หมดแล้วแต่ใช้ซ้ำ Facelabs ขวดจิ๋ว เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น | KoiOnusa

01.png

กดดูแบบคลิปได้เลยค่ะ

อย่างที่เคยย้ำนักย้ำหนา ว่าผิวสุขภาพดีคือผิวที่ชุ่มชื้น เพราะผิวที่ชุ่มชื้นนั้นสำคัญกับผิวหน้าหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดความแห้ง หยาบกร้านของผิวหน้า ช่วยลดความมันของผิวหน้า ช่วยให้หน้าไม่หมองคล้ำ ช่วยลดสิว ลดการระคายเคืองผิวต่างๆ เมื่อเรามีผิวเด้งฉ่ำน้ำ ก็จะทำให้ผิวเราดูอ่อนวัย เพราะผิวมีความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยยาก

02.png

ก้อยให้ความสำคัญกับผิวที่ชุ่มชื้นมากกกกก นี่เคยไปเช็คสภาพผิวมานะว่าสภาพผิวหน้าเรามีความชุ่มชื้นมากแค่ไหนโดยวัดจากอายุของเรา ล่าสุดคือก้อยสามารถรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีมากกว่า 80% เลยนะ กับอายุ 32 ปีของก้อยเนี่ย เพราะก้อยหมั่นใช้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวสม่ำเสมอ มีตัวนึงที่ก้อยใช้หมดไปแล้ว 1 ขวด ห่างหายจากการใช้ไปสักพักละ แต่ตอนนี้รู้สึกอยากกลับมาใช้ใหม่อีก นั่นคือ  FACELABS Hydrating Essence เวชสำอางที่ได้รับรางวัล Best Facial Essence for Sensitive Skin จาก Lisa Beauty Choice Awards 2018 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดสุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ซึ่งถ้าใครติดตามก้อยก็จะเห็นเจ้า Facelabs ตัวนี้โผล่ไปโผล่มาในกรุสกินแคร์ที่ก้อยใช้บ่อยๆ ถ้ามันไม่เวิร์คจริง ไม่กลับมาใช้หรอก

03.png

เอสเซนส์ตัวนี้เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะเค้าไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ มี Sodium PCA ที่จะช่วยปรับสภาพผิว ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว และมี Sodium Hyaluronate ที่จะช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนานทั้งวัน เนื้อใสๆ เหลวเหมือนน้ำ แต่มีความหนึบๆ กว่าน้ำเล็กน้อย

04.png

วิธีใช้โดยปกติของคนทั่วไปนั่นคือ หยดน้ำเอสเซนส์ลงบนฝ่ามือ ตบเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้เนื้อเอสเซนส์ซึมเข้าผิวหน้า

05.png

แต่ใครอยากใช้เป็นมาสก์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวก็ทำได้นะ เพียงแค่หยดเอสเซนส์บนสำลีให้ชุ่ม แล้ววางสำลีบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที

06.png

หรือใครอยากให้ผิวชุ่มชื้นระหว่างวันด้วยก็สามารถนำมาใส่ขวดสเปรย์ทำเป็นสเปรย์น้ำแร่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในระหว่างวันได้ด้วยล่ะ บอกเลยว่าเจ้าเอสเซนส์ตัวนี้ค่อนข้างซึมซาบเข้ากับผิวเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ก่อนแต่งหน้าก็จะทำให้เมคอัพติดผิวและอยู่ทน ใช้สเปรย์ฉีดหน้าระหว่างวันก็ไม่ทำให้เมคอัพไหลเยิ้มและยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นทันทีที่ใช้ด้วย

07.png

อ่ะ ไม่ประทับใจจริงหรือไม่ชอบจริงคงไม่มีพูดแล้วพูดอีกหรือใช้ซ้ำๆ หรอกนะ คือเราชอบมันจริงๆ ใช้แล้วผิวอิ่มน้ำชุ่มชื้น ผิวสุขภาพดี ปัญหาผิวต่างๆ น้อยลง ผิวเด้งๆ ใสๆ มีน้ำมีนวล ปัญหาผิวปัญหาสิวน้อยลงจริงๆ ขวดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวกมาก และใช้ได้นานพอสมควรเลย ขนาด 30 ml ราคา 395 บาท หาซื้อได้ที่ Watsons หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ขวดจิ๋วแต่คุณสมบัติไม่จิ๋วนะเธอ

01.png

มาสก์แผ่นแบบหนานุ่ม Lululun One ใช้ไปฟินไป | KoiOnusa

TN-JB

ย้อนกลับไปสมัยที่มาสก์หน้าของญี่ปุ่น Lululun ฮิต ใครไปญี่ปุ่นทีก็ต้องฝากเค้าซื้อที ขนกลับมาหลากหลายสูตร ใช้วนไปเรื่อยๆ เรียกว่าก้อยใช้แทบจะทุกสูตรของเค้าแล้ว โดยเฉพาะตัว 7 days ที่มีมาสก์มากถึง 7 แผ่นในซองเดียว และราคายังน่ารักน่าคบหา ทำให้ในช่วงนั้นมาสก์หน้า Lululun ของญี่ปุ่นฮิตจริงฮิตจัง

วันเวลาผ่านไป หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เรียกได้ว่า ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อย่างมาสก์หน้า Lululun ที่ก้อยเคยฝากใครหิ้วกลับมาบ่อยๆ ก็ไม่ต้องฝากเค้าให้หนักกระเป๋าอีกแล้ว เพราะเค้ามีมาวางขายในไทยครบทุกสูตรเหมือนญี่ปุ่นเลย นอกเหนือจาก 7 days สูตรต่างๆ แล้ว ก้อยว่าสูตรนี้ก็น่าสนใจ “Lululun Fresh Mask Lululun One”
ตัวนี้ก้อยไม่แน่ใจว่ามันคือสูตรใหม่ หรือจริงๆ มีวางขายนานแล้วแต่เพิ่งเข้าไทย? แต่เห็นหน้าตาแปลกๆ ก็เลยหยิบมาลอง พลิกมาดูด้านหลังผลิตปี 2018 ก้อยว่าคงมีขายที่ญี่ปุ่นนานแล้วแหละ แต่ทำไมก้อยถึงเพิ่งเคยเห็นก็ไม่รู้ มาสก์ตัวนี้เค้ามีสรรพคุณหลักๆ ก็คือช่วยลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น กระจ่างใส

สูตรนี้แผ่นมาสก์เค้าแตกต่างจากสูตร 7 Days มาก แผ่นมาสก์ค่อนข้างหนา มีเยื่อแผ่นมาสก์ที่นุ่มและแน่น

และยังให้น้ำมาสก์มาพอสมควรเลยนะ น้ำมาสก์เค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้ ซึ่งปกติแล้ว ในสูตร 7 Days มันจะเป็นสีใสๆ นอกจากก้อยจะมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์แล้ว พวกน้ำมาสก์เหล่านี้ ก้อยก็เอามาทาคอทาแขนทาตัวต่อ ให้ผิวอ่อนเยาว์แบบทั่วถึงกัน ฮ่าๆ
ก้อยมาสก์หน้าทิ้งไว้ 20 นาที ชอบแผ่นมาสก์อันนี้จริง หนานุ่มดี ตอนมาสก์ช่วงแรกๆ ก้อยรู้สึกเหมือนแสบๆ คันๆ ที่ผิวหน้านิดหน่อย ด้วยเนื่องจากเค้ามีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากผลไม้อย่างแอ๊ปเปิ้ล และองุ่น ที่จะช่วยในเรื่องลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ แต่ผ่านไปประมาณ 5-8 นาทีความคันยุบยิบก็หายไป

นี่คือรูปก่อนและหลังใช้มาสก์ตัวนี้ เห็นชัดเลยว่ามันช่วยให้ผิวหน้าของเราชุ่มชื่นขึ้นทันที รู้สึกผิวอิ่มๆ ผิวดูสุขภาพดี ไม่แห้งเหมือนตอนก่อนมาสก์หน้า นี่ก้อยแทบไม่ต้องบำรุงอะไรเพิ่มหลังมาสก์หน้าเลย รู้สึกเหมือนตัวน้ำมาสก์เค้าเกาะผิวหน้าแน่นดี ไม่ระเหยไปอย่างรวดเร็ว

ชอบแผ่นมาสก์เค้ามากอ่ะ หนาและนุ่มนิ่มจริงจัง ก้อยว่าก้อยชอบแผ่นมาสก์ที่ไม่บางจนย้วย ชอบแผ่นหนานุ่มประมาณนี้ แผ่นมาสก์มันยึดเกาะผิวหน้าได้ดี ทำให้มันอุ้มเนื้อมาสก์มาบำรุงผิวหน้าเราได้ดีมากขึ้นด้วย

TN-JB

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ มาสก์เกาหลีต้องนีล! | KoiOnusa

01.png

สาวๆ คนไหนชื่นชอบการมาสก์หน้าเป็นชีวิตจิตใจบ้าง ก้อยล่ะคนนึง มีมาสก์ตุนไว้ในกรุมากมาย มาสก์หน้านี่มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคานะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สิ้นเปลืองอยู่ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย มาสก์บางตัวราคาแพงเว่อร์หลักร้อย จะให้ใช้ครั้งเดียวแล้วโยนลงถังขยะเลยก็รู้สึกหน่วงๆ ใจ เสียดายตังค์

03.png

ก้อยเลยอยากนำเสนอมาสก์ถูกแต่ดี มีคุณภาพอย่างมาสก์เกาหลี Neil ที่ก้อยใช้แล้วก็รู้สึกทึ่งกับราคาเล็กน้อย เพราะราคาค่อนข้างถูกมาก 19 บาทเท่านั้น (สูตรพรีเมี่ยม 39 บาท) และมีหลายสูตรให้เลือกสรร มีทั้งหมด 13 สูตร แต่ก้อยจะพูดถึง 3 สูตรที่ก้อยได้ใช้

04.png

เริ่มจากสูตรธรรมชาติอย่าง Neil Brighting Mask สูตร Pearl หรือสูตรที่ได้จากสารสกัดจากไข่มุก ดูง่ายๆ จากหน้าซอง เค้ามีรูปหอยและมีไข่มุกอยู่ด้านใน ตามคำเคลมของสูตรนี้คือเค้าจะช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยและบำรุงผิวให้เรียบเนียน ต้องบอกว่าเป็นมาสก์ราคา 19 บาท ที่ให้แผ่นมาสก์มาแบบมีคุณภาพ ก้อยรู้สึกว่าแผ่นมาสก์เค้าไม่บางเท่ากับบางยี่ห้อที่ราคาระดับเดียวกัน อุ้มเนื้อมาสก์ได้ดีทีเดียว เนื้อมาสก์เป็นสีขาวขุ่น ตัวนี้ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นนะ หอมอ่อนมากๆ เวลามาสก์บนผิว แผ่นมาสก์ค่อนข้างใหญ่กว่าใบหน้าก้อยพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ระหว่างมาสก์ 15 นาทีนี้ ก้อยรู้สึกชุ่มชื่นผิวมาก แกะมาสก์ออกมาแล้วนวดตัวมาสก์เข้ากับผิวหน้าจะรู้สึกหนืดๆ ผิวจะชุ่มชื่นยาวนานเลย

05.png

สูตรต่อมาเป็นสูตร Solution อย่าง Pure Vitalizing Mask สูตร Vita Complex Solution มาสก์สูตรนี้หลักๆ เลยคือเค้าจะช่วยให้ผิวเรากระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า ลดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้สิวหายเร็วขึ้น แผ่นมาสก์เค้าคล้ายๆ กับสูตรแรกเลย คือเป็นแผ่นมาสก์ที่ไม่บางมาก ค่อนข้างอุ้มน้ำมาสก์ได้ดี และมีขนาดใหญ่เหมือนกัน สูตรนี้เหมาะมากกับคนวัย 30+ แบบก้อย จะใช้วันเว้นวันก็ยังไม่รู้สึกเสียดายเพราะราคาน่ารัก ตัวเนื้อมาสก์จะมีสีขาวขุ่นกว่ามาสก์ตัวแรกนิดหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ อ่อนมาก ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นเดียวกัน แล้วก็ดึงมาสก์ออก หน้าจะชุ่มฉ่ำมาก จากนั้นก็นวดๆ ตัวเนื้อมาสก์ให้เข้ากับผิวหน้า ผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นมากๆ

06.png

และตัวสุดท้ายสูตรพรีเมี่ยม Premium Platinum Foil Mask Pack สูตรนี้โดดเด่นจากสูตรก่อนๆ มากเลยล่ะ เพราะแผ่นมาสก์ของเค้าแตกต่างจากเพื่อน เป็นสูตรพรีเมียมเพื่อผิวใส เติมเต็มอาหารผิวแบบเร่งด่วน ทั้งช่วยให้ผิวกระจ่างใส ให้ความชุ่มชื่นกับผิว และยังช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยด้วย เรียกว่ามีคุณสมบัติมากมายในสูตรนี้เลยล่ะ แผ่นมาสก์ของรุ่นนี้เค้าจะเป็นฟอยล์ 1 ด้าน และเป็นแผ่นมาสก์สีขาวนุ่มๆ ธรรมดาอีก 1 ด้าน เราต้องใช้ด้านที่เป็นสีขาวแปะเข้ากับหน้าเรา แล้วหันด้านฟอยล์ออก ตัวมาสก์แนบสนิทกับหน้าดีเลยล่ะ ไม่เลื่อนหลุดง่าย และมีขนาดพอดีกับหน้าก้อยเลย ไม่ใหญ่มากเหมือนมาสก์ 2 ตัวแรก ตัวนี้กลิ่นค่อนข้างชัดเจนนะ กลิ่นหอมลอยออกมาเลย ตัวเนื้อมาสก์เป็นสีใสเลย แตกต่างจากมาสก์ 2 ตัวแรกชัดเจน มาสก์แล้วรู้สึกชอบแผ่นมาสก์ของเค้ามากเลย ถึงจะเป็นฟอยล์ แต่มาสก์กลับบางเบามาก และอยู่ติดกับหน้าไม่หลุดง่ายเลย ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นกัน แกะมาสก์ออกมาแล้วก็ใช้มือนวดๆ ให้มาสก์ซึมเข้าผิวหน้า ผิวจะชุ่มชื่นตลอดคืนหรือตลอดวันเลย

07.png

ย้ำนิดตรงนี้หน่อย พอเรามาสก์หน้าเสร็จตอนผิวเรายังชุ่มๆ อยู่ อย่าลืมนวดผิวหน้าให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าผิวหน้าของเราด้วยล่ะ เราจะได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์เค้าอย่างเต็มที่

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ ยกให้ Neil เค้าไปเลย ราคาน่ารักมากกกกก ใช้บ่อยได้โดยไม่ต้องเสียดายตังค์ทีหลังเลย และตอนนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่นสนุกแจกผ้าปิดตา 2,000 ชิ้นด้วย โดยสามารถร่วมกิจกรรมด้วยการไปที่หน้าเพจนี้>> https://www.facebook.com/NeilCosmeticsbyPolla << แล้วกด Like+Share แบบสาธารณะ จากนั้นก็แคปหน้าจอเป็นหลักฐานมาคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ พร้อม Tag เพื่อนมาอีก 3 คน และติด #งานหนักก็พักก่อน #มาสก์หน้าเกาหลีต้องนีล สำหรับ 2,000 ท่านแรกก็จะได้รับผ้าปิดตาไปเลยอย่างง่ายดาย แต่สำหรับใครที่กลัวจะเล่นไม่ทัน เพียงแค่ซื้อมาสก์นีลสูตรธรรมชาติหรือสูตรโซลูชั่น 3 ชิ้น หรือสูตรแพลตินัม 2 ชิ้น ก็รับไปเลย ผ้าปิดตา 1 ชิ้นทันที

(ร้านค้าที่ร่วมโปรโมชั่น Eveandboy,MultyBeauty,Beautrium,Cosmo

Beaute , Hej Street Beauty)

**นึกถึงมาสก์เกาหลี ต้องนึกถึงมาสก์นีลนะ**

01.png

เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้

รองพื้นตัวเดียวจบ ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปด้านบนได้เลย

01.png

ชีวิตประจำวันของสาวๆ ในยุคนี้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น แต่ถึงเราจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากแค่ไหน สาวๆ ก็ยังคงห่วงเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ แต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเนี่ยก็มีเยอะเหลือเกิน จะดีแค่ไหนถ้าเรามีรองพื้นดีๆ ที่ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ได้

02.png

ถ้ากำลังมองหารองพื้นดีๆ สักตัว ที่มีทั้งครีมบำรุงและครีมกันแดด และช่วยให้ผิวดูสวยแบบธรรมชาติ ต้องลองใช้รองพื้น Lena ดูซักครั้ง รองพื้นแม่แอน อลิชา เค้าเป็นรองพื้นเนื้อแมทท์ ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวระหว่างวันมากเลยนะ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่ดูเป็นรองพื้นที่หนาจนเกินไป เป็นงานผิวที่ยังคงปกปิดได้ กันเหงื่อได้ดีเลย เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมาก

03.png

รองพื้นเค้ามี 3 เฉดสีนะ ส่วนตัวก้อยใช้สี LN15 สำหรับผิวขาวอมชมพู เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็นเนื้อที่คล้ายๆ เซรั่ม ไม่หนักผิว บางเบา เกลี่ยง่ายมาก แนะนำว่าให้ใช้นิ้วของเราเนี่ยแหละเกลี่ย จะได้ความปกปิดที่ดีในระดับนึง ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ย ก้อยว่ามันจะบางไป

04.png

ก้อยให้ดูความปกปิดของมันนะ ถือว่าปกปิดพวกรอยเล็กๆ ได้ แต่พวกสิวเม็ดเป้งๆ หรือรอยสิวชัดๆ ยังปิดไม่เนียนเท่าไหร่ ยังคงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย

05.png

แต่ที่แน่ๆ ก้อยชอบงานผิวหลังจากใช้รองพื้นของเค้ามากเลย ผิวดูกระจ่างใส ดูเป็นผิวเราที่ดูดีขึ้นและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวในชีวิตประจำวัน บางวันอยากได้ลุคสบายๆ ก็ลงแค่รองพื้นตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องลงแป้งตามก็ได้ ที่สำคัญมีตัวบำรุงที่ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นผิว และมีกันแดด SPF 50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดด้วย

06.png

ก้อยใช้รองพื้นเค้าตั้งแต่ช่วง 9.00 น. โมง จนตอนนี้ 16.00 น. ก็จะมีความมันเกิดขึ้นมาพอสมควร มีคราบเล็กน้อยหลุดลอกตรงบริเวณรอบๆ มุมจมูก หน้านี้คือผ่านฝนตกพร่ำๆ อากาศร้อนชื้นมากๆ โดยฝนปรอยๆ ด้วยนะ

07.png

ก้อยว่าเนื้อรองพื้นของเค้าไม่ใช่รองพื้นเนื้อแมทท์ที่ให้ความปดปิดจนอึดอัดผิว แต่เป็นรองพื้นที่ช่วยปกปิดแต่ยังให้ผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ เราสามารถใช้แบบตัวเดียวจบได้เลยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

01.png

 

ลองคุชชั่นใหม่ Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte แบบอากาศร้อนชื้น รอดหรือไม่!! | KoiOnusa

มาลองของใหม่อีกแล้วล่ะ หลังจากที่เคยใช้ตัว BB ของ Cute Press ไปครั้งก่อน ก้อยก็ยังคงใช้อยู่ แต่อยากลองหันมาใช้ตัวคุชชั่นของเค้าบ้าง เพราะเค้าเพิ่งออกใหม่ ดูน่าสนใจดี บางทีก็ชอบใช้คุชชั่นแต่งหน้าเพราะก้อยรู้สึกว่าสะดวก รวดเร็วกว่าการทารองพื้นหรือ BB Cream มีพัฟมาให้พร้อม ไม่ต้องคิดว่าจะใช้มือ ใช้แปรง หรือใช้ฟองน้ำเกลี่ยดี

ขอพูดถึงเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Cushion Foundation SPF 50+ PA+++ คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press แบรนด์ไทยที่ก้อยว่าหลังๆ เค้าทำคุณภาพและอิมเมจแบรนด์ได้น่าสนใจมาก ดูแค่แพ็กเกจตัวนี้ก็รู้สึกอยากหยิบมาใช้แล้ว สีสันน่ารัก ตลับแข็งแรง

เปิดตลับมาด้านในจะเป็นแบบนี้ เจอพัฟสีขาว 1 ชิ้น

พัฟเค้าไม่บางไม่หนา เนื้อสัมผัสนุ่ม แตะเนื้อคุชชั่นขึ้นมาได้ดีเลยล่ะ

ส่วนด้านในเนื้อคุชชั่นก็จะเป็นคุชชั่นที่อยู่ในฟองน้ำแบบนี้

ที่สำคัญ มีรีฟีลมาให้ด้วยนะ 1 ชิ้น แฮปปี้มากกกกกก

คุชชั่นรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สีนะ เบอร์ 01 Light Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาว เบอร์ 02 Sand Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลืองหรือโทนผิวสีกลางๆ แบบคนเอเชีย และเบอร์ 03 Medium Beige สำหรับคนผิวเข้มขึ้นมาหน่อย เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น เบา ไม่หนักผิว

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชื่อรุ่นของเจ้าคุชชั่นตัวนี้คือ  “1-2 Beautiful Airy Matte” ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cute Press จะเห็นได้ว่าชื่อจะเหมือนกันกับเจ้ารองพื้น 1-2 Beautiful Airy Matte” แต่บอกให้รู้เลยว่า เบอร์สีของรองพื้นกับของคุชชั่นเค้าไม่ตรงกันซะทีเดียวนะ

คุชชั่นเบอร์ 01 Light Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 02 Light Beige
คุชชั่นเบอร์ 02 Sand Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 03 Sand Beige
คุชชั่นเบอร์ 03 Medium Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 04 Medium Beige
หรือพูดง่ายๆ ว่าให้ดูตรงชื่อสี จะได้เลือกสีได้ตรงกับสีผิวของตัวเรา

ตัวนี้เค้าเป็นคุชชั่นเนื้อแมทท์ ที่ให้การปกปิดดีพอสมควรเลย ถึงจะเป็นเนื้อแมทท์ แต่ไม่ได้รู้สึกหนักผิว รู้สึกสบายผิว ผิวได้หายใจ

ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้าด้วยคุชชั่นตัวนี้ก็จะประมาณนี้แหละ วันนี้มีไปอยุธยาด้วย พาไปทดสอบประสิทธิภาพกลางแดดร้อนๆ ที่อยุธยากัน

ที่อยุธยาวันที่ก้อยไป ทั้งร้อน ทั้งฝนตกชื้นๆ ถ่ายให้ดูหน้าตอนเวลาประมาณ 15.30 น. ผ่านมาประมาณ 7-8 ชั่วโมง (แต่งหน้าตอน 8 โมงเช้า) ความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าน้อยมากเลย แต่แอบมีคราบเล็กๆ บริเวณร่องจมูกและรูขุมขนตรงสันจมูกเชื่อมกลางหน้าผากเล็กๆ และบริเวณหน้าผาก แต่โดยรวมผิวก็ยังดูโอเคอยู่นะคะ

ต้องบอกว่า 8 ชั่วโมงกับอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดเวลาที่อยุธยา แล้วเมคอัพยังแน่นเบอร์นี้ ก็ถือว่าเก๋แล้วนะ  ชอบที่มันคุมมันดี และให้ความรู้สึกสบายผิวนี่แหละ ใครสนใจอยากลองใช้ก็แนะนำให้ไปลองเล่นที่ช็อปเทียบสีผิวดูนะจ๊ะ

เคลียร์รอยสิวด้วย BK Acne Expert Bright | KoiOnusa

01.png

จริงๆ ก้อยเคยแนะนำสั้นๆ เป็นมินิรีวิว ไปแล้วเนอะ ว่าคนเป็นสิวอยากให้ลองใช้เซรั่มลดสิวและเอสเซ้นต์ลดรอยสิวของ BK นี่ก้อยเองก็ใช้ BK มาตั้งแต่เค้าดังพวกมาสก์สิวในช่วงแรกๆ เลยได้ทดลองใช้สินค้าของเค้าอยู่หลากหลายอัน

02.png

วันนี้อยากพูดถึงเอสเซ้นต์ลดรอยสิวตัวนี้หน่อย BK Acne Expert Bright ก้อยว่ามันทำงานได้ดีเลยนะ เมื่อใช้ร่วมกับตัว BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ต้องบอกก่อนว่าก้อยใช้ตัวเซรั่มลดสิวเค้ามาอยู่ก่อนแล้ว พักนึงนะ ยิ่งช่วงก่อนนี้ที่แพ้แชมพู เป็นช่วงสิวเห่อๆ นี่เลยหยิบมาใช้ทั้งตัวลดสิวและตัวลดรอยสิวเลย เราชอบที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีน้ำหอม เขียนชัดเจนตัวโตอยู่หน้าซอง แค่นี้ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาแล้ว

03.png

แต่ขอพูดถึงแต่ตัวลดรอยสิวหน่อยแล้วกัน ตัวนี้เนื้อเอสเซ้นต์เค้าจะเป็นสีขาวขุ่นเลย ตอนแรกก้อยนึกว่าเนื้อเค้าจะเป็นครีมหนักผิว แต่เมื่อเกลี่ยแล้วเนื้อบางเบามากกกก ซึมผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ก้อยทดลองใช้ทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ทาทั่วหน้าค่ะคุณผู้ชม 5555+ เพราะทายังไงๆ ก็ยังไม่หมดซองซักที วันไหนขี้เกียจๆ ก็ผสมกับตัวเซรั่มลดสิว ทาไปเลยทีเดียวพร้อมๆ กัน >.< อันนี้พูดจริง ฮ่าาา

04.png

ความประทับใจของเราคือ ก้อยมีรอยสิวบริเวณนี้มานานแล้วค่ะ คือไม่หายซักที เพราะบอกตามตรงว่าไม่ได้ใช้ครีมอะไรทาลดรอยสิว อาจจะขี้เกียจด้วยส่วนนึง นี่ก้อยทดลองใช้ตัวนี้ทาบริเวณนี้ดูพักใหญ่ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่ากี่วันนะ มาดูอีกทีรอยสิวตรงนี้จางลงไปจนแทบจะไม่เห็นแล้วล่ะ นี่เลยแค่อยากจะมาบอกต่อ ว่าซองจิ๋วๆ แค่นี้ ประสิทธิภาพไม่ใช่เล่นเลยนะจ้ะ

 

05.png

นี่ก็แค่อยากมาบอกต่อน่ะ ว่าหากยังไม่มั่นใจว่าอะไรใช้ดีไม่ดี เค้าก็จะมีพวกครีมซองราคาย่อมเยาว์ขาย ซื้อมาใช้ขำขำไม่กี่บาทดูก่อนก็ได้นะ ถ้าถูกใจใช้หมดแล้วค่อยขยับไปซื้อไซด์จริงก็ได้ แบบซองนี่มีขายใน 7-11 ทุกสาขานะ ลองไปจับๆ ส่องๆ กันดู ถูกและดีมีอยู่จริง

01.png