ขาวกระจ่างใสด้วยแบรนด์ไทยราคาหลักร้อย ขนมาใช้แบบครบเซ็ตจบเลย | KoiOnusa

01.png

สาวๆ หลายๆ คนคงใฝ่ฝันอยากมีผิวหน้าขาวนวลเนียน แต่จะให้ใช้สกินแคร์เทพๆ ราคาหลักพัน ซื้อครบทุกชิ้นจบที่หลักหมื่น กำลังทรัพย์ยังไม่ไหว ลองหันมาซบแบรนด์ไทยคุณภาพไกลระดับเมืองนอกอย่างสกินแคร์ของ Beauty Cottages กันมั้ย แบรนด์คุ้นหูสาวๆ คนไทยมานานหลายปี นี่ก้อยก็เพิ่งเคยได้ลองใช้แบบครบเซ็ตจริงจังก็ครั้งนี้แหละ

02

นี่เป็นไลน์ “Advanced Whitening Concentrate” ที่ก้อยทดลองใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยหลักๆ แล้ว มวลรวมของไลน์นี้จะมีส่วนผสมของ Jeju Natural Whitening Cell สารสกัดจากเกาะเชจู ประเทศเกาหลี เค้าจะช่วยให้ผิวของเราดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยเรื่องจุดด่างดำต่างๆ ให้ลดเลือนลง ช่วยให้ผิวใส เนียน เด้ง และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย ก้อยจะมาเม้าส์ให้ฟังว่าตัวไหนเป็นยังไง เราปลื้มตัวไหนบ้าง แต่ที่แน่ๆ เราปลื้มตรงที่เค้าไม่ทดลองในสัตว์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีสาร SLS

03

ให้ดูเนื้อสกินแคร์ของเค้าแต่ละตัวก่อนว่าตัวไหนเป็นยังไงบ้าง แล้วเราจะมาเริ่มดูสกินแคร์ในไลน์นี้ตามลำดับการใช้เลย

“Advanced Whitening Concentrate Facial Foam”

04.png

ตัวนี้เป็นโฟมล้างหน้าที่เนื้อแอบไปคล้ายโฟมล้างหน้าแบรนด์ดังขึ้นต้นด้วยตัว “T” ที่ก้อยใช้อยู่ประจำ ให้ฟองเยอะฟองนุ่มเหมือนกัน รู้สึกได้เลยหลังการล้างหน้าว่าหน้าสะอาดมากๆ เพราะเค้าใช้นวัตกรรม Micella Surfactant เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันออกจากผิวหน้า กลิ่นหอมอ่อนโยน และทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างอ่อนโยนด้วย Apple Amino Acid Surfactant ชอบที่เค้าไม่มีสารอันตรายอย่าง SLS, SLE ไม่มีพาราเบนและน้ำหอม จึงไม่ทำร้ายผิว แต่ว่าก้อยเป็นคนไม่ชอบให้หน้าหลังล้างหน้าตึงมากเท่าไหร่ ชอบให้ผิวยังคงชุ่มชื่นอยู่รู้สึกนุ่มๆ ลื่นนิดๆ อยู่ ถามว่าปลื้มมากมั้ย ก็ปลื้มในระดับนึง เพราะมันทำความสะอาดผิวหน้าได้ล้ำลึกมากๆ

“Advanced Whitening Concentrate Toner Essence”

05.png

หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ ขั้นตอนต่อไปที่ควรทำคือใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าอีกครั้ง เพื่อเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและปรับสภาพผิวก่อนลงครีมบำรุง ตัวนี้มีค่า pH 5.5 ทำให้ตอนเช็ดผิวหน้าไปรู้สึกไม่ระคายเคืองผิว แถมเค้าไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมด้วย ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวมากเลย ก้อยปลื้มตรงนี้แหละ เค้าจะช่วยให้ผิวเรียบเนียน อ่อนนุ่มขึ้นด้วย Allantoin และมี Witch Hazel Extract ช่วยกระชับรูขุมขนด้วยนะ ก้อยชอบที่ขวดของเค้าป้องกันการหกเลอะเทอะได้ดี เพราะฝาขวดเค้ามีจุกแบบนี้ปิดไว้อีกชั้นนึง ตอนเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์รู้สึกชุ่มชื่นดี ไม่ระคายเคืองดี ก้อยชอบนะ ปลื้มตั้งแต่ที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ผสมแล้วล่ะ

“Advanced Whitening Concentrate Serum”

06.png

มาถึงขั้นตอนบำรุงผิวกัน พูดเลยว่าก้อยเป็นคนที่ชอบสกินแคร์ที่เป็นเนื้อเซรั่มมากที่สุด เพราะเนื้อจะค่อนข้างบางเบา ซึมเข้าผิวเร็ว แต่เต็มไปด้วยส่วนผสมที่เข้มข้น  ตัวนี้เค้าเป็นเนื้อเซรั่มที่ค่อนข้างให้ความบางเบากับผิวหน้ามาก ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ทาแล้วรู้สึกสบายผิวหน้า ไม่เหนียวเหนอะหนะ เป็นตัวที่ก้อยว่าเค้าช่วยปรับให้ผิวของเรากระจ่างใสขึ้นขั้นสุด เพราะเต็มไปด้วยสารสกัดมากมายที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส นอกจากสารสกัดหลักๆ อย่าง Jeju Natural Whitening Cell ที่ก้อยพูดไปตั้งแต่ต้นแล้ว เค้ายังมี Vitamin B3 ที่จะยับยั้งการส่ง Melanosome ไปยังผิวหนังชั้นบน จึงทำให้ผิวเราดูขาวใสอย่างสม่ำเสมอ  มี Jeju Prunus Serrulata Flower Extract จะช่วยให้ผิวของเราขาวกระจ่างใส และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และสารสกัดหลักๆ อีกตัวคือ Jeju Dongbaek เพิ่มความชุ่มชื่นและยืดหยุ่นให้กับผิว เรียกว่าแทบจะเป็นสกินแคร์ตัวหลักในกลุ่มของ Advanced Whitening Concentrate เลยนะ ตัวนี้ถือว่าเด็ดดวง

“Advanced Whitening Concentrate Eye Serum”

07.png

ตัวนี้ก้อยก็ปลื้มไม่แพ้กัน ถ้าใครถามหาอายเซรั่มที่ช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาดูสว่างสดใสขึ้นในราคาน่ารักๆ ตอนนี้ขอแนะนำตัวนี้ เราชอบตรงส่วนหัวของผลิตภัณฑ์เค้ามาก ที่เค้าเป็นหัวเซรามิกส์ ตอนแต้มเซรั่มลงใต้ตา เราจะรู้สึกเย็นสบาย ซึ่งเค้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเนื้อเซรั่มของเค้าก็ค่อนข้างชุ่มชื่น เพราะมีส่วนผสมของ Aloe Vera Extract แต่ซึมเข้าผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และส่วนผสมหลักๆ ที่ช่วยปรับให้ผิวบริเวณรอบดวงตากระจ่างใสขึ้นจะคล้ายๆ กับส่วนผสมใน Serum บำรุงผิวหน้าเลย เพราะฉะนั้นนอกจากเค้าจะช่วยให้รอยคล้ำใต้ตากระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ถุงใต้ตาลดลงแล้ว เค้ายังช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงเมื่อใช้เป็นประจำได้อีกนะ หายากนะที่จะเจอ Eye Serum ราคาดีๆ ที่มาพร้อมกับ Applicator หัวเซรามิกส์แบบนี้ เพราะปกติขนาด Eye Serum เค้าเตอร์แบรนด์ราคาสูงบางตัวยังต้องใช้นิ้วแต้มเอาเอง อันนี้ใช้ไปเย็นไปฟินไป ปลื้ม!!

“Advanced Whitening Concentrate Day Cream”

08.png

มาถึงครีมบำรุงผิวที่ก้อยมักจะใช้ตบท้ายหลังการใช้สกินแคร์ทุกตัว เพราะเป็นเนื้อที่หนักที่สุด แต่สำหรับเจ้าตัวนี้เป็นเนื้อครีมที่ทาลงบนผิวแล้วมันเหมือนแอบแตกตัวเป็นเซรั่มเบาๆ เนื้อเบามากกกก สารสกัดหลักๆ จะคล้ายๆ ก้บตัว Serum เลย และมีสารสกัดจากดอกคาโมมายด์ ที่ช่วยเพิ่มความนุ่ม ความชุ่มชื่นให้ผิว และที่พิเศษคือเค้ามีกันแดดมาให้ด้วย SPF 25 ป้องกันรังสี UV-A, UV-B และ IR  ที่เป็นสาเหตุของการเกิดกระ ฝ้า ผิวหมองคล้ำ เค้ามาในรูปแบบกระปุกที่มีช้อนตักให้ด้วยนะ

“Advanced Whitening Concentrate Night Treatment Mask”

09.png

ในช่วงกลางคืนก้อยจะไม่ใช่ตัว Day Cream นะ เพราะมันมีส่วนผสมของสารกันแดด ซึ่งเราต้องล้างหน้าหลังการใช้ทุกครั้ง ก้อยใช้ตัวนี้จบท้ายขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าเลย เค้าเป็นมาสก์ที่เราไม่ต้องล้างออก พูดง่ายๆ คือเค้าเป็น Sleeping Mask จะช่วยบำรุงผิวของเราในตอนที่เรานอนหลับตลอดคืน ส่วนผสมหลักๆ จะคล้ายๆ กับสกินแคร์ตัว Day Cream เพียงแต่เค้าไม่มีกันแดด แต่เพิ่มเติมด้วย Sodium Hyaluronate ที่จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับผิว และมี Anti-Pollution System สารสกัดจากพืชและทะเล ช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากมลภาวะต่างๆ ก้อยใช้ทาก่อนนอนรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Day Cream นะ แต่ยังไม่รู้สึกหนักหน้าจนนอนไม่ได้ รู้สึกผิวชุ่มชื่นตลอดทั้งคืน ตื่นมาตอนเช้าหน้าไม่แห้งเลย แฮปปี้

01.png

 

 

แต่งหน้าแก้เลี่ยน ลุคหวานซ่อนเปรี้ยว | KoiOnusa

ไปดู HowTo แต่งตาเปรี้ยวๆ แบบนี้ได้ที่นี้เลย ก็รู้อยู่ว่าเราเป็นสาวหวาน!! แต่เบื่อหวานแล้วตอนนี้ อยากลุกขึ้นมาแอบเปรี้ยวบ้าง เอาพอประมาณ เปรี้ยวกรุบกริบแล้วกัน

Eyeshadow สวยๆ และ Eyeliner งามๆ ในคลิปนี้เป็นความดีงามของ  Inglot Freedom System Palette และ Duraline จ้ะแม่!! Mix&Match สีสนุกเลย

ใช่คุชชั่นที่ตามหามั้ย? บางเบา ปกปิด สบายผิว หน้าโกลว์สวย คุมมันดี | KoiOnusa

พูดถึงคุชชั่น สาวๆ คงนึกถึงความใส ความบางเบา ความโกลว์ และไม่ค่อยจะปกปิด รวมถึงบางคนอาจจะเจอปัญหาคุชชั่นเป็นคราบ คุชชั่นฉ่ำเกิน ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็ไหลเยิ้ม โดยเฉพาะสาวผิวผสมไปจนถึงผิวมันแบบก้อย
ใครเจอปัญหาเหล่านี้ และตามหาคุชชั่นที่ให้ความโกลว์ ดูบางเบาแต่ปกปิด ไม่อยากได้ความแมตต์เลย ชอบผิวแบบสุขภาพดี อ่านรีวิวของก้อยต่อได้เลย คุณมาถูกทางแล้ว เพราะก้อยใช้แล้วรู้สึกว่ามันตอบโจทย์มาก สำหรับเจ้า Giorgio Armani To go ตลับนี้
ก้อยหยิบมาใช้และสังเกตแบบคนใช้จริงๆ ไม่อ่านคุณสมบัติใดๆ ของมันนะ จะขอพูดตามฟีลลิ่งเลย สิ่งแรกที่เราชอบนะ คือตัวแพกเกจของเค้า ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน Curve ของตลับเค้าแปลกมากจริงๆ บวกกับสีดำแดงที่ตัดกัน รวมๆ กันแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน อ้ะ มาเป็นเพลง 55555+
ภายในตลับเค้าก็จะมีพัฟรูปทรงหยดน้ำมาให้ ซึ่งทรงแบบนี้จะทำให้เราสามารถทาคุชชั่นตามซอกจมูกและร่องใต้ตาได้อย่างสะดวกสบาย ตัวพัฟของเค้าจับเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ได้น้ำได้เนื้อ
ในส่วนของด้านในตลับเค้าจะเป็นคล้ายๆ ตาข่ายที่เป็นกระดาษแข็งๆ กดเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ไม่ต้องเค้นมันขึ้นมาเหมือนคุชชั่นบางแบรนด์ที่ก้อยเคยเจอมา
นี่คือเนื้อคุชชั่นเบอร์ 3 ที่ก้อยใช้ จะเห็นว่าเนื้อของเค้ามีความโกลว์เมื่อกระทบแสง เนื้อดูบางเบาไม่หนักผิว เนื้อคุชชั่นมีความทึบสูง แต่ไม่อึดอัดผิว
พอมาอยู่บนผิวหน้าของเราแล้วก็จะมีความผิวสวยโกลว์ๆ ประมาณนี้เลย ผิวสวยยยยจริงๆ นะ >.<
ความปกปิดก็จะดีประมาณนี้ มีสิวอักเสบและรอยแดงมาให้ทดสอบความปกปิด จะเห็นว่ารอยแดงหายมิด รอยสิวอักเสบหายไปประมาณ 80% ยังเห็นหัวผุดออกมาแต่ไม่ชัดเจนเท่าตอนหน้าสด ก็แหมมม มันนูนออกมานี่น่า จะให้มันหายมิดไปได้ยังไง >.<“
พอทาครึ่งหน้า ก็จะแตกต่างประมาณนี้ ในส่วนของผิวหน้าก้อยชอบมาก มันทำให้ผิวดูสวยขึ้น ดูสุขภาพดี มีความโกลว์ๆ และปกปิดได้ดีในระดับนึง ในส่วนของใต้ตาของก้อยที่นอนดึกนั้น เราอาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างมาทาใต้ตาเพิ่มเติมซักหน่อย
พอแต่งหน้าเสร็จก็จะมีงานผิวที่สวยประมาณนี้ ก้อยแต่งหน้าตอนเที่ยง ผิวสวยประมาณนี้แหละ ชอบบ ไม่หนักผิวเลย แต่ให้การปกปิดรอยแดงได้ดีมากๆ ออกไปข้างนอก ทำนู่นทำนี่ เปลี่ยนเสื้อทำอะไรนิดหน่อย ก่อนอาบน้ำก็ถ่ายรูปเก็บไว้ในช่วงประมาณ 2 ทุ่ม ปากของก้อยสีซีดไปแล้ว แต่ผิวหน้ายังสวยอยู่ มีความโกลว์เพิ่มขึ้นนิดหน่อย คุมมันได้ดีเลยนะ ไม่มีการไหลเยิ้มหรือเป็นคราบเลย แฮปปี้มาก
โดยสรุปคือ นางเป็นคุชชั่นที่ให้ผิวสวยและโกลว์แบบธรรมชาติ มีเนื้อที่บางเบาแต่ปกปิด ใช้แล้วสบายผิวหน้า ผิวเนียนเป็นธรรมชาติ คุมมันดี แต่อาจจะติดที่หากใครมีใต้ตาที่คล้ำมากๆ ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ เช่นก้อยที่นอนตอนตี 3 ติดต่อกันหลายๆ วัน ตามรูปนี้เป็นต้น 555555+

Everyday Look กับไอเทมฮุก ๆ ที่แนะนำว่าควรมี! (รวมเมคอัพงานผิว ที่ได้ทั้งแต่งหน้า และบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน เปิดกรุไอเทมงานผิวมงลงเลยจ้ะ) | KoiOnusa

ดูแบบคลิปก็ได้นะ
ไหนๆ ใครชอบเมคอัพงานผิวๆ บ้าง ก้อยเป็นคนนึงที่ชอบไอเทมงานผิว เพราะมันสามารถใช้ได้ในทุกวัน ใน Everyday Look โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักผิว ที่สำคัญคือใช้ง่าย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แล้วถ้ายิ่งเมคอัพชิ้นนั้นมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันแล้วด้วยหละ ยิ่งช่วยให้ผิวสวยมงลงกันเลยทีเดียว
นี่เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวที่ก้อยหยิบใช้ในช่วงนี้บ่อยๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเนอะ มีทั้งไอเทมเก่าๆ ที่มีมานาน และไอเทมใหม่ๆ ที่แบรนด์เค้าเพิ่งวางขายซักระยะนึง พอใช้แล้วมันปลื้มมมม เลยหยิบใช้กันบ่อยเลยช่วงนี้
ก้อยขอแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ นะ
ต้องบอกว่า Primer ตัวหลักๆ ที่ก้อยใช้จะมี 2 ตัวนี้ ซึ่งให้ Finish ของผิวหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum
เจ้าตัวนี้นับว่าเป็นเซรั่มที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นมากๆ ก่อนแต่งหน้า เนื้อเค้าจะเป็นน้ำและน้ำมันแยกออกจากกัน แต่เนื้อซึมไวนะ คนผิวมันก็ใช้ได้ไม่ต้องกังวล เพราะมันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิว

เมื่อทาลงบนผิวจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูอิ่มเอิบ และ Glow ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเค้ามี Argan Oil ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที นอกจากจะเป็น Primer ที่ช่วยให้ Finish Look ของการแต่งหน้าเป็นผิวแบบโกลว์แล้ว เค้ายังมี Vegan Marine Plant Collagen ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้ผิวแลดูกระชับดูอ่อนเยาว์ มี Marine Plant Extracts  ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและนุ่มขึ้น และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย

ดูจากรูปจะเห็นได้เลยว่าผิวก้อยดู Glow และชุ่มชื่นขึ้นทันทีจริงๆ ที่ใช้
YSL Instant Matte Pore Refiner
Primer ตัวนี้จะช่วยทำให้ผิวแมตต์เลย สำหรับคนที่ไม่ชอบผิว Glow ต้องการผิวแมตต์ขั้นสูดสุง ตัวนี้ตอบโจทย์นะ และมันช่วยเบลอรูขุมขนได้ในระดับนึง ที่ไม่ได้ช่วยเบลอระดับสุดนั้นเพราะเค้าไม่มีซิลิโคนนะ จึงไม่ทำให้อุดตัน
แต่ที่ก้อยชอบมากๆ ก็เพราะ Primer ตัวนี้มันทำให้เครื่องสำอางก้อยติดทนนานตลอดทั้งวัน รู้สึกได้เลยว่าเครื่องสำอางที่ทาลงบนใบหน้าแน่นมาก ตกเย็นก็ไม่เลือนหาย และนอกจากเค้าจะช่วยเบลอรูขุมขนและช่วยให้เมคอัพติดทนมากๆ แล้ว เค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น ใบวอลนัท ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก และยังค่อยๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ใสขึ้นได้ด้วย มี Salicylic Acid เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้
ดูจากรูปจะเห็นว่าผิวก้อยแมตต์เลย ไม่มีความวาวบนโหนกแก้มเลย
กลุ่มต่อไปเป็นงานรองพื้นนะ รวมถึงพวกคุชชั่นและCCครีมด้วย
It Cosmetics Your Skin But Better CC Cream : Fair
เป็น CC ครีมที่ก้อยใช้หมดมาเป็นหลอดที่ 3 แล้ว และอันนี้ก็กำลังจะหมดในเร็ววันนี้ วันไหนที่ขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นอะไร หยิบเจ้าตัวนี้มาใช้ง่ายดี
เนื้อเกลี่ยง่าย ใช้นิ้วเกลี่ยก็ได้ ให้ผิวใสๆ สบายๆ เหมาะสำหรับ Everyday Look สุดๆ แต่อาจจะไม่ได้ให้การปกปิดอะไรมากมายนะ เป็นงานผิวจริงๆ แต่ช่วยให้ผิวของเราดูดีขึ้น สมชื่อ Your Skin But Better เค้าเลย และเค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น Vitamin A, C, B, E Hyaluronic Acid และ Hydrolyzed Collagen ซึ่งช่วยในเรื่องของ Anti-Aging ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นด้วย และที่สำคัญ เค้ามีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนี่แหละ ก้อยถึงชอบใช้บ่อยๆ เพราะตัวเดียวจบจริงๆ
เมื่อทาลงบนผิวแล้วก็จะได้ผิวใสๆ แบบนี้ จะเห็นได้ว่า เรายังเห็นรอยแดง รอยสิวอยู่บางๆ แต่ผิวหน้าดูดีขึ้นนะ ดูใสและขาวขึ้นเลย
Lancôme Blanc Expert Cushion Urban Duo Palette : P-02
งานผิวใสต้องมอบให้ตัวนี้ เป็นคุชชั่นที่ให้ความฉ่ำวาว ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ ผิวใสขึ้นจริงๆ แล้วยังมีคอนซีลเลอร์ภายในตลับ ช่วยปกปิดรอยสิวรอยคล้ำใต้ตาเพิ่ม
แต่บอกก่อนเลยว่าคุชชั่นรุ่นนี้ไม่เน้นการปกปิด แต่ช่วยให้ผิวใสผิวสวยขึ้นมากกว่า ได้ลุคผิวกำมะหยี่ใสๆ ไม่คุมมันเท่าไหร่ แต่ผิวสวยจริงๆ ก้อยชอบใช้ในวันสบายๆ เข้าห้างเบาๆ ช่วงสิวไม่มี เค้ามีส่วนผสมของสารบำรุงต่างๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นด้วย
จะเห็นได้ว่า ทาผิวไปแล้วผิวสวยจริงๆ เป็นคุชชั่นหน้าใส ใช้ช่วงหน้าเนียนๆ ไร้สิวนูนๆ แล้วได้ผิวสวยมาก
Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm : #3
ช่วงนี้กำลังเห่อเจ้าตัวนี้มากๆ เพราะใช้สะดวกใช้ได้ใน Everyday Look จริงๆ เป็นเนื้อบาล์มที่จะเปลี่ยนจากเนื้อบาล์มเป็นเนื้อครีม และจะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นแป้ง เท่ากับเราไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย
เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีเลยนะ ก้อยติดมากช่วงนี้ หยิบมาใช้ตัวเดียวจบได้ง่ายๆ
เมื่อใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ ก็จะปกปิดได้ดีแบบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ เป็นการปกปิดที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักๆ ใช้ตัวเดียวจบได้เลย
Tarte Rainforest Of The Sea Water Foundation : Fair-Light Sand
รองพื้นตัวนี้ก้อยชอบใช้กับตัว Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum เพราะมันช่วยให้ผิวโกลว์สวยมาก ตัวรองพื้นเค้าช่วยเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิว จึงทำให้เมื่อลงรองพื้นบนผิว จะได้ผิวที่ดูมีชีวิตชีวา

เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีทีเดียว เกลี่ยง่าย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเค้ก อาจจะไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่เป็นงานผิวที่สวยจริงๆ แถมยัง SPF15 ช่วยกันรังสี UV ด้วย

จะเห็นว่าเมื่อทารองพื้นลงไป มันปกปิดได้ในระดับนึง แต่สามารถค่อยๆ บิ้วเพิ่มระดับการปกปิดได้นะ ได้ผิวสวยๆ โกลว์ๆ ปกปิดได้พอดีๆ
No.7 Match Made Custom Blend Foundation Drops : Calico
เป็นรองพื้นที่เลือกระดับงานผิวได้ อยากจะใช้ในวันสบายๆ ไม่เน้นการปกปิดมากก็ใช้ 1 หยด และเพิ่มระดับการปกปิดขึ้นไปก็ใช้ 2 หยด และใช้ 3 หยดเพื่อการปกปิดที่แน่นมากๆ

บอกเลยว่าตัวนี้ปกปิดดีมากๆ เมื่อใช้ในนะดับ2-3 แล้วหน้าก็จะเนียนกิ๊ง ไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเลย อันนี้ประทับใจมากๆ ราคาก็น่ารัก ผสมกับครีมบำรุงผิวตัวต่างๆ เพื่อเลือก Finish งานผิวได้ อยากจะผิว Matte ผิว Glow ก็อยู่ที่ครีมบำรุงและPrimer ของเราที่สามารถผสมเข้าไปในเนื้อรองพื้นได้เลย

ก้อยทาให้ดู 3 ระดับเลย จะเห็นว่ามันค่อยๆ เพิ่มระดับการปกปิดจริงๆ ก้อยใช้บ่อยนะ เวลาขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นตัวไหนดี 55555+
ต่อมาเรามาจบกันที่งานแป้งที่ก้อยใช้บ่อยๆ ในช่วงนี้นะ
Three Ultimate Diaphanous Loose Powder : #01
ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ ครั้งแรกที่ใช้คือชอบพัฟเค้ามากๆ แต่ตัวแป้งของเค้าก็มีดีด้วยเช่นกัน เป็นเนื้อแป้งที่มีอณูละเอียดมากๆ
แป้งฝุ่นตัวนี้ให้ finish look ที่ดูเป็น natural matte คือให้ผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ได้ทำให้สีของรองพื้นเพี้ยนไป และช่วยคุมมันได้ดี
ก้อยใช้แต่งหน้าในหลายๆ วันเลย เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ
Three Pristine Complexion Powder Foundation: #100
แป้งตัวใหม่ล่าสุดของ Three ขอพูดเยอะหน่อยเพราะเป็นไอเทมใหม่ล่าสุดในไลน์งานผิวที่ก้อยมี มันน่าสนใจตั้งแต่มีพี่อ้อม สุนิสา เป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ซึ่งก้อยว่าก็เหมาะมากจริงๆ เพราะพี่อ้อมเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ เป็นคนที่เรียบง่าย ดูคลาสสิค มีเอกลักษณ์ สามารถสื่อความเป็นตัวตนได้ออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่หวือหวาแต่มีคลาส ซึ่งตรงกับบุคลิกของแบรนด์ Three มากๆ พอมาศึกษาดูข้อมูลของมันก็เลยยิ่งอยากใช้
แป้งตัวนี้มาในรูปแบบตลับสี่เหลี่ยมแนวยาวแบบมินิมอลเช่นเดิม แค่ตลับก็น่าใช้มากแล้ว และเค้ายังเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ช่วยเบลอรูขุมขนก้อยได้ดีมาก ใช้แล้วยังรู้สึกเหลือเชื่อกับงานผิวที่ได้ เพราะก้อยใช้แป้งคู่กับแปรงของเค้า ไม่เคยใช้แป้งผสมรองพื้นโดยไม่ใช้พัฟเลย แต่พอได้ใช้แปรงควบคู่กับแป้งของเค้าแล้วได้ผิวที่เนียนเกินคาด เพราะเค้ามี Spherical Powder 4 ชนิด ช่วยอำพรางจุดบกพร่องของเรา
แป้งตัวนี้เค้ามีเนื้อแป้งมาให้ 2 แบบนะคะ ฝั่งที่มีปริมาณเยอะกว่านี่เป็น Slender Matte จะเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคแบบ Airy Matte คือให้การปกปิดแต่ดูบางเบาเป็นธรรมชาติ และให้ผิวดูแมตต์ แต่ไม่แมตต์จนมากเกินไป เพราะเค้ามีเทคโนโลยี  Soft Focus Effect  ที่จะช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ให้แสงที่สะท้อนมาที่ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ มี Anti-dulling Powder และ Subum-Absorbing Coating ที่ช่วยให้แป้งบนผิวหน้าเราไม่ดรอปไม่หมองตลอดวัน
ส่วนอีกฝั่งที่เล็กกว่าคือ Slender Glow เป็นแป้งที่มีเนื้อชิมเมอร์เล็กๆ ช่วยกระจายแสงให้ผิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น ก้อยใช้แป้งในส่วนนี้เป็นไฮไลท์เลย ปัดบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก จงอยปาก จะเห็นเลยว่าผิวบริเวณนั้นสว่างขึ้น แต่ยังดูเนียนไปกับผิวหน้าเราอยู่ เพราะเค้ามีอณูแป้ง Silky Powder ซึ่งมีความละเอียดมาก โปร่งแสง ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ และมีอณูแป้ง Flaky Powder ช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
พอใช้ร่วมกันแล้วทั้งฝั่งที่เป็น Slender Matte ทั่วใบหน้า และฝั่ง Slender Glow บริเวณจุดไฮไลท์ต่างๆ จะช่วยเพิ่มมิติให้หน้าเรามากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นด้วย ที่สำคัญตัวแป้งเค้ามีส่วนผสมของโบทานิคอล ออยล์ และสารสกัดจากพืช 9 ชนิด ช่วยบำรุงผิวหน้าไปในขณะที่เราแต่งหน้าระหว่างวันด้วย
และนี่ก็เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวแบบจัดเต็มที่ก้อยใช้บ่อยและเห่อมากๆ ในช่วงนี้ เรียกว่าใช้สลับกันไปมาใน Everyday Look เลย แล้วแต่อารมณ์ว่าวันไหนอยากได้ลุคผิวแบบไหน ปกปิดแค่ไหน แต่ไม่ได้เน้นการปกปิดแบบจัดเต็มอะไรมากมายนัก เรียกว่าเป็นไอเทมเมคอัพที่ช่วยให้ผิวสวยขึ้นและยังได้หายใจอยู่ หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะ
00.jpg

Moonshot Lisa’s Pick !! ของมันต้องมีแล้วป่ะ | KoiOnusa

มีแบบคลิปรีวิวด้วยนะ ดูกันแบบชัดๆ ไปเลย
แวะมาเล่นของใหม่ ราคาถูกแถมดี สีสันสวยงามยั่วๆ บดๆ อย่าง Moonshot ที่วางขายใน 7-11 ราคาแต่ละชิ้นไม่ถึง 200!!! และที่สำคัญ “เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ลิซ่า Blackpink เลือกมา!!!!”
สินค้าเค้ามีทั้งหมด 3 อย่างคือ
– Multi Protection UV CC Cream SPF50+ PA++++
– Powder Fixer SPF27 PA++
– Cream Paint Stainfit 3 สี

ซึ่งความพิเศษอีกอย่างถ้าทุกคนสังเกตเห็น สินค้าแต่ละชิ้นจะมีลายเซ็นต์ของน้องลิซ่าด้วย พิเศษสุดๆ!!! แฟนคลับฟินกันลืมมมมม

เรามาดูกันว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ลิซ่าเลือกให้พวกเราใช้เป็นยังไง ดีแค่ไหน ควรสอยมั้ย!! ปะ เริ่ม
Multi Protection UV CC Cream SPF50+ PA++++ : 159 บาท

อย่างแรกเป็น CC Cream ที่เค้าจะช่วยปรับสภาพสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น ช่วยปกปิดรอยสิวรอยด่างดำต่างๆ แถมยังมีกันแดดมาให้ด้วยนะ

เนื้อ CC Cream ของเค้าจะเป็นสีขาวที่มีเม็ดสีดำละเอียดมากๆ ผสมอยู่ เนื้อครีมค่อนข้างหนัก แต่ยังสามารถเกลี่ยได้ ไม่เป็นคราบขาว เพราะเนื้อ CC Cream ของเค้าจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเนื้อให้เข้ากับสีผิวของเรา สีของ CC จะเนียนเข้ากับสีผิวของเราเลยไม่ต้องกลัวหน้าขาวหน้าวอก

เปรียบเทียบให้ดูชัดๆ ช่วงนี้ก้อยมีรอยสิวหนักหน่อย จะเห็นว่า CC Cream ของเค้าอาจจะไม่ได้ช่วยปกปิดรอยสิวได้ 100% แค่ช่วยให้รอยสิวมันจางลงนิดหน่อย แต่มันช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นนะ และสีของ CC Cream ก็เปลี่ยนเป็นสีที่เข้ากับผิวหน้าก้อยเลย
อ้ะ ดูกันชัดๆ มันช่วยปรับสีผิวเราให้สว่างขึ้น กระจ่างใสขึ้น และไม่ได้ทำให้หน้าเราขาวหรือวอกหรือเทาเลย ก้อยชอบนะ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยปกปิดได้ 100% แต่มันช่วยให้ผิวก้อยดูดีขึ้น สว่างขึ้น และยังเป็นผิวเราอยู่ ไม่รู้สึกว่าเนื้อครีมเค้าหนักผิวด้วย เป็น CC Cream ที่คุ้มค่าตรงมีกันแดดให้ด้วยนี่แหละ ในคลิปก้อยใช้ทาแทนกันแดดไปด้วยเลยนะ
Powder Fixer SPF27 PA++ : 189 บาท

ตัวถัดมาเป็นแป้งอัดแข็งเนื้อแมตต์ตลับเล็กๆ แพ็กเกจเป็นพลาสติก มีพัฟและมีกระจกมาให้ มีเฉดสีเดียวนะคะ ตอนก้อยเห็นในตลับรู้สึกว่าเหลืองเหมือนกันนะ นึกว่าจะเฉดสีค่อนข้างคล้ำ แต่พอปาดขึ้นมาดูจริงๆ ก็ไม่เหลืองเท่าไหร่ เนื้อเนียนมากๆ ด้วย ติดอยู่ที่พัฟบางไปหน่อย แอบใช้ไม่ถนัดในบางที

ให้ดูการปกปิดของแป้งเค้า พอใช้ปกปิดคู่กับ CC Cream แล้ว ผิวเราดูเนียนขึ้นเยอะเลยนะ มันช่วยเบลอรูขุมขน ช่วยให้ผิวเราเนียนขึ้น และช่วยปกปิดได้ดีเลยล่ะ ก้อยรู้สึกว่าใช้คู่กันแล้วไม่หนักผิวเท่าไหร่นะ แต่ก็ไม่ถึงกับสบายผิวหรือเบาบางมากขนาดนั้น แต่รับรองว่าไม่หนักไม่รำคาญผิวตัวเองแน่นอน ก้อยชอบใช้คู่กันกับ CC Cream นี่แหละ ก้อยไม่ใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยสิวก็รู้สึกว่าเอาอยู่ ผิวเนียน ผิวกริบสวย และยังสามารถพกพาไปเติมหน้าได้ระหว่างวันด้วยนะน้องจิ๋วตลับนี้ บอกเลยว่าคุมมันได้ดีมากๆ ด้วย
Cream Paint Stainfit : 139 บาท

มาถึงลิปสติกที่ก้อยกรี๊ดกร๊าด เพราะเนื้อเค้าดี๊ดี สีสวย คุ้มราคามาก ลิปตัวนี้เป็นเนื้อแมตต์นะ มีทั้งหมด 3 สี เนื้อสัมผัสตอนทาไปจะคล้ายๆ เนื้อน้ำ เนื้อทิ้นต์ที่ให้ความชุ่มฉ่ำกับริมฝีปาก แต่ทิ้งไว้ซักพักเค้าจะแห้งลงซึมเข้ากับริมฝีปากและเปลี่ยนเป็นเนื้อแมตต์ แต่ไม่ทำให้ปากแห้งกรังหรือตกร่องนะ ที่สำคัญเม็ดสีเค้าแน่นมากๆ จุ่มแค่ 1 ที สามารถทากลบสีปากทั้งปากได้มิดเลย ถือว่าใช้ได้แบบสบายๆ ไม่เปลืองเนื้อลิปดี

เรามาดูกันทีละสีดีกว่าว่าแต่ละสีเป็นไงบ้าง

Rosy Claret

สีนี้เป็นสีที่ตั้งแต่ก้อยได้มาก็ใช้ไม่หยุดไม่หย่อน!! ปลื้มสีนี้สุดๆ เป็นโทนแดงอมชมพูแบบตุ่นๆ ที่ก้อยว่ามันสวยมากๆ สวยมากจริงๆ ถ้าสีนี้ใช้หมด ก็จะซื้อวนไป!!! ทาแล้วได้ความเปรี้ยวเล็กๆ แต่ยังหวานอยู่ ทำให้ลุคดูแพงขึ้นยังไงไม่รู้ เอาเป็นว่าเรายกให้สีนี้เป็นเบอร์ 1 ของเรา

Ginger Coral

สีนี้เป็นสีที่เกาหลีสุดๆ ออกโทนส้ม Coral สีน่ารักมากๆ ทาแล้วหน้าดูเด็ก ดูอ่อนวัย น้องๆ วัยใสเหมาะกับสีนี้นะ ทาแล้วดูหน้าตาอ่อนโยนดี 55555+

Orange Hunter

สีสุดท้ายเป็นสีส้มที่แซ่บมาก เป็นสีส้มที่ค่อนข้างสว่าง แต่ตอนที่มันแห้งลงแล้วเปลี่ยนเป็นเนื้อแมตต์ สีมันจะเข้มขึ้นนะ ทาปากแล้วทำให้หน้าสว่างขึ้น

นี่เป็น Finish Look ที่ก้อยใช้ Moonshot ทั้ง 3 อย่าง โดยใช้แก้มและลิปสี Rosy Claret และไม่ได้ใช้คอนซีลเลอร์ใดๆ ก็จะได้งานผิวแมตต์สวยประมาณนี้
ผ่านไป 8 ชั่วโมง หน้าของก้อยจะวาวขึ้น แต่หน้าไม่มันเมือกนะ ผิวมันดู Glow ขึ้น และแป้งหรือเครื่องสำอางบนผิวไม่ไหลมาเป็นคราบ ไม่มีคราบเค้กเลย เราประทับใจ CC Cream โดยใช้คู่กับแป้งของเค้ามากๆ เลย

แต่ลิปสติกที่ผ่านการกินข้าว กินน้ำ กินขนมมาตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้เติม มีการหลุดลอกกออกไป เหลือเนื้อลิปติดปากบางๆ อันนี้ต้องพกลิปเติมระหว่างวันนะ ลิปไม่ได้ติดทนเท่าไหร่

พูดเลยว่าฟินมากกกก กับ Moonshot คอลเลคชั่น Lisa’s Pick นี้ เพราะของๆ เค้าถือว่าเป็นสินค้าถูกและดีเลย ราคาน่ารักเป็นกันเอง สามารถเหมาซื้อครบทั้งเซ็ตแต่งหน้า โดยราคาไม่ถึง 1,000 เลย แฮปปี้ปาทังกี้ปาทังก้ามาก

ทิ้งท้ายไว้นิดนึง ถ้าหากครั้งหน้ามีการทำสินค้าเพิ่มเติม ขอลิปสีโทนน้ำตาลนู้ดๆ มาให้แม่ชื่นใจหน่อยนะ จะรอคอย ^3^

S__56246321.jpg

โลชั่นน้ำหอมใช้แล้วเนื้อหอมมมม แถมผิวกระจ่างใสเนียนนุ่ม น่ารักสดใสสไตล์ซัมเมอร์ | KoiOnusa

หากอยากเป็นสาวเนื้อหอม ก้อยอยากให้เพื่อนๆ ได้ลองใช้โลชั่นของ Malissa Kiss เพราะจุดเด่นของเค้าคือ กลิ่นหอมในโลชั่นของเค้า ก้อยเคยลองใช้แล้วรู้สึกว่าโลชั่นของเค้าหอมเหมือนใช้น้ำหอมยังไงยังงั้นเลย

 ตอนนี้เค้ามีโลชั่นน้ำหอมซีรี่ย์ใหม่มาวางขาย Malissa Kiss Whitening Perfume Lotion & Mist มีทั้งโลชั่น และสเปรย์น้ำหอม ซึ่งให้กลิ่นหอมแบบ Tropical Summer ออกกลิ่นแนวสดชื่น สดใส มีชีวิตชีวา แค่เห็นแพกเกจก็รู้สึกร่าเริงขึ้นมาซะงั้น ฮ่าาา

เนื้อโลชั่นของเค้าค่อนข้างชุ่มชื่นดี ซึมดี เพราะเนื้อค่อนข้างบางเบา ไม่ทิ้งความหนักผิวไว้ให้รำคาญใจ เค้ามีทั้ง Vitamin E และ Ceramide ที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน และช่วยให้ผิวกระจ่างใสเพราะมี Arbutin สรุปเลยคือ เราจะเป็นสาวผิวหอมที่มีผิวขาวนุ่มนวลชวนสัมผัส เป็นผิวในฝันของก้อยเลยนะเอาจริง เค้าเคลมว่าหอมติดทนยาวนาน 8 ชม. ด้วยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราอยู่นะ ทั้งเนื้อบางเบา และกลิ่นหอมติดทน ระหว่างวันใครอยากเพิ่มความ Fresh  จะพกสเปรย์ไปฉีดระหว่างวันก็ได้นะ เพิ่มความมั่นใจไปเลยตลอดวัน

เรามาดูแต่ละสูตรดีกว่า ว่ามีกลิ่นแตกต่างกันยังไงบ้าง

 🧡Happy Sunday สูตรสีส้ม
กลิ่นออกแนวสดใสน่ารัก ให้นึกถึงกลิ่นของผลไม้เขตร้อนที่ให้ความรู้สึกไปในแนวเด็กผู้หญิงวัยรุ่นที่มีความสดใส ร่าเริง แต่มีความแก่นเซี้ยวเบาๆ ซุกซนน่ารักตามประสาเด็กผู้หญิงอะไรประมาณนั้น ก้อยว่าเป็นกลิ่นแรกๆ ที่สาวๆ น่าจะเลือกใช้ เพราะเป็นกลิ่นที่เข้าถึงง่ายสุด

 💙 Fresh Escape สูตรสีฟ้า
สูตรนี้เป็นกลิ่นของสาวที่มั่นใจ มีสเน่ห์ น่าค้นหา กลิ่นออกไปในแนวดอกไม้ป่า ให้นึกถึงภาพผู้หญิงที่ดูนิ่งๆ แต่ยิ้มแล้วโลกสดใส ใจละลายตามแม้จะไม่ได้ขยับตัวทำอะไร

 💛 Cozy Beach สูตรสีเหลือง
สูตรนี้เป็นกลิ่นของสาวอบอุ่น แนวดอกมะลิ ที่กลิ่นนุ่มนวล ได้กลิ่นแล้วรู้สึกถึงความสบาย รู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนอยู่ใน Comfort Zone เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย

ก้อยชอบสีส้มสุด เข้ากับบุคลิคเลย เป็นคนสดใสร่าเริง ยิ้มง่าย เข้ากับคนง่าย และเอาจริงๆ ก้อยเข้าถึงง่ายนะ ถ้าใครรู้จักก้อยจริงๆ จะรู้ว่าเราสนิทกับคนง่ายมาก และให้ใจกับเพื่อนใหม่ง่ายมากเลย เลยรู้สึกว่าเข้ากับโลชั่นสูตร Happy Sundae สุด และเราแอบเกิดวันอาทิตย์ด้วย 55555+ อันนี้คือโยงเข้าเอาเอง ไม่เกี่ยวละเนอะ ชอบเพราะกลิ่นเค้าเข้าถึงง่าย ใช้ง่าย และหอมนานด้วย ก้อยพกสเปรย์สูตรเดียวกันติดรถแฟนไว้ด้วยนะ เผื่อวันไหนไปงานอะไรที่สำคัญๆ ก็เพิ่มความหอมสดชื่นให้กับตัวเองได้แบบง่ายๆ บนรถเลย 🙂

ใครสนใจ ไปตำกันได้นะคะ ทั้ง 3 กลิ่นมีวางขายแล้วที่วัตสันทุกสาขาค่า

Lotion ราคา 289 บาท ส่วนตัว Mist ราคา 199 บาทนะคะ ^^

กลิ่นหอมแพง ราคาน่ารักแบบนี้ สาวๆ ต้องมีแล้วน้า

แค่เห็นเธอแล้วก็..ใจละลาย Smooto Unicorn | KoiOnusa

ต้องบอกว่าพอเห็น makeup เซ็ตนี้แล้วรู้สึกใจละลาย เพราะมาแนวสายหวาน และให้ความมุ้งมิ้งสูงมาก Concept โดยรวมสีพาสเทล Unicorn บอกเลยว่าก้อยใจบางมากจริงๆ
บรรดาเหล่าเมคอัพต่างๆ เซ็ตนี้เป็นสินค้าใหม่ของ Smooto ที่วางขายใน 7-11 นะคะ และยังคงเน้นแพกเกจน่ารัก ราคาน่าเลิฟเช่นเคย เมคอัพเซ็ตนี้ประกอบไปด้วย DD Cream, BB Powder และ Lip&Cream Blush
เรามาดูเจ้า DD Cream เป็นอย่างแรก Smooto Unicorn DD Cream สีเบอร์ 02 สำหรับผิวขาว-ผิวธรรมดา ที่จะช่วยปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แถมยังมีกันแดด SPF50 ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และมีสารสกัดจากคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์และเรียบเนียน บอกเลยว่า แค่ซองก็ดูน่าใช้มากๆ แล้ว ราคาก็น่ารัก 39 บาทเท่านั้น
ตัว DD Cream ของเค้าจะเป็นสีเนื้อ ซึ่งเป็นสีธรรมชาติของผิว เนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย และบางเบา
เมื่อก้อยลองทาลงไปบนผิวหน้า ปรากฏว่ามันช่วยปรับให้ผิวดูดีขึ้น เรียบเนียนและดูกระจ่างใสขึ้นจริงๆ อาจจะไม่ได้ปกปิดเต็ม 100 เพราะยังเห็นรอยสิวอยู่ แต่โดยรวมก็ทำให้ผิวหน้าดูใสขึ้น ก้อยใช้ทั้งวันไม่เป็นคราบเลย เพราะเนื้อเค้าค่อนข้างบางและเกาะกับผิวได้ดี แถมยังกันน้ำ กันเหงื่อด้วย
ตัวต่อไปคือแป้งผสมรองพื้น Smooto Unicorn BB Powder เบอร์ 02 สำหรับผิวขาว-ผิวธรรมดา ใครที่รู้สึกว่า DD Cream ยังปกปิดไม่สะใจ แนะนำให้ใช้แป้งของเค้าต่อเลย เพราะแป้งตัวนี้เค้าปกปิดได้ดีมากกกกก แถมเนื้อยังบางเบา สบายผิว กันน้ำ กันเหงื่อด้วยนะ
เนื้อแป้งของเค้าบางเบามาก ทาไปบนแขนจะเห็นว่ามันช่วยปรับให้สีผิวบริเวณนั้นกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น
ดูจากใต้ตาก้อยก็ได้ง่ายๆ นี่ไม่ได้ใช้คอนซีลเลอร์เลยนะ 2 ฝั่งซ้ายขวาช่างแตกต่างกันมากจริงๆ รอยคล้ำใต้ตาของก้อยดูดีขึ้นมาก มากจนก้อยก็ตกใจรูป Before ใต้ตาของตัวเอง 5555+ เพราะหลังจากทาแป้งแล้วมันดูดีขึ้นมามากจริงๆ ดูใต้ตาสว่างและกระจ่างใสขึ้นเยอะ
ดูรอยสิวก้อยที่เป็นรอยแดง แป้งตัวนี้ช่วยปกปิดไปได้อย่างแนบเนียน แถมยังรู้สึกสบายหน้า ไม่รู้สึกหนักผิวเลย ใช้ทั้งวันแป้งไม่ดรอป ไม่ทำให้หน้าเทา และคุมมันได้ดีพอสมควรเลยนะ ตลับนี้ควรมีจริงๆ อ่ะ 149 บาท ให้ความบางเบาและปกปิดดีขนาดนี้ ยอมมมมมม
และตัวสุดท้าย งานสีสรรกันบ้าง Smooto Unicorn Lip & Cream Blush เป็นครีมบลัชแบบ 3 in 1 คือใช้ได้ทั้ง ตา แก้ม ปาก คุ้มค่ามาก ซองละ 49 บาท แต่ใช้งานได้หลากหลาย ก้อยใช้แล้วชอบตรงที่เนื้อสีของเค้าติดทนมากๆ สีสวยทุกสี ไม่แปร๊ดจนเกินไป เป็นสีที่ถูกจริตก้อยมาก และมีด้ามแปรงช่วยให้ทาได้ง่ายขึ้น
เค้ามีทั้งหมด 3 สีนะ เม็ดสีแน่นมาก ปาดนิดเดียว แต่สีชัดเว่อร์
01 Sweet Pink สีชมพูนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมาก เหมาะสำหรับสาวหวานแบบก้อยสุดๆ สีไม่สว่างจนเกินไป ยังใช้ได้ในชีวิตจริง
ทาตา ทาแก้ม ทาปาก โดยรวมก็จะได้ความหวานประมาณนี้เลย
02 Orange Peach สีโทนส้มสีนี้ ออกส้มตุ่นๆ ไม่สว่าง ไม่แจ๊ด โดยปกติลิปซองที่ก้อยเจอในเฉดสีส้มส่วนใหญ่จะมีสีค่อนข้างแจ๊ดและสว่างมาก แต่สำหรับส้มนี้เป็นส้มที่สวยหรูดูดี ใช้งานง่าย
ทาตา ทาแก้ม ทาปาก ก็จะได้ความเปรี้ยวๆ ประมาณนึง เป็นสีที่ก้อยว่าทาแก้มแล้วน่ารักมาก
03 Red Rose สีนี่เป็นสีแดงตุ่นๆ ตอนทาครั้งแรก ก้อยกรี๊ดกับสีนี้มาก เพราะเป็นลิปซองสีแดงที่ทุกคนควรจะมี เป็นแดงที่อยู่ในกระแสมาก แดงตุ่นๆ แบบนี้แหละที่หลายๆ คนชอบ
บอกเลยว่าก้อยชอบสีนี้มากๆ ทาปากแล้วดูแพงมาก สีเค้าสวยมากจริงๆ อ่ะ
โดยรวมตัวครีมบลัชของเค้าเนื้อค่อนข้างนุ่มและเกลี่ยง่าย ก้อยแนะนำว่าให้ทาครีมบลัชบนแก้มก่อนทาแป้งนะ มันจะเกลี่ยง่ายกว่าทาหลังทาแป้ง นำมาทาตาแล้วเกลี่ยๆ เบลนด์ๆ สีเค้าหน่อยก็สวยแล้ว จริงๆ ใช้เดี่ยวๆ เลยก็ได้ และส่วนตอนใช้ทาปาก คือดีที่สุด กลบสีปากมิด เนื้อดูฉ่ำๆ แต่ไม่วาว ดูกำมะหยี่ ทำให้ปากดูอิ่มเอิบ ปากดูสวยมาก
หวังว่าทุกคนคงเข้าใจความใจละลายของก้อยแล้วนะ ก้อยปลื้มแป้งและสีสันของครีมบลัชที่สุดเลย ยอมรับว่าเค้าออกแบบทั้งแพกเกจและคุณภาพของสินค้าได้ออกมาดีเกินราคาจริงๆ ราคาน่ารัก สามารถซื้อครบเซ็ตได้อย่างสบายใจเลย
01.jpg