ๆ ของก้อย อยู่ดีๆ ก็หายไป ใช้เวลาหลังจากทำผิวหน้าเพียง 2 วัน ผิวหน้าดีขึ้นแบบงงๆ คุณหมอแนะนำมาว่า มาทำเดือนละครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นๆ ไปอีก ยังไงก็ลองมาทำทรีทเม้นต์ตัวนี้ดูกันน้า ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้นจริงๆ ชอบบบบบบ นี่ก็กะว่าจะไปทำอีก ถึงแม้จะผ่านช่วงพิธีแต่งงานมาแล้ว แต่ผิวของเราก็ต้องสวยเด้งอยู่ตลอดเวลาแหละ สามีจะได้ปลื้มปริ่มมีภรรยาสวย เนอะๆ อิอิ

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

รวมไอเทม JUNGSAEMMOOL ที่ใช้แล้วปลื้ม | KoiOnusa

ก้อยมีโอกาสไปเกาหลี และตามไปซื้อของบางอย่างจากร้าน JUNGSAEMMOOL มาเมื่อต้นปี ยังพูดอยู่บ่อยๆ กับเพื่อนเลยว่าทำไมเค้าไม่เข้ามาขายในไทยสักที ก้อยว่าต้องขายดีแน่ๆ เพราะสาวๆ คนไทยที่คลั่งไคล้เมคอัพ เมื่อไปเกาหลี ยังไงๆ ทุกคนก็ต้องได้ไอเทมจาก JUNGSAEMMOOL กลับบ้านไปคนละชิ้นสองชิ้น

พอรู้ข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า JUNGSAEMMOOL จะเข้ามาขายในไทยแล้ว ก้อยตื่นเต้นสุดๆ เพราะยังมีอีกหลากหลายไอเทมที่อยากได้ และก็แอบไปเสียทรัพย์มาเรียบร้อยแล้วด้วย ฮ่าๆ เพราะราคาแตกต่างจากเกาหลีไม่มาก ได้เลือกเอง ได้สวอชเอง มีความสุขกว่าฝากใครหิ้วกลับมาเยอะ!!!

นี่คือไอเทมของ JUNGSAEMMOOL ที่ก้อยมีทั้งหมด เด็ดๆ ทั้งนั้น จริงๆ มีมากกว่านี้อีก แต่วางไว้ไหนไม่รู้ เครื่องสำอางเยอะจัดจนหาไม่เจอน่ะคิดดู!!!

เรามาเริ่มแต่งหน้าไป รีวิวไปพลางๆ

JSM Cushion-Cealer (Healthy Medium)
คุชชั่นตัวนี้เน้นการปกปิดแน่นๆ ใครมีปัญหาผิวเยอะๆ คุชชั่นตัวนี้เหมาะมาก เพราะถึงแม้เค้าจะมีคอนซีลเลอร์มาให้ แต่ก้อยแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะตัวคุชชั่นอย่างเดียวของเค้าก็ปกปิดมากแล้ว
แม้ว่าเค้าจะปกปิดมาก แต่ก้อยยังรู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน้า คุชชั่นเกลี่ยง่าย พัฟนุ่ม ใช้เวลาทาคุชชั้นเพียงพักเดียวเท่านั้นก็ได้งานผิวที่ปกปิดได้แน่นๆ แล้ว
เมื่อทาให้ดูฝั่งเดียว ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย คุชชั่นเค้าปรับสีหน้าให้สว่างขึ้นเล็กน้อย พร้อมให้งานผิวแบบกลาสสกินแต่มีความปกปิดสูง
“JSM Pro-Lasting Finish Powder”
ขอเรียกว่าแป้งฝุ่นทวยเทพ ชิ้นนี้ก้อยได้จากเค้าเตอร์ในไทยนี่แหละ เพราะตลาดเกาหลีขายดีจนขาดตลาด ตัวนี่เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื้อแป้งละเอียดและเบามาก เค้าช่วยยึดเกาะรองพื้นได้ดี ช่วยให้เมคอัพติดทน ทำให้ผิวสวยเป็นกลาสสกิน เป็นสิ่งที่ควรตำอย่างแรง!!!
แป้งฝุ่นตัวนี้เค้าคุมมันได้ดีมากเลย!! เรียกว่าตอนนี้อินกับแป้งฝุ่นตัวนี้สุด แอบกระซิบว่าก้อยตุนแป้งไว้ 1 กระปุก คือกลัวของหมดตลาดจัด ต้องกลับไปจัดมาเก็บไว้งี้!! 5555+ ถ้าสังเกตในรูปจะเห็นว่า เมื่อก้อยทาแป้งฝุ่นลงไป ผิวของก้อยจะดู Matte ทันที

มีทริคมาบอกเล็กน้อยว่า สำหรับสาวๆ คนไทยที่อยู่ในเมืองร้อน เราควรเน้นการทาแป้งฝุ่นบริเวณ T-Zone เพื่อให้แป้งช่วยคุมมันได้ดีมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก้อยใช้เกือบทุกวันเลยช่วงนี้ กำลังเห่อในความเทพของมันอยู่ รูปนี้เป็นรูปถ่ายสดจากกล้องไอโฟนแบบ No App แต่งหน้าตอน 6 โมงเช้า จนตอนนี้เวลา 13.00 น. คร่าวๆ คือ 7 ชั่วโมงผ่านไป ความมันเกิดน้อยมากกกก หน้าแทบไม่มันเลย ผิวยังดูสวยอยู่

ตัวถัดมาเป็นงานสีสันกันบ้าง!!  ก้อยชอบอายแชโดว์ของเค้ามากเลย

เริ่มจากตลับจุ๋มจิ๋มก่อน “JSM Refining Eyeshadow Double” ก้อยมีทั้งหมด 3 สี ตอนแรกมีคนให้ตัวสีน้ำตาลมาใช้ พอใช้แล้วก็ชอบเลยกลั้นใจถอยมาอีก 2 สี!! ซึ่งยังคิดอยู่อีกว่าต้องซื้อสีอื่นๆอีกให้ได้ ฮ่าๆ ตัวนี้จะเป็นอายแชโดว์ 2 แบบ ฝั่งซ้ายจะเป็นแบบฝุ่นที่เป็นชิมเมอร์เงาๆ วาวๆ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นอายแชโดว์แบบเนื้อครีม
“Saddle Brown”
สีแบบนี้ใช้งานง่าย วันไหนที่ขี้เกียจแต่งตาก็จะหยิบตัวนี้มาใช้บ่อยๆ

“Veil Peach”
สีนี้น่ารักมาก เป็นสีที่ก้อยเห็นปุ๊บก็หยิบเข้าตะกร้าปั๊บ โทนสีละมุน เกาหลี๊เกาหลี
“Pink in Joy”
สีนี้เป็นสไตล์ก้อยแหละ ชมพูหวานๆ ชอบมากเลย
ต่อมาเป็น “JSM Colorpiece Eyeshadow Prism สี Flush Up” เป็นอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับสวยสะดุดตามาก โทนชมพูอมน้ำตาลสไตล์สาวหวานแบบก้อยเลย อันนี่ก้อยก็ซื้อจากเค้าเตอร์ของ JSM ช่วงวันแรกที่เค้าเปิดตัว ชอบมากกกกกก กลิตเตอร์ละเอียดสวยมาก อยากได้อีกหลายๆ สีเลยล่ะ

และชิ้นสุดท้ายที่เราปลื้ม “JSM Artist Eye Shadow Palette สี Bloom and Peter”

ก้อยเลือกพาเลตนี้มาเพราะว่า ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า 8 สีที่อยู่ในตลับนี้เค้าแบ่งออกเป็น 2 เฉด 4 สีแรกโทนชมพู และ 4 สีหลังโทนน้ำตาล ก้อยเล็งเห็นแล้วว่ามันจะต้องใช้งานง่ายมาก และตอบโจทย์คนชอบแต่งตาแบบก้อยแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะแต่งตาไม่โทนสีน้ำตาลก็โทนสีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่
ก้อยลองแต่งตาให้ดูแบบเบาๆ นะ หลักๆ คือใช้ “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” แบบเนื้อครีมทาให้ทั่วเปลือกตา และใช้แบบชิมเมอร์ทากึ่งกลางตา หลังจากนั้นใช้สีน้ำตาลเนื้อครีมจาก“JSM Refining Eyeshadow Double สี Saddle Brown”  มาทาหางตาให้มีมิติมากขึ้น
ก้อยใช้ตัวอายแชโดว์เนื้อครีมจาก “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” มาทาแก้มด้วยนะ สีละมุนน่ารักมากกกก
และนี่คือลุคที่ได้จากการใช้ของที่เราปลื้มทั้งหมดของ JUNGSAEMMOOL ใสๆวัย 20 ขวบ (มโน ฮ่าๆๆ)
บอกเลยว่าก้อยชอบแบรนด์นี้มาก ความสวยแบบ Glass Skin แต่งหน้าแบบใสๆ แบบนี้แหละที่ก้อยชอบ ต้องไปตำอีกแน่ๆ เพราะไม่ต้องฝากใครซื้อกลับมาจากเกาหลีอีกแล้ว อยากได้อะไรวิ่งเข้าเค้าเตอร์ได้เลย แฮปปี้

แต่งหน้าไป รีวิวไป กับ Mixx Makeup แบบครบเซ็ต | KoiOnusa

01.png

a02.png

มีความตื่นตะลึงตรึงใจมากกับเมคอัพในเซ็ตนี้ เครื่องสำอาง Mixx Makeup ที่จดเด่นคือสีม่วง-ชมพู เห็นปุ๊บจำได้ปั๊บ ดูจากบุคลิกแพกเกจของแบรนด์ภายนอกแล้ว แบรนด์เค้าน่าจะเน้นความสนุกสดใสแบบวัยรุ่นที่มีสีสันในชีวิต ซึ่งเมื่อก้อยเห็นเมคอัพของเค้าทั้งเซ็ต ก็อดไม่ได้ที่จะมาแต่งหน้าพร้อมรีวิวเบาๆ ให้ฟัง

a03.png

เริ่มจากงานพื้นผิวหน้า Mixx Cushion ครั้งแรกที่ก้อยเห็นตัลคุชชั่นของเค้า รู้สึกว่าคุชชั่นตัวนี้ให้อารมณ์คุชชั่นสายเกา ที่แพกเกจน่ารักมุ้งมิ้ง เปิดตลับขึ้นมาก็ยังรู้สึกเฉยๆ นะ ก็คล้ายๆ คุชชั่นทั่วๆ ไป แต่เพิ่งมาถึงบางอ้อตอนหลังว่าคุชชั่นเค้ามี 2 ชั้น มีทั้งคุชชั่นและคอลซีลเลอร์ในตลับเดียวกัน อารมณ์ 2 in 1 พกตลับเดียวได้งานผิวครบทั้งหน้า คุ้มค่าและสะดวกมาก ฟินิชลุคหลังจากทาลงบนผิวจะได้ผิวแบบแมตต์ ที่ปกปิดดีมากๆ แต่ยังรู้สึกเบาผิว สบายผิว ไม่รู้สึกหนักหนา ก้อยว่าหายากนะ คุชชั่นที่ให้งานปกปิดดีๆ แต่สบายผิวเนี่ย

a04.png

ความจริงก้อยไม่ต้องคอลซีลเลอร์เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับจุดไหนที่เป็นสิวหนักๆ เห็นรอยชัดๆ เราก็สามารถใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดเพิ่มเติมได้นะ แต่จากรูปนี้ ก้อยใช้คุชชั่นเดี่ยวๆ ก็แฮปปี้มากแล้ว ถือว่างานปกปิดเค้าทำได้ดีเลย

a05.png

คุชชั่นของเค้ามี 2 สีนะสำหรับตัวก้อยเอง ก้อยใช้สี M21 Natural Beige สำหรับคนผิวขาว แต่ก้อยทาแล้วไม่ลอย ไม่วอก หน้าไม่เทา ก้อยว่าเข้ากับสีผิวก้อยได้ดีเลยนะ

a06.png

ต่อกันด้วย Mixx Face Blush เป็นบลัชออนที่ทำมาในรูปแบบคุชชั่น ก้อยชอบบลัชออนแบบคุชชั่นมากกว่าเป็นเนื้อครีมธรรมดาๆ ตรงที่เนื้อของคุชชั่นจะค่อนข้างเกลี่ยง่ายกว่า กระจายตัวและเบลนด์ค่อนข้างง่าย และยังติดทนตลอดทั้งวันได้ดีมากกว่าบลัชออนแบบเนื้อฝุ่น แถมสียังชัดมาก แต้มไปนิดเดียวแล้วค่อยๆ เบลนด์เค้าเราก็จะได้สีแก้มนวลๆ ดูกลืนเข้ากับผิว ดูเป็นธรรมชาติ และยังไม่เปลืองเนื้อบลัชด้วยนะ

 

นี่ก้อยใช้สี M12 Maroon Beige สีออกโทนส้มทาลงบนแก้มก่อนทาแป้งฝุ่น เป็นสีที่น่ารักมาก สีชัดมากๆ แต้มมานิดเดียวเกลี่ยกระจายได้ทั่วแก้มเลย แล้วยิ่งทาเบลนด์เค้าดีๆ ให้สีอ่อนๆ จะทำให้แก้มของเราดูละมุนมากๆ

a07.png

เค้ามีทั้งหมด 3 สี โดยสี M11 Little More จะเป็นสีชมพูโทนหวานๆ วันไหนอยากได้ลุคหน้าเด็ก สายแบ๊วๆ ต้องใช้สีนี้เลย ส่วนสี M13 Woody Rose จะเป็นสีโทนชมพูแดงๆ ที่ทาแก้มแล้วจะให้ลุคที่โฉบเฉี่ยวขึ้น เป็นสาวมั่นใจอะไรประมาณนั้น แต่โดยส่วนตัวแล้ว ก้อยชอบสี M12 Maroon Beige มากที่สุด เป็นสีส้มที่ดูน่ารัก ใช้ง่าย และน่าจะเป็นสีที่หลายๆ คนโปรดปราดมากที่สุดเหมือนก้อยเช่นกัน

a08.png

ต่อด้วยลิปสติก Mixx Matte Lip ก้อยชอบลิปสติกเค้ามากเลยนะ เนื้อลิปของเค้าเวลาทาลงบนปากช่วงแรกจะให้ความชุ่มชื่นปากแบบเบาๆ เนื้อมันคล้ายๆ น้ำที่ทาปากแล้วรู้สึกเนื้อเบาบาง ซึมเข้าผิวปาก ให้ความชุ่มชื่นปาก และเป็นเนื้อลิปแบบกึ่งชายด์ กึ่งแมตต์ ก้อยชอบช่วงแรกที่ทาลิปบนปากมาก สีปากดูธรรมชาติมากๆ ด้วยเนื้อสัมผัสของเค้าที่บางเบาและมีความชุ่มฉ่ำจางๆ อยู่ในเนื้อลิป แต่ทิ้งไว้ระยะหนึ่งมันจะแมตต์ขึ้น สีเข้มขึ้นนิดๆ แต่ยังรู้สึกสบายปากเหมือนเดิม

a09.png

ลิปของเค้ามีทั้งหมด 8 สีค่ะ แต่ละสีน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย เป็นโทนน่ารักสดใสชีวิตมีสีสัน เข้ากับบุคลิคของแบรนด์เค้านั่นแหละ ก้อยชอบหลายสีในนี้นะ แต่สีที่ดูเป็นผู้ใหญ่และใช้ง่ายสุดน่าจะเป็นสี 05 Rose’ นี่แหละ ที่ก้อยทาให้เพื่อนๆ ดูด้านบน สีดีมากเลย ดูสุภาพและใช้ได้ใน every day look

a10.png

และนี่ก็เป็น Finish Look หลังจากที่ก้อยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Mixx Makeup เค้าครบทั้ง 3 ตัวนะคะ ก้อยเลือกสีโทนส้มในการแต่งหน้าลุคนี้ จะเห็นว่างานผิวจะเป็นผิวแบบแมตต์ที่ปกปิดได้ดี ไม่ลอย ไม่เทา ก้อยใช้ไฮไลท์เป็นตัวช่วยให้ผิวหน้าบางส่วนดูเงาขึ้นเท่านั้น ส่วนแก้มก็ใช้บลัชคุชชั่นแต้มและเกลี่ยจนสีบางเบาดูเป็นธรรมชาติ และทาปากเต็มริมฝีปาก จะเห็นว่าปากมีความเงาอยู่เล็กๆ ซึ่งมันช่วยให้ปากของเราดูอวบอิ่มมากขึ้น

a11.png

โดยรวมก็ค่อนข้างแฮปปี้กับเมคอัพเซ็ตนี้นะ เป็นคนบ้าเมคอัพอยู่แล้วน่ะ เห็นอะไรก็อยากลอง ยิ่งพวกสีสันเยอะๆ นี่ไม่รอด ขอให้ได้มาครอบครองและลองใช้ก็มีความสุขมากแล้ว อิอิ

 

มาสก์ใจปล้ำ ชุ่มฉ่ำผิวหน้าถึงผิวตัว| KoiOnusa

TN-JB

มีเป็นคลิปให้ดูด้วยนะ

 

ระยะหลังๆ ก้อยชอบมาสก์หน้ามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะพวกมาสก์แผ่น ใช้ง่าย สะดวกและรวดเร็วดี และยังรู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกกว่าใช้แค่สกินแคร์

thumbnail_IMG_2733

ก้อยชอบลองมาสก์ไปเรื่อยค่ะ และได้ลองใช้มาสก์ของคนไทยที่เค้าไปตีตลาดที่จีนตัวนึง เห็นว่าเป็นที่นิยมของสาวจีนด้วย มาสก์ยี่ห้อนี้เลย “POYD” เป็นแบรนด์แรกที่ผ่านการรับรองด้านส่วนประกอบสมุนไพร Platinum Plant จาก อย. ด้วยนะ ส่วนประกอบหลักๆ ของเค้าก็คือสมุนไพรไทยแท้ และใครต้องการความชุ่มชื่นให้ผิวแบบหนักๆ ล่ะก็!! เจ้าตัวนี้มีความชุ่มชื่นหนักมากกกก ชุ่มทั้งหน้า ชุ่มทั้งตัวเลย!!!

thumbnail_IMG_2734

เรามาดูส่วนประกอบหลักๆ ของเค้ากัน ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ส่วนประกอบหลักๆ ของเค้ามี 9 ชนิด คือ

  1. อโลเวร่า แน่นอนอยู่แล้วว่าเจ้าตัวนี้เค้าจะช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิว
  2. สารสกัดจากใบบัวบก ตัวนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยลดริ้วรอย

3 สารสกัดจากขมิ้น จะช่วยต้านการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

  1. สารสกัดจากแตงกวา จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและยืดหยุ่นได้ดี
  2. สารสกัดเห็ดยุโรป มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขน
  3. สารสกัดจากชะเอมเทศ ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว
  4. สารสกัดจากต้นกระบองเพชร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยผลัดเซลล์ผิว และช่วยให้ผิวชุ่มชื่น
  5. สารสกัดที่ได้จากสาหร่ายทะเลสีแดง ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  6. สารสกัดจากแพลตินัม จะช่วยคืนสมดุลของผิว ช่วยให้ผิวกระชับและกระจ่างใส รวมถึงช่วยต่อต้านริ้วรอย

Oh my god!!! ส่วนผสมเยอะจริงอะไรจริง

ถ้าสังเกตดีๆ มาสก์ตัวนี้เค้าจะช่วยหลักๆ ในเรื่องของให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวเลยล่ะ ซึ่งความชุ่มชื่นเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพผิวที่ดีเลยนะ แล้วยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง และช่วยลดริ้วรอยให้ดูจางลงด้วย

thumbnail_IMG_2735

แผ่นมาสก์ของเค้าค่อนข้างบางมากๆนะ แต่มีความยืดหยุ่นแข็งแรงไม่ฉีกขาดง่าย

thumbnail_IMG_2736

หลังจากก้อยแกะซองแล้วดึงมาสก์เค้าออกมา เราต้องเอาแผ่นสีขาวแข็งๆ นี่ออกก่อน

thumbnail_IMG_2737

จากนั้นเอามาสก์ด้านที่เป็นแผ่นใยมาสก์หน้า แล้วดึงแผ่นสีฟ้าออกอีกที มาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาที บนผิวหน้าที่สะอาด

thumbnail_IMG_2738

พูดเลยว่ามาสก์เค้าค่อนข้างชุ่มชื่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ก้อยมาสก์ทิ้งไว้แล้วดึงมาสก์ออก หน้านี่ชุ่มไปด้วยเนื้อมาสก์ของเค้าจริงๆ แถมเค้ายังใจดีให้น้ำมาสก์มาอีกเพียบ นี่ก็เลยเอามาทาคอ ทาตัว บำรุงให้ทั่วๆ กัน กลิ่นหอมสมุนไพร ก้อยไม่ได้กลิ่นน้ำหอมเลย เพราะเค้าไม่ใส่พวกน้ำหอม หรือสารกันบูด พอดึงมาสก์ออกก็ชอบเอานิ้วมานวดๆ ให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าสู่ผิว เนื้อซึมดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ

thumbnail_IMG_2739

ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ที่ใจปล้ำมากๆ ให้น้ำมาสก์มาเผื่อแผ่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ใส่ส่วนประกอบดีๆ อย่างสมุนไพรแท้ๆ มาอีกมากมาย ก็ไม่น่าแปลกที่สาวจีนเค้าจะนิยมนะ

TN-JB

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Youtube : http://www.youtube.com/gukoiiz
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

รรร ป ภ ร ป ภ Kill This Love JENNIE’ Inspired | KoiOnusa

thumbnail_IMG_0097

รู้สึกเขินยังไงบอกไม่ถูก ถ้าคนชอบทำครัวอยู่กับบ้านเรียกว่า Home Cook
ก้อยก็คือ Home Cook สาย Makeup ออกตัวเลยว่าไม่ใช่ Professional แต่งหน้าแบบงูๆ ปลาๆ ไม่ได้เรียนมาหรือทำเป็นอาชีพ ทำเพราะใจอยากทำ อยากร่วมสนุก ชอบเมคพอัพและเครื่องสำอาง ไปดูกันดีกว่า ก้อยจะเปลี่ยนลุคตัวเองให้เป็นสาวๆ ใน MV Kill This Love อย่างสาว Jennie ได้อย่างไร ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจ้า

ไปค่า Let’s Kill This Love ++ กดดู HowTo ใน Clip ได้เลยจ้า

 

 

thumbnail_IMG_0218

Before – After เปลี่ยนน้องเต้าหู้ให้เป็นน้องเจน…..เจนนั่น น้องสาวเจนนี่ค่ะ 5555+

 

Finish Look ก็จะประมาณนี้เลย ><“

thumbnail_IMG_0094

thumbnail_IMG_0091

thumbnail_IMG_0093

thumbnail_IMG_0092

หวังว่าจะชอบกันนะคะ ^______________^

 

thumbnail_IMG_0097