How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

ลิปออแกนิค สายธรรมชาติ ดีต่อปาก ดีต่อใจ | KoiOnusa

ก้อยเป็นคนกินน้ำน้อยค่ะ มีปัญหาเรื่องผิวแห้งขาดน้ำยังไม่พอ ปากก้อยเองก็แตกแห้งเป็นประจำ ใช้ลิปบำรุงมาโดยตลอดนะ แต่บอกตรงๆ ว่ายังไม่เคยลองใช้ลิปบำรุงสายธรรมชาติ หรือออกแนวๆ ออแกนิคสักที

ก้อยได้ลองใช้ลิปบำรุงออแกนิคของยี่ห้อ Lovella Organics ดูพักนึง ชอบสโลแกนที่เค้าบอกว่า “So natural all you can eat” 100% organic and natural. นั่นคือเค้าเคลมแบรนด์ตัวเองไว้ว่ามีส่วนผสมเป็นออแกนิคและมีความเป็นธรรมชาติถึง 100% จนคุณสามารถกินมันเข้าไปได้!! เรียกว่าสะกิดใจก้อยมากเลยทีเดียว เลยหยิบมาใช้แบบไม่ลังเลใจ คนแพ้ง่ายฟังคำเคลมนี้แล้วก็สบายใจได้ หยิบมาใช้ได้แบบไม่ต้องลังเล ยิ่งช่วงนี้ก้อยอินกับพวกลิปวาวๆ เนื้อกลอสๆ นั่นก็เพื่อปกปิดความปากแห้งปากแตกของตัวเองนี่แหละ ได้เวลาบำรุงอย่างจริงจัง และก้อยเองก็อยากมาเล่าสู่กันฟังว่าใช้แล้วรู้สึกยังไง
ก้อยได้ทดลองใช้ลิป 2 รุ่น 2 แบบ นั่นคือ Organics Lip Treatment ที่เป็นลิปบำรุงไม่มีสี และ Healthy Tinted Lip Balm ที่เป็นลิปบำรุงแบบมีสีระเรื่อๆ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ เค้ามีจุดมุ่งหมายของผลลัพธ์ไปในทางเดียวกันนั้นคือ ช่วยให้ผิวปากชุ่มชื่นและช่วยแก้เรื่องริมฝีปากคล้ำ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกันที่จุดมุ่งหมายในการใช้ในแต่ละโอกาสเท่านั้น
สำหรับใครที่ต้องการบำรุงริมฝีปากอย่างจริงจัง ต้องการใช้ลิปบำรุงเช้าเย็นตลอดจนกลางคืนในเวลานอนเพื่อบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดีขึ้น ต้องใช้ Organics Lip Treatment ซึ่งก้อยใช้เป็นกลิ่นกุหลาบ เป็นกลิ่น Signature ของเค้าเลย มีกลิ่นกุหลาบหอมอ่อนมากๆ ไม่มีสี ผู้ชายก็สามารถใช้ได้

เนื้อของเค้าค่อนข้างนุ่มมาก เนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ สบายริมฝีปาก และให้ความชุ่มชื่นดีพอสมควรเลย ก้อยหยิบมาทาไม่บ่อยมากในแต่ละวัน เพราะเนื้อลิปยังเคลือบริมฝีปากก้อยไว้ได้อย่างดีหลายชั่วโมงเลย

เราสามารถทาลิปตัวนี้ตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมงได้นะ รวมถึงขณะที่เราหลับด้วย ก้อยทดลองใช้ทาตอนกลางคืน ตื่นทาตอนเช้าปากยังชุ่มชื่นอยู่เลย แถมได้ปากนุ่มๆ ด้วย นี่ลองใช้มาประมาณ 1 สัปดาห์แบบขยันๆ ทา ก้อยก็เห็นการเปลี่ยนแปลงเลยว่า ผิวของริมฝีปากก้อยที่แห้งๆ ดูผิวแตกๆ มันเรียบเนียนขึ้น ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้นแบบเห็นได้ชัด ถ้าใช้ไปนานๆ เค้าจะช่วยลดความคล้ำของริมฝีปากด้วยนะ และเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก ไม่มีสารอันตราย เด็กหรือคนท้องก็สามารถใช้ได้ แถมทริคให้เล็กๆ ว่า ถ้าทาลิปตัวนี้ก่อนทาลิปสติกนะ เหมือนเค้าช่วยทำให้ร่องของริมฝีปากเราตื้นขึ้น ช่วยให้ทาลิปสติกสวยขึ้นเนียนขึ้นด้วย
และสำหรับสาวๆ ที่อยากได้ลิปออแกนิคที่มีสีติดเล็กๆ บางคนต้องแต่งหน้าทุกวัน จะทาลิปบำรุงแบบไม่มีสี แต่งหน้าเต็มนะ แต่ปากซีดเนี่ยก็ดูจะไม่เหมาะ ก้อยแนะนำให้ใช้ Healthy Tinted Lip Balm ซึ่งเป็นลิปบำรุงริมฝีปากที่มีสีสกัดมาจาการสีของผักผลไม้ ใช้ทดแทนสีสังเคราะห์ ซึ่งทำให้ลิปของเค้ามีความธรรมชาติและอ่อนโยนมากแม้จะเป็นลิปบำรุงที่มีสีก็ตาม
ก้อยใช้สี Red Radish เป็นสีแดงระเรื่อๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้กับใบหน้าของเราได้เป็นอย่างดี บำรุงปากไปด้วย และได้แต่งหน้าเต็มโดนที่ปากดูไม่ซีดด้วย เนื้อบางเบาเช่นกัน ไม่เหนียวเหนอะหนะปาก และค่อนข้างชุ่มชื้น เนื้อนุ่มมาก
ก้อยทาปากให้ดูจะเห็นเลยว่า เมื่อทาลงไป 1 รอบ จะได้สีอมชมพูๆ สียังไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ถ้าทาทับอีก 2-3 รอบ เราจะได้สีลิปที่ดูแดงเป็นธรรมชาติ ไม่แดงจัด ดูเหมือนเป็นสีปากของเราที่ดูสดใสขึ้น อาจจะไม่ได้กลบสีปาก 100% แต่ช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำได้ดีนะ นี่ถ้าทาย้ำๆ อีกหลายๆ รอบ สีของเค้าก็จะชัดมากขึ้นอีก ก้อยนี่ทาวนไป 10 รอบเลยเวลาแต่งหน้า เนื้อลิปเค้านุ่มปากงะ ก็ทาเพลินๆ
จะแต่งหน้าในวันสบายๆ แล้วทาลิปตัวนี้ตัวเดียวก็รอด หรือจะทาในวันที่แต่งหน้าเต็มก็ดูแต่งหน้าไม่จัดจนเกินไป หน้าดูสดใส ปากดูสีเป็นธรรมชาติมากๆ ใช้ทาบำรุงริมฝีปากได้ทั้งวัน แต่ขอเตือนเบาๆ ว่า พยายามเก็บลิปให้พ้นจากแสงแดดและความร้อน เพราะแสงแดดและความร้อนจะทำให้ลิปละลายได้ง่าย เนื้อจะเหลวจนเกินไป จนเนื้อลิปหลุดออกมา อยากใช้ได้นานๆ ก็ต้องเก็บไว้กระเป๋าไว้ดีๆ นะจ้ะ ^^

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

รีวิว Dior Lip Glow Oil พร้อมเปรียบเทียบกับแฝดพี่ Clarins Lip Comfort Oil | KoiOnusa

ดูรีวิว Dior Lip Glow Oil แบบชัดๆ พร้อมเปรียบเทียบกับแฝดพี่อย่าง Clarins Lip Comfort Oil ได้ในคลิปนี้เลย ^^
หลังจากที่ก้อยได้สิ่งนี้มาอยู่ในกรุ ก้อยก็เห่อใช้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้มา อยากรู้ อยากลอง อยากรีบมารีวิวให้ทุกคนฟัง ก้อยได้ไปสวอชเล่นมาหลากหลายสี ก้อยคิดว่าสีนี้น่าจะเป็นสีที่น่าเล่นมากที่สุด เนื่องจากด้วยลักษณะเนื้อลิปของ Dior Lip Glow Oil รุ่นนี้เค้าเป็นลิปสีใส แทบไม่มีสี อาจจะเรียกว่าเป็นลิปกลอสก็ยังได้ แต่เป็นกลอสที่มีสีเหลือบให้เห็นบางๆ
อย่างเช่นเบอร์ 15 สี Cherry นี้ เมื่อก้อยสวอชลงบนมือก็จะเห็นว่าเค้าให้ความวาว ให้ความใสและแทบไม่เห็นสี แต่ก้อยว่าความเหลือบสีเชอร์รี่อ่อนๆ แบบนี้แหละที่จะช่วยให้ริมฝีปากของเราดูสดใสแบบธรรมชาติ
ตอนที่ก้อยสวอชบนหลังมือ รู้สึกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างหนืด สงสัยเหมือนกันว่าถ้าใช้ในชีวิตประจำวันแล้วผมยาวๆ อย่างเรา เค้าจะทำให้ผมติดปากหรือเปล่า แต่พอก้อยลองทาปากดูอีกที กลับรู้สึกว่าเนื้อของเค้าเบากว่าที่คิด ให้ความหนืดนะ แต่ไม่ได้หนืดจนรู้สึกเหนียว ชอบความรู้สึกชุ่มชื่นบนริมฝีปากแบบนี้มากเลยล่ะ ทาปากแล้วรู้สึกปากสุขภาพดี รู้สึกอยากเจ่อปากถ่ายรูปตลอดเวลา 5555+
ทาลงบนปากก็ยังเห็นสีปากของเราชัดนะ แต่มีสีเชอร์รี่อ่อนๆ แทบจะอ่อนมากๆ มาเคลือบปากไว้ ทำให้ปากก้อยดูใสๆ ดูเป็นธรรมชาติ ปากอมชมพูระเรื่อๆ ทาในวันที่ไม่แต่งหน้ามากก็รู้สึกว่าโอเคเลย

และหากถามว่าติดทนยาวนานมั้ย ต้องบอกว่าพอเวลาผ่านไป เนื้อลิปมันก็จะค่อยๆ แห้งลง ไม่ฉ่ำเท่าวินาทีแรกที่เราทา แต่ยังรู้สึกชุ่มชื่นกับริมฝีปากอยู่นะ ไม่ได้แห้งหายเหือดไปเลย และอีกความรู้สึกคือ ทาแล้วริมฝีปากจะรู้สึกเย็นๆ แหละ และสีก็เหมือนจะเข้มขึ้นเล็กน้อยด้วย และที่ชอบอีกอย่างคือ ตัว Applicator ของเค้าที่เป็นหัวฟองน้ำขนาดใหญ่ดีและนุ่มปากด้วย ทาปากแล้วรู้สึกฟินดี

สรุปคือ เค้าเป็นลิปเนื้อกลอสๆ ที่มีสีจางมากๆ มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปาก ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นฉ่ำวาว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ริมฝีปากแห้ง หรือคนที่อินกับความปากฉ่ำวาวดูสุขภาพดี ซึ่ง…ใช่ค่ะ ก้อยอินมาก เพราะโดนส่วนตัวเป็นคนริมฝีปากแห้งมาก ใช้ลิปแบบนี้ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับตัวเองไปด้วยในตัว
มีรีวิวเปรียบเทียบกับลิปของ Clarins รุ่น Lip Comfort Oil ที่มีลักษณะหลายๆ อย่างคล้ายกันด้วยนะ กดดูรีวิวที่คลิปด้านบนเลย เผื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในที่จะเลือกซื้อเนอะ

อยากหน้าเด็กเหรอ? 3 Steps ง่ายๆ แค่ดึงก็ตึงเป๊ะ!! | KoiOnusa

01.png

อายุเป็นเพียงตัวเลข ใช่ค่ะ สาวๆ หลายๆ คนพูดถึงประโยคนี้กันบ่อยๆ เป็นเพราะสาวๆ นั้นอยากให้อายุมันเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ ไม่มีการแก่ ไม่มีผิวที่ร่วงโรย ไม่มีใบหน้าที่หย่อนคล้อยตามวัย แต่จะทำไงได้ วันเวลายังไงๆ ก็ต้องหมุนไปตามเวลาของมัน อายุก็เช่นกัน เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ผิวพรรณ ริ้วรอย ปัญหาผิวก็มากขึ้นตามอายุโดยที่เราก็หยุดกาลเวลาไม่ได้จริงๆ

02.png

ทางออกที่สาวๆ เราสามารถทำได้นั่นคือ หาหนทางที่จะมาช่วยชลอความร่วงโรยของผิวเรา ทำยังไงนะถึงจะทำให้ผิวของเรายังคงอ่อนเยาว์ เต่งตึง สวยใส ชะลอความแก่ไปได้พักใหญ่ๆ คำตอบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถทำได้นั่นคือ หาสกินแคร์ดีๆ ที่ตอบโจทย์ผิวเราดีๆ สักตัว ก้อยเลยอยากแนะนำตัวนี้เลย Wish By Dr.JSK พรีเซนเตอร์ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณฝน ธนสุนทร ผู้ซึ่งมีใบหน้าเด็กตลอดกาลนั่นเอง

จุดเด่นของ Wish By DR.JSK นี่คือ เค้ามีสารสกัดจาก Cinderella Serum ซึ่งเป็นสารสกัดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการความงามเกาหลี ซึ่งจะนำออกซิเจนเข้าสู่ผิวหน้าอย่างล้ำลึก เพื่อขจัดมลภาวะ ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส และกระชับรูขุมขน ซึ่งเจ้า Wish เนี่ยผ่านการพัฒนาสูตรโดยคุณหมอจากโรงพยาบาล BL โรงพยาบาลด้านศัลยกรรมและความงามอันดับหนึ่งของคนเกาหลี ผลิตมาเพื่อผิวของชาวเอเชียโดยเฉพาะ

03.png

เนื้อเซรั่มตัวนี้เป็นสีเหลืองทอง กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นสูตรเซรั่มเข้มข้นที่ซึบเข้ากับผิวเร็ว ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื่น สดชื้นจนรู้สึกได้ทันที เค้าจะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ผิวนุ่มและชุ่มชื่นขึ้น ริ้วรอยเริ่มจางลง และผิวดูสุขภาพดี ทำให้ผิวเราดูเด็กกว่าอายุจริง

วิธีใช้แค่ 3 Steps ง่ายๆ แบรนด์เค้าใช้คำว่า “แค่ดึงก็ตึงเป๊ะ” มาลองทำตามกัน

04.jpg

  1. บีบเซรั่มลงบนฝ่ามือแล้ววอร์มเนื้อเซรั่มเบาๆ

05.png

  1. นวดเซรั่มลงบนผิวหน้า และตบเบาๆ ให้เซรั่มซึมเข้าผิว

06.png

3. ดึงแนวกรอบหน้าค้างไว้ 15 วินาที

ทำตามขั้นตอนเพียงเท่านี้ ก็ขอต้อนรับสู่หน้าเด็ก ผิวเปล่งออร่า กระจ่างใส แค่ 15 วินาที แค่ดึงก็ตึงเป๊ะตามนี้เลย

07.png

ถ้าใครอยากหน้าเด็กด้วยวิธีนี้ ก็ต้องลองซื้อมาดึงหน้าตัวเองดู เพื่อผิวที่ดูอ่อนกว่าวัย อะไรก็ยอมได้อยู่แล้วใช่มั้ยละ หน้าเด็กง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอเลย

01.png

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ มาสก์เกาหลีต้องนีล! | KoiOnusa

01.png

สาวๆ คนไหนชื่นชอบการมาสก์หน้าเป็นชีวิตจิตใจบ้าง ก้อยล่ะคนนึง มีมาสก์ตุนไว้ในกรุมากมาย มาสก์หน้านี่มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคานะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สิ้นเปลืองอยู่ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย มาสก์บางตัวราคาแพงเว่อร์หลักร้อย จะให้ใช้ครั้งเดียวแล้วโยนลงถังขยะเลยก็รู้สึกหน่วงๆ ใจ เสียดายตังค์

03.png

ก้อยเลยอยากนำเสนอมาสก์ถูกแต่ดี มีคุณภาพอย่างมาสก์เกาหลี Neil ที่ก้อยใช้แล้วก็รู้สึกทึ่งกับราคาเล็กน้อย เพราะราคาค่อนข้างถูกมาก 19 บาทเท่านั้น (สูตรพรีเมี่ยม 39 บาท) และมีหลายสูตรให้เลือกสรร มีทั้งหมด 13 สูตร แต่ก้อยจะพูดถึง 3 สูตรที่ก้อยได้ใช้

04.png

เริ่มจากสูตรธรรมชาติอย่าง Neil Brighting Mask สูตร Pearl หรือสูตรที่ได้จากสารสกัดจากไข่มุก ดูง่ายๆ จากหน้าซอง เค้ามีรูปหอยและมีไข่มุกอยู่ด้านใน ตามคำเคลมของสูตรนี้คือเค้าจะช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยและบำรุงผิวให้เรียบเนียน ต้องบอกว่าเป็นมาสก์ราคา 19 บาท ที่ให้แผ่นมาสก์มาแบบมีคุณภาพ ก้อยรู้สึกว่าแผ่นมาสก์เค้าไม่บางเท่ากับบางยี่ห้อที่ราคาระดับเดียวกัน อุ้มเนื้อมาสก์ได้ดีทีเดียว เนื้อมาสก์เป็นสีขาวขุ่น ตัวนี้ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นนะ หอมอ่อนมากๆ เวลามาสก์บนผิว แผ่นมาสก์ค่อนข้างใหญ่กว่าใบหน้าก้อยพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ระหว่างมาสก์ 15 นาทีนี้ ก้อยรู้สึกชุ่มชื่นผิวมาก แกะมาสก์ออกมาแล้วนวดตัวมาสก์เข้ากับผิวหน้าจะรู้สึกหนืดๆ ผิวจะชุ่มชื่นยาวนานเลย

05.png

สูตรต่อมาเป็นสูตร Solution อย่าง Pure Vitalizing Mask สูตร Vita Complex Solution มาสก์สูตรนี้หลักๆ เลยคือเค้าจะช่วยให้ผิวเรากระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า ลดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้สิวหายเร็วขึ้น แผ่นมาสก์เค้าคล้ายๆ กับสูตรแรกเลย คือเป็นแผ่นมาสก์ที่ไม่บางมาก ค่อนข้างอุ้มน้ำมาสก์ได้ดี และมีขนาดใหญ่เหมือนกัน สูตรนี้เหมาะมากกับคนวัย 30+ แบบก้อย จะใช้วันเว้นวันก็ยังไม่รู้สึกเสียดายเพราะราคาน่ารัก ตัวเนื้อมาสก์จะมีสีขาวขุ่นกว่ามาสก์ตัวแรกนิดหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ อ่อนมาก ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นเดียวกัน แล้วก็ดึงมาสก์ออก หน้าจะชุ่มฉ่ำมาก จากนั้นก็นวดๆ ตัวเนื้อมาสก์ให้เข้ากับผิวหน้า ผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นมากๆ

06.png

และตัวสุดท้ายสูตรพรีเมี่ยม Premium Platinum Foil Mask Pack สูตรนี้โดดเด่นจากสูตรก่อนๆ มากเลยล่ะ เพราะแผ่นมาสก์ของเค้าแตกต่างจากเพื่อน เป็นสูตรพรีเมียมเพื่อผิวใส เติมเต็มอาหารผิวแบบเร่งด่วน ทั้งช่วยให้ผิวกระจ่างใส ให้ความชุ่มชื่นกับผิว และยังช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยด้วย เรียกว่ามีคุณสมบัติมากมายในสูตรนี้เลยล่ะ แผ่นมาสก์ของรุ่นนี้เค้าจะเป็นฟอยล์ 1 ด้าน และเป็นแผ่นมาสก์สีขาวนุ่มๆ ธรรมดาอีก 1 ด้าน เราต้องใช้ด้านที่เป็นสีขาวแปะเข้ากับหน้าเรา แล้วหันด้านฟอยล์ออก ตัวมาสก์แนบสนิทกับหน้าดีเลยล่ะ ไม่เลื่อนหลุดง่าย และมีขนาดพอดีกับหน้าก้อยเลย ไม่ใหญ่มากเหมือนมาสก์ 2 ตัวแรก ตัวนี้กลิ่นค่อนข้างชัดเจนนะ กลิ่นหอมลอยออกมาเลย ตัวเนื้อมาสก์เป็นสีใสเลย แตกต่างจากมาสก์ 2 ตัวแรกชัดเจน มาสก์แล้วรู้สึกชอบแผ่นมาสก์ของเค้ามากเลย ถึงจะเป็นฟอยล์ แต่มาสก์กลับบางเบามาก และอยู่ติดกับหน้าไม่หลุดง่ายเลย ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นกัน แกะมาสก์ออกมาแล้วก็ใช้มือนวดๆ ให้มาสก์ซึมเข้าผิวหน้า ผิวจะชุ่มชื่นตลอดคืนหรือตลอดวันเลย

07.png

ย้ำนิดตรงนี้หน่อย พอเรามาสก์หน้าเสร็จตอนผิวเรายังชุ่มๆ อยู่ อย่าลืมนวดผิวหน้าให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าผิวหน้าของเราด้วยล่ะ เราจะได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์เค้าอย่างเต็มที่

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ ยกให้ Neil เค้าไปเลย ราคาน่ารักมากกกกก ใช้บ่อยได้โดยไม่ต้องเสียดายตังค์ทีหลังเลย และตอนนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่นสนุกแจกผ้าปิดตา 2,000 ชิ้นด้วย โดยสามารถร่วมกิจกรรมด้วยการไปที่หน้าเพจนี้>> https://www.facebook.com/NeilCosmeticsbyPolla << แล้วกด Like+Share แบบสาธารณะ จากนั้นก็แคปหน้าจอเป็นหลักฐานมาคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ พร้อม Tag เพื่อนมาอีก 3 คน และติด #งานหนักก็พักก่อน #มาสก์หน้าเกาหลีต้องนีล สำหรับ 2,000 ท่านแรกก็จะได้รับผ้าปิดตาไปเลยอย่างง่ายดาย แต่สำหรับใครที่กลัวจะเล่นไม่ทัน เพียงแค่ซื้อมาสก์นีลสูตรธรรมชาติหรือสูตรโซลูชั่น 3 ชิ้น หรือสูตรแพลตินัม 2 ชิ้น ก็รับไปเลย ผ้าปิดตา 1 ชิ้นทันที

(ร้านค้าที่ร่วมโปรโมชั่น Eveandboy,MultyBeauty,Beautrium,Cosmo

Beaute , Hej Street Beauty)

**นึกถึงมาสก์เกาหลี ต้องนึกถึงมาสก์นีลนะ**

01.png

เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้

รองพื้นตัวเดียวจบ ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปด้านบนได้เลย

01.png

ชีวิตประจำวันของสาวๆ ในยุคนี้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น แต่ถึงเราจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากแค่ไหน สาวๆ ก็ยังคงห่วงเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ แต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเนี่ยก็มีเยอะเหลือเกิน จะดีแค่ไหนถ้าเรามีรองพื้นดีๆ ที่ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ได้

02.png

ถ้ากำลังมองหารองพื้นดีๆ สักตัว ที่มีทั้งครีมบำรุงและครีมกันแดด และช่วยให้ผิวดูสวยแบบธรรมชาติ ต้องลองใช้รองพื้น Lena ดูซักครั้ง รองพื้นแม่แอน อลิชา เค้าเป็นรองพื้นเนื้อแมทท์ ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวระหว่างวันมากเลยนะ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่ดูเป็นรองพื้นที่หนาจนเกินไป เป็นงานผิวที่ยังคงปกปิดได้ กันเหงื่อได้ดีเลย เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมาก

03.png

รองพื้นเค้ามี 3 เฉดสีนะ ส่วนตัวก้อยใช้สี LN15 สำหรับผิวขาวอมชมพู เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็นเนื้อที่คล้ายๆ เซรั่ม ไม่หนักผิว บางเบา เกลี่ยง่ายมาก แนะนำว่าให้ใช้นิ้วของเราเนี่ยแหละเกลี่ย จะได้ความปกปิดที่ดีในระดับนึง ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ย ก้อยว่ามันจะบางไป

04.png

ก้อยให้ดูความปกปิดของมันนะ ถือว่าปกปิดพวกรอยเล็กๆ ได้ แต่พวกสิวเม็ดเป้งๆ หรือรอยสิวชัดๆ ยังปิดไม่เนียนเท่าไหร่ ยังคงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย

05.png

แต่ที่แน่ๆ ก้อยชอบงานผิวหลังจากใช้รองพื้นของเค้ามากเลย ผิวดูกระจ่างใส ดูเป็นผิวเราที่ดูดีขึ้นและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวในชีวิตประจำวัน บางวันอยากได้ลุคสบายๆ ก็ลงแค่รองพื้นตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องลงแป้งตามก็ได้ ที่สำคัญมีตัวบำรุงที่ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นผิว และมีกันแดด SPF 50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดด้วย

06.png

ก้อยใช้รองพื้นเค้าตั้งแต่ช่วง 9.00 น. โมง จนตอนนี้ 16.00 น. ก็จะมีความมันเกิดขึ้นมาพอสมควร มีคราบเล็กน้อยหลุดลอกตรงบริเวณรอบๆ มุมจมูก หน้านี้คือผ่านฝนตกพร่ำๆ อากาศร้อนชื้นมากๆ โดยฝนปรอยๆ ด้วยนะ

07.png

ก้อยว่าเนื้อรองพื้นของเค้าไม่ใช่รองพื้นเนื้อแมทท์ที่ให้ความปดปิดจนอึดอัดผิว แต่เป็นรองพื้นที่ช่วยปกปิดแต่ยังให้ผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ เราสามารถใช้แบบตัวเดียวจบได้เลยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

01.png

 

ลองคุชชั่นใหม่ Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte แบบอากาศร้อนชื้น รอดหรือไม่!! | KoiOnusa

มาลองของใหม่อีกแล้วล่ะ หลังจากที่เคยใช้ตัว BB ของ Cute Press ไปครั้งก่อน ก้อยก็ยังคงใช้อยู่ แต่อยากลองหันมาใช้ตัวคุชชั่นของเค้าบ้าง เพราะเค้าเพิ่งออกใหม่ ดูน่าสนใจดี บางทีก็ชอบใช้คุชชั่นแต่งหน้าเพราะก้อยรู้สึกว่าสะดวก รวดเร็วกว่าการทารองพื้นหรือ BB Cream มีพัฟมาให้พร้อม ไม่ต้องคิดว่าจะใช้มือ ใช้แปรง หรือใช้ฟองน้ำเกลี่ยดี

ขอพูดถึงเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Cushion Foundation SPF 50+ PA+++ คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press แบรนด์ไทยที่ก้อยว่าหลังๆ เค้าทำคุณภาพและอิมเมจแบรนด์ได้น่าสนใจมาก ดูแค่แพ็กเกจตัวนี้ก็รู้สึกอยากหยิบมาใช้แล้ว สีสันน่ารัก ตลับแข็งแรง

เปิดตลับมาด้านในจะเป็นแบบนี้ เจอพัฟสีขาว 1 ชิ้น

พัฟเค้าไม่บางไม่หนา เนื้อสัมผัสนุ่ม แตะเนื้อคุชชั่นขึ้นมาได้ดีเลยล่ะ

ส่วนด้านในเนื้อคุชชั่นก็จะเป็นคุชชั่นที่อยู่ในฟองน้ำแบบนี้

ที่สำคัญ มีรีฟีลมาให้ด้วยนะ 1 ชิ้น แฮปปี้มากกกกกก

คุชชั่นรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สีนะ เบอร์ 01 Light Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาว เบอร์ 02 Sand Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลืองหรือโทนผิวสีกลางๆ แบบคนเอเชีย และเบอร์ 03 Medium Beige สำหรับคนผิวเข้มขึ้นมาหน่อย เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น เบา ไม่หนักผิว

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชื่อรุ่นของเจ้าคุชชั่นตัวนี้คือ  “1-2 Beautiful Airy Matte” ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cute Press จะเห็นได้ว่าชื่อจะเหมือนกันกับเจ้ารองพื้น 1-2 Beautiful Airy Matte” แต่บอกให้รู้เลยว่า เบอร์สีของรองพื้นกับของคุชชั่นเค้าไม่ตรงกันซะทีเดียวนะ

คุชชั่นเบอร์ 01 Light Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 02 Light Beige
คุชชั่นเบอร์ 02 Sand Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 03 Sand Beige
คุชชั่นเบอร์ 03 Medium Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 04 Medium Beige
หรือพูดง่ายๆ ว่าให้ดูตรงชื่อสี จะได้เลือกสีได้ตรงกับสีผิวของตัวเรา

ตัวนี้เค้าเป็นคุชชั่นเนื้อแมทท์ ที่ให้การปกปิดดีพอสมควรเลย ถึงจะเป็นเนื้อแมทท์ แต่ไม่ได้รู้สึกหนักผิว รู้สึกสบายผิว ผิวได้หายใจ

ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้าด้วยคุชชั่นตัวนี้ก็จะประมาณนี้แหละ วันนี้มีไปอยุธยาด้วย พาไปทดสอบประสิทธิภาพกลางแดดร้อนๆ ที่อยุธยากัน

ที่อยุธยาวันที่ก้อยไป ทั้งร้อน ทั้งฝนตกชื้นๆ ถ่ายให้ดูหน้าตอนเวลาประมาณ 15.30 น. ผ่านมาประมาณ 7-8 ชั่วโมง (แต่งหน้าตอน 8 โมงเช้า) ความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าน้อยมากเลย แต่แอบมีคราบเล็กๆ บริเวณร่องจมูกและรูขุมขนตรงสันจมูกเชื่อมกลางหน้าผากเล็กๆ และบริเวณหน้าผาก แต่โดยรวมผิวก็ยังดูโอเคอยู่นะคะ

ต้องบอกว่า 8 ชั่วโมงกับอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดเวลาที่อยุธยา แล้วเมคอัพยังแน่นเบอร์นี้ ก็ถือว่าเก๋แล้วนะ  ชอบที่มันคุมมันดี และให้ความรู้สึกสบายผิวนี่แหละ ใครสนใจอยากลองใช้ก็แนะนำให้ไปลองเล่นที่ช็อปเทียบสีผิวดูนะจ๊ะ

เคลียร์รอยสิวด้วย BK Acne Expert Bright | KoiOnusa

01.png

จริงๆ ก้อยเคยแนะนำสั้นๆ เป็นมินิรีวิว ไปแล้วเนอะ ว่าคนเป็นสิวอยากให้ลองใช้เซรั่มลดสิวและเอสเซ้นต์ลดรอยสิวของ BK นี่ก้อยเองก็ใช้ BK มาตั้งแต่เค้าดังพวกมาสก์สิวในช่วงแรกๆ เลยได้ทดลองใช้สินค้าของเค้าอยู่หลากหลายอัน

02.png

วันนี้อยากพูดถึงเอสเซ้นต์ลดรอยสิวตัวนี้หน่อย BK Acne Expert Bright ก้อยว่ามันทำงานได้ดีเลยนะ เมื่อใช้ร่วมกับตัว BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ต้องบอกก่อนว่าก้อยใช้ตัวเซรั่มลดสิวเค้ามาอยู่ก่อนแล้ว พักนึงนะ ยิ่งช่วงก่อนนี้ที่แพ้แชมพู เป็นช่วงสิวเห่อๆ นี่เลยหยิบมาใช้ทั้งตัวลดสิวและตัวลดรอยสิวเลย เราชอบที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีน้ำหอม เขียนชัดเจนตัวโตอยู่หน้าซอง แค่นี้ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาแล้ว

03.png

แต่ขอพูดถึงแต่ตัวลดรอยสิวหน่อยแล้วกัน ตัวนี้เนื้อเอสเซ้นต์เค้าจะเป็นสีขาวขุ่นเลย ตอนแรกก้อยนึกว่าเนื้อเค้าจะเป็นครีมหนักผิว แต่เมื่อเกลี่ยแล้วเนื้อบางเบามากกกก ซึมผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ก้อยทดลองใช้ทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ทาทั่วหน้าค่ะคุณผู้ชม 5555+ เพราะทายังไงๆ ก็ยังไม่หมดซองซักที วันไหนขี้เกียจๆ ก็ผสมกับตัวเซรั่มลดสิว ทาไปเลยทีเดียวพร้อมๆ กัน >.< อันนี้พูดจริง ฮ่าาา

04.png

ความประทับใจของเราคือ ก้อยมีรอยสิวบริเวณนี้มานานแล้วค่ะ คือไม่หายซักที เพราะบอกตามตรงว่าไม่ได้ใช้ครีมอะไรทาลดรอยสิว อาจจะขี้เกียจด้วยส่วนนึง นี่ก้อยทดลองใช้ตัวนี้ทาบริเวณนี้ดูพักใหญ่ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่ากี่วันนะ มาดูอีกทีรอยสิวตรงนี้จางลงไปจนแทบจะไม่เห็นแล้วล่ะ นี่เลยแค่อยากจะมาบอกต่อ ว่าซองจิ๋วๆ แค่นี้ ประสิทธิภาพไม่ใช่เล่นเลยนะจ้ะ

 

05.png

นี่ก็แค่อยากมาบอกต่อน่ะ ว่าหากยังไม่มั่นใจว่าอะไรใช้ดีไม่ดี เค้าก็จะมีพวกครีมซองราคาย่อมเยาว์ขาย ซื้อมาใช้ขำขำไม่กี่บาทดูก่อนก็ได้นะ ถ้าถูกใจใช้หมดแล้วค่อยขยับไปซื้อไซด์จริงก็ได้ แบบซองนี่มีขายใน 7-11 ทุกสาขานะ ลองไปจับๆ ส่องๆ กันดู ถูกและดีมีอยู่จริง

01.png