เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้

รองพื้นตัวเดียวจบ ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปด้านบนได้เลย

01.png

ชีวิตประจำวันของสาวๆ ในยุคนี้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น แต่ถึงเราจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากแค่ไหน สาวๆ ก็ยังคงห่วงเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ แต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเนี่ยก็มีเยอะเหลือเกิน จะดีแค่ไหนถ้าเรามีรองพื้นดีๆ ที่ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ได้

02.png

ถ้ากำลังมองหารองพื้นดีๆ สักตัว ที่มีทั้งครีมบำรุงและครีมกันแดด และช่วยให้ผิวดูสวยแบบธรรมชาติ ต้องลองใช้รองพื้น Lena ดูซักครั้ง รองพื้นแม่แอน อลิชา เค้าเป็นรองพื้นเนื้อแมทท์ ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวระหว่างวันมากเลยนะ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่ดูเป็นรองพื้นที่หนาจนเกินไป เป็นงานผิวที่ยังคงปกปิดได้ กันเหงื่อได้ดีเลย เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมาก

03.png

รองพื้นเค้ามี 3 เฉดสีนะ ส่วนตัวก้อยใช้สี LN15 สำหรับผิวขาวอมชมพู เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็นเนื้อที่คล้ายๆ เซรั่ม ไม่หนักผิว บางเบา เกลี่ยง่ายมาก แนะนำว่าให้ใช้นิ้วของเราเนี่ยแหละเกลี่ย จะได้ความปกปิดที่ดีในระดับนึง ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ย ก้อยว่ามันจะบางไป

04.png

ก้อยให้ดูความปกปิดของมันนะ ถือว่าปกปิดพวกรอยเล็กๆ ได้ แต่พวกสิวเม็ดเป้งๆ หรือรอยสิวชัดๆ ยังปิดไม่เนียนเท่าไหร่ ยังคงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย

05.png

แต่ที่แน่ๆ ก้อยชอบงานผิวหลังจากใช้รองพื้นของเค้ามากเลย ผิวดูกระจ่างใส ดูเป็นผิวเราที่ดูดีขึ้นและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวในชีวิตประจำวัน บางวันอยากได้ลุคสบายๆ ก็ลงแค่รองพื้นตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องลงแป้งตามก็ได้ ที่สำคัญมีตัวบำรุงที่ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นผิว และมีกันแดด SPF 50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดด้วย

06.png

ก้อยใช้รองพื้นเค้าตั้งแต่ช่วง 9.00 น. โมง จนตอนนี้ 16.00 น. ก็จะมีความมันเกิดขึ้นมาพอสมควร มีคราบเล็กน้อยหลุดลอกตรงบริเวณรอบๆ มุมจมูก หน้านี้คือผ่านฝนตกพร่ำๆ อากาศร้อนชื้นมากๆ โดยฝนปรอยๆ ด้วยนะ

07.png

ก้อยว่าเนื้อรองพื้นของเค้าไม่ใช่รองพื้นเนื้อแมทท์ที่ให้ความปดปิดจนอึดอัดผิว แต่เป็นรองพื้นที่ช่วยปกปิดแต่ยังให้ผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ เราสามารถใช้แบบตัวเดียวจบได้เลยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

01.png

 

ลองคุชชั่นใหม่ Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte แบบอากาศร้อนชื้น รอดหรือไม่!! | KoiOnusa

มาลองของใหม่อีกแล้วล่ะ หลังจากที่เคยใช้ตัว BB ของ Cute Press ไปครั้งก่อน ก้อยก็ยังคงใช้อยู่ แต่อยากลองหันมาใช้ตัวคุชชั่นของเค้าบ้าง เพราะเค้าเพิ่งออกใหม่ ดูน่าสนใจดี บางทีก็ชอบใช้คุชชั่นแต่งหน้าเพราะก้อยรู้สึกว่าสะดวก รวดเร็วกว่าการทารองพื้นหรือ BB Cream มีพัฟมาให้พร้อม ไม่ต้องคิดว่าจะใช้มือ ใช้แปรง หรือใช้ฟองน้ำเกลี่ยดี

ขอพูดถึงเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Cushion Foundation SPF 50+ PA+++ คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press แบรนด์ไทยที่ก้อยว่าหลังๆ เค้าทำคุณภาพและอิมเมจแบรนด์ได้น่าสนใจมาก ดูแค่แพ็กเกจตัวนี้ก็รู้สึกอยากหยิบมาใช้แล้ว สีสันน่ารัก ตลับแข็งแรง

เปิดตลับมาด้านในจะเป็นแบบนี้ เจอพัฟสีขาว 1 ชิ้น

พัฟเค้าไม่บางไม่หนา เนื้อสัมผัสนุ่ม แตะเนื้อคุชชั่นขึ้นมาได้ดีเลยล่ะ

ส่วนด้านในเนื้อคุชชั่นก็จะเป็นคุชชั่นที่อยู่ในฟองน้ำแบบนี้

ที่สำคัญ มีรีฟีลมาให้ด้วยนะ 1 ชิ้น แฮปปี้มากกกกกก

คุชชั่นรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สีนะ เบอร์ 01 Light Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาว เบอร์ 02 Sand Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลืองหรือโทนผิวสีกลางๆ แบบคนเอเชีย และเบอร์ 03 Medium Beige สำหรับคนผิวเข้มขึ้นมาหน่อย เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น เบา ไม่หนักผิว

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชื่อรุ่นของเจ้าคุชชั่นตัวนี้คือ  “1-2 Beautiful Airy Matte” ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cute Press จะเห็นได้ว่าชื่อจะเหมือนกันกับเจ้ารองพื้น 1-2 Beautiful Airy Matte” แต่บอกให้รู้เลยว่า เบอร์สีของรองพื้นกับของคุชชั่นเค้าไม่ตรงกันซะทีเดียวนะ

คุชชั่นเบอร์ 01 Light Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 02 Light Beige
คุชชั่นเบอร์ 02 Sand Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 03 Sand Beige
คุชชั่นเบอร์ 03 Medium Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 04 Medium Beige
หรือพูดง่ายๆ ว่าให้ดูตรงชื่อสี จะได้เลือกสีได้ตรงกับสีผิวของตัวเรา

ตัวนี้เค้าเป็นคุชชั่นเนื้อแมทท์ ที่ให้การปกปิดดีพอสมควรเลย ถึงจะเป็นเนื้อแมทท์ แต่ไม่ได้รู้สึกหนักผิว รู้สึกสบายผิว ผิวได้หายใจ

ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้าด้วยคุชชั่นตัวนี้ก็จะประมาณนี้แหละ วันนี้มีไปอยุธยาด้วย พาไปทดสอบประสิทธิภาพกลางแดดร้อนๆ ที่อยุธยากัน

ที่อยุธยาวันที่ก้อยไป ทั้งร้อน ทั้งฝนตกชื้นๆ ถ่ายให้ดูหน้าตอนเวลาประมาณ 15.30 น. ผ่านมาประมาณ 7-8 ชั่วโมง (แต่งหน้าตอน 8 โมงเช้า) ความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าน้อยมากเลย แต่แอบมีคราบเล็กๆ บริเวณร่องจมูกและรูขุมขนตรงสันจมูกเชื่อมกลางหน้าผากเล็กๆ และบริเวณหน้าผาก แต่โดยรวมผิวก็ยังดูโอเคอยู่นะคะ

ต้องบอกว่า 8 ชั่วโมงกับอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดเวลาที่อยุธยา แล้วเมคอัพยังแน่นเบอร์นี้ ก็ถือว่าเก๋แล้วนะ  ชอบที่มันคุมมันดี และให้ความรู้สึกสบายผิวนี่แหละ ใครสนใจอยากลองใช้ก็แนะนำให้ไปลองเล่นที่ช็อปเทียบสีผิวดูนะจ๊ะ

เคลียร์รอยสิวด้วย BK Acne Expert Bright | KoiOnusa

01.png

จริงๆ ก้อยเคยแนะนำสั้นๆ เป็นมินิรีวิว ไปแล้วเนอะ ว่าคนเป็นสิวอยากให้ลองใช้เซรั่มลดสิวและเอสเซ้นต์ลดรอยสิวของ BK นี่ก้อยเองก็ใช้ BK มาตั้งแต่เค้าดังพวกมาสก์สิวในช่วงแรกๆ เลยได้ทดลองใช้สินค้าของเค้าอยู่หลากหลายอัน

02.png

วันนี้อยากพูดถึงเอสเซ้นต์ลดรอยสิวตัวนี้หน่อย BK Acne Expert Bright ก้อยว่ามันทำงานได้ดีเลยนะ เมื่อใช้ร่วมกับตัว BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ต้องบอกก่อนว่าก้อยใช้ตัวเซรั่มลดสิวเค้ามาอยู่ก่อนแล้ว พักนึงนะ ยิ่งช่วงก่อนนี้ที่แพ้แชมพู เป็นช่วงสิวเห่อๆ นี่เลยหยิบมาใช้ทั้งตัวลดสิวและตัวลดรอยสิวเลย เราชอบที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีน้ำหอม เขียนชัดเจนตัวโตอยู่หน้าซอง แค่นี้ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาแล้ว

03.png

แต่ขอพูดถึงแต่ตัวลดรอยสิวหน่อยแล้วกัน ตัวนี้เนื้อเอสเซ้นต์เค้าจะเป็นสีขาวขุ่นเลย ตอนแรกก้อยนึกว่าเนื้อเค้าจะเป็นครีมหนักผิว แต่เมื่อเกลี่ยแล้วเนื้อบางเบามากกกก ซึมผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ก้อยทดลองใช้ทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ทาทั่วหน้าค่ะคุณผู้ชม 5555+ เพราะทายังไงๆ ก็ยังไม่หมดซองซักที วันไหนขี้เกียจๆ ก็ผสมกับตัวเซรั่มลดสิว ทาไปเลยทีเดียวพร้อมๆ กัน >.< อันนี้พูดจริง ฮ่าาา

04.png

ความประทับใจของเราคือ ก้อยมีรอยสิวบริเวณนี้มานานแล้วค่ะ คือไม่หายซักที เพราะบอกตามตรงว่าไม่ได้ใช้ครีมอะไรทาลดรอยสิว อาจจะขี้เกียจด้วยส่วนนึง นี่ก้อยทดลองใช้ตัวนี้ทาบริเวณนี้ดูพักใหญ่ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่ากี่วันนะ มาดูอีกทีรอยสิวตรงนี้จางลงไปจนแทบจะไม่เห็นแล้วล่ะ นี่เลยแค่อยากจะมาบอกต่อ ว่าซองจิ๋วๆ แค่นี้ ประสิทธิภาพไม่ใช่เล่นเลยนะจ้ะ

 

05.png

นี่ก็แค่อยากมาบอกต่อน่ะ ว่าหากยังไม่มั่นใจว่าอะไรใช้ดีไม่ดี เค้าก็จะมีพวกครีมซองราคาย่อมเยาว์ขาย ซื้อมาใช้ขำขำไม่กี่บาทดูก่อนก็ได้นะ ถ้าถูกใจใช้หมดแล้วค่อยขยับไปซื้อไซด์จริงก็ได้ แบบซองนี่มีขายใน 7-11 ทุกสาขานะ ลองไปจับๆ ส่องๆ กันดู ถูกและดีมีอยู่จริง

01.png

เซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วนที่ไม่ได้ทาได้แค่ฝ้า ทดลองทารอยสิวดำๆ เป็นยังไงมาดูกัน!!!

ปัญหาเรื่องสิวว่ากวนใจแล้ว เรื่องจุดด่างดำ รอยดำจากสิวนี่ก็ทำให้เราหนักใจได้ไม่แพ้กัน ใช่มิ!!!
วันนี้ก้อยลองหยิบเจ้าตัว KA Expert Anti Melasma Serum มาใช้ในช่วง 1 เดือนก่อน เค้าเป็นเซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วน แต่ก้อยไม่มีฝ้านะ นี่เลยลองเอามาทาพวกรอยดำจากสิวดู น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน เพราะเค้าเขียนหน้ากล่องไว้ว่าช่วยให้พวกฝ้า กระ  ดูจางลง ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น พออ่านคุณสมบัติหลังกล่องแล้ว เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% แถมยังมีสารสกัดออร์แกนิคจากว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไปอีก เลยจะช่วยเรื่องการฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอ ให้ชุ่มชื่นขึ้นด้วย แค่อ่านส่วนประกอบก็ยิ่งอยากลองแล้ว
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นเนื้อสีขาวขุ่นแต่มีความใสอยู่ตามสไตล์เซรั่ม ดมกลิ่นใกล้ๆ ไม่ค่อยได้กลิ่นเลยนะ และตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่ม เนื้อของเค้าคล้ายๆ กับการทาว่านหางจระเข้เลยล่ะ ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ผิว ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
ก้อยตั้งใจทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำจากสิว ทาอย่างจริงจังเช้า-เย็น ประมาณ 14 วันก็ได้ผลลัพธ์แบบนี้ รอยดำจากสิวจางลงไปเยอะมากกกกกก จางเร็วมากด้วย ใช้จนสิวใหม่ขึ้นมาแล้วเนี่ย 5555+ แต่รอยดำจางลงจริงๆ โดยที่รูปไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย
นี่ก็แฮปปี้มากอยู่นะที่รอยดำจางไวขนาดนี้ ก้อยไม่ทันถ่ายตอนครบ 7 วันไว้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงวันที่ 12-13 แล้วล่ะว่าควรถ่าย After ไว้ซักหน่อย พอเอารูปมาเทียบกันคือเห็นเลยว่าแตกต่างชัดเจน ถือว่าเลิศอยู่นะ สำหรับตัวก้อยเองคือเห็นผลจริงๆ และยังคงใช้จนหมดหลอดแน่ๆ ตัวนี้จะเป็นขนาด 15 กรัมนะ ราคา 189 บาท  ราคาเป็นมิตรมากหาได้ตามร้านขายยาหรือในร้านบิวตี้อย่าง EVEANDBOY ก็มีวางขายแล้ว แต่หากใครอยากทดลองใช้ด้วยงบน้อยๆ ก่อน เค้าก็มีแบบซองขายขนาด  7 กรัม 49 บาทเอง มีที่ Family Mart กับ Lawson ก้อยว่าหนึ่งซองกับจุดด่างดำเล็กๆ ก็ใช้ได้นานอยู่นะ แต่จะให้ดี ทาทั้งหน้าเลยก็ได้ ผิวจะได้กระจ่างใสและชุ่มชื่นทั่วๆ กัน สำหรับคนที่เป็นฝ้าอยู่คงต้องใช้กันยาวๆ แนะนำแบบหลอดเลยจะดีกว่า ยังไงใครที่มีปัญหาฝ้าอยู่ลองเอาตัวนี้ไปลองดู ด้วยปัญหาฝ้าอ่ะเนอะ ต้องหาแบรนด์ที่น่าเชื่อถือหน่อย ไม่งั้นถ้าใช้ไม่ถูกนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังอาจจะลามแล้วผิวบางขึ้นจนแก้ไม่หายก็ได้

ทดลองใช้ Sleeping Pack 5 วันรู้เรื่อง | KoiOnusa

ได้โอกาสลอง item ครีมซองอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นของ Merrezca ซึ่งก้อยเคยคิดว่าเค้าทำแต่พวกเครื่องสำอางสีสันเพียงอย่างเดียว นี่เพิ่งรู่ว่าเค้าทำสกินแคร์ด้วย

ก้อยได้ลองใช้ Pure Natural Sleeping Pack 2 สูตรด้วยกันคือ Green Tea และ Mix Berry ซึ่งเป็นมาสก์แบบไม่ต้องล้างออก ทาผิวหน้าแล้วนอนได้เลย ชอบสัมผัสเวลาจับตัวซองจัง มันไม่ใช้พลาสติกมันๆ แบบครีมซองทั่วไป มันด้านๆ หน่อย ดูดีทีเดียว

ตัวแรกเป็นสูตร Green Tea สูตรนี้เหมาะสำหรับคนมีสิวค่ะ เพราะเค้าเคลมไว้ว่าช่วยลดการอักเสบของสิว ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ดูเนียนขึ้น ในส่วนผสมหลังซองเค้ามีใส่ Salicylic Acid เป็นตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว อันเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าจะเป็นเนื้อเจลสีใสๆ ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นเลย พยายามดมแล้วมันหอมอ่อนๆ อ่อนมากกก

ก้อยทาพอกไว้บริเวณที่เป็นสิวโดยเฉพาะค่ะ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นสิวเม็ดเบิ้มอยู่พอดี ผ่านไป 5 วันก็จะได้ผลลัพธ์ประมาณนี้ หัวหนองหายไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าหายไปได้ยังไง ยุบหรือหลุด แต่ที่แน่ๆ ก็เกิดจากการทาตัว Green Tea ตัวนี้ตัวเดียว

ต่อมาเป็นตัว Mix Berry ชื่อก็บอกอยู่แล้งว่าเป็นการรวมเบอร์รี่เข้าหลากหลายตระกูล ซึ่งในซองนี้เค้าใส่สารสกัดจากเบอร์รี่เข้าไป 4 ชนิด เต็มไปด้วยวิตามิน A, C และ E ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่น ดูผิวสุขภาพดี ตัวนี้เนื้อเค้าจะเป็นสีขาวขุ่น มีกลิ่นมากกว่า แต่ก็ยังถือว่าอ่อน และหนืดกว่าตัวแรกเล็กน้อย

ซึ่งก้อยก็ใช้ทาตัวเดียวทั่วใบหน้า เราก็จะได้ผิวชุ่มๆ แบบนี้

เทียบให้เห็นช่วงผิวก่อนนอนว่ามันดูแห้งแค่ไหน กับผิวที่ตื่นนอน มันดูโกลว์ ดูชุ่มชื่น ดูอิ่มน้ำกว่าเยอะเลย

ลืมบอกไปว่า ทั้ง 2 ตัวที่ก้อยทดลองใช้ มันให้ความรู้สึกค่อนข้างสบายผิว ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว แต่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวอยู่ มีน้ำหอมเล็กน้อยนะ แต่ก้อยใช้ได้ไม่เห็นอาหารแพ้ใดๆ (ปล.ปกติเป็นคนผิวแพ้ง่าย) เห็นว่ามีจัดโปรโมชั่นอยู่ที่บิวเทรียม 2 ชิ้นราคา 118 บาท เผื่อใครอยากลองนะ

โลชั่นน้ำหอมใช้แล้วเนื้อหอมมมม แถมผิวกระจ่างใสเนียนนุ่ม น่ารักสดใสสไตล์ซัมเมอร์ | KoiOnusa

หากอยากเป็นสาวเนื้อหอม ก้อยอยากให้เพื่อนๆ ได้ลองใช้โลชั่นของ Malissa Kiss เพราะจุดเด่นของเค้าคือ กลิ่นหอมในโลชั่นของเค้า ก้อยเคยลองใช้แล้วรู้สึกว่าโลชั่นของเค้าหอมเหมือนใช้น้ำหอมยังไงยังงั้นเลย

 ตอนนี้เค้ามีโลชั่นน้ำหอมซีรี่ย์ใหม่มาวางขาย Malissa Kiss Whitening Perfume Lotion & Mist มีทั้งโลชั่น และสเปรย์น้ำหอม ซึ่งให้กลิ่นหอมแบบ Tropical Summer ออกกลิ่นแนวสดชื่น สดใส มีชีวิตชีวา แค่เห็นแพกเกจก็รู้สึกร่าเริงขึ้นมาซะงั้น ฮ่าาา

เนื้อโลชั่นของเค้าค่อนข้างชุ่มชื่นดี ซึมดี เพราะเนื้อค่อนข้างบางเบา ไม่ทิ้งความหนักผิวไว้ให้รำคาญใจ เค้ามีทั้ง Vitamin E และ Ceramide ที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน และช่วยให้ผิวกระจ่างใสเพราะมี Arbutin สรุปเลยคือ เราจะเป็นสาวผิวหอมที่มีผิวขาวนุ่มนวลชวนสัมผัส เป็นผิวในฝันของก้อยเลยนะเอาจริง เค้าเคลมว่าหอมติดทนยาวนาน 8 ชม. ด้วยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราอยู่นะ ทั้งเนื้อบางเบา และกลิ่นหอมติดทน ระหว่างวันใครอยากเพิ่มความ Fresh  จะพกสเปรย์ไปฉีดระหว่างวันก็ได้นะ เพิ่มความมั่นใจไปเลยตลอดวัน

เรามาดูแต่ละสูตรดีกว่า ว่ามีกลิ่นแตกต่างกันยังไงบ้าง

 🧡Happy Sunday สูตรสีส้ม
กลิ่นออกแนวสดใสน่ารัก ให้นึกถึงกลิ่นของผลไม้เขตร้อนที่ให้ความรู้สึกไปในแนวเด็กผู้หญิงวัยรุ่นที่มีความสดใส ร่าเริง แต่มีความแก่นเซี้ยวเบาๆ ซุกซนน่ารักตามประสาเด็กผู้หญิงอะไรประมาณนั้น ก้อยว่าเป็นกลิ่นแรกๆ ที่สาวๆ น่าจะเลือกใช้ เพราะเป็นกลิ่นที่เข้าถึงง่ายสุด

 💙 Fresh Escape สูตรสีฟ้า
สูตรนี้เป็นกลิ่นของสาวที่มั่นใจ มีสเน่ห์ น่าค้นหา กลิ่นออกไปในแนวดอกไม้ป่า ให้นึกถึงภาพผู้หญิงที่ดูนิ่งๆ แต่ยิ้มแล้วโลกสดใส ใจละลายตามแม้จะไม่ได้ขยับตัวทำอะไร

 💛 Cozy Beach สูตรสีเหลือง
สูตรนี้เป็นกลิ่นของสาวอบอุ่น แนวดอกมะลิ ที่กลิ่นนุ่มนวล ได้กลิ่นแล้วรู้สึกถึงความสบาย รู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนอยู่ใน Comfort Zone เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย

ก้อยชอบสีส้มสุด เข้ากับบุคลิคเลย เป็นคนสดใสร่าเริง ยิ้มง่าย เข้ากับคนง่าย และเอาจริงๆ ก้อยเข้าถึงง่ายนะ ถ้าใครรู้จักก้อยจริงๆ จะรู้ว่าเราสนิทกับคนง่ายมาก และให้ใจกับเพื่อนใหม่ง่ายมากเลย เลยรู้สึกว่าเข้ากับโลชั่นสูตร Happy Sundae สุด และเราแอบเกิดวันอาทิตย์ด้วย 55555+ อันนี้คือโยงเข้าเอาเอง ไม่เกี่ยวละเนอะ ชอบเพราะกลิ่นเค้าเข้าถึงง่าย ใช้ง่าย และหอมนานด้วย ก้อยพกสเปรย์สูตรเดียวกันติดรถแฟนไว้ด้วยนะ เผื่อวันไหนไปงานอะไรที่สำคัญๆ ก็เพิ่มความหอมสดชื่นให้กับตัวเองได้แบบง่ายๆ บนรถเลย 🙂

ใครสนใจ ไปตำกันได้นะคะ ทั้ง 3 กลิ่นมีวางขายแล้วที่วัตสันทุกสาขาค่า

Lotion ราคา 289 บาท ส่วนตัว Mist ราคา 199 บาทนะคะ ^^

กลิ่นหอมแพง ราคาน่ารักแบบนี้ สาวๆ ต้องมีแล้วน้า