เปลี่ยนหน้าโทรมให้เป็นหน้าใส เพลียมาแค่ไหนก็บริ๊งค์ได้ในพริบตา | KoiOnusa

เชื่อว่าหลายคนจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เรามีเวลานอนน้อยในบางวัน อย่างก้อยช่วงนี้ก็จะติดซีรี่ย์งอมแงม แหม!! บางทีมันก็เพลินแหละเนอะ เรื่องกำลังเข้มข้น อารมณ์ค้างแล้ว จะให้กดหยุดดูตอนนี้มันก็ค้างคา!! แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าส่งผลกระทบต่อใบหน้าของเราเป็นอย่างมาก ตื่นเช้ามาเราจะรู้สึกเพลียๆ ส่งผลมาที่ใบหน้า ทำให้ดูโทรม ใต้ตาดูคล้ำ แต่งหน้าไปยังไงก็ดูไม่สดใส
ก้อยเลยลองใช้ตัวช่วยที่ช่วยกู้ผิวอย่างเช่นมาส์คหน้า ซึ่งเป็นสกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผิวเราได้อย่างล้ำลึก!! Cute Press 8hr Full Night Sleep Overnight Mask เป็นมาส์กที่ช่วยบำรุงผิวให้ดูราวกับว่าเราได้นอนเต็มอิ่ม ในระหว่างที่เรานอนดูซีรี่ย์ไป เราก็ได้บำรุงผิวไปด้วยพลางๆ มาส์คข้ามคืนกันไปเลย เพราะคิดว่ามาส์คแค่ 15-20 นาทีคงกอบกู้หน้าโทรมๆ ให้ใสได้ไม่ทันใจแน่
มาส์คตัวนี้เค้าเป็นเนื้อเจลสีใสอมฟ้าหน่อยๆ ก้อยไม่ได้กลิ่นเค้านะ เค้าเป็นเนื้อเจลที่ดูชุ่มชื้นมาก มีส่วนผสมหลักๆ อย่าง Hyaluronic Acid ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิวได้อย่างยาวนาน ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู มี Trehalose ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวและปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะต่างๆ และมีสารสกัดจากสาหร่ายทะเลและแร่ธาตุจากน้ำทะเล ซึ่งช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองของผิว ลดการอักเสบ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
ตัวนี้ก้อยใช้ในตอนกลางคืน หลังจากล้างเครื่องสำอางหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ทามาส์คทิ้งไว้ตลอดคืนเลย ด้วยความที่เค้าเป็นเนื้อเจล เมื่อทาลงบนผิวจะรู้สึกเย็น รู้สึกชุ่มชื่น ผิวกระชุ่มกระชวยทันที ไม่ต้องทาเยอะนะคะตัวนี้ ทาผิวบางๆ พอประมาณ เพราะเนื้อของเค้าต้องใช้เวลาในการซึมเข้ากับผิวหนัง ไม่ใช่ว่าทาปุ๊บแล้วซึมปั๊บนะ ก้อยทาผิวไว้และดูซีรี่ย์ไปด้วย รู้สึกว่าเนื้อเค้าไม่เหนียวเหนอะหนะผิว และเนื้อเจลมันยังเคลือบผิวไว้ให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ตลอด
ตื่นมาตอนเช้ารีบมาถ่ายรูปให้ดูผิวกันสดๆ หน้าก้อยยังดูบวมๆ อยู่เลย เพราะเพิ่งตื่นนอน 5555+ เห็นผิวมั้ยว่ามันดูสดใสเปล่งปลั่ง ดูราวกับนอนอิ่มครบ 8 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ดิฉันนอนตอนตี 4 ตื่น 8 โมง และถ้าถามว่าดูจบมั้ยหน่ะซีรี่ย์ ก็ยังไม่จบดี เดี๋ยวคืนนี้ก็ดูต่อ ฮ่าๆๆๆ
ทีนี้จะให้มาส์คหน้าอย่างเดียวก็คงไม่พอ นอกจากเราจะต้องใช้มาส์คเป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกในช่วงกลางคืนแล้ว ก็ต้องใช้ครีมกันแดดในการต่อต้านแสงแดด UVA UVB ที่เราจะไปพบเจอในช่วงกลางวันด้วย
Cute Press UV EXPERT PROTECTION All Day Bright Tone Up Sunscreen SPF 50+ PA++ เป็นครีมกันแดดที่ช่วยเปลี่ยนหน้าโทรมของเราให้เป็นหน้าใสได้ขี้นมาอีกสเต็ปหนึ่งเลยนะ เพราะนอกจากเค้าจะมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดแล้ว เค้ายังปรับโทนสีผิวของเราให้ดูกระจ่างใสอมชมพูขึ้นด้วย
เนื้อของเค้าจะเป็นเนื้อครีมสีชมพูอ่อน ที่จะช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างสว่างสดใสขึ้น มีส่วนผสมหลักๆ อย่างแร่ธาตุจากทะเลน้ำลึก ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน และมีส่วนผสมของดอกคาโมมายด์ ซึ่งช่วยปลอบประโลมผิวหลังออกแดดด้วย
ก้อยทาให้ดูว่าก่อนทาและหลังทาผิวของก้อยแตกต่างกันยังไง ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าผิวฝั่งซ้ายที่ก้อยทาครีมกันแดดตัวนี้ มันดูอมชมพูขึ้น ดูกระจ่างใสขึ้น ดูสดใสขึ้นกว่าฝั่งที่ไม่ได้ใช้ครีมกันแดด เนื้อค่อนข้างบางเบาเกลี่ยง่ายมากๆ ซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ และสำหรับสาวผิวสีน้ำผึ้ง หากกลัวว่าโทนอัพเบสแบบนี้จะทำให้ใบหน้าเทา ก้อยแนะนำว่าให้ลงครีมกันแดดตัวนี้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป หรือค่อยๆ เพิ่มปริมาณระหว่างทา โดยพยายามเกลี่ยให้ทั่วใบหน้านะ ผิวก็จะสว่างขึ้น กระจ่างใสขึ้น ไบรท์ขึ้นใน 1 นาทีโดยที่สีของเค้าไม่ดรอประหว่างวัน คุมมันและกันน้ำกันเหงื่อด้วย
หลังจากนี้เราก็สามารถแต่งหน้าต่อได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าหน้าจะโทรม ตาจะคล้ำ ผิวจะหมอง เพราะการบำรุงผิวด้วยการมาส์คหน้าที่ช่วยทำให้ผิวดูชุ่มชื่นเปล่งปลั่ง รวมถึงใช้ครีมกันแดดที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างสว่างสดใส ก็สามารถออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจ เปลี่ยนหน้าโทรมเป็นหน้าใสได้ในพริบตา แต่ก็ยังง่วงอยู่ดีอ่ะ … เดี๋ยวไปแอบหลับเอา 55555+

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

ลิปสีอุ่น Feel Autumn คอลฯ Matte Nature เฉดสีใหม่ สวยจนหัวใจหยุดเต้น | KoiOnusa

ลิปสีใหม่จ้ะแม่!! กรีดร้องดังมาก ถึงช่วงนี้บ้านเราจะไม่ Autumn แต่เป็นหน้าหนาวที่ดูเหมือนเป็นหน้า Summer ตลอดเวลา แต่ลิปคอลฯ Matte Nature จาก Giorgio Armani ก็ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาแต่งหน้าโทนอุ่น แดงๆ น้ำตาลๆ ให้ฟีล Autumn แสงแดดอันเร้าร้อนแผดเผาใจฉันสิ!!! (เดี๋ยวก่อนแม่นางงงง)
อยากจะบ้า อยากจะบ้าตาย Lip Maestro สีคอลฯ นี้เป็นสีใหม่ทั้งหมด มี 6 เฉดสี แต่ก้อยมารีวิวให้ดู 4 สีที่ก้อยมีนะ แค่ดึงลิปออกมาจากกล่องก็แทบทำกล่องหล่น หัวใจเต้นระรัว สีสวยนัวมากแม่
และอย่างที่รู้ๆ กัน เนื้อลิปรุ่นนี้เค้าเป็นลิป Matte ที่มีความเป็นเนื้อกำมะหยี่ที่นุ่มละมุนริมฝีปากมาก ใครได้ลองเป็นต้องติดลมแทบจะวิ่งไปเค้าเตอร์หาซื้อให้มันครบทุกสี คุณภาพคุ้มค่ากับราคาแบบไม่อวย เพราะก้อยชอบมากกกก เป็นลิปรุ่นที่ดีที่สุดของ Armani เค้าเลย
นี้เป็น4 สีที่ก้อยมี สวยมากกก อุ่นมากกก แต่ละสีคือรู้สึกได้ว่าสาวๆ ไม่ว่าจะสีผิวไหนก็ทาแล้วสวยอ่ะ
#102 Sandstone สีออกสีหินสมชื่อเค้านั่นแหละ น้ำตาลตุ่นๆ
#206 Cedar สีนี้ออกน้ำตาลมอแดงเป็นสีที่ขับสีผิวมากกก มีความ Autumn สุด สีดูแพง
#415 Redwood สีนี้เป็นสีแดงโทนอุ่น เป็นโทนแดงที่มีสีส้มผสมอยู่นิดๆ ทาแล้วหน้าขาวผ่องเป็นยองใย
#524 Rose Nomad สีนี้เป็นชมพูอมม่วงและติดอมแดงนิดๆ สไตล์ใบไม้แห้งสีม่วงๆ ที่ทุกคนเคยเห็นบ่อยๆ เป็นสีที่แปลกดี ทาแล้วสวยดีเหมือนกัน
เป็นไงๆ ใจสั่นมั้ย สวยมากกกกก ลองไปสวอชเล่นๆ ที่เค้าเตอร์ดูสิ เชื่อก้อยเถอะว่าเป็นลิปที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน 🙂

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

รีวิวรองพื้นราคาเบาๆ ใน Watsons 5 แบรนด์ ตัวไหนเป็นยังไงรู้หมดจบที่นี้!! | KoiOnusa

พูดถึงรองพื้นที่หาซื้อง่าย ใครๆ ก็ซื้อได้ ต้องเป็นรองพื้นใน Drugstore   ราคาเบา มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกเยอะ แถมคุณภาพไม่เป็นสองรองจากสินค้าของเค้าเตอร์แบรนด์เลยนะ สมัยก่อนที่ก้อยยังไม่มีเงินมากนัก เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ ก้อยก็มี Watsons เป็นที่พึ่งนี่แหละ แบรนด์ไหนจะหน้าใหม่หรือเก่าก้อยใช้มาหมดแล้ว หน้านี้เนี่ยผ่านรองพื้นมาไม่รู้ต่อกี่แบรนด์ วันนี้เลยอยากมารีวิวรองพื้น 5 แบรนด์ที่อยู่ใน Watsons ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ให้สาวๆ ได้ฟังกันว่า ตัวไหนเป็นยังไง ควรตำรองพื้นตัวไหน ตัวไหนเหมาะกับพื้นผิวและความต้องการของฉัน!! จะได้ไม่เสียเงินซื้อรองพื้นซ้ำซ้อนแบบที่ก้อยเคยมาแล้วสมัยก่อน เริ่มกันเลยนะ!!

BK ACNE BB SUNSCREEN SPF 50+ Pa++++ Anti Pollution NF

ตัวนี้อาจจะแตกต่างจากรองพื้นตัวอื่นในที่นี้ เพราะเป็นรองพื้นสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็น Non-Comedoginic  มีซิลิโคนแต่ไม่อุดตันผิว จึงสามารถทาทับบนผิวได้หลายๆ รอบ นอกจากจะช่วยปกปิดสิวปกปิดรอยดำรอยแดงต่างๆ แล้ว เค้ายังช่วยลดปัญหาสิว ยับยั้งการเกิดสิวได้ และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้า แต่มีสิว ก็สบายใจได้มากกว่ารองพื้นตัวอื่นๆ หากใช้ BB Cream ตัวนี้ และมีกันแดดมาให้สูงมากด้วยล่ะ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรองพื้นที่ครบทั้งบำรุงผิว ช่วยลดสิว ช่วยทำให้ผิวสวยขึ้นโดยการปกปิดจุดด่างดำหรือผิวหมองคล้ำต่างๆ และยังเป็นกันแดดปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย

เนื้อ BB Cream ตัวนี้เค้าค่อนข้างหนืดกว่าใครเพื่อนในที่นี้เลย เนื้อคล้ายครีมที่สุด แต่ทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกอึดอัดผิว ผิวยังสามารถหายใจได้อยู่ เกลี่ยง่ายกว่าที่คิดไว้มาก อย่างที่บอกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างคลายครีมทาผิว จึงเซ็ตตัวไม่ไว สามารถเกลี่ยเนื้อ BB ได้ทั่วหน้าจนเรียบเนียน ข้อสังเกตคือ เค้าสามารถปกปิดสิวเม็ดใหญ่ได้เนียนกว่าตัวที่ผ่านๆ มาด้วยนะ เพราะฉะนั้นพวกรอยแดงรอยดำไม่ต้องกังวลเลย ปกปิดซะเนียนกริบ แถมยังไม่รู้สึกหนักหรือรำคาญผิวบริเวณที่มีสิว ทาทับกี่รอบก็ไม่อึดอัดผิว ข้อเสียอย่างเดียวที่ก้อยเห็นคือไม่มีเฉดสีให้เลือกเลย แต่มันกลับเข้ากับสีผิวก้อยได้ไม่ดูเข้มไม่ดูหมอง แปลกดีนะ ทั้งๆ ที่ก้อยผิวขาวถึงขาวมากด้วย ให้น้องสาวที่ผิวเข้มกว่าลองใช้ก็ดูเข้ากับสีผิวน้องเช่นกัน เพราะฉะนั้นก้อยว่าถึงแม้เค้าจะมีสีเดียวแต่ก็สามารถเข้าได้กับทุกสีผิวเลย

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. จะเห็นว่าผิวหน้ามันน้อยมาก และไม่มีคราบรองพื้นเลยจริงๆ ต่อให้ก้อยทดลองใช้กี่วัน วันแดดออก วันฝนตกอากาศชื้น ก็ไม่เห็นคราบ ในส่วนที่ปกปิดสิวก็ยังปกปิดได้เป็นอย่างดี ไม่มีหลุดลอก ถือว่าเป็น BB Cream ที่ทนมากสำหรับการใช้ชีวิตปกติประจำวัน แม้ในวันที่ก้อยขึ้นๆ ลงๆ รถ เจอทั้งฝน เจอทั้งแดดตลอดเวลาแบบนี้ เลิฟมากกกก ถึงแม้รองพื้นตัวนี้เค้าจะไม่กันน้ำ ไม่กันเหงื่อ แต่กลับได้ผลลัพธ์ระหว่างดีเลยนะ เหมาะสำหรับใช้ในวันสบายๆ หน้าไม่มัน รองพื้นไม่เยิ้ม ตอนมีสิวหนักๆ ก็หยิบตัวนี้มาใช้ประจำแหละ เพราะรู้สึกว่าสิวของเราจะปลอดภัยจากเคมีภัณฑ์ต่างๆ มากกว่าใช้รองพื้นตัวอื่น

MAYBELLINE FIT ME FOUNDATION (สี 120)

รองพื้นตัวนี้จะให้ฟินิชงานผิวแบบ Matte เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาจนถึงผิวมันนะ ข้อดีของรองพื้นตัวนี้คือมีเฉดสีให้เลือกเยอะมากกกกก มากเกินกว่ารองพื้น Drugstore ทั่วไป ก้อยเคยใช้รุ่น Fit Me ตั้งแต่รุ่นก่อนที่ขวดยังไม่เป็นหัวปั้ม ใช้จนหมดอายุแล้วเลยได้เริ่มขวดใหม่ที่มีหัวปั้ม จริงๆ เค้ามีเนื้อ Dewy ด้วยนะ สำหรับคนผิวแห้ง แต่ก้อยว่าอากาศเมืองไทยใช้เนื้อ Matte แบบนี้น่าจะเหมาะกว่า เนื้อเหลวไม่หนืดเลย ค่อนข้างเกลี่ยง่าย

เนื้อรองพื้นเค้าค่อนข้างเหลว บางเบามากๆ ปกปิดไม่มากนัก ยังเห็นรอยสิวอยู่จางๆ ปกปิดเม็ดสิวใหญ่ๆ ไม่มิด ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ รองพื้นไม่หนาและบางเกินไป ผิวยังรู้สึกหายใจได้ ไม่แน่นไม่อึดอัดผิว ใช้เป็นรองพื้นแบบ everyday look ได้ แต่ใช้ไปงานที่ต้องการความปกปิดติดทนความเนียนของผิวมากๆ ไม่ได้ดีนัก ทาบริเวณเป็นสิวเยอะๆ ไม่ช่วยปกปิดอะไรมากมายเลยนะจริงๆ แต่ก็รู้สึกสบายผิว วันไหนหน้าใสๆ ไร้สิวน่าจะใช้ตัวนี้เป็นรองพื้นของลุควันนั้นแล้วสบายหน้าสุด

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 และกลับมาบ้านถ่ายรูปตอน 17.30 ผิวหน้ามีความมัน แต่รองพื้นไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีคราบเค้กเลย ถ้าใช้กระดาษซับมันซับก็ยังใช้เมคอัพหน้านี้ได้อยู่ ถือว่าเป็นรองพื้นสำหรับ everyday look สำหรับคนที่ผิวใสอยู่แล้ว ไม่ต้องการการปกปิดมากมาย แต่ต้องการคุมมันและต้องการความมั่นใจว่ารองพื้นจะเรียบเนียนไปกับผิว ไม่มีแตก ไม่เป็นคราบ มั่นใจได้ 24 ชม. โดยที่เราจะรู้สึกสบายผิวตลอดทั้งวันเลย

L’Oréal Infallible 24H Stay Fresh Foundation (สี 130)

รองพื้นตัวนี้ให้ฟินิชงานผิวแบบซาตินนะ ไม่แมทท์ไม่โกลว์ ก้อยใช้ขวดนี้เป็นขวดที่ 2 แล้วแหละ ส่วนตัวคือปลื้มตัวนี้อยู่ไม่เบา เป็นรองพื้นที่น่าสนใจตัวนึงใน Drugstore เลย เค้าเคลมว่าปกปิดแต่บางเบา เหมือนผิวหายใจได้ รองพื้นไม่หลุด หน้าเป๊ะ 24 ชั่วโมง คำเคลมมาแรงมากๆ มีให้เลือก 8 เฉดสี ซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีกันแดดมาให้ด้วยนะ SPF 25 PA+++

รองพื้นตัวนี้เป็นเนื้อน้ำที่เนื้อค่อนข้างเหลวไม่หนืด ก้อยรู้สึกว่าเนื้อเค้าบางเบามาก เนื้อเบากว่า Maybelline อีก เกลี่ยบนผิวหน้าได้ง่ายมาก แต่แปลกที่ถึงจะรู้สึกว่าเนื้อบางเบาตอนเกลี่ยที่มือ แต่พอเกลี่ยบนหน้ากลับรู้สึกว่าเนื้อเป็นเนื้อครีมมากกว่าตัว Maybelline ปกปิดดีมากเลยแทบไม่เห็นรอยสิวหรือพวกรอยดำรอยแดงเลย สิวเม็ดเป้งๆ ก็ปกปิดได้พอสมควร อาจจะรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Maybelline เล็กน้อย แต่เหมาะสำหรับใช้ปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าได้ดีเลย ใช้เป็นรองพื้นแบบ Everyday Look ที่ต้องการการปกปิดก็ได้ หรือใช้ไปงานสำคัญๆ ต่างๆ ก็ได้นะ

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. จนตอนนี้ 17.30 น. จะสังเกตได้ว่ามีความมันเกิดขึ้น ที่ใบหน้า แต่น้อยกว่าตัว Maybelline ก้อยลองใช้วันที่มีแดด ไม่มีคราบรองพื้นเลยนะ แต่วันที่ฝนตก อากาศชื้น จะมีคราบเกิดขึ้นเล็กน้อย ร่องจมูกจะมันค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนอื่นผิวยังสวย รองพื้นยังติดทน ถือว่าเป็นรองพื้นที่เหมาะกับสภาพบ้านเรา และคนที่ต้องการการปกปิดแต่อยากได้ความรู้สึกบางเบาของผิว

Revlon Colorstay Makeup (สี 180)

รองพื้นในตำนานที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงเค้ามานาน มีหรือที่เราจะไม่มีอยู่ในกรุ ไม่มีทาง!! ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งสิ!! เห็นเค้าว่ากันว่าเป็นรองพื้นที่ดีมากถึงขนาดว่าเหมาะแก่การใช้แต่งหน้าในวันรับปริญญาเพราะมันอยู่ติดทนนาน ผิวหน้าสวย นี่วันรับปริญญาไม่ได้ใช้หรอกนะ จ้างช่างแต่งหน้าเอา 5555+ แต่ก้อยได้ทดลองใช้ในวันปกตินี่แหละ เค้าเหมาะกับคนผิวผสม หรือผิวมัน และเค้าก็มีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนะ ก้อยว่าเนื้อรองพื้นเค้าสีให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นสีที่ขาวที่สุดของเค้าแล้ว ก้อยว่าก็ยังเป็นสีที่ค่อนข้างเข้มอยู่ สีออกน้ำตาลตุ่นกว่าเพื่อนในบรรดารองพื้นที่ก้อยรีวิวในนี้เลย

เนื้อรองพื้นตัวนี้หนืดกว่า Maybelline และ Loreal แต่ไม่มากนะ แค่หนืดกว่านิดหน่อย แต่หนืดน้อยกว่าตัว BK รู้สึกได้ตอนเกลี่ยว่ามีความครีมมี่ แต่ก็ยังเกลี่ยง่ายอยู่ ยังให้ความรู้บางเบากับผิวหน้า ก้อยว่าคนผิวแห้งก็น่าจะใช้ได้อ่ะ เพราะว่าเนื้อเค้าไม่แห้งผากเลย เป็นเนื้อครีมๆ ที่ไม่หนืดมากจนเกินไป ตัวนี้ปกปิดดีสุด ดีกว่า Maybelline และ Loreal แต่จะรู้สึกหนักหน้ากว่านิดหน่อย ปิดรอยแดงรอยดำจากสิวได้เนียนดี

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 18.00 น. พบว่าหน้ามันน้อยกว่า 2 ตัวแรกอย่างเห็นได้ชัด ร่องจมูกที่เกิดความมันง่ายก็เกิดความมันน้อยกว่าที่คิดไว้ แต่มีส่วนหน้าผากที่รองพื้นหลุดนิดหน่อย เห็นไม่ชัดมาก อาจเป็นเพราะเหงื่ออกแล้วก้อยใช้มือปาดเหงื่อระหว่างวันเบาๆ แต่ไม่มีคราบเค้กบนใบหน้านะ ตกเย็นรู้สึกอึดอัดผิวนิดหน่อย แต่รู้สึกหน้าไม่มัน แฮปปี้อยู่

SRICHAND Enchanted Cover Perfect Foundation (สี 110)

รองพื้นตัวนี้มีสีให้เลือกน้อย นั่นคือ 4 เฉดสีเท่านั้น และสีเบอร์ขาวสุดที่ดูแล้วจะเหมาะกับสีผิวหน้าก้อยที่สุดก็มีความเหลืองมาก สว่างกว่ารองพื้นเบอร์ขาวสุดของรองพื้นยี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาเลย แต่ยอมรับว่าเค้าทำแพ็กเกจสวยนะ ก้อยชอบแพ็กเกจเค้าสุดเลย ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่เค้าเขียนว่าให้เขย่าก่อนใช้ แปลกมาก มีกันแดด SPF 35 PA+++ ให้ด้วยนะ

เนื้อรองพื้นตัวนี้ค่อนข้างเหลวเลย คล้ายๆ เนื้อลิขวิด เกลี่ยง่ายมาก ให้ฟินิชงานผิวแบบแมทท์ ปกปิดค่อนดีเลยแหละ พวกสิวเม็ดใหญ่ๆ ก้อยว่ามันก็ปกปิดได้ดีนะ รอยดำรอยแดงหายไปเลย เพียงแต่ก้อยรู้สึกว่าเค้าเหมาะกับผิวหน้าที่มีความชุ่มชื่น อาจจะไม่เหมาะกับสาวผิวแห้งเท่าไหร่ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย เพราะรู้สึกส่วนจมูกของก้อยที่มีความมันมาก รองพื้นมันจะไม่กลืนไปกับผิวเท่าไหร่

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่ก้อยเห็นคราบชัดที่สุด ทั้งบนหน้าผาก จมูก และคาง มีคราบเค้กที่หน้าผากชัดสุดในบรรดารองพื้นที่ก้อยพูดถึงวันนี้ แต่มันคุมมันได้ดีมากนะ หน้าแทบไม่มัน มันน้อยมาก แม้ว่าที่บริเวณร่องจมูกของก้อยจะมันง่ายกว่าส่วนอื่นๆ แต่ตัวรองพื้นตัวนี้ก้อยกลับเห็นความมันน้อยมากจริงๆ

 

และนี่ก็เป็นรองพื้น Drugstore ที่จ่ายง่ายราคาไม่แพง งบไม่ถึง 500 บาทต่อ 1 ขวด และสามารถหาซื้อได้ง่าย ร้านที่สะดวกที่สุดก็คือ Watsons นั่นแหละ มีครบทุกแบรนด์ที่ก้อยกล่าวถึงวันนี้เลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะจ้ะ กำเงินไปซื้อรองพื้นที่เข้ากับความต้องการของเรากันเลย ณ บัดนาว!! อิอิ

เปิดใจลองใช้แชมพู&ครีมนวด Dove สำหรับผมแห้งเสียสูตรใหม่อีกครั้ง (หลังจากใช้แล้วขยาดมานาน) | KoiOnusa

ถ้าพูดถึงแชมพูและครีมนวดยี่ห้อไหนที่เคยใช้แล้วไม่ค่อยประทับใจ บอกตามตรงว่ายี่ห้อนั้นคือ Dove ไม่รู้สิ มันอาจจะไม่เหมาะกับสภาพเส้นผมของก้อยก็เป็นได้ จำได้ว่าตอนนั้นใช้แล้วผมฟูมาก พองมาก คือปกติก้อยผมไม่มีน้ำหนักอยู่แล้ว นี่ยิ่งทำให้ผมมันฟูมากขึ้น จนเราหยุดใช้ไปพักใหญ่เลย (แต่บางคนอาจจะใช้ดีก็ได้นะ ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมของแต่ละคน)
เห็นเจ้า Dove Intense Repair เค้าปรับปรุงสูตรใหม่ทั้งแชมพูและครีมนวด เป็นสูตรที่มี ไบโอ นูริช มิลค์ ซึ่งจะตรงเข้าไปฟื้นฟูบำรุงผมที่แห้งเสียได้อย่างตรงจุด และช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียได้ถึงปลายผม ซึ่งเค้าว่าแตกต่างจากแชมพูและครีมนวดทั่วไป ที่ช่วยให้เส้นผมลื่นแต่ปลายผมยังแห้งอยู่ น่าลองดีเหมือนกัน อยากรู้ว่าถ้าปรับปรุงสูตรแล้วจะเป็นยังไง ยังจะทำให้ผมเราฟูพองเหมือนที่เคยใช้รึเปล่า
สำหรับเจ้าแชมพูในไลน์ Intense Repair ซึ่งเป็นขั้นตอนในการทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ สูตรนี้เค้ามีส่วนผสมของ ซัน ฟลาวเวอร์ ออยล์ รวมกับเคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟส์ ตรงเข้าฟื้นบำรุงเส้นผมทันทีที่ใช้
เค้าเป็นเนื้อแชมพูที่มีสีขาวมุกๆ ถ้ามองแบบตั้งใจ จะเห็นว่าภายในเนื้อแชมพูเค้าเหมือนมีประกายเล็กๆ เล่นแสงสวยมากๆ
เมื่อก้อยผสมน้ำสระผม  กลิ่นหอมมาก เพราะเค้ามีส่วนผสมของน้ำหอมอยู่ด้วย ฟองค่อนข้างเยอะมากนะ สระผมนิดเดียวทั่วศีรษะแล้ว ที่ชอบคือล้างออกง่ายมากกกก ๆๆๆๆ ไม่ทิ้งความมันไว้บนหนังศีรษะและเส้นผม ไม่เหนียว ไม่หนักศีรษะ เส้นผมจะรู้สึกสากเล็กน้อย เพื่อรอการบำรุงจากการใช้ครีมนวดอีกที
ส่วนครีมนวดของเค้านั้น เค้ามีเทคโนโลยีครั้งแรกของโลก Smart Targeting ที่จะตรงเข้าไปช่วยฟื้นบำรุงในส่วนที่ผมเสีย และตรงเข้าบำรุงในส่วนที่เกล็ดผมเปิด
เนื้อครีมนวดเค้าเป็นเนื้อเบาๆ สีขาว คล้ายๆ ครีมนวดหลายๆ ยี่ห้อ
ก้อยผสมน้ำแล้วชโลมบริเวณกึ่งกลางเส้นผมลงมาถึงปลายเส้นผม และก้อยชอบทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วค่อยล้างออก คิดไปเองว่ามันคงดีต่อเส้นผมเราแหละ ฮ่าๆ ครีมนวดเค้าจะช่วยทำให้เส้นผมของเรานุ่มขึ้นหลังจากสระผม และอย่างที่รู้กัน ว่าครีมนวดนี่ล้างไม่ง่ายนะ ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อก้อยสระผมเสร็จครบขั้นตอน รู้สึกไม่หนักศีรษะ ไม่เหนียวเส้นผม รู้สึกโอเคเลย
นี่คือสภาพผมที่ก้อยปล่อยให้แห้งเอง นี่ก้อยถึงกลับเซอร์ไพร์เลยนะ เพราะผมมันเรียบ ไม่ฟู ไม่พองเลย ชอบมากกกกกกก ถึงแม้จะไม่เรียบ ตรงซะจนเหมือนไดร์ผมมา แต่การที่ก้อยเป็นคนผมหยักโศก แล้วปล่อยให้ผมแห้งเอง แล้วมันเรียบได้ขนาดนี้ ถือว่าแชมพูและครีมนวดของเค้าเลิศมากกกก นานแล้วนะที่ก้อยไม่ได้เจอแชมพูและครีมนวดที่ทำให้ผมก้อยเรียบได้ขนาดนี้ ขนาดแชมพูที่ก้อยใช้อยู่ประจำ ยังไม่ทำให้ผมก้อยตอนปล่อยให้แห้งเองเรียบได้ขนาดนี้เลย
นี่คือผมที่ไม่มีการชี้ฟู เรียบมากกกกกกกกก บอกเลยว่าปกติก้อยสระผมเสร็จ ไม่เคยปล่อยให้เรียบโดยไม่ต้องไดร์ ไม่ต้องหนีบผมได้ขนาดนี้
(ผมในรูปนี้คือ ก้อยหนีบตรงหลังจากสระผมด้วย Dove Intense Repair นะคะ)

ดีใจที่ได้ลองใช้ มันเลยทำให้ก้อยเปิดใจกับ Dove อีกครั้งหนึ่ง ดีใจที่เค้าพัฒนาสูตรจนก้อยใช้ของๆ เค้าซักที ถือเป็นสัญญาณที่ดีเลยในการใช้ฟื้นบำรุงเส้นผมสำหรับสาวๆ ที่มีผมแห้งเสีย และต้องการการบำรุง เพราะขนาดก้อยลองใช้ครั้งเดียว ผมมันยังดูอิ่มน้ำตลอดเส้น เรียบ และไม่พองฟูได้ขนาดนี้ ปลื้มจริงจัง

ผด ผื่น แสบ คัน Defenza เอาอยู่!! | KoiOnusa

TN

เจ้าผดพวกนี้มันขึ้นเอา ขึ้นเอา ยิ่งช่วงมลภาวะทางอากาศไม่ปกติอย่าง PM2.5 ก็ยิ่งทำให้ผิวของเราอ่อนแอมากขึ้นไปอีก ทั้งสิว ทั้งผด มากันเพียบ สิวเนี่ยยังพอรักษาได้นะ เพราะยาสิวเราพร้อมมาก แต่ผดหรือตุ่มอะไรแปลกๆขึ้นมาเนี่ย ก็งงใจอยู่เหมือนกันนะ ว่าจะมาทำไมกัน ขี้เกียจรักษาโง้ยยย แล้วถ้าเกิดเป็นทีนะบอกเลยว่ากว่าจะหายคือต้องใช้เวลารักษานานมากๆเลยค่ะ กุมขมับ

thumbnail_IMG_8405

นี่เลยไปควานหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ (ของเก่ามันจะหมดแล้วววว) ที่มันธรรมชาติมากๆ และสำหรับผิวแพ้ง่าย มาทดลองใช้ดู สิ่งนี้ตอบโจทย์มาก “Defenza” จาก Skinplans มีขายตามร้าน Drugstore พวก Boots / Eveandboy / All About You ฯลฯ ราคา 295 บาท เป็นครีมแก้แพ้สูตรธรรมชาติ เห็นเค้าเขียนว่ามันแก้แพ้และบรรเทาผิวระคายเคือง ทั้งสิว ผด ผื่น ผิวที่คัน หรือผิวที่อักเสบจากการใช้มีดโกนหรือถอนขน ก็สามารถใช้ได้ อะไรมันจะสารพัดประโยชน์น่าใช้ขนาดนั้น

thumbnail_IMG_8406

ตัวนี้เค้ามีส่วนประกอบที่น่าสนใจคือ Defensil Plus เค้าจะช่วยบรรเทาผิวที่อักเสบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Liquid Crystal ที่ช่วยผลักสารต่างๆ เข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว และมีส่วนประกอบอีกหลายอย่างที่ธรรมชาติมากๆ ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น ลดอาการคันแสบ บวม แดง

thumbnail_IMG_8407

เนื้อของเค้าเป็นเนื้อครีมข้นๆ เลย ใช้ทาตอนสุดท้ายของขั้นตอนที่เราใช้สกินแคร์ก็ได้นะ เพราะเนื้อเค้าหนักอยู่

thumbnail_IMG_8409

ตอนทาลงบนผิวจะเห็นเลยว่ามันให้ความชุ่มชื่นกับผิวเลยแต่พอรอสักพักความชุ่มชื่นนั่นจะแห้งหายไป เพราะมันซึมเข้าไปกับผิวแล้ว

thumbnail_IMG_8408

ก้อยใช้ทาเช้า-เย็น เป็นตัวสุดท้ายก่อนการทาครีมกันแดดแปลกที่ผิวที่คันๆ แสบๆ มันบรรเทาตัวลงเลยนะ คันน้อยลง นอนหลับสบายมากขึ้น

thumbnail_IMG_0011

ให้ดูผดหรือตุ่มอะไรก็ไม่รู้ขึ้นบริเวณคิ้วของก้อย นี่ก้อยใช้ทาประมาณ 4 วันเองนะ รู้ตัวอีกทีตุ่มหรือผดตรงคิ้วก็หายไปแล้ว สาบานเลยว่าไม่ได้แกะ ไม่ได้กดออก มันหายไปเอง เพราะก้อยทา Defenza ย้ำๆ ตรงนี้เยอะกว่าบริเวณอื่นหน่อย จริงๆ วันแรกที่ทาตื่นเช้ามาก็เห็นแล้วนะว่ามันยุบตัวลง แต่ยังไม่จางหายไป แต่นี่คือภายใน 4 วัน ตุ่มนั้นมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

thumbnail_IMG_8411

แต่ข้อเสียของมันคือ กลิ่น!! ด้วยความที่เค้ามีสารสกัดที่มาจากธรรมชาติจริงๆ ถ้าเพื่อนๆ ได้ลองทาบนผิวหน้าจะเชื่อเลยว่าเค้าไม่แต่งกลิ่นจริงๆ เพราะกลิ่นแอบตุ่ยมากกก ใช้ทาไป 1 อาทิตย์กว่าๆ แล้ว ก้อยก็ยังไม่ชินนะเอาจริง 55555+ แต่ถ้าได้ผลลัพธ์ที่เวิร์คขนาดนี้แล้ว ยอมใช้!!! เชื่อในความธรรมชาติของเค้า ก็เห็นอยู่ตำตาว่าตุ่มของก้อยมันหายไปจริงๆ ช่วงไหนที่ผิวแพ้อีก จะไม่พลาดหยิบมาใช้เลย

TN

 

ตัวช่วยฟื้นฟูผิวหลังออกแดดจากสงกรานต์ | KoiOnusa

TN

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนคงไปเล่นสงกรานต์ตากแดด ตากลมกันสนุกสนาน บางคนไปเที่ยวต่างจังหวัดเที่ยวทะเล รับSummer แต่รับรองได้ว่าทุกคนต้องเจอแดดอันร้อนระอุ!! ซึ่งถึงกลับทำให้ผิวหน้าบางคนแห้งกร้าน แสบ ไหม้ ลอกกันอย่างสนุกสนาน กลับมาบ้านต้องรีบมาฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน!!!

thumbnail_IMG_9261

สิ่งที่ทำให้ผิวที่แห้ง แสบ ลอกฟื้นตัวเร็ว และทำได้ง่ายที่สุดคือใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว อย่างHira Blue Water Cream นี่ก็เป็นไอเทมที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวหน้าได้ดี ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าคนผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ก็ต้องมีสุขภาพผิวที่ดีโดยหัวใจหลักๆ เลยคือการบำรุงผิวหน้าให้อิ่มน้ำและชุ่มชื่นอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ผิวอ่อนแอจากการโดนแดด ยิ่งต้องใช้ครีมบำรุงผิวเป็นตัวช่วย

thumbnail_IMG_9262

Hira Blue Water Cream เค้ามีส่วนผสมหลักๆ อย่างMossCellTec ที่จะช่วยคงความชุ่มชื่นให้กับผิวNeurophroline ช่วยผ่อนคลายผิว ลดการเกิดการระคายเคือง Marine Bluevital C ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และ β-White ช่วยลดเม็ดสี แต่ที่ก้อยอยากเน้นคือเรื่องของการให้ความชุ่มฉ่ำกับผิวหน้าค่ะ ซึ่งก้อยทดลองใช้มาระยะนึงแล้วแฮปปี้กับผลลัพธ์อยู่น้า

thumbnail_IMG_9263

เค้ามีช้อนตัดเนื้อครีมมาให้ด้วย ซึ่งช่วยรักษาความสะอาดให้กับเนื้อครีมได้ดีมาก

thumbnail_IMG_9264

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นสีฟ้าอ่อน น่าใช้มาก ดูเผินๆแล้วรู้สึกเย็นขึ้นมาเองทันที ไม่รู้ทำไม 5555+ ทาลงบนผิวมือให้ดูความชุ่มฉ่ำของมัน เห็นมันว่าผิวดูวาวขึ้นมา ไม่แห้งเหี่ยวเหมือนก่อนหน้าที่ยังไม่ทา

thumbnail_IMG_9268

ก้อยทาที่ผิวหน้า ผิวจะรู้สึกเย็นๆ ชุ่มชื่นขึ้นเลย ไม่เหนอะผิว เนื้อซึมไวเข้าผิวเร็ว สามารถแต่งหน้าหรือนอนต่อได้เลย

thumbnail_IMG_9265

ดูบริเวณคางของก้อยจะเห็นว่าผิวก้อยลอกเป็นวงๆ นี่ไม่ได้ใช้ยาแต้มสิวจนทำให้ผิวแห้งนะ แต่ผิวแห้งจากอากาศร้อนล้วนๆ เวลาแต่งหน้าผิวบริเวณนี้ก็จะเป็นขุ่ยๆ ไม่เนียนไปกับผิวหน้าเลย ก้อยใช้ครีมทาไปเรื่อยๆ จนผิวสุขภาพดีขึ้น ผิวบริเวณนี้ไม่แห้งและไม่ลอกแล้ว แต่งหน้าได้งานผิวที่ดีขึ้นเลย จริงๆ เราแอบติ่งน้องเปาเปาลูกของคุณกุ๊บกิ๊บด้วยแหละเลยทำให้รู้จักเจ้า Hira Blue เพราะคุณกุ๊บกิ๊บเอามาใช้ในInstagram บ่อยๆ จนอยากลองใช้ กระปุกนึงราคาไม่แพงด้วย ทดลองใช้ก็ไม่เสียหาย เผื่อผิวหน้าเข้ากับครีมของเค้าได้ เราอาจจะไม่ต้องเสียไปซื้อครีมแพงๆ เลยด้วยซ้ำ

TN

พามาส่องอายไลเนอร์กันน้ำการันตีรางวัล Spring Best Cosme จากญี่ปุ่น | KoiOnusa


พูดถึงเครื่องสำอางชิ้นที่สาวๆ หลายๆ คนขาดไม่ได้ นั่นคือ “อายไลเนอร์” ผู้ซึ่งจะช่วยให้ตาชั้นเล็กๆ ของใครหลายคนดูโตขึ้น ดูคมขึ้น ซึ่งอายไลเนอร์ที่ดีควรมีคุณสมบัติติดทนนาน หากเป็นสีดำ ก็จะต้องเป็นสีดำสนิทไม่เลอะลงมาใต้ตาให้เป็นหมีแพนด้า และที่สำคัญต้องเป็นอายไลเนอร์กันน้ำ กันเหงื่อ เรียกว่าเป็นคุณสมบัติหลักของอายไลเนอร์ที่ดีเลยหละ


อายไลเนอร์ของญี่ปุ่นก็น่าสนใจหลายตัว โดยเฉพาะแพกเกจของเค้าช่างน่ารัก ชวนดึงดูดใจให้ซื้อ ให้ทดลองใช้วันนี้ก้อยมาชวนดูอายไลเนอร์คอลเลคชั่น The Rose Of Versailles จาก Creer Beaute ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นว่ามันน่าใช้ยังไง มีดีตามที่อายไลเนอร์ที่ดีควรจะมีหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆ เห็นสติ๊กเกอร์ตัวโตมากเขียนว่า “Spring Best Cosme 2018” ฮั่นแน่!! ไม่ดีจริง คงไม่ได้รางวัลมาครอบครองหรอก จริงมั้ย!!?


สำหรับอายไลเนอร์ The Rose Of Versailles นี้เค้ามีทั้งหมด 3 สี คือ Deep Black สีดำสนิท / Brown Blackสีน้ำตาลเข้ม / Brown สีน้ำตาลอ่อน


ซึ่งหัวพู่กันของเค้า ปลายเรียวเล็กมาก ขนาดเพียง 0.1มม. เขียนเส้นไลเนอร์ได้คมกริบเลย หัวพู่กันนุ่ม เขียนลื่นไม่สะดุดเลย สีเข้ม สีชัด ไม่ต้องถมเขียนซ้ำไปซ้ำมาให้เซ็ง


เรามาดูหัวใจหลักของอายไลเนอร์ที่ดีในความคิดของก้อยดีกว่า ว่ามันจะสามารถกันน้ำได้ดีแค่ไหน ขอทดลองแบบเขียนแค่ไลเนอร์เลยนะ ไม่แต่งตา ไม่ทาอายแชโดว์ไม่ปัดขนตาใดๆ จะได้เห็นกันชัดๆ แบบ Real Real ไปเลยว่าผลลัพธ์หลังจากก้อยเอาหน้าไปแช่น้ำจะเป็นยังไง


ป้าดดด อายไลเนอร์บนตาก้อยยังอยู่ดี คงกระพัน ไม่หลุดไม่ลอกออกไปตามสายน้ำ นี่จริงๆ ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็ใช้แต่งหน้าไปเล่นน้ำได้นะ โถ่วๆ ผิดที่เราเจอกันช้าไปเป็นอายไลเนอร์กันน้ำที่ดีต่อใจ มีสีให้เลือกใช้แบบฟินๆ 3สี ซึ่งใช้ในชีวิตจริงได้ใน everyday look ก้อยแอบปลื้มสีBrown แหละ เพราะเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่อ่อนจริงๆ แบรนด์อื่นๆ ทำแค่สีน้ำตาลเข้ม คือแทบจะเป็นสีดำไปเลยสำหรับสีนี้เห็นชัดเลยว่ามันคือสีน้ำตาล


เพื่อความแน่ใจ เลยเอาแขนไปแช่น้ำดู ปรากฏว่าอายไลเนอร์ที่ก้อย Swatch ไว้บนแขนนั้นไม่หลุดออกมาตามสายน้ำเลย เปิดน้ำแรงๆ ใส่แล้วนะ ยังทนอยู่บนแขน สีแน่นเท่าเดิม


แต่งหน้าออกมา Finish Look ก็จะได้ประมาณนี้ ถ้าไม่มีอายไลเนอร์ ก้อยก็ไม่ค่อยมั่นใจนะ ติดมากจริงๆ สำหรับอายไลเนอร์เนี่ย แค่คุณสมบัติที่มันกันน้ำได้ แค่นี้ก็พอที่จะทำให้เราใช้มันต่อไปยาวๆ แล้วแหละ

TN

เซรั่มราคาน่ารัก ช่วยลดอายุผิว ลองทายดูสิ…ฉันอายุเท่าไหร่? | KoiOnusa

TN

สกินแคร์ที่ช่วยลดอายุผิว หรือช่วยเรื่อง Aging เท่าที่ก้อยเห็นในท้องตลาด รวมถึงที่ก้อยมีในครอบครอง มักจะมีราคาสูง เป็นหลักหลายพัน ซึ่งพอใช้จนเกือบจะหมดทีไร ต้องกระมิดกระเมี้ยนบีบออกมาใช้ทีละนิดเพื่อคงอายุการใช้งานไว้ให้นานที่สุด ฮ่าๆ นี่ลูกรักที่เป็นสกินแคร์หลักของก้อยใกล้จะหมดแล้ว เหลืออยู่ก้นขวดเท่านั้น มีโอกาสที่จะได้ลองของใหม่ในช่วงเวลาที่พยายามคงอายุการใช้งานลูกรักตัวเก่าไว้ไม่ให้หมดง่ายๆ หันมาลองใช้ Guess My Age Youth Serum จาก Cute Press ดู ชื่อสะดุดหู ฟังแล้วรู้เลยว่าช่วยเรื่องอะไร และราคาไม่แพง แบรนด์น่าเชื่อถือ ดูส่วนผสมแล้วเค้าอัดแน่นมาเพื่อการลดอายุผิวจริงๆ

thumbnail_IMG_9672

Guess My Age Youth Serum เค้าเป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องของ Aging ช่วยลดเลือนอายุผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ที่น่าสนใจคือเค้ามีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติเยอะมาก ทั้งสารสกัดจากสาหร่ายสีแดงที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยของผิว สารสกัดจากดอกโสมที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการชะลออายุผิวให้ดูอ่อนเยาว์ สารสกัดจากลูกหม่อนหรือลูกมัลเบอร์รี่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ลดริ้วรอย

thumbnail_IMG_9673

แค่สารสกัด 3 ตัวนี้ก็มาเต็มเรื่องของริ้วรอยมากแล้ว ยังมีสารสกัดจากวิช ฮาเซลและยางจาก Mastic Tree ที่ช่วยกระชับรูขุมขนและช่วยให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื่น และที่สำคัญ มีส่วนผสมของวิตามินซีสูงถึง 10% ซึ่งวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันผลกระทบที่เกิดจากแสงแดด เช่นผิวโทรม ผิวหยาบกร้าน และยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำให้จางลง ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น และถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก้อยแนะนำให้ใช้คู่กันกับครีมกันแดดด้วยนะ เพราะมันจะยิ่งช่วยปกป้องผิว และส่งเสริมการทำงานแก่กันและกัน ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน

thumbnail_IMG_9676

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาในขวดพลาสติกสีม่วง แพกเกจกะทัดรัดจับถนัดมือ บอกก่อนว่าเนื่องจากราคาไม่ได้สูงมากนัก แพกเกจเค้าอาจไม่ได้หรูหราไฮโซ แต่ถือว่าดูดีสมราคา

thumbnail_IMG_9674

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อเซรั่มสีขาวขุ่น เนื้อดูเบาๆ เลย

thumbnail_IMG_9675

ตอนบีบออกมาครั้งแรก นึกไปถึงครีมน้ำนม เซรั่มน้ำนมอะไรประมาณนั้น แต่ตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่มทาลงบนผิวกลับให้ความรู้สึกถึงความบางเบากว่าพวกครีมน้ำนม เนื้อค่อนข้างเบาสบายผิวหน้า ไม่หนักหน้า เนื้อซึมไว และก้อยรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มขึ้น

thumbnail_IMG_9678

บอกก่อนว่าอันนี้กำลังอยู่ในข่วงทดลอง ใช้มาประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ ต้องใช้เวลามากกว่านี้ถึงจะเห็นผลลัพธ์ต่างๆ แต่อย่างน้อยๆ ใช้แล้วไม่แพ้ก็แฮปปี้แล้ว จะได้มีเซรั่มลดอายุผิวหน้าราคาย่อมเยาไว้ใช้ ก้อยเชื่อในส่วนผสมที่คัดมาเพื่องาน aging โดยเฉพาะของเค้านะ มีแต่ส่วนผสมเลิศๆ ทั้งนั้น ต้องรอใช้ไปอีกยาวๆ แล้วยังไงจะมาอัพเดทผลลัพธ์อีกที ^_^

TN