อะไรจะดีไปกว่ามีผิวใส หน้าไบรท์ พริบตาเดียวหน้าก็ออร่าเลย!! | KoiOnusa

ต้องเรียกได้ว่าเป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ทุกคนจริงๆ สำหรับ “Clinique iD Dramatically Different Moisturizing” เพราะเราสามารถ Mix&Match ตัว Moisturizer และตัว Booster เพื่อเสริมให้ผิวแข็งแรง นุ่ม ชุ่มชื่น พร้อมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวได้ตรงตามความต้องการของเรา ซึ่งเค้าคิดมาแล้วค่ะว่าควรมีส่วนผสมจาก Moisturizer 90% + Booster 10% เพื่อบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตัว Moisturizer ก่อนนี้เค้ามีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สูตร
– เนื้อ Jelly สำหรับทุกสภาพผิว
– เนื้อ Oil-Control Gel สำหรับผิวผสมที่ค่อนข้างมันจนถึงผิวมันมาก
– เนื้อ Lotion สำหรับผิวผสมที่ค่อนข้างแห้งจนถึงผิวแห้งมาก
และตัว Booster มีทั้งหมด 5 สูตร
– สีม่วง Line & Wrinkles สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย
– สีขาว Uneven Skin Tone สำหรับผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
– สีส้ม Fatigue สำหรับผู้ที่ต้องการความสดใสให้กับผิว
– สีฟ้า Pores & Uneven สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ไม่เรียบเนียน – สีเขียว Irritation สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
– สีเขียว Irritation สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ก้อยมี CLINIQUE iD รุ่นก่อน ใช้จนใกล้จะหมดขวดแล้วนะ ซึ่งก้อยใช้เป็นสูตรสีเขียว ที่เหมาะกับผิวระคายเคืองง่าย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแข็งแรง ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองต่างๆ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ก้อยยอมรับเลยว่าเค้าตอบโจทย์ผิวแพ้ง่ายอย่างก้อยมากทีเดียว
และตอนนี้เค้าออก Base ตัวใหม่ชื่อว่า Tone Up Gel ที่มี Transforming
Tint Release Technology ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ Primer มีเนื้อที่เป็นเม็ดสีชมพู ที่ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างกระจ่างใส ดูมีประกายมีออร่า สามารถใช้แทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้เลยล่ะ (แต่ต้องใช้ก่อนครีมกันแดดนะจ้ะ)
และสำหรับ Booster ในครั้งนี้ ก้อยใช้สูตรซากุระค่ะ เป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพคล้ายๆ กับ Booster สูตรสีเขียว นั่นคือเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ผู้ที่อยากปรับสภาพผิวให้แข็งแรง
ให้ดู Before After หลังจากทา Tone Up Gel ในทันที จะเห็นว่าผิวดูกระจ่างใส มีออร่าขึ้น เนื้อไม่หนืดนะ แต่เกลี่ยไปซักพักจะรู้สึกว่าเนื้อเค้าหนืดขึ้นเล็กน้อย และต้องเกลี่ยเค้าดีๆ เพราะเค้ามีพิกเม้นต์อยู่ด้านใน ใช้เวลาวอร์มเนื้อบนใบหน้าพักนึงแล้วค่อยแต่งหน้าต่อ จะได้ผิวสวยๆ ใสๆ สภาพผิวเนียนๆ พร้อมสำหรับแต่งหน้าเลย
ก้อยมีอายุ 30++ ผิวผสม แถมยังขาดน้ำอีก ผิวหน้าในบางจุดไม่เรียบเนียน และที่สำคัญคือผิวแพ้ง่าย เจอฝุ่น เจอมลภาวะอย่างบ่อยเลย!! ได้เจ้า Tone Up Gel ที่ตอบโจทย์เราในทุกๆ อย่างมาใช้ก็รู้สึกแฮปปี้อยู่นะ เพราะก้อยชอบแต่งหน้าด้วยไง พอผิวใส หน้าไบรท์ มันก็รู้สึกดีที่ผิวเราสวยด้วยและพร้อมได้รับการปกป้องจากมลภาวะต่างๆ ในแต่ละวันด้วย ก็เป็นสกินแคร์ที่หลายๆ คนน่าลองใช้นะ เพราะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์กับผิวที่มีความหลากหลายในสภาพผิวและปัญหาต่างๆ เป็นไอเทมที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริงเลย
**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไปเยือนที ตาลุกวาวที JSM แบรนด์ที่รัก มักจะโดนตกทุกที | KoiOnusa

สืบเนื่องจากจะไป IKEA เพื่อซื้อผ้าม่านมาติดห้อง เลยจัดการนัดแนะเพื่อนสาวให้ไปเดินเลือกของเป็นเพื่อน เดินไปเดินมาทำให้เราตระหนักได้ว่า อย่าไปโฉบเค้าเตอร์เครื่องสำอางกับเพื่อนที่บ้าเครื่องสำอางด้วยกัน 55555+

ไอ้เราก็เดินเล่นดูของที่เค้ามาวางขายของกระจุกกระจิกที่งาน MEGA LOVE SALE ก็ดั๊นสายตาดีไปเจอ JSM ที่มาเปิดเค้าเตอร์เล็กๆ อยู่ในงานด้วย

ก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเค้าเตอร์เค้าอยู่แหละ เคยไปแวะเวียนมาที่สาขาอื่นหลายทีแล้ว ก็เหมือนจะไม่ตื่นเต้นกับอะไรอ่ะนะ

แต่ก็ตื่นเต้นจนได้แหละ สวอชสีนู่นนี่นั่นเล่น ก็เกือบจะได้เรื่องเหมือนกัน เพราะโปรฯ ที่นี้เค้าลดตั้ง 15% (ปกติที่อื่นจะลดแค่ 10%)

สวอชสีเล่นอยู่ดีๆ ก็โดนพี่ BA สิงเจ้าค่า พูดถึงสรรพคุณของเจ้าโฟมล้างหน้าเอย คลีนซิ่งเอย คลีนซิ่งออยล์เอย ยืนฟังแบบคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่นาน ฟังไปฟังมาก็ได้เรื่องจริงๆ 5555+

ได้ของกลับบ้านมากันคนละถุงจ้าาาาาา!!! ไหนว่าจะมาแค่ซื้อผ้าม่านไง อุตส่าห์ไม่เดินไปแผนกเครื่องสำอางแล้วนะ แง (หน๊องตองงงง ทำไมไม่ห้ามพี่)

กลับมาบ้านก็เลยมาเห่อหน่อย เนื่องจากตื่นเต้นมากกับคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า 2 อันนี้ที่ก้อยโดนมา เรามาดูกันว่าทำไมถึงน่าซื้อน่าใช้

ทั้งตัว Cleansing Water และ โฟมล้างหน้าของ JSM เค้ามีส่วนผสม Mineral Hydrogen Water เป็นน้ำชนิดนึงที่โมเลกุลเล็กมากๆ ทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้ทุกอณูรูขุมขน ซอกเล็กซอกน้อยบนใบหน้าเรา เค้าก็จัดการกวาดสิ่งสกปรกออกได้หมด แต่ถึงอณูจะขนาดเล็กมาก เค้ายังคงมีแร่ธาตุในการบำรุงผิวอยู่เต็ม มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid 8 ชนิด จึงช่วยให้ผิวหน้ายังคงชุ่มชื้นหลังจากการล้างหน้า และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังว่าค่อนข้างอ่อนโยน

ก้อยกลับบ้านก็เห่อใช้เลย 5555+ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางด้วย Essential Mool Cleansing Water ซึ่งตัวนี้มันน่าสนใจตรงที่พี่ BA บอกว่าที่เกาหลีเค้าจะใช้คลีนซิ่งตัวนี้เช็ดหน้าแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้เลยแบบ Quick Touch Up โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำเปล่า เพราะเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก และทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีมากๆ ตามที่ก้อยเขียนอธิบายส่วนผสมไปก่อนหน้านี้

นี่คือหน้าที่ก้อยใช้เค้าล้างหน้าออกไปครึ่งนึง รู้สึกว่าเค้าเช็ดหน้าได้สะอาดมากๆ เลยนะ แต่พวกมาสคาร่ากันน้ำนี่ยังต้องใช้ที่ Eye Remover อยู่นะ ตัวนี้ยังเอาไม่อยู่ มันทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณอื่นๆ ได้ดีเลย รู้สึกสะอาดสะอ้าน

ให้ดูผิวใกล้ๆ ว่าเช็ดหน้าแล้วผิวหน้าชุ่มชื้นจริงๆ สำหรับคนผิวแห้งแต่ขาดน้ำ(ในช่วงนี้)อย่างเราคือเลิฟมาก

ใช้สำลีประมาณ 2 แผ่นก็ทำความสะอาดใบหน้าได้หมดจด

ต่อกันด้วยโฟมล้างหน้า Essential Mool Cleansing Foam ที่เค้าบอกว่ามีสารสกัดจากต้น Yucca และดอกไม้ ช่วยต้านแบคทีเรียและไวรัส และฟองที่เกิดจากโฟมล้างหน้าตัวนี้เป็นฟองแบบที่ไม่มีสารแรงตึงผิว ซึ่งผิวที่ระคายเคืองง่ายก็สามารถใช้ได้ ที่ก้อยว่าเจ้าโฟมล้างหน้าตัวนี้มันน่าสนใจมากๆ ก็เพราะเค้ามี Emzyme Peeling จากผลไม้ แต่ไม่ใช่ AHA ช่วยกำจัดพวกเซลล์ที่ตายแล้วบนใบหน้าของเรา จึงทำให้เราแทบไม่ต้องใช้สครับมาสครับผิวบนใบหน้าเราเลย

ครั้งแรกที่เราเปิดฝาขวดออกมา กลิ่นหอมมากกกกกก หอมแบบเตะจมูกเลย บีบโฟมออกมาใช้นิดเดียว แตะน้ำเบาๆ ถูทั่วหน้าโฟมเต็มหน้าเลยจ้าแม่ เนื้อโฟมนิ่มมากๆ นุ่มนิ่มๆ ถูหน้าตัวเองเพลินเลย

พอล้างออกแล้วรู้สึกสดใส รู้สึกเฟรชมากๆ ผิวหน้าไม่แห้งตึงเลยจริงๆ

แอบสารภาพว่าหลังจากวันนั้น 2 วัน ก้อยก็แอบไปส่องของที่ MEGA บางนาอีก ไปแว๊ปๆ ที่เค้าเตอร์เค้ามาอีก แต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ 5555+ แต่…ไปโดนที่แบรนด์อื่นมาด้วยจ้า ไว้ว่างๆ จะมารีวิวของที่โดนตกมาอีกนะ วันนี้ไปก่อนละ ทั้งฟินทั้งหมดตูด 5555+

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

หวีดอะไรกัน!! ขอลองหน่อยซิ๊ Bobbibrown Bare Ruby | KoiOnusa

เห็นคนหวีดลิปตัวนี้กันหนาหู!! นี่ก็แพ้ความตูมตามอะไรแบบนี้ เลยขอส่องรูปรีวิวของชาวต่างชาติเค้าหน่อย ส่องไปส่องมาเกิดอาการหลอน วิ่งไปเค้าเตอร์ Bobbibrown ขอดูหน่อยว่าของจริงสีมันสวยแค่ไหน
นี่คือสี Bare Ruby เป็น Limited ที่จะขายเฉพาะในช่วงนี้ โอ้ยยยยย ปาดลิปไปจะเป็นลมไป อะไรมันจะสวยขนาดนี้คะคุณ แล้วเนื้อลิปสติกแน่นมาก ปาดทีเดียวเม็ดสีแน่นชัด เนื้อเค้าออกครีมๆ มีความวาวๆ สีแดงกล่ำๆ เหมาะแก่ช่วงตรุษจีนที่จะมาถึงซะเหลือเกิน 55555+
ก้อยเองมีสี Ruby อยู่แล้ว ก็คิดว่าเอ๊ะๆ สีมันจะเหมือนกันมั้ย เลยหยิบมาสวอชเทียบกันทั้ง 2 สี ปรากฏว่า ตัว Ruby เฉยๆ เค้าเป็นเนื้อแบบ Soft Matte เนื้อไม่แวววาว แต่จะเป็นเนื้อแมตท์เบาๆ เม็ดสีจะแน่นในระดับนึง แต่ต้องปาดหลายทีเหมือนกันกว่าสีจะแน่นเท่า Bare Ruby

สรุปง่ายๆ คือ Bare Ruby สีแน่นกว่า เนื้อเป็นครีมมี่ มีความวาวกว่า และที่สำคัญคือแพ็กเกจสวยกว่า 555555+ Limited ด้วย และด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นข้ออ้างของการรับตัวน้องกลับบ้านในครั้งนี้ ฮ่า

คนอะไรขี้เห่อหนัก ได้ปุ๊บทาปั๊บ ทามันตรงนั้นเลย สีสวยมากกกกกก ขนาดวันนี้ไม่ได้แต่งหน้ามา (แต่งนิดหน่อยแบบจืดๆ) พอทาปากไปปุ๊บ รู้สึกหน้าแน่นขึ้นมาทันที ลิปแท่งเดียวเอาอยู่เลย ไอเลิฟ!!!

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

สวย ฉ่ำ วาว แบบเร่งด่วน!! ฉบับเจ้าสาวเวลาน้อย | KoiOnusa

ว่าด้วยการดูแลผิวหน้าก่อนเข้าสู่พิธีแต่งงานของก้อยที่ผ่านมา!! บอกตามตรงว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ยังไม่ทันได้ดูแลตัวเองอย่างจริงจังมากเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีมีเวลาเหลือน้อยกว่า 1 เดือนที่จะทำนู่นนี่นั่น แงงงง ทำไมไวปานนี้!! จริงๆ จะมาเล่าให้ฟังตั้งแต่ก่อนงานแต่งแล้วล่ะ แต่ชีวิตก่อนแต่งงานวุ่นวายมากกกกก ><”

นอกจากการดูแลผิวด้วยสกินแคร์ในชีวิตประจำวันตามปกติ คนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวก็ควรดูแลตัวเองให้มันมากกว่าปกติได้แล้วมั้ย!! นี่เลยไปเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้ามาเบาๆ เพราะรู้ว่าคอลลาเจนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณและร่างกายของเรามาก แต่ในที่นี้ก้อยขอพูดถึงในเรื่องของประโยชน์กับผิวของเรานะ คอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังจะช่วยให้ผิวของเรายืดหยุ่น ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผิวที่มีสุขภาพที่ดี เป็นผลทำให้จุดด่างดำต่างๆ ค่อยๆ ลดเลือนลง ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว สดใส ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ

ก้อยไปทำโปรแกรม Pink Wink Wow มาที่ BNC Laser and Skin Clinic อยู่ในซอยที่ติดกับ Terminal 21 เลย เดินทางสะดวกมาก จะนั่ง BTS มา หรือขับรถมาก็มีที่จอดรถ ที่นี้เป็นคลีนิคเล็กๆ ที่อบอุ่น รู้สึกได้เลยว่าคุณหมอให้ข้อมูลครบถ้วนและดูแลดี รวมถึงพนักงานก็มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี แต่ขอเข้าเรื่องการทำทรีทเม้นท์หน้าก่อนเลยแล้วกัน โปรแกรม Pink Wink Wow เป็นการทรีทเม้นท์ผิวหน้าให้สวยฉ่ำวาว โดยใช้เอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ในการบำรุงผิวหน้า ซึ่งเจ้าเอสโตรเจนนี้จะช่วยคงความอ่อนวัยให้กับผิวเรา ช่วยขจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยและขาดน้ำ ก้อยจึงมาทำโปรแกรมนี้เพื่อช่วยในการรักษาคอลลาเจนซึ่งจะลดลงตามวัยให้ผิวของเรายังคงยืดหยุ่นได้ดี ให้ผิวมีความใส ฉ่ำ ชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย อิ่มน้ำ และยังช่วยให้ผิวหน้ากระชับ เป็นโปรแกรมทำผิวหน้าที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

อ้ะ เรามาเริ่มกันเลย โดยขั้นตอนแรกเค้าจะใช้เซรั่มจากคึสซึที่หมักด้วยนวัตกรรมพิเศษ จะเป็นตัวที่ช่วยเปิดผิวของเราเพื่อรอรับการบำรุงผิวในขั้นตอนถัดไป โดยใช้เวลา 3 นาที จะรู้สึกคันยุบยิบๆ ไม่ต้องกังวลใจไป

หลังจากนั้นใช้เซรั่มที่มีสารสกัดจากคึสซึเข้มข้นอีกตัวนึงทาผิวเพื่อช่วยให้จุดด่างดำของเราจางลง และช่วยให้รูขุมขนกระชับ และช่วยกระตุ้นการทำงานของตัวรับเอสโตรเจนใต้ผิว ทาทิ้งไว้ 3 นาที

หลังจากนั้นจะเข้าสู่นวัตกรรม Aestrogen Lifting Peel โดยใช้ครีมเอสโตรเจน เป็นครีมมาส์กที่สกัดจากคัสซึเข้มข้น รวมกันกับพืชเมืองหนาวกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว ช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว รวมถึงช่วยยกกระชับผิวหน้า มานวดผิวหน้า 10 นาที ขั้นตอนนี้ก้อยรู้สึกว่าตัวครีมค่อนข้างเข้มข้นมาก รู้สึกหนืดๆ ผิวตอนที่พนักงานเค้านวดหน้าให้ และรู้สึกสบายผิวหน้าจนเกือบจะหลับ เค้านวดผิวหน้าสบายดีจริงๆ

และขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรมทรีทเม้นท์นี้คือ การใช้มาส์กกระจกมามาส์กผิวหน้า ซึ่งเป็นมาส์กชนิดพิเศษที่ใช้คู่กันกับตัวครีมเอสโตรเจนที่เรานวดผิวเมื่อสักครู่นี้ ตัวแผ่นมาส์กมีความบางมากกกกก เมื่อวางแนบกับผิวเรา

ซูมให้ดูใกล้ๆ ว่าเราจะมองแทบไม่เห็นตัวแผ่นมาส์กที่อยู่บนผิวหน้าเลย จะเห็นรอยย่นของมาส์กตรงข้างจมูกนิดๆ เท่านั้น แต่ดูบนผิวหน้าก้อยจะแทบดูไม่ออกเลยว่ามีแผ่นมาส์กวางอยู่บนใบหน้า ซึ่งมันจะช่วยให้ครีมเอสโตรเจนซึมเข้าสู่ผิวเราได้เป็นอย่างดี ซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนได้ถึง 200 เท่า ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 30 นาทีนะ ก็หลับไปยาวๆ เลย

หลังจากมาส์กหน้าเสร็จ 30 นาทีก็ดึงมาส์กออก และทาอิมัลชั่นครีมที่สกัดจากพืชคัสซึเข้มข้น บำรุงให้เอสโตรเจาอยู่กับผิวเรายาวนานมากขึ้น จบขั้นตอนนี้ก็จะสังเกตุเห็นได้เลยว่า ผิวของเราก็จะใสวาวแบบนี้เลย!! ซึ่งการทำทรีทเม้นท์นี้จะช่วยให้เราแต่งหน้าติดทนมากขึ้นด้วยนะ เพราะผิวของเราจะชุ่มชื้นแบบซุปเปอร์ชุ่มชื้น ได้ผลเร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ครีมบำรุง บำรุงผิวในแต่ละครั้งด้วย

ก้อยได้ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้มาด้วย เนื่องจากอยากหน้าใสหน้าสวยแบบครบเครื่อง โปรแกรม Pink Wink Wow จะช่วยเติมเต็มคอลลาเจนที่ชั้นผิวภายนอก แต่ตัวคอลลาเจนจริงๆ อยู่ที่ชั้นผิวหนังแท้ เพราะฉะนั้นก้อยจึงฉีดกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่ไปด้วย เพรยงผลลัพธ์ที่ดีกว่า คุณหมอจะฉีดทั่วใบหน้าเลยนะ รู้สึกเจ็บเบาๆ แต่น้อยกว่าฉีดสิว คนกลัวเข็มอย่างก้อยยังผ่านมันมาได้เลย เพราะฉะนั้นใครๆ ก็ทำได้แหละ วันถัดมาจะรู้สึกปวดเบาๆ ที่จุดที่เราฉีด เวลาคลำๆ หรือทาสกินแคร์จะรู้สึกเลย แต่ไม่บวม ไม่ช้ำอะไรเลยนะ หลังจากนั้นก็หายปวด หน้ากลับมาปกติเช่นเดิม

ก้อยไปทำมาครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าแต่งหน้าติดทนมากขึ้นจริงๆ สีบลัชออนยังคงเป็นสีนั้นๆ เหมือนเพิ่งแต่งหน้ามาใหม่ๆ รองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นที่ใช้ ก็ยังคงติดทนอยู่ที่ใบหน้า และที่สำคัญ สิวบางเม็ดใหญ่ๆ ของก้อย อยู่ดีๆ ก็หายไป ใช้เวลาหลังจากทำผิวหน้าเพียง 2 วัน ผิวหน้าดีขึ้นแบบงงๆ คุณหมอแนะนำมาว่า มาทำเดือนละครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นๆ ไปอีก ยังไงก็ลองมาทำทรีทเม้นต์ตัวนี้ดูกันน้า ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้นจริงๆ ชอบบบบบบ นี่ก็กะว่าจะไปทำอีก ถึงแม้จะผ่านช่วงพิธีแต่งงานมาแล้ว แต่ผิวของเราก็ต้องสวยเด้งอยู่ตลอดเวลาแหละ สามีจะได้ปลื้มปริ่มมีภรรยาสวย เนอะๆ อิอิ

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

รวมไอเทม JUNGSAEMMOOL ที่ใช้แล้วปลื้ม | KoiOnusa

ก้อยมีโอกาสไปเกาหลี และตามไปซื้อของบางอย่างจากร้าน JUNGSAEMMOOL มาเมื่อต้นปี ยังพูดอยู่บ่อยๆ กับเพื่อนเลยว่าทำไมเค้าไม่เข้ามาขายในไทยสักที ก้อยว่าต้องขายดีแน่ๆ เพราะสาวๆ คนไทยที่คลั่งไคล้เมคอัพ เมื่อไปเกาหลี ยังไงๆ ทุกคนก็ต้องได้ไอเทมจาก JUNGSAEMMOOL กลับบ้านไปคนละชิ้นสองชิ้น

พอรู้ข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า JUNGSAEMMOOL จะเข้ามาขายในไทยแล้ว ก้อยตื่นเต้นสุดๆ เพราะยังมีอีกหลากหลายไอเทมที่อยากได้ และก็แอบไปเสียทรัพย์มาเรียบร้อยแล้วด้วย ฮ่าๆ เพราะราคาแตกต่างจากเกาหลีไม่มาก ได้เลือกเอง ได้สวอชเอง มีความสุขกว่าฝากใครหิ้วกลับมาเยอะ!!!

นี่คือไอเทมของ JUNGSAEMMOOL ที่ก้อยมีทั้งหมด เด็ดๆ ทั้งนั้น จริงๆ มีมากกว่านี้อีก แต่วางไว้ไหนไม่รู้ เครื่องสำอางเยอะจัดจนหาไม่เจอน่ะคิดดู!!!

เรามาเริ่มแต่งหน้าไป รีวิวไปพลางๆ

JSM Cushion-Cealer (Healthy Medium)
คุชชั่นตัวนี้เน้นการปกปิดแน่นๆ ใครมีปัญหาผิวเยอะๆ คุชชั่นตัวนี้เหมาะมาก เพราะถึงแม้เค้าจะมีคอนซีลเลอร์มาให้ แต่ก้อยแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะตัวคุชชั่นอย่างเดียวของเค้าก็ปกปิดมากแล้ว
แม้ว่าเค้าจะปกปิดมาก แต่ก้อยยังรู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน้า คุชชั่นเกลี่ยง่าย พัฟนุ่ม ใช้เวลาทาคุชชั้นเพียงพักเดียวเท่านั้นก็ได้งานผิวที่ปกปิดได้แน่นๆ แล้ว
เมื่อทาให้ดูฝั่งเดียว ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย คุชชั่นเค้าปรับสีหน้าให้สว่างขึ้นเล็กน้อย พร้อมให้งานผิวแบบกลาสสกินแต่มีความปกปิดสูง
“JSM Pro-Lasting Finish Powder”
ขอเรียกว่าแป้งฝุ่นทวยเทพ ชิ้นนี้ก้อยได้จากเค้าเตอร์ในไทยนี่แหละ เพราะตลาดเกาหลีขายดีจนขาดตลาด ตัวนี่เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื้อแป้งละเอียดและเบามาก เค้าช่วยยึดเกาะรองพื้นได้ดี ช่วยให้เมคอัพติดทน ทำให้ผิวสวยเป็นกลาสสกิน เป็นสิ่งที่ควรตำอย่างแรง!!!
แป้งฝุ่นตัวนี้เค้าคุมมันได้ดีมากเลย!! เรียกว่าตอนนี้อินกับแป้งฝุ่นตัวนี้สุด แอบกระซิบว่าก้อยตุนแป้งไว้ 1 กระปุก คือกลัวของหมดตลาดจัด ต้องกลับไปจัดมาเก็บไว้งี้!! 5555+ ถ้าสังเกตในรูปจะเห็นว่า เมื่อก้อยทาแป้งฝุ่นลงไป ผิวของก้อยจะดู Matte ทันที

มีทริคมาบอกเล็กน้อยว่า สำหรับสาวๆ คนไทยที่อยู่ในเมืองร้อน เราควรเน้นการทาแป้งฝุ่นบริเวณ T-Zone เพื่อให้แป้งช่วยคุมมันได้ดีมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก้อยใช้เกือบทุกวันเลยช่วงนี้ กำลังเห่อในความเทพของมันอยู่ รูปนี้เป็นรูปถ่ายสดจากกล้องไอโฟนแบบ No App แต่งหน้าตอน 6 โมงเช้า จนตอนนี้เวลา 13.00 น. คร่าวๆ คือ 7 ชั่วโมงผ่านไป ความมันเกิดน้อยมากกกก หน้าแทบไม่มันเลย ผิวยังดูสวยอยู่

ตัวถัดมาเป็นงานสีสันกันบ้าง!!  ก้อยชอบอายแชโดว์ของเค้ามากเลย

เริ่มจากตลับจุ๋มจิ๋มก่อน “JSM Refining Eyeshadow Double” ก้อยมีทั้งหมด 3 สี ตอนแรกมีคนให้ตัวสีน้ำตาลมาใช้ พอใช้แล้วก็ชอบเลยกลั้นใจถอยมาอีก 2 สี!! ซึ่งยังคิดอยู่อีกว่าต้องซื้อสีอื่นๆอีกให้ได้ ฮ่าๆ ตัวนี้จะเป็นอายแชโดว์ 2 แบบ ฝั่งซ้ายจะเป็นแบบฝุ่นที่เป็นชิมเมอร์เงาๆ วาวๆ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นอายแชโดว์แบบเนื้อครีม
“Saddle Brown”
สีแบบนี้ใช้งานง่าย วันไหนที่ขี้เกียจแต่งตาก็จะหยิบตัวนี้มาใช้บ่อยๆ

“Veil Peach”
สีนี้น่ารักมาก เป็นสีที่ก้อยเห็นปุ๊บก็หยิบเข้าตะกร้าปั๊บ โทนสีละมุน เกาหลี๊เกาหลี
“Pink in Joy”
สีนี้เป็นสไตล์ก้อยแหละ ชมพูหวานๆ ชอบมากเลย
ต่อมาเป็น “JSM Colorpiece Eyeshadow Prism สี Flush Up” เป็นอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับสวยสะดุดตามาก โทนชมพูอมน้ำตาลสไตล์สาวหวานแบบก้อยเลย อันนี่ก้อยก็ซื้อจากเค้าเตอร์ของ JSM ช่วงวันแรกที่เค้าเปิดตัว ชอบมากกกกกก กลิตเตอร์ละเอียดสวยมาก อยากได้อีกหลายๆ สีเลยล่ะ

และชิ้นสุดท้ายที่เราปลื้ม “JSM Artist Eye Shadow Palette สี Bloom and Peter”

ก้อยเลือกพาเลตนี้มาเพราะว่า ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า 8 สีที่อยู่ในตลับนี้เค้าแบ่งออกเป็น 2 เฉด 4 สีแรกโทนชมพู และ 4 สีหลังโทนน้ำตาล ก้อยเล็งเห็นแล้วว่ามันจะต้องใช้งานง่ายมาก และตอบโจทย์คนชอบแต่งตาแบบก้อยแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะแต่งตาไม่โทนสีน้ำตาลก็โทนสีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่
ก้อยลองแต่งตาให้ดูแบบเบาๆ นะ หลักๆ คือใช้ “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” แบบเนื้อครีมทาให้ทั่วเปลือกตา และใช้แบบชิมเมอร์ทากึ่งกลางตา หลังจากนั้นใช้สีน้ำตาลเนื้อครีมจาก“JSM Refining Eyeshadow Double สี Saddle Brown”  มาทาหางตาให้มีมิติมากขึ้น
ก้อยใช้ตัวอายแชโดว์เนื้อครีมจาก “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” มาทาแก้มด้วยนะ สีละมุนน่ารักมากกกก
และนี่คือลุคที่ได้จากการใช้ของที่เราปลื้มทั้งหมดของ JUNGSAEMMOOL ใสๆวัย 20 ขวบ (มโน ฮ่าๆๆ)
บอกเลยว่าก้อยชอบแบรนด์นี้มาก ความสวยแบบ Glass Skin แต่งหน้าแบบใสๆ แบบนี้แหละที่ก้อยชอบ ต้องไปตำอีกแน่ๆ เพราะไม่ต้องฝากใครซื้อกลับมาจากเกาหลีอีกแล้ว อยากได้อะไรวิ่งเข้าเค้าเตอร์ได้เลย แฮปปี้