มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ มาสก์เกาหลีต้องนีล! | KoiOnusa

01.png

สาวๆ คนไหนชื่นชอบการมาสก์หน้าเป็นชีวิตจิตใจบ้าง ก้อยล่ะคนนึง มีมาสก์ตุนไว้ในกรุมากมาย มาสก์หน้านี่มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคานะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สิ้นเปลืองอยู่ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย มาสก์บางตัวราคาแพงเว่อร์หลักร้อย จะให้ใช้ครั้งเดียวแล้วโยนลงถังขยะเลยก็รู้สึกหน่วงๆ ใจ เสียดายตังค์

03.png

ก้อยเลยอยากนำเสนอมาสก์ถูกแต่ดี มีคุณภาพอย่างมาสก์เกาหลี Neil ที่ก้อยใช้แล้วก็รู้สึกทึ่งกับราคาเล็กน้อย เพราะราคาค่อนข้างถูกมาก 19 บาทเท่านั้น (สูตรพรีเมี่ยม 39 บาท) และมีหลายสูตรให้เลือกสรร มีทั้งหมด 13 สูตร แต่ก้อยจะพูดถึง 3 สูตรที่ก้อยได้ใช้

04.png

เริ่มจากสูตรธรรมชาติอย่าง Neil Brighting Mask สูตร Pearl หรือสูตรที่ได้จากสารสกัดจากไข่มุก ดูง่ายๆ จากหน้าซอง เค้ามีรูปหอยและมีไข่มุกอยู่ด้านใน ตามคำเคลมของสูตรนี้คือเค้าจะช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยและบำรุงผิวให้เรียบเนียน ต้องบอกว่าเป็นมาสก์ราคา 19 บาท ที่ให้แผ่นมาสก์มาแบบมีคุณภาพ ก้อยรู้สึกว่าแผ่นมาสก์เค้าไม่บางเท่ากับบางยี่ห้อที่ราคาระดับเดียวกัน อุ้มเนื้อมาสก์ได้ดีทีเดียว เนื้อมาสก์เป็นสีขาวขุ่น ตัวนี้ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นนะ หอมอ่อนมากๆ เวลามาสก์บนผิว แผ่นมาสก์ค่อนข้างใหญ่กว่าใบหน้าก้อยพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ระหว่างมาสก์ 15 นาทีนี้ ก้อยรู้สึกชุ่มชื่นผิวมาก แกะมาสก์ออกมาแล้วนวดตัวมาสก์เข้ากับผิวหน้าจะรู้สึกหนืดๆ ผิวจะชุ่มชื่นยาวนานเลย

05.png

สูตรต่อมาเป็นสูตร Solution อย่าง Pure Vitalizing Mask สูตร Vita Complex Solution มาสก์สูตรนี้หลักๆ เลยคือเค้าจะช่วยให้ผิวเรากระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า ลดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้สิวหายเร็วขึ้น แผ่นมาสก์เค้าคล้ายๆ กับสูตรแรกเลย คือเป็นแผ่นมาสก์ที่ไม่บางมาก ค่อนข้างอุ้มน้ำมาสก์ได้ดี และมีขนาดใหญ่เหมือนกัน สูตรนี้เหมาะมากกับคนวัย 30+ แบบก้อย จะใช้วันเว้นวันก็ยังไม่รู้สึกเสียดายเพราะราคาน่ารัก ตัวเนื้อมาสก์จะมีสีขาวขุ่นกว่ามาสก์ตัวแรกนิดหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ อ่อนมาก ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นเดียวกัน แล้วก็ดึงมาสก์ออก หน้าจะชุ่มฉ่ำมาก จากนั้นก็นวดๆ ตัวเนื้อมาสก์ให้เข้ากับผิวหน้า ผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นมากๆ

06.png

และตัวสุดท้ายสูตรพรีเมี่ยม Premium Platinum Foil Mask Pack สูตรนี้โดดเด่นจากสูตรก่อนๆ มากเลยล่ะ เพราะแผ่นมาสก์ของเค้าแตกต่างจากเพื่อน เป็นสูตรพรีเมียมเพื่อผิวใส เติมเต็มอาหารผิวแบบเร่งด่วน ทั้งช่วยให้ผิวกระจ่างใส ให้ความชุ่มชื่นกับผิว และยังช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยด้วย เรียกว่ามีคุณสมบัติมากมายในสูตรนี้เลยล่ะ แผ่นมาสก์ของรุ่นนี้เค้าจะเป็นฟอยล์ 1 ด้าน และเป็นแผ่นมาสก์สีขาวนุ่มๆ ธรรมดาอีก 1 ด้าน เราต้องใช้ด้านที่เป็นสีขาวแปะเข้ากับหน้าเรา แล้วหันด้านฟอยล์ออก ตัวมาสก์แนบสนิทกับหน้าดีเลยล่ะ ไม่เลื่อนหลุดง่าย และมีขนาดพอดีกับหน้าก้อยเลย ไม่ใหญ่มากเหมือนมาสก์ 2 ตัวแรก ตัวนี้กลิ่นค่อนข้างชัดเจนนะ กลิ่นหอมลอยออกมาเลย ตัวเนื้อมาสก์เป็นสีใสเลย แตกต่างจากมาสก์ 2 ตัวแรกชัดเจน มาสก์แล้วรู้สึกชอบแผ่นมาสก์ของเค้ามากเลย ถึงจะเป็นฟอยล์ แต่มาสก์กลับบางเบามาก และอยู่ติดกับหน้าไม่หลุดง่ายเลย ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นกัน แกะมาสก์ออกมาแล้วก็ใช้มือนวดๆ ให้มาสก์ซึมเข้าผิวหน้า ผิวจะชุ่มชื่นตลอดคืนหรือตลอดวันเลย

07.png

ย้ำนิดตรงนี้หน่อย พอเรามาสก์หน้าเสร็จตอนผิวเรายังชุ่มๆ อยู่ อย่าลืมนวดผิวหน้าให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าผิวหน้าของเราด้วยล่ะ เราจะได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์เค้าอย่างเต็มที่

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ ยกให้ Neil เค้าไปเลย ราคาน่ารักมากกกกก ใช้บ่อยได้โดยไม่ต้องเสียดายตังค์ทีหลังเลย และตอนนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่นสนุกแจกผ้าปิดตา 2,000 ชิ้นด้วย โดยสามารถร่วมกิจกรรมด้วยการไปที่หน้าเพจนี้>> https://www.facebook.com/NeilCosmeticsbyPolla << แล้วกด Like+Share แบบสาธารณะ จากนั้นก็แคปหน้าจอเป็นหลักฐานมาคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ พร้อม Tag เพื่อนมาอีก 3 คน และติด #งานหนักก็พักก่อน #มาสก์หน้าเกาหลีต้องนีล สำหรับ 2,000 ท่านแรกก็จะได้รับผ้าปิดตาไปเลยอย่างง่ายดาย แต่สำหรับใครที่กลัวจะเล่นไม่ทัน เพียงแค่ซื้อมาสก์นีลสูตรธรรมชาติหรือสูตรโซลูชั่น 3 ชิ้น หรือสูตรแพลตินัม 2 ชิ้น ก็รับไปเลย ผ้าปิดตา 1 ชิ้นทันที

(ร้านค้าที่ร่วมโปรโมชั่น Eveandboy,MultyBeauty,Beautrium,Cosmo

Beaute , Hej Street Beauty)

**นึกถึงมาสก์เกาหลี ต้องนึกถึงมาสก์นีลนะ**

01.png

เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้

รองพื้นตัวเดียวจบ ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปด้านบนได้เลย

01.png

ชีวิตประจำวันของสาวๆ ในยุคนี้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น แต่ถึงเราจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากแค่ไหน สาวๆ ก็ยังคงห่วงเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ แต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเนี่ยก็มีเยอะเหลือเกิน จะดีแค่ไหนถ้าเรามีรองพื้นดีๆ ที่ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ได้

02.png

ถ้ากำลังมองหารองพื้นดีๆ สักตัว ที่มีทั้งครีมบำรุงและครีมกันแดด และช่วยให้ผิวดูสวยแบบธรรมชาติ ต้องลองใช้รองพื้น Lena ดูซักครั้ง รองพื้นแม่แอน อลิชา เค้าเป็นรองพื้นเนื้อแมทท์ ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวระหว่างวันมากเลยนะ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่ดูเป็นรองพื้นที่หนาจนเกินไป เป็นงานผิวที่ยังคงปกปิดได้ กันเหงื่อได้ดีเลย เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมาก

03.png

รองพื้นเค้ามี 3 เฉดสีนะ ส่วนตัวก้อยใช้สี LN15 สำหรับผิวขาวอมชมพู เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็นเนื้อที่คล้ายๆ เซรั่ม ไม่หนักผิว บางเบา เกลี่ยง่ายมาก แนะนำว่าให้ใช้นิ้วของเราเนี่ยแหละเกลี่ย จะได้ความปกปิดที่ดีในระดับนึง ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ย ก้อยว่ามันจะบางไป

04.png

ก้อยให้ดูความปกปิดของมันนะ ถือว่าปกปิดพวกรอยเล็กๆ ได้ แต่พวกสิวเม็ดเป้งๆ หรือรอยสิวชัดๆ ยังปิดไม่เนียนเท่าไหร่ ยังคงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย

05.png

แต่ที่แน่ๆ ก้อยชอบงานผิวหลังจากใช้รองพื้นของเค้ามากเลย ผิวดูกระจ่างใส ดูเป็นผิวเราที่ดูดีขึ้นและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวในชีวิตประจำวัน บางวันอยากได้ลุคสบายๆ ก็ลงแค่รองพื้นตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องลงแป้งตามก็ได้ ที่สำคัญมีตัวบำรุงที่ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นผิว และมีกันแดด SPF 50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดด้วย

06.png

ก้อยใช้รองพื้นเค้าตั้งแต่ช่วง 9.00 น. โมง จนตอนนี้ 16.00 น. ก็จะมีความมันเกิดขึ้นมาพอสมควร มีคราบเล็กน้อยหลุดลอกตรงบริเวณรอบๆ มุมจมูก หน้านี้คือผ่านฝนตกพร่ำๆ อากาศร้อนชื้นมากๆ โดยฝนปรอยๆ ด้วยนะ

07.png

ก้อยว่าเนื้อรองพื้นของเค้าไม่ใช่รองพื้นเนื้อแมทท์ที่ให้ความปดปิดจนอึดอัดผิว แต่เป็นรองพื้นที่ช่วยปกปิดแต่ยังให้ผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ เราสามารถใช้แบบตัวเดียวจบได้เลยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

01.png

 

ลองคุชชั่นใหม่ Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte แบบอากาศร้อนชื้น รอดหรือไม่!! | KoiOnusa

มาลองของใหม่อีกแล้วล่ะ หลังจากที่เคยใช้ตัว BB ของ Cute Press ไปครั้งก่อน ก้อยก็ยังคงใช้อยู่ แต่อยากลองหันมาใช้ตัวคุชชั่นของเค้าบ้าง เพราะเค้าเพิ่งออกใหม่ ดูน่าสนใจดี บางทีก็ชอบใช้คุชชั่นแต่งหน้าเพราะก้อยรู้สึกว่าสะดวก รวดเร็วกว่าการทารองพื้นหรือ BB Cream มีพัฟมาให้พร้อม ไม่ต้องคิดว่าจะใช้มือ ใช้แปรง หรือใช้ฟองน้ำเกลี่ยดี

ขอพูดถึงเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Cushion Foundation SPF 50+ PA+++ คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press แบรนด์ไทยที่ก้อยว่าหลังๆ เค้าทำคุณภาพและอิมเมจแบรนด์ได้น่าสนใจมาก ดูแค่แพ็กเกจตัวนี้ก็รู้สึกอยากหยิบมาใช้แล้ว สีสันน่ารัก ตลับแข็งแรง

เปิดตลับมาด้านในจะเป็นแบบนี้ เจอพัฟสีขาว 1 ชิ้น

พัฟเค้าไม่บางไม่หนา เนื้อสัมผัสนุ่ม แตะเนื้อคุชชั่นขึ้นมาได้ดีเลยล่ะ

ส่วนด้านในเนื้อคุชชั่นก็จะเป็นคุชชั่นที่อยู่ในฟองน้ำแบบนี้

ที่สำคัญ มีรีฟีลมาให้ด้วยนะ 1 ชิ้น แฮปปี้มากกกกกก

คุชชั่นรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สีนะ เบอร์ 01 Light Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาว เบอร์ 02 Sand Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลืองหรือโทนผิวสีกลางๆ แบบคนเอเชีย และเบอร์ 03 Medium Beige สำหรับคนผิวเข้มขึ้นมาหน่อย เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น เบา ไม่หนักผิว

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชื่อรุ่นของเจ้าคุชชั่นตัวนี้คือ  “1-2 Beautiful Airy Matte” ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cute Press จะเห็นได้ว่าชื่อจะเหมือนกันกับเจ้ารองพื้น 1-2 Beautiful Airy Matte” แต่บอกให้รู้เลยว่า เบอร์สีของรองพื้นกับของคุชชั่นเค้าไม่ตรงกันซะทีเดียวนะ

คุชชั่นเบอร์ 01 Light Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 02 Light Beige
คุชชั่นเบอร์ 02 Sand Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 03 Sand Beige
คุชชั่นเบอร์ 03 Medium Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 04 Medium Beige
หรือพูดง่ายๆ ว่าให้ดูตรงชื่อสี จะได้เลือกสีได้ตรงกับสีผิวของตัวเรา

ตัวนี้เค้าเป็นคุชชั่นเนื้อแมทท์ ที่ให้การปกปิดดีพอสมควรเลย ถึงจะเป็นเนื้อแมทท์ แต่ไม่ได้รู้สึกหนักผิว รู้สึกสบายผิว ผิวได้หายใจ

ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้าด้วยคุชชั่นตัวนี้ก็จะประมาณนี้แหละ วันนี้มีไปอยุธยาด้วย พาไปทดสอบประสิทธิภาพกลางแดดร้อนๆ ที่อยุธยากัน

ที่อยุธยาวันที่ก้อยไป ทั้งร้อน ทั้งฝนตกชื้นๆ ถ่ายให้ดูหน้าตอนเวลาประมาณ 15.30 น. ผ่านมาประมาณ 7-8 ชั่วโมง (แต่งหน้าตอน 8 โมงเช้า) ความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าน้อยมากเลย แต่แอบมีคราบเล็กๆ บริเวณร่องจมูกและรูขุมขนตรงสันจมูกเชื่อมกลางหน้าผากเล็กๆ และบริเวณหน้าผาก แต่โดยรวมผิวก็ยังดูโอเคอยู่นะคะ

ต้องบอกว่า 8 ชั่วโมงกับอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดเวลาที่อยุธยา แล้วเมคอัพยังแน่นเบอร์นี้ ก็ถือว่าเก๋แล้วนะ  ชอบที่มันคุมมันดี และให้ความรู้สึกสบายผิวนี่แหละ ใครสนใจอยากลองใช้ก็แนะนำให้ไปลองเล่นที่ช็อปเทียบสีผิวดูนะจ๊ะ

รักษาสิวง่ายๆ ใช้ได้ผลจริง แค่เปลี่ยนพฤติกรรม + แนะนำสกินแคร์ลดสิว ลดรอย จ่ายไม่แพง | KoiOnusa

ก้อยเชื่อว่าทุกคนเคยเป็นสิว จะสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ ต้องเคยประสบกันมาหมดแล้วแหละ แต่จะมีมากมาน้อยก็แตกต่างกันออกไป อย่างก้อยเองมักจะเป็นสิวผดผื่น และสิวอุดตัน เพราะแต่งหน้าบ่อยและแพ้ง่าย สิวอักเสบมีบ้างประปรายตามระดับฮอร์โมนในช่วงนั้น

วันนี้ก้อยขอพูดถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ก้อยลองเปลี่ยนตัวเองในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แล้วมันใช้ได้ผลจริงๆ กับตัวก้อยเอง รวมถึงมาแนะนำพวกไอเทมสิวๆ เหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องสิว ก้อยใช้จริงๆ อินจริงๆ แต่ในงบจ่ายง่าย จ่ายไม่แพง เพราะเชื่อว่านักเรียน นักศึกษาทุกคนมีปัญหาเรื่องสิว และหาวิธีจัดการอยู่ เพราะก้อยเองก็เคยผ่านช่วงวัยเบี้ยน้อยหอยน้อยมาอ่ะนะ

เริ่มจากเหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ก้อยใช้จริงๆ คัดมาแล้วว่ามันได้ผลกับผิวเราจริงๆ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าก้อยไม่ได้ใช้สกินแคร์สิวๆ ตลอดทุกวันนะ ก้อยเลือกใช้ในช่วงที่ก้อยเป็นปัญหาผิวตามสรรพคุณของสกินแคร์ โดยเฉพาะช่วงเป็นสิว จะใช้สกินแคร์ไม่มาก ไม่อยากทำให้ผิวระคายเคือง แล้วยิ่งช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ที่ก้อยแพ้แชมพูจนสิวผุดเต็มหน้า มีเจ้าสกินแคร์ตัวเด็ดๆ เหล่านี้แหละที่ก้อยใช้จริงแล้วมันเวิร์คจริงๆ
1. Acne Aid Liquid Cleanser
เริ่มจากโฟมล้างหน้ากันก่อนเลย ก้อยจะเลือกใช้สูตรที่เหมาะกับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าเพิ่งหันมาลองใช้เจ้าตัวนี้ เพราะ Ziiit ที่ก้อยใช้เป็นโฟมล้างหน้าที่ช่วยเรื่องสิวโดยเฉพาะมันหมดแล้ว นี่เลยลองหยิบตัวนี้ขนาดเล็กมาใช้ ราคาประมาณหนึ่งร้อยบาท ถูกมาก โฟมล้างหน้าตัวนี้เนื้อสีขาวขุ่น เนื้อเหลว ล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดผิวหน้าดี ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงหรือระคายเคือง เพราะเค้ามีค่า pH ที่สมดุลกับผิวค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหน้าด้วย
2. Benzac
ขาดไม่ได้เลยตัวนี้ เป็นตัวที่ทาหลังล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบ เค้ามีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อสิว ช่วยให้สิวหลุดออกจากตุ่มสิว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแ ละยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วยนะ ก้อยทาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ข้อดีอีกอย่างนึงที่ทาตัวนี้เป็นประจำคือ เมื่อเราไปกดสิว เค้าจะกดสิวอุดตันของเราออกมาได้ง่ายมากๆ ไม่เจ็บ และแดงน้อยมาก

 3. Clinda M
ต้องบอกว่าเมื่อเห็นตุ่มสิว จะต้องนึกถึงเพียงแค่ตัวนี้จริงๆ ใช้มาเป็นสิบๆ อันแล้ว เค้ามีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ Clindamycin Hydrocloride ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเป็นสิวที่มีหัวหนองหน่อยๆ ก้อยทาเพียง 2-3 คืน สิวก้อยก็แห้งแล้ว แต่ถ้าเป็นสิวหัวแดงๆ ไม่เห็นหัวหนอง อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย อย่าล่าสุด ก้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าสิวตุ่มแดงนูนจะยุบตัวลง

4. BK Ance Serum Brightening Anti-Pollution 

บอกก่อนว่าสกินแคร์ที่ทาทั้งหน้าช่วงเป็นสิวของก้อยจะใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว แล้วอาจจะไปใช้มาสก์หน้าเลย ซึ่ง 1 อาทิตย์จะมาสก์แค่ 2-3 ครั้ง ที่ก้อยไม่ใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ มากมายนักเพราะไม่อยากให้ผิวระคายเคืองมากจนเกินไป และจะเลือกใช้สกินแคร์ที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน และไม่ทำให้ผิวอุดตัน เลยเลือกใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลย เพราะมันตอบโจทย์ทั้งหมด ก้อยเคยใช้แบบซองมาก่อนนะช่วงเป็นสิว ใช้แล้วรู้สึกว่ามันดีอ่ะ   ใช้เป็นประจำเช้าเย็น เป็นสกินแคร์หลักๆ ไปเลย เพราะใช้ต่อเนื่องแล้วก้อยว่ามันคุมมันได้ดีเลยนะ คนผิวมันอาจจะชอบเหมือนที่ก้อยชอบ พวกสิวผด สิวเม็ดเล็กๆ ที่ชอบขึ้นหยุ๋มหยิ๋มๆ มันลดลง อย่างก้อยผิวแพ้ง่าย มีสิวเม็ดเล็กๆ เป็นผดง่าย ตอนนี้ผิวเรียบขึ้นเยอะ ขนาดเป็นประจำเดือนยังไม่ค่อยมีสิวเลย ใครเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายลองใช้ดู เนื้อใสๆ ไม่มีกลิ่น นอกจากมันจะช่วยลดสิวอักเสบ สิวผดจากสารสกัดใบบัวบกได้แล้ว ที่มันช่วยคุมมันเพราะมี Zinc PCA ทาผิวไปไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว ซึมเร็วมากกกกก ไม่เหนอะเลย แต่งหน้าได้เลย โดยไม่ต้องกลัวรองพื้นเป็นคราบ แต่ในความซึมไวของเค้ามันก็ยังคงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ด้วยสารสกัดผลมะกอกถั่วเหลือง เห็นว่าช่วย Anti-Pollution ปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ ด้วย พวกฝุ่นละอองมันอันตราย เป็นบ่อเกิดของสิวเลยแหละ

5. KA Expert Anti Melasma Serum
ตัวนี้ก้อยจะทาแค่บริเวณที่เป็นรอยสิว พอสิวหายปุ๊บ ก้อยทาปั๊บ ทาตอนมีรอยสิวใหม่ๆ เนี่ยแหละ รอยสิวดำๆ ของเราจะได้หายง่ายขึ้น บอกก่อนว่าก้อยเพิ่งมาเริ่มใช้ตัวนี้ได้ประมาณเดือนนึงนะ แล้วมันได้ผลจริงๆ ประมาณ 14 วันรอยดำมันจางลงจริงๆ จริงๆ เค้าเขียนว่าเป็นเซรั่มทาฝ้า ก้อยไม่มีฝ้านะ แต่สะดุดตรงเค้าเขียนว่าเป็นสูตรเร่งด่วน หน้าดูดีภายใน 7 วัน นี่เลยลอง!! เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% ทำงานร่วมกับ INNO MelanoOff ซึ่งจะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี มันช่วยกู้ส่วนที่หมอง เป็นรอยดำๆ ด่างๆ ให้กระจ่างใสขึ้นจริงๆ นะ พิสูจน์มาแล้ว แต่ของก้อยเอง ประมาณ 14 วันนะ ถึงเห็นผลชัดเจน รอยดำจางไปเยอะมากจริงๆ ขยันๆ ทาหน่อยนะตัวนี้ ทาเช้า ทาเย็น ถ้าไม่ได้แต่งหน้า ก็ทาระหว่างวันด้วยก็ได้

6. Leaders Clinic Regrneration Mask
ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ชีทอันดับ 1 ที่ครองใจเราในสายของการช่วยให้รอยดำจากสิวจางลง ใช้มาเป็นสิบๆ แผ่น น่าจะถึงร้อยแล้วมั้ง เวลาที่มีรอยสิวน่ารำคานใจ จะต้องแกะน้องคนนี้ออกมากอบกู้ตลอดๆ เพราะมันช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงจริงๆ รวมถึงช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน ผิวสุขภาพดีด้วย เค้ามีสารสกัดจากเมือกหอยทาก ช่วยบำรุงผิวให้ริ้วรอยจางลงด้วยนะ แต่หลักๆ ของก้อยแล้วคือ ให้เค้ามาช่วยเรื่องรอยดำจากสิวของเรามากกว่า มาสก์หน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหลังทาเซรั่มลดสิวของ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ด้านบน มันจะยิ่งช่วยให้สกินแคร์ในเนื้อมาสก์อันนี้ซึมเข้าผิวได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่ก้อยบอกว่าช่วงเป็นสิวจะใช้สกินแคร์ทาหน้าน้อยมาก หลักๆ ก็จะใช้แค่นี้จริงๆ เรียกว่าน้อยมากนะ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ทาทั่วใบหน้า จะมีแค่ 1 ตัวหลักๆ คือ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ที่มาช่วยลดสิว คุมความมัน และใช้ มาสก์หน้า Leaders Clinic Regrneration Mask มาช่วยบำรุงผิว ลดรอยดำจากสิวในบางวัน

ต่อมาเป็นพฤติกรรมที่ก้อยทดลองเปลี่ยนตัวเองดูอย่างง่ายๆ

1. ใช้กระดาษทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าใหม่ ซับน้ำบนใบหน้าหลังล้างหน้า

จริงๆ ก้อยรู้มานานแล้ว ว่าต้องใช้ผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดหน้าแยกกัน แต่ก้อยทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะยอมรับว่าไม่มีที่ตากสำหรับผ้าเช็ดหน้าแล้ว แต่เพิ่งลองมาทำอย่างจริงจัง โดยใช้ทิชชู่ใหม่ๆ เนี่ยแหละเช็ดหน้าทุกครั้งหลังล้างหน้า!! เห้ยยย ไม่ได้พูดเล่นนะ ก้อยว่าวิธีนี้ช่วยเรื่องลดสิวได้มากจริงๆ เพราะผ้าขนหนูเนี่ยเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เมื่อนำมาเช็ดหน้า หน้าของเราก็อาจจะเกิดสิวได้ง่ายขึ้น หรือใครใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า บางทีพวกโลชั่นทาตัวที่ติดตามผ้าขนหนู เมื่อนำมาเช็ดหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้าจนเป็นสิวได้ เพราะฉะนั้น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ ชีวิตจะดีขึ้น

2. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกเช้า-เย็น

ก้อยเคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแค่ตอนเย็น หลังล้างเมคอัพ ส่วนในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะไม่เคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเลย เพราะคิดว่าพวกครีมบำรุงยังติดผิวหน้าอยู่ มันคงเป็นประโยชน์กับผิวแหละ แต่ว่า..ถ้าสังเกตดีๆ ผิวตอนตื่นนอนของเราจะมีความมัน อาจจะเพราะจากสกินแคร์ที่เราทาก่อนนอนนี่แหละ ก้อยเลยลองใช้โฟมล้างหน้าด้วยในตอนเช้า รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นกว่าไม่ใช้เยอะเลย เหมือนปลดปล่อยให้ผิวได้หายใจได้เต็มที่ เฟรชขึ้น รู้สึกสบายผิวมาก นี่อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้สิวของก้อยลดลง เพราะเราทำความสะอาดผิวในตอนเช้าก่อนทาครีมบำรุงใหม่ทับถมลงไปในทุกๆ วัน

3. งดส่องกระจกบ่อยๆ

นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมนึงที่ก้อยพยายามทำ เมื่อไหร่ที่เราส่องกระจก เมื่อนั้นเราจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้า และพยายามจับ พยายามบีบ พยายามเค้น คันไม้คันมืออยากแกะอยากเกา บอกเลยว่าส่วนนี้ทำให้เราเกิดสิวและเกิดรอยสิวได้เรื่อยๆ จนเรื้อรัง เพราะเรามัวแต่กังวลใจ ไม่ปล่อยวาง ยุ่งเหยิงจับต้องใบหน้าของเราทั้งวัน จนใบหน้าทั้งช้ำ ทั้งสกปรก ลองงดส่องกระจกบ่อยๆ หรือขยันสังเกตใบหน้าของตัวเองจนมากไปดูนะ ลอฃหันไปทำอย่างอื่นดู

4. พยายามนอนเร็วมากขึ้น

อันนี้ช่วยได้จริงๆ เมื่อไหร่ที่พักผ่อนน้อย เมื่อนั้นสิวถามหาได้ง่ายมาก ก้อยเคยนอนตี3-4 ตื่น 8โมงเช้า ซึ่งถ้านอนติดกัน 3-4 วัน สิวเม็ดเป้งก็จะโผล่ขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนตัวเองให้นอนก่อนเที่ยงคืน ชีวิตดีขึ้นเยอะ ใบหน้าปลอดจากสิวเม็ดเป้งนานขึ้นกว่าตอนนอนดึกมากๆ อีกนะ

5. พยายามไปกดสิวอุดตันออกให้ได้เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง

พวกสิวอุดตันบางหัวหลุดยาก รักษาด้วยตนเองยาก ทิ้งไว้นานๆ อาจจะทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ ให้รำคานใจ ก้อยเองเลยพยายามเก็บเงินวันละ 10 บาท เดือนนึงก็ได้ 300 บาท ใช้เป็นค่ากดสิวในคลีนิค ซึ่งมันได้ผลดีมากๆ เลยนะ ผิวเรียบเนียนขึ้น อาจจะต้องอดทนกับรอยแดงหลังกดสิวซักหน่อย แต่รอยแดงมันจะค่อยๆ ดีวันดีคืน แลกมากับใบหน้าที่เนียนเรียบ นักเรียนนักศึกษางบน้อย ลองเก็บเงินแบบก้อยดู วันละ 10 บาท ชิวๆ เนอะ คำเตือนสำหรับน้องๆ ที่กำลังคิดว่า ทำไมต้องไปเสียเงินให้เค้ากดสิวให้ ก็เพราะถ้าหากเรากดสิวเองโดยไม่มีความชำนาญ ก็อาจจะทำให้หน้าเราพังหนักกว่าเดิม สิวอาจเห่อขึ้นมาอักเสบหนักกว่าเดิม แถมมีรอยสิวดำๆ รักษายากตามมาอีกเป็นพรวน

ก้อยเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ใช้สกินแคร์ที่ใช้แล้วชอบจริงๆ ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ ช่วยลดสิวบนใบหน้าไปได้เยอะ ช่วงนี้ชอบผิวของตัวเองมาก ถึงแม้จะมีรอยแดงบ้าง รอยดำนิดๆ หน่อยๆ หรือมีสิวผดเม็ดเล็กๆ บ้าง แต่สิวเม็ดใหญ่ๆ น้อยมากๆ แทบจะไม่มีขึ้นมาให้เห็น หรือถ้ามีขึ้นมา ก็หายไปไว โดยไม่ต้องพึ่งหมอให้ฉีดสิวให้เลย และสกินแคร์ที่ก้อยใช้ลดสิวทั้งหมดก็ราคาน่ารัก หาซื้อได้ไม่ยาก น้องๆ คนไหนอยากมีหน้าใสๆ สิวน้อยๆ (อยากจะบอกว่าไร้สิว ก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นประจำเดือนทีก็ต้องมีสิวสีกเม็ดทีอ่ะเนอะ) ลองเปลี่ยนพฤติกรรม และหาสกินแคร์เหล่านี้มาใช้ดู นี่ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ เลยอยากมาแชร์ให้เป็นประโยชน์กับทุกคน

เซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วนที่ไม่ได้ทาได้แค่ฝ้า ทดลองทารอยสิวดำๆ เป็นยังไงมาดูกัน!!!

ปัญหาเรื่องสิวว่ากวนใจแล้ว เรื่องจุดด่างดำ รอยดำจากสิวนี่ก็ทำให้เราหนักใจได้ไม่แพ้กัน ใช่มิ!!!
วันนี้ก้อยลองหยิบเจ้าตัว KA Expert Anti Melasma Serum มาใช้ในช่วง 1 เดือนก่อน เค้าเป็นเซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วน แต่ก้อยไม่มีฝ้านะ นี่เลยลองเอามาทาพวกรอยดำจากสิวดู น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน เพราะเค้าเขียนหน้ากล่องไว้ว่าช่วยให้พวกฝ้า กระ  ดูจางลง ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น พออ่านคุณสมบัติหลังกล่องแล้ว เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% แถมยังมีสารสกัดออร์แกนิคจากว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไปอีก เลยจะช่วยเรื่องการฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอ ให้ชุ่มชื่นขึ้นด้วย แค่อ่านส่วนประกอบก็ยิ่งอยากลองแล้ว
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นเนื้อสีขาวขุ่นแต่มีความใสอยู่ตามสไตล์เซรั่ม ดมกลิ่นใกล้ๆ ไม่ค่อยได้กลิ่นเลยนะ และตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่ม เนื้อของเค้าคล้ายๆ กับการทาว่านหางจระเข้เลยล่ะ ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ผิว ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
ก้อยตั้งใจทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำจากสิว ทาอย่างจริงจังเช้า-เย็น ประมาณ 14 วันก็ได้ผลลัพธ์แบบนี้ รอยดำจากสิวจางลงไปเยอะมากกกกกก จางเร็วมากด้วย ใช้จนสิวใหม่ขึ้นมาแล้วเนี่ย 5555+ แต่รอยดำจางลงจริงๆ โดยที่รูปไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย
นี่ก็แฮปปี้มากอยู่นะที่รอยดำจางไวขนาดนี้ ก้อยไม่ทันถ่ายตอนครบ 7 วันไว้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงวันที่ 12-13 แล้วล่ะว่าควรถ่าย After ไว้ซักหน่อย พอเอารูปมาเทียบกันคือเห็นเลยว่าแตกต่างชัดเจน ถือว่าเลิศอยู่นะ สำหรับตัวก้อยเองคือเห็นผลจริงๆ และยังคงใช้จนหมดหลอดแน่ๆ ตัวนี้จะเป็นขนาด 15 กรัมนะ ราคา 189 บาท  ราคาเป็นมิตรมากหาได้ตามร้านขายยาหรือในร้านบิวตี้อย่าง EVEANDBOY ก็มีวางขายแล้ว แต่หากใครอยากทดลองใช้ด้วยงบน้อยๆ ก่อน เค้าก็มีแบบซองขายขนาด  7 กรัม 49 บาทเอง มีที่ Family Mart กับ Lawson ก้อยว่าหนึ่งซองกับจุดด่างดำเล็กๆ ก็ใช้ได้นานอยู่นะ แต่จะให้ดี ทาทั้งหน้าเลยก็ได้ ผิวจะได้กระจ่างใสและชุ่มชื่นทั่วๆ กัน สำหรับคนที่เป็นฝ้าอยู่คงต้องใช้กันยาวๆ แนะนำแบบหลอดเลยจะดีกว่า ยังไงใครที่มีปัญหาฝ้าอยู่ลองเอาตัวนี้ไปลองดู ด้วยปัญหาฝ้าอ่ะเนอะ ต้องหาแบรนด์ที่น่าเชื่อถือหน่อย ไม่งั้นถ้าใช้ไม่ถูกนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังอาจจะลามแล้วผิวบางขึ้นจนแก้ไม่หายก็ได้

ทดลองใช้ Sleeping Pack 5 วันรู้เรื่อง | KoiOnusa

ได้โอกาสลอง item ครีมซองอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นของ Merrezca ซึ่งก้อยเคยคิดว่าเค้าทำแต่พวกเครื่องสำอางสีสันเพียงอย่างเดียว นี่เพิ่งรู่ว่าเค้าทำสกินแคร์ด้วย

ก้อยได้ลองใช้ Pure Natural Sleeping Pack 2 สูตรด้วยกันคือ Green Tea และ Mix Berry ซึ่งเป็นมาสก์แบบไม่ต้องล้างออก ทาผิวหน้าแล้วนอนได้เลย ชอบสัมผัสเวลาจับตัวซองจัง มันไม่ใช้พลาสติกมันๆ แบบครีมซองทั่วไป มันด้านๆ หน่อย ดูดีทีเดียว

ตัวแรกเป็นสูตร Green Tea สูตรนี้เหมาะสำหรับคนมีสิวค่ะ เพราะเค้าเคลมไว้ว่าช่วยลดการอักเสบของสิว ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ดูเนียนขึ้น ในส่วนผสมหลังซองเค้ามีใส่ Salicylic Acid เป็นตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว อันเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าจะเป็นเนื้อเจลสีใสๆ ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นเลย พยายามดมแล้วมันหอมอ่อนๆ อ่อนมากกก

ก้อยทาพอกไว้บริเวณที่เป็นสิวโดยเฉพาะค่ะ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นสิวเม็ดเบิ้มอยู่พอดี ผ่านไป 5 วันก็จะได้ผลลัพธ์ประมาณนี้ หัวหนองหายไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าหายไปได้ยังไง ยุบหรือหลุด แต่ที่แน่ๆ ก็เกิดจากการทาตัว Green Tea ตัวนี้ตัวเดียว

ต่อมาเป็นตัว Mix Berry ชื่อก็บอกอยู่แล้งว่าเป็นการรวมเบอร์รี่เข้าหลากหลายตระกูล ซึ่งในซองนี้เค้าใส่สารสกัดจากเบอร์รี่เข้าไป 4 ชนิด เต็มไปด้วยวิตามิน A, C และ E ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่น ดูผิวสุขภาพดี ตัวนี้เนื้อเค้าจะเป็นสีขาวขุ่น มีกลิ่นมากกว่า แต่ก็ยังถือว่าอ่อน และหนืดกว่าตัวแรกเล็กน้อย

ซึ่งก้อยก็ใช้ทาตัวเดียวทั่วใบหน้า เราก็จะได้ผิวชุ่มๆ แบบนี้

เทียบให้เห็นช่วงผิวก่อนนอนว่ามันดูแห้งแค่ไหน กับผิวที่ตื่นนอน มันดูโกลว์ ดูชุ่มชื่น ดูอิ่มน้ำกว่าเยอะเลย

ลืมบอกไปว่า ทั้ง 2 ตัวที่ก้อยทดลองใช้ มันให้ความรู้สึกค่อนข้างสบายผิว ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว แต่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวอยู่ มีน้ำหอมเล็กน้อยนะ แต่ก้อยใช้ได้ไม่เห็นอาหารแพ้ใดๆ (ปล.ปกติเป็นคนผิวแพ้ง่าย) เห็นว่ามีจัดโปรโมชั่นอยู่ที่บิวเทรียม 2 ชิ้นราคา 118 บาท เผื่อใครอยากลองนะ