การหมักผมจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วย IKOO Thermal Wrap | KoiOnusa

เราเชื่อว่าเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างบุคลิกและการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเรา เพราะฉะนั้นการดูแลบำรุงเส้นผมจึงสำคัญพอๆ กันกับการดูแลบำรุงผิวหน้าหรือผิวกาย จะปล่อยให้ผมแห้งกระด้าง ชี้ฟู ก็คงทำให้บุคลิกดูไม่สมาร์ท พอๆ กันกับทำให้เราขาดความมั่นใจ

วันนี้เราขอมาสร้างความมั่นใจให้กับเส้นผมของทุกคนด้วยการบำรุงผมง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน นั่นคือการใช้ IKOO Thermal Treatment  Wrap ในการบำรุงผม IKOO Thermal Treatment  Wrap เค้าเป็นทรีทเม้นท์บำรุงเส้นผมนำเข้าจากเยอรมัน ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือพกพาไปบำรุงผมที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญคือ ไม่เลอะ ไม่เปรอะ ไม่เปื้อน เพราะเค้ามาในรูปแบบหมวกหมักผมที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องควักเนื้อมาส์กหมักผม แล้วนั่งคอยหงอยๆ ในห้องน้ำจนเฉา เพราะไม่มีอะไรทำระหว่างรอเวลาหมักผม!!!

IKOO Thermal Treatment  Wrap มีทั้งหมด 4 สูตร เหมาะกับสภาพเส้นผมหลายๆ แบบ และเค้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม Vegan ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ที่สำคัญคือ ไม่มีสารพาราเบน ซิลิโคน และซัลเฟตด้วยล่ะ เราจะแนะนำให้รู้จักกันทีละสูตรนะ

สูตร Colour Protect & Repair (สีชมพู)
เหมาะสำหรับผู้ที่ผมแห้งเสีย และทำสีผม ใครที่ทำเคมีมาหนักหน่วง ต้องการการบำรุงเส้นผมที่แห้งเสียจากการที่ผมโดนความร้อนอย่างเป็นประจำ เราแนะนำสูตรนี้เลย

สูตร Hydrate & Shine (สีเขียว)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เส้นผมเงางามดูสุขภาพดี ใช้สูตรนี้แล้ว จะช่วยให้เส้นผมนุ่มชุ่มชื้น แลดูเงางามมีน้ำหนัก

สูตร Detox & Balance (สีม่วง)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผมแห้งเสีย หนังศีรษะแห้ง ต้องการปรับสมดุลของหนังศีรษะและเส้นผมให้มีกลับมาชุ่มชื้น แก้รังแค แก้หนังศีรษะแห้งลอก ตัวนี้ช่วยได้ดีเลย

สูตร Volume & Nourish (สีฟ้า)
สูตรนี้เป็นสูตรที่ก้อยชอบมากที่สุด เนื่องจากเป็นคนชอบทำผมม้วนลอน จึงอยากให้เส้นผมดูมีโวลลุ่ม เงางาม มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย แต่ด้วยความที่การทำผมม้วนลอนนั้นก็ต้องพึ่งความร้อนจากเครื่องทำผม จึงยังคงต้องการความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วย ตัวนี้จึงค่อนข้างตอบโจทย์ก้อยมากๆ เค้ามีส่วนผสมหลักๆ คือ Cotton Oil ช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม, Ginseng ช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง และ Alovera ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ ขจัดรังแค และแก้ผมร่วง

เรามาลองใช้ให้ดูกันเลยดีกว่า ให้เราอาบน้ำสระผม เช็ดผมให้เปียกหมาดๆ ก่อนการเริ่มบำรุงผมนะคะ

จากนั้นก็มัดผมรวบขึ้นไปด้วยยางมัดผมแบบนี้

คราวนี้ก็เลือกสูตรทรีทเม้นต์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเราได้เลย ซึ่งก้อยขอเลือกสูตรสีฟ้า Volume & Nourish ค่ะ สูตรเพิ่มโวลลุ่มให้ผมเงางาม เมื่อฉีกซองออกมา เราก็เจอกับหมวกคลุมผมที่เค้าพับเก็บไว้อย่างดี

ให้เรากางหมวกคลุมผมออกจนเป็นทรงนี้

สังเกตด้านในเค้าจะเป็นฟอยล์ค่ะ ซึ่งมีทรีทเม้นท์บำรุงผมตามสูตรที่เราต้องการใช้อยู่ด้านใน พร้อมสำหรับการบำรุงผม

ให้เรานำหมวกคลุมผมอันนี้สวมเข้ากับศีรษะของเราค่ะ แล้วก็พับหมวกทบไปมาให้พอดีกับศีรษะเรา จากนั้นให้เราดึงเทปกาวตรงส่วนของหางฟมวกที่ยื่นออกมาตรงนี้ออก

แล้วแปะเข้ากับหมวกคลุมผมให้ตึงพอดีกับศีรษะเรา จากนั้นให้ขยี้ที่หมวกคลุมผมเบาๆ ให้เนื้อทรีทเม้นต์เค้ากระจายให้ทั่วเส้นผมของเรา

ทิ้งเค้าไว้ประมาณ 20 นาที ในระหว่างนี้เราก็สามารถทำอะไรก็ได้ค่ะ ดูหนัง ฟังเพลง รีดผ้า กินข้าว คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่จะทำงานแบบ Work from home ก็สามารถทำได้!!! ไม่เสียเวลาในการบำรุงเส้นผมเลย ไม่ต้องเข้าร้านทำผม หรือเข้าไปสปาผมที่ไหน ทำที่บ้านด้วย IKOO Thermal Treatment  Wrap นี่แหละ สะดวกสบาย เลิศ!!! ซึ่งในระหว่างที่เราทิ้งเค้าไว้ 20 นาทีนี้ เราจะรู้สึกอุ่นๆ ที่หนังศีรษะค่ะ เพราะตัวหมวกเค้าจะค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิให้เรารู้สึกอุ่นขึ้น เพื่อเปิดเกล็ดผมให้เส้นผมได้รับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรารู้สึกดีมากเลยนะ อย่างกับการอบไอน้ำที่ร้านสปาผมดีๆ เลยล่ะ

เมื่อครบ 20 นาที เราก็สามารถแกะออกแล้วล้างออกได้ทันทีเลย ก้อยเป่าผมให้แห้ง และม้วนผมรอแล้ว!!! เห็นเลยว่าม้วนผมง่าย จัดทรงง่าย แถมอยู่ทรงแบบนี้ทั้งวันเลยนะ ผมเป็นโวลลุ่มสวยงามแบบที่เราต้องการเลย

ส่วนตัวคือชอบมาก นอกจากจะสะดวกสบายในการใช้งานแล้ว เราว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานของเค้าก็เลิศไม่แพ้กับการบำรุงผมที่ร้านทำผมดีๆ เลย ขั้นตอนการใช้ตื่นตาตื่นใจอันนี้ยอมรับ แต่ผลของการใช้งานจริงก็ดีไม่แพ้กัน เพราะเรารู้สึกว่าผมของเรามันสลวยเงางามขึ้น ม้วนผมลอนได้อยู่ทรงนานขึ้น คนรักการม้วนผมลอนแบบเราปลื้มเลย

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

สอนทำผมทรงโปรด ผมตรงงุ้มปลาย ทำเองง่ายๆ สวยเด้งเสมือนออกมาจากซาลอน | KoiOnusa

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก้อยเองเป็นคนผมยาว ผมหนาและหยักโศก ทำให้ผมไม่สลวย ไม่เรียบตรงหลังการสระผมเท่าไหร่นัก บางคนที่ชอบความเซอร์ๆ ดิบๆ อาจจะไม่ซีเรียสเท่าไหร่ แต่สำหรับก้อยแล้ว ความฟู ความพองของเส้นผม ไม่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจเมื่อต้องออกไปเจอผู้คนเท่าไหร่ แต่จะให้แว๊ปไปทำผมที่ร้านทำผมตลอดๆ นั้น ก็รู้สึกเสียดายเงิน พร้อมๆ กับเสียดายเวลา

เพราะฉะนั้นวันนี้ก้อยขอมาสอนเซ็ตผมง่ายๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นทรงที่ก้อยชอบทำมากๆ เพราะทำง่าย ดูดี และไม่เสียเวลามากมาย

ให้ดูผมก่อนทำนะ จะเห็นว่า ผมก้อยไม่ได้ชี้ฟูหรือหยักโศกอะไรมากหรอก แต่มันแอบพองๆ ดูเซอร์ไปหน่อย ทำให้เราแอบเสียความมั่นใจไปเยอะอยู่เวลาออกไปนอกบ้าน

เครื่องมือที่เราต้องมีอย่างเดียวเลยนั่นคือ “เครื่องหนีบผม” เป็นไอเท็มกันตายสำหรับก้อยเลยนะ ขาดเธอเหมือนขาดใจ ขาดเธอไป เราคงทำได้แค่มัดรวบผมกันทุกวัน ฮ่าๆ

ประเด็นสำคัญ “ในการเลือกเครื่องหนีบ” ผมนั่นคือ เราต้องดูความต้องการของเราก่อนค่ะ ว่าเราต้องการทำผมทรงไหน หากต้องการหนีบผมตรงแบบที่ก้อยกำลังจะทำ ก็ควรเลือกที่หนีบผมที่มีหน้าหนีบผมค่อนข้างกว้าง เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการทำผม แต่หากต้องการทำผมม้วนลอน อาจจะต้องเลือกหน้าหนีบผมที่เล็กลงมา หรือเปลี่ยนไปใช้เครื่องม้วนลอน

อีกประเด็นหนึ่งที่ก้อยเลือกใช้เครื่องหนีบผมมาใช้กับเส้นผมของเราคือ ต้องดูว่าเครื่องหนีบผมนั้นๆ มีคุณสมบัติพิเศษอะไรที่ช่วยปกป้องผมเราจากความร้อนได้บ้าง อย่างตัวนี้เป็นของ Lesasha รุ่น Straight & Shine Infared ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นแสงอินฟราเรดสีแดงๆ อยู่ด้านในของหน้าหนีบผมของเราอยู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้เค้าจะช่วยทำให้ผมของเราเรียบตรงโดยที่ผมของเราไม่ต้องสัมผัสกับความร้อนบนหนาหนีบผมนาน รวมถึงในส่วนนี้เค้าจะมี Argan Oil และ Tourmarine ช่วยปกป้องเส้นผมเราจากความร้อน เมื่อเราหนีบผมเสร็จเรียบร้อยจนสุดปลายผม เราจะเห็นได้เลยว่าของเรายังคงเงางาม ไม่แห้ง ไม่หยาบกระด้าง แม้ผมจะสัมผัสกับความร้อนจากเครื่องหนีบผมมาก็ตาม

ข้อดีของเครื่องหนีบผมตัวนี้อีกอย่างที่เราชอบคือ เค้านำปุ่มกดต่างๆ เข้าไปอยู่ด้านในตัวเครื่อง ทำให้เวลาที่เราหนีบผม มือของเราจะไม่เผลอไปโดนปุ่มง่าย และยังมีปุ่ม + – ให้เราปรับอุณหภูมิความร้อนในการทำผมของเราได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าเราต้องใช้อุณหภูมิไหนสำหรับการทำผมของเรา เพราะสภาพเส้นผมของแต่ละคนก็มีความเหมาะสมที่จะใช้อุณหภูมิต่างๆ ในการหนีบผมต่างกันไป เราเลยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมต่างๆ มาให้ 4 แบบ ลองนำไปปรับใช้ดูนะ

– 150 องศาฯ สำหรับผมบาง ผมไม่แข็งแรง หรือผมที่เพิ่งทำสีมาใหม่ๆ

– 180 องศาฯ สำหรับเส้นผมทั่วไป เส้นผมปกติ

– 210 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนา

– 230 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนามากๆ และหยักศก

และความเลอค่ามันอยู่ที่เจ้าเครื่องหนีบผมรุ่นนี้เค้าก็มีปุ่ม M ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมที่แตกต่างกัน เรียกว่าเป็นปุ่มปรับอุณหภูมิลัดก็ว่าได้ โดยเค้าจะปรับอุณหภูมิได้ถึง 4 แบบตามข้อมูลด้านบนที่ก้อยได้บอกเลย ประหยัดเวลาในการใช้งานสุดๆ

เอาล่ะ เรามาเริ่มทำผมกัน ขั้นแรกเราต้องแบ่งผมออกมาทีละช่อ ให้มีปริมาณผมไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป

จากนั้นก็เริ่มหนีบผมตั้งแต่โคนผมลงมาเรื่อยๆ

เมื่อถึงปลายผม ให้เราหักข้อมือเข้าด้านในแล้วค้างไว้ 3 วินาที จากนั้นตวัดข้อมือรูดเครื่องหนีบผมออกจากผมเบาๆ

ผมของเราก็จะมีปลายงุ้มงอสวยง่ายๆ แบบนี้เลย

นี่คือความแตกต่างของผมด้านที่จัดแต่งทรงผมแล้ว กับด้านที่ยังไม่ได้ทำ ความแตกต่างชัดเจนสุด

ใช้เวลาทำผมทรงนี้ไม่เกิน 20 นาทีก็เสร็จแล้วจ้า ด้านหลังสวยสุดๆ เสมือนเพิ่งออกมาจากร้านทำผมเลย ลองไปฝึกทำดูกันนะสาวๆ มีเครื่องหนีบคู่ใจดีๆ ซักอันนึง ก็แทบจะไม่ต้องวิ่งไปพึ่งร้านทำผมแล้ว ใช้งานกันยาวๆ ได้เป็นปีๆ เลย ประหยัดเงินไปได้มากโข!!

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

แชร์ประสบการณ์ Private JSM Online Workshop From Home เก๋ๆ ระยะทางไม่เป็นอุปสรรค!! | KoiOnusa

ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าแบรนด์เครื่องสำอางหลายๆ แบรนด์ มีโปรฯ เด็ดๆ มากระชากเงินในกระเป๋าตังค์เราหนักมาก ทั้งลด ทั้งแจก ทั้งแถม เยอะไปหม๊ดดด!! ยิ่งอยู่บ้านในช่วงกักตัว ยิ่งช้อปหนักกว่าเดิม!!!
ก้อยเห็นสิ่งนี้ในเพจ Facebook ของ JUNG SAEM MOOL ประจวบกับว่า ก้อยอยากได้คูชั่นตลับสีชมพูนั่นอยู่แล้ว คิดไปคิดมา ถ้าได้หมดทั้งเซ็ตนี้ มันคุ้มมากๆ แถมยังได้ Online Workshop วิธีสร้างผิว Glass Skin แบบสาวเกาหลี และได้ความรู้เรื่อง Personal Color ด้วย เลยจัดหนักสั่งออนไลน์ส่งตรงมาถึงบ้าน!!

อวดนิดนึง คนมันฟิน กระเป๋าสีชมพูพิ้งค์และกระจกจิ๋วๆ น่ารักมากกกกกก

ของแถมเยอะมากด้วย คุ้มสุดๆ (แต่ถ้าใครมีของบางชิ้นอยู่แล้ว ไม่อยากได้ซ้ำสามารถเปลี่ยนเป็นสินค้าตัวอื่นในราคาปกติหลังหักส่วนลดแล้วได้นะ แค่ต้องซื้อให้ครบ 3,900 บาท อันนี้แอบถามมา)

จากนั้นก้อยก็เข้าไปลงทะเบียนผ่าน Fanpage Facebook JSM แจ้งชื่อ เบอร์โทร์ Email รวมถึงเวลาที่เราสะดวก ซึ่งก้อยเลือกเป็นวันที่ 31 มีนา เวลา 14.00-14.45 น. แล้วก็รอให้ทาง JSM ส่ง ID และ Password สำหรับการเรียน Online ผ่าน App “Zoom” ซึ่งก้อยจัดแจง Download มาทันที คนมันตื่นเต้นเนอะ
หน้าตา App จะเป็นแบบนี้ ตอนเราเรียน เราแค่คลิก Link จาก Email ที่ทาง JSM ส่งมา ระบบจะพาเราเข้าสู่คลาสเรียนออนไลน์อัตโนมัติ
พอถึงวันที่เราจองเวลาเรียนไว้ ก้อยก็จัดแจงเตรียมเซ็ต JSM ที่ก้อยจัดมา รวมถึงเมคอัพอื่นๆ ที่จำเป็น ส่วน Nintendo Switch บนโต๊ะนั้นไม่เกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ครั้งนี้แต่อย่างใด แค่คนมันกำลังเห่อเกม เลยนั่งเล่นรอเวลาเฉยๆ อิอิ
ถึงเวลาเรียนของเราแล้ว!! ตื่นเต้นมากจ้าาา พี่คนสอนแต่งหน้าเราชื่อพี่สุค่ะ เป็น JSM Training สอนแต่งหน้าและให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างงานผิว Glass Skin
หัวใจหลักของเมคอัพงานผิวในการเรียนออนไลน์ครั้งนี้อยู่ที่คูชั่นตลับนี้เลย พี่สุให้เรากดคูชั้น แล้วมาแปะฝาด้านซ้ายที่เขียนว่า “Mix&Touch” เพื่อลดตัวเนื้อคูชั่นลงก่อนที่เราจะนำมาแปะลงบนผิวหน้า เพื่อให้ได้งานผิวๆ ได้ผิวใสๆ ดูเป็นธรรมชาติ และเนืาองจากคูชั้นรุ่นนี้จะให้งานผิววาวๆ เราจะยิ่งได้ผิวหน้าที่ดูใส ดูวาว ดูโกลว์ เสมือนมีน้ำอยู่ในผิวแบบอิ่มน้ำเลย
นอกจากนี้พี่สุยังสอนเรื่อง Personal Color วิธีเลือกสีการแต่งหน้าการแต่งตัวให้เข้ากับสีผิว สีตา สีผมของเราอีกด้วย อย่างก้อยนี่เป็นโทน Red Brown เพราะผมและตาสีน้ำตาลเข้ม
พี่สุหยิบชาร์ตสีที่คน Red Brown อย่างเราแต่งหน้าแต่งตัวขึ้นมาแล้วจะเหมาะ จะสวย จะเกิด ก็คือโทนแดง โทนชมพู จนไปถึงการแต่งตัวโทนเขียว
เวลา 45 นาทีในการเรียนออนไลน์ผ่านไปเร็วมาก!! สนุกและได้ความรู้ใหม่ๆ รวมทั้งยังสามารถถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจในการแต่งหน้าได้ตลอดอีกด้วย รู้สึกไพรเวทสุดๆ นี่ก็เป็นรูปก่อนเริ่มคลาส และหลังการเรียนแต่งหน้าผ่านทางออนไลน์ อันยองฮาเซโยมั้ยละ 5555+

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

ปลดล็อคความสดใส ไปกับ Cute Press Heart ID Creamy Lip 5 เฉด ริมฝีปากอวบอิ่มน่าจุ๊บบบ | KoiOnusa

TN-JB2

 

 

 

 

 

น่ารักกก น่าร๊ากกกก!! น่ารักมากๆ สำหรับลิปสติกคอลฯ ใหม่ Cute Press Heart ID ที่เห็นแค่แพ็กเกจ หัวใจก็แทบจะหล่นตุ๊บ!!

ความน่ารักของเค้าอยู่ตรงตอนที่เราเปิด-ปิดลิปฯ เค้าดีไซน์ให้การล็อคเป็นในรูปแบบ Heart Lock Lipstick น้องเป็นตัวล็อคแบบรูปหัวใจน่ารักมากกกกกก

คอลฯ นี้เค้ามีทั้งหมด 15 เฉดสี แต่แบ่งเป็น 3 เนื้อสัมผัส เบอร์ 1-5 จะเป็นเนื้อ Sheer เบอร์ 6-10 จะเป็นเนื้อ Creamy และเบอร์ 11-15 จะเป็นเนื้อ Matte

ซึ่งวันนี้ก้อยขอมารีวิวลิปฯ เนื้อ Creamy 5 เฉดสีให้เพื่อนๆ ดู ส่วนตัวแล้วก้อยชอบเนื้อครีมนี่แหละ เพราะมันช่วยกลบริมฝีปากของเราได้มิด และช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่มน่าจุ๊บ จะปากแตกแห้งลอก ทาเนื้อครีมยังไงก็รอด!!

เบอร์ 06 นู้ดอมน้ำตาลนิดๆ เป็นลิปสีนู้ดที่สวยมาก ทาได้แบบ Everyday Look ไม่รู้จะทาลิปสีอะไร หยิบสีนี้มาทาได้บ่อยๆ เลย สีกันตาย ไปไหนก็รอด

เบอร์ 07 ชมพูอมม่วง อุแม่เจ้า!! ชอบสีนี้มากเลย บางมุมนางก็ดูชมพู บางมุมนางก็ดูอมม่วง แต่เป็นสีที่แปลก ชมพูตุ่นๆ แบบที่ดูดีดูแพง สีสวยเกินเรื่อง ชอบสุดในกลุ่มสีของ Creamy

เบอร์ 08 น้ำตาลอมส้ม เป็นสีที่ทาแล้วหน้าดูสดใสขึ้น แต่ยังคงมีความสุภาพอยู่ ไม่หวานไม่เลี่ยน ได้ลุคเด็กสาวสดใส ปากส้มๆ น่าร๊าคคึ

เบอร์ 09 แดงอมส้ม ส้มอมแดง จะแดงก็ยังแดงไม่สุด ขอเรียกว่าเป็นแดงละมุน ยังไม่กล้าแซ่บ แต่ก็อยากโดดเด่น แอบเปรี้ยวเล็กๆ พอประมาณ ทาแล้วเกิด หน้าสดใสขึ้นหลายเบอร์

เบอร์ 10 สีแดงแซ่บๆ ได้ลุคเป๊ะปังสวยหรูแพ๊งแพง แต่ยังคงเป็นโทนแดงที่ไม่สดเกินเบอร์ เป็นสีแดงแบบสุภาพ เปรี้ยวนะ แต่ชั้นก็ยังสุขุม ลุคสาว Working Woman ตัวจริง

ก้อยหยิบเบอร์ 07 สุดโปรดขึ้นมาในลุคนี้ วันสบายๆ แต่งหน้าไม่ต้องเยอะ ให้ลีลิปสติกสร้างความสดใสให้เราก็เพียงพอ

จะเห็นได้ว่าก้อยแต่งหน้าคลีนๆ เขียนไลเนอร์ ปัดแก้มเล็กน้อย แทบจะไม่เติมแต่งอะไรมาก แต่ลุคก็ดูดีได้ด้วยลิปสติกสีสวยๆ ยิ่งเป็นเนื้อครีมด้วยแล้ว จะช่วยให้ลุคดูเป๊ะสุดในปฐพี (ของตัวเอง5555+)

 

TN-JB2

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

 

แต่งหน้าหวานๆ แบ๊วๆ แก้เบื่อยามกักตัว | KoiOnusa

TN

หวานมากแหละลุคนี้ นึกสนุกอยากหยิบเซ็ตนี้มาแต่งเล่น Jeju Color Picker 2020 สีน่ารักมาก ความพีคคืออายแชโดว์ 9 สีนั้นแต่งได้เกือบทั้งหน้า คิ้ว ตา แก้ม เฉดดิ้ง ข้าใช้แค่พาเลตนี้!!  ขอมาเห่อนิดนึงแล้วกัน ในช่วงกักตัวอยู่บ้านเหงาๆ แต่งหน้าเต็มต้องมา 5555+
แต่งหน้าได้ลุคหวานๆ ประมาณนี้เลย หวานแบ๋วกรุบๆ
ขอเริ่มจากพาเลทตาอเนกประสงค์ สวอชให้ดูสี สีน่ารักมาก เค้าได้แรงบันดาลใจมาจากสีของต้นซากุระในเกาะเชจูในช่วงเดือนมีนาฯนี้แหละ ที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง
เขียนคิ้วด้วยสีน้ำตาลอมแดงอันนี้ เนื้อฝุ่นได้คิ้วธรรมชาติ
แต่งตาตามนี้เลยง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งอายไลเนอร์ด้วย เพราะใช้ในพาเลตนี้แล้วจบ !!
ปัดแก้มใสๆ เข้ากับสีตา
เฉดดิ้งจมูกด้วยสีชมพูพีชอ่อนๆ ได้เทคนิคนี้มาจากช่างแต่งหน้าเกาหลี จะได้สีที่ดูเป็นธรรมชาติเนียนกับผิว
ปัดไฮไลท์ด้วยตัวนี้ เนื้อนุ่มๆ จิ้มลงไปแล้วมันหยุ่นๆ วาวมากตัวนี้ เด็ด
ทาปากด้วยลิปเบอร์2 สีชมพูเนื้อทิ้นด์ สีสดใสมาก และติดทนมากด้วย
ฟินิชลุคด้วยกิ๊บหนีบผมหวานๆ กับถักเปียเกล้าผมขึ้นไป หวานเว่อร์!!!

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

TN

Galaxy Tint สวอชให้ดูครบ!! แล้วติดทนแค่ไหนนะ…ไปดู | KoiOnusa

แวะมาป้ายยาเบาๆ กับลิปทิ้นด์ราคาน่ารัก แต่แพ็กเกจเลิศปัง คือถ้าเทียบในคุณภาพกับความน่ารักของแพ็กเกจโดยรวมแล้ว ก้อยว่ามันคุ้มค่าที่จะยอมเสียเงินซื้อนะ
เพราะนี่ชอบเนื้อลิปของเค้ามากเลย โดยปกติแล้วเนื้อทิ้นด์ที่เราเคยใช้ๆ กัน มักจะเป็นเนื้อน้ำที่ทาลงปากแล้วมันจะแห้งๆ เนื้อจะซึมๆ เข้าไปด้านในปาก จนบางทีเห็นปากแห้งปากลอก แต่สำหรับเข้าตัวนี้เนื้อชุ่มฉ่ำเยิ้มๆ เลย ก้อยชอบนะ มันชุ่มชื้นริมฝีปากดี เม็ดสีเข้มข้น แต่ยังให้ความรู้สึกเบาๆ
Galaxy Tint ของ SUPERSHADES มีทั้งหมด 20 สีนะ ก้อยสวอชสีให้ดู สีสวย สีชัด เนื้อลื่น ขนาดสวอชที่กระดาษที่สากกว่าเนื้อแขน ยังรู้สึกว่าเนื้อลื่นมากๆ และสีสวย สีชัดจริงๆ
ก้อยปลื้มเบอร์ 20 สุด ทาแค่ด้านในปากแล้วเบลนด์เค้าออกมา ปากจะดูจุบุจิบิน่าจุ๊บมาก
แต่งหน้าไม่ต้องเต็มมาก แต่ใช้ลิปเนื้อทิ้นสีสดใสๆ ทา หน้าก็ดูสดชื่นขึ้นมา ทางรอดของคนขี้เกียจแต่งหน้า คือลิปสติกสีสันสดใสแบบนี้นี่แหละ
ส่วนถามว่าติดทนมากมั้ย บอกเลยว่าไม่ได้ติดทนยาวนานตลอดทั้งวันนะ กินข้าวกินน้ำกินขนม สีลิปก็หลุดแล้ว ด้วยความที่เค้าเป็นลิปทิ้นเนื้อฉ่ำๆ ไม่ได้แห้งติดปากไปทั้งหมด แต่เมื่อผ่านมรสุมของกินมาก็จะยังเหลือสีลิปทิ้นด์ติดอยู่ริมฝีปากประมาณนึงนะ แต่ยังไงๆ เพื่อความ Complete Look ก้อยว่า ก็ต้องใช้ลิปมาทาใหม่อยู่ดี และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบเติมลิประหว่างวันอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องความติดทนยาวนานขนาดนั้น

เพื่อนๆ ชอบสีไหนกันบ้าง บอกให้ฟังบ้างนะ 🙂

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

อะไรจะดีไปกว่ามีผิวใส หน้าไบรท์ พริบตาเดียวหน้าก็ออร่าเลย!! | KoiOnusa

ต้องเรียกได้ว่าเป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ทุกคนจริงๆ สำหรับ “Clinique iD Dramatically Different Moisturizing” เพราะเราสามารถ Mix&Match ตัว Moisturizer และตัว Booster เพื่อเสริมให้ผิวแข็งแรง นุ่ม ชุ่มชื่น พร้อมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวได้ตรงตามความต้องการของเรา ซึ่งเค้าคิดมาแล้วค่ะว่าควรมีส่วนผสมจาก Moisturizer 90% + Booster 10% เพื่อบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตัว Moisturizer ก่อนนี้เค้ามีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สูตร
– เนื้อ Jelly สำหรับทุกสภาพผิว
– เนื้อ Oil-Control Gel สำหรับผิวผสมที่ค่อนข้างมันจนถึงผิวมันมาก
– เนื้อ Lotion สำหรับผิวผสมที่ค่อนข้างแห้งจนถึงผิวแห้งมาก
และตัว Booster มีทั้งหมด 5 สูตร
– สีม่วง Line & Wrinkles สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย
– สีขาว Uneven Skin Tone สำหรับผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
– สีส้ม Fatigue สำหรับผู้ที่ต้องการความสดใสให้กับผิว
– สีฟ้า Pores & Uneven สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ไม่เรียบเนียน – สีเขียว Irritation สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
– สีเขียว Irritation สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ก้อยมี CLINIQUE iD รุ่นก่อน ใช้จนใกล้จะหมดขวดแล้วนะ ซึ่งก้อยใช้เป็นสูตรสีเขียว ที่เหมาะกับผิวระคายเคืองง่าย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแข็งแรง ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองต่างๆ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ก้อยยอมรับเลยว่าเค้าตอบโจทย์ผิวแพ้ง่ายอย่างก้อยมากทีเดียว
และตอนนี้เค้าออก Base ตัวใหม่ชื่อว่า Tone Up Gel ที่มี Transforming
Tint Release Technology ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ Primer มีเนื้อที่เป็นเม็ดสีชมพู ที่ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างกระจ่างใส ดูมีประกายมีออร่า สามารถใช้แทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้เลยล่ะ (แต่ต้องใช้ก่อนครีมกันแดดนะจ้ะ)
และสำหรับ Booster ในครั้งนี้ ก้อยใช้สูตรซากุระค่ะ เป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพคล้ายๆ กับ Booster สูตรสีเขียว นั่นคือเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ผู้ที่อยากปรับสภาพผิวให้แข็งแรง
ให้ดู Before After หลังจากทา Tone Up Gel ในทันที จะเห็นว่าผิวดูกระจ่างใส มีออร่าขึ้น เนื้อไม่หนืดนะ แต่เกลี่ยไปซักพักจะรู้สึกว่าเนื้อเค้าหนืดขึ้นเล็กน้อย และต้องเกลี่ยเค้าดีๆ เพราะเค้ามีพิกเม้นต์อยู่ด้านใน ใช้เวลาวอร์มเนื้อบนใบหน้าพักนึงแล้วค่อยแต่งหน้าต่อ จะได้ผิวสวยๆ ใสๆ สภาพผิวเนียนๆ พร้อมสำหรับแต่งหน้าเลย
ก้อยมีอายุ 30++ ผิวผสม แถมยังขาดน้ำอีก ผิวหน้าในบางจุดไม่เรียบเนียน และที่สำคัญคือผิวแพ้ง่าย เจอฝุ่น เจอมลภาวะอย่างบ่อยเลย!! ได้เจ้า Tone Up Gel ที่ตอบโจทย์เราในทุกๆ อย่างมาใช้ก็รู้สึกแฮปปี้อยู่นะ เพราะก้อยชอบแต่งหน้าด้วยไง พอผิวใส หน้าไบรท์ มันก็รู้สึกดีที่ผิวเราสวยด้วยและพร้อมได้รับการปกป้องจากมลภาวะต่างๆ ในแต่ละวันด้วย ก็เป็นสกินแคร์ที่หลายๆ คนน่าลองใช้นะ เพราะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์กับผิวที่มีความหลากหลายในสภาพผิวและปัญหาต่างๆ เป็นไอเทมที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริงเลย
**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไปเยือนที ตาลุกวาวที JSM แบรนด์ที่รัก มักจะโดนตกทุกที | KoiOnusa

สืบเนื่องจากจะไป IKEA เพื่อซื้อผ้าม่านมาติดห้อง เลยจัดการนัดแนะเพื่อนสาวให้ไปเดินเลือกของเป็นเพื่อน เดินไปเดินมาทำให้เราตระหนักได้ว่า อย่าไปโฉบเค้าเตอร์เครื่องสำอางกับเพื่อนที่บ้าเครื่องสำอางด้วยกัน 55555+

ไอ้เราก็เดินเล่นดูของที่เค้ามาวางขายของกระจุกกระจิกที่งาน MEGA LOVE SALE ก็ดั๊นสายตาดีไปเจอ JSM ที่มาเปิดเค้าเตอร์เล็กๆ อยู่ในงานด้วย

ก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเค้าเตอร์เค้าอยู่แหละ เคยไปแวะเวียนมาที่สาขาอื่นหลายทีแล้ว ก็เหมือนจะไม่ตื่นเต้นกับอะไรอ่ะนะ

แต่ก็ตื่นเต้นจนได้แหละ สวอชสีนู่นนี่นั่นเล่น ก็เกือบจะได้เรื่องเหมือนกัน เพราะโปรฯ ที่นี้เค้าลดตั้ง 15% (ปกติที่อื่นจะลดแค่ 10%)

สวอชสีเล่นอยู่ดีๆ ก็โดนพี่ BA สิงเจ้าค่า พูดถึงสรรพคุณของเจ้าโฟมล้างหน้าเอย คลีนซิ่งเอย คลีนซิ่งออยล์เอย ยืนฟังแบบคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่นาน ฟังไปฟังมาก็ได้เรื่องจริงๆ 5555+

ได้ของกลับบ้านมากันคนละถุงจ้าาาาาา!!! ไหนว่าจะมาแค่ซื้อผ้าม่านไง อุตส่าห์ไม่เดินไปแผนกเครื่องสำอางแล้วนะ แง (หน๊องตองงงง ทำไมไม่ห้ามพี่)

กลับมาบ้านก็เลยมาเห่อหน่อย เนื่องจากตื่นเต้นมากกับคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า 2 อันนี้ที่ก้อยโดนมา เรามาดูกันว่าทำไมถึงน่าซื้อน่าใช้

ทั้งตัว Cleansing Water และ โฟมล้างหน้าของ JSM เค้ามีส่วนผสม Mineral Hydrogen Water เป็นน้ำชนิดนึงที่โมเลกุลเล็กมากๆ ทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้ทุกอณูรูขุมขน ซอกเล็กซอกน้อยบนใบหน้าเรา เค้าก็จัดการกวาดสิ่งสกปรกออกได้หมด แต่ถึงอณูจะขนาดเล็กมาก เค้ายังคงมีแร่ธาตุในการบำรุงผิวอยู่เต็ม มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid 8 ชนิด จึงช่วยให้ผิวหน้ายังคงชุ่มชื้นหลังจากการล้างหน้า และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังว่าค่อนข้างอ่อนโยน

ก้อยกลับบ้านก็เห่อใช้เลย 5555+ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางด้วย Essential Mool Cleansing Water ซึ่งตัวนี้มันน่าสนใจตรงที่พี่ BA บอกว่าที่เกาหลีเค้าจะใช้คลีนซิ่งตัวนี้เช็ดหน้าแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้เลยแบบ Quick Touch Up โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำเปล่า เพราะเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก และทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีมากๆ ตามที่ก้อยเขียนอธิบายส่วนผสมไปก่อนหน้านี้

นี่คือหน้าที่ก้อยใช้เค้าล้างหน้าออกไปครึ่งนึง รู้สึกว่าเค้าเช็ดหน้าได้สะอาดมากๆ เลยนะ แต่พวกมาสคาร่ากันน้ำนี่ยังต้องใช้ที่ Eye Remover อยู่นะ ตัวนี้ยังเอาไม่อยู่ มันทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณอื่นๆ ได้ดีเลย รู้สึกสะอาดสะอ้าน

ให้ดูผิวใกล้ๆ ว่าเช็ดหน้าแล้วผิวหน้าชุ่มชื้นจริงๆ สำหรับคนผิวแห้งแต่ขาดน้ำ(ในช่วงนี้)อย่างเราคือเลิฟมาก

ใช้สำลีประมาณ 2 แผ่นก็ทำความสะอาดใบหน้าได้หมดจด

ต่อกันด้วยโฟมล้างหน้า Essential Mool Cleansing Foam ที่เค้าบอกว่ามีสารสกัดจากต้น Yucca และดอกไม้ ช่วยต้านแบคทีเรียและไวรัส และฟองที่เกิดจากโฟมล้างหน้าตัวนี้เป็นฟองแบบที่ไม่มีสารแรงตึงผิว ซึ่งผิวที่ระคายเคืองง่ายก็สามารถใช้ได้ ที่ก้อยว่าเจ้าโฟมล้างหน้าตัวนี้มันน่าสนใจมากๆ ก็เพราะเค้ามี Emzyme Peeling จากผลไม้ แต่ไม่ใช่ AHA ช่วยกำจัดพวกเซลล์ที่ตายแล้วบนใบหน้าของเรา จึงทำให้เราแทบไม่ต้องใช้สครับมาสครับผิวบนใบหน้าเราเลย

ครั้งแรกที่เราเปิดฝาขวดออกมา กลิ่นหอมมากกกกกก หอมแบบเตะจมูกเลย บีบโฟมออกมาใช้นิดเดียว แตะน้ำเบาๆ ถูทั่วหน้าโฟมเต็มหน้าเลยจ้าแม่ เนื้อโฟมนิ่มมากๆ นุ่มนิ่มๆ ถูหน้าตัวเองเพลินเลย

พอล้างออกแล้วรู้สึกสดใส รู้สึกเฟรชมากๆ ผิวหน้าไม่แห้งตึงเลยจริงๆ

แอบสารภาพว่าหลังจากวันนั้น 2 วัน ก้อยก็แอบไปส่องของที่ MEGA บางนาอีก ไปแว๊ปๆ ที่เค้าเตอร์เค้ามาอีก แต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ 5555+ แต่…ไปโดนที่แบรนด์อื่นมาด้วยจ้า ไว้ว่างๆ จะมารีวิวของที่โดนตกมาอีกนะ วันนี้ไปก่อนละ ทั้งฟินทั้งหมดตูด 5555+

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

เปลี่ยนหน้าโทรมให้เป็นหน้าใส เพลียมาแค่ไหนก็บริ๊งค์ได้ในพริบตา | KoiOnusa

เชื่อว่าหลายคนจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เรามีเวลานอนน้อยในบางวัน อย่างก้อยช่วงนี้ก็จะติดซีรี่ย์งอมแงม แหม!! บางทีมันก็เพลินแหละเนอะ เรื่องกำลังเข้มข้น อารมณ์ค้างแล้ว จะให้กดหยุดดูตอนนี้มันก็ค้างคา!! แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าส่งผลกระทบต่อใบหน้าของเราเป็นอย่างมาก ตื่นเช้ามาเราจะรู้สึกเพลียๆ ส่งผลมาที่ใบหน้า ทำให้ดูโทรม ใต้ตาดูคล้ำ แต่งหน้าไปยังไงก็ดูไม่สดใส
ก้อยเลยลองใช้ตัวช่วยที่ช่วยกู้ผิวอย่างเช่นมาส์คหน้า ซึ่งเป็นสกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผิวเราได้อย่างล้ำลึก!! Cute Press 8hr Full Night Sleep Overnight Mask เป็นมาส์กที่ช่วยบำรุงผิวให้ดูราวกับว่าเราได้นอนเต็มอิ่ม ในระหว่างที่เรานอนดูซีรี่ย์ไป เราก็ได้บำรุงผิวไปด้วยพลางๆ มาส์คข้ามคืนกันไปเลย เพราะคิดว่ามาส์คแค่ 15-20 นาทีคงกอบกู้หน้าโทรมๆ ให้ใสได้ไม่ทันใจแน่
มาส์คตัวนี้เค้าเป็นเนื้อเจลสีใสอมฟ้าหน่อยๆ ก้อยไม่ได้กลิ่นเค้านะ เค้าเป็นเนื้อเจลที่ดูชุ่มชื้นมาก มีส่วนผสมหลักๆ อย่าง Hyaluronic Acid ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิวได้อย่างยาวนาน ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู มี Trehalose ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวและปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะต่างๆ และมีสารสกัดจากสาหร่ายทะเลและแร่ธาตุจากน้ำทะเล ซึ่งช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองของผิว ลดการอักเสบ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
ตัวนี้ก้อยใช้ในตอนกลางคืน หลังจากล้างเครื่องสำอางหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ทามาส์คทิ้งไว้ตลอดคืนเลย ด้วยความที่เค้าเป็นเนื้อเจล เมื่อทาลงบนผิวจะรู้สึกเย็น รู้สึกชุ่มชื่น ผิวกระชุ่มกระชวยทันที ไม่ต้องทาเยอะนะคะตัวนี้ ทาผิวบางๆ พอประมาณ เพราะเนื้อของเค้าต้องใช้เวลาในการซึมเข้ากับผิวหนัง ไม่ใช่ว่าทาปุ๊บแล้วซึมปั๊บนะ ก้อยทาผิวไว้และดูซีรี่ย์ไปด้วย รู้สึกว่าเนื้อเค้าไม่เหนียวเหนอะหนะผิว และเนื้อเจลมันยังเคลือบผิวไว้ให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ตลอด
ตื่นมาตอนเช้ารีบมาถ่ายรูปให้ดูผิวกันสดๆ หน้าก้อยยังดูบวมๆ อยู่เลย เพราะเพิ่งตื่นนอน 5555+ เห็นผิวมั้ยว่ามันดูสดใสเปล่งปลั่ง ดูราวกับนอนอิ่มครบ 8 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ดิฉันนอนตอนตี 4 ตื่น 8 โมง และถ้าถามว่าดูจบมั้ยหน่ะซีรี่ย์ ก็ยังไม่จบดี เดี๋ยวคืนนี้ก็ดูต่อ ฮ่าๆๆๆ
ทีนี้จะให้มาส์คหน้าอย่างเดียวก็คงไม่พอ นอกจากเราจะต้องใช้มาส์คเป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกในช่วงกลางคืนแล้ว ก็ต้องใช้ครีมกันแดดในการต่อต้านแสงแดด UVA UVB ที่เราจะไปพบเจอในช่วงกลางวันด้วย
Cute Press UV EXPERT PROTECTION All Day Bright Tone Up Sunscreen SPF 50+ PA++ เป็นครีมกันแดดที่ช่วยเปลี่ยนหน้าโทรมของเราให้เป็นหน้าใสได้ขี้นมาอีกสเต็ปหนึ่งเลยนะ เพราะนอกจากเค้าจะมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดแล้ว เค้ายังปรับโทนสีผิวของเราให้ดูกระจ่างใสอมชมพูขึ้นด้วย
เนื้อของเค้าจะเป็นเนื้อครีมสีชมพูอ่อน ที่จะช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างสว่างสดใสขึ้น มีส่วนผสมหลักๆ อย่างแร่ธาตุจากทะเลน้ำลึก ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน และมีส่วนผสมของดอกคาโมมายด์ ซึ่งช่วยปลอบประโลมผิวหลังออกแดดด้วย
ก้อยทาให้ดูว่าก่อนทาและหลังทาผิวของก้อยแตกต่างกันยังไง ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าผิวฝั่งซ้ายที่ก้อยทาครีมกันแดดตัวนี้ มันดูอมชมพูขึ้น ดูกระจ่างใสขึ้น ดูสดใสขึ้นกว่าฝั่งที่ไม่ได้ใช้ครีมกันแดด เนื้อค่อนข้างบางเบาเกลี่ยง่ายมากๆ ซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ และสำหรับสาวผิวสีน้ำผึ้ง หากกลัวว่าโทนอัพเบสแบบนี้จะทำให้ใบหน้าเทา ก้อยแนะนำว่าให้ลงครีมกันแดดตัวนี้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป หรือค่อยๆ เพิ่มปริมาณระหว่างทา โดยพยายามเกลี่ยให้ทั่วใบหน้านะ ผิวก็จะสว่างขึ้น กระจ่างใสขึ้น ไบรท์ขึ้นใน 1 นาทีโดยที่สีของเค้าไม่ดรอประหว่างวัน คุมมันและกันน้ำกันเหงื่อด้วย
หลังจากนี้เราก็สามารถแต่งหน้าต่อได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าหน้าจะโทรม ตาจะคล้ำ ผิวจะหมอง เพราะการบำรุงผิวด้วยการมาส์คหน้าที่ช่วยทำให้ผิวดูชุ่มชื่นเปล่งปลั่ง รวมถึงใช้ครีมกันแดดที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างสว่างสดใส ก็สามารถออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจ เปลี่ยนหน้าโทรมเป็นหน้าใสได้ในพริบตา แต่ก็ยังง่วงอยู่ดีอ่ะ … เดี๋ยวไปแอบหลับเอา 55555+

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^