หวีดอะไรกัน!! ขอลองหน่อยซิ๊ Bobbibrown Bare Ruby | KoiOnusa

เห็นคนหวีดลิปตัวนี้กันหนาหู!! นี่ก็แพ้ความตูมตามอะไรแบบนี้ เลยขอส่องรูปรีวิวของชาวต่างชาติเค้าหน่อย ส่องไปส่องมาเกิดอาการหลอน วิ่งไปเค้าเตอร์ Bobbibrown ขอดูหน่อยว่าของจริงสีมันสวยแค่ไหน
นี่คือสี Bare Ruby เป็น Limited ที่จะขายเฉพาะในช่วงนี้ โอ้ยยยยย ปาดลิปไปจะเป็นลมไป อะไรมันจะสวยขนาดนี้คะคุณ แล้วเนื้อลิปสติกแน่นมาก ปาดทีเดียวเม็ดสีแน่นชัด เนื้อเค้าออกครีมๆ มีความวาวๆ สีแดงกล่ำๆ เหมาะแก่ช่วงตรุษจีนที่จะมาถึงซะเหลือเกิน 55555+
ก้อยเองมีสี Ruby อยู่แล้ว ก็คิดว่าเอ๊ะๆ สีมันจะเหมือนกันมั้ย เลยหยิบมาสวอชเทียบกันทั้ง 2 สี ปรากฏว่า ตัว Ruby เฉยๆ เค้าเป็นเนื้อแบบ Soft Matte เนื้อไม่แวววาว แต่จะเป็นเนื้อแมตท์เบาๆ เม็ดสีจะแน่นในระดับนึง แต่ต้องปาดหลายทีเหมือนกันกว่าสีจะแน่นเท่า Bare Ruby

สรุปง่ายๆ คือ Bare Ruby สีแน่นกว่า เนื้อเป็นครีมมี่ มีความวาวกว่า และที่สำคัญคือแพ็กเกจสวยกว่า 555555+ Limited ด้วย และด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นข้ออ้างของการรับตัวน้องกลับบ้านในครั้งนี้ ฮ่า

คนอะไรขี้เห่อหนัก ได้ปุ๊บทาปั๊บ ทามันตรงนั้นเลย สีสวยมากกกกกก ขนาดวันนี้ไม่ได้แต่งหน้ามา (แต่งนิดหน่อยแบบจืดๆ) พอทาปากไปปุ๊บ รู้สึกหน้าแน่นขึ้นมาทันที ลิปแท่งเดียวเอาอยู่เลย ไอเลิฟ!!!

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

มา ALAND ต้องตัวนี้!! ฟื้นฟูผิวแห้งขั้นสุดในข้ามคืนกับ Cosrx HONEY | KoiOnusa

สำหรับแบรนด์ COSRX เป็นแบรนด์ที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงมาสักพักแล้วล่ะนะ ว่ามีสกินแคร์ที่ช่วยรักษาผิวหน้าที่เป็นสิวได้ดี พวกแผ่นแปะหัวสิว แผ่นเช็ดผิวรักษาสิวที่มันดังๆ ก้อยเคยใช้มาหมดแล้วล่ะ ตั้งแต่สมัยมันยังไม่เข้ามาขายในไทยเลย

วันนี้เจอสกินแคร์ของแบรนด์นี้อยากมาแนะนำสำหรับชาวผิวแห้งหรือคนที่ผิวขาดน้ำแบบก้อย แบรนด์นี้ที่ปัจจุบันมีวางขายใน ALAND หาซื้อกันง่ายมากขึ้น ไม่ต้องบินไปซื้อไกล ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคนผิวแห้งหรือคนผิวขาดน้ำแบบก้อยจะต้องรีบมาปักธงฟัง เพราะตัวนี้มันช่วยฟื้นฟูผิวหน้าที่แห้งกร้านได้ดีเลยแหละ

COSRX Ultimate Moisturizing Honey Overnight Mask

เริ่มด้วยเจ้ามาส์กที่เราสามารถใช้มาส์กหน้าทิ้งไว้ข้ามคืนได้อย่างเจ้าตัวนี้ ต้องบอกก่อนว่าเค้าเป็น 3 in 1 คือใช้เป็นมาส์กหน้าข้ามคืนโดยไม่ต้องล้างออกก็ได้ ใช้มาส์ก 15 นาทีแล้วล้างออกก็ได้ หรือจะใช้ทาผิวเสมือนเป็นครีมบำรุงอีกตัวก็ได้ เค้าค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว มีส่วนผสมหลักๆ เป็นขี้ผึ้งธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวนวล และมีสารสกัดจากผิวของรังผึ้ง ซึ่งจะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

เนื้อของเค้าคล้ายๆ เนื้อเจลสีใส ไม่หนืดไม่เหนียว มีความเกาะตัวแต่แตกตัวง่ายเมื่อทาลงบนผิว และจะเห็นเลยว่าผิวมีความชุ่มชื่นทันทีที่ทาลงบนผิว มีกลิ่นหอมจางๆ อ่อนมากๆ แบบแทบไม่ได้กลิ่น

COSRX Honey Ceramide Full Moisture Cream

ตัวนี้มันน่าใช้ตรงที่เค้ามีส่วนผสมของ Ceramide ที่ช่วยปกป้องผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ช่วยลดการสูญเสียของน้ำ ทำให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดี ผิวจึงดูสดใสเปล่งปลั่ง และมีสารสกัดจากน้ำผึ้ง ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื่น ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นในผิงไว้ได้อย่างยาวนาน และยังต่อต้านการระคายเคืองของผิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

เนื้อของเค้าเป็นเนื้อครีมเข้มข้นสีขาว ก้อยว่าเนื้อค่อนข้างหนักเลยนะ ต้องใช้เวลาในการทาลงบนผิวแล้วปล่อยให้มันซึมเข้ากับผิวระยะหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ แบบแทบไม่ได้กลิ่น เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะผิว ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวหน้าได้ แต่หากจะแต่งหน้าต่อก็ต้องรอเวลาซักนิดให้เนื้อครีมซึมเข้ากับผิว

ก้อยลองใช้ 2 ตัวนี้คู่กัน ก้อยใช้ตัวครีมในตอนเช้า และใช้มาส์กในตอนกลางคืนโดยใช้มาส์กข้ามคืนแบบไม่ล้างออก ตื่นมาตอนเช้าคุณคุณแฟนพูดเลยว่า “ทำไมผิวหนูมันดูวาวๆ” เห้ยยย!!! ซีเรียส!! เรื่องจริงไม่ได้โม้เลยนะ แฟนก้อยทักแบบนี้จริงๆ นี่ก็แปลว่าตัวมาส์กนี้เค้าช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื่นทั้งคืนเลยสินะ ตื่นมาผิวเลยดูใสๆ ดูวาวๆ เป็นสกินแคร์ราคาน่ารักๆ ที่ให้ผลดีเกินคาดเลยนะสำหรับแบรนด์นี้ คนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำยิ้มออกล่ะทีนี้

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

ลิปสีอุ่น Feel Autumn คอลฯ Matte Nature เฉดสีใหม่ สวยจนหัวใจหยุดเต้น | KoiOnusa

ลิปสีใหม่จ้ะแม่!! กรีดร้องดังมาก ถึงช่วงนี้บ้านเราจะไม่ Autumn แต่เป็นหน้าหนาวที่ดูเหมือนเป็นหน้า Summer ตลอดเวลา แต่ลิปคอลฯ Matte Nature จาก Giorgio Armani ก็ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาแต่งหน้าโทนอุ่น แดงๆ น้ำตาลๆ ให้ฟีล Autumn แสงแดดอันเร้าร้อนแผดเผาใจฉันสิ!!! (เดี๋ยวก่อนแม่นางงงง)
อยากจะบ้า อยากจะบ้าตาย Lip Maestro สีคอลฯ นี้เป็นสีใหม่ทั้งหมด มี 6 เฉดสี แต่ก้อยมารีวิวให้ดู 4 สีที่ก้อยมีนะ แค่ดึงลิปออกมาจากกล่องก็แทบทำกล่องหล่น หัวใจเต้นระรัว สีสวยนัวมากแม่
และอย่างที่รู้ๆ กัน เนื้อลิปรุ่นนี้เค้าเป็นลิป Matte ที่มีความเป็นเนื้อกำมะหยี่ที่นุ่มละมุนริมฝีปากมาก ใครได้ลองเป็นต้องติดลมแทบจะวิ่งไปเค้าเตอร์หาซื้อให้มันครบทุกสี คุณภาพคุ้มค่ากับราคาแบบไม่อวย เพราะก้อยชอบมากกกก เป็นลิปรุ่นที่ดีที่สุดของ Armani เค้าเลย
นี้เป็น4 สีที่ก้อยมี สวยมากกก อุ่นมากกก แต่ละสีคือรู้สึกได้ว่าสาวๆ ไม่ว่าจะสีผิวไหนก็ทาแล้วสวยอ่ะ
#102 Sandstone สีออกสีหินสมชื่อเค้านั่นแหละ น้ำตาลตุ่นๆ
#206 Cedar สีนี้ออกน้ำตาลมอแดงเป็นสีที่ขับสีผิวมากกก มีความ Autumn สุด สีดูแพง
#415 Redwood สีนี้เป็นสีแดงโทนอุ่น เป็นโทนแดงที่มีสีส้มผสมอยู่นิดๆ ทาแล้วหน้าขาวผ่องเป็นยองใย
#524 Rose Nomad สีนี้เป็นชมพูอมม่วงและติดอมแดงนิดๆ สไตล์ใบไม้แห้งสีม่วงๆ ที่ทุกคนเคยเห็นบ่อยๆ เป็นสีที่แปลกดี ทาแล้วสวยดีเหมือนกัน
เป็นไงๆ ใจสั่นมั้ย สวยมากกกกก ลองไปสวอชเล่นๆ ที่เค้าเตอร์ดูสิ เชื่อก้อยเถอะว่าเป็นลิปที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน 🙂

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

บอดี้โลชั่นหอมฟินกลิ่นยั่ว ผิวแห้งต้องโดนแล้วล่ะ!! | KoiOnusa

ก้อยเป็นคนผิวแห้งมากกกกกก มากถึงมากที่สุด เพราะเป็นคนชอบอาบน้ำอุ่น อย่าเรียกว่าน้ำอุ่นเลย มันคือน้ำร้อน!!! ไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว ก็จะต้องอาบน้ำอุ่น แล้วยิ่งอากาศหนาวๆ อย่างช่วงนี้นะ เปิดน้ำให้ร้อนได้เท่าไหร่ยิ่งดี สบายตัวเลย !!

พอชอบอาบน้ำอุ่นมากๆ ผิวของก้อยก็จะแห้ง ก้อยเป็นคนผิวกายแห้งมาก จับของหรือโดนเพื่อนบางทีจะรู้สึกช็อต!! เพราะผิวเราแห้ง บวกกับอากาศแห้งๆ แบบนี้ ยิ่งไปกันใหญ่!!! เราจึงจำเป็นต้องใช้โลชั่นทาผิวตัว ขาดไม่ได้เลย ยิ่งถ้าเป็นคนผิวแห้งมากแบบก้อย ยิ่งต้องหาบอดี้โลชั่นที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวมากๆ และความสนุกของการทาโลชั่นคือ ถ้าเราเจอกลิ่นที่เราชอบ มันจะฟินทั้งตอนทา และฟินตลอดวันเมื่อได้กลิ่นผิวของตัวเอง

นี่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนชอบกลิ่นเชียร์บัตเตอร์ รู้สึกฟินเวลาที่ทาผิวมาก ช่วงที่ผ่านมาได้ลองใช้ตัว Palmer’s Body Lotion กลิ่น Shea Butter เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งตรงมาจากอเมริกาเลยนะ แกเอ๊ยยยยย!! กลิ่นมันหอมฟินชวนทาผิวมันทุกวันอ่ะ และมันก็เป็นบอดี้โลชั่นที่เนื้อเข้มข้นเหมาะกับคนผิวแห้งสุดๆ แบบก้อยมากๆ ทาไปแล้วผิวมันชุ่มชื่นขึ้นมาก แถมได้กลิ่นฟินๆ กลิ่นหอมๆ ที่ตัวเองชอบด้วย มันก็จะมีความสุขแบบสุดๆ

เจ้าบอดี้โลชั่นตัวนี้ตอบโจทย์คนผิวแห้งมาก เพราะเนื้อโลชั่นจะเป็นเนื้อแบบเข้มข้นเลย สีครีมอ่อนๆ เค้ามีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ ไม่มีพวก Mineral Oil ที่ทำให้ผิวอุดตัน แม้ว่าเนื้อจะเข้มข้นมากก็ตาม และโลชั่นตัวนี้ก็ไม่มีสารเคมีที่ทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง ทำให้ผิวเสีย (พวกพาราเบน, SLS) ก้อยคิดว่าคนผิวแพ้ง่ายก็น่าจะใช้ได้นะ

และถึงแม้ว่าเนื้อของเค้าจะเข้มข้นมากๆ นะ แต่ก้อยว่ามันก็ซึมเข้าผิวได้ดีเลย ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ไม่ได้ซึมไปจนหมดนะ ก้อยรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นครีมที่ไปเคลือบผิวให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น เหมือนเป็นเกราะช่วยให้ผิวมีน้ำมีนวลขึ้นอะไรแบบนั้น

ชอบมากบอกเลย เพราะกลิ่นหอมติดทนนานและช่วยให้ผิวชุ่มชื่นจริงจัง ขวดพลาสติกขนาดเล็กพกพาง่ายด้วย ในรูปดูขนาดปริมาณยังไม่ลดไปมากใช่มะ คือรู้สึกเหมือนใช้เท่าไหร่ๆ มันก็จะไม่หมดง่ายๆ เพราะเนื้อเข้มข้นๆ ของเค้ามันติดขวดด้านในทั่วขวด และด้วยความที่ขวดเป็นพลาสติดที่บีบได้ เลยดูเหมือนปริมาณยังเยอะอยู่ ใช้ช่วงแรกๆ ยังงงเลยว่าทำไมมันไม่ลดปริมาณลงเลย ฮ่าๆ แต่ใช้บ่อยจริงอะไรจริง >< แพ้ใจกลิ่นแบบนี้สุดๆ ติดใจแบบนี้สงสัยต้องไปตำขวดใหญ่แล้ว

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

สวย ฉ่ำ วาว แบบเร่งด่วน!! ฉบับเจ้าสาวเวลาน้อย | KoiOnusa

ว่าด้วยการดูแลผิวหน้าก่อนเข้าสู่พิธีแต่งงานของก้อยที่ผ่านมา!! บอกตามตรงว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ยังไม่ทันได้ดูแลตัวเองอย่างจริงจังมากเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีมีเวลาเหลือน้อยกว่า 1 เดือนที่จะทำนู่นนี่นั่น แงงงง ทำไมไวปานนี้!! จริงๆ จะมาเล่าให้ฟังตั้งแต่ก่อนงานแต่งแล้วล่ะ แต่ชีวิตก่อนแต่งงานวุ่นวายมากกกกก ><”

นอกจากการดูแลผิวด้วยสกินแคร์ในชีวิตประจำวันตามปกติ คนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวก็ควรดูแลตัวเองให้มันมากกว่าปกติได้แล้วมั้ย!! นี่เลยไปเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้ามาเบาๆ เพราะรู้ว่าคอลลาเจนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณและร่างกายของเรามาก แต่ในที่นี้ก้อยขอพูดถึงในเรื่องของประโยชน์กับผิวของเรานะ คอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังจะช่วยให้ผิวของเรายืดหยุ่น ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผิวที่มีสุขภาพที่ดี เป็นผลทำให้จุดด่างดำต่างๆ ค่อยๆ ลดเลือนลง ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว สดใส ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ

ก้อยไปทำโปรแกรม Pink Wink Wow มาที่ BNC Laser and Skin Clinic อยู่ในซอยที่ติดกับ Terminal 21 เลย เดินทางสะดวกมาก จะนั่ง BTS มา หรือขับรถมาก็มีที่จอดรถ ที่นี้เป็นคลีนิคเล็กๆ ที่อบอุ่น รู้สึกได้เลยว่าคุณหมอให้ข้อมูลครบถ้วนและดูแลดี รวมถึงพนักงานก็มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี แต่ขอเข้าเรื่องการทำทรีทเม้นท์หน้าก่อนเลยแล้วกัน โปรแกรม Pink Wink Wow เป็นการทรีทเม้นท์ผิวหน้าให้สวยฉ่ำวาว โดยใช้เอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ในการบำรุงผิวหน้า ซึ่งเจ้าเอสโตรเจนนี้จะช่วยคงความอ่อนวัยให้กับผิวเรา ช่วยขจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยและขาดน้ำ ก้อยจึงมาทำโปรแกรมนี้เพื่อช่วยในการรักษาคอลลาเจนซึ่งจะลดลงตามวัยให้ผิวของเรายังคงยืดหยุ่นได้ดี ให้ผิวมีความใส ฉ่ำ ชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย อิ่มน้ำ และยังช่วยให้ผิวหน้ากระชับ เป็นโปรแกรมทำผิวหน้าที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

อ้ะ เรามาเริ่มกันเลย โดยขั้นตอนแรกเค้าจะใช้เซรั่มจากคึสซึที่หมักด้วยนวัตกรรมพิเศษ จะเป็นตัวที่ช่วยเปิดผิวของเราเพื่อรอรับการบำรุงผิวในขั้นตอนถัดไป โดยใช้เวลา 3 นาที จะรู้สึกคันยุบยิบๆ ไม่ต้องกังวลใจไป

หลังจากนั้นใช้เซรั่มที่มีสารสกัดจากคึสซึเข้มข้นอีกตัวนึงทาผิวเพื่อช่วยให้จุดด่างดำของเราจางลง และช่วยให้รูขุมขนกระชับ และช่วยกระตุ้นการทำงานของตัวรับเอสโตรเจนใต้ผิว ทาทิ้งไว้ 3 นาที

หลังจากนั้นจะเข้าสู่นวัตกรรม Aestrogen Lifting Peel โดยใช้ครีมเอสโตรเจน เป็นครีมมาส์กที่สกัดจากคัสซึเข้มข้น รวมกันกับพืชเมืองหนาวกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว ช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว รวมถึงช่วยยกกระชับผิวหน้า มานวดผิวหน้า 10 นาที ขั้นตอนนี้ก้อยรู้สึกว่าตัวครีมค่อนข้างเข้มข้นมาก รู้สึกหนืดๆ ผิวตอนที่พนักงานเค้านวดหน้าให้ และรู้สึกสบายผิวหน้าจนเกือบจะหลับ เค้านวดผิวหน้าสบายดีจริงๆ

และขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรมทรีทเม้นท์นี้คือ การใช้มาส์กกระจกมามาส์กผิวหน้า ซึ่งเป็นมาส์กชนิดพิเศษที่ใช้คู่กันกับตัวครีมเอสโตรเจนที่เรานวดผิวเมื่อสักครู่นี้ ตัวแผ่นมาส์กมีความบางมากกกกก เมื่อวางแนบกับผิวเรา

ซูมให้ดูใกล้ๆ ว่าเราจะมองแทบไม่เห็นตัวแผ่นมาส์กที่อยู่บนผิวหน้าเลย จะเห็นรอยย่นของมาส์กตรงข้างจมูกนิดๆ เท่านั้น แต่ดูบนผิวหน้าก้อยจะแทบดูไม่ออกเลยว่ามีแผ่นมาส์กวางอยู่บนใบหน้า ซึ่งมันจะช่วยให้ครีมเอสโตรเจนซึมเข้าสู่ผิวเราได้เป็นอย่างดี ซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนได้ถึง 200 เท่า ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 30 นาทีนะ ก็หลับไปยาวๆ เลย

หลังจากมาส์กหน้าเสร็จ 30 นาทีก็ดึงมาส์กออก และทาอิมัลชั่นครีมที่สกัดจากพืชคัสซึเข้มข้น บำรุงให้เอสโตรเจาอยู่กับผิวเรายาวนานมากขึ้น จบขั้นตอนนี้ก็จะสังเกตุเห็นได้เลยว่า ผิวของเราก็จะใสวาวแบบนี้เลย!! ซึ่งการทำทรีทเม้นท์นี้จะช่วยให้เราแต่งหน้าติดทนมากขึ้นด้วยนะ เพราะผิวของเราจะชุ่มชื้นแบบซุปเปอร์ชุ่มชื้น ได้ผลเร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ครีมบำรุง บำรุงผิวในแต่ละครั้งด้วย

ก้อยได้ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้มาด้วย เนื่องจากอยากหน้าใสหน้าสวยแบบครบเครื่อง โปรแกรม Pink Wink Wow จะช่วยเติมเต็มคอลลาเจนที่ชั้นผิวภายนอก แต่ตัวคอลลาเจนจริงๆ อยู่ที่ชั้นผิวหนังแท้ เพราะฉะนั้นก้อยจึงฉีดกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่ไปด้วย เพรยงผลลัพธ์ที่ดีกว่า คุณหมอจะฉีดทั่วใบหน้าเลยนะ รู้สึกเจ็บเบาๆ แต่น้อยกว่าฉีดสิว คนกลัวเข็มอย่างก้อยยังผ่านมันมาได้เลย เพราะฉะนั้นใครๆ ก็ทำได้แหละ วันถัดมาจะรู้สึกปวดเบาๆ ที่จุดที่เราฉีด เวลาคลำๆ หรือทาสกินแคร์จะรู้สึกเลย แต่ไม่บวม ไม่ช้ำอะไรเลยนะ หลังจากนั้นก็หายปวด หน้ากลับมาปกติเช่นเดิม

ก้อยไปทำมาครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าแต่งหน้าติดทนมากขึ้นจริงๆ สีบลัชออนยังคงเป็นสีนั้นๆ เหมือนเพิ่งแต่งหน้ามาใหม่ๆ รองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นที่ใช้ ก็ยังคงติดทนอยู่ที่ใบหน้า และที่สำคัญ สิวบางเม็ดใหญ่ๆ ของก้อย อยู่ดีๆ ก็หายไป ใช้เวลาหลังจากทำผิวหน้าเพียง 2 วัน ผิวหน้าดีขึ้นแบบงงๆ คุณหมอแนะนำมาว่า มาทำเดือนละครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นๆ ไปอีก ยังไงก็ลองมาทำทรีทเม้นต์ตัวนี้ดูกันน้า ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้นจริงๆ ชอบบบบบบ นี่ก็กะว่าจะไปทำอีก ถึงแม้จะผ่านช่วงพิธีแต่งงานมาแล้ว แต่ผิวของเราก็ต้องสวยเด้งอยู่ตลอดเวลาแหละ สามีจะได้ปลื้มปริ่มมีภรรยาสวย เนอะๆ อิอิ

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

ผนึกกำลังโสมและเปปไทด์ ช่วยดูแลผิวให้กระจ่างใสแบบคูณสอง | KoiOnusa

TN-JB

หากเพื่อนๆ รู้จักแบรนด์ Sewa ของคุณวุ้นเส้น หรือเคยใช้มาก่อน จะทราบกันดีว่าส่วนผสมหลักๆ ของผลิตภัณฑ์แบรนด์นี้คือ “รากโสม” ซึ่งมีประโยชน์กับผิวพรรณของเรามาก เค้าจะช่วยให้ผิวของเราเต่งตึง ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น หลายๆ แบรนด์จึงมักจะนำสารสกัดจากรากโสมมาผสมกับครีมบำรุงต่างๆ เพื่อใช้บำรุงผิวพรรณ

thumbnail_IMG_4889

แต่ในวันนี้เค้ามีผลิตภัณฑ์ตัวนึงที่ Advances ไปกว่านั้น เป็นการรวมพลังของ รากโสมขาวและเปปไทด์ นำมาไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน ซึ่งยิ่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของเค้าน่าสนใจมากขึ้น ก้อยขอพูดถึงเจ้า “Sewa Age-White Serum” นิดนึงแล้วกันนะวันนี้ มันช่างเป็นเซรั่มที่เหมาะกับสาววัย 30+ อย่างก้อยจริงๆ

thumbnail_IMG_4890

เจ้าตัวนี้บอกตรงๆ เลยก็คือ เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวหน้ากระจ่างใส อยากลดพวกจุดด่างดำต่างบนใบหน้า ต้องการให้ผิวชุ่มชื่นและยืดหยุ่น เพื่อลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย เพราะเค้ามีส่วนผสมหลักๆ อย่างรากโสมขาวที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์เม็ดสีเมลานิล ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และยังมีส่วนผมมอีกตัวนึงที่น่าสนใจมากนั่นคือ เส้นใยเปปไทด์ ซึ่งช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในผิวและต้านความร่วงโรย ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส

thumbnail_IMG_4892

เนื้อเซรั่มตัวนี้จะค่อนข้างเข้มข้น มีเนื้อสัมผัสที่หนืดเล็กน้อย สีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ทาลงบนผิวต้องใช้เวลาสักพักถึงจะซึมเข้าผิวดี ทาแล้วผิวจะดูสว่าง กระจ่างใสขึ้นเล็กๆ ขึ้นมาเลย

thumbnail_IMG_4893

ก้อยอยากให้ดูเนื้อเซรั่มของเค้าตรงนี้นิดนึง เห็นมั้ยคะว่าเนื้อของเค้าจะยืดๆ ได้แบบนี้ เพราะมีส่วนผสมของเส้นใยเปปไทด์ที่เข้มข้นมากๆ นั่นเอง

thumbnail_IMG_4894

ทาแขนให้ดูก่อนและหลังใช้ จะเห็นว่าหลังทาเซรั่มลงไปผิวจะดูเนียนขึ้น ละเอียดขึ้นเล็กน้อย และเป็นเซรั่มที่ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิว และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นเล็กๆ ทันทีที่ใช้เลย

thumbnail_IMG_4895

บอกตรงๆ ว่าเป็นเซรั่มที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวเชียวแหละ ด้วยส่วนผสมของเค้า และด้วยเนื้อยืดๆ แบบนี้ ก้อยลองใช้มาประมาณนึงแล้ว ที่เห็นได้เลยคือมันช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นทันทีที่ทาลงบนผิวเลยจริงๆ เหมือนทำให้ผิวไบรท์ขึ้นเล็กๆ ทันทีเลย ใครกำลังอยากมีผิวขาวกระจ่างใส อยากให้ผิวกระชับ อยากให้ผิวยืดหยุ่นดี ต้องลองใช้ดู

thumbnail_IMG_6037

อ้ะ โชว์หน้าสดนิดนึง อิอิ

TN-JB

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

รวมไอเทม JUNGSAEMMOOL ที่ใช้แล้วปลื้ม | KoiOnusa

ก้อยมีโอกาสไปเกาหลี และตามไปซื้อของบางอย่างจากร้าน JUNGSAEMMOOL มาเมื่อต้นปี ยังพูดอยู่บ่อยๆ กับเพื่อนเลยว่าทำไมเค้าไม่เข้ามาขายในไทยสักที ก้อยว่าต้องขายดีแน่ๆ เพราะสาวๆ คนไทยที่คลั่งไคล้เมคอัพ เมื่อไปเกาหลี ยังไงๆ ทุกคนก็ต้องได้ไอเทมจาก JUNGSAEMMOOL กลับบ้านไปคนละชิ้นสองชิ้น

พอรู้ข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า JUNGSAEMMOOL จะเข้ามาขายในไทยแล้ว ก้อยตื่นเต้นสุดๆ เพราะยังมีอีกหลากหลายไอเทมที่อยากได้ และก็แอบไปเสียทรัพย์มาเรียบร้อยแล้วด้วย ฮ่าๆ เพราะราคาแตกต่างจากเกาหลีไม่มาก ได้เลือกเอง ได้สวอชเอง มีความสุขกว่าฝากใครหิ้วกลับมาเยอะ!!!

นี่คือไอเทมของ JUNGSAEMMOOL ที่ก้อยมีทั้งหมด เด็ดๆ ทั้งนั้น จริงๆ มีมากกว่านี้อีก แต่วางไว้ไหนไม่รู้ เครื่องสำอางเยอะจัดจนหาไม่เจอน่ะคิดดู!!!

เรามาเริ่มแต่งหน้าไป รีวิวไปพลางๆ

JSM Cushion-Cealer (Healthy Medium)
คุชชั่นตัวนี้เน้นการปกปิดแน่นๆ ใครมีปัญหาผิวเยอะๆ คุชชั่นตัวนี้เหมาะมาก เพราะถึงแม้เค้าจะมีคอนซีลเลอร์มาให้ แต่ก้อยแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะตัวคุชชั่นอย่างเดียวของเค้าก็ปกปิดมากแล้ว
แม้ว่าเค้าจะปกปิดมาก แต่ก้อยยังรู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน้า คุชชั่นเกลี่ยง่าย พัฟนุ่ม ใช้เวลาทาคุชชั้นเพียงพักเดียวเท่านั้นก็ได้งานผิวที่ปกปิดได้แน่นๆ แล้ว
เมื่อทาให้ดูฝั่งเดียว ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย คุชชั่นเค้าปรับสีหน้าให้สว่างขึ้นเล็กน้อย พร้อมให้งานผิวแบบกลาสสกินแต่มีความปกปิดสูง
“JSM Pro-Lasting Finish Powder”
ขอเรียกว่าแป้งฝุ่นทวยเทพ ชิ้นนี้ก้อยได้จากเค้าเตอร์ในไทยนี่แหละ เพราะตลาดเกาหลีขายดีจนขาดตลาด ตัวนี่เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื้อแป้งละเอียดและเบามาก เค้าช่วยยึดเกาะรองพื้นได้ดี ช่วยให้เมคอัพติดทน ทำให้ผิวสวยเป็นกลาสสกิน เป็นสิ่งที่ควรตำอย่างแรง!!!
แป้งฝุ่นตัวนี้เค้าคุมมันได้ดีมากเลย!! เรียกว่าตอนนี้อินกับแป้งฝุ่นตัวนี้สุด แอบกระซิบว่าก้อยตุนแป้งไว้ 1 กระปุก คือกลัวของหมดตลาดจัด ต้องกลับไปจัดมาเก็บไว้งี้!! 5555+ ถ้าสังเกตในรูปจะเห็นว่า เมื่อก้อยทาแป้งฝุ่นลงไป ผิวของก้อยจะดู Matte ทันที

มีทริคมาบอกเล็กน้อยว่า สำหรับสาวๆ คนไทยที่อยู่ในเมืองร้อน เราควรเน้นการทาแป้งฝุ่นบริเวณ T-Zone เพื่อให้แป้งช่วยคุมมันได้ดีมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก้อยใช้เกือบทุกวันเลยช่วงนี้ กำลังเห่อในความเทพของมันอยู่ รูปนี้เป็นรูปถ่ายสดจากกล้องไอโฟนแบบ No App แต่งหน้าตอน 6 โมงเช้า จนตอนนี้เวลา 13.00 น. คร่าวๆ คือ 7 ชั่วโมงผ่านไป ความมันเกิดน้อยมากกกก หน้าแทบไม่มันเลย ผิวยังดูสวยอยู่

ตัวถัดมาเป็นงานสีสันกันบ้าง!!  ก้อยชอบอายแชโดว์ของเค้ามากเลย

เริ่มจากตลับจุ๋มจิ๋มก่อน “JSM Refining Eyeshadow Double” ก้อยมีทั้งหมด 3 สี ตอนแรกมีคนให้ตัวสีน้ำตาลมาใช้ พอใช้แล้วก็ชอบเลยกลั้นใจถอยมาอีก 2 สี!! ซึ่งยังคิดอยู่อีกว่าต้องซื้อสีอื่นๆอีกให้ได้ ฮ่าๆ ตัวนี้จะเป็นอายแชโดว์ 2 แบบ ฝั่งซ้ายจะเป็นแบบฝุ่นที่เป็นชิมเมอร์เงาๆ วาวๆ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นอายแชโดว์แบบเนื้อครีม
“Saddle Brown”
สีแบบนี้ใช้งานง่าย วันไหนที่ขี้เกียจแต่งตาก็จะหยิบตัวนี้มาใช้บ่อยๆ

“Veil Peach”
สีนี้น่ารักมาก เป็นสีที่ก้อยเห็นปุ๊บก็หยิบเข้าตะกร้าปั๊บ โทนสีละมุน เกาหลี๊เกาหลี
“Pink in Joy”
สีนี้เป็นสไตล์ก้อยแหละ ชมพูหวานๆ ชอบมากเลย
ต่อมาเป็น “JSM Colorpiece Eyeshadow Prism สี Flush Up” เป็นอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับสวยสะดุดตามาก โทนชมพูอมน้ำตาลสไตล์สาวหวานแบบก้อยเลย อันนี่ก้อยก็ซื้อจากเค้าเตอร์ของ JSM ช่วงวันแรกที่เค้าเปิดตัว ชอบมากกกกกก กลิตเตอร์ละเอียดสวยมาก อยากได้อีกหลายๆ สีเลยล่ะ

และชิ้นสุดท้ายที่เราปลื้ม “JSM Artist Eye Shadow Palette สี Bloom and Peter”

ก้อยเลือกพาเลตนี้มาเพราะว่า ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า 8 สีที่อยู่ในตลับนี้เค้าแบ่งออกเป็น 2 เฉด 4 สีแรกโทนชมพู และ 4 สีหลังโทนน้ำตาล ก้อยเล็งเห็นแล้วว่ามันจะต้องใช้งานง่ายมาก และตอบโจทย์คนชอบแต่งตาแบบก้อยแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะแต่งตาไม่โทนสีน้ำตาลก็โทนสีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่
ก้อยลองแต่งตาให้ดูแบบเบาๆ นะ หลักๆ คือใช้ “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” แบบเนื้อครีมทาให้ทั่วเปลือกตา และใช้แบบชิมเมอร์ทากึ่งกลางตา หลังจากนั้นใช้สีน้ำตาลเนื้อครีมจาก“JSM Refining Eyeshadow Double สี Saddle Brown”  มาทาหางตาให้มีมิติมากขึ้น
ก้อยใช้ตัวอายแชโดว์เนื้อครีมจาก “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” มาทาแก้มด้วยนะ สีละมุนน่ารักมากกกก
และนี่คือลุคที่ได้จากการใช้ของที่เราปลื้มทั้งหมดของ JUNGSAEMMOOL ใสๆวัย 20 ขวบ (มโน ฮ่าๆๆ)
บอกเลยว่าก้อยชอบแบรนด์นี้มาก ความสวยแบบ Glass Skin แต่งหน้าแบบใสๆ แบบนี้แหละที่ก้อยชอบ ต้องไปตำอีกแน่ๆ เพราะไม่ต้องฝากใครซื้อกลับมาจากเกาหลีอีกแล้ว อยากได้อะไรวิ่งเข้าเค้าเตอร์ได้เลย แฮปปี้

รีวิวรองพื้นราคาเบาๆ ใน Watsons 5 แบรนด์ ตัวไหนเป็นยังไงรู้หมดจบที่นี้!! | KoiOnusa

พูดถึงรองพื้นที่หาซื้อง่าย ใครๆ ก็ซื้อได้ ต้องเป็นรองพื้นใน Drugstore   ราคาเบา มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกเยอะ แถมคุณภาพไม่เป็นสองรองจากสินค้าของเค้าเตอร์แบรนด์เลยนะ สมัยก่อนที่ก้อยยังไม่มีเงินมากนัก เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ ก้อยก็มี Watsons เป็นที่พึ่งนี่แหละ แบรนด์ไหนจะหน้าใหม่หรือเก่าก้อยใช้มาหมดแล้ว หน้านี้เนี่ยผ่านรองพื้นมาไม่รู้ต่อกี่แบรนด์ วันนี้เลยอยากมารีวิวรองพื้น 5 แบรนด์ที่อยู่ใน Watsons ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ให้สาวๆ ได้ฟังกันว่า ตัวไหนเป็นยังไง ควรตำรองพื้นตัวไหน ตัวไหนเหมาะกับพื้นผิวและความต้องการของฉัน!! จะได้ไม่เสียเงินซื้อรองพื้นซ้ำซ้อนแบบที่ก้อยเคยมาแล้วสมัยก่อน เริ่มกันเลยนะ!!

BK ACNE BB SUNSCREEN SPF 50+ Pa++++ Anti Pollution NF

ตัวนี้อาจจะแตกต่างจากรองพื้นตัวอื่นในที่นี้ เพราะเป็นรองพื้นสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็น Non-Comedoginic  มีซิลิโคนแต่ไม่อุดตันผิว จึงสามารถทาทับบนผิวได้หลายๆ รอบ นอกจากจะช่วยปกปิดสิวปกปิดรอยดำรอยแดงต่างๆ แล้ว เค้ายังช่วยลดปัญหาสิว ยับยั้งการเกิดสิวได้ และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้า แต่มีสิว ก็สบายใจได้มากกว่ารองพื้นตัวอื่นๆ หากใช้ BB Cream ตัวนี้ และมีกันแดดมาให้สูงมากด้วยล่ะ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรองพื้นที่ครบทั้งบำรุงผิว ช่วยลดสิว ช่วยทำให้ผิวสวยขึ้นโดยการปกปิดจุดด่างดำหรือผิวหมองคล้ำต่างๆ และยังเป็นกันแดดปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย

เนื้อ BB Cream ตัวนี้เค้าค่อนข้างหนืดกว่าใครเพื่อนในที่นี้เลย เนื้อคล้ายครีมที่สุด แต่ทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกอึดอัดผิว ผิวยังสามารถหายใจได้อยู่ เกลี่ยง่ายกว่าที่คิดไว้มาก อย่างที่บอกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างคลายครีมทาผิว จึงเซ็ตตัวไม่ไว สามารถเกลี่ยเนื้อ BB ได้ทั่วหน้าจนเรียบเนียน ข้อสังเกตคือ เค้าสามารถปกปิดสิวเม็ดใหญ่ได้เนียนกว่าตัวที่ผ่านๆ มาด้วยนะ เพราะฉะนั้นพวกรอยแดงรอยดำไม่ต้องกังวลเลย ปกปิดซะเนียนกริบ แถมยังไม่รู้สึกหนักหรือรำคาญผิวบริเวณที่มีสิว ทาทับกี่รอบก็ไม่อึดอัดผิว ข้อเสียอย่างเดียวที่ก้อยเห็นคือไม่มีเฉดสีให้เลือกเลย แต่มันกลับเข้ากับสีผิวก้อยได้ไม่ดูเข้มไม่ดูหมอง แปลกดีนะ ทั้งๆ ที่ก้อยผิวขาวถึงขาวมากด้วย ให้น้องสาวที่ผิวเข้มกว่าลองใช้ก็ดูเข้ากับสีผิวน้องเช่นกัน เพราะฉะนั้นก้อยว่าถึงแม้เค้าจะมีสีเดียวแต่ก็สามารถเข้าได้กับทุกสีผิวเลย

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. จะเห็นว่าผิวหน้ามันน้อยมาก และไม่มีคราบรองพื้นเลยจริงๆ ต่อให้ก้อยทดลองใช้กี่วัน วันแดดออก วันฝนตกอากาศชื้น ก็ไม่เห็นคราบ ในส่วนที่ปกปิดสิวก็ยังปกปิดได้เป็นอย่างดี ไม่มีหลุดลอก ถือว่าเป็น BB Cream ที่ทนมากสำหรับการใช้ชีวิตปกติประจำวัน แม้ในวันที่ก้อยขึ้นๆ ลงๆ รถ เจอทั้งฝน เจอทั้งแดดตลอดเวลาแบบนี้ เลิฟมากกกก ถึงแม้รองพื้นตัวนี้เค้าจะไม่กันน้ำ ไม่กันเหงื่อ แต่กลับได้ผลลัพธ์ระหว่างดีเลยนะ เหมาะสำหรับใช้ในวันสบายๆ หน้าไม่มัน รองพื้นไม่เยิ้ม ตอนมีสิวหนักๆ ก็หยิบตัวนี้มาใช้ประจำแหละ เพราะรู้สึกว่าสิวของเราจะปลอดภัยจากเคมีภัณฑ์ต่างๆ มากกว่าใช้รองพื้นตัวอื่น

MAYBELLINE FIT ME FOUNDATION (สี 120)

รองพื้นตัวนี้จะให้ฟินิชงานผิวแบบ Matte เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาจนถึงผิวมันนะ ข้อดีของรองพื้นตัวนี้คือมีเฉดสีให้เลือกเยอะมากกกกก มากเกินกว่ารองพื้น Drugstore ทั่วไป ก้อยเคยใช้รุ่น Fit Me ตั้งแต่รุ่นก่อนที่ขวดยังไม่เป็นหัวปั้ม ใช้จนหมดอายุแล้วเลยได้เริ่มขวดใหม่ที่มีหัวปั้ม จริงๆ เค้ามีเนื้อ Dewy ด้วยนะ สำหรับคนผิวแห้ง แต่ก้อยว่าอากาศเมืองไทยใช้เนื้อ Matte แบบนี้น่าจะเหมาะกว่า เนื้อเหลวไม่หนืดเลย ค่อนข้างเกลี่ยง่าย

เนื้อรองพื้นเค้าค่อนข้างเหลว บางเบามากๆ ปกปิดไม่มากนัก ยังเห็นรอยสิวอยู่จางๆ ปกปิดเม็ดสิวใหญ่ๆ ไม่มิด ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ รองพื้นไม่หนาและบางเกินไป ผิวยังรู้สึกหายใจได้ ไม่แน่นไม่อึดอัดผิว ใช้เป็นรองพื้นแบบ everyday look ได้ แต่ใช้ไปงานที่ต้องการความปกปิดติดทนความเนียนของผิวมากๆ ไม่ได้ดีนัก ทาบริเวณเป็นสิวเยอะๆ ไม่ช่วยปกปิดอะไรมากมายเลยนะจริงๆ แต่ก็รู้สึกสบายผิว วันไหนหน้าใสๆ ไร้สิวน่าจะใช้ตัวนี้เป็นรองพื้นของลุควันนั้นแล้วสบายหน้าสุด

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 และกลับมาบ้านถ่ายรูปตอน 17.30 ผิวหน้ามีความมัน แต่รองพื้นไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีคราบเค้กเลย ถ้าใช้กระดาษซับมันซับก็ยังใช้เมคอัพหน้านี้ได้อยู่ ถือว่าเป็นรองพื้นสำหรับ everyday look สำหรับคนที่ผิวใสอยู่แล้ว ไม่ต้องการการปกปิดมากมาย แต่ต้องการคุมมันและต้องการความมั่นใจว่ารองพื้นจะเรียบเนียนไปกับผิว ไม่มีแตก ไม่เป็นคราบ มั่นใจได้ 24 ชม. โดยที่เราจะรู้สึกสบายผิวตลอดทั้งวันเลย

L’Oréal Infallible 24H Stay Fresh Foundation (สี 130)

รองพื้นตัวนี้ให้ฟินิชงานผิวแบบซาตินนะ ไม่แมทท์ไม่โกลว์ ก้อยใช้ขวดนี้เป็นขวดที่ 2 แล้วแหละ ส่วนตัวคือปลื้มตัวนี้อยู่ไม่เบา เป็นรองพื้นที่น่าสนใจตัวนึงใน Drugstore เลย เค้าเคลมว่าปกปิดแต่บางเบา เหมือนผิวหายใจได้ รองพื้นไม่หลุด หน้าเป๊ะ 24 ชั่วโมง คำเคลมมาแรงมากๆ มีให้เลือก 8 เฉดสี ซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีกันแดดมาให้ด้วยนะ SPF 25 PA+++

รองพื้นตัวนี้เป็นเนื้อน้ำที่เนื้อค่อนข้างเหลวไม่หนืด ก้อยรู้สึกว่าเนื้อเค้าบางเบามาก เนื้อเบากว่า Maybelline อีก เกลี่ยบนผิวหน้าได้ง่ายมาก แต่แปลกที่ถึงจะรู้สึกว่าเนื้อบางเบาตอนเกลี่ยที่มือ แต่พอเกลี่ยบนหน้ากลับรู้สึกว่าเนื้อเป็นเนื้อครีมมากกว่าตัว Maybelline ปกปิดดีมากเลยแทบไม่เห็นรอยสิวหรือพวกรอยดำรอยแดงเลย สิวเม็ดเป้งๆ ก็ปกปิดได้พอสมควร อาจจะรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Maybelline เล็กน้อย แต่เหมาะสำหรับใช้ปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าได้ดีเลย ใช้เป็นรองพื้นแบบ Everyday Look ที่ต้องการการปกปิดก็ได้ หรือใช้ไปงานสำคัญๆ ต่างๆ ก็ได้นะ

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. จนตอนนี้ 17.30 น. จะสังเกตได้ว่ามีความมันเกิดขึ้น ที่ใบหน้า แต่น้อยกว่าตัว Maybelline ก้อยลองใช้วันที่มีแดด ไม่มีคราบรองพื้นเลยนะ แต่วันที่ฝนตก อากาศชื้น จะมีคราบเกิดขึ้นเล็กน้อย ร่องจมูกจะมันค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนอื่นผิวยังสวย รองพื้นยังติดทน ถือว่าเป็นรองพื้นที่เหมาะกับสภาพบ้านเรา และคนที่ต้องการการปกปิดแต่อยากได้ความรู้สึกบางเบาของผิว

Revlon Colorstay Makeup (สี 180)

รองพื้นในตำนานที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงเค้ามานาน มีหรือที่เราจะไม่มีอยู่ในกรุ ไม่มีทาง!! ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งสิ!! เห็นเค้าว่ากันว่าเป็นรองพื้นที่ดีมากถึงขนาดว่าเหมาะแก่การใช้แต่งหน้าในวันรับปริญญาเพราะมันอยู่ติดทนนาน ผิวหน้าสวย นี่วันรับปริญญาไม่ได้ใช้หรอกนะ จ้างช่างแต่งหน้าเอา 5555+ แต่ก้อยได้ทดลองใช้ในวันปกตินี่แหละ เค้าเหมาะกับคนผิวผสม หรือผิวมัน และเค้าก็มีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนะ ก้อยว่าเนื้อรองพื้นเค้าสีให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นสีที่ขาวที่สุดของเค้าแล้ว ก้อยว่าก็ยังเป็นสีที่ค่อนข้างเข้มอยู่ สีออกน้ำตาลตุ่นกว่าเพื่อนในบรรดารองพื้นที่ก้อยรีวิวในนี้เลย

เนื้อรองพื้นตัวนี้หนืดกว่า Maybelline และ Loreal แต่ไม่มากนะ แค่หนืดกว่านิดหน่อย แต่หนืดน้อยกว่าตัว BK รู้สึกได้ตอนเกลี่ยว่ามีความครีมมี่ แต่ก็ยังเกลี่ยง่ายอยู่ ยังให้ความรู้บางเบากับผิวหน้า ก้อยว่าคนผิวแห้งก็น่าจะใช้ได้อ่ะ เพราะว่าเนื้อเค้าไม่แห้งผากเลย เป็นเนื้อครีมๆ ที่ไม่หนืดมากจนเกินไป ตัวนี้ปกปิดดีสุด ดีกว่า Maybelline และ Loreal แต่จะรู้สึกหนักหน้ากว่านิดหน่อย ปิดรอยแดงรอยดำจากสิวได้เนียนดี

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 18.00 น. พบว่าหน้ามันน้อยกว่า 2 ตัวแรกอย่างเห็นได้ชัด ร่องจมูกที่เกิดความมันง่ายก็เกิดความมันน้อยกว่าที่คิดไว้ แต่มีส่วนหน้าผากที่รองพื้นหลุดนิดหน่อย เห็นไม่ชัดมาก อาจเป็นเพราะเหงื่ออกแล้วก้อยใช้มือปาดเหงื่อระหว่างวันเบาๆ แต่ไม่มีคราบเค้กบนใบหน้านะ ตกเย็นรู้สึกอึดอัดผิวนิดหน่อย แต่รู้สึกหน้าไม่มัน แฮปปี้อยู่

SRICHAND Enchanted Cover Perfect Foundation (สี 110)

รองพื้นตัวนี้มีสีให้เลือกน้อย นั่นคือ 4 เฉดสีเท่านั้น และสีเบอร์ขาวสุดที่ดูแล้วจะเหมาะกับสีผิวหน้าก้อยที่สุดก็มีความเหลืองมาก สว่างกว่ารองพื้นเบอร์ขาวสุดของรองพื้นยี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาเลย แต่ยอมรับว่าเค้าทำแพ็กเกจสวยนะ ก้อยชอบแพ็กเกจเค้าสุดเลย ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่เค้าเขียนว่าให้เขย่าก่อนใช้ แปลกมาก มีกันแดด SPF 35 PA+++ ให้ด้วยนะ

เนื้อรองพื้นตัวนี้ค่อนข้างเหลวเลย คล้ายๆ เนื้อลิขวิด เกลี่ยง่ายมาก ให้ฟินิชงานผิวแบบแมทท์ ปกปิดค่อนดีเลยแหละ พวกสิวเม็ดใหญ่ๆ ก้อยว่ามันก็ปกปิดได้ดีนะ รอยดำรอยแดงหายไปเลย เพียงแต่ก้อยรู้สึกว่าเค้าเหมาะกับผิวหน้าที่มีความชุ่มชื่น อาจจะไม่เหมาะกับสาวผิวแห้งเท่าไหร่ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย เพราะรู้สึกส่วนจมูกของก้อยที่มีความมันมาก รองพื้นมันจะไม่กลืนไปกับผิวเท่าไหร่

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่ก้อยเห็นคราบชัดที่สุด ทั้งบนหน้าผาก จมูก และคาง มีคราบเค้กที่หน้าผากชัดสุดในบรรดารองพื้นที่ก้อยพูดถึงวันนี้ แต่มันคุมมันได้ดีมากนะ หน้าแทบไม่มัน มันน้อยมาก แม้ว่าที่บริเวณร่องจมูกของก้อยจะมันง่ายกว่าส่วนอื่นๆ แต่ตัวรองพื้นตัวนี้ก้อยกลับเห็นความมันน้อยมากจริงๆ

 

และนี่ก็เป็นรองพื้น Drugstore ที่จ่ายง่ายราคาไม่แพง งบไม่ถึง 500 บาทต่อ 1 ขวด และสามารถหาซื้อได้ง่าย ร้านที่สะดวกที่สุดก็คือ Watsons นั่นแหละ มีครบทุกแบรนด์ที่ก้อยกล่าวถึงวันนี้เลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะจ้ะ กำเงินไปซื้อรองพื้นที่เข้ากับความต้องการของเรากันเลย ณ บัดนาว!! อิอิ

มาสก์แผ่นแบบหนานุ่ม Lululun One ใช้ไปฟินไป | KoiOnusa

TN-JB

ย้อนกลับไปสมัยที่มาสก์หน้าของญี่ปุ่น Lululun ฮิต ใครไปญี่ปุ่นทีก็ต้องฝากเค้าซื้อที ขนกลับมาหลากหลายสูตร ใช้วนไปเรื่อยๆ เรียกว่าก้อยใช้แทบจะทุกสูตรของเค้าแล้ว โดยเฉพาะตัว 7 days ที่มีมาสก์มากถึง 7 แผ่นในซองเดียว และราคายังน่ารักน่าคบหา ทำให้ในช่วงนั้นมาสก์หน้า Lululun ของญี่ปุ่นฮิตจริงฮิตจัง

วันเวลาผ่านไป หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เรียกได้ว่า ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อย่างมาสก์หน้า Lululun ที่ก้อยเคยฝากใครหิ้วกลับมาบ่อยๆ ก็ไม่ต้องฝากเค้าให้หนักกระเป๋าอีกแล้ว เพราะเค้ามีมาวางขายในไทยครบทุกสูตรเหมือนญี่ปุ่นเลย นอกเหนือจาก 7 days สูตรต่างๆ แล้ว ก้อยว่าสูตรนี้ก็น่าสนใจ “Lululun Fresh Mask Lululun One”
ตัวนี้ก้อยไม่แน่ใจว่ามันคือสูตรใหม่ หรือจริงๆ มีวางขายนานแล้วแต่เพิ่งเข้าไทย? แต่เห็นหน้าตาแปลกๆ ก็เลยหยิบมาลอง พลิกมาดูด้านหลังผลิตปี 2018 ก้อยว่าคงมีขายที่ญี่ปุ่นนานแล้วแหละ แต่ทำไมก้อยถึงเพิ่งเคยเห็นก็ไม่รู้ มาสก์ตัวนี้เค้ามีสรรพคุณหลักๆ ก็คือช่วยลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น กระจ่างใส

สูตรนี้แผ่นมาสก์เค้าแตกต่างจากสูตร 7 Days มาก แผ่นมาสก์ค่อนข้างหนา มีเยื่อแผ่นมาสก์ที่นุ่มและแน่น

และยังให้น้ำมาสก์มาพอสมควรเลยนะ น้ำมาสก์เค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้ ซึ่งปกติแล้ว ในสูตร 7 Days มันจะเป็นสีใสๆ นอกจากก้อยจะมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์แล้ว พวกน้ำมาสก์เหล่านี้ ก้อยก็เอามาทาคอทาแขนทาตัวต่อ ให้ผิวอ่อนเยาว์แบบทั่วถึงกัน ฮ่าๆ
ก้อยมาสก์หน้าทิ้งไว้ 20 นาที ชอบแผ่นมาสก์อันนี้จริง หนานุ่มดี ตอนมาสก์ช่วงแรกๆ ก้อยรู้สึกเหมือนแสบๆ คันๆ ที่ผิวหน้านิดหน่อย ด้วยเนื่องจากเค้ามีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากผลไม้อย่างแอ๊ปเปิ้ล และองุ่น ที่จะช่วยในเรื่องลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ แต่ผ่านไปประมาณ 5-8 นาทีความคันยุบยิบก็หายไป

นี่คือรูปก่อนและหลังใช้มาสก์ตัวนี้ เห็นชัดเลยว่ามันช่วยให้ผิวหน้าของเราชุ่มชื่นขึ้นทันที รู้สึกผิวอิ่มๆ ผิวดูสุขภาพดี ไม่แห้งเหมือนตอนก่อนมาสก์หน้า นี่ก้อยแทบไม่ต้องบำรุงอะไรเพิ่มหลังมาสก์หน้าเลย รู้สึกเหมือนตัวน้ำมาสก์เค้าเกาะผิวหน้าแน่นดี ไม่ระเหยไปอย่างรวดเร็ว

ชอบแผ่นมาสก์เค้ามากอ่ะ หนาและนุ่มนิ่มจริงจัง ก้อยว่าก้อยชอบแผ่นมาสก์ที่ไม่บางจนย้วย ชอบแผ่นหนานุ่มประมาณนี้ แผ่นมาสก์มันยึดเกาะผิวหน้าได้ดี ทำให้มันอุ้มเนื้อมาสก์มาบำรุงผิวหน้าเราได้ดีมากขึ้นด้วย

TN-JB

ลิปซอง JuJuNe’ เม็ดสีแน่นอะไรเบอร์นั้น | KoiOnusa

TN-JB

มาเล่นไอเทมสนุกๆ อย่าลิปซองที่ขายใน 7-11 กัน Jujune Magic Color Butter Matte Lip  ราคาตะมุตะมิ 49 บาท ก้อยเลยเอามาลองเลยครบสี ทั้งหมด 3 สี

thumbnail_IMG_6920

หน้าตาซองของเค้าน่ารักมากกก เห็นแล้วน่าหยิบจับมาใช้

thumbnail_IMG_6923

ในส่วนของพู่กันของเค้า ก้อยว่ามันแข็งไปหน่อย แต่มันสามารถจับเนื้อลิปได้ออกมาเยอะดี ทาปากได้เกือบทั่วปาก โดยแทบไม่ต้องจุ่มซ้ำ

thumbnail_IMG_6922

ลิปเค้ามีทั้งหมด 3 สีนะคะ เนื้อเค้าเป็นฟินิชแบบ Matte เนื้อแน่น เม็ดสีชัดมาก

เรามาดูกันทีละสีนะ

thumbnail_IMG_6924

No.1 Wonder Pink

thumbnail_IMG_6927

สีนี้ออกโทนสีชมพูตุ่นๆ ในบรรดา 3 สีนี้ ก้อยชอบสีนี้สุดเลย ทาแล้วดูแพงดี

thumbnail_IMG_6925

No.2 Orange Spell

thumbnail_IMG_6928

สีนี้ทำให้หน้าสว่างสดใสขึ้นมากๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเลย

thumbnail_IMG_6926

No.3 Miracle Of Red

thumbnail_IMG_6929

เป็นสีแดงที่สว่างมากๆ ทาแล้วแซ่บขึ้นมาเชียว เปรี้ยวขึ้นมามาก

thumbnail_IMG_6930

โดยสรุปนะ ก้อยว่าเนื้อลิปเค้าค่อนข้างแน่น เม็ดสีให้มาเต็มๆ เลย ทำให้กลบสีปากได้มิดเลย บอกได้คำเดียวว่าทนมาก ใช้ทั้งวันลิปยังไม่หลุดหายเลย ถ้าเทียบกับราคา ถือว่าคุ้มค่ามาก หยิบมาใช้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ใช้ได้หลายครั้ง ใช้ได้นานมากเลยล่ะ

TN-JB