การหมักผมจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วย IKOO Thermal Wrap | KoiOnusa

เราเชื่อว่าเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างบุคลิกและการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเรา เพราะฉะนั้นการดูแลบำรุงเส้นผมจึงสำคัญพอๆ กันกับการดูแลบำรุงผิวหน้าหรือผิวกาย จะปล่อยให้ผมแห้งกระด้าง ชี้ฟู ก็คงทำให้บุคลิกดูไม่สมาร์ท พอๆ กันกับทำให้เราขาดความมั่นใจ

วันนี้เราขอมาสร้างความมั่นใจให้กับเส้นผมของทุกคนด้วยการบำรุงผมง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน นั่นคือการใช้ IKOO Thermal Treatment  Wrap ในการบำรุงผม IKOO Thermal Treatment  Wrap เค้าเป็นทรีทเม้นท์บำรุงเส้นผมนำเข้าจากเยอรมัน ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือพกพาไปบำรุงผมที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญคือ ไม่เลอะ ไม่เปรอะ ไม่เปื้อน เพราะเค้ามาในรูปแบบหมวกหมักผมที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องควักเนื้อมาส์กหมักผม แล้วนั่งคอยหงอยๆ ในห้องน้ำจนเฉา เพราะไม่มีอะไรทำระหว่างรอเวลาหมักผม!!!

IKOO Thermal Treatment  Wrap มีทั้งหมด 4 สูตร เหมาะกับสภาพเส้นผมหลายๆ แบบ และเค้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม Vegan ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ที่สำคัญคือ ไม่มีสารพาราเบน ซิลิโคน และซัลเฟตด้วยล่ะ เราจะแนะนำให้รู้จักกันทีละสูตรนะ

สูตร Colour Protect & Repair (สีชมพู)
เหมาะสำหรับผู้ที่ผมแห้งเสีย และทำสีผม ใครที่ทำเคมีมาหนักหน่วง ต้องการการบำรุงเส้นผมที่แห้งเสียจากการที่ผมโดนความร้อนอย่างเป็นประจำ เราแนะนำสูตรนี้เลย

สูตร Hydrate & Shine (สีเขียว)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เส้นผมเงางามดูสุขภาพดี ใช้สูตรนี้แล้ว จะช่วยให้เส้นผมนุ่มชุ่มชื้น แลดูเงางามมีน้ำหนัก

สูตร Detox & Balance (สีม่วง)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผมแห้งเสีย หนังศีรษะแห้ง ต้องการปรับสมดุลของหนังศีรษะและเส้นผมให้มีกลับมาชุ่มชื้น แก้รังแค แก้หนังศีรษะแห้งลอก ตัวนี้ช่วยได้ดีเลย

สูตร Volume & Nourish (สีฟ้า)
สูตรนี้เป็นสูตรที่ก้อยชอบมากที่สุด เนื่องจากเป็นคนชอบทำผมม้วนลอน จึงอยากให้เส้นผมดูมีโวลลุ่ม เงางาม มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย แต่ด้วยความที่การทำผมม้วนลอนนั้นก็ต้องพึ่งความร้อนจากเครื่องทำผม จึงยังคงต้องการความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วย ตัวนี้จึงค่อนข้างตอบโจทย์ก้อยมากๆ เค้ามีส่วนผสมหลักๆ คือ Cotton Oil ช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม, Ginseng ช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง และ Alovera ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ ขจัดรังแค และแก้ผมร่วง

เรามาลองใช้ให้ดูกันเลยดีกว่า ให้เราอาบน้ำสระผม เช็ดผมให้เปียกหมาดๆ ก่อนการเริ่มบำรุงผมนะคะ

จากนั้นก็มัดผมรวบขึ้นไปด้วยยางมัดผมแบบนี้

คราวนี้ก็เลือกสูตรทรีทเม้นต์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเราได้เลย ซึ่งก้อยขอเลือกสูตรสีฟ้า Volume & Nourish ค่ะ สูตรเพิ่มโวลลุ่มให้ผมเงางาม เมื่อฉีกซองออกมา เราก็เจอกับหมวกคลุมผมที่เค้าพับเก็บไว้อย่างดี

ให้เรากางหมวกคลุมผมออกจนเป็นทรงนี้

สังเกตด้านในเค้าจะเป็นฟอยล์ค่ะ ซึ่งมีทรีทเม้นท์บำรุงผมตามสูตรที่เราต้องการใช้อยู่ด้านใน พร้อมสำหรับการบำรุงผม

ให้เรานำหมวกคลุมผมอันนี้สวมเข้ากับศีรษะของเราค่ะ แล้วก็พับหมวกทบไปมาให้พอดีกับศีรษะเรา จากนั้นให้เราดึงเทปกาวตรงส่วนของหางฟมวกที่ยื่นออกมาตรงนี้ออก

แล้วแปะเข้ากับหมวกคลุมผมให้ตึงพอดีกับศีรษะเรา จากนั้นให้ขยี้ที่หมวกคลุมผมเบาๆ ให้เนื้อทรีทเม้นต์เค้ากระจายให้ทั่วเส้นผมของเรา

ทิ้งเค้าไว้ประมาณ 20 นาที ในระหว่างนี้เราก็สามารถทำอะไรก็ได้ค่ะ ดูหนัง ฟังเพลง รีดผ้า กินข้าว คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่จะทำงานแบบ Work from home ก็สามารถทำได้!!! ไม่เสียเวลาในการบำรุงเส้นผมเลย ไม่ต้องเข้าร้านทำผม หรือเข้าไปสปาผมที่ไหน ทำที่บ้านด้วย IKOO Thermal Treatment  Wrap นี่แหละ สะดวกสบาย เลิศ!!! ซึ่งในระหว่างที่เราทิ้งเค้าไว้ 20 นาทีนี้ เราจะรู้สึกอุ่นๆ ที่หนังศีรษะค่ะ เพราะตัวหมวกเค้าจะค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิให้เรารู้สึกอุ่นขึ้น เพื่อเปิดเกล็ดผมให้เส้นผมได้รับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรารู้สึกดีมากเลยนะ อย่างกับการอบไอน้ำที่ร้านสปาผมดีๆ เลยล่ะ

เมื่อครบ 20 นาที เราก็สามารถแกะออกแล้วล้างออกได้ทันทีเลย ก้อยเป่าผมให้แห้ง และม้วนผมรอแล้ว!!! เห็นเลยว่าม้วนผมง่าย จัดทรงง่าย แถมอยู่ทรงแบบนี้ทั้งวันเลยนะ ผมเป็นโวลลุ่มสวยงามแบบที่เราต้องการเลย

ส่วนตัวคือชอบมาก นอกจากจะสะดวกสบายในการใช้งานแล้ว เราว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานของเค้าก็เลิศไม่แพ้กับการบำรุงผมที่ร้านทำผมดีๆ เลย ขั้นตอนการใช้ตื่นตาตื่นใจอันนี้ยอมรับ แต่ผลของการใช้งานจริงก็ดีไม่แพ้กัน เพราะเรารู้สึกว่าผมของเรามันสลวยเงางามขึ้น ม้วนผมลอนได้อยู่ทรงนานขึ้น คนรักการม้วนผมลอนแบบเราปลื้มเลย

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

สกินแคร์ใช้แล้วชอบครึ่งปี2020 วัย30+ ผิวผสม เป็นสิว-แพ้ง่าย Mid Year FAVOURITE Skincare | KoiOnusa

#สกินแคร์ใช้แล้วชอบครึ่งปีแรก 2020

วัย30+ ผิวผสม เป็นสิว แพ้ง่าย ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้น่าลองกันบ้าง บอกเลยว่าเป็นสกินแคร์ที่ใช้จริง ชอบจริง ใช้บ่อย ต้องมาบอกต่อ!! #NoSponsor

📌 ตามไปดูกันที่นี้เลย 

⚡️ ฝากกด Subscribe ด้วยนะ ^^

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

แชร์ประสบการณ์ Private JSM Online Workshop From Home เก๋ๆ ระยะทางไม่เป็นอุปสรรค!! | KoiOnusa

ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าแบรนด์เครื่องสำอางหลายๆ แบรนด์ มีโปรฯ เด็ดๆ มากระชากเงินในกระเป๋าตังค์เราหนักมาก ทั้งลด ทั้งแจก ทั้งแถม เยอะไปหม๊ดดด!! ยิ่งอยู่บ้านในช่วงกักตัว ยิ่งช้อปหนักกว่าเดิม!!!
ก้อยเห็นสิ่งนี้ในเพจ Facebook ของ JUNG SAEM MOOL ประจวบกับว่า ก้อยอยากได้คูชั่นตลับสีชมพูนั่นอยู่แล้ว คิดไปคิดมา ถ้าได้หมดทั้งเซ็ตนี้ มันคุ้มมากๆ แถมยังได้ Online Workshop วิธีสร้างผิว Glass Skin แบบสาวเกาหลี และได้ความรู้เรื่อง Personal Color ด้วย เลยจัดหนักสั่งออนไลน์ส่งตรงมาถึงบ้าน!!

อวดนิดนึง คนมันฟิน กระเป๋าสีชมพูพิ้งค์และกระจกจิ๋วๆ น่ารักมากกกกกก

ของแถมเยอะมากด้วย คุ้มสุดๆ (แต่ถ้าใครมีของบางชิ้นอยู่แล้ว ไม่อยากได้ซ้ำสามารถเปลี่ยนเป็นสินค้าตัวอื่นในราคาปกติหลังหักส่วนลดแล้วได้นะ แค่ต้องซื้อให้ครบ 3,900 บาท อันนี้แอบถามมา)

จากนั้นก้อยก็เข้าไปลงทะเบียนผ่าน Fanpage Facebook JSM แจ้งชื่อ เบอร์โทร์ Email รวมถึงเวลาที่เราสะดวก ซึ่งก้อยเลือกเป็นวันที่ 31 มีนา เวลา 14.00-14.45 น. แล้วก็รอให้ทาง JSM ส่ง ID และ Password สำหรับการเรียน Online ผ่าน App “Zoom” ซึ่งก้อยจัดแจง Download มาทันที คนมันตื่นเต้นเนอะ
หน้าตา App จะเป็นแบบนี้ ตอนเราเรียน เราแค่คลิก Link จาก Email ที่ทาง JSM ส่งมา ระบบจะพาเราเข้าสู่คลาสเรียนออนไลน์อัตโนมัติ
พอถึงวันที่เราจองเวลาเรียนไว้ ก้อยก็จัดแจงเตรียมเซ็ต JSM ที่ก้อยจัดมา รวมถึงเมคอัพอื่นๆ ที่จำเป็น ส่วน Nintendo Switch บนโต๊ะนั้นไม่เกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ครั้งนี้แต่อย่างใด แค่คนมันกำลังเห่อเกม เลยนั่งเล่นรอเวลาเฉยๆ อิอิ
ถึงเวลาเรียนของเราแล้ว!! ตื่นเต้นมากจ้าาา พี่คนสอนแต่งหน้าเราชื่อพี่สุค่ะ เป็น JSM Training สอนแต่งหน้าและให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างงานผิว Glass Skin
หัวใจหลักของเมคอัพงานผิวในการเรียนออนไลน์ครั้งนี้อยู่ที่คูชั่นตลับนี้เลย พี่สุให้เรากดคูชั้น แล้วมาแปะฝาด้านซ้ายที่เขียนว่า “Mix&Touch” เพื่อลดตัวเนื้อคูชั่นลงก่อนที่เราจะนำมาแปะลงบนผิวหน้า เพื่อให้ได้งานผิวๆ ได้ผิวใสๆ ดูเป็นธรรมชาติ และเนืาองจากคูชั้นรุ่นนี้จะให้งานผิววาวๆ เราจะยิ่งได้ผิวหน้าที่ดูใส ดูวาว ดูโกลว์ เสมือนมีน้ำอยู่ในผิวแบบอิ่มน้ำเลย
นอกจากนี้พี่สุยังสอนเรื่อง Personal Color วิธีเลือกสีการแต่งหน้าการแต่งตัวให้เข้ากับสีผิว สีตา สีผมของเราอีกด้วย อย่างก้อยนี่เป็นโทน Red Brown เพราะผมและตาสีน้ำตาลเข้ม
พี่สุหยิบชาร์ตสีที่คน Red Brown อย่างเราแต่งหน้าแต่งตัวขึ้นมาแล้วจะเหมาะ จะสวย จะเกิด ก็คือโทนแดง โทนชมพู จนไปถึงการแต่งตัวโทนเขียว
เวลา 45 นาทีในการเรียนออนไลน์ผ่านไปเร็วมาก!! สนุกและได้ความรู้ใหม่ๆ รวมทั้งยังสามารถถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจในการแต่งหน้าได้ตลอดอีกด้วย รู้สึกไพรเวทสุดๆ นี่ก็เป็นรูปก่อนเริ่มคลาส และหลังการเรียนแต่งหน้าผ่านทางออนไลน์ อันยองฮาเซโยมั้ยละ 5555+

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

แต่งหน้าหวานๆ แบ๊วๆ แก้เบื่อยามกักตัว | KoiOnusa

TN

หวานมากแหละลุคนี้ นึกสนุกอยากหยิบเซ็ตนี้มาแต่งเล่น Jeju Color Picker 2020 สีน่ารักมาก ความพีคคืออายแชโดว์ 9 สีนั้นแต่งได้เกือบทั้งหน้า คิ้ว ตา แก้ม เฉดดิ้ง ข้าใช้แค่พาเลตนี้!!  ขอมาเห่อนิดนึงแล้วกัน ในช่วงกักตัวอยู่บ้านเหงาๆ แต่งหน้าเต็มต้องมา 5555+
แต่งหน้าได้ลุคหวานๆ ประมาณนี้เลย หวานแบ๋วกรุบๆ
ขอเริ่มจากพาเลทตาอเนกประสงค์ สวอชให้ดูสี สีน่ารักมาก เค้าได้แรงบันดาลใจมาจากสีของต้นซากุระในเกาะเชจูในช่วงเดือนมีนาฯนี้แหละ ที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง
เขียนคิ้วด้วยสีน้ำตาลอมแดงอันนี้ เนื้อฝุ่นได้คิ้วธรรมชาติ
แต่งตาตามนี้เลยง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งอายไลเนอร์ด้วย เพราะใช้ในพาเลตนี้แล้วจบ !!
ปัดแก้มใสๆ เข้ากับสีตา
เฉดดิ้งจมูกด้วยสีชมพูพีชอ่อนๆ ได้เทคนิคนี้มาจากช่างแต่งหน้าเกาหลี จะได้สีที่ดูเป็นธรรมชาติเนียนกับผิว
ปัดไฮไลท์ด้วยตัวนี้ เนื้อนุ่มๆ จิ้มลงไปแล้วมันหยุ่นๆ วาวมากตัวนี้ เด็ด
ทาปากด้วยลิปเบอร์2 สีชมพูเนื้อทิ้นด์ สีสดใสมาก และติดทนมากด้วย
ฟินิชลุคด้วยกิ๊บหนีบผมหวานๆ กับถักเปียเกล้าผมขึ้นไป หวานเว่อร์!!!

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

TN

สวยให้สุดต้องไอเทมนี้! #แก้ฟันเหลืองตัวจริง #ปากหอมสดชื่น | KoiOnusa

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรามั่นใจนอกเหนือจากการแต่งหน้าคือรอยยิ้ม รอยยิ้มเป็นสิ่งวิเศษนะ เพียงแค่ยิ้มกว้างๆ 1 ที ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีกับเราไปนานเลย แต่…ความมั่นใจจากรอยยิ้มต้องมาพร้อมกับฟันที่ขาวสะอาด และกลิ่นปากที่หอมสดชื่นเมื่อเวลาที่เราพูดคุยกับคนอื่นๆ ถ้าทุกคนสังเกตจะเห็นว่า เมื่อเรายิ่งโตขึ้น ฟันของเราจะยิ่งเหลืองขึ้น ดูไม่สดใส และบางคนเริ่มมีกลิ่นปาก นั่นอาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมต่างๆ ของเราในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินแฟ การแปรงฟันไม่สะอาด หรือแม้แต่สาวๆ ที่ชอบกินชานมไข่มุกอย่างเรา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลือง ดูไม่น่ามอง ทำให้เราขาดความมั่นใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายๆ


ก้อยให้ความสำคัญกับยาสีฟันที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะ อย่างแรกเลยที่ก้อยชอบนั่นคือ ยาสีฟันจะต้องมีรสชาติที่เย็นสบายปาก ซึ่งจะช่วยให้ปากหอมสดชื่น ช่วยให้เรามั่นใจในการพูดมากขึ้น พวกยาสีฟันรสหวาน รสเค็ม หรือรสผลไม้อะไรนี่แทบจะไม่แตะ แต่ถ้าตัวไหนมีความเป็นเมนทอล ไม่แสบปากจะชอบมากเป็นพิเศษเลย ยิ่งตอนนี้อายุยิ่งมากขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่า ฟันของเราเริ่มเหลืองขึ้นทุกวันๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เลยมองหายาสีฟันสูตร Whitening มาใช้บ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจ นอกจากจะต้องแต่งหน้าสวยแล้ว ฟันเราก็ต้องสวยด้วยสินะ!! ซึ่งก่อนนี้ก้อยใช้ยาสีฟัน PureOra สูตร Strong Mint มาก่อนแล้วรู้สึกชอบที่เค้าลดคราบเหนียวที่เกิดจากแบคทีเรียได้ดี และชอบความเย็นความสดชื่นของมันมาก จนใช้หมดก็เลยใช้สูตร Mild Herb เอาใจแฟน เพราะแฟนไม่ค่อยชอบยาสีฟันเย็นมากเกินไป แต่สูตรนี้เป็นสูตรเย็นเบาๆ อ่อนโยนกับช่องปาก ซึ่งแฟนก้อยชอบมากนะ กลิ่มหอมสะอาดสดชื่น


แต่ตัวก้อยเองก็อดไม่ได้ที่จะลองของใหม่ ตามประสาคนรักสวยรักงาม อยากฟันขาวเป็นทุนเดิม เลยหยิบเจ้าสูตร Glossy White มาลองด้วย ทั้งยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากเลย ซึ่งนอกจากที่เค้าจะมีสาร Erythritol ซึ่งมีอยู่ในยาสีฟันสูตรต่างๆ ของ PureOra เป็นสารให้ความหวานที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แบคทีเรียย่อยไม่ได้จึงไม่ทำให้ฟันผุ ช่วยสลายและลดคราบเหนียวในช่องปากอันเป็นสาเหตุที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ในช่องปากได้แล้ว ยาสีฟัน PureOra สูตร Glossy White นี้ ยังมี Phytic Acid ซึ่งเป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ ช่วยดึงคราบสะสมบนผิวฟันของเราออกอย่างล้ำลึก คราบต่างๆระดับนาโนก็ถูกขจัด จึงทำให้ฟันของเรามันเงาดูขาวขึ้น ผิวหน้าฟันดูใสเงางาม ดูสดใสขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้เรามากขึ้น นั่นคือสิ่งที่แตกต่างไปจากสูตรเดิมๆ ของยาสีฟัน PureOra


ถ้าพูดถึงเรื่องความแตกต่างของสูตรเก่าก่อนนี้กับสูตรใหม่ นอกจากสูตรใหม่ที่ให้ความขาวกับผิวฟันแล้ว ถามว่าก้อยชอบอันไหนมากกว่ากัน ในเรื่องของกลิ่นหรือรสชาติแทบจะคล้ายกันมากๆ จนเกือบจะแยกไม่ได้ อย่างสูตร Mild Herb เนื้อยาสีฟันของเค้าจะมีสีขาวและทึบกว่าสูตร Glossy White แต่สุดท้ายแล้วให้ลมปากหอมสดชื่นเหมือนๆ กัน มีกลิ่นเมนทอล และมีรสชาติหวานนิดๆ ตอนเริ่มแปรงฟัน เนื้อยาสีฟันเค้าจะละลายไปกับน้ำลายของเราไวมาก ไม่เป็นเนื้อครีมที่เข้มข้นละลายยากแบบยาสีฟันบางยี่ห้อที่ก้อยเคยใช้ สรุปคือถ้าไม่เป็นคนเห่อของใหม่ ก้อยก็ชอบทั้ง 2 สูตรพอๆ กัน


อีกตัวนึงที่เราได้ลองมาเหมือนกันนั่นคือน้ำยาบ้วนปาก ก่อนนี้ปกติก้อยไม่ใช้น้ำยาบ้วนปากเลยนะ เพราะในความรู้สึกของก้อย คือมันไม่จำเป็น แค่แปรงฟันก็น่าจะพอ แต่พอยิ่งโต ก็เริ่มไม่อยากเสียเงินไปหาหมอฟัน เพราะมันแพง 5555+ ก็เลยลองใช้น้ำยาบ้วนปากดูบ้าง ซึ่งมันช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ทุกซอกทุกมุมของช่องปากเรา และช่วยให้ลมปากของเราหอมสดชื่นยาวนานมากขึ้น นี่ยอมรับว่าใช้ขวดนี้เป็นขวดแรกในชีวิตเลย รู้สึกชอบมากกกกก คือปากมันโล่ง มันเย็นสดชื่น และรู้สึกสะอาดมากขึ้นจริงๆ ที่คนบอกว่าใช้แล้วแสบปากบ้าง หรือไม่จำเป็นบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ แต่ก้อยชอบมากกก บอกตามตรงว่าไม่น่าลองเลย เพราะอาจจะติดใช้น้ำยาบ้วนปากไปตลอด 5555+ ยิ่งเป็นสูตร Glossy White ตัวนี้ด้วยแล้ว ใช้คู่กับยาสีฟันสูตร Glossy White ควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ลมปากสะอาดหอมสดชื่นและช่วยให้ผิวฟันขาวเงากระจ่างใสขึ้นด้วย แม้ว่านี่จะเป็นคนติดชานมไข่มุกมาก แถมเคยเป็นคนไม่ชอบแปรงฟันมาก่อน กลายเป็นตอนนี้ชอบแปรงฟันมากๆ ด้วยความที่อยากลมหายใจหอมสดชื่น ประกอบกับอยากฟันขาวโดยไม่ต้องไปเสียเงินทำฟันขาวด้วย หรือใครที่ไปเสียเงินฟอกฟันขาวมาแล้ว ใช้ยาสีฟันสูตร Glossy White ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยรักษาความขาวได้ยาวนานมากขึ้นนะ

อีกอย่างนึงที่ขอพูดถึงคือ หลังจากที่ได้ลองใช้แปรงสีฟันของญี่ปุ่นก็เริ่มติดใจนะ เพราะหัวแปรงของเค้ามันจะเล็กๆ พอดีกับเหงือกและฟันของสาวปากเล็กอย่างเราเลย แปรงฟันได้ง่ายมากขึ้น ขนนุ่ม รู้สึกพรีเมี่ยมเวลาแปรงฟันอ่ะไม่รู้ทำไม 5555+ ถึงขั้นต้องมีตุนไว้อีกอัน บ้าบอ !!


ก่อนนี้ก้อยจะให้แฟนหิ้วมาให้จากญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะแฟนเป็นไกด์ แต่ตอนนี้แทบไม่ต้องเสียเวลารอคอย เพราะในไทยก็มีขาย อย่างพวกร้านขายยาของญี่ปุ่น Tsuruha, Matsumoto Kiyoshi หรือ Tops, Gourmet Market และ @Cosme ก็มี ซื้อออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee ก็มี สะดวกสุดๆ เพราะส่งฟรี และไวมาก ราคาก็ไม่แพงจนเอื้อมไม่ถึง อยากให้ลองแหละ ลองแล้วจะติดใจ แต่ขอให้ใช้นานๆ ใช้อย่างสม่ำเสมอนะ จะได้เห็นผลว่ามันเวิร์คอย่างที่ก้อยมาเม้ามอยเลย

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

อะไรจะดีไปกว่ามีผิวใส หน้าไบรท์ พริบตาเดียวหน้าก็ออร่าเลย!! | KoiOnusa

ต้องเรียกได้ว่าเป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ทุกคนจริงๆ สำหรับ “Clinique iD Dramatically Different Moisturizing” เพราะเราสามารถ Mix&Match ตัว Moisturizer และตัว Booster เพื่อเสริมให้ผิวแข็งแรง นุ่ม ชุ่มชื่น พร้อมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวได้ตรงตามความต้องการของเรา ซึ่งเค้าคิดมาแล้วค่ะว่าควรมีส่วนผสมจาก Moisturizer 90% + Booster 10% เพื่อบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตัว Moisturizer ก่อนนี้เค้ามีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สูตร
– เนื้อ Jelly สำหรับทุกสภาพผิว
– เนื้อ Oil-Control Gel สำหรับผิวผสมที่ค่อนข้างมันจนถึงผิวมันมาก
– เนื้อ Lotion สำหรับผิวผสมที่ค่อนข้างแห้งจนถึงผิวแห้งมาก
และตัว Booster มีทั้งหมด 5 สูตร
– สีม่วง Line & Wrinkles สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย
– สีขาว Uneven Skin Tone สำหรับผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
– สีส้ม Fatigue สำหรับผู้ที่ต้องการความสดใสให้กับผิว
– สีฟ้า Pores & Uneven สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ไม่เรียบเนียน – สีเขียว Irritation สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
– สีเขียว Irritation สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ก้อยมี CLINIQUE iD รุ่นก่อน ใช้จนใกล้จะหมดขวดแล้วนะ ซึ่งก้อยใช้เป็นสูตรสีเขียว ที่เหมาะกับผิวระคายเคืองง่าย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแข็งแรง ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองต่างๆ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ก้อยยอมรับเลยว่าเค้าตอบโจทย์ผิวแพ้ง่ายอย่างก้อยมากทีเดียว
และตอนนี้เค้าออก Base ตัวใหม่ชื่อว่า Tone Up Gel ที่มี Transforming
Tint Release Technology ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ Primer มีเนื้อที่เป็นเม็ดสีชมพู ที่ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างกระจ่างใส ดูมีประกายมีออร่า สามารถใช้แทน Primer ก่อนแต่งหน้าได้เลยล่ะ (แต่ต้องใช้ก่อนครีมกันแดดนะจ้ะ)
และสำหรับ Booster ในครั้งนี้ ก้อยใช้สูตรซากุระค่ะ เป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพคล้ายๆ กับ Booster สูตรสีเขียว นั่นคือเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ผู้ที่อยากปรับสภาพผิวให้แข็งแรง
ให้ดู Before After หลังจากทา Tone Up Gel ในทันที จะเห็นว่าผิวดูกระจ่างใส มีออร่าขึ้น เนื้อไม่หนืดนะ แต่เกลี่ยไปซักพักจะรู้สึกว่าเนื้อเค้าหนืดขึ้นเล็กน้อย และต้องเกลี่ยเค้าดีๆ เพราะเค้ามีพิกเม้นต์อยู่ด้านใน ใช้เวลาวอร์มเนื้อบนใบหน้าพักนึงแล้วค่อยแต่งหน้าต่อ จะได้ผิวสวยๆ ใสๆ สภาพผิวเนียนๆ พร้อมสำหรับแต่งหน้าเลย
ก้อยมีอายุ 30++ ผิวผสม แถมยังขาดน้ำอีก ผิวหน้าในบางจุดไม่เรียบเนียน และที่สำคัญคือผิวแพ้ง่าย เจอฝุ่น เจอมลภาวะอย่างบ่อยเลย!! ได้เจ้า Tone Up Gel ที่ตอบโจทย์เราในทุกๆ อย่างมาใช้ก็รู้สึกแฮปปี้อยู่นะ เพราะก้อยชอบแต่งหน้าด้วยไง พอผิวใส หน้าไบรท์ มันก็รู้สึกดีที่ผิวเราสวยด้วยและพร้อมได้รับการปกป้องจากมลภาวะต่างๆ ในแต่ละวันด้วย ก็เป็นสกินแคร์ที่หลายๆ คนน่าลองใช้นะ เพราะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์กับผิวที่มีความหลากหลายในสภาพผิวและปัญหาต่างๆ เป็นไอเทมที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริงเลย
**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไปเยือนที ตาลุกวาวที JSM แบรนด์ที่รัก มักจะโดนตกทุกที | KoiOnusa

สืบเนื่องจากจะไป IKEA เพื่อซื้อผ้าม่านมาติดห้อง เลยจัดการนัดแนะเพื่อนสาวให้ไปเดินเลือกของเป็นเพื่อน เดินไปเดินมาทำให้เราตระหนักได้ว่า อย่าไปโฉบเค้าเตอร์เครื่องสำอางกับเพื่อนที่บ้าเครื่องสำอางด้วยกัน 55555+

ไอ้เราก็เดินเล่นดูของที่เค้ามาวางขายของกระจุกกระจิกที่งาน MEGA LOVE SALE ก็ดั๊นสายตาดีไปเจอ JSM ที่มาเปิดเค้าเตอร์เล็กๆ อยู่ในงานด้วย

ก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเค้าเตอร์เค้าอยู่แหละ เคยไปแวะเวียนมาที่สาขาอื่นหลายทีแล้ว ก็เหมือนจะไม่ตื่นเต้นกับอะไรอ่ะนะ

แต่ก็ตื่นเต้นจนได้แหละ สวอชสีนู่นนี่นั่นเล่น ก็เกือบจะได้เรื่องเหมือนกัน เพราะโปรฯ ที่นี้เค้าลดตั้ง 15% (ปกติที่อื่นจะลดแค่ 10%)

สวอชสีเล่นอยู่ดีๆ ก็โดนพี่ BA สิงเจ้าค่า พูดถึงสรรพคุณของเจ้าโฟมล้างหน้าเอย คลีนซิ่งเอย คลีนซิ่งออยล์เอย ยืนฟังแบบคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่นาน ฟังไปฟังมาก็ได้เรื่องจริงๆ 5555+

ได้ของกลับบ้านมากันคนละถุงจ้าาาาาา!!! ไหนว่าจะมาแค่ซื้อผ้าม่านไง อุตส่าห์ไม่เดินไปแผนกเครื่องสำอางแล้วนะ แง (หน๊องตองงงง ทำไมไม่ห้ามพี่)

กลับมาบ้านก็เลยมาเห่อหน่อย เนื่องจากตื่นเต้นมากกับคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า 2 อันนี้ที่ก้อยโดนมา เรามาดูกันว่าทำไมถึงน่าซื้อน่าใช้

ทั้งตัว Cleansing Water และ โฟมล้างหน้าของ JSM เค้ามีส่วนผสม Mineral Hydrogen Water เป็นน้ำชนิดนึงที่โมเลกุลเล็กมากๆ ทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้ทุกอณูรูขุมขน ซอกเล็กซอกน้อยบนใบหน้าเรา เค้าก็จัดการกวาดสิ่งสกปรกออกได้หมด แต่ถึงอณูจะขนาดเล็กมาก เค้ายังคงมีแร่ธาตุในการบำรุงผิวอยู่เต็ม มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid 8 ชนิด จึงช่วยให้ผิวหน้ายังคงชุ่มชื้นหลังจากการล้างหน้า และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังว่าค่อนข้างอ่อนโยน

ก้อยกลับบ้านก็เห่อใช้เลย 5555+ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางด้วย Essential Mool Cleansing Water ซึ่งตัวนี้มันน่าสนใจตรงที่พี่ BA บอกว่าที่เกาหลีเค้าจะใช้คลีนซิ่งตัวนี้เช็ดหน้าแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้เลยแบบ Quick Touch Up โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำเปล่า เพราะเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก และทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีมากๆ ตามที่ก้อยเขียนอธิบายส่วนผสมไปก่อนหน้านี้

นี่คือหน้าที่ก้อยใช้เค้าล้างหน้าออกไปครึ่งนึง รู้สึกว่าเค้าเช็ดหน้าได้สะอาดมากๆ เลยนะ แต่พวกมาสคาร่ากันน้ำนี่ยังต้องใช้ที่ Eye Remover อยู่นะ ตัวนี้ยังเอาไม่อยู่ มันทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณอื่นๆ ได้ดีเลย รู้สึกสะอาดสะอ้าน

ให้ดูผิวใกล้ๆ ว่าเช็ดหน้าแล้วผิวหน้าชุ่มชื้นจริงๆ สำหรับคนผิวแห้งแต่ขาดน้ำ(ในช่วงนี้)อย่างเราคือเลิฟมาก

ใช้สำลีประมาณ 2 แผ่นก็ทำความสะอาดใบหน้าได้หมดจด

ต่อกันด้วยโฟมล้างหน้า Essential Mool Cleansing Foam ที่เค้าบอกว่ามีสารสกัดจากต้น Yucca และดอกไม้ ช่วยต้านแบคทีเรียและไวรัส และฟองที่เกิดจากโฟมล้างหน้าตัวนี้เป็นฟองแบบที่ไม่มีสารแรงตึงผิว ซึ่งผิวที่ระคายเคืองง่ายก็สามารถใช้ได้ ที่ก้อยว่าเจ้าโฟมล้างหน้าตัวนี้มันน่าสนใจมากๆ ก็เพราะเค้ามี Emzyme Peeling จากผลไม้ แต่ไม่ใช่ AHA ช่วยกำจัดพวกเซลล์ที่ตายแล้วบนใบหน้าของเรา จึงทำให้เราแทบไม่ต้องใช้สครับมาสครับผิวบนใบหน้าเราเลย

ครั้งแรกที่เราเปิดฝาขวดออกมา กลิ่นหอมมากกกกกก หอมแบบเตะจมูกเลย บีบโฟมออกมาใช้นิดเดียว แตะน้ำเบาๆ ถูทั่วหน้าโฟมเต็มหน้าเลยจ้าแม่ เนื้อโฟมนิ่มมากๆ นุ่มนิ่มๆ ถูหน้าตัวเองเพลินเลย

พอล้างออกแล้วรู้สึกสดใส รู้สึกเฟรชมากๆ ผิวหน้าไม่แห้งตึงเลยจริงๆ

แอบสารภาพว่าหลังจากวันนั้น 2 วัน ก้อยก็แอบไปส่องของที่ MEGA บางนาอีก ไปแว๊ปๆ ที่เค้าเตอร์เค้ามาอีก แต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ 5555+ แต่…ไปโดนที่แบรนด์อื่นมาด้วยจ้า ไว้ว่างๆ จะมารีวิวของที่โดนตกมาอีกนะ วันนี้ไปก่อนละ ทั้งฟินทั้งหมดตูด 5555+

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

ถูกและดีในเซเว่น AR Lip ลิปเปลี่ยนไส้ 4 สีในแท่งเดียว สีสวยเกินเรื่อง | KoiOnusa

TN-Jeban
มีรีวิวเต็มๆ ในคลิปนี่จ้า ทาปากให้ดูแบบเต็มๆ เลย

เอาละ มาลองลิปถูกและดีไปด้วยกัน!
ลองลิปไป นึกถึงวัยเด็กไป ลิปอะไรมันตะมุตะมิแบบนี้ ครั้งแรกที่เห็นก็คิดเลยว่า ไอเดียเค้าดีนะ เปลี่ยนไส้ลิปได้เหมือนดินสอเปลี่ยนไส้เลย
AR Lip เป็นลิป 4 สีในแท่งเดียว ราคาน่ารักมากๆ มีขายใน 7-11 เรียกว่าพกพาสะดวก มี 4 สีที่ค่อนข้างครอบคลุมกับสีที่ผู้หญิงควรมี
ขนาดพอดีๆ กับมือเลยนะ ไม่ใหญ่เกินไป เป็นพลาสติกทั้งหมด ทำให้น้ำหนักค่อนข้างเบามาก
ความเก๋ไก๋ของเค้าคือมันเปลี่ยนไส้ได้แบบนี้แหละ หยิบสีบนไว้สีล่าง หรือหยิบสีล่างไว้สีบน พกไป 1 แท่ง เลือกทาได้ 4 สีเลย
สวอชให้ดูทั้ง 4 สี ก้อยว่าเป็นสีที่สวยเลยนะ ใช้ได้จริง เป็นเนื้อ Matte ที่นุ่ม ทาปากแล้วรู้สึกถึงความกำมะหยี่ๆ สีแน่นชัดมาก กลบสีปากมิด และค่อนข้างติดทนมากด้วย

ชอบนะ สีสวย ราคาน่ารัก พกพาง่าย สีลิปแน่น ลองเข้าไปส่องดูกันในเซเว่นนะ หวังว่าจะชอบรีวิวก้อยกัน ^^

 

TN-Jeban

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com