รวมไอเทม JUNGSAEMMOOL ที่ใช้แล้วปลื้ม | KoiOnusa

ก้อยมีโอกาสไปเกาหลี และตามไปซื้อของบางอย่างจากร้าน JUNGSAEMMOOL มาเมื่อต้นปี ยังพูดอยู่บ่อยๆ กับเพื่อนเลยว่าทำไมเค้าไม่เข้ามาขายในไทยสักที ก้อยว่าต้องขายดีแน่ๆ เพราะสาวๆ คนไทยที่คลั่งไคล้เมคอัพ เมื่อไปเกาหลี ยังไงๆ ทุกคนก็ต้องได้ไอเทมจาก JUNGSAEMMOOL กลับบ้านไปคนละชิ้นสองชิ้น

พอรู้ข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า JUNGSAEMMOOL จะเข้ามาขายในไทยแล้ว ก้อยตื่นเต้นสุดๆ เพราะยังมีอีกหลากหลายไอเทมที่อยากได้ และก็แอบไปเสียทรัพย์มาเรียบร้อยแล้วด้วย ฮ่าๆ เพราะราคาแตกต่างจากเกาหลีไม่มาก ได้เลือกเอง ได้สวอชเอง มีความสุขกว่าฝากใครหิ้วกลับมาเยอะ!!!

นี่คือไอเทมของ JUNGSAEMMOOL ที่ก้อยมีทั้งหมด เด็ดๆ ทั้งนั้น จริงๆ มีมากกว่านี้อีก แต่วางไว้ไหนไม่รู้ เครื่องสำอางเยอะจัดจนหาไม่เจอน่ะคิดดู!!!

เรามาเริ่มแต่งหน้าไป รีวิวไปพลางๆ

JSM Cushion-Cealer (Healthy Medium)
คุชชั่นตัวนี้เน้นการปกปิดแน่นๆ ใครมีปัญหาผิวเยอะๆ คุชชั่นตัวนี้เหมาะมาก เพราะถึงแม้เค้าจะมีคอนซีลเลอร์มาให้ แต่ก้อยแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะตัวคุชชั่นอย่างเดียวของเค้าก็ปกปิดมากแล้ว
แม้ว่าเค้าจะปกปิดมาก แต่ก้อยยังรู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน้า คุชชั่นเกลี่ยง่าย พัฟนุ่ม ใช้เวลาทาคุชชั้นเพียงพักเดียวเท่านั้นก็ได้งานผิวที่ปกปิดได้แน่นๆ แล้ว
เมื่อทาให้ดูฝั่งเดียว ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย คุชชั่นเค้าปรับสีหน้าให้สว่างขึ้นเล็กน้อย พร้อมให้งานผิวแบบกลาสสกินแต่มีความปกปิดสูง
“JSM Pro-Lasting Finish Powder”
ขอเรียกว่าแป้งฝุ่นทวยเทพ ชิ้นนี้ก้อยได้จากเค้าเตอร์ในไทยนี่แหละ เพราะตลาดเกาหลีขายดีจนขาดตลาด ตัวนี่เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื้อแป้งละเอียดและเบามาก เค้าช่วยยึดเกาะรองพื้นได้ดี ช่วยให้เมคอัพติดทน ทำให้ผิวสวยเป็นกลาสสกิน เป็นสิ่งที่ควรตำอย่างแรง!!!
แป้งฝุ่นตัวนี้เค้าคุมมันได้ดีมากเลย!! เรียกว่าตอนนี้อินกับแป้งฝุ่นตัวนี้สุด แอบกระซิบว่าก้อยตุนแป้งไว้ 1 กระปุก คือกลัวของหมดตลาดจัด ต้องกลับไปจัดมาเก็บไว้งี้!! 5555+ ถ้าสังเกตในรูปจะเห็นว่า เมื่อก้อยทาแป้งฝุ่นลงไป ผิวของก้อยจะดู Matte ทันที

มีทริคมาบอกเล็กน้อยว่า สำหรับสาวๆ คนไทยที่อยู่ในเมืองร้อน เราควรเน้นการทาแป้งฝุ่นบริเวณ T-Zone เพื่อให้แป้งช่วยคุมมันได้ดีมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก้อยใช้เกือบทุกวันเลยช่วงนี้ กำลังเห่อในความเทพของมันอยู่ รูปนี้เป็นรูปถ่ายสดจากกล้องไอโฟนแบบ No App แต่งหน้าตอน 6 โมงเช้า จนตอนนี้เวลา 13.00 น. คร่าวๆ คือ 7 ชั่วโมงผ่านไป ความมันเกิดน้อยมากกกก หน้าแทบไม่มันเลย ผิวยังดูสวยอยู่

ตัวถัดมาเป็นงานสีสันกันบ้าง!!  ก้อยชอบอายแชโดว์ของเค้ามากเลย

เริ่มจากตลับจุ๋มจิ๋มก่อน “JSM Refining Eyeshadow Double” ก้อยมีทั้งหมด 3 สี ตอนแรกมีคนให้ตัวสีน้ำตาลมาใช้ พอใช้แล้วก็ชอบเลยกลั้นใจถอยมาอีก 2 สี!! ซึ่งยังคิดอยู่อีกว่าต้องซื้อสีอื่นๆอีกให้ได้ ฮ่าๆ ตัวนี้จะเป็นอายแชโดว์ 2 แบบ ฝั่งซ้ายจะเป็นแบบฝุ่นที่เป็นชิมเมอร์เงาๆ วาวๆ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นอายแชโดว์แบบเนื้อครีม
“Saddle Brown”
สีแบบนี้ใช้งานง่าย วันไหนที่ขี้เกียจแต่งตาก็จะหยิบตัวนี้มาใช้บ่อยๆ

“Veil Peach”
สีนี้น่ารักมาก เป็นสีที่ก้อยเห็นปุ๊บก็หยิบเข้าตะกร้าปั๊บ โทนสีละมุน เกาหลี๊เกาหลี
“Pink in Joy”
สีนี้เป็นสไตล์ก้อยแหละ ชมพูหวานๆ ชอบมากเลย
ต่อมาเป็น “JSM Colorpiece Eyeshadow Prism สี Flush Up” เป็นอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับสวยสะดุดตามาก โทนชมพูอมน้ำตาลสไตล์สาวหวานแบบก้อยเลย อันนี่ก้อยก็ซื้อจากเค้าเตอร์ของ JSM ช่วงวันแรกที่เค้าเปิดตัว ชอบมากกกกกก กลิตเตอร์ละเอียดสวยมาก อยากได้อีกหลายๆ สีเลยล่ะ

และชิ้นสุดท้ายที่เราปลื้ม “JSM Artist Eye Shadow Palette สี Bloom and Peter”

ก้อยเลือกพาเลตนี้มาเพราะว่า ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า 8 สีที่อยู่ในตลับนี้เค้าแบ่งออกเป็น 2 เฉด 4 สีแรกโทนชมพู และ 4 สีหลังโทนน้ำตาล ก้อยเล็งเห็นแล้วว่ามันจะต้องใช้งานง่ายมาก และตอบโจทย์คนชอบแต่งตาแบบก้อยแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะแต่งตาไม่โทนสีน้ำตาลก็โทนสีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่
ก้อยลองแต่งตาให้ดูแบบเบาๆ นะ หลักๆ คือใช้ “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” แบบเนื้อครีมทาให้ทั่วเปลือกตา และใช้แบบชิมเมอร์ทากึ่งกลางตา หลังจากนั้นใช้สีน้ำตาลเนื้อครีมจาก“JSM Refining Eyeshadow Double สี Saddle Brown”  มาทาหางตาให้มีมิติมากขึ้น
ก้อยใช้ตัวอายแชโดว์เนื้อครีมจาก “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” มาทาแก้มด้วยนะ สีละมุนน่ารักมากกกก
และนี่คือลุคที่ได้จากการใช้ของที่เราปลื้มทั้งหมดของ JUNGSAEMMOOL ใสๆวัย 20 ขวบ (มโน ฮ่าๆๆ)
บอกเลยว่าก้อยชอบแบรนด์นี้มาก ความสวยแบบ Glass Skin แต่งหน้าแบบใสๆ แบบนี้แหละที่ก้อยชอบ ต้องไปตำอีกแน่ๆ เพราะไม่ต้องฝากใครซื้อกลับมาจากเกาหลีอีกแล้ว อยากได้อะไรวิ่งเข้าเค้าเตอร์ได้เลย แฮปปี้

รีวิวรองพื้นราคาเบาๆ ใน Watsons 5 แบรนด์ ตัวไหนเป็นยังไงรู้หมดจบที่นี้!! | KoiOnusa

พูดถึงรองพื้นที่หาซื้อง่าย ใครๆ ก็ซื้อได้ ต้องเป็นรองพื้นใน Drugstore   ราคาเบา มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกเยอะ แถมคุณภาพไม่เป็นสองรองจากสินค้าของเค้าเตอร์แบรนด์เลยนะ สมัยก่อนที่ก้อยยังไม่มีเงินมากนัก เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ ก้อยก็มี Watsons เป็นที่พึ่งนี่แหละ แบรนด์ไหนจะหน้าใหม่หรือเก่าก้อยใช้มาหมดแล้ว หน้านี้เนี่ยผ่านรองพื้นมาไม่รู้ต่อกี่แบรนด์ วันนี้เลยอยากมารีวิวรองพื้น 5 แบรนด์ที่อยู่ใน Watsons ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ให้สาวๆ ได้ฟังกันว่า ตัวไหนเป็นยังไง ควรตำรองพื้นตัวไหน ตัวไหนเหมาะกับพื้นผิวและความต้องการของฉัน!! จะได้ไม่เสียเงินซื้อรองพื้นซ้ำซ้อนแบบที่ก้อยเคยมาแล้วสมัยก่อน เริ่มกันเลยนะ!!

BK ACNE BB SUNSCREEN SPF 50+ Pa++++ Anti Pollution NF

ตัวนี้อาจจะแตกต่างจากรองพื้นตัวอื่นในที่นี้ เพราะเป็นรองพื้นสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็น Non-Comedoginic  มีซิลิโคนแต่ไม่อุดตันผิว จึงสามารถทาทับบนผิวได้หลายๆ รอบ นอกจากจะช่วยปกปิดสิวปกปิดรอยดำรอยแดงต่างๆ แล้ว เค้ายังช่วยลดปัญหาสิว ยับยั้งการเกิดสิวได้ และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้า แต่มีสิว ก็สบายใจได้มากกว่ารองพื้นตัวอื่นๆ หากใช้ BB Cream ตัวนี้ และมีกันแดดมาให้สูงมากด้วยล่ะ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรองพื้นที่ครบทั้งบำรุงผิว ช่วยลดสิว ช่วยทำให้ผิวสวยขึ้นโดยการปกปิดจุดด่างดำหรือผิวหมองคล้ำต่างๆ และยังเป็นกันแดดปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย

เนื้อ BB Cream ตัวนี้เค้าค่อนข้างหนืดกว่าใครเพื่อนในที่นี้เลย เนื้อคล้ายครีมที่สุด แต่ทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกอึดอัดผิว ผิวยังสามารถหายใจได้อยู่ เกลี่ยง่ายกว่าที่คิดไว้มาก อย่างที่บอกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างคลายครีมทาผิว จึงเซ็ตตัวไม่ไว สามารถเกลี่ยเนื้อ BB ได้ทั่วหน้าจนเรียบเนียน ข้อสังเกตคือ เค้าสามารถปกปิดสิวเม็ดใหญ่ได้เนียนกว่าตัวที่ผ่านๆ มาด้วยนะ เพราะฉะนั้นพวกรอยแดงรอยดำไม่ต้องกังวลเลย ปกปิดซะเนียนกริบ แถมยังไม่รู้สึกหนักหรือรำคาญผิวบริเวณที่มีสิว ทาทับกี่รอบก็ไม่อึดอัดผิว ข้อเสียอย่างเดียวที่ก้อยเห็นคือไม่มีเฉดสีให้เลือกเลย แต่มันกลับเข้ากับสีผิวก้อยได้ไม่ดูเข้มไม่ดูหมอง แปลกดีนะ ทั้งๆ ที่ก้อยผิวขาวถึงขาวมากด้วย ให้น้องสาวที่ผิวเข้มกว่าลองใช้ก็ดูเข้ากับสีผิวน้องเช่นกัน เพราะฉะนั้นก้อยว่าถึงแม้เค้าจะมีสีเดียวแต่ก็สามารถเข้าได้กับทุกสีผิวเลย

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. จะเห็นว่าผิวหน้ามันน้อยมาก และไม่มีคราบรองพื้นเลยจริงๆ ต่อให้ก้อยทดลองใช้กี่วัน วันแดดออก วันฝนตกอากาศชื้น ก็ไม่เห็นคราบ ในส่วนที่ปกปิดสิวก็ยังปกปิดได้เป็นอย่างดี ไม่มีหลุดลอก ถือว่าเป็น BB Cream ที่ทนมากสำหรับการใช้ชีวิตปกติประจำวัน แม้ในวันที่ก้อยขึ้นๆ ลงๆ รถ เจอทั้งฝน เจอทั้งแดดตลอดเวลาแบบนี้ เลิฟมากกกก ถึงแม้รองพื้นตัวนี้เค้าจะไม่กันน้ำ ไม่กันเหงื่อ แต่กลับได้ผลลัพธ์ระหว่างดีเลยนะ เหมาะสำหรับใช้ในวันสบายๆ หน้าไม่มัน รองพื้นไม่เยิ้ม ตอนมีสิวหนักๆ ก็หยิบตัวนี้มาใช้ประจำแหละ เพราะรู้สึกว่าสิวของเราจะปลอดภัยจากเคมีภัณฑ์ต่างๆ มากกว่าใช้รองพื้นตัวอื่น

MAYBELLINE FIT ME FOUNDATION (สี 120)

รองพื้นตัวนี้จะให้ฟินิชงานผิวแบบ Matte เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาจนถึงผิวมันนะ ข้อดีของรองพื้นตัวนี้คือมีเฉดสีให้เลือกเยอะมากกกกก มากเกินกว่ารองพื้น Drugstore ทั่วไป ก้อยเคยใช้รุ่น Fit Me ตั้งแต่รุ่นก่อนที่ขวดยังไม่เป็นหัวปั้ม ใช้จนหมดอายุแล้วเลยได้เริ่มขวดใหม่ที่มีหัวปั้ม จริงๆ เค้ามีเนื้อ Dewy ด้วยนะ สำหรับคนผิวแห้ง แต่ก้อยว่าอากาศเมืองไทยใช้เนื้อ Matte แบบนี้น่าจะเหมาะกว่า เนื้อเหลวไม่หนืดเลย ค่อนข้างเกลี่ยง่าย

เนื้อรองพื้นเค้าค่อนข้างเหลว บางเบามากๆ ปกปิดไม่มากนัก ยังเห็นรอยสิวอยู่จางๆ ปกปิดเม็ดสิวใหญ่ๆ ไม่มิด ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ รองพื้นไม่หนาและบางเกินไป ผิวยังรู้สึกหายใจได้ ไม่แน่นไม่อึดอัดผิว ใช้เป็นรองพื้นแบบ everyday look ได้ แต่ใช้ไปงานที่ต้องการความปกปิดติดทนความเนียนของผิวมากๆ ไม่ได้ดีนัก ทาบริเวณเป็นสิวเยอะๆ ไม่ช่วยปกปิดอะไรมากมายเลยนะจริงๆ แต่ก็รู้สึกสบายผิว วันไหนหน้าใสๆ ไร้สิวน่าจะใช้ตัวนี้เป็นรองพื้นของลุควันนั้นแล้วสบายหน้าสุด

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 และกลับมาบ้านถ่ายรูปตอน 17.30 ผิวหน้ามีความมัน แต่รองพื้นไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีคราบเค้กเลย ถ้าใช้กระดาษซับมันซับก็ยังใช้เมคอัพหน้านี้ได้อยู่ ถือว่าเป็นรองพื้นสำหรับ everyday look สำหรับคนที่ผิวใสอยู่แล้ว ไม่ต้องการการปกปิดมากมาย แต่ต้องการคุมมันและต้องการความมั่นใจว่ารองพื้นจะเรียบเนียนไปกับผิว ไม่มีแตก ไม่เป็นคราบ มั่นใจได้ 24 ชม. โดยที่เราจะรู้สึกสบายผิวตลอดทั้งวันเลย

L’Oréal Infallible 24H Stay Fresh Foundation (สี 130)

รองพื้นตัวนี้ให้ฟินิชงานผิวแบบซาตินนะ ไม่แมทท์ไม่โกลว์ ก้อยใช้ขวดนี้เป็นขวดที่ 2 แล้วแหละ ส่วนตัวคือปลื้มตัวนี้อยู่ไม่เบา เป็นรองพื้นที่น่าสนใจตัวนึงใน Drugstore เลย เค้าเคลมว่าปกปิดแต่บางเบา เหมือนผิวหายใจได้ รองพื้นไม่หลุด หน้าเป๊ะ 24 ชั่วโมง คำเคลมมาแรงมากๆ มีให้เลือก 8 เฉดสี ซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีกันแดดมาให้ด้วยนะ SPF 25 PA+++

รองพื้นตัวนี้เป็นเนื้อน้ำที่เนื้อค่อนข้างเหลวไม่หนืด ก้อยรู้สึกว่าเนื้อเค้าบางเบามาก เนื้อเบากว่า Maybelline อีก เกลี่ยบนผิวหน้าได้ง่ายมาก แต่แปลกที่ถึงจะรู้สึกว่าเนื้อบางเบาตอนเกลี่ยที่มือ แต่พอเกลี่ยบนหน้ากลับรู้สึกว่าเนื้อเป็นเนื้อครีมมากกว่าตัว Maybelline ปกปิดดีมากเลยแทบไม่เห็นรอยสิวหรือพวกรอยดำรอยแดงเลย สิวเม็ดเป้งๆ ก็ปกปิดได้พอสมควร อาจจะรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Maybelline เล็กน้อย แต่เหมาะสำหรับใช้ปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าได้ดีเลย ใช้เป็นรองพื้นแบบ Everyday Look ที่ต้องการการปกปิดก็ได้ หรือใช้ไปงานสำคัญๆ ต่างๆ ก็ได้นะ

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. จนตอนนี้ 17.30 น. จะสังเกตได้ว่ามีความมันเกิดขึ้น ที่ใบหน้า แต่น้อยกว่าตัว Maybelline ก้อยลองใช้วันที่มีแดด ไม่มีคราบรองพื้นเลยนะ แต่วันที่ฝนตก อากาศชื้น จะมีคราบเกิดขึ้นเล็กน้อย ร่องจมูกจะมันค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนอื่นผิวยังสวย รองพื้นยังติดทน ถือว่าเป็นรองพื้นที่เหมาะกับสภาพบ้านเรา และคนที่ต้องการการปกปิดแต่อยากได้ความรู้สึกบางเบาของผิว

Revlon Colorstay Makeup (สี 180)

รองพื้นในตำนานที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงเค้ามานาน มีหรือที่เราจะไม่มีอยู่ในกรุ ไม่มีทาง!! ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งสิ!! เห็นเค้าว่ากันว่าเป็นรองพื้นที่ดีมากถึงขนาดว่าเหมาะแก่การใช้แต่งหน้าในวันรับปริญญาเพราะมันอยู่ติดทนนาน ผิวหน้าสวย นี่วันรับปริญญาไม่ได้ใช้หรอกนะ จ้างช่างแต่งหน้าเอา 5555+ แต่ก้อยได้ทดลองใช้ในวันปกตินี่แหละ เค้าเหมาะกับคนผิวผสม หรือผิวมัน และเค้าก็มีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนะ ก้อยว่าเนื้อรองพื้นเค้าสีให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นสีที่ขาวที่สุดของเค้าแล้ว ก้อยว่าก็ยังเป็นสีที่ค่อนข้างเข้มอยู่ สีออกน้ำตาลตุ่นกว่าเพื่อนในบรรดารองพื้นที่ก้อยรีวิวในนี้เลย

เนื้อรองพื้นตัวนี้หนืดกว่า Maybelline และ Loreal แต่ไม่มากนะ แค่หนืดกว่านิดหน่อย แต่หนืดน้อยกว่าตัว BK รู้สึกได้ตอนเกลี่ยว่ามีความครีมมี่ แต่ก็ยังเกลี่ยง่ายอยู่ ยังให้ความรู้บางเบากับผิวหน้า ก้อยว่าคนผิวแห้งก็น่าจะใช้ได้อ่ะ เพราะว่าเนื้อเค้าไม่แห้งผากเลย เป็นเนื้อครีมๆ ที่ไม่หนืดมากจนเกินไป ตัวนี้ปกปิดดีสุด ดีกว่า Maybelline และ Loreal แต่จะรู้สึกหนักหน้ากว่านิดหน่อย ปิดรอยแดงรอยดำจากสิวได้เนียนดี

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 18.00 น. พบว่าหน้ามันน้อยกว่า 2 ตัวแรกอย่างเห็นได้ชัด ร่องจมูกที่เกิดความมันง่ายก็เกิดความมันน้อยกว่าที่คิดไว้ แต่มีส่วนหน้าผากที่รองพื้นหลุดนิดหน่อย เห็นไม่ชัดมาก อาจเป็นเพราะเหงื่ออกแล้วก้อยใช้มือปาดเหงื่อระหว่างวันเบาๆ แต่ไม่มีคราบเค้กบนใบหน้านะ ตกเย็นรู้สึกอึดอัดผิวนิดหน่อย แต่รู้สึกหน้าไม่มัน แฮปปี้อยู่

SRICHAND Enchanted Cover Perfect Foundation (สี 110)

รองพื้นตัวนี้มีสีให้เลือกน้อย นั่นคือ 4 เฉดสีเท่านั้น และสีเบอร์ขาวสุดที่ดูแล้วจะเหมาะกับสีผิวหน้าก้อยที่สุดก็มีความเหลืองมาก สว่างกว่ารองพื้นเบอร์ขาวสุดของรองพื้นยี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาเลย แต่ยอมรับว่าเค้าทำแพ็กเกจสวยนะ ก้อยชอบแพ็กเกจเค้าสุดเลย ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่เค้าเขียนว่าให้เขย่าก่อนใช้ แปลกมาก มีกันแดด SPF 35 PA+++ ให้ด้วยนะ

เนื้อรองพื้นตัวนี้ค่อนข้างเหลวเลย คล้ายๆ เนื้อลิขวิด เกลี่ยง่ายมาก ให้ฟินิชงานผิวแบบแมทท์ ปกปิดค่อนดีเลยแหละ พวกสิวเม็ดใหญ่ๆ ก้อยว่ามันก็ปกปิดได้ดีนะ รอยดำรอยแดงหายไปเลย เพียงแต่ก้อยรู้สึกว่าเค้าเหมาะกับผิวหน้าที่มีความชุ่มชื่น อาจจะไม่เหมาะกับสาวผิวแห้งเท่าไหร่ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย เพราะรู้สึกส่วนจมูกของก้อยที่มีความมันมาก รองพื้นมันจะไม่กลืนไปกับผิวเท่าไหร่

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่ก้อยเห็นคราบชัดที่สุด ทั้งบนหน้าผาก จมูก และคาง มีคราบเค้กที่หน้าผากชัดสุดในบรรดารองพื้นที่ก้อยพูดถึงวันนี้ แต่มันคุมมันได้ดีมากนะ หน้าแทบไม่มัน มันน้อยมาก แม้ว่าที่บริเวณร่องจมูกของก้อยจะมันง่ายกว่าส่วนอื่นๆ แต่ตัวรองพื้นตัวนี้ก้อยกลับเห็นความมันน้อยมากจริงๆ

 

และนี่ก็เป็นรองพื้น Drugstore ที่จ่ายง่ายราคาไม่แพง งบไม่ถึง 500 บาทต่อ 1 ขวด และสามารถหาซื้อได้ง่าย ร้านที่สะดวกที่สุดก็คือ Watsons นั่นแหละ มีครบทุกแบรนด์ที่ก้อยกล่าวถึงวันนี้เลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะจ้ะ กำเงินไปซื้อรองพื้นที่เข้ากับความต้องการของเรากันเลย ณ บัดนาว!! อิอิ

มาสก์แผ่นแบบหนานุ่ม Lululun One ใช้ไปฟินไป | KoiOnusa

TN-JB

ย้อนกลับไปสมัยที่มาสก์หน้าของญี่ปุ่น Lululun ฮิต ใครไปญี่ปุ่นทีก็ต้องฝากเค้าซื้อที ขนกลับมาหลากหลายสูตร ใช้วนไปเรื่อยๆ เรียกว่าก้อยใช้แทบจะทุกสูตรของเค้าแล้ว โดยเฉพาะตัว 7 days ที่มีมาสก์มากถึง 7 แผ่นในซองเดียว และราคายังน่ารักน่าคบหา ทำให้ในช่วงนั้นมาสก์หน้า Lululun ของญี่ปุ่นฮิตจริงฮิตจัง

วันเวลาผ่านไป หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เรียกได้ว่า ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อย่างมาสก์หน้า Lululun ที่ก้อยเคยฝากใครหิ้วกลับมาบ่อยๆ ก็ไม่ต้องฝากเค้าให้หนักกระเป๋าอีกแล้ว เพราะเค้ามีมาวางขายในไทยครบทุกสูตรเหมือนญี่ปุ่นเลย นอกเหนือจาก 7 days สูตรต่างๆ แล้ว ก้อยว่าสูตรนี้ก็น่าสนใจ “Lululun Fresh Mask Lululun One”
ตัวนี้ก้อยไม่แน่ใจว่ามันคือสูตรใหม่ หรือจริงๆ มีวางขายนานแล้วแต่เพิ่งเข้าไทย? แต่เห็นหน้าตาแปลกๆ ก็เลยหยิบมาลอง พลิกมาดูด้านหลังผลิตปี 2018 ก้อยว่าคงมีขายที่ญี่ปุ่นนานแล้วแหละ แต่ทำไมก้อยถึงเพิ่งเคยเห็นก็ไม่รู้ มาสก์ตัวนี้เค้ามีสรรพคุณหลักๆ ก็คือช่วยลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น กระจ่างใส

สูตรนี้แผ่นมาสก์เค้าแตกต่างจากสูตร 7 Days มาก แผ่นมาสก์ค่อนข้างหนา มีเยื่อแผ่นมาสก์ที่นุ่มและแน่น

และยังให้น้ำมาสก์มาพอสมควรเลยนะ น้ำมาสก์เค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้ ซึ่งปกติแล้ว ในสูตร 7 Days มันจะเป็นสีใสๆ นอกจากก้อยจะมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์แล้ว พวกน้ำมาสก์เหล่านี้ ก้อยก็เอามาทาคอทาแขนทาตัวต่อ ให้ผิวอ่อนเยาว์แบบทั่วถึงกัน ฮ่าๆ
ก้อยมาสก์หน้าทิ้งไว้ 20 นาที ชอบแผ่นมาสก์อันนี้จริง หนานุ่มดี ตอนมาสก์ช่วงแรกๆ ก้อยรู้สึกเหมือนแสบๆ คันๆ ที่ผิวหน้านิดหน่อย ด้วยเนื่องจากเค้ามีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากผลไม้อย่างแอ๊ปเปิ้ล และองุ่น ที่จะช่วยในเรื่องลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ แต่ผ่านไปประมาณ 5-8 นาทีความคันยุบยิบก็หายไป

นี่คือรูปก่อนและหลังใช้มาสก์ตัวนี้ เห็นชัดเลยว่ามันช่วยให้ผิวหน้าของเราชุ่มชื่นขึ้นทันที รู้สึกผิวอิ่มๆ ผิวดูสุขภาพดี ไม่แห้งเหมือนตอนก่อนมาสก์หน้า นี่ก้อยแทบไม่ต้องบำรุงอะไรเพิ่มหลังมาสก์หน้าเลย รู้สึกเหมือนตัวน้ำมาสก์เค้าเกาะผิวหน้าแน่นดี ไม่ระเหยไปอย่างรวดเร็ว

ชอบแผ่นมาสก์เค้ามากอ่ะ หนาและนุ่มนิ่มจริงจัง ก้อยว่าก้อยชอบแผ่นมาสก์ที่ไม่บางจนย้วย ชอบแผ่นหนานุ่มประมาณนี้ แผ่นมาสก์มันยึดเกาะผิวหน้าได้ดี ทำให้มันอุ้มเนื้อมาสก์มาบำรุงผิวหน้าเราได้ดีมากขึ้นด้วย

TN-JB

แต่งหน้าไป รีวิวไป กับ Mixx Makeup แบบครบเซ็ต | KoiOnusa

01.png

a02.png

มีความตื่นตะลึงตรึงใจมากกับเมคอัพในเซ็ตนี้ เครื่องสำอาง Mixx Makeup ที่จดเด่นคือสีม่วง-ชมพู เห็นปุ๊บจำได้ปั๊บ ดูจากบุคลิกแพกเกจของแบรนด์ภายนอกแล้ว แบรนด์เค้าน่าจะเน้นความสนุกสดใสแบบวัยรุ่นที่มีสีสันในชีวิต ซึ่งเมื่อก้อยเห็นเมคอัพของเค้าทั้งเซ็ต ก็อดไม่ได้ที่จะมาแต่งหน้าพร้อมรีวิวเบาๆ ให้ฟัง

a03.png

เริ่มจากงานพื้นผิวหน้า Mixx Cushion ครั้งแรกที่ก้อยเห็นตัลคุชชั่นของเค้า รู้สึกว่าคุชชั่นตัวนี้ให้อารมณ์คุชชั่นสายเกา ที่แพกเกจน่ารักมุ้งมิ้ง เปิดตลับขึ้นมาก็ยังรู้สึกเฉยๆ นะ ก็คล้ายๆ คุชชั่นทั่วๆ ไป แต่เพิ่งมาถึงบางอ้อตอนหลังว่าคุชชั่นเค้ามี 2 ชั้น มีทั้งคุชชั่นและคอลซีลเลอร์ในตลับเดียวกัน อารมณ์ 2 in 1 พกตลับเดียวได้งานผิวครบทั้งหน้า คุ้มค่าและสะดวกมาก ฟินิชลุคหลังจากทาลงบนผิวจะได้ผิวแบบแมตต์ ที่ปกปิดดีมากๆ แต่ยังรู้สึกเบาผิว สบายผิว ไม่รู้สึกหนักหนา ก้อยว่าหายากนะ คุชชั่นที่ให้งานปกปิดดีๆ แต่สบายผิวเนี่ย

a04.png

ความจริงก้อยไม่ต้องคอลซีลเลอร์เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับจุดไหนที่เป็นสิวหนักๆ เห็นรอยชัดๆ เราก็สามารถใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดเพิ่มเติมได้นะ แต่จากรูปนี้ ก้อยใช้คุชชั่นเดี่ยวๆ ก็แฮปปี้มากแล้ว ถือว่างานปกปิดเค้าทำได้ดีเลย

a05.png

คุชชั่นของเค้ามี 2 สีนะสำหรับตัวก้อยเอง ก้อยใช้สี M21 Natural Beige สำหรับคนผิวขาว แต่ก้อยทาแล้วไม่ลอย ไม่วอก หน้าไม่เทา ก้อยว่าเข้ากับสีผิวก้อยได้ดีเลยนะ

a06.png

ต่อกันด้วย Mixx Face Blush เป็นบลัชออนที่ทำมาในรูปแบบคุชชั่น ก้อยชอบบลัชออนแบบคุชชั่นมากกว่าเป็นเนื้อครีมธรรมดาๆ ตรงที่เนื้อของคุชชั่นจะค่อนข้างเกลี่ยง่ายกว่า กระจายตัวและเบลนด์ค่อนข้างง่าย และยังติดทนตลอดทั้งวันได้ดีมากกว่าบลัชออนแบบเนื้อฝุ่น แถมสียังชัดมาก แต้มไปนิดเดียวแล้วค่อยๆ เบลนด์เค้าเราก็จะได้สีแก้มนวลๆ ดูกลืนเข้ากับผิว ดูเป็นธรรมชาติ และยังไม่เปลืองเนื้อบลัชด้วยนะ

 

นี่ก้อยใช้สี M12 Maroon Beige สีออกโทนส้มทาลงบนแก้มก่อนทาแป้งฝุ่น เป็นสีที่น่ารักมาก สีชัดมากๆ แต้มมานิดเดียวเกลี่ยกระจายได้ทั่วแก้มเลย แล้วยิ่งทาเบลนด์เค้าดีๆ ให้สีอ่อนๆ จะทำให้แก้มของเราดูละมุนมากๆ

a07.png

เค้ามีทั้งหมด 3 สี โดยสี M11 Little More จะเป็นสีชมพูโทนหวานๆ วันไหนอยากได้ลุคหน้าเด็ก สายแบ๊วๆ ต้องใช้สีนี้เลย ส่วนสี M13 Woody Rose จะเป็นสีโทนชมพูแดงๆ ที่ทาแก้มแล้วจะให้ลุคที่โฉบเฉี่ยวขึ้น เป็นสาวมั่นใจอะไรประมาณนั้น แต่โดยส่วนตัวแล้ว ก้อยชอบสี M12 Maroon Beige มากที่สุด เป็นสีส้มที่ดูน่ารัก ใช้ง่าย และน่าจะเป็นสีที่หลายๆ คนโปรดปราดมากที่สุดเหมือนก้อยเช่นกัน

a08.png

ต่อด้วยลิปสติก Mixx Matte Lip ก้อยชอบลิปสติกเค้ามากเลยนะ เนื้อลิปของเค้าเวลาทาลงบนปากช่วงแรกจะให้ความชุ่มชื่นปากแบบเบาๆ เนื้อมันคล้ายๆ น้ำที่ทาปากแล้วรู้สึกเนื้อเบาบาง ซึมเข้าผิวปาก ให้ความชุ่มชื่นปาก และเป็นเนื้อลิปแบบกึ่งชายด์ กึ่งแมตต์ ก้อยชอบช่วงแรกที่ทาลิปบนปากมาก สีปากดูธรรมชาติมากๆ ด้วยเนื้อสัมผัสของเค้าที่บางเบาและมีความชุ่มฉ่ำจางๆ อยู่ในเนื้อลิป แต่ทิ้งไว้ระยะหนึ่งมันจะแมตต์ขึ้น สีเข้มขึ้นนิดๆ แต่ยังรู้สึกสบายปากเหมือนเดิม

a09.png

ลิปของเค้ามีทั้งหมด 8 สีค่ะ แต่ละสีน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย เป็นโทนน่ารักสดใสชีวิตมีสีสัน เข้ากับบุคลิคของแบรนด์เค้านั่นแหละ ก้อยชอบหลายสีในนี้นะ แต่สีที่ดูเป็นผู้ใหญ่และใช้ง่ายสุดน่าจะเป็นสี 05 Rose’ นี่แหละ ที่ก้อยทาให้เพื่อนๆ ดูด้านบน สีดีมากเลย ดูสุภาพและใช้ได้ใน every day look

a10.png

และนี่ก็เป็น Finish Look หลังจากที่ก้อยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Mixx Makeup เค้าครบทั้ง 3 ตัวนะคะ ก้อยเลือกสีโทนส้มในการแต่งหน้าลุคนี้ จะเห็นว่างานผิวจะเป็นผิวแบบแมตต์ที่ปกปิดได้ดี ไม่ลอย ไม่เทา ก้อยใช้ไฮไลท์เป็นตัวช่วยให้ผิวหน้าบางส่วนดูเงาขึ้นเท่านั้น ส่วนแก้มก็ใช้บลัชคุชชั่นแต้มและเกลี่ยจนสีบางเบาดูเป็นธรรมชาติ และทาปากเต็มริมฝีปาก จะเห็นว่าปากมีความเงาอยู่เล็กๆ ซึ่งมันช่วยให้ปากของเราดูอวบอิ่มมากขึ้น

a11.png

โดยรวมก็ค่อนข้างแฮปปี้กับเมคอัพเซ็ตนี้นะ เป็นคนบ้าเมคอัพอยู่แล้วน่ะ เห็นอะไรก็อยากลอง ยิ่งพวกสีสันเยอะๆ นี่ไม่รอด ขอให้ได้มาครอบครองและลองใช้ก็มีความสุขมากแล้ว อิอิ

 

แต่งหน้าแก้เลี่ยน ลุคหวานซ่อนเปรี้ยว | KoiOnusa

ไปดู HowTo แต่งตาเปรี้ยวๆ แบบนี้ได้ที่นี้เลย ก็รู้อยู่ว่าเราเป็นสาวหวาน!! แต่เบื่อหวานแล้วตอนนี้ อยากลุกขึ้นมาแอบเปรี้ยวบ้าง เอาพอประมาณ เปรี้ยวกรุบกริบแล้วกัน

Eyeshadow สวยๆ และ Eyeliner งามๆ ในคลิปนี้เป็นความดีงามของ  Inglot Freedom System Palette และ Duraline จ้ะแม่!! Mix&Match สีสนุกเลย

แค่เห็นเธอแล้วก็..ใจละลาย Smooto Unicorn | KoiOnusa

ต้องบอกว่าพอเห็น makeup เซ็ตนี้แล้วรู้สึกใจละลาย เพราะมาแนวสายหวาน และให้ความมุ้งมิ้งสูงมาก Concept โดยรวมสีพาสเทล Unicorn บอกเลยว่าก้อยใจบางมากจริงๆ
บรรดาเหล่าเมคอัพต่างๆ เซ็ตนี้เป็นสินค้าใหม่ของ Smooto ที่วางขายใน 7-11 นะคะ และยังคงเน้นแพกเกจน่ารัก ราคาน่าเลิฟเช่นเคย เมคอัพเซ็ตนี้ประกอบไปด้วย DD Cream, BB Powder และ Lip&Cream Blush
เรามาดูเจ้า DD Cream เป็นอย่างแรก Smooto Unicorn DD Cream สีเบอร์ 02 สำหรับผิวขาว-ผิวธรรมดา ที่จะช่วยปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แถมยังมีกันแดด SPF50 ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และมีสารสกัดจากคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์และเรียบเนียน บอกเลยว่า แค่ซองก็ดูน่าใช้มากๆ แล้ว ราคาก็น่ารัก 39 บาทเท่านั้น
ตัว DD Cream ของเค้าจะเป็นสีเนื้อ ซึ่งเป็นสีธรรมชาติของผิว เนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย และบางเบา
เมื่อก้อยลองทาลงไปบนผิวหน้า ปรากฏว่ามันช่วยปรับให้ผิวดูดีขึ้น เรียบเนียนและดูกระจ่างใสขึ้นจริงๆ อาจจะไม่ได้ปกปิดเต็ม 100 เพราะยังเห็นรอยสิวอยู่ แต่โดยรวมก็ทำให้ผิวหน้าดูใสขึ้น ก้อยใช้ทั้งวันไม่เป็นคราบเลย เพราะเนื้อเค้าค่อนข้างบางและเกาะกับผิวได้ดี แถมยังกันน้ำ กันเหงื่อด้วย
ตัวต่อไปคือแป้งผสมรองพื้น Smooto Unicorn BB Powder เบอร์ 02 สำหรับผิวขาว-ผิวธรรมดา ใครที่รู้สึกว่า DD Cream ยังปกปิดไม่สะใจ แนะนำให้ใช้แป้งของเค้าต่อเลย เพราะแป้งตัวนี้เค้าปกปิดได้ดีมากกกกก แถมเนื้อยังบางเบา สบายผิว กันน้ำ กันเหงื่อด้วยนะ
เนื้อแป้งของเค้าบางเบามาก ทาไปบนแขนจะเห็นว่ามันช่วยปรับให้สีผิวบริเวณนั้นกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น
ดูจากใต้ตาก้อยก็ได้ง่ายๆ นี่ไม่ได้ใช้คอนซีลเลอร์เลยนะ 2 ฝั่งซ้ายขวาช่างแตกต่างกันมากจริงๆ รอยคล้ำใต้ตาของก้อยดูดีขึ้นมาก มากจนก้อยก็ตกใจรูป Before ใต้ตาของตัวเอง 5555+ เพราะหลังจากทาแป้งแล้วมันดูดีขึ้นมามากจริงๆ ดูใต้ตาสว่างและกระจ่างใสขึ้นเยอะ
ดูรอยสิวก้อยที่เป็นรอยแดง แป้งตัวนี้ช่วยปกปิดไปได้อย่างแนบเนียน แถมยังรู้สึกสบายหน้า ไม่รู้สึกหนักผิวเลย ใช้ทั้งวันแป้งไม่ดรอป ไม่ทำให้หน้าเทา และคุมมันได้ดีพอสมควรเลยนะ ตลับนี้ควรมีจริงๆ อ่ะ 149 บาท ให้ความบางเบาและปกปิดดีขนาดนี้ ยอมมมมมม
และตัวสุดท้าย งานสีสรรกันบ้าง Smooto Unicorn Lip & Cream Blush เป็นครีมบลัชแบบ 3 in 1 คือใช้ได้ทั้ง ตา แก้ม ปาก คุ้มค่ามาก ซองละ 49 บาท แต่ใช้งานได้หลากหลาย ก้อยใช้แล้วชอบตรงที่เนื้อสีของเค้าติดทนมากๆ สีสวยทุกสี ไม่แปร๊ดจนเกินไป เป็นสีที่ถูกจริตก้อยมาก และมีด้ามแปรงช่วยให้ทาได้ง่ายขึ้น
เค้ามีทั้งหมด 3 สีนะ เม็ดสีแน่นมาก ปาดนิดเดียว แต่สีชัดเว่อร์
01 Sweet Pink สีชมพูนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมาก เหมาะสำหรับสาวหวานแบบก้อยสุดๆ สีไม่สว่างจนเกินไป ยังใช้ได้ในชีวิตจริง
ทาตา ทาแก้ม ทาปาก โดยรวมก็จะได้ความหวานประมาณนี้เลย
02 Orange Peach สีโทนส้มสีนี้ ออกส้มตุ่นๆ ไม่สว่าง ไม่แจ๊ด โดยปกติลิปซองที่ก้อยเจอในเฉดสีส้มส่วนใหญ่จะมีสีค่อนข้างแจ๊ดและสว่างมาก แต่สำหรับส้มนี้เป็นส้มที่สวยหรูดูดี ใช้งานง่าย
ทาตา ทาแก้ม ทาปาก ก็จะได้ความเปรี้ยวๆ ประมาณนึง เป็นสีที่ก้อยว่าทาแก้มแล้วน่ารักมาก
03 Red Rose สีนี่เป็นสีแดงตุ่นๆ ตอนทาครั้งแรก ก้อยกรี๊ดกับสีนี้มาก เพราะเป็นลิปซองสีแดงที่ทุกคนควรจะมี เป็นแดงที่อยู่ในกระแสมาก แดงตุ่นๆ แบบนี้แหละที่หลายๆ คนชอบ
บอกเลยว่าก้อยชอบสีนี้มากๆ ทาปากแล้วดูแพงมาก สีเค้าสวยมากจริงๆ อ่ะ
โดยรวมตัวครีมบลัชของเค้าเนื้อค่อนข้างนุ่มและเกลี่ยง่าย ก้อยแนะนำว่าให้ทาครีมบลัชบนแก้มก่อนทาแป้งนะ มันจะเกลี่ยง่ายกว่าทาหลังทาแป้ง นำมาทาตาแล้วเกลี่ยๆ เบลนด์ๆ สีเค้าหน่อยก็สวยแล้ว จริงๆ ใช้เดี่ยวๆ เลยก็ได้ และส่วนตอนใช้ทาปาก คือดีที่สุด กลบสีปากมิด เนื้อดูฉ่ำๆ แต่ไม่วาว ดูกำมะหยี่ ทำให้ปากดูอิ่มเอิบ ปากดูสวยมาก
หวังว่าทุกคนคงเข้าใจความใจละลายของก้อยแล้วนะ ก้อยปลื้มแป้งและสีสันของครีมบลัชที่สุดเลย ยอมรับว่าเค้าออกแบบทั้งแพกเกจและคุณภาพของสินค้าได้ออกมาดีเกินราคาจริงๆ ราคาน่ารัก สามารถซื้อครบเซ็ตได้อย่างสบายใจเลย
01.jpg

ลิปซอง JuJuNe’ เม็ดสีแน่นอะไรเบอร์นั้น | KoiOnusa

TN-JB

มาเล่นไอเทมสนุกๆ อย่าลิปซองที่ขายใน 7-11 กัน Jujune Magic Color Butter Matte Lip  ราคาตะมุตะมิ 49 บาท ก้อยเลยเอามาลองเลยครบสี ทั้งหมด 3 สี

thumbnail_IMG_6920

หน้าตาซองของเค้าน่ารักมากกก เห็นแล้วน่าหยิบจับมาใช้

thumbnail_IMG_6923

ในส่วนของพู่กันของเค้า ก้อยว่ามันแข็งไปหน่อย แต่มันสามารถจับเนื้อลิปได้ออกมาเยอะดี ทาปากได้เกือบทั่วปาก โดยแทบไม่ต้องจุ่มซ้ำ

thumbnail_IMG_6922

ลิปเค้ามีทั้งหมด 3 สีนะคะ เนื้อเค้าเป็นฟินิชแบบ Matte เนื้อแน่น เม็ดสีชัดมาก

เรามาดูกันทีละสีนะ

thumbnail_IMG_6924

No.1 Wonder Pink

thumbnail_IMG_6927

สีนี้ออกโทนสีชมพูตุ่นๆ ในบรรดา 3 สีนี้ ก้อยชอบสีนี้สุดเลย ทาแล้วดูแพงดี

thumbnail_IMG_6925

No.2 Orange Spell

thumbnail_IMG_6928

สีนี้ทำให้หน้าสว่างสดใสขึ้นมากๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเลย

thumbnail_IMG_6926

No.3 Miracle Of Red

thumbnail_IMG_6929

เป็นสีแดงที่สว่างมากๆ ทาแล้วแซ่บขึ้นมาเชียว เปรี้ยวขึ้นมามาก

thumbnail_IMG_6930

โดยสรุปนะ ก้อยว่าเนื้อลิปเค้าค่อนข้างแน่น เม็ดสีให้มาเต็มๆ เลย ทำให้กลบสีปากได้มิดเลย บอกได้คำเดียวว่าทนมาก ใช้ทั้งวันลิปยังไม่หลุดหายเลย ถ้าเทียบกับราคา ถือว่าคุ้มค่ามาก หยิบมาใช้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ใช้ได้หลายครั้ง ใช้ได้นานมากเลยล่ะ

TN-JB