เปลี่ยนบุคลิคตัวเองง่ายๆ ด้วยกลิ่นหอมเท่ๆ Her London Dream | KoiOnusa

ออกตัวก่อนเลยว่า เราเป็นคนที่ไม่ได้มีน้ำหอมเยอะ หรือเรียกว่าแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนตัวแพ้น้ำหอมกลิ่นแรงๆ กลิ่นฉุนๆ จะมีที่ใช้บ่อยๆ กลิ่นไม่ชวนปวดหัวก็คงจะเป็น Burberry Her Blossom ที่มักจะหยิบมาฉีดใส่ตัวเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองในโอกาสพิเศษ

แต่หลังจากที่ใช้น้ำหอม Burberry Her Blossom กลิ่นหวาน หอมผลไม้ละมุนละไมมาพักใหญ่ๆ เราเริ่มรู้สึกอยากได้น้ำหอมที่กลิ่นโตขึ้น เปรี้ยวขึ้น เอาไว้ใช้สลับๆ กันกับน้ำหอมกลิ่นหวานๆ ตัวเก่าบ้าง

เราเลยลองเดินสุ่มๆ ในดงเค้าเตอร์เครื่องสำอางที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และเจอกับเค้าเตอร์ Burberry เค้าเตอร์ใหม่ดูแปลกตา ตอนแรกนึกว่าเป็นแบรนด์เกาหลี เพราะจัดโทนสีเป็นโทนนู้ดๆ เบจๆ ออกทองเล็กๆ ดูทันสมัยวัยรุ่นขึ้นเยอะเลย

เดินผ่านน้ำหอมที่รูปร่างดูคุ้นเคย เลยอดไม่ได้ที่จะลองดมเล่นๆ เห้ยยยย!! กลิ่นนี้มันแปลกและแตกต่างจากกลิ่น Her Blossom ที่เรามี แต่ขวดหน้าตาเหมือนกัน … เลยถึงเพิ่งรู้ว่าน้องคนนี้เป็นกลิ่นใหม่ล่าสุดของเค้าหรอกนะ แต่แค่หน้าตารูปร่างภายนอกเค้าคล้ายกัน >.<

น้องคนนี้ชื่อว่า Her London  Dream จ้า ถึงหน้าตาจะคล้ายกับรุ่น Her Blossom ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ฝาขวดเค้าจะออกเป็นสีครีม น้ำหอมด้านในจะออกสีทอง และที่สำคัญคือ กลิ่นแปลกแหวกแนวกว่าที่เคยเป็นมา

อ่ะ เราเอากลับบ้านมาเทียบให้ดูกันชัดๆ ลักษณะขวดภายนอกคล้ายกัน แต่สีไม่เหมือนกันนะ

มาว่ากันด้วยกลิ่นของ Her London Dream ดีกว่า ตอนที่เราลองฉีดลงบนชีพจรตัวเองแล้วดมดู เราสัมผัสได้เลยว่าน้องมีความสดชื่นมากๆ ไม่หวานละมุนละไมเหมือน Her blossom ที่เรามีเลย แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

เราจะได้กลิ่นดอกไม้คล้ายๆ ดอกกุหลาบก่อน แล้วก็จะได้กลิ่นความเปรี้ยว ความเผ็ด ความเท่ เพราะเค้ามีกลิ่นมะนาว ขิง และดอกโบตั๋นผสมอยู่ด้วย ว่าง่ายๆ แบบภาษาบ้านๆ คือน้องคนนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความหวานแบบเด็กน้อยกำลังโต เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกอยากโตขึ้น อยากได้กลิ่นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะน้องเค้ามีความเท่แฝงอยู่ในตัว แต่ยังได้กลิ่นหวานๆ ติดปลายจมูกแบบโรแมนติกอยู่เบาๆ

Her London Dream ตัวนี้เป็น EDP (Eau De Parfum) ซึ่งจะมีความติดทนค่อนข้างสูง ติดทนมากกว่าตัว Her Blossom มากๆ (Her Blossom ติดทนประมาณ 4 ชม.) ขนาดว่าเราฉีดน้อยมากๆ แล้วนะ ตกเย็นแฟนยังได้กลิ่นหอมจากตัวเราชัดอยู่เลย

แต่ถ้าจะให้ติดทนนานแบบ 12 ชม. นะ เรามีเทคนิคมาฝากเล็กน้อย เพียงแค่เราทาบอดี้โลชั่นที่กลิ่นอ่อนๆ หรือแทบจะไม่มีกลิ่น ให้ผิวชุ่มชื่นก่อนฉีดน้ำหอม เราจะได้กลิ่นน้ำหอมของเรายาวนาน 12 ชม. หรือฉีดลงบนผมที่สะอาดจนเป่าแห้งเรียบร้อย แล้วฉีดที่เส้นผมไกลๆ ดู กลิ่นน้ำหอมจะติดผมยาวนานถึง 3 วันเลย ไม่เชื่อลองดู

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

แต่งหน้าไปเดทวาเลนไทน์ หวานแบบมีเสน่ห์ | KoiOnusa

ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะสาวๆ ปีนี้ก้อยไม่มีแฟน….แต่มีสามีอย่างเป็นทางการแล้ว ฮ่า!! แต่ถึงจะมีสามีแล้ว เราก็ยังคงต้องดูแลตัวเอง ทำตัวให้สวยรับวันพิเศษๆ แบบนี้อยู่ดีแหละ วันนี้เลยลุกมาแต่งหน้าหวานๆ แบบดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน..(คุ้นๆ เหมือนเพลงเลย 555+)
เครื่องสำอางรวมๆ ที่ใช้ในการแต่งหน้าลุคนี้แหละ บอกเลยว่าเป็นงานด่วนงานร้อน !! เพราะนั่งนับวันคืนเวลาก็ตกใจว่า อ่าวว อีกไม่กี่วันจะวาเลนไทน์แล้วนี่หว๊า!!! ฮาวทูนี้เลยเกิดขึ้นกะทันหัน แต่แต่งตามกันไม่ยากเหมือนเดิม พร้อมแล้วเริ่มเลย
เริ่มจากงานผิวหน้า บังเอิญก้อยมี Urban Decay Stay Naked ไลน์เดียวกันทั้งหมด เลยจับมาใช้รวมๆ กันในการแต่งหน้าลุคนี้ ที่ก้อยใช้ก็มี

– URBAN DECAY Stay Naked Foundation : CP20 รองพื้นที่มีเนื้อบางเบาคล้ายเซรั่ม มีน้ำหนักกว่าอยู่หน่อยนึง แต่ให้การปกปิดดีทีเดียว

– URBAN DECAY Stay Naked Concealer : 30NN คอลซีลเลอร์ที่ช่วยปกปิดรอยสิวและใต้ตาคล้ำๆ

– URBAN DECAY Stay Naked The Fix Pressed Powder : 30NN แป้งตัวใหม่ล่าสุดที่ให้การปกปิด แต่เบาสบายผิว ไม่ดรอป และคุมมันได้ดี ติดทนนาน แอบกระซิบว่าชอบพัฟชาโคลเค้ามาก ดูดซับความมันได้ดีเลย

ใช้ครบทั้ง 3 ตัวก็จะได้งานผิวเป๊ะปังประมาณนี้เลย พร้อมแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปสุดๆ ตอนนี้คือรู้สึกหน้าเนียนและเบาสบายผิวดี ติดอยู่ที่ช่วงนี้ก้อยหน้าแห้งนิดนึง เลยอาจจะมีคราบรองพื้นที่โบกทับด้วยแป้งอยู่หน่อยๆ บริเวณจงอยปากที่แห้งมากๆ
ใช้ Illamasqua Eye Brow Cake : Thunder ในการเขียนคิ้วให้เปะ และตามด้วยการปัดขนคิ้วให้ฟูขึ้นด้วย BENEFIT COSMETICS Gimme Brow+ Volumizing Eyebrow Gel : No.3
ขอใช้บลัชออนสีม่วงๆ มาปัดแก้มก่อนเลย เพราะอยากคุมโทนทั้งใบหน้าให้ได้สีประมาณนี้ โดยใช้ Clinique Cheek POP : Baby Marble Pop โทนม่วงอมชมพูที่ทาแล้วเราจะดูเด็กลง และตามด้วยบรอนเซอร์ช่วงขมับของแก้มเพื่อให้หน้ามีมิติไม่ดูซีดจนเกินไป โดยก้อยใช้ของ Physicians Formula Murumuru Butter Bronzer : Light Bronzer
วันนี้ก้อยใช้ HUDA BEAUTY The New Nude Eyeshadow Palette ในการแต่งตาโทนสีม่วง เป็นอายแชโดว์ที่สีสวยมากจริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบแต่งหน้าโทนชมพูม่วง
1. ก้อยใช้สี A คัดเบ้าตาบางๆ เป็นกระบอกตา
2. หลังจากนั้นใช้สี B มาทาหางตา ทั้งตาบนและขอบตาล่าง และเกลี่ยเค้าให้ฟุ้งๆ
3. ใช้สี D มาทาหัวตา ทั้งตาบนและขอบตาล่าง และเกลี่ยให้ฟุ้งเช่นกัน
4. ใช้สี C มาทากึ่งกลางตา ทั้งตาบนและตาล่าง และเบลนสีให้เข้ากับสีอายแชโดว์อื่นๆ ที่ทาไปก่อนหน้านี้
ใช้  L’Oreal Paris Infallible 24H Gel Crayon สีม่วงในการเขียนไลเนอร์ของขอบตาบน และเขียนให้หางออกมาเล็กน้อย และใช้สีน้ำเงินเขียนอินเนอร์ไลเนอร์ของขอบตาล่าง เฉพาะบริเวณหางตา และเกลี่ยสีให้จางลง ให้เห็นเป็นติ่งสีน้ำเงินเล็กๆ
ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าด้วยลูกรักทั้งสอง Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และ Heroine Make Long and Curl Mascara
เฉดดิ้งจมูกเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่มีจมูก และไม่คิดจะทำ 555+ ใช้ Benefit Cosmetics Hoola Lite Bronzer เฉดดิ้งสันจมูก และใช้ DIOR DiorSkin Nude Luminizer Glow Vibes : 001 Rosy Vibes ในการไฮไลท์จุดตกกระทบแสง โหลกแก้ม จงอยปาก จมูก หน้าผาก และคาง ซึ่งก้อยปลื้มไฮไลต์มาก เพราะเป็นสีอมชมพูนิดๆ เข้ากับสีแก้มเลย
ตบท้ายด้วยการทาลิปสติก ก้อยใช้ Bobbi Brown Crushed Liquid Lip : Hippy Shake สีชมพูอมม่วงโทนนู้ดๆ ทาปากให้ทั่ว และตามด้วย Ver.88 Holiday Lip Tint : No.5 เป็นลิปสีม่วงแน่นๆ ทาบริเวณด้านในปาก เราก็จะได้ปาก Ombre สวยๆ โทนม่วงๆ ดูแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน (วนมาที่เพลงนี้อีกแล้ว 5555+)
แท่นแท๊น!! Finish Look จ้า!!!
เชิดหน่อย แต่งหน้ามาร่วมชั่วโมง เมื่อยคอ 5555+
หวังว่าสาวๆ จะชอบลุคนี้กันนะ ก็ยังคงหวานละมุนๆ เอาใจสามีตามสไตล์ก้อยอยู่ดี แต่ชอบลุคนี้ที่มันแอบมีเสน่ห์เหลือเกิน (เค้าจะเก็บค่าลิขสิทธิ์เรามั้ย 5555+)

ผลิตภัณฑ์ดีๆ ของ Watsons เพื่อคนเป็นสิวโดยเฉพาะ | KoiOnusa

เชื่อว่าร้าน Watsons เป็นสถานที่หนึ่ง ที่สาวๆ หลายๆ คนมักจะแวะเวียนไปช้อปปิ้ง และถ้าหากได้สังเกตกัน เราจะเห็นว่า Watsons เอง เค้าออกผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดมาให้เราเลือกใช้อยู่ ที่ก้อยเคยเห็นและเคยใช้ก็เป็นพวกสบู่ แชมพู ครีมทาผิว ซึ่งมีคุณภาพดี ราคาน่ารัก และ Watsons ยังมีสกินแคร์ที่น่าสนใจมากอยู่กลุ่มนึง ซึ่งก้อยลองอ่าน ลองศึกษาแล้ว เป็นกลุ่มที่น่าลองใช้มากๆ นั่นคือ สกินแคร์ในไลน์ Dermaction Plus by Watsons Pure Anti-Acne
ซึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้จะเหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวโดยเฉพาะ เพราะเค้ามีเทคโนโลยี AcnoDERM ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะของ Dermaction Plus by Watsons เค้าจะทำงานโดยการปล่อยสารสำคัญที่ช่วยดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยลดและกำจัดปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงขั้นแบรนด์เค้าเคลมว่าช่วยลดสิวอุดตันและสิวหัวปิดได้ภายใน 3 วัน
ซึ่งเค้ายังมีสารสำคัญๆ อีกหลายตัวที่ช่วยดูแลผิว เช่น Witch Hazel Extract ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ มี Zinc sulfate ที่ช่วยควบคุมความมันบนในหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว เค้ายังมี Hyaluronic Acid ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า และยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นด้วย Vitamin B3 และ Vitamin E
ก้อยขอพูดถึง Pure Anti-Acne Day Lotion SPF50 PA+++ ที่ก้อยได้ลองใช้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในอีกหลายๆ ตัวของไลน์ Dermaction Plus by Watsons Anti-acne ที่ก้อยว่าน่าสนใจ เค้าเป็นโลชั่นที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยลดสิว และยังมีกันแดด SPF 50+ PA+++ อยู่ในตัว นั่นแปลว่าเราไม่ต้องทากันแดดเพิ่มเลย เหมาะกับการใช้ช่วงเวลากลางวัน เพราะนอกจากเค้าจะช่วยบำรุงผิวตามสารประกอบต่างๆ ที่ก้อยพูดถึงด้านบนแล้ว เค้ายังช่วยป้องกันแสงแดดจากรังสี UVA และ UVB อีกด้วยละ
เนื้อสัมผัสของเจ้าตัวนี้เป็นโลชั่นที่เนื้อค่อนข้างบางเบา เนื้อไม่เหลวจนเกินไปและไม่เกาะกันจนรู้สึกเหนียวหนึบ ปราศจาก Mineral Oils ที่ทำร้ายผิวและทำให้ผิวอุดตัน

ทาผิวให้ดู จะเห็นว่าเนื้อของเค้าบางเบามากๆ ผิวหลังทาโลชั่นแทบจะไม่แตกต่างจากก่อนทาโลชั่นเลย เบาสบายหน้า เนื้อซึมไว และยังคงรู้สึกชุ่มชื้นบนใบหน้าอยู่ข้างในลึกๆ

ด้วยความโชคดีที่ก้อยไม่ได้เป็นคนมีสิวมากมาย ก้อยเลยทดลองใช้หลายๆ วัน ลองดูซิ๊!!! ว่าสิวจะขึ้นมั้ย ปรากฏว่าสิวไม่ขึ้น ไม่แพ้ และรู้สึกหน้าเรียบขึ้น สิวอุดตันไม่โผล่ขึ้นมาให้เราล้างหน้าไปแล้วหงุดหงิดใจ นี่ว่าตัวอื่นๆ ในไลน์นี้ก็น่าใช้อยู่เหมือนกัน ถ้าใช้ครบไลน์คงช่วยยับยั้งเรื่องสิวได้ดีไม่น้อยเลย สามารถหาซื้อได้ที่วัตสันทุกสาขา หรือที่วัตสันออนไลน์ก็สะดวกดีนะ

ฟื้นฟูผิวภายใน 8 นาที ด้วยมาสก์สุดพรีเมี่ยม มีส่วนผสมของทองคำเปลวด้วย | KoiOnusa

ตื่นเต้นๆๆๆ อยากมาเล่าให้ฟังถึงมาสก์ที่มีส่วนผสมแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์อ่ะ !! คือเคยได้ยินมาว่าทองคำเปลวบริสุทธิ์มีประโยชน์ในการบำรุงผิวมาก นี่เคยไปนวดหน้าด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์มาแล้ว แล้วรู้สึกว่าผิวอิ่ม ผิวฟูตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยให้ผิวสัมผัสกับทองคำเปลวบริสุทธิ์เลย
ตัวนี้เค้าเป็นมาสก์แบรนด์ของไต้หวันนะ แต่วิจัยสูตรร่วมกันกับแลปชื่อดังของเกาหลี ส่วนประกอบหลายๆ ตัวนำเข้าจากเกาหลี ดูคุณสมบัติหลายๆ อย่างแล้วน่าใช้มากๆ
มาสก์ของ Mirae สูตร EX 8minute Extreme Repairing Mask (Collagen + NMF) นี้เป็นสูตรที่มีส่วนผสมของทองคำเปลวบริสุทธิ์ 24 เค พอให้ผิวของเราดูกระจ่างใสด้วยเหมือนกัน เค้าจะช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนัง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว
นอกจากส่วนผสมดีๆ อย่างทองคำเปลวบริสุทธิ์แล้ว เค้ายังมีน้ำมันปลาและโอลีฟออย ที่ช่วยบำรุงผิวและซ่อมแซ่มผิวอย่างรวดเร็ว โดยรวมแล้วสำหรับเจ้าสูตรนี้เค้าจะช่วยเรื่องหลักๆ คือ ช่วยลดความแห้งกร้านของผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ช่วยให้ใบหน้าหมองคล้ำกระจ่างใสขึ้น และช่วยฟื้นฟูผิว โดยส่วนผสมของเค้าจะไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำมันแร่ จึงทำให้มาส์กค่อนข้างอ่อนโยนและไม่ระคายเคืองง่าย
เรามาดูที่แผ่นมาสก์กันก่อน ซูมเข้าไปดูใกล้ๆ จะแอบเห็นทองคำเปลวบริสุทธิ์ส่วนเล็กๆ กระจายทั่วแผ่นมาสก์เลย
แผ่นมาสก์ของเค้าเป็นเส้นใยสูตรพิเศษจากเกาหลี เส้นใยดึงยืดยาวได้ ดูดซับสูงจึงให้ความชุ่มชื้นได้สูง แผ่นมาสก์บาง เรียบเนียนไปกับผิวเลย
วิธีใช้มาสก์ เราต้องหันด้านที่เป็นแผ่นมาสก์นุ่มๆ เข้าหาใบหน้า แล้วดึงแผ่นพลาสติกออกมาท และมาสก์หน้าทิ้งไว้โดยใช้เวลาในการมาสก์หน้าเพียง 8 นาที
หลังการมาสก์ครบ 8 นาที ผิวหน้าของก้อยดูชุ่มฉ่ำมากกกก!! ฉ่ำน้ำสุดๆ และฉ่ำแบบนี้อยู่สักพักเลยนะ ไม่ได้แห้งระเหยไปเร็ว เนื้อมาส์กเค้าอาจไม่ได้ซึมเข้าไปจนแห้งหาย จะรู้สึกเหมือนมาสก์เคลือบผิวอยู่ ก้อยชอบมาสก์ตอนกลางคืนนะ แล้วไม่บำรุงอะไรต่อเลย เพราะรู้สึกว่าตัวนี้ตัวเดียวก็เอาอยู่ รู้สึกผิวชุ่มชื้นมากๆ ผิวมีชีวิตชีวาขึ้น
ถ้าสังเกตใกล้ๆ จะเห็นสะเก็ดทองคำเปลวบริสุทธิ์ติดอยู่บนใบหน้าของก้อยด้วย นี่ถ้าใช้ในตอนเช้าก่อนแต่งหน้า มันต้องช่วยกระจายแสงให้ผิวหน้าเราสว่างกระจ่างใสได้ดีแน่ๆ

เจลลดรอยสารพัดประโยชน์!! รอยสิว รอยแดงจากเลเซอร์ รอยแผลเป็น เรื่องเล็ก!! | KoiOnusa

เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคน เรื่องรอยสิวก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ จงอย่าไปกังวลกับมัน ตัวก้อยเอง เห็นหน้าใสๆ แบบนี้ก็เป็นคนมีสิวเหมือนกัน เพียงแต่จะเป็นๆ หายๆ เป็นหนักบางช่วง อย่างช่วงนี้ก็เพิ่งหายจากการเป็นสิวแพ้น้ำจากต่างจังหวัดมา ก็มีรอยแดงให้เห็นประปราย ไม่เครียดหรอกเวลาเป็นสิวหรือเป็นรอยสิว ก้อยถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ก้อยจะได้ทดลองใช้พวกยาแต้มสิวหรือรอยสิวต่างๆ
หลังจากสิวหายแล้วทิ้งรอยแดงไว้ ก้อยก็หยิบเจ้า Uderma Bio Scar Care Gel เจลแต้มรอยสิวรอยแผลเป็นแบรนด์ไทยมาใช้ทันที ที่สนใจใช้เพราะเค้าได้รับรางวัล Best Dark Spot Corrector จาก Cleo Beauty Hall Of Fame 2019 มา เห้ยยย!!!! แบรนด์ไทยมีดี ต้องขอลองหน่อย
เจ้าสกาแคร์เจลตัวนี้ มีส่วนประกอบหลักๆ คือไบโอเปปไทด์ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิวและลดเลือนรอยดำรอยแดงรวมถึงรอยแผลเป็น และยังผนึกกำลังกับส่วนประกอบอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยทำให้ผิวของเราเรียบเนียนรอยสิวหาย เช่น หัวหอมแดงที่ช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิว อัลลาโทอินที่ช่วยลดการระคายเคือง โซเดียมไฮยาลูรอเนทที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และใบบัวบกที่ช่วยซ่อมแซมเส้นเลือดฝอยที่ถูกทำลาย

ข้อดีอีกอย่างของเค้าคือ ไม่มีส่วนประกอบของซิลิโคน พาราเบนและแอลกอฮอล์ ดังนั้นด้วยการคัดเลือกส่วนประกอบต่างๆ อย่างใส่ใจของแบรนด์ Uderma จึงมั่นใจได้ด้วยว่า เค้าจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองสำหรับผู้มีผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วย

เนื้อของเค้าจะเป็นเนื้อเจลสีใสไม่มีกลิ่น เนื้อซึมไว แห้งเร็ว ไม่เหนอะหนะผิว
ก้อยใช้แต้มเฉพาะจุดนะ ยิ่งจุดไหนเป็นรอยแดงรอยดำจากสิวหรือรอยแผลเป็นใหม่ๆ ต้องรีบทาทันทีที่มีรอย แล้วรอยต่างๆ จะหายง่ายขึ้น

นี่ใช้ไปประมาณ 1 สัปดาห์ รอยแดงจากสิวของก้อยจางลงไปแบบเห็นๆ เลย ชัดมากๆ ทั้งๆ ที่คำเคลมของแบรนด์คือ เห็นผลใน 14 วันแต่นี่ 7 วันก็แฮปปี้มากแล้ว !!

อ่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนะ มีแผลตรงเข่าพอดี ก้อยทาไปพร้อมๆ กับทารอยสิวแหละ ก็อยากรู้เหมือนกันไงว่าแผลที่เกิดจากความซุ่มซ่ามของเราจะได้ผลลัพธ์ยังไงจากการใช้เจ้า Uderma นี่ก้อยทาเกือบๆ 2 อาทิตย์ ทาเช้าเย็น ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปตามนี้เลย
ข้อดีของเจ้า Uderma คือเค้าสามารถใช้ได้ทั่วร่างกายเลย ทั้งใบหน้าและในทุกๆ ส่วนของร่างกายเรา แม้กระทั่งผิวหน้าที่เป็นรอยแดงจากการเลเซอร์มาก็สามารถใช้ได้นะ รีวิวนี้ก้อยเป็นหนูทดลองให้ ด้วยความอยากรู้เองด้วย และต้องดูแลผิวหน้าของตัวเองด้วยในช่วงลุ้นให้รอยสิวหายนี้ ก้อยลองใช้จริงจังทาเช้าทาเย็นมาตลอด ก็เห็นๆ เลยว่ามันได้ผล สมกับราคาคุยที่เค้าได้รับรางวัลมาเลย แบรนด์ไทยด้วยอ่ะ ภูมิใจแทน หาซื้อได้ง่ายๆ ตามร้านยาชั้นนำ เช่น Watsons มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เดินเข้าไปถามหาที่พี่พนักงานกันได้เลย  เห็นว่าตอนนี้มีโปรฯ ลดราคาเหลือ 390 บาทเอง เป็นโอกาสที่ดีจงรีบคว้า!!

รีวิว Dior Lip Glow Oil พร้อมเปรียบเทียบกับแฝดพี่ Clarins Lip Comfort Oil | KoiOnusa

ดูรีวิว Dior Lip Glow Oil แบบชัดๆ พร้อมเปรียบเทียบกับแฝดพี่อย่าง Clarins Lip Comfort Oil ได้ในคลิปนี้เลย ^^
หลังจากที่ก้อยได้สิ่งนี้มาอยู่ในกรุ ก้อยก็เห่อใช้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้มา อยากรู้ อยากลอง อยากรีบมารีวิวให้ทุกคนฟัง ก้อยได้ไปสวอชเล่นมาหลากหลายสี ก้อยคิดว่าสีนี้น่าจะเป็นสีที่น่าเล่นมากที่สุด เนื่องจากด้วยลักษณะเนื้อลิปของ Dior Lip Glow Oil รุ่นนี้เค้าเป็นลิปสีใส แทบไม่มีสี อาจจะเรียกว่าเป็นลิปกลอสก็ยังได้ แต่เป็นกลอสที่มีสีเหลือบให้เห็นบางๆ
อย่างเช่นเบอร์ 15 สี Cherry นี้ เมื่อก้อยสวอชลงบนมือก็จะเห็นว่าเค้าให้ความวาว ให้ความใสและแทบไม่เห็นสี แต่ก้อยว่าความเหลือบสีเชอร์รี่อ่อนๆ แบบนี้แหละที่จะช่วยให้ริมฝีปากของเราดูสดใสแบบธรรมชาติ
ตอนที่ก้อยสวอชบนหลังมือ รู้สึกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างหนืด สงสัยเหมือนกันว่าถ้าใช้ในชีวิตประจำวันแล้วผมยาวๆ อย่างเรา เค้าจะทำให้ผมติดปากหรือเปล่า แต่พอก้อยลองทาปากดูอีกที กลับรู้สึกว่าเนื้อของเค้าเบากว่าที่คิด ให้ความหนืดนะ แต่ไม่ได้หนืดจนรู้สึกเหนียว ชอบความรู้สึกชุ่มชื่นบนริมฝีปากแบบนี้มากเลยล่ะ ทาปากแล้วรู้สึกปากสุขภาพดี รู้สึกอยากเจ่อปากถ่ายรูปตลอดเวลา 5555+
ทาลงบนปากก็ยังเห็นสีปากของเราชัดนะ แต่มีสีเชอร์รี่อ่อนๆ แทบจะอ่อนมากๆ มาเคลือบปากไว้ ทำให้ปากก้อยดูใสๆ ดูเป็นธรรมชาติ ปากอมชมพูระเรื่อๆ ทาในวันที่ไม่แต่งหน้ามากก็รู้สึกว่าโอเคเลย

และหากถามว่าติดทนยาวนานมั้ย ต้องบอกว่าพอเวลาผ่านไป เนื้อลิปมันก็จะค่อยๆ แห้งลง ไม่ฉ่ำเท่าวินาทีแรกที่เราทา แต่ยังรู้สึกชุ่มชื่นกับริมฝีปากอยู่นะ ไม่ได้แห้งหายเหือดไปเลย และอีกความรู้สึกคือ ทาแล้วริมฝีปากจะรู้สึกเย็นๆ แหละ และสีก็เหมือนจะเข้มขึ้นเล็กน้อยด้วย และที่ชอบอีกอย่างคือ ตัว Applicator ของเค้าที่เป็นหัวฟองน้ำขนาดใหญ่ดีและนุ่มปากด้วย ทาปากแล้วรู้สึกฟินดี

สรุปคือ เค้าเป็นลิปเนื้อกลอสๆ ที่มีสีจางมากๆ มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปาก ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นฉ่ำวาว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ริมฝีปากแห้ง หรือคนที่อินกับความปากฉ่ำวาวดูสุขภาพดี ซึ่ง…ใช่ค่ะ ก้อยอินมาก เพราะโดนส่วนตัวเป็นคนริมฝีปากแห้งมาก ใช้ลิปแบบนี้ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับตัวเองไปด้วยในตัว
มีรีวิวเปรียบเทียบกับลิปของ Clarins รุ่น Lip Comfort Oil ที่มีลักษณะหลายๆ อย่างคล้ายกันด้วยนะ กดดูรีวิวที่คลิปด้านบนเลย เผื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในที่จะเลือกซื้อเนอะ

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ มาสก์เกาหลีต้องนีล! | KoiOnusa

01.png

สาวๆ คนไหนชื่นชอบการมาสก์หน้าเป็นชีวิตจิตใจบ้าง ก้อยล่ะคนนึง มีมาสก์ตุนไว้ในกรุมากมาย มาสก์หน้านี่มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคานะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สิ้นเปลืองอยู่ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย มาสก์บางตัวราคาแพงเว่อร์หลักร้อย จะให้ใช้ครั้งเดียวแล้วโยนลงถังขยะเลยก็รู้สึกหน่วงๆ ใจ เสียดายตังค์

03.png

ก้อยเลยอยากนำเสนอมาสก์ถูกแต่ดี มีคุณภาพอย่างมาสก์เกาหลี Neil ที่ก้อยใช้แล้วก็รู้สึกทึ่งกับราคาเล็กน้อย เพราะราคาค่อนข้างถูกมาก 19 บาทเท่านั้น (สูตรพรีเมี่ยม 39 บาท) และมีหลายสูตรให้เลือกสรร มีทั้งหมด 13 สูตร แต่ก้อยจะพูดถึง 3 สูตรที่ก้อยได้ใช้

04.png

เริ่มจากสูตรธรรมชาติอย่าง Neil Brighting Mask สูตร Pearl หรือสูตรที่ได้จากสารสกัดจากไข่มุก ดูง่ายๆ จากหน้าซอง เค้ามีรูปหอยและมีไข่มุกอยู่ด้านใน ตามคำเคลมของสูตรนี้คือเค้าจะช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยและบำรุงผิวให้เรียบเนียน ต้องบอกว่าเป็นมาสก์ราคา 19 บาท ที่ให้แผ่นมาสก์มาแบบมีคุณภาพ ก้อยรู้สึกว่าแผ่นมาสก์เค้าไม่บางเท่ากับบางยี่ห้อที่ราคาระดับเดียวกัน อุ้มเนื้อมาสก์ได้ดีทีเดียว เนื้อมาสก์เป็นสีขาวขุ่น ตัวนี้ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นนะ หอมอ่อนมากๆ เวลามาสก์บนผิว แผ่นมาสก์ค่อนข้างใหญ่กว่าใบหน้าก้อยพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ระหว่างมาสก์ 15 นาทีนี้ ก้อยรู้สึกชุ่มชื่นผิวมาก แกะมาสก์ออกมาแล้วนวดตัวมาสก์เข้ากับผิวหน้าจะรู้สึกหนืดๆ ผิวจะชุ่มชื่นยาวนานเลย

05.png

สูตรต่อมาเป็นสูตร Solution อย่าง Pure Vitalizing Mask สูตร Vita Complex Solution มาสก์สูตรนี้หลักๆ เลยคือเค้าจะช่วยให้ผิวเรากระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า ลดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้สิวหายเร็วขึ้น แผ่นมาสก์เค้าคล้ายๆ กับสูตรแรกเลย คือเป็นแผ่นมาสก์ที่ไม่บางมาก ค่อนข้างอุ้มน้ำมาสก์ได้ดี และมีขนาดใหญ่เหมือนกัน สูตรนี้เหมาะมากกับคนวัย 30+ แบบก้อย จะใช้วันเว้นวันก็ยังไม่รู้สึกเสียดายเพราะราคาน่ารัก ตัวเนื้อมาสก์จะมีสีขาวขุ่นกว่ามาสก์ตัวแรกนิดหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ อ่อนมาก ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นเดียวกัน แล้วก็ดึงมาสก์ออก หน้าจะชุ่มฉ่ำมาก จากนั้นก็นวดๆ ตัวเนื้อมาสก์ให้เข้ากับผิวหน้า ผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นมากๆ

06.png

และตัวสุดท้ายสูตรพรีเมี่ยม Premium Platinum Foil Mask Pack สูตรนี้โดดเด่นจากสูตรก่อนๆ มากเลยล่ะ เพราะแผ่นมาสก์ของเค้าแตกต่างจากเพื่อน เป็นสูตรพรีเมียมเพื่อผิวใส เติมเต็มอาหารผิวแบบเร่งด่วน ทั้งช่วยให้ผิวกระจ่างใส ให้ความชุ่มชื่นกับผิว และยังช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยด้วย เรียกว่ามีคุณสมบัติมากมายในสูตรนี้เลยล่ะ แผ่นมาสก์ของรุ่นนี้เค้าจะเป็นฟอยล์ 1 ด้าน และเป็นแผ่นมาสก์สีขาวนุ่มๆ ธรรมดาอีก 1 ด้าน เราต้องใช้ด้านที่เป็นสีขาวแปะเข้ากับหน้าเรา แล้วหันด้านฟอยล์ออก ตัวมาสก์แนบสนิทกับหน้าดีเลยล่ะ ไม่เลื่อนหลุดง่าย และมีขนาดพอดีกับหน้าก้อยเลย ไม่ใหญ่มากเหมือนมาสก์ 2 ตัวแรก ตัวนี้กลิ่นค่อนข้างชัดเจนนะ กลิ่นหอมลอยออกมาเลย ตัวเนื้อมาสก์เป็นสีใสเลย แตกต่างจากมาสก์ 2 ตัวแรกชัดเจน มาสก์แล้วรู้สึกชอบแผ่นมาสก์ของเค้ามากเลย ถึงจะเป็นฟอยล์ แต่มาสก์กลับบางเบามาก และอยู่ติดกับหน้าไม่หลุดง่ายเลย ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นกัน แกะมาสก์ออกมาแล้วก็ใช้มือนวดๆ ให้มาสก์ซึมเข้าผิวหน้า ผิวจะชุ่มชื่นตลอดคืนหรือตลอดวันเลย

07.png

ย้ำนิดตรงนี้หน่อย พอเรามาสก์หน้าเสร็จตอนผิวเรายังชุ่มๆ อยู่ อย่าลืมนวดผิวหน้าให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าผิวหน้าของเราด้วยล่ะ เราจะได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์เค้าอย่างเต็มที่

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ ยกให้ Neil เค้าไปเลย ราคาน่ารักมากกกกก ใช้บ่อยได้โดยไม่ต้องเสียดายตังค์ทีหลังเลย และตอนนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่นสนุกแจกผ้าปิดตา 2,000 ชิ้นด้วย โดยสามารถร่วมกิจกรรมด้วยการไปที่หน้าเพจนี้>> https://www.facebook.com/NeilCosmeticsbyPolla << แล้วกด Like+Share แบบสาธารณะ จากนั้นก็แคปหน้าจอเป็นหลักฐานมาคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ พร้อม Tag เพื่อนมาอีก 3 คน และติด #งานหนักก็พักก่อน #มาสก์หน้าเกาหลีต้องนีล สำหรับ 2,000 ท่านแรกก็จะได้รับผ้าปิดตาไปเลยอย่างง่ายดาย แต่สำหรับใครที่กลัวจะเล่นไม่ทัน เพียงแค่ซื้อมาสก์นีลสูตรธรรมชาติหรือสูตรโซลูชั่น 3 ชิ้น หรือสูตรแพลตินัม 2 ชิ้น ก็รับไปเลย ผ้าปิดตา 1 ชิ้นทันที

(ร้านค้าที่ร่วมโปรโมชั่น Eveandboy,MultyBeauty,Beautrium,Cosmo

Beaute , Hej Street Beauty)

**นึกถึงมาสก์เกาหลี ต้องนึกถึงมาสก์นีลนะ**

01.png

รักษาสิวง่ายๆ ใช้ได้ผลจริง แค่เปลี่ยนพฤติกรรม + แนะนำสกินแคร์ลดสิว ลดรอย จ่ายไม่แพง | KoiOnusa

ก้อยเชื่อว่าทุกคนเคยเป็นสิว จะสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ ต้องเคยประสบกันมาหมดแล้วแหละ แต่จะมีมากมาน้อยก็แตกต่างกันออกไป อย่างก้อยเองมักจะเป็นสิวผดผื่น และสิวอุดตัน เพราะแต่งหน้าบ่อยและแพ้ง่าย สิวอักเสบมีบ้างประปรายตามระดับฮอร์โมนในช่วงนั้น

วันนี้ก้อยขอพูดถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ก้อยลองเปลี่ยนตัวเองในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แล้วมันใช้ได้ผลจริงๆ กับตัวก้อยเอง รวมถึงมาแนะนำพวกไอเทมสิวๆ เหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องสิว ก้อยใช้จริงๆ อินจริงๆ แต่ในงบจ่ายง่าย จ่ายไม่แพง เพราะเชื่อว่านักเรียน นักศึกษาทุกคนมีปัญหาเรื่องสิว และหาวิธีจัดการอยู่ เพราะก้อยเองก็เคยผ่านช่วงวัยเบี้ยน้อยหอยน้อยมาอ่ะนะ

เริ่มจากเหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ก้อยใช้จริงๆ คัดมาแล้วว่ามันได้ผลกับผิวเราจริงๆ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าก้อยไม่ได้ใช้สกินแคร์สิวๆ ตลอดทุกวันนะ ก้อยเลือกใช้ในช่วงที่ก้อยเป็นปัญหาผิวตามสรรพคุณของสกินแคร์ โดยเฉพาะช่วงเป็นสิว จะใช้สกินแคร์ไม่มาก ไม่อยากทำให้ผิวระคายเคือง แล้วยิ่งช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ที่ก้อยแพ้แชมพูจนสิวผุดเต็มหน้า มีเจ้าสกินแคร์ตัวเด็ดๆ เหล่านี้แหละที่ก้อยใช้จริงแล้วมันเวิร์คจริงๆ
1. Acne Aid Liquid Cleanser
เริ่มจากโฟมล้างหน้ากันก่อนเลย ก้อยจะเลือกใช้สูตรที่เหมาะกับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าเพิ่งหันมาลองใช้เจ้าตัวนี้ เพราะ Ziiit ที่ก้อยใช้เป็นโฟมล้างหน้าที่ช่วยเรื่องสิวโดยเฉพาะมันหมดแล้ว นี่เลยลองหยิบตัวนี้ขนาดเล็กมาใช้ ราคาประมาณหนึ่งร้อยบาท ถูกมาก โฟมล้างหน้าตัวนี้เนื้อสีขาวขุ่น เนื้อเหลว ล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดผิวหน้าดี ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงหรือระคายเคือง เพราะเค้ามีค่า pH ที่สมดุลกับผิวค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหน้าด้วย
2. Benzac
ขาดไม่ได้เลยตัวนี้ เป็นตัวที่ทาหลังล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบ เค้ามีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อสิว ช่วยให้สิวหลุดออกจากตุ่มสิว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแ ละยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วยนะ ก้อยทาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ข้อดีอีกอย่างนึงที่ทาตัวนี้เป็นประจำคือ เมื่อเราไปกดสิว เค้าจะกดสิวอุดตันของเราออกมาได้ง่ายมากๆ ไม่เจ็บ และแดงน้อยมาก

 3. Clinda M
ต้องบอกว่าเมื่อเห็นตุ่มสิว จะต้องนึกถึงเพียงแค่ตัวนี้จริงๆ ใช้มาเป็นสิบๆ อันแล้ว เค้ามีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ Clindamycin Hydrocloride ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเป็นสิวที่มีหัวหนองหน่อยๆ ก้อยทาเพียง 2-3 คืน สิวก้อยก็แห้งแล้ว แต่ถ้าเป็นสิวหัวแดงๆ ไม่เห็นหัวหนอง อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย อย่าล่าสุด ก้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าสิวตุ่มแดงนูนจะยุบตัวลง

4. BK Ance Serum Brightening Anti-Pollution 

บอกก่อนว่าสกินแคร์ที่ทาทั้งหน้าช่วงเป็นสิวของก้อยจะใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว แล้วอาจจะไปใช้มาสก์หน้าเลย ซึ่ง 1 อาทิตย์จะมาสก์แค่ 2-3 ครั้ง ที่ก้อยไม่ใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ มากมายนักเพราะไม่อยากให้ผิวระคายเคืองมากจนเกินไป และจะเลือกใช้สกินแคร์ที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน และไม่ทำให้ผิวอุดตัน เลยเลือกใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลย เพราะมันตอบโจทย์ทั้งหมด ก้อยเคยใช้แบบซองมาก่อนนะช่วงเป็นสิว ใช้แล้วรู้สึกว่ามันดีอ่ะ   ใช้เป็นประจำเช้าเย็น เป็นสกินแคร์หลักๆ ไปเลย เพราะใช้ต่อเนื่องแล้วก้อยว่ามันคุมมันได้ดีเลยนะ คนผิวมันอาจจะชอบเหมือนที่ก้อยชอบ พวกสิวผด สิวเม็ดเล็กๆ ที่ชอบขึ้นหยุ๋มหยิ๋มๆ มันลดลง อย่างก้อยผิวแพ้ง่าย มีสิวเม็ดเล็กๆ เป็นผดง่าย ตอนนี้ผิวเรียบขึ้นเยอะ ขนาดเป็นประจำเดือนยังไม่ค่อยมีสิวเลย ใครเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายลองใช้ดู เนื้อใสๆ ไม่มีกลิ่น นอกจากมันจะช่วยลดสิวอักเสบ สิวผดจากสารสกัดใบบัวบกได้แล้ว ที่มันช่วยคุมมันเพราะมี Zinc PCA ทาผิวไปไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว ซึมเร็วมากกกกก ไม่เหนอะเลย แต่งหน้าได้เลย โดยไม่ต้องกลัวรองพื้นเป็นคราบ แต่ในความซึมไวของเค้ามันก็ยังคงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ด้วยสารสกัดผลมะกอกถั่วเหลือง เห็นว่าช่วย Anti-Pollution ปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ ด้วย พวกฝุ่นละอองมันอันตราย เป็นบ่อเกิดของสิวเลยแหละ

5. KA Expert Anti Melasma Serum
ตัวนี้ก้อยจะทาแค่บริเวณที่เป็นรอยสิว พอสิวหายปุ๊บ ก้อยทาปั๊บ ทาตอนมีรอยสิวใหม่ๆ เนี่ยแหละ รอยสิวดำๆ ของเราจะได้หายง่ายขึ้น บอกก่อนว่าก้อยเพิ่งมาเริ่มใช้ตัวนี้ได้ประมาณเดือนนึงนะ แล้วมันได้ผลจริงๆ ประมาณ 14 วันรอยดำมันจางลงจริงๆ จริงๆ เค้าเขียนว่าเป็นเซรั่มทาฝ้า ก้อยไม่มีฝ้านะ แต่สะดุดตรงเค้าเขียนว่าเป็นสูตรเร่งด่วน หน้าดูดีภายใน 7 วัน นี่เลยลอง!! เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% ทำงานร่วมกับ INNO MelanoOff ซึ่งจะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี มันช่วยกู้ส่วนที่หมอง เป็นรอยดำๆ ด่างๆ ให้กระจ่างใสขึ้นจริงๆ นะ พิสูจน์มาแล้ว แต่ของก้อยเอง ประมาณ 14 วันนะ ถึงเห็นผลชัดเจน รอยดำจางไปเยอะมากจริงๆ ขยันๆ ทาหน่อยนะตัวนี้ ทาเช้า ทาเย็น ถ้าไม่ได้แต่งหน้า ก็ทาระหว่างวันด้วยก็ได้

6. Leaders Clinic Regrneration Mask
ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ชีทอันดับ 1 ที่ครองใจเราในสายของการช่วยให้รอยดำจากสิวจางลง ใช้มาเป็นสิบๆ แผ่น น่าจะถึงร้อยแล้วมั้ง เวลาที่มีรอยสิวน่ารำคานใจ จะต้องแกะน้องคนนี้ออกมากอบกู้ตลอดๆ เพราะมันช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงจริงๆ รวมถึงช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน ผิวสุขภาพดีด้วย เค้ามีสารสกัดจากเมือกหอยทาก ช่วยบำรุงผิวให้ริ้วรอยจางลงด้วยนะ แต่หลักๆ ของก้อยแล้วคือ ให้เค้ามาช่วยเรื่องรอยดำจากสิวของเรามากกว่า มาสก์หน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหลังทาเซรั่มลดสิวของ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ด้านบน มันจะยิ่งช่วยให้สกินแคร์ในเนื้อมาสก์อันนี้ซึมเข้าผิวได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่ก้อยบอกว่าช่วงเป็นสิวจะใช้สกินแคร์ทาหน้าน้อยมาก หลักๆ ก็จะใช้แค่นี้จริงๆ เรียกว่าน้อยมากนะ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ทาทั่วใบหน้า จะมีแค่ 1 ตัวหลักๆ คือ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ที่มาช่วยลดสิว คุมความมัน และใช้ มาสก์หน้า Leaders Clinic Regrneration Mask มาช่วยบำรุงผิว ลดรอยดำจากสิวในบางวัน

ต่อมาเป็นพฤติกรรมที่ก้อยทดลองเปลี่ยนตัวเองดูอย่างง่ายๆ

1. ใช้กระดาษทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าใหม่ ซับน้ำบนใบหน้าหลังล้างหน้า

จริงๆ ก้อยรู้มานานแล้ว ว่าต้องใช้ผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดหน้าแยกกัน แต่ก้อยทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะยอมรับว่าไม่มีที่ตากสำหรับผ้าเช็ดหน้าแล้ว แต่เพิ่งลองมาทำอย่างจริงจัง โดยใช้ทิชชู่ใหม่ๆ เนี่ยแหละเช็ดหน้าทุกครั้งหลังล้างหน้า!! เห้ยยย ไม่ได้พูดเล่นนะ ก้อยว่าวิธีนี้ช่วยเรื่องลดสิวได้มากจริงๆ เพราะผ้าขนหนูเนี่ยเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เมื่อนำมาเช็ดหน้า หน้าของเราก็อาจจะเกิดสิวได้ง่ายขึ้น หรือใครใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า บางทีพวกโลชั่นทาตัวที่ติดตามผ้าขนหนู เมื่อนำมาเช็ดหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้าจนเป็นสิวได้ เพราะฉะนั้น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ ชีวิตจะดีขึ้น

2. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกเช้า-เย็น

ก้อยเคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแค่ตอนเย็น หลังล้างเมคอัพ ส่วนในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะไม่เคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเลย เพราะคิดว่าพวกครีมบำรุงยังติดผิวหน้าอยู่ มันคงเป็นประโยชน์กับผิวแหละ แต่ว่า..ถ้าสังเกตดีๆ ผิวตอนตื่นนอนของเราจะมีความมัน อาจจะเพราะจากสกินแคร์ที่เราทาก่อนนอนนี่แหละ ก้อยเลยลองใช้โฟมล้างหน้าด้วยในตอนเช้า รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นกว่าไม่ใช้เยอะเลย เหมือนปลดปล่อยให้ผิวได้หายใจได้เต็มที่ เฟรชขึ้น รู้สึกสบายผิวมาก นี่อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้สิวของก้อยลดลง เพราะเราทำความสะอาดผิวในตอนเช้าก่อนทาครีมบำรุงใหม่ทับถมลงไปในทุกๆ วัน

3. งดส่องกระจกบ่อยๆ

นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมนึงที่ก้อยพยายามทำ เมื่อไหร่ที่เราส่องกระจก เมื่อนั้นเราจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้า และพยายามจับ พยายามบีบ พยายามเค้น คันไม้คันมืออยากแกะอยากเกา บอกเลยว่าส่วนนี้ทำให้เราเกิดสิวและเกิดรอยสิวได้เรื่อยๆ จนเรื้อรัง เพราะเรามัวแต่กังวลใจ ไม่ปล่อยวาง ยุ่งเหยิงจับต้องใบหน้าของเราทั้งวัน จนใบหน้าทั้งช้ำ ทั้งสกปรก ลองงดส่องกระจกบ่อยๆ หรือขยันสังเกตใบหน้าของตัวเองจนมากไปดูนะ ลอฃหันไปทำอย่างอื่นดู

4. พยายามนอนเร็วมากขึ้น

อันนี้ช่วยได้จริงๆ เมื่อไหร่ที่พักผ่อนน้อย เมื่อนั้นสิวถามหาได้ง่ายมาก ก้อยเคยนอนตี3-4 ตื่น 8โมงเช้า ซึ่งถ้านอนติดกัน 3-4 วัน สิวเม็ดเป้งก็จะโผล่ขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนตัวเองให้นอนก่อนเที่ยงคืน ชีวิตดีขึ้นเยอะ ใบหน้าปลอดจากสิวเม็ดเป้งนานขึ้นกว่าตอนนอนดึกมากๆ อีกนะ

5. พยายามไปกดสิวอุดตันออกให้ได้เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง

พวกสิวอุดตันบางหัวหลุดยาก รักษาด้วยตนเองยาก ทิ้งไว้นานๆ อาจจะทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ ให้รำคานใจ ก้อยเองเลยพยายามเก็บเงินวันละ 10 บาท เดือนนึงก็ได้ 300 บาท ใช้เป็นค่ากดสิวในคลีนิค ซึ่งมันได้ผลดีมากๆ เลยนะ ผิวเรียบเนียนขึ้น อาจจะต้องอดทนกับรอยแดงหลังกดสิวซักหน่อย แต่รอยแดงมันจะค่อยๆ ดีวันดีคืน แลกมากับใบหน้าที่เนียนเรียบ นักเรียนนักศึกษางบน้อย ลองเก็บเงินแบบก้อยดู วันละ 10 บาท ชิวๆ เนอะ คำเตือนสำหรับน้องๆ ที่กำลังคิดว่า ทำไมต้องไปเสียเงินให้เค้ากดสิวให้ ก็เพราะถ้าหากเรากดสิวเองโดยไม่มีความชำนาญ ก็อาจจะทำให้หน้าเราพังหนักกว่าเดิม สิวอาจเห่อขึ้นมาอักเสบหนักกว่าเดิม แถมมีรอยสิวดำๆ รักษายากตามมาอีกเป็นพรวน

ก้อยเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ใช้สกินแคร์ที่ใช้แล้วชอบจริงๆ ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ ช่วยลดสิวบนใบหน้าไปได้เยอะ ช่วงนี้ชอบผิวของตัวเองมาก ถึงแม้จะมีรอยแดงบ้าง รอยดำนิดๆ หน่อยๆ หรือมีสิวผดเม็ดเล็กๆ บ้าง แต่สิวเม็ดใหญ่ๆ น้อยมากๆ แทบจะไม่มีขึ้นมาให้เห็น หรือถ้ามีขึ้นมา ก็หายไปไว โดยไม่ต้องพึ่งหมอให้ฉีดสิวให้เลย และสกินแคร์ที่ก้อยใช้ลดสิวทั้งหมดก็ราคาน่ารัก หาซื้อได้ไม่ยาก น้องๆ คนไหนอยากมีหน้าใสๆ สิวน้อยๆ (อยากจะบอกว่าไร้สิว ก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นประจำเดือนทีก็ต้องมีสิวสีกเม็ดทีอ่ะเนอะ) ลองเปลี่ยนพฤติกรรม และหาสกินแคร์เหล่านี้มาใช้ดู นี่ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ เลยอยากมาแชร์ให้เป็นประโยชน์กับทุกคน

เซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วนที่ไม่ได้ทาได้แค่ฝ้า ทดลองทารอยสิวดำๆ เป็นยังไงมาดูกัน!!!

ปัญหาเรื่องสิวว่ากวนใจแล้ว เรื่องจุดด่างดำ รอยดำจากสิวนี่ก็ทำให้เราหนักใจได้ไม่แพ้กัน ใช่มิ!!!
วันนี้ก้อยลองหยิบเจ้าตัว KA Expert Anti Melasma Serum มาใช้ในช่วง 1 เดือนก่อน เค้าเป็นเซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วน แต่ก้อยไม่มีฝ้านะ นี่เลยลองเอามาทาพวกรอยดำจากสิวดู น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน เพราะเค้าเขียนหน้ากล่องไว้ว่าช่วยให้พวกฝ้า กระ  ดูจางลง ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น พออ่านคุณสมบัติหลังกล่องแล้ว เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% แถมยังมีสารสกัดออร์แกนิคจากว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไปอีก เลยจะช่วยเรื่องการฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอ ให้ชุ่มชื่นขึ้นด้วย แค่อ่านส่วนประกอบก็ยิ่งอยากลองแล้ว
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นเนื้อสีขาวขุ่นแต่มีความใสอยู่ตามสไตล์เซรั่ม ดมกลิ่นใกล้ๆ ไม่ค่อยได้กลิ่นเลยนะ และตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่ม เนื้อของเค้าคล้ายๆ กับการทาว่านหางจระเข้เลยล่ะ ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ผิว ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
ก้อยตั้งใจทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำจากสิว ทาอย่างจริงจังเช้า-เย็น ประมาณ 14 วันก็ได้ผลลัพธ์แบบนี้ รอยดำจากสิวจางลงไปเยอะมากกกกกก จางเร็วมากด้วย ใช้จนสิวใหม่ขึ้นมาแล้วเนี่ย 5555+ แต่รอยดำจางลงจริงๆ โดยที่รูปไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย
นี่ก็แฮปปี้มากอยู่นะที่รอยดำจางไวขนาดนี้ ก้อยไม่ทันถ่ายตอนครบ 7 วันไว้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงวันที่ 12-13 แล้วล่ะว่าควรถ่าย After ไว้ซักหน่อย พอเอารูปมาเทียบกันคือเห็นเลยว่าแตกต่างชัดเจน ถือว่าเลิศอยู่นะ สำหรับตัวก้อยเองคือเห็นผลจริงๆ และยังคงใช้จนหมดหลอดแน่ๆ ตัวนี้จะเป็นขนาด 15 กรัมนะ ราคา 189 บาท  ราคาเป็นมิตรมากหาได้ตามร้านขายยาหรือในร้านบิวตี้อย่าง EVEANDBOY ก็มีวางขายแล้ว แต่หากใครอยากทดลองใช้ด้วยงบน้อยๆ ก่อน เค้าก็มีแบบซองขายขนาด  7 กรัม 49 บาทเอง มีที่ Family Mart กับ Lawson ก้อยว่าหนึ่งซองกับจุดด่างดำเล็กๆ ก็ใช้ได้นานอยู่นะ แต่จะให้ดี ทาทั้งหน้าเลยก็ได้ ผิวจะได้กระจ่างใสและชุ่มชื่นทั่วๆ กัน สำหรับคนที่เป็นฝ้าอยู่คงต้องใช้กันยาวๆ แนะนำแบบหลอดเลยจะดีกว่า ยังไงใครที่มีปัญหาฝ้าอยู่ลองเอาตัวนี้ไปลองดู ด้วยปัญหาฝ้าอ่ะเนอะ ต้องหาแบรนด์ที่น่าเชื่อถือหน่อย ไม่งั้นถ้าใช้ไม่ถูกนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังอาจจะลามแล้วผิวบางขึ้นจนแก้ไม่หายก็ได้

ใช่คุชชั่นที่ตามหามั้ย? บางเบา ปกปิด สบายผิว หน้าโกลว์สวย คุมมันดี | KoiOnusa

พูดถึงคุชชั่น สาวๆ คงนึกถึงความใส ความบางเบา ความโกลว์ และไม่ค่อยจะปกปิด รวมถึงบางคนอาจจะเจอปัญหาคุชชั่นเป็นคราบ คุชชั่นฉ่ำเกิน ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็ไหลเยิ้ม โดยเฉพาะสาวผิวผสมไปจนถึงผิวมันแบบก้อย
ใครเจอปัญหาเหล่านี้ และตามหาคุชชั่นที่ให้ความโกลว์ ดูบางเบาแต่ปกปิด ไม่อยากได้ความแมตต์เลย ชอบผิวแบบสุขภาพดี อ่านรีวิวของก้อยต่อได้เลย คุณมาถูกทางแล้ว เพราะก้อยใช้แล้วรู้สึกว่ามันตอบโจทย์มาก สำหรับเจ้า Giorgio Armani To go ตลับนี้
ก้อยหยิบมาใช้และสังเกตแบบคนใช้จริงๆ ไม่อ่านคุณสมบัติใดๆ ของมันนะ จะขอพูดตามฟีลลิ่งเลย สิ่งแรกที่เราชอบนะ คือตัวแพกเกจของเค้า ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน Curve ของตลับเค้าแปลกมากจริงๆ บวกกับสีดำแดงที่ตัดกัน รวมๆ กันแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน อ้ะ มาเป็นเพลง 55555+
ภายในตลับเค้าก็จะมีพัฟรูปทรงหยดน้ำมาให้ ซึ่งทรงแบบนี้จะทำให้เราสามารถทาคุชชั่นตามซอกจมูกและร่องใต้ตาได้อย่างสะดวกสบาย ตัวพัฟของเค้าจับเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ได้น้ำได้เนื้อ
ในส่วนของด้านในตลับเค้าจะเป็นคล้ายๆ ตาข่ายที่เป็นกระดาษแข็งๆ กดเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ไม่ต้องเค้นมันขึ้นมาเหมือนคุชชั่นบางแบรนด์ที่ก้อยเคยเจอมา
นี่คือเนื้อคุชชั่นเบอร์ 3 ที่ก้อยใช้ จะเห็นว่าเนื้อของเค้ามีความโกลว์เมื่อกระทบแสง เนื้อดูบางเบาไม่หนักผิว เนื้อคุชชั่นมีความทึบสูง แต่ไม่อึดอัดผิว
พอมาอยู่บนผิวหน้าของเราแล้วก็จะมีความผิวสวยโกลว์ๆ ประมาณนี้เลย ผิวสวยยยยจริงๆ นะ >.<
ความปกปิดก็จะดีประมาณนี้ มีสิวอักเสบและรอยแดงมาให้ทดสอบความปกปิด จะเห็นว่ารอยแดงหายมิด รอยสิวอักเสบหายไปประมาณ 80% ยังเห็นหัวผุดออกมาแต่ไม่ชัดเจนเท่าตอนหน้าสด ก็แหมมม มันนูนออกมานี่น่า จะให้มันหายมิดไปได้ยังไง >.<“
พอทาครึ่งหน้า ก็จะแตกต่างประมาณนี้ ในส่วนของผิวหน้าก้อยชอบมาก มันทำให้ผิวดูสวยขึ้น ดูสุขภาพดี มีความโกลว์ๆ และปกปิดได้ดีในระดับนึง ในส่วนของใต้ตาของก้อยที่นอนดึกนั้น เราอาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างมาทาใต้ตาเพิ่มเติมซักหน่อย
พอแต่งหน้าเสร็จก็จะมีงานผิวที่สวยประมาณนี้ ก้อยแต่งหน้าตอนเที่ยง ผิวสวยประมาณนี้แหละ ชอบบ ไม่หนักผิวเลย แต่ให้การปกปิดรอยแดงได้ดีมากๆ ออกไปข้างนอก ทำนู่นทำนี่ เปลี่ยนเสื้อทำอะไรนิดหน่อย ก่อนอาบน้ำก็ถ่ายรูปเก็บไว้ในช่วงประมาณ 2 ทุ่ม ปากของก้อยสีซีดไปแล้ว แต่ผิวหน้ายังสวยอยู่ มีความโกลว์เพิ่มขึ้นนิดหน่อย คุมมันได้ดีเลยนะ ไม่มีการไหลเยิ้มหรือเป็นคราบเลย แฮปปี้มาก
โดยสรุปคือ นางเป็นคุชชั่นที่ให้ผิวสวยและโกลว์แบบธรรมชาติ มีเนื้อที่บางเบาแต่ปกปิด ใช้แล้วสบายผิวหน้า ผิวเนียนเป็นธรรมชาติ คุมมันดี แต่อาจจะติดที่หากใครมีใต้ตาที่คล้ำมากๆ ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ เช่นก้อยที่นอนตอนตี 3 ติดต่อกันหลายๆ วัน ตามรูปนี้เป็นต้น 555555+