Galaxy Tint สวอชให้ดูครบ!! แล้วติดทนแค่ไหนนะ…ไปดู | KoiOnusa

แวะมาป้ายยาเบาๆ กับลิปทิ้นด์ราคาน่ารัก แต่แพ็กเกจเลิศปัง คือถ้าเทียบในคุณภาพกับความน่ารักของแพ็กเกจโดยรวมแล้ว ก้อยว่ามันคุ้มค่าที่จะยอมเสียเงินซื้อนะ
เพราะนี่ชอบเนื้อลิปของเค้ามากเลย โดยปกติแล้วเนื้อทิ้นด์ที่เราเคยใช้ๆ กัน มักจะเป็นเนื้อน้ำที่ทาลงปากแล้วมันจะแห้งๆ เนื้อจะซึมๆ เข้าไปด้านในปาก จนบางทีเห็นปากแห้งปากลอก แต่สำหรับเข้าตัวนี้เนื้อชุ่มฉ่ำเยิ้มๆ เลย ก้อยชอบนะ มันชุ่มชื้นริมฝีปากดี เม็ดสีเข้มข้น แต่ยังให้ความรู้สึกเบาๆ
Galaxy Tint ของ SUPERSHADES มีทั้งหมด 20 สีนะ ก้อยสวอชสีให้ดู สีสวย สีชัด เนื้อลื่น ขนาดสวอชที่กระดาษที่สากกว่าเนื้อแขน ยังรู้สึกว่าเนื้อลื่นมากๆ และสีสวย สีชัดจริงๆ
ก้อยปลื้มเบอร์ 20 สุด ทาแค่ด้านในปากแล้วเบลนด์เค้าออกมา ปากจะดูจุบุจิบิน่าจุ๊บมาก
แต่งหน้าไม่ต้องเต็มมาก แต่ใช้ลิปเนื้อทิ้นสีสดใสๆ ทา หน้าก็ดูสดชื่นขึ้นมา ทางรอดของคนขี้เกียจแต่งหน้า คือลิปสติกสีสันสดใสแบบนี้นี่แหละ
ส่วนถามว่าติดทนมากมั้ย บอกเลยว่าไม่ได้ติดทนยาวนานตลอดทั้งวันนะ กินข้าวกินน้ำกินขนม สีลิปก็หลุดแล้ว ด้วยความที่เค้าเป็นลิปทิ้นเนื้อฉ่ำๆ ไม่ได้แห้งติดปากไปทั้งหมด แต่เมื่อผ่านมรสุมของกินมาก็จะยังเหลือสีลิปทิ้นด์ติดอยู่ริมฝีปากประมาณนึงนะ แต่ยังไงๆ เพื่อความ Complete Look ก้อยว่า ก็ต้องใช้ลิปมาทาใหม่อยู่ดี และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบเติมลิประหว่างวันอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องความติดทนยาวนานขนาดนั้น

เพื่อนๆ ชอบสีไหนกันบ้าง บอกให้ฟังบ้างนะ 🙂

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไปเยือนที ตาลุกวาวที JSM แบรนด์ที่รัก มักจะโดนตกทุกที | KoiOnusa

สืบเนื่องจากจะไป IKEA เพื่อซื้อผ้าม่านมาติดห้อง เลยจัดการนัดแนะเพื่อนสาวให้ไปเดินเลือกของเป็นเพื่อน เดินไปเดินมาทำให้เราตระหนักได้ว่า อย่าไปโฉบเค้าเตอร์เครื่องสำอางกับเพื่อนที่บ้าเครื่องสำอางด้วยกัน 55555+

ไอ้เราก็เดินเล่นดูของที่เค้ามาวางขายของกระจุกกระจิกที่งาน MEGA LOVE SALE ก็ดั๊นสายตาดีไปเจอ JSM ที่มาเปิดเค้าเตอร์เล็กๆ อยู่ในงานด้วย

ก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเค้าเตอร์เค้าอยู่แหละ เคยไปแวะเวียนมาที่สาขาอื่นหลายทีแล้ว ก็เหมือนจะไม่ตื่นเต้นกับอะไรอ่ะนะ

แต่ก็ตื่นเต้นจนได้แหละ สวอชสีนู่นนี่นั่นเล่น ก็เกือบจะได้เรื่องเหมือนกัน เพราะโปรฯ ที่นี้เค้าลดตั้ง 15% (ปกติที่อื่นจะลดแค่ 10%)

สวอชสีเล่นอยู่ดีๆ ก็โดนพี่ BA สิงเจ้าค่า พูดถึงสรรพคุณของเจ้าโฟมล้างหน้าเอย คลีนซิ่งเอย คลีนซิ่งออยล์เอย ยืนฟังแบบคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่นาน ฟังไปฟังมาก็ได้เรื่องจริงๆ 5555+

ได้ของกลับบ้านมากันคนละถุงจ้าาาาาา!!! ไหนว่าจะมาแค่ซื้อผ้าม่านไง อุตส่าห์ไม่เดินไปแผนกเครื่องสำอางแล้วนะ แง (หน๊องตองงงง ทำไมไม่ห้ามพี่)

กลับมาบ้านก็เลยมาเห่อหน่อย เนื่องจากตื่นเต้นมากกับคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า 2 อันนี้ที่ก้อยโดนมา เรามาดูกันว่าทำไมถึงน่าซื้อน่าใช้

ทั้งตัว Cleansing Water และ โฟมล้างหน้าของ JSM เค้ามีส่วนผสม Mineral Hydrogen Water เป็นน้ำชนิดนึงที่โมเลกุลเล็กมากๆ ทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้ทุกอณูรูขุมขน ซอกเล็กซอกน้อยบนใบหน้าเรา เค้าก็จัดการกวาดสิ่งสกปรกออกได้หมด แต่ถึงอณูจะขนาดเล็กมาก เค้ายังคงมีแร่ธาตุในการบำรุงผิวอยู่เต็ม มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid 8 ชนิด จึงช่วยให้ผิวหน้ายังคงชุ่มชื้นหลังจากการล้างหน้า และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังว่าค่อนข้างอ่อนโยน

ก้อยกลับบ้านก็เห่อใช้เลย 5555+ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางด้วย Essential Mool Cleansing Water ซึ่งตัวนี้มันน่าสนใจตรงที่พี่ BA บอกว่าที่เกาหลีเค้าจะใช้คลีนซิ่งตัวนี้เช็ดหน้าแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้เลยแบบ Quick Touch Up โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำเปล่า เพราะเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก และทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีมากๆ ตามที่ก้อยเขียนอธิบายส่วนผสมไปก่อนหน้านี้

นี่คือหน้าที่ก้อยใช้เค้าล้างหน้าออกไปครึ่งนึง รู้สึกว่าเค้าเช็ดหน้าได้สะอาดมากๆ เลยนะ แต่พวกมาสคาร่ากันน้ำนี่ยังต้องใช้ที่ Eye Remover อยู่นะ ตัวนี้ยังเอาไม่อยู่ มันทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณอื่นๆ ได้ดีเลย รู้สึกสะอาดสะอ้าน

ให้ดูผิวใกล้ๆ ว่าเช็ดหน้าแล้วผิวหน้าชุ่มชื้นจริงๆ สำหรับคนผิวแห้งแต่ขาดน้ำ(ในช่วงนี้)อย่างเราคือเลิฟมาก

ใช้สำลีประมาณ 2 แผ่นก็ทำความสะอาดใบหน้าได้หมดจด

ต่อกันด้วยโฟมล้างหน้า Essential Mool Cleansing Foam ที่เค้าบอกว่ามีสารสกัดจากต้น Yucca และดอกไม้ ช่วยต้านแบคทีเรียและไวรัส และฟองที่เกิดจากโฟมล้างหน้าตัวนี้เป็นฟองแบบที่ไม่มีสารแรงตึงผิว ซึ่งผิวที่ระคายเคืองง่ายก็สามารถใช้ได้ ที่ก้อยว่าเจ้าโฟมล้างหน้าตัวนี้มันน่าสนใจมากๆ ก็เพราะเค้ามี Emzyme Peeling จากผลไม้ แต่ไม่ใช่ AHA ช่วยกำจัดพวกเซลล์ที่ตายแล้วบนใบหน้าของเรา จึงทำให้เราแทบไม่ต้องใช้สครับมาสครับผิวบนใบหน้าเราเลย

ครั้งแรกที่เราเปิดฝาขวดออกมา กลิ่นหอมมากกกกกก หอมแบบเตะจมูกเลย บีบโฟมออกมาใช้นิดเดียว แตะน้ำเบาๆ ถูทั่วหน้าโฟมเต็มหน้าเลยจ้าแม่ เนื้อโฟมนิ่มมากๆ นุ่มนิ่มๆ ถูหน้าตัวเองเพลินเลย

พอล้างออกแล้วรู้สึกสดใส รู้สึกเฟรชมากๆ ผิวหน้าไม่แห้งตึงเลยจริงๆ

แอบสารภาพว่าหลังจากวันนั้น 2 วัน ก้อยก็แอบไปส่องของที่ MEGA บางนาอีก ไปแว๊ปๆ ที่เค้าเตอร์เค้ามาอีก แต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ 5555+ แต่…ไปโดนที่แบรนด์อื่นมาด้วยจ้า ไว้ว่างๆ จะมารีวิวของที่โดนตกมาอีกนะ วันนี้ไปก่อนละ ทั้งฟินทั้งหมดตูด 5555+

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

ลิปสีอุ่น Feel Autumn คอลฯ Matte Nature เฉดสีใหม่ สวยจนหัวใจหยุดเต้น | KoiOnusa

ลิปสีใหม่จ้ะแม่!! กรีดร้องดังมาก ถึงช่วงนี้บ้านเราจะไม่ Autumn แต่เป็นหน้าหนาวที่ดูเหมือนเป็นหน้า Summer ตลอดเวลา แต่ลิปคอลฯ Matte Nature จาก Giorgio Armani ก็ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาแต่งหน้าโทนอุ่น แดงๆ น้ำตาลๆ ให้ฟีล Autumn แสงแดดอันเร้าร้อนแผดเผาใจฉันสิ!!! (เดี๋ยวก่อนแม่นางงงง)
อยากจะบ้า อยากจะบ้าตาย Lip Maestro สีคอลฯ นี้เป็นสีใหม่ทั้งหมด มี 6 เฉดสี แต่ก้อยมารีวิวให้ดู 4 สีที่ก้อยมีนะ แค่ดึงลิปออกมาจากกล่องก็แทบทำกล่องหล่น หัวใจเต้นระรัว สีสวยนัวมากแม่
และอย่างที่รู้ๆ กัน เนื้อลิปรุ่นนี้เค้าเป็นลิป Matte ที่มีความเป็นเนื้อกำมะหยี่ที่นุ่มละมุนริมฝีปากมาก ใครได้ลองเป็นต้องติดลมแทบจะวิ่งไปเค้าเตอร์หาซื้อให้มันครบทุกสี คุณภาพคุ้มค่ากับราคาแบบไม่อวย เพราะก้อยชอบมากกกก เป็นลิปรุ่นที่ดีที่สุดของ Armani เค้าเลย
นี้เป็น4 สีที่ก้อยมี สวยมากกก อุ่นมากกก แต่ละสีคือรู้สึกได้ว่าสาวๆ ไม่ว่าจะสีผิวไหนก็ทาแล้วสวยอ่ะ
#102 Sandstone สีออกสีหินสมชื่อเค้านั่นแหละ น้ำตาลตุ่นๆ
#206 Cedar สีนี้ออกน้ำตาลมอแดงเป็นสีที่ขับสีผิวมากกก มีความ Autumn สุด สีดูแพง
#415 Redwood สีนี้เป็นสีแดงโทนอุ่น เป็นโทนแดงที่มีสีส้มผสมอยู่นิดๆ ทาแล้วหน้าขาวผ่องเป็นยองใย
#524 Rose Nomad สีนี้เป็นชมพูอมม่วงและติดอมแดงนิดๆ สไตล์ใบไม้แห้งสีม่วงๆ ที่ทุกคนเคยเห็นบ่อยๆ เป็นสีที่แปลกดี ทาแล้วสวยดีเหมือนกัน
เป็นไงๆ ใจสั่นมั้ย สวยมากกกกก ลองไปสวอชเล่นๆ ที่เค้าเตอร์ดูสิ เชื่อก้อยเถอะว่าเป็นลิปที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน 🙂

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

Review | ปรับสมดุลผิว…ด้วยพลังธรรมชาติ The Skin Recipes | KoiOnusa

F61B2663-6CCD-4D3B-BC63-B5C7901086D8

ดูเป็นคลิป เข้าใจง่าย ฟังเพลินๆ ^____^

ก้อยเป็นคนชอบอะไรที่ทันสมัยและโมเดิร์นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องของสกินแคร์กลับชอบอะไรที่ดูธรรมชาติสุดๆ ส่วนใหญ่ก้อยมักจะดูส่วนผสมและสิ่งที่เค้าคิดค้นใส่เข้าไปในสกินแคร์ตัวนั้นๆ หากสกินแคร์ตัวนั้นมีส่วนผสมน่าสนใจและแพ็กเกจภายนอกสวยดูดีทันสมัย ก้อยก็ตัดสินใจสอยมาลองใช้ได้ไม่ยาก

22BDA1BE-49CC-4D27-B53A-DBB4C874CE4C

แต่ก้อยเจอผลิตภัณฑ์ตัวนึงน่าสนใจ แบรนด์ไทย The Skin Recipes ตอนแรกเห็นแพ็กเกจก่อน แล้วรู้สึกว่าเจ้าตัวนี้แพ็กเกจมีความธรรมชาติสูง ใช้ลายไม้มาทำให้ผลิตภัณฑ์ดูใกล้ชิดกับธรรมชาติ แปลกดีนะ ก้อยไม่ค่อยเจอแพ็กเกจอะไรแบบนี้ เลยนั่งอ่านส่วนผสมของเค้าแล้วมันยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่

C3A3F55C-793A-43F4-A457-DD8FDD8E128D

ใครๆ ก็รู้ว่า Argan Oil มีคุณประโยชน์มากมาย เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพและมีความเป็นธรรมชาติสูง สกัดด้วยวิธีออร์แกนิคล้วนๆ เป็นส่วนผสมที่สกินแคร์ต่างๆ มักใส่เข้ามาด้วย เพราะมีส่วนประกอบที่ให้ประโยชน์ต่อผิวมาก เช่นกรดไขมันไม่อิ่มตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้กับผิวหนัง มีวิตามินอีช่วยลดความแห้งของผิว บำรุงให้ผิวเนียนนุ่ม ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำต่างๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระSqualene ด้วย

3572DBF5-4995-4BE4-AFB4-41810C5CC7B2

ที่ก้อยพูดถึงเจ้า Argan Oil เยอะขนาดนี้ เพราะมันเป็นส่วนผสมหลักใน THE SKIN RECIPES Smoothies Serum Pore Minimizing ที่ก้อยอยากพูดถึงในตอนนี้เพราะสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคุณสมบัติต่างๆ ของ Argan Oil แล้ว ก้อยอยากให้โฟกัสตรงที่ Texture ของเค้ามาในรูปแบบของเซรั่ม!! มันน่าตื่นเต้นตรงไหนหน่ะร๋อ !!? ก็เพราะว่าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมหลักๆ อย่าง Argan Oil เค้ามักจะมาในรูปแบบของน้ำมันหรือออยล์ที่มีเนื้อค่อนข้างหนักและหนาแน่น แต่เจ้า THE SKIN RECIPES Smoothies Serum Pore Minimizing มาในรูปแบบของเซรั่มเนื้อบางเบา มันช่างเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราและคนขี้รำคานอย่างก้อยสุดๆ เพราะก้อยไม่ชอบสกินแคร์ที่เหนียวเหนอะหนะหรือหนักหน้าเลยแม้แต่น้อย

นอกจากจะมีส่วนผสมหลักๆ อย่าง Argan Oil จาก Morocco แล้ว ยังมี Niacinamind จากญี่ปุ่น เป็นสารที่ช่วยลดรอยคล้ำ รอยดำรอยแดง ปรับผิวหน้าให้กระจ่างใส มี Alpha Arbutin จาก Canada ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดในเรื่องของการทำให้ผิวขาวใส และมี Witch Hazel จาก USA ช่วยลดการระคายเคืองของผิว ลดแบททีเรียอันเป็นบ่อเกิดแห่งสิวอีกด้วย ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นเลยว่าส่วนผสมของเค้า เค้าได้คัดเลือกมาจากแหล่งที่ดีที่สุด เพราะความตั้งใจแรกเกิดจากตัวเจ้าของแบรนด์เองตั้งใจทำสกินแคร์ตัวนี้มาใช้เอง จึงคัดเลือกส่วนผสมที่เห็นผลไว และไม่มีผลข้างเคียง

2A3DC970-B41C-4ECD-A772-25103DFA49AB

เจ้าตัวนี้มีเนื้อสัมผัสเป็นเซรั่มสีเหลืองอ่อน เนื้อบางเบากลิ่นหอมมากทีเดียว ตอนทาลงบนผิวรู้สึกผ่อนคลายดีเพราะกลิ่นหอมสดชื่นมาก ตัวนี้เค้าจะช่วยในเรื่องของการกระชับรูขุมขน ช่วยปรับสมดุลผิว ฟื้นฟูผิว ลดการเกินริ้วรอยต่างๆ และช่วยให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น

F6FAC225-6B66-4271-B426-1EE3A4ADCD0E

ตัวต่อมาที่ก้อยใช้ทาเช้าเย็นต่อจาก THE SKIN RECIPES Smoothies Serum Pore Minimizing เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากยิ่งขึ้นคือ THE SKIN RECIPES Juicy Moisturizer Gel Water Boost Hydration

AF882E1D-EBE0-4F80-BD45-B067B4EF5007

ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าให้ผิวของเราอิ่มฟู เนียนนุ่ม ซึ่งหัวใจหลักของผิวสุขภาพดีคือความชุ่มชื่น เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นอย่างเหมาะสม ผิวจะดูเรียบ เนียน เพราะเอนไซม์ต่างๆ บนผิวจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้เซลล์ผิวมีการผลัดตัวเองตรงตามเวลา ผิวพรรณของเราก็จะกระจ่างใสแข็งแรงเป็นต้นเหตุของการมีผิวที่สวย ลดการเกิดปัญหาต่างๆของผิวพรรณ แต่หากเมื่อใดที่ผิวเราขาดน้ำ แห้ง ผิวของเราจะเริ่มระคายเคือง อาจเกิดการอักเสบ ผิวลอก ผิวแพ้ง่าย เป็นสิว ผิวหน้าอิดโรยไม่สดใส ทำให้ผิวมีริ้วรอยง่ายขึ้นด้วยนะ ซึ่งก้อยเองเนี่ยอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ต้องให้ความสำคัญกับการเติมน้ำให้ผิวมากขึ้น เพราะระบบภายในร่างกายของเราจะเริ่มเสื่อมน้อยถอยลง เราจึงต้องดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงาม ผู้หญิงเนี่ย เมื่อถึงวัยอายุเยอะแล้ว จะแก่และมีริ้วรอยไวมากทีเดียว ก้อยเองก็เริ่มมีปัญหาเรื่องสิวผด ผื่น สิวเม็ดเล็กๆ และผิวที่รุขุมขนค่อนข้างกว้าง เจอแสงแดดแรงๆมลพิษทางอากาศเยอะๆ ก็ทำให้มีปัญหาเรื่องผิวแห้งผิวมันผิวขาดสมดุลตลอด

0E9D9F92-A2F6-420D-9D34-4D89D90A0658

THE SKIN RECIPES Juicy Moisturizer Gel Water Boost Hydration เป็นสกินแคร์ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวอย่างที่ก้อยบอกไปในข้างต้น เนื้อสัมผัสของเค้าเป็นเจลน้ำสีใสไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าเป็นสกินแคร์ เพราะเนื้อของเค้าคล้ายน้ำมาก ที่เนื้อเค้าเหลวขนาดนี้เป็นเพราะเค้าไม่มีส่วนผสมของซิลิโคลน และตั้งใจทำให้เนื้อสัมผัสซึมเข้าเซลล์ผิวหนังได้ลึกและซึมได้ดี เพราะฉะนั้นเตือนไว้เลยว่าเวลาเปิดใช้อย่าเผลอคว่ำหรือตะแคงกระปุกเชียว สายงกต้องคอยระวัง ฮ่า!!

B3E16814-480A-4782-9F31-D6B26177430E

เจ้าตัวนี้เป็นเจลที่สกัดจากโซเดียมไฮยาลูโรเนทเข้มข้นซึ่งสารตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นใต้ผิวหนังได้มาก ช่วยเติมน้ำให้ผิวทำให้ผิวชุ่มชื่น มักเป็นส่วนผสมที่อยู่ในมอยซ์เจอไรเซอร์ต่างๆ เมื่อก้อยทาลงบนผิวแล้วรู้สึกเย็นๆ คล้ายเราล้างหน้า และซึมไวมาก แต่ที่ชอบเลยคือ มันเย็น มันชุ่มชื่นจริงๆ

DA160D48-0F7D-4C19-B851-9056BCAA37B7

รูปก่อนและหลังการใช้

ก้อยใช้เจ้า 2 ตัวนี้มาอาทิตย์กว่าๆ ทุกเช้าเย็นเลยนะ ก้อยไม่แพ้ สิวไม่อุดตัน เพราะส่วนผสมของเค้าธรรมชาติมากไม่มีการแต่งสี แต่งกลิ่น ไม่มีพาราเบน เสตียรอยด์หรือปรอท แม้แต่แอลกอฮอล์ก็ไม่มี ปลอดภัยหายห่วง ผิวก้อยหลังจากได้ใช้สกินแคร์ทั้ง 2 ตัวนี้ มันมีความชุ่มชื่นขึ้น ผิวดูอิ่มฟู หลังตื่นนอน ผิวดูใสขึ้น จุดด่างดำลดเลือนลงนิดหน่อย แต่ที่สำคัญเลยคือ หน้าก้อยดูสดใส ไม่อ่อนโรย แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางติดทน ถึงแม้ช่วงนี้ก้อยจะนอนน้อย หน้าอิดโรยเพราะความเหนื่อล้า แต่ผลจากการใช้เจ้า2ตัวนี้คู่กัน ก้อยพบว่าหน้าไม่แห้งเป็นขุ่ย ผิวยังดูอิ่มฟู ยังพร้อมสำหรับการแต่งหน้าอยู่ในทุกๆ วัน

241CE7F8-8AA1-463F-8E29-4F66B0C2D209

ก้อยว่าสกินแคร์ 2 ตัวนี้คุ้มค่าคุ้มราคามากทีเดียว ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ไทย ดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ แต่คุณสมบัติภายในของเค้าเลิศทีเดียวนะ แค่เราลองเปิดใจ ศึกษาข้อมูลดูคุณสมบัติของสินค้าชิ้นนั้นสักหน่อย หาความรู้เพิ่มเติมสักนิด แล้วจะพบว่าผลิตภัณฑ์ใกล้ตัวบางอย่างมันก็ตอบโจทย์เราได้ดีไม่แพ้สินค้าจากเมืองนอกเค้าเลย

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa

Youtube : https://www.youtube.com/user/gukoiiz

Blog : https://koionusa.com

IG : http://www.instagram.com/gukoiiz

Twitter : https://twitter.com/gukoiiz