ผิวไบรท์กระจ่างใสคูณสอง ด้วยคู่หูกู้หน้าหมองสุดปัง | KoiOnusa

สวัสดีค่าทุกคน….

หลังจากที่เราเคยใช้ Cute Press 1 Night Brightening Overnight Mask มาสก์ตัวดังมาก่อนหน้านี้แล้ว เซรั่มตัวใหม่ล่าสุดน่าสนใจมากไม่แพ้กัน สำหรับคนที่อยากมีผิวกระจ่างใส ผิวดูไบรท์ ต้องลองใช้ 2 ตัวนี้คู่กันดู
ขอพูดถึงตัวที่เราใช้อย่างเป็นประจำก่อนนะ สำหรับมาสก์สูตรสีเหลือง 1 Night Brightening Overnight Mask เรียกสั้นๆ ได้เลยว่าเป็นมาสก์เจลหน้าใส ช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าที่หมองคล้ำให้กระจ่างใส สดใส สดชื่นขึ้นในข้ามคืน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นผิวแบบเร่งด่วน และยังช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดการนอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลากลางคืนด้วยนะ

 ใครผิวแห้งบอกเลยว่าจะต้องชอบมาก ใครผิวหมอง เหนื่อยล้า ผิวหน้าไม่สดใส ใช้สลีปปิ้งมาสก์ตัวนี้บ่อยๆ จะได้รับผลลัพธ์แบบเห็นได้ชัดเลย

เนื้อสลีปปิ้งมาสก์ตัวนี้เป็นเนื้อเจลใสๆ เป็นเนื้อที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ทาผิวแล้วจะรู้สึกเย็น สบายผิว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยผ่อนคลายได้ดี ช่วงแรกที่ทาผิวอาจจะรู้สึกเหนอะผิวเล็กน้อย ต้องนวดให้เนื้อเค้าซึมลงบนผิวและทิ้งเค้าไว้ประมาณ 15 นาที เนื้อเจลจะซึมเข้ากับผิวจนเราไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว

ตัวต่อมาเป็นเซรั่มสูตรสีเหลือง Cute Press 1 Week Brightening Booster Serum เซรั่มตัวนี้เราสามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและตอนกลางคืน จะยิ่งช่วยเพิ่มพลังบำรุงผิวให้กระจ่างใส เพราะเค้าอยู่ในไลน์เดียวกันกับ Overnight Mask ส่วนผสมหลักที่จะช่วยให้ผิวของเรากระจ่างใสขึ้นคือ วิตามิน บี3 ซึ่งมีอยู่ในทั้งมาสก์และเซรั่ม จะช่วยปรับโทนผิวให้สม่ำเสมอกัน ลดเลือนจุดด่างดำได้ดีด้วย
เค้ามีหัวดรอปเปอร์มาให้ใช้ดูดเนื้อเซรั่มขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงใช้งานสะดวกมาก ใช้ครั้งละ 1 ดรอปเปอร์ จะได้ผิวที่ชุ่มชื้นพอดีๆ
เค้ามีหัวดรอปเปอร์มาให้ใช้ดูดเนื้อเซรั่มขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงใช้งานสะดวกมาก ใช้ครั้งละ 1 ดรอปเปอร์ จะได้ผิวที่ชุ่มชื้นพอดีๆเนื้อเซรั่มเค้าเป็นเนื้อใสๆ เนื้อเหลวตามแบบฉบับเนื้อเซรั่มทั่วไป แต่ทาผิวแล้วรู้สึกว่าเนื้อบางเบามาก ซึมเข้ากับผิวไว แบบไม่เหนอะหนะผิวเลย รู้ตัวอีกทีก็ไม่เห็นเนื้อน้ำๆ ของเซรั่มบนผิวแล้ว ซึมเข้าผิวแต่มีความรู้สึกชุ่มชื้นอยู่ ชอบความรู้สึกนี้สุดๆ เป็นเนื้อสัมผัสที่เหมสะกับทุกสภาพผิวเลยเค้ามีหัวดรอปเปอร์มาให้ใช้ดูดเนื้อเซรั่มขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงใช้งานสะดวกมาก ใช้ครั้งละ 1 ดรอปเปอร์ จะได้ผิวที่ชุ่มชื้นพอดีๆ

ก้อยลองใช้คู่กันทั้งตัวเซรั่มและสลีปปิ้งมาสก์ในช่วงที่มีรอยแดง รอยดำ ผิวหมองจากการมีสิวเยอะแยะมากมายดู ปรากฏว่าเค้าช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นจริงๆ รอยแดงจางลงเยอะมาก ผิวดูใสขึ้น ก้อยใช้ประมาณ 2 สัปดาห์นะ ผิวเรียบเนียนขึ้นแบบเราเองก็เห็นชัดอ่ะ ยิ่งวันไหนหน้าเหนื่อยล้า หน้าเพลียๆ ใช้สลีปปิ้งมาสก์จะเห็นว่าผิวในตอนเช้ามันฟู มันอิ่มน้ำแบบสุดๆ หน้าตามันสดชื่นขึ้นเยอะจริงๆ ที่ก้อยเคยว่าสลีปปิ้งมาสก์เค้าเวิร์คๆ ตอนนี้ต้องบอกว่าต้องใช้คู่กับเซรั่มสูตรสีเหลืองตัวนี้ด้วย ใช้คู่กันคือผิวใสคูณสอง เป็นสกินแคร์กู้หน้าหมอง ช่วยให้ผิวไบรท์ในราคาน่ารัก ไปลองพิสูจน์กันดู

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz
Tiktok : https://www.tiktok.com/@gukoiiz

ขูดหินปูนครั้งแรก!!! ที่ PLUS Dental Clinic | KoiOnusa

สวัสดีค่าทุกคน………..

นานมากเหมือนกันนะ ที่ก้อยไม่ได้เข้าร้านหมอฟัน นับคร่าวๆ ก็น่าจะราวๆ 5 ปีได้ เราเลยตัดสินใจเข้าคลีนิคทำฟันเพื่อขูดหินปูนและเคลือบฟลูออไรด์ให้ฟันแข็งแรงซะหน่อย ไม่ได้ดูแลสุขภาพฟันและช่องปากนานมาก จัดหนักจัดเต็มนิดนึงแล้วกัน!! เรามาทำฟันกันที่ PLUS Dental Clinic เค้ามี 11 สาขาเลยนะ แต่เราเลือกมาทำที่สาขาอุดมสุข เพราะขึ้นทางด่วนไม่ถึง 20 นาทีจากบ้านเราก็ถึงเลย รถไม่ติดด้วย หน้าร้านก็มีที่จอดรถประมาณ 4-5 คัน แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถ ก็สามารถนั่ง BTS มาได้นะ สะดวกมาก

เข้าไปในร้าน เราก็ต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อน แล้วก็มาเจอเค้าเตอร์ที่มีพนักงานต้อนรับรอเราอยู่ พนักงานต้อนรับที่นี้ต้อนรับขับสู้ดีมาก พูดจาเพราะ บริการดี เป็นกันเอง เค้าให้เรากรอกประวัติก่อนเป็นอันดับแรก แล้วก็ถามถึงบริการที่เราจะเข้ามาทำในวันนี้ ซึ่งเราได้โทรมาจองเวลานัดล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วแหละ เหลือแค่รอเวลาที่คุณหมอจะตรวจฟันคนไข้คนก่อนหน้าของเราก็ถึงคิวของเราแล้ว

ให้ดูบรรยากาศของคลีนิค เราชอบที่คลีนิคเค้าดูสะอาดสะอ้าน พื้นเรียบร้อย ไม่มีเศษขยะหรือคราบดำๆ รวมถึงเก้าอี้ก็มีการรณรงค์ให้นั่งเว้นที่เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี และที่สำคัญมีการฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีซี (UVC) เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่บริเวณห้องตรวจด้วย

นี่เป็นห้องของคุณหมอที่คอยให้บริการคนไข้ในการทำฟัน มีห้องคอยให้บริการอยู่ 5-6 ห้อง รับลูกค้าได้เยอะพอสมควรเลย

ถ้าใครพาผู้ติดตามมา หรือมาก่อนเวลาแล้วหิวๆ เค้าก็มีบริการอาหารว่างให้ด้วยนะ โดยที่เราสามารถบริการตนเองได้เลย มีทั้งน้ำร้อน น้ำเย็น และขนมรองท้อง จัดวางกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าหยิบทานมากๆ

ที่นี้เค้ามีบริการจัดฟันด้วยนะ มีสียางให้เลือกเยอะมากๆ

อ่ะเรามานั่งรอเวลา ก้อยมาถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง บอกตรงๆ ว่านั่งรอแบบง่วงๆ เพราะแอร์เย็นฉ่ำ ห้องเงียบ น่านอนสุดๆ

และแล้วก็ถึงเวลาเข้าไปพบคุณหมอ บอกตรงๆ ว่าตื่นเต้น เพราะเราไม่เคยขูดหินปูนมาก่อนเลย ได้แต่บอกคุณหมอแบบเขินๆ ว่า “นู๋ไม่เคยขูดหินปูนเลยค่ะ” >.< บอกไว้ก่อนแหละ ถ้าเจอคราบหินปูนหนักๆ คุณหมอจะได้ไม่ตกใจ คุณหมอบอกเราว่าเรามีคราบหินปูนน้อยมาก ไม่น่าเชื่อว่าไม่เคยขูดหินปูนเลย (แอบดีใจคุณหมอชม 5555) คุณหมอแจ้งเราไว้ก่อนจะเริ่มขูดหินปูนว่าอาจจะมีเสียวๆ ฟันนิดหน่อยนะ เอาละ ฮึบ!! อดทน พอขูดหินปูนเสร็จก็ได้แต่พูดกับตัวเองในใจว่า “คุณหมอมือเบามาก”  ใครบอกขูดหินปูนเจ็บนี่จะตีนะ ก้อยเป็นคนทนเจ็บไม่ค่อยได้ นี่ก็ยังขูดหินปูนจนฟันสะอาดเรียบร้อย อาจจะมีเสียวๆ ฟันนิดหน่อย แต่บอกเลยว่าคุณหมอมือเบาจริงๆ ไม่เจ็บเลย คุณผู้ช่วยคุณหมอก็น่ารัก ดูอารมณ์ดี พูดคุยกับคุณหมอเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศในห้องไม่เครียด บันเทิงเพลินใจสุดๆ

พอเราขูดหินปูนเสร็จเรียบร้อย ก็ทำการเคลือบฟลูออไรด์ เป็นการเคลือบฟันให้ฟันแข็งแรง เค้ามีทั้งหมด 5 รสนะ แต่คุณหมอเลือกรสองุ่นมาให้

ก้อยทำการเคลือบฟลูออไรด์อยู่ประมาณ 4 นาที โดยทำการกัดเจ้าพิมฟันที่ทุกคนเห็นในรูปนี้แหละ รสชาติก็ออกจะเปรี้ยวๆ เล็กน้อย

เย้!!! ทำฟันเสร็จเรียบร้อย ก้อยขูดหินปูนและเคลือบฟลูออไรด์เสร็จภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง ไวมาก!!!!! เลยถือโอกาสขอถ่ายรูปกับคุณหมอและผู้ช่วยคุณหมอไว้ซักหน่อย เป็นการทำฟันที่แฮปปี้สุดๆ

บอกเลยว่าประทับใจในการทำฟันครั้งนี้มากๆ นอกจากเรื่องความสะอาดสะอ้านของคลีนิคที่เรารู้สึกดีมากๆ แล้ว การให้บริการของพนักงานรวมไปถึงคุณหมอก็ดีมาก พูดคุยกับเราแบบเป็นกันเอง ไม่รู้สึกเหมือนเป็นลูกค้าเลย แต่เหมือนเป็นครอบครัวญาติพี่น้องมากกว่า และถ้าใครกลัวหมอฟัน กลัวว่ามาทำฟันแล้วจะต้องเจ็บ บอกเลยว่าคุณหมอมือเบามากกกกกกก คุณหมอใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของสุขภาพฟันเราด้วย นี่ก็ยังมีทักว่ามีฟันผุด้านในอีก 1 ซี่นะ หรือแม้กระทั่งเห็นฟันคุดของเรา คุณหมอก็ยังทักว่าเจ็บหรือเปล่า ถ้าเจ็บหรือรู้สึกแปรงฟันไม่ถึง ให้รีบมาเอาออกเมื่อพร้อมนะ คือเราแฮปปี้มากอ่ะ ไม่รู้สึกกดดันในการรับบริการเลย ดีใจจังสุดท้ายก็ได้เจอคลีนิคที่ใช่ ต้องกลับมาทำอีกต่อไปเรื่อยๆ แล้วแหละ อิอิ สำหรับใครที่สนใจ แนะนำว่าโทรไปที่ 083-5973339 หรือ แอดไลน์ @plusclinic เพื่อทำนัดล่วงหน้าก่อนน้า

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz
Tiktok : https://www.tiktok.com/@gukoiiz

กำจัดขนด้วยตัวเองที่บ้าน คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม | KoiOnusa

สวัสดีค่าทุกคน เราเชื่อว่าเรื่องขนๆ เป็นปัญหาหนักใจของสาวๆ หลายคน โดยเฉพาะขนจักแร้ ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหน ก็คงอยากจะกำจัดออกไปให้สิ้นซาก ก้อยเองก็ลองมาหลายวิธีแล้วตั้งแต่สมัยเริ่มแตกสาว ทั้งถอน ทั้งโกน ทั้ง Wax พอเรียนจบก็ลองหันมาพึ่งการเลเซอร์ ซึ่งเราชอบการเลเซอร์ที่สุดเลย เพราะเหมือนเป็นการกำจัดขนถึงรากถึงโคน ช่วงต้นปีที่แล้วเสียเงินลงคอร์สกำจัดขนเป็นหมื่น ยังไม่ทันจะทำจบคอร์สก็มาติดเรื่องโควิด ทำให้เราไม่ได้ไปทำเลเซอร์กำจัดขนต่อ เลยเป็นที่มาของการศึกษาหาข้อมูลเครื่องกำจัดขนที่เราใช้เองที่บ้านได้ เพราะทนไม่ไหวจริงจัง คลินิกปิด จะไปหาทำได้ยังไง ฮืออออ

และกลายเป็นว่าเราชอบใช้เครื่องกำจัดขนด้วยตัวเองมากเลยนะ คือถ้าไม่นับเรื่องความสบายที่มีคนมาเลเซอร์ให้ในคลินิกอ่ะ ส่วนตัวคิดว่ามีไว้ใช้เองคุ้มกว่ามาก เพราะเราสามารถหยิบมาเลเซอร์ขนได้ทุกส่วน!! ทั่วร่างกาย อยากจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องขับรถออกไปให้เหนื่อย ไม่ต้องจัดคิวหรือนัดคิวให้ยุ่งยาก คือไอเลิฟวิถีนี้มาก และเครื่องที่เราใช้อยู่ก็เวิร์คมากๆ ด้วย

เราใช้เครื่องกำจัดขนของ  Braun IPL Silk Expert Pro 5 รุ่น IPL 5124 นางใช้งานง่ายมากกกกก เบิกเนตรเรามาก ว่าอันที่จริงเราเองก็กำจัดขนง่ายๆ ด้วยตัวเองแบบนี้ได้นี่น่า เพราะอุปกรณ์เค้าให้เรามาครบยันกระเป๋าเก็บอุปกรณ์ แล้วกระเป๋าก็คือสวย!! (ขอเสียงแบบน้องมิลลิ) สีสวย เนื้อสัมผัสดี วัสดุเรียบหรูดูแพง กว่าจะตัดสินใจสอยมาก็คิดคะนึงเยอะแหละ แต่เราว่ามันคุ้มค่าที่จะสอยมา 

อุปกรณ์ที่เค้าให้มาก็จะประมาณนี้ อุปกรณ์ทุกอย่างสามารถเก็บไว้ในกระเป๋าใบนี้ใบเดียวได้เลย ไม่ต้องมีกระเป๋าหรือถุงแยกอะไรให้วุ่นวาย คือสามารถพกพาไปที่อื่นๆ ได้ด้วย เผื่อวันไหนต้องไปตจว.นานๆ หรือเพื่อนจะยืมใช้อะไรแบบเนี่ย คือพกได้สบายๆ

อุปกรณ์ก็มี
1. เครื่อง IPL ที่เป็นหัวใจหลักของเรา มีแสงแฟลช 400,000 ช็อต
2. ใบมีดโกนและด้ามมือจับของ Gillette Venus (ซึ่งเรายังไม่ได้ใช้นะ ใช้มีดโกนง่อยๆ อยู่ แต่เราจะแกะใช้วันนี้แหละ เลยเอามาถ่ายรูปทำรีวิวให้สวยๆ ก่อน)
3. หัวครอบ 2 ขนาด ขนาดเล็ก สำหรับพื้นที่บริเวณเล็ก ขนาดใหญ่ สำหรับพื้นที่บริเวณกว้าง
4. กระเป๋าใส่อุปกรณ์

ข้อดีของเครื่อง IPL รุ่นนี้คือ เค้ามีระบบ SensoAdapt เมื่อเวลาที่เราแนบหัวครอบสนิทกับผิว ถ้าหัวเครื่องไม่แนบสนิทกับผิวดี เครื่องจะขึ้นเป็นแถบสีแดง และไม่สามารถกดยิงเลเซอร์ได้ แต่ถ้าเครื่องแนบสนิทกับผิว 100% เครื่องจะขึ้นไฟสีขาว โดยตัวเครื่องจะมีการปรับความเข้มข้นของแสง 10 ระดับให้เหมาะกับสีผิวของแต่ละบุคคลโดยอัตโนมัติ เราชอบเทคโนโลยีตรงนี้มาก เพราะเครื่องสามารถอ่านค่าสีผิวของเราในแต่ละจุดเพื่อปล่อยแสงแฟลชได้เหมาะกับการใช้งานในผิวส่วนต่างๆ ของเรา โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลว่าผิวเราจะไหม้รึเปล่า ผิวจะแดงหลังทำมั้ย ซึ่งบอกตามตรงว่า เราเคยทำเลเซอร์มาหลายๆ ที่ เคยเจอบางที่ทำผิวเราไหม้ ทำผิวเราแดงไปหลายวัน ก็แอบกังวลอยู่ว่าถ้าทำเองแล้วจะรอดมั้ย แต่พอได้รู้ว่ารุ่นนี้เค้ามีระบบอ่านค่าของแสงแฟลชเองได้แบบนี้ เราเลยแฮปปี้ รู้สึกปลอดภัยมาก ตามที่ข้างกล่องบอกไว้เลยว่าผ่านการทดสอบ clinical tested แล้วว่าปลอดภัยจริง

และวิธีใช้ก็ง่ายมาก ไม่ยุ่งยาก คล้ายๆ กับที่เราเคยไปทำที่คลินิกแหละ ขั้นแรกก็ให้เราโกนขนในส่วนที่เราจะทำการเลเซอร์ทิ้งให้หมดก่อน เพื่อให้แสง IPL ทำงานไปถึงรากถึงโคนของเส้นขน

จากนั้นก็เสียบสายแบนๆ อันนี้ต่อกับเครื่อง Power Supply และก็เสียบไฟบ้านได้ตามปกติเลย

กดค้างที่ปุ่มขนนกประมาณ 3-4 วินาที เครื่องจะเริ่มทำงาน โดยสังเกตได้จากตัวเครื่องจะมีไฟขึ้น 3 จุด มีแสงที่หัวเครื่อง และมีเสียงเป่าลมเบาๆ

เราสามารถปรับระดับความอ่อนโยนของแสงแฟลชได้ 3 ระดับนะ โดนกดที่ปุ่มขนนก กดแล้วปล่อย ไม่ต้องกดค้าง
ไฟ 3 จุด คือพลังงานระดับสูง เหมาะใช้กับบริเวณแขนหรือขา
ไฟ 2 จุด คือพลังงานระดับกลาง เหมาะใช้กับใต้วงแขน หรือผู้ที่เริ่มใช้งานใหม่ๆ
ไฟ 1 จุด คือพลังงานระดับต่ำ เหมาะสำหรับใช้ในจุดที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ เช่นผิวหน้า บิกินี่โซน หรือคนที่มีผิวบาง หรือผิวบอบบางแพ้ง่าย

วันนี้เราเลเซอร์ขนแขนให้ดู เราเลยใช้หัวเลเซอร์ขนาดใหญ่ เพราะเหมาะกับบริเวณที่มีขนาดกว้าง และใช้ระบบยิงแบบกดแล้วปล่อยทีละครั้ง ซึ่งในเครื่องนี้เค้ามีระบบการยิงแบบต่อเนื่องด้วยนะ คือกดค้างแล้วปล่อยให้เลเซอร์ยิงอัตโนมัติ เราเพียงแค่ลากตัวเครื่องไปตามผิวของเรา แต่ก้อยแขนเล็กมาก เครื่องจะไม่แนบสนิทกับผิวแบบสม่ำเสมอ และใช้แบบลากไม่ถนัด เลยใช้แบบกดแล้วปล่อยจะง่ายกว่ามาก

กดบริเวณพื้นที่สีขาวตรงนี้นะ

ช่วงเลเซอร์แรกๆ ที่เราได้ใช้งานเครื่องนี้ บอกตามตรงว่าแอบสะดุ้งเล็กน้อย เหมือนมีใครใช้หนังยางมาดีดใส่เบาๆ และก็รู้สึกอุ่นๆ ได้กลิ่นไหม้เล็กๆจากการที่เราโกนขนไม่หมด (ใครจะทำต้องโกนขนให้หมดก่อนนะ) ทำไปเรื่อยๆ จะรู้สึกชิน และแอบรู้สึกสนุกดี 5555+ ใช้เวลาไม่นานเราก็เลเซอร์เสร็จทั้ง 2 แขน ให้ดูผิวหลังการเลเซอร์เสร็จ จะเห็นว่าผิวไม่ไหม้ ผิวไม่แดง แต่ผิวเราอาจจะแห้งหน่อย ตามปกติของเราเลเซอร์ที่ต้องใช้ความร้อน

แนะนำว่าเมื่อเลเซอร์เสร็จเรียบร้อย ให้เราใช้โลชั่นอโรเวลามาทาบางๆ ให้ผิวชุ่มชื้น เว้นการอาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น และงดสครับผิวในช่วง 2-3 วันนี้ คือจริงๆ เราก็จำมาจากคอร์สเลเซอร์ที่เราเคยไปทำมานั่นแหละ หลายๆ ที่แนะนำให้ทำแบบนี้เหมือนกัน เราก็นำมาปรับใช้ต่อเลย

(ก่อนทำ – หลังทำทันที) 

สำหรับการ IPL ที่บ้านด้วยเครื่องนี้ ควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 12 สัปดาห์หรือ 3 เดือนขึ้นไปก็จะเห็นผลชัดขึ้นว่าขนเกิดใหม่บางลงเรื่อยๆ

ถ้าใครกลัวลืมวันที่ครบรอบเลเซอร์ เค้ามี Application สำหรับเจ้าเครื่องนี้ด้วยนะ ชื่อ Braun silk expert pro โหลดใช้ได้ทั้ง IOS และ Android อย่างเราก็คือตั้งเตือนไว้ทุกอาทิตย์กันพลาด เพราะเป็นคนขี้ลืมมากจริงๆ  บอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มกับสิ่งที่ได้จริงๆ จัดการขนได้ทั่วทั้งตัว อยากกำจัดขนตรงไหน ก็แค่หยิบมาเลเซอร์ผิวตรงนั้น ถ้าคิดราคาที่เราต้องเสียเงินในคลินิกต่างๆ แบบทำทั่วร่างกายเลยนะ ต่อให้เป็นโปรแบบบุฟเฟ่ต์ คิดแบบเร็วๆ ยังไงมีเครื่อง IPL ไว้เลเซอร์ขนด้วยตัวเองที่บ้านก็คุ้มค่ากว่ามากจริงๆ เครื่องนึงก็ใช้ได้เป็นสิบปีเลย ที่ชอบอีกอย่างคือ เค้ารับประกันตัวเครื่อง 2 ปี ถ้าเครื่องมีปัญหาเค้าจะเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ให้เลย ไม่มีการส่งซ่อม แค่ต้องเก็บใบรับประกันสินค้าไว้ เอาจริง ถึงแม้ว่าเราจะใช้แค่ 2 ปีก็รู้สึกว่าคุ้มราคาที่ซื้อมาแล้วนะ จริงๆ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz
Tiktok : https://www.tiktok.com/@gukoiiz

สมคำร่ำลือแหละ Kiehl’s dark spot serum ตัวนี้ มอบมงให้ 10/10 ไม่หัก | KoiOnusa

เรื่องสิว อาจจะรักษายาก แต่เรื่องรอยสิว ก้อยว่ารักษายากกว่า ยิ่งอายุเยอะขึ้น ก้อยว่ารอยสิวยิ่งหายยากกว่าช่วงสมัยวัยรุ่นเยอะเลย ยิ่งก้อยเองเป็นคนผิวขาว รอยสิวยิ่งเห็นชัด ก็แอบกลุ้มใจอยู่นะบางที แต่ก็หยุดให้สิวไม่ขึ้น รอยไม่มีก็ยากแหละ

จริงๆ เราก็หาตัวช่วยรักษารอยสิวมาตั้งแต่สมัยยังไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อสกินแคร์แบรนด์ดังอย่าง Kiehl’s ซึ่งเราได้ยินชื่อเสียงของตัว Dark Spot Serum มานานมาก จนเรียนจบ ทำงานเก็บเงินได้ เราก็เริ่มใช้สกินแคร์เค้าเตอร์แบรนด์ อย่าง Kiehl’s Dark Spot Serum นี่ก็คืออยากลองมานาน ก็บอกตามตรงว่า ขวดแรกที่เราเปิดใช้ เราใช้ตามเพื่อนนะ เพื่อนว่าดี อ่ะ!! เราลอง!!

ซึ่งก็บอกเลยว่าเราไม่ผิดหวัง ที่ได้ลองใช้เจ้าลดรอยสิวตัวนี้ เราใช้จนหมดไปหลายขวด และกำลังเริ่มขวดใหม่ เลยอยากมาเล่าความดีงามของน้อง ก่อนที่เราจะทิ้งขวดเก่าขวดล่าสุดที่ใช้จนหมดไป คืออยากให้มาเห็นเลยว่า เราใช้จริงๆ ชอบจริงๆ จนมีตุนรอใช้เรื่อยๆ

เราเคยเข้าใจว่า ให้ใช้น้องทาแค่เฉพาะจุด แต่เพิ่งมาถึงบางอ้อตอนที่เราได้เข้าไปตุนขวดใหม่ในชอป Kiehl’s ว่าควรใช้ทาทั้งใบหน้า เพราะนอกจากเค้าจะช่วยลดเลือนจุดด่างดำหรือรอยสิวต่างๆ เค้ายังช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น ซึ่งเค้ามี Activated C และ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้จุดด่างจางลง ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ   เพิ่มความกระจ่างใสได้ทั้งใบหน้า และข้อดีของเค้าตัวนี้ที่เราชอบคือ เนื้อเซรั่มเค้าให้ความชุ่มชื้นกับผิวดีนะ เนื้อเข้มข้นมากๆ ซึมเข้ากับผิวดี ไม่เหนอะหนะผิว คนผิวมัน ผิวแห้ง ใช้ได้หมด ความรู้สึกหลังทาเจ้าตัวนี้มันบาลานซ์ผิวดีจนก้อยว่าเค้าตอบโจทย์ได้ทุกสภาพผิว

อีกอย่างที่ชอบคือ เค้าไม่มีพวกสารกันเสีย น้ำหอม สี หรือส่วนผสมของซิลิโคน ด้วยว่าหลังๆ เราอาจจะไม่ได้ดูส่วนผสมของสกินแคร์มากนัก แต่เราจะดูพวกส่วนผสมที่ทำร้ายผิวหน้ามากกว่า ว่าเค้าใส่มาหรือไม่ ถ้าเจอว่าสกินแคร์ตัวไหนใส่มา เราก็มักเลี่ยง เพราะเป็นคนผิวบาง ผิวแพ้ง่าย อุดตันและเป็นสิวง่าย รักษาสิวเหนื่อยกว่าการอ่านฉลากและอ่านส่วนผสมของสกินแคร์ซะอีก ซึ่ง Dark Spot ตัวนี้ก็ตอบโจทย์

นี่เป็นผลการใช้หลังจากที่เรามีรอยสิว เราเก็บผลเพียง 1 อาทิตย์นะ ใช้ทุกวันเช้าเย็น ก็จะเห็นว่ารอยดำใหญ่ๆ มันค่อยๆ จางลง รอยอาจจะไม่หายหมด เพราะเราควรใช้ต่อเนื่องนานกว่านี้ แต่เราจะทำให้เห็นว่า ใช้เพียง 1 อาทิตย์ มันก็เริ่มเห็นผลแล้ว เป็นตัวลดรอยสิว รอยดำ จุดด่างดำที่เราเชียร์นะ เค้าชอบมีลาย limited ออกมาวางขายเรื่อยๆ ใช้ไปก็รู้สึกมุ้งมิ้งไป ไม่เสียแรงที่เราลองใช้ตั้งแต่ขวดแรกอ่ะ ผลลัพธ์ดีจริงสมคำร่ำลือ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz
Tiktok : https://www.tiktok.com/@gukoiiz

Nonstop Beauty Ombre Blush บลัชออนสุดฮิตแก้มวาวโกลว์ รีวิวจัดเต็มครบทุกสี!! | KoiOnusa

ฮาโหลสาวๆ กลับเข้าสู่ช่วงก้อยป้ายยาอีกครั้ง คราวนี้เรามาพร้อมกับบลัชออนตัวดังของ Cute Press “Nonstop Beauty Ombre Blush” ที่เป็นบลัชไล่เฉดสี เป็นออมเบรบลัช ที่เราเชื่อว่า ใครก็ตามที่ได้เห็นหน้าบลัชออนแบบไล่เฉดตลับนี้ จะตกหลุมรักทันที!!

ดูสิทุกคนนน!!! หน้าบลัชออนเค้าสีสวยมากจริงๆ นะ เป็น 2 เฉดสีที่ไล่โทนสวยมากๆ เราสามารถใช้ปัดแบบสีเดี่ยวๆ หรือผสมสีปัดรวมกันก็ได้ จะได้สีที่นวลและนัวมาก

ก่อนหน้านี้เค้ามีทั้งหมด 3 สี แต่รอบนี้ Cute press กลับมาพร้อมกับบลัชออนสีใหม่มาอีก 2 สี พอเอามาถ่ายรูปรวมๆ กันแล้วรู้สึกฟิน สวยแบบหายใจไม่ทั่วท้อง

นี่เป็นสวอชทั้ง 5 สีนะคะ เนื้อบลัชจะเป็นเนื้อชิมเมอร์ที่ให้ความวาว ได้แก้มโกลว์ๆ ใสๆ ได้แก้มดูสุขภาพดี เนื้อสีแน่น เนื้อละเอียด และเกลี่ยง่าย

พอสีบลัชกระทบกับแสงแล้วจะเห็นประกายชิมเมอร์วาวๆ สวยมาก และยังติดทนด้วยนะ อยู่ทนอยู่นาน แก้มมีมิติตลอดวันเลย

01 Fresh Pink

เป็นโทนสีชมพูอ่อน หวานๆ ได้ลุคคุณหนูละมุนๆ สาวหวานต้องไม่พลาด

02 Peach passion

เป็นโทนสีพีชประกายทอง ได้แก้มน่ารักๆ สดใส เป็นสาวซนๆ แก่นๆ

03 Sunset glow

เป็นโทนสีน้ำตาลผู้ดีๆ ได้ลุคสุภาพ ใช้ได้ทุกงาน ใช้ปัดแก้มไปทะเลก็สวยนะ แก้มดูบ่มแดดสวยเลย

04 Coral shine

เป็นโทนส้มอ่อนประกายทอง ปัดแก้มแล้วได้แก้มดูสุขภาพดี น่ารัก วัยใส สีนี้เป็นสีที่ใช้ง่ายและใช้ได้บ่อย

05 Cherry secret

เป็นโทนชมพูอมแดง ได้สีแก้มฉ่ำๆ แดงเป็นธรรมชาติ เสมือนกินมะเขือเทศมาทั้งสวน

สำหรับก้อยนะ ขอเลือกเบอร์ 05 Cherry secret สีใหม่ล่าสุดมาปัดแก้มในลุคฉลองคริสต์มาสนี้ หน้าหนาวในประเทศไทย ถึงจะไม่หนาวเท่าเมืองนอก แต่เราก็แอ๊บหนาวได้ด้วยแก้มแดงๆ ฉ่ำๆ จากบลัชออกได้แหละ แต่งหน้าเน้นความฉ่ำโกลว์ รองพื้นเนื้อโกลว์ + ปัดแก้มมีประกายชิมเมอร์ซักหน่อย ก็ได้ลุคเสมือนอยู่เมืองหนาวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว อิอิ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz
Tiktok : https://www.tiktok.com/@gukoiiz

ผมสะอาดนุ่มสลวย ด้วยแชมพูของแบรนด์ไทย “รำเพย” | KoiOnusa

แค่เห็นขวดแชมพูก็อยากลองใจจะขาด!!!

เห็นขวดแชมพูปุ๊บ เราก็รู้สึกได้เลยว่าเจ้าของเค้ารักความเป็นไทยมาก แบรนด์นี้ชื่อว่า “รำเพย” เผื่อใครยังไม่รู้จัก วันนี้ก้อยขอพาทุกคนมารู้จักแชมพูขวดนี้ของรำเพยเค้าเลยแล้วกันนะ มาดูกันว่า นอกจากแพ็กเกจที่ดูสะดุดตาแล้ว เค้ายังมีอะไรที่ชวนให้เราได้ลองใช้

แชมพูของรำเพยเค้าจะช่วยเรื่องปรับสมดุลให้กับหนังศีรษะ มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยดูแลเส้นผมของเรา หน้าขวดแชมพูขวดนี้ มีรูปยักษ์ที่เด่นสะดุดตา มีลวดลายของภาพวาดที่เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความเป็นไทย รวมถึงชื่อแบรนด์ “รำเพย” ก็ใช้ฟ้อนต์ภาษาไทย แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยสุดๆ

ลวดลายรอบๆ ขวดแชมพูจะเป็นภาพวาดที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทยด้วยเช่นกัน ก้อยชอบรถตุ๊กๆ ในรูปนี้มาก เห็นรถตุ๊กๆ ที่ไหน ก็นึกถึงประเทศไทยได้ที่นั้น

ฝาขวดปั้มสีดำอันใหม่ของรำเพยสามารถหมุนล็อคเปิดปิดได้ เมื่อเราพกพาไปไหนก็ไม่ต้องห่วงว่าแชมพูเค้าจะหกออกมาเลอะเทอะ ฝาขวดแบบนี้เวลาเก็บไม่เปลืองเนื้อแชมพูด้วยนะ

เมื่อเราปั้มเนื้อแชมพูเค้าออกมา ก้อยได้กลิ่นหอมอ่อนๆ มีกลิ่นหอมละมุนแบบเฉพาะตัวของเค้า เนื้อแชมพูเป็นสีเนื้อนวลน่าใช้ หัวปั้มกดง่าย กดปริมาณเนื้อแชมพูออกมาได้อย่างพอดิบพอดีเลย

ถ้าถามว่าฟองเยอะมั้ย ดูจากรูปก็จะเห็นว่าเค้ามีฟองพอสมควรเลยนะ ตีเข้ากับน้ำแล้วฟองฟูไว

ระหว่างที่เราสระผม เรารู้สึกว่ากลิ่นเค้าจรรโลงใจมาก กลิ่นหอมแบบชวนให้เคลิ้ม ผ่อนคลายดี และล้างออกง่ายมาก รู้สึกผมสะอาดมากๆ เค้ากำจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมได้ดีมากจริงๆ นะ เรารู้สึกได้เลย ไม่มีแชมพูตกค้างที่หนังศีรษะหรือเส้นผม หนังศีรษะชุ่มชื้นไม่แห้ง

ก้อยใช้แชมพูรำเพยสูตรปกตินะ ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะกับผมแห้งหรือผมธรรมดา เค้าจะช่วยฟื้นฟูและดูแลเส้นผมของเราให้เส้นผมมีน้ำหนักขึ้น

เมื่อเราปล่อยผมให้แห้ง และจัดทรงผม ก็จะเห็นว่าผมของก้อยดูเงาสลวยมีน้ำหนัก มีชีวิตชีวาดีเลย ฟินมากกับผมสะอาดและมีน้ำหนักแบบนี้

ซึ่งตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีนะ สำหรับใครที่อยากลองใช้แชมพูรำเพย เพราะเค้ามีโปรฯ END OF YEAR SALE ลดราคาเหลือ 299 บาท (ปกติ 387 บาท) และถ้าใครซื้อแชมพูหรือครีมอาบน้ำครบ 2 ขวด เค้าจะแถมให้ฟรีอีก 1 ขวด โดยที่เราสามารถเลือกขวดแถมได้ว่าอยากได้เป็นอะไรด้วยล่ะ อยากให้ลองใช้กันดู สนับสนุนสินค้าไทยดีๆ กัน #หอมกว่าใครใช้รำเพย

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz
Tiktok : https://www.tiktok.com/@gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^__^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

รีวิวทุกสี 4U2 Lip Harder Baby สวอช + ทาให้ดูแบบจัดเต็ม!! | KoiOnusa

ลิปในตำนานกลับมาแล้ว

ลิปจุ่มแมทเนื้อนุ่มสุดทน!! Harder Baby ของ 4U2 ปีนี้กลับมาพร้อมขนาดใหม่ ขนาดจิ๋ว ราคาสบายกระเป๋า มีทั้งหมด 21 เฉดสี คุณภาพแน่นเหมือนเดิม

ดูรีวิวแบบจัดเต็มครบ 21 สี ทั้งสวอช ทั้งทาให้ดูได้ในคลิปนี้เลยจ้า

v
V
V

ให้ดูรูปยั่วน้ำลายเบาๆ 🙂

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

สลีปปิ้งมาสก์ลดรอยจุดด่างดำ และยังช่วยให้หน้ากระจ่างใสขึ้นในหนึ่งคืน จริงเหรอ???

ใครเคยใช้ Sleeping Mask ของ Cute Press ตัวกระปุกฟ้าแล้วบ้าง??? ตัวกระปุกฟ้านั่นเป็นสูตรดัง ช่วยให้ผิวเด้งฟูอิ่มน้ำที่หลายๆ คนใช้แล้วชอบ ใช้แล้วอิน แต่วันนี้เราชวนมาทดลองใช้อีกสูตรนึงที่เป็นกระปุกสีเหลือง ก้อยว่าน้องคนนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลย

สูตรกระปุกเหลืองคือสูตร 1 Night Brightening Overnight Mask ที่เหมาะกับคนผิวหน้าที่ขาดความชุ่มชื้นและมีผิวคล้ำเสียสะสม เพราะเค้ามีส่วนผสมของดอกไม้สีขาวหลากหลายชนิด รวมทั้งมีพืชตระกูลซิตรัส และวิตามิน บี3 ที่ช่วยฟื้นผิวคล้ำเสียหรือผิวที่หมองคล้ำ ช่วยปรับสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอให้กลับมากระจ่างใส เปล่งปลั่ง

และที่เราชอบไปมากกว่าการช่วยฟื้นบำรุงผิวที่หมองคล้ำ นั่นคือเค้าเป็นสลีปปิ้งมาสก์ ที่ช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดการนอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลากลางคืน เพราะตัวก้อยเองเริ่มมีผิวหน้าที่แห้งขึ้น ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นตลอดเวลาจึงสำคัญ ยิ่งตัวก้อยเองแต่งหน้าบ่อย การจะทำให้รองพื้นติดแน่นทนนานหรือแต่งหน้าง่ายขึ้น สิ่งสำคัญของการแต่งหน้านั่นคือพื้นฐานผิวที่ชุ่มชื้นและดีเพียงพอ

เนื้อสลีปปิ้งมาสก์ตัวนี้เป็นเนื้อเจลใสๆ ซึ่งเราชอบเนื้อแบบนี้มากกว่าเนื้อครีมหนักๆ เพราะเนื้อเจลแบบนี้จะซึมเข้ากับผิวง่าย และใช้ได้กับทุกสภาพผิว โดยไม่รู้สึกหนักผิวตลอดคืนที่เรานอน

เนื้อเจลเค้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายดีด้วยนะ

เราลองทาบนมือให้ดูความชุ่มชื้นของมาส์กเจลหน้าใสของคิวท์เพรส จะเห็นว่าเมื่อเราเกลี่ยลงบนผิว เนื้อเจลเค้าให้ความชุ่มชื้นกับผิวเรามากๆ เลย เป็นเนื้อที่เกลี่ยง่าย นุ่ม ลื่น ช่วงแรกที่ทาผิวอาจจะรู้สึกเหนอะผิวเล็กน้อย ต้องนวดให้เนื้อเค้าซึมลงบนผิวและทิ้งเค้าไว้ประมาณ 15 นาที เนื้อเจลจะซึมเข้ากับผิวจนเราไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว นอนสบายตลอดคืนเลย

ก้อยลองพิสูจน์ใช้ดู 1 คืน ว่าผิวหน้าเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมั้ย จะเห็นว่าเมื่อเราตื่นมาในตอนเช้า ผิวเราดูฟูขึ้น ดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวามาขึ้น หน้านุ่ม ผิวดูชุ่มชื้นไม่แห้งตึง สีผิวดูสม่ำเสมอกันมากขึ้น และรอยแดงก็ดูจางลง เพราะเค้ามีส่วนผสมของสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยปลอบประโลมผิว ช่วยบรรเทาผิวที่มีการระคายเคือง ผิวที่แดงให้ทุเลาลงด้วย

เราชอบที่ตื่นมาแล้วผิวหน้าอิ่มฟู ผิวนุ่มชุ่มชื้น สีผิวสม่ำเสมอกันมากขึ้น รอยแดงรอยอักเสบของผิวเราจางลงภายใน 1 คืนได้ ทำให้เราแต่งหน้าง่ายขึ้น เกลี่ยรองพื้นได้ลื่น แต่งหน้าติดทน และยังสามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่เราต้องการ ใช้เป็นสกินแคร์รูทีนได้กับทุกสภาพผิวหน้าเลย

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ฟิลเตอร์ไม่ต้อง !! แค่ใช้รองพื้น KMA Wonder Look ก็เบลอผิวได้ | KoiOnusa

สวัสดีค่าสาวๆ วันนี้เรามีของดีมาฝากกันอีกแล้ว ❤

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก้อยได้ทดลองใช้ KMA Wonder Look Foundation แล้วปลื้มเนื้อรองพื้นเค้ามากๆ ถ้าถามว่าจะมีรองพื้นดีๆ ที่เนื้อเบาสบายผิว ไม่หนักหนา เอาอยู่ทั้งวันมั้ย ก้อยตอบให้ตรงนี้เลยว่า มี!! นี่ไม่ได้พูดเว่อร์นะ เพราะเราลองใช้แล้วเราชอบจริงๆ มีดียังไงไปดูกัน

รองพื้นรุ่นนี้มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนยกเอาฟิลเตอร์ในมือถือมาอยู่บนผิว แพ็กเกจแบบหลอดบีบสีดำดูคลาสสิค เค้าเคลมว่าเป็นรองพื้นที่คุมมันยาวนา 12 ชม. ปกปิด เบาบาง และสบายผิวเพราะมีส่วนผสมของ white strawberry ให้ผิวชุ่มชื้น

เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็น Under Tone เหลือง เพราะฉะนั้นจะค่อนข้างเหมาะกับสีผิวคนไทยมาก เพราะเค้าจะไม่ทำให้หน้าเราดูลอย เนื้อครีมเหลวๆ ที่ดูแล้วค่อนข้างชุ่มชื้น แต่เวลาเกลี่ยเสร็จแล้วเค้าจะเปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งเนื้อแมทที่เรียบเนียนและบางเบามากๆ เราพูดเลยว่าเนื้อแบบนี้คล้ายๆ กับเนื้อรองพื้นของเค้าเตอร์แบรนด์ลูกรักที่เราใช้บ่อยๆ อยู่ช่วงนี้เลย เรียกได้ว่ารองพื้นรุ่นนี้ของ KMA เป็นรองพื้นเนื้อดี แต่อยู่ในราคาเอื้อมถึง จ่ายง่าย ราคาสบายกระเป๋า

เค้ามีทั้งหมด 3 สีนะคะ

เบอร์ C1 เหมาะกับคนผิวขาวอมชมพู

เบอร์ C2 เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง

เบอร์ C3 เหมาะกับคนผิวสองสี

ถ้าถามว่าเค้ากันน้ำได้ดีแค่ไหน เราพิสูจน์ให้ดูตามนี้เลย ขนาดก้อยเอาแขนไปแช่น้ำมา แล้วลูบรองพื้นเค้าไปมา รองพื้นเค้ายังติดทนอยู่บนแขน ไม่หลุดออกมาง่ายๆ

ส่วนตัวก้อยใช้เบอร์ C1 นะคะ สำหรับคนผิวขาวอมชมพู ซึ่งบอกตามตรงว่าตัวก้อยเองเป็นคนที่หารองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นของแบรนด์คนไทยได้ยากมาก ถ้ารองพื้นไม่เหลืองเกินผิวไป ก็คล้ำเกินผิวไป แต่สำหรับรองพื้นสีนี้กลับเข้ากับสีผิวของก้อยมากๆ

ช่วงที่ก้อยถ่ายรูปนี้เป็นช่วงที่ก้อยมีสิวเยอะมากๆ ค่ะ มีทั้งสิวนูน มีทั้งรอยแดง เป็นช่วงผิวหน้ามีปัญหาค่อนข้างมาก ก็จะเห็นว่ารองพื้นเค้าช่วยเบลอรอยสิวแดงๆ ไปได้เยอะเลย แต่อาจจะเห็นสิวเม็ดใหญ่ๆ ชัดหน่อย ซึ่งไม่ว่าจะใช้รองพื้นอะไร ความนูนของสิวก็คงไม่จางหายไป แต่เราอยากให้สังเกตบริเวณรูขุมขนที่รองพื้นเค้าช่วยเบลอผิวไปในส่วนนี้ไปได้เยอะมาก ผิวดูเนียนเสมือนมีฟิลเตอร์ซ้อนอยู่ แต่เป็นความเนียนที่ดูเป็นธรรมชาติ ดูไม่หนา ไม่เยอะเกิน

เรามาต่อกันที่ตัวแป้งของเค้ากัน สำหรับแป้ง KMA Wonder Loose Powder เค้ามาในรูปแบบตลับที่ใช้งานง่ายมากๆ คือเป็นฝาพับที่มีกระจก และมีพัฟให้ในตัวเอง เวลาที่เราใช้ก็แค่เพียงคว่ำกระปุกให้แป้งตกลงบนพัฟ ใช้งานสบายเลย แป้งฝุ่นตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ช่วยคุมมันตลอดวัน และไม่ทำให้หน้าดรอป

เค้ามีทั้งหมด 2 เฉดสีที่ตอบโจทย์ผิวของคนไทยเช่นกัน คือ

P1 Light Pink Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวอมชมพู

Y1 Warm Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลือง

ก้อยเปรียบเทียบให้ดูหลังการลงรองพื้นเดี่ยวๆ และการลงแป้งฝุ่นทับ จะเห็นว่าเจ้าตัวแป้งฝุ่นเค้าจะเข้าไปทำให้ผิวที่ดูวาวนั้นแมตขึ้น ช่วยเบลอรูขุมขนไปได้อีกระดับนึง และผิวดูกระจ่างใสขึ้น

เมื่อแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อย Finish Look ของวันนี้ก็จะได้ประมาณนี้เลย ผิวดูใสเหมือนใส่ฟิลเตอร์จริงๆ

ก้อยออกไปนอกบ้านตลอดทั้งวัน ไปงานรับปริญญาที่แดดค่อนข้างร้อนจัด แต่สักพักก็แปรเปลี่ยนไปเป็นฝน นี่เป็นผิวหน้าที่ผ่านไปประมาณ 8 ชั่วโมง จะเห็นว่าผิวหน้าก้อยยังดูเสมือนเพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ ยังคงทำหน้าที่ปกปิดและติดทนอยู่บนผิวได้ ผิวหน้าแทบไม่เป็นคราบ แต่อาจจะมีบริเวณมุมจมูกที่มีคราบเล็กน้อยเพราะเกิดจากความมันเฉพาะตัวของก้อย ซึ่งไม่ว่าก้อยจะใช้รองพื้นตัวไหนก็จะมีปัญหาในส่วนนี้เป็นประจำ แต่สำหรับรองพื้นตัวนี้ ความมันที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยนะ และเค้าก็ควบคุมความมันได้ดีพอสมควร ขอให้คะแนนรองพื้นตามนี้เลย

การปกปิด 7.5 / 10 (คะแนนนี้คือในกรณีที่ทาครั้งแรก แต่ถ้าหากอยากได้การปกปิดที่แน่นขึ้นก็สามารถบิ้วท์เพิ่มได้นะ)

เนื้อสัมผัส 10 / 10

ความบางเบา 9/10

คุมมัน 8.5 / 10

ติดทน 8.5 / 10

ถือว่าเป็นรองพื้นที่เราปลื้มมากๆ ในส่วนของคุณภาพที่ดีมากสวนทางกับราคาเป็นรองพื้นที่ตอบโจทย์สาวๆ ได้หลายๆ คนเลยทีเดียวแหละ เราแนะนำนะ เป็นรองพื้นที่เราประทับใจจริงๆ

หาซื้อได้ทาง online เท่านั้นน้า จะเข้าเว็บ KMA เอง หรือจะช้อปผ่าน Lazada & Shopee ก็ได้ ลดอยู่ทั้ง 3 ทางเลยยย

โค้ดส่วนลด KMAWLFB 200    ใช้ได้ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2563

(รองพื้นลดจาก 550.-  เหลือเพียง 350.- เท่านั้นจ้า)

สั่งซื้อที่ลิ้งนี้เลย >> https://bit.ly/2TsMBCW

** ช่องทางอื่นๆ

Shopee :  https://bit.ly/2TqhWGb

(เก็บโค้ดส่วนลด 200 บาทได้ที่หน้า banner)

Lazada :  https://bit.ly/3mgkG5s   (ใช้โค้ดไม่ได้ แต่อย่าลืมเก็บคูปองลด 200 บาท)

This image has an empty alt attribute; its file name is img_7288.png
กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

เห่อ Lancome L’absolu rouge intimatte ลิปเบลอแมตต์ แมตต์ยังไงให้นุ่มอย่างนี้!! | KoiOnusa

วันนี้ได้ฤกษ์มารีวิวลิปสติกตัวใหม่ล่าสุดจาก Lancome ที่ใจจริงเราเห็นแค่โฆษณาจากต่างประเทศก็รู้สึกขนลุกแล้ว เพราะสีสวย แพ็กเกจสวย พอดูรวมๆ กันแล้ว ดูเลอค่าไปหมด ~ 

ลิปรุ่นนี้มีชื่อว่า “L’Absolu Rouge Intimatte” เป็นลิปที่มีแพ็กเกจด้านนอกเป็นสีชมพูเงาๆ ให้ความรู้สึกหรูหราปนคุณหนู ชวนจับ ชวนสัมผัสมากๆ อดบอกตามตรงไม่ได้เลยว่า เราแพ้แพ็กเกจหรูๆ และมีความละมุนละไมแบบนี้ขนาดไหน

อีกอย่างที่เราชื่นชอบในแพ็กเกจลิปสติกของ Lancome นั่นคือ วิธีการดึงลิปออกมาใช้ Lancome เค้าออกแบบผลิตภัณฑ์ของเค้าให้มีลูกเล่น จนเราอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้ หากเราต้องการจะหยิบจับมาใช้ เพียงแค่กดปุ่มตรงรูปกุหลาบด้านบนของลิปสติก ลิปสติกของเราก็เด้ง แยกชิ้นส่วนออกเป็น 2 ส่วน

เราต้องขอปรบมือให้ตรงนี้ดังๆ เพราะลูกเล่นตรงนี้มีส่วนทำให้เจ้าของลิปสติกอยากหยิบจับขึ้นใช้มากขึ้นจริงๆ

วันนี้ก้อยมารีวิว 5 สี จากทั้งหมด 14 สีในคอลฯ นี้นะคะ ดูแต่ละสีสิ สีสวยน่าลองสุดๆ

หลังจากที่เราลองสวอชดูแล้ว ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่เรารู้สึกได้เลยคือ เนื้อของเค้าเป็นเนื้อแมตต์ที่มีความคล้ายแป้ง เนื้อสัมผัสเบาๆ แต่สีแน่น เนื้อลื่น สวอชง่ายมาก เพราะเค้ามี soft gliding complex ที่ช่วยให้เนื้อนุ่มลื่น และสามารถนำมาทาผสมสีกันได้ง่ายขึ้น

ลิปรุ่นนี้จุดเด่นของเค้าคือความละมุนละไมของเม็ดสี เค้ามี blurring agent เป็นสารทำให้เบลอ จึงทำให้เม็ดสีที่เราทาออกมามีความนุ่ม ดูคล้ายเนื้อแป้ง เป็นเนื้อเบลอแมตต์ที่เรียบเนียนและบางเบา

พอก้อยลองทาลงบนปากดูแล้ว เรารู้สึกได้ถึงความนุ่มลื่นจริงๆ กลบสีปากได้มิด และไม่รู้สึกหนักปากเลย บอกเลยว่าเนื้อลิปรุ่นนี้ดีมากๆ ทาปากแล้วจะได้ความเบลอๆ ฟุ้งๆ ลอยๆ แต่อาจจะติดไม่ทนนัก ต้องหมั่นคอยเติมระหว่างวัน

สีแรกที่ก้อยทาคือเบอร์ 130 เป็นสีส้มโทนสว่างที่ช่วยให้ใบหน้าสว่างขึ้นเป็นกองเลย อาจจะไม่ต้องแต่งตา ทาแก้มอะไรมากมาย ใช้ลิปสีนี้สีเดียวเอาอยู่ ใบหน้าสดใสขึ้นมาทันที วันไหนหน้าป่วยๆ ใช้สีนี้เติมความสดใสให้ใบหน้าได้ดีเลย

สีถัดมา เบอร์ 196 เป็นโทนแดงที่ติดติ่งส้มอิฐหน่อยๆ เราว่าเป็นสีที่เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการลุคผู้ใหญ่แต่มีความเปรี้ยว ความแฟชั่น ความชิคอยู่ ตอนแรกก้อยก็คิดว่าก้อยจะทาโทนนี้แล้วหน้าสูงอายุแน่ๆ แต่ปรากฏว่าทาแล้วดูภูมิฐานขึ้นมากกว่า ได้ลุคผู้ใหญ่ชิคๆ ชอบบบบบ

เบอร์ 274 เป็นโทนนู้ดที่เรียกได้ว่าคนวอแวเยอะสุด เพราะน้องเค้าเป็นสีนู้ดติ่งชมพูโทนผู้ดี ที่ทาแล้วหน้าไม่ป่วย มีความอมชมพูหน่อยทำให้ได้ลุคคุณหนูละมุนๆ เหมาะกับสาวหวาน หรือสาวไม่หวานก็ยังใช้ได้ ห้อยว่าเป็นสีที่เข้ากับลุคแต่งหน้าได้ง่าย สีเดียวใช้ได้ทุกงาน รอดทุกลุค

ถัดมาเป็นเบอร์ 282 เหมาะสำหรับสาวที่ชอบสีชมพูเป็นสีสุด เป็นสีนี้เป็นโทนชมพูแฟชั่นๆ ไม่หวานมากจนเกินไป เรียกว่าเป็นโทนชมพูแบบชิคๆ เปรี้ยว เก๋ มีสไตล์ ดูหวานก็ได้ ดูเปรี้ยวก็ได้ ชิคมากเลยชมพูโทนนี้ สีนี้ช่วยขับให้สีผิวดูอมชมพู หน้าดูสว่างขึ้นด้วยนะ

และสีสุดท้าย เลขเฮงเฮงเฮง เบอร์ 888 ขายดีที่สุดในจีนเลย และยังเป็นสีที่ซูจีใช้ในหนังเรื่อง Vagabond ด้วยนะ เป็นโทนแดงที่สวยมากกกก ตอนแรกที่สวอชมายังคิดอยู่เลยว่าจะแดงเกินไปรึเปล่า แต่พอได้ทาปากเรียบร้อยแล้วกลายเป็นว่า สีนี้ทำให้ลุคเราดูแพง ดูสง่า องค์ซูจีประทับร่าง ดูสึกมั่น รู้สึกเฉิดฉาย ได้ลุคสาวสวยไฮโซมาก ปลื้มสุดๆ

ถ้าให้แนะนำสีที่ควรมีนะ เราขอเลือก 274 ที่ทาได้แบบ Everyday Look กับ 888 ที่ได้ลุคสาวเปรี้ยว มั่นใจ ดูแพง 2 สีนี้ควรค่าแก่การครอบครอบสุดๆ เป็น 2 สีที่ก้อยชอบมากที่สุดด้วยล่ะ

เรากล้าพูดตรงนี้เลยว่า เนื้อลิปดีจริงๆ เนื้อนุ่ม เบาสบายปาก ละมุนละไมจนอยากจะล่องลอย

ถ้าใครสนใจ ก็ลองไปสวอชสีดูกันได้ที่เค้าเตอร์ Lancome ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปได้เลย รับรองว่าไม่มีผิดหวัง มีแต่จะอยากได้เพิ่มแหละ อิอิ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz