6 วิธีบำรุงขนตาจริงให้สุขภาพดี สวย หนา ไม่แพ้ขนตาปลอม | KoiOnusa

ก้อยเพิ่งไปต่อขนตามาได้ซัก 1 เดือนค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงขนตาเริ่มหลุดร่วง แอบเสียดายนะ อยากมีขนตาหนา งอน สวย ยาวแบบนี้ไปนานๆ

แต่จะให้ก้อยไปต่อขนตาบ่อยๆ นี่ทำใจไม่ได้นะ เพราะเราก็รู้อยู่เต็มอกแหละว่ามันคือการเอาสารเคมีอย่างตัวกาวต่อขนตามาอยู่ใกล้ชิดดวงตาและขนตามากๆ ซึ่งจะส่งผลให้ขนตาจริงของเราไม่แข็งแรง และมีอาการร่วงบ้างประปราย ไม่ได้นะ!!! เราไม่ยอมให้ขนตาเราเบาบางแบบนั้นหรอก มาดู 6 วิธีที่จะช่วยให้ขนตาของเราแข็งแรง มีสุขภาพดีไม่แพ้ขนตาปลอมกัน

1. ล้างมาสคาร่าทุกครั้ง


มาสคาร่ายี่ห้อไหน ราคาแพงมากแค่ไหน ก็มีส่วนผสมของสารเคมี ดังนั้นสารเคมีไม่ควรอยู่ใกล้ดวงตาข้ามวันข้ามคืน ซึ่งเป็นการทำร้ายขนตา ดีไม่ดีดวงตาเราอาจะได้รับผลกระทบไปด้วยนะ

2. ใช้คลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาทำความสะอาดขนตา


เนื่องจากคลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาค่อนข้างอ่อนโยน และสามารถทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาได้ง่ายกว่าคลีนซิ่งทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดสีจากสำลี ช่วยลดความเสียหายกับขนตา และลดริ้วรอยที่จะตามมาด้วย

3. เช็ดบริเวณรอบดวงตาอย่างเบามือ
เราไม่ควรขยี้หรือถูกบริเวณรอบดวงตาแรงๆ ควรใช้สำลีชุบคลีนซิ่งแล้วแปะลงไปที่เปลือกตาเบาๆ ประมาณ 20-30 วินาที แล้วค่อยๆ ลากสำลีออก เพื่อลดการเสียดสีของสำลีกับบริเวณรอบดวงตา   ลดความเสียหายของขนตาและลดการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาด้วย

4. ดัดขนตาอย่างเบามือ


ใช้ที่ดัดขนตาหนีบที่เส้นขนตา ไม่กระตุกขนตา แต่ค่อยๆ หนีบให้งอนเรียงยาวอย่างเบามือ ป้องกันการขาดหลุดร่วงของขนตา

5. พักการใช้มาสคาร่าบ้าง


บางครั้งคนเราก็ต้องการเวลาพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าต่างๆ ขนตาก็เช่นกัน เราไม่ควรใช้มาสคาร่าในทุกๆ ครั้งของการแต่งหน้า ควรให้ขนตาของเราได้รับการพักผ่อนบ้าง ให้ขนตาได้หายใจ ปราศจากสารเคมีบ้างนะ

6. บำรุงขนตาบ้าง
คนเราต้องการวิตามินบำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี ขนตาก็เช่นกัน เราควรบำรุงขนตาด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เลือกที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารระคายเคืองที่ทำอันตรายต่อขนตาเรา ช่วงหลังต่อขนตาก้อยใช้ Lancôme Eye and Lash Serum ตัวนี้เป็นประจำ เพราะนี่กลัวขนตาปลอมที่ต่อไว้หลุด แล้วขนตาจริงจะหลุดร่วงตาม

เค้าไม่ได้ช่วยบำรุงแค่ขนตาให้ชุ่มชื่น หนา และแข็งแรงเท่านั้น เค้ายังช่วยบำรุงบริเวณรอบดวงตา ลดรอยคล้ำใต้ตา ลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา และลดอาการบวมของรอบดวงตาด้วย

Applicator ของเค้าเป็นรูปไข่มุกสีเงิน ทำมาจากสแตนเลส สตีล ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับวงการแพทย์เค้าใช้กัน สะอาดและช่วยลดแบททีเรีย รวมถึงยังให้ความเย็นกับผิวด้วยนะ

เนื้อเซรั่มเค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้เลย

ก้อยใช้ทารอบดวงตาต่อเนื่องกันมา 2 สัปดาห์หลังต่อขนตามาได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งก้อยชอบในขณะที่เจ้า appicator สัมผัสบริเวณผิวรอบดวงตามาก เราจะรู้เย็นผิว รู้สึกสบายตา ผ่อนคลายดี และก้อยใช้ทาบริเวณแนวเส้นขนตาด้วยในตอนท้าย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับขนตาเรา!!

เนื้อเซรั่มเค้าให้ความชุ่มชื่นสูงมากจริงๆ ไม่ได้ซึมหายไป แต่ยังมีความหนึบๆ ติดอยู่รอบดวงตาตลอดทั้งคืน รู้สึกสบายดวงตาดีนะ ตื่นมาตอนเช้าดวงตาสดชื่น และได้บำรุงขนตาไปด้วย เผื่อว่าเมื่อขนตาปลอมที่ต่อมาหลุดหมด เราจะได้มีขนตาจริงๆ ของเราที่สวย งอน ยาว หนา และแข็งแรงสู้ขนตาปลอมได้บ้าง

และนี่ก็เป็น 6 วิธีดูแลขนตาจริงของเราให้สวยไม่แพ้ขนตาปลอมที่เราไปต่อมา อาจจะไม่ได้ช่วยให้หนา ฟู รวดเร็วเช่นการใช้ขนตาปลอมติด แต่รับรองได้ว่าขนตาของเราจะแข็งแรง เป็นขนตาที่สวยแบบยั่งยืนแย่นอน

S__60710953.jpg

ว่ากันด้วยน้ำหอม Her Blossom กับคนที่ไม่ค่อยใช้น้ำหอม แต่ทำไมเราถึงชอบ | KoiOnusa

พูดตามตรงว่าก้อยเป็นคนที่ไม่ได้ปลื้มน้ำหอมมากนัก จะมีอยู่ในครอบครองเป็นของตัวเองจริงๆ เพียง 2-3 ขวดเล็กๆ ที่กลิ่นค่อนข้างเบาหรือมีความเข้มข้นที่เจือจาง กลิ่นแนวสาวหวานหน่อยๆ เพราะปกติเป็นคนไม่ชอบน้ำหอมที่หอมเกินไป หรือหอมจนฉุน มันจะทำให้ก้อยรู้สึกเคืองจมูก และจามทั้งวัน ถึงขนาดว่าแฟนยอมเลิกใช้น้ำหอม เพราะก้อยเลยนะ (กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจะแรงนิดนึง)

แต่เราได้มีโอกาสทดลองใช้น้ำหอมตัวใหม่อย่าง Her Blossom จาก Burberry บอกตามตรงว่าตอนแรกก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะใช้นะ แฟนเองก็บอกว่าให้ลองเปิดใจใช้ดูก่อนมั้ย อย่ายึดติดว่าน้ำหอมทุกตัวจะต้องทำให้เราคัดจมูกจนจามทั้งวัน อ่ะ ก้อยลองฉีด ลองใช้ดูก็ได้ ก้อยลองฉีดดูที่ข้อมือ ผลปรากฏว่ากลิ่นหอมหวานมาก แฟนถึงกับปลื้มแทนก้อยว่ากลิ่นแบบนี้นู๋ใช้ได้นะ! อ้ะๆ ลองฉีดทั้งวันดูว่าเราจะจาม จะคัดจมูกมั้ย ผลปรากฏว่า ก้อยไม่คัดจมูกใดๆ ถือว่าขวดนี้เข้ากับก้อยมากนะ กลิ่นค่อนข้างหอมหวาน ละมุนละไม เป็นกลิ่นสาวหวานแบบที่เราเป็น นี่เลยใช้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

พรรณนามาเยอะแล้ว เรามารู้จักกับน้ำหอมตัวนี้ที่ก้อยยอมเปิดโลกยอมใช้กันดีกว่า ว่ามันเป็นยังไง มีอะไรน่าสนใจ

บอกก่อนเลยว่าเรางงใจกับแพ็กเกจของเค้าค่อนข้างมากนะ เพราะขวดค่อนข้างมินิมอลมากๆ เป็นดีไซน์ที่แทบจะเรียกว่า ไม่มีอะไรเลย แต่จริงๆ มันมีอะไรนะ เพราะพอเราหยิบมันมากระทบกับแสง ตัวขวดแก้วเค้าจะแวววาวสวยมากเลย ความโปร่งใสแบบนี้แหละที่จะทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อกับรูปลักษ์ของเค้า ดูเป็นน้ำหอมแบบสะอาดๆ รูปลักษ์แบบนี้เหมาะกับผู้หญิงที่ทั้งหวานและมีความเก๋ในตัว ซึ่งก้อยเพิ่งมารู้ด้วยว่า ดีไซน์ขวดน้ำหอมนี้เค้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานในอดีตของ Burberry เค้าเองนั่นแหละ และปรับแต่งฝาขวดให้เป็นสีขาว ซึ่งทาง Burberry ว่าเป็นตัวแทนของต้นบลอสซัม

แล้วต้นบลอสซั่มมันเกี่ยวอะไร?? นั่นก็เพราะ Her Blossom เค้าเป็นน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจของกลิ่นมาจากสวนต่างๆ ใน London ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทุกคนนึกถึงภาพของช่วงดอกไม้เบ่งบานออกมั้ย จินตนาการถึงความสวยงามและกลิ่นของเหล่าบรรดาดอกไม้สิ อย่างแรกที่เราจินตนาการได้เลยคือ ดอกไม้จะเป็นกลิ่นหวานๆ หอมสดชื่น ถูกมั้ย!? นั่นแหละเป็นกลิ่นที่เค้าใส่เข้าไปในน้ำหอม Her Blossom ซึ่งผสมผสานกลิ่นของดอกพลัมหรือต้นซากุระ ซิตรัส และกลีบพีโอนีเข้าไป รวมถึงนำความสดชื่นมาจากกลิ่นของส้มแมนดาริน และพิงค์ เปปเปอร์คอร์นใส่เข้าไปด้วย ถึงว่าล่ะก้อยถึงชอบกลิ่นของเค้า เพราะมันเป็นกลิ่นของสาวหวาน แต่ไม่เลี่ยนนี่เอง

โดยรวมน้ำหอมขวดนี้ให้ความรู้สึกเป็นผู้หญิงหวานแต่ไม่เลี่ยน หวานแต่มีความเท่อยู่ในตัว ถ้าใครนึกไม่ออก ให้นึกภาพบุคลิกของ Cara Delevingne ซึ่งเป็น นักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษที่ได้รับบทบาทให้ถ่ายทอดบุคลิกของน้ำหอม Her Blossom ขวดนี้

ถ้าถามว่าภาพลักษณ์ของน้ำหอม Her Blossom คืออะไร ก็ดูได้จากรูปของนักแสดงสุดเท่คนนี้เลย

ว่าด้วยการใช้ ก้อยบอกเลยว่าเราต้องฉีดบางๆ ยิ่งบางยิ่งหอม ซึ่งจริงๆ กลิ่นของเค้าชัดมากเลย แนะนำว่าให้ฉีดแค่ที่ข้อมือไกลๆ ฉีดบางๆ แล้วแต้มข้อมืออีกฝั่ง จากนั้นมาแต้มที่คอ กลิ่นจะหอมเป็นสาว Her Blossom ตลอดทั้งวันเลยล่ะ เพราะกลิ่นติดทนนาน

ไอเท็มโปรดลดราคาแรง หน้ากระจ่างใส สิวลด ผิวแข็งแรง | KoiOnusa

สวัสดีค่าสาวๆ กลางปีแล้วเทศกาลของเซลล์เยอะแยะ กำกระเป๋าไม่แน่นพอก็แพ้ไป เป็นช่วงทดสอบใจของเราชาวนักช้อปจริงๆ เดินห้างก้อยก็พยายามเดินห่างๆ ร้านเซลล์ต่างๆ ป้องกันกระเป๋าตังค์ตัวเองไว้ก่อน แต่ก็ไม่วายหางตาไปเห็นร้านโปรดอย่าง Watsons ลดราคาแรง!!! ซึ่งเป็นร้านประจำที่ก้อยชอบเข้าไปเดินเล่นอยู่แล้ว เพราะต่อจะต้องให้เสียทรัพย์ซื้ออะไร ราคาก็เป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์อยู่ดี บอกก่อนว่า Watsons ไม่ได้สปอนเซอร์ก้อยนะ รีวิวเองเพราะช่วงนี้ของใช้ประจำๆ หมดเยอะ เหมาะเจาะกับช่วงเค้าเซลล์พอดี
ก้อยพามาดูไอเทมชิ้นโปรดที่ก้อยใช้อยู่ประจำ ใช้แล้วชอบ อยากมาบอกต่อ จริงๆ ราคาเค้าน่ารักอยู่แล้วนะ แต่ตอนนี้มีโปรราคาน่ารักกว่าเดิมไปอีก เลยแอบว้าปถ่ายรูปราคาโปรแรงๆ มาแนะนำเพื่อนๆ ให้รีบไปสอยซะตอนนี้ ก่อนที่ราคาจะกลับมาปกติ
Garnier Micella Oil-Infused Cleansing Water
ต้องบอกว่านอกจากคลีนซิ่งออยล์ที่ก้อยชอบใช้แล้ว คลีนซิ่งของการ์นิเย่ตัวนี้ก้อยก็ปลิ้มมาก เพราะเค้าเป็นคลีนซิ่งที่มีออยล์ผสมอยู่ ก้อยรู้สึกว่ามันล้างเครื่องสำอางของเราได้เกลี้ยงมากๆ พวกมาสคาร่าที่จริงๆ แล้วเราต้องใช้ Makeup Remover ล้างออกเฉพาะส่วน เจ้าคลีนซิ่งตัวนี้ยังสามารถล้างมาสคาร่าออกได้เลย และที่สำคัญ ล้างเครื่องสำอางออกแล้วหน้าไม่แห้งตึง รู้สึกผิวหน้ายังชุ่มชื่นอยู่ ก้อยมีขวดเล็กเอาติดไว้พกพา และมีขวดใหญ่ด้วยนะ ปลื้มจริงจัง

เค้าลดราคาแรง ก้อยแนะนำให้ลองใช้ขวดเล็กก่อน ก้อยเองก็เริ่มต้นใช้จากขวดเล็กนี่แหละ ราคาถูกดี ตอนก้อยซื้อ ก้อยซื้อราคาปกติ 129 แต่ตอนนี้เค้าลดเหลือ 99 บาท !! คิดให้ดีคือลดลงไป 20% กว่าเปอร์เซนต์เลย ก้อยแนะนำนะ สำหรับใครที่ชอบใช้สำลีกับคลีนซิ่งแบบน้ำ ตัวนี้ทำความสะอาดเมคอัพเลิศ การทำความสะอาดผิวดีๆ จะช่วยลดสิวอุดตัน ช่วยลดสิวที่จะเกิดขึ้นได้เยอะนะ

Ziiit Wash
ไม่รู้ต้องให้พูดกี่รอบ ว่าก้อยใช้โฟมล้างหน้าตัวนี้ประจำ ก้อยรู้สึกว่าโฟมล้างหน้าตัวนี้เค้าค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวหน้ามากๆ กลิ่นหอมสดชื่น ล้างหน้าแล้วรู้สึกหน้านุ่ม ไม่แห้งตึง เพราะเค้ามี Pentavitin ที่จะช่วยเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า และดีต่อคนที่เป็นสิวด้วยนะ เพราะเค้าเป็น Non-Clog Pores ช่วยไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน

โปรฯ ตอนนี้กระชากใจมาก ราคาปกติ 270 บาท แต่เค้าจัด 1 แถม 1 แถมตัวมอยเจอร์ไรเซอร์ขวดเล็กด้วยคุ้มสุดๆ บอกเลย เพราะขวดนึงใช้ได้นาน กดมาใช้ครั้งละ 1 ปั้ม ก้อยใช้มานานมากๆ เพิ่งจะหมดเกลี้ยงก็ตอนนี้แหละ สงสัยต้องซื้อเลยตอนนี้!!!

FACELABS Hydrating Essence
เมื่อเราทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเมคอัพเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องเริ่มบำรุงผิวแล้วล่ะ เริ่มด้วยขั้นตอนแรกที่ก้อยทำเป็นประจำในทุกวันคือ ใช้น้ำตบ หรือเอสเซ้นต์ที่เนื้อบางเบาตบให้ทั่วหน้า ก้อยชอบใช้เจ้า Facelabs ตัวนี้เพราะเป็นเอสเซ้นต์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ มี Sodium Hyalironate ช่วยล็อคความชุ่มชื่นให้กับผิวยาวนานตลอดทั้งวัน และยังเหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะเค้าเป็นเวชสำอางค์ เจ้าตัวนี้จะช่วยให้ผิวเราเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล พร้อมสำหรับรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป

ราคาปกติอยู่ที่ 395 บาท แต่ตอนนี้เค้าลดราคาแรงมากกกก เกือบจะ 50% เลย เหลือ 223 บาท!!! ไม่สอยตอนนี้แล้วจะไปสอยตอนไหน

Melano CC Vitamin C Essence
หลังจากที่ใช้น้ำตบเนื้อเบาๆ ให้ผิวชุ่มชื่นแล้ว ถ้าใครอยากมีผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ หรืออยากแก้ปัญหารอยสิว แนะนำให้ใช้เจ้าเอสเซ้นต์ตัวนี้ต่อเลย Melano CC ตัวนี้เป็นของญี่ปุ่น แต่นำเข้ามาขายให้เราหาซื้อง่ายๆ ใน Watsons เค้าจะช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ช่วยลดเลือนพวกจุดด่างดำต่างๆ โดยเฉพาะรอยดำจากสิว และปรับให้ผิวหน้ากระจ่างใสด้วย เพราะเค้ามี Pure Vitamin C วิตามินเข้มข้นมากๆ ผสมอยู่ภายใน และถูกบรรจุเก็บไว้อย่างดีให้คงสภาพด้วยหลอดทึบแสง

บอกเลยว่าซื้อที่ไทยไม่ได้ต่างจากญี่ปุ่นมาก ราคาปกติ 480 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 445 บาท ราคาใกล้เคียงที่ญี่ปุ่นเข้าไปอีก ใครเคยเล็งตัวนี้ไว้ ต้องสอยตอนนี้แหละ
Glow Mori Sleeping Cream
มาถึงตัวบำรุงผิวอีก 1 ไอเท็มที่อยากแนะนำมากๆ เห็นรีวิวมาเยอะรู้สึกน่าสนใจ ก้อยว่าของๆ เค้าค่อนข้างครบครัน ตอบโจทย์ผู้ที่อยากมีผิวแข็งแรง กระจ่างใส และไร้สิว คือบางไอเท็มที่ก้อยแนะนำไป จะช่วยในบางเรื่อง แต่สำหรับตัวนี้เค้าช่วยได้พร้อมกันหลายๆ เรื่องเลย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย ผิวติดสารสเตียรอยด์ ใช้อะไรก็แพ้นี่แนะนำเลย เพราะเค้าเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% มีส่วนผสมหลักๆ คือ Golden Silk Cocoon หรือรังไหม ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ลดปัญหาผิวต่างๆ และมีส่วนผสมอีกอย่างที่สำคัญคือ PCT Argan ที่ช่วยฟื้นฟู และเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิว เพราะฉะนั้นใครมีผิวอ่อนแอ มีสิว มีผด แนะนำเลย เค้าจะเป็นเนื้อครีมสีขาว บอกตรงๆ ว่าเนื้อค่อนข้างเข้มข้นและหนักอยู่พอสมควร ก้อยเป็นคนผิวผสมหนักไปทางมัน ปกติจะไม่ค่อยชอบใช้ครีมที่เนื้อหนัก แต่เจ้าตัวนี้ก้อยใช้แล้วโอเค เนื้อเค้าไม่หนักอย่างที่คิดไว้ และค่อนข้างซึมง่าย ไม่เหนียว ไม่เหนอะหนะผิว ก้อยใช้เฉพาะก่อนนอนนะ ใช้ทุกวัน บางวันกลับบ้านดึกๆ ขี้เกียจๆ อยากนอนแล้ว ก็ทาตัวนี้เดี่ยวๆ ไปเลย ตื่นมาแล้วผิวดูโอเคขึ้นเยอะ

กระปุกเล็กใช้หมดแล้วราคาเต็มอยู่ที่ 450 บาท ถ้าใครอยากลองใช้ช่วงเวลานี้เหมาะมาก เพราะลดไปตั้งเยอะ เหลือ 350 บาท!! ใช้กระปุกเล็กก่อน ถ้าชอบแล้วค่อยซื้อกระปุกใหญ่แบบก้อยก็ได้ แอบแนบกระปุกใหญ่กับกล่องที่ซื้อเพิ่มมากลัวจะหากันไม่เจอ กระปุกใหญ่ ราคาปกติ 1,150 บาท เซลล์เหลือ 723 บาทเท่านั้นน!!

Leaders Clinic
มาสก์ตัวนี้ ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ที่ใช้มานานแรมปี เมื่อถึงคราวที่ราคาลดทีไร ต้องจัดการสอยมาตุนทุกที โดยเฉพาะสูตรสีม่วงสูตรนี้ เป็นสูตรช่วยลดเลือนรอยสิวได้เห็นผลสุดๆ ช่วงไหนที่สิวเพิ่งหาย ทิ้งรอยไว้ มาสก์วนไปเลยจ้า วันเว้นวัน รอยสิวหายแน่นอน แต่มาสก์บ่อยๆ ก็แอบเปลืองแหละ ใครจะใช้ยาแต้มสิว แต้มเฉพาะจุดก็ไม่ว่ากัน แต่ก้อยใช้ตัวนี้เพื่อผลอื่นๆ ด้วย เพราะนอกจากเค้าจะช่วยลดรอยสิวแล้ว เค้ายังช่วยการระคายเคืองผิวที่จะทำให้เกิดสิวด้วยนะ

ราคาเต็มๆ 69 บาท ไม่ค่อยได้แอ้มก้อยหรอกเอาจริงๆ เพราะ Watsons เค้าลดบ่อยนะ สำหรับยี่ห้อนี้ ลดทีก็ตุนที นี่ลดเหลือ 49 บาท โกยไปเลยจ้ะ บางสาขานี่สูตรสีม่วงหมดไวเว่อร์ หมดก่อนเพื่อนเลย เพราะฉะนั้นอย่าคิดนาน เห็นแล้วหยิบเข้าตะกร้าเลย

นี่เราเห็นว่าเซลล์ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เลยลองจับไอเท็มพวกนี้มาใช้พร้อมๆ กันดูประมาณ 2 อาทิตย์ในช่วงที่สิวกำลังเห่อพอดี ได้ผลลัพธ์แบบนี้

ก้อยว่าถ้าเรามีไอเท็มเหล่านี้ครบทุกตัว สามารถจับเป็นสกินแคร์หลักได้เลย แบบไม่ต้องมีตัวอื่นๆ เพิ่มก็ยังได้ ผิวชุ่มชื่น กระจ่างใส ไร้สิว ผิวแข็งแรง ครบเลย!! คิดเงินรวมๆ พันกว่าบาทเท่านั้น ของถูกและดี ใช้แล้วได้ผล ชิ้นโปรดทั้งนั้น มาแนะนำช่วงเค้าลดราคานี่แหละ เพื่อนๆ จะได้ไปสอยตามได้แบบคุ้มค่าเงิน

สกินแคร์สำหรับคุณผู้ชาย เอสเซ้นต์ใช้ง่ายๆ Biotherm ตอบโจทย์ | KoiOnusa

01.png

นี่ก็ใกล้ๆ วันวิวาห์ของก้อยเข้าไปเต็มที ตัวเราเองดูแลผิวพรรณรูปร่างหน้าตาของตัวเองเต็มทีแล้วล่ะ หันไปดูหน้าแฟนตัวเอง เอ๊ะๆ คุณผู้ชายคะ จะไม่คิดดูแลผิวหน้าหรืออะไรเลยร๋อ ไม่ได้นะจ้ะ เดี๋ยวเจ้าสาวออร่าจับเกินหน้าเกินตาเจ้าบ่าว เลยจับผู้มาใช้สกินแคร์ For Men ซะ

02.png

ก้อยให้คุณผู้ชายเริ่มใช้สกินแคร์ง่ายๆ อย่างน้ำตบ “Biotherm Aquapower Fermented Clear Essence” ซึ่งมีส่วนผสมหลักๆ อย่างสารสกัดจาก Life Plankton อันโด่งดังของ Biotherm มีแร่ธาตุบริสุทธิ์ 4 ชนิด ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปัญหาผิวต่างๆ และช่วยให้ผิวชุ่มชื่น มี Willow Bark Extract ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และมีวิตามิน B3 ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสด้วย

03.png

เนื้อของเค้าจะเป็นน้ำสีใสๆ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ น้ำ แต่มีความหนักกว่าน้ำเล็กน้อย คือถูไปเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่น้ำเปล่าปกติ มีกลิ่นน้ำหอมเล็กน้อย ไม่ฉุน

04.png

ก้อยลองทาที่มือ จะเห็นว่าเนื้อค่อนข้างซึมเข้าผิวไว แต่ยังกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวไว้อยู่

05.png

ปกติแล้วแฟนก้อยไม่ใช้สกินแคร์ใดๆ เลย แต่นี่แฟนก้อยคงอยากมีออร่าจับ มีงานผิวดีๆ กับเค้าล่ะมั้ง เลยยอมใช้สกินแคร์ตัวนี้แต่โดยดี ไม่บ่นสักคำ ก้อยว่าเนื้อบางเบาๆ ใช้ง่ายๆ แบบนี้แหละที่คุณผู้ชายจะชอบ ไม่ต้องมานั้งทาครีมบำรุงผิวหน้าเป็นสิบขั้นตอนแบบเราๆ กัน ฮ่าๆ

01.png

ของแปลก…มาสก์หน้าทุเรียน!!! ไม่ลองม่ายด๊ายยย | KoiOnusa

เมื่อหลายเดือนก่อน ก้อยได้ไปงานมหกรรมอาหาร แล้วเจอผลิตภัณฑ์แปลกๆ ใหม่ๆ ที่เค้าทำจากทุเรียน ทั้ง Euro คัสตาร์คเค้กไส้ทุเรียน ถั่วเคลือบช็อคโกแลตรสทุเรียน ก้อยรู้สึกมันน่าสนใจมากๆ เลยนะที่คนไทยสามารถคิดผลิตภัณฑ์อะไรจากราชาผลไม้ กลิ่นสุดแรง ขนาดว่าโรงแรมและหลายๆ สถานที่ห้ามนำเข้าไป

02.png

คือผลิตภัณฑ์พวกนี้มันน่าสนใจตรงที่ เค้าสามารถดึงดูดใจคนที่ไม่ชอบทุเรียน ให้หันมาลองชิม ลองรับประทานได้ ความสามารถในการดับกลิ่นแรงๆ ของทุเรียนนี่แหละ ที่ก้อยว่ามันน่าสนใจ และก้อยเจอมาส์กตัวนึงชื่อว่า Dureza เป็นมาสก์หน้าทุเรียน ใครที่กำลังร้อง ยี้!!! ขอให้ฟังก้อยก่อน ด้วยความที่เค้าเป็นผลไม้ เค้าก็มีดีของเค้านะจะบอกให้ และใครกำลังคิดถึงกลิ่นสุดแรงของเค้า ขอให้ฟังก้อยให้จบแล้วคุณจะเปลี่ยนความคิด

03.png

Dureza Moisturizing Cream Mask ตัวนี้เค้าเป็นมาสก์หน้าพรีเมี่ยมจากทุเรียน มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามิน A, B, C, E ซึ่งส่วนผสมทั้งหลายทั้งมวลนี้เค้าจะที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวหนัง ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และช่วยทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น แหมมม!! ราชาแห่งผลไม้จริงๆ นอกจากจะอร่อย ทำให้เราอิ่มแล้ว ยังเอามาบำรุงผิวได้ด้วยอ่ะ!!

04.png

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่นที่เนื้อนุ่มมาก เนื้อจะหยุ่นๆ แอบคล้ายเนื้อทุเรียนนิ่มๆ อยู่เหมือนกันนะ แต่สิ่งที่แตกต่างจากทุเรียนเลยคือกลิ่น!! เค้าดับกลิ่นทุเรียนไปหมดจนเรารู้สึกแฮปปี้มากที่จะใช้ กลิ่นของเค้ากลายเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหม็นฉุนใดๆ ทั้งสิ้น โอ้ววว!! คนไทยเก่งจริง ใครไม่ชอบกลิ่นทุเรียน สบายใจได้

05.png

ก้อยจะแต้มบนหน้าไป 5 จุด เพื่อให้เกลี่ยเนื้อมาสก์ได้ทั่วถึงทั้งหน้า

06.png

ตอนทามาสก์ครีมลงบนผิว รู้สึกว่าเนื้อมาสก์เค้านุ่มจริงๆ เนื้อจะลื่นๆ เกลี่ยค่อนข้างง่าย แตะๆ ที่ครีมมันจะหยุ่นๆ เนื้อครีมจะเคลือบผิวไปเลย เหมือนเราได้เอาผลไม้มาทาผิวอะไรแบบนั้น

07.png

ก้อยทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ล้างออกง่ายมากกก แล้วผิวนุ่มเลย นุ่มทันทีที่ล้างออกจริงๆ แบบไม่ได้โม้ รู้สึกสดชื่น ผิวมันตื่นขึ้น หน้ามันนุ่มขึ้น แฮปปี้กิงก่องแก้วอ่ะ ฮ่า

08.png

นี่ก้อยทดลองใช้มา 2 อาทิตย์แล้วนะ จริงๆ คือใช้ได้ทุกวันหลังล้างหน้าล้างเมคอัพหมดแล้วแหละ แต่โดยส่วนตัวเป็นคนขี้เกียจเบาๆ 555+ ก้อยจะมาสก์ วันเว้น2วันช่วงตอนกลางคืนก่อนบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ต่างๆ ให้ผิวมันนุ่มๆ ฟูๆ ก่อนได้รับการบำรุงไง เราทึ่งกับไอเดียการนำทุเรียนมาแปรรูปให้เป็นสินค้าสุดบรรเจิดอะไรแบบนี้มาก ทุเรียนเนี่ยของดีของไทยเราเลยนะ ต่างชาติอย่างชาวจีนเค้ายังโปรดทุเรียนเลย

01.png

ครีมกันแดดแบบซองที่ใช้อยู่ อันไหนเวิร์คไม่เวิร์ค มาดู !! | KoiOnusa

01.jpg

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ก้อยใช้ครีมกันแดดแบบซองมาโดยตลอด ใช้แล้วรู้สึกถูกกับหน้า พกไปต่างจังหวัดง่าย (ก้อยไปต่างจังหวัดบ่อย) และที่สำคัญเนื้อค่อนข้างบางเบาเกลี่ยง่าย วันนี้ก้อยจะรีวิวเปรียบเทียบให้ฟัง 3 ตัว ที่ก้อยกำลังเปิดใช้อยู่ในตอนนี้

02.png

ก่อนหน้านี้ก้อยใช้ของ Smooto อยู่ด้วยนะ เพียงแต่ว่าใช้จนหมดแล้ว จะซื้อใหม่ก็รู้สึกว่า แกร๊!!! แกต้องใช้ที่เหลือนี่ให้หมดก่อนมั้ย!!?? ฮ่า ก็จริง แต่ก่อนที่จะใช้หมด ขอมารีวิวให้ฟังหน่อย

03.png

Nivea Sun Protect & White SPF50+ PA+++ (ราคา 25 บาท)

04.png

ครีมซองนีเวีย เนื้อของเค้าคล้ายๆ เป็นเนื้อครีมกึ่งเซรั่มสีชมพู เกลี่ยง่าย ทาผิวแล้วไม่รู้สึกว่าผิวขาว ผิววอก หรือหน้าลอยเลย ก้อยใช้ทาก่อนแต่งหน้าแล้วเมคอัพไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบ ช่วยให้ผิวดูใสขึ้นสเต็ปนึง ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ให้ผิวที่ดูวาวๆ

05.png

Mistine Aqua Base Sun UV SPF50 PA+++ (ราคา 39 บาท)

06.png

ตัวนี้เป็นกันแดดสูตรน้ำแร่ฝรั่งเศส เป็นเนื้อครีมกึ่งเซรั่ม เนื้อค่อนข้างแมตต์ เนื้ออาจจะหนืดกว่า Nivea อยู่นิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ แต่เกลี่ยง่ายเช่นเดียวกัน ทาแล้วรู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำให้หน้าลอย หน้าวอก ใช้ทาก่อนแต่งหน้าแล้วเมคอัพไม่เป็นคราบเช่นกัน เพราะเนื้อค่อนข้างซึมไว

07.png

Cathy Doll Invisible Sun Protection SPF33 PA+++ (ราคา 20 บาท)

08.png

กันแดดตัวนี้ เนื้อต่างจากตัวอื่น เนื้อของเค้าเป็นเนื้อน้ำเหลวๆ เลย เกลี่ยง่ายที่สุด เพราะเนื้อเค้าเป็นเนื้อน้ำ แต่ต้องระวังไม่ใช้กับสกินแคร์บางตัวที่เนื้อค่อนข้างหนัก เพราะจะทำให้หน้าเป็นคราบ เป็นขุ่ยสีขาว ทำให้แต่งหน้าไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าก้อยชอบเนื้อของเค้านะ เนื้อน้ำๆ แบบนี้รู้สึกสบายผิวดี แต่แอบเปลืองอยู่ เพราะต้องใช้ในปริมาณมาก และข้อเสียอีกอย่างคือ เค้าไม่มีฝาปิดมาให้เหมือนตัวอื่นๆ ทำให้ต้องเร่งใช้ตัวนี้ให้หมดไวไว เพราะเก็บยาก กลัวหกหมดเดี๋ยวอดใช้ ฮ่า เค้าจะให้งานผิวแบบวาวๆ ฉ่ำน้ำๆ

09.png

เราทำการพิสูจน์ประสิทธิภาพในการกันแดดให้ดู แผ่นนี้เป็นแผ่นดูดซับแสงแดด เดิมจะเป็นสีเหลือง และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู หากในส่วนนั้นไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้แล้ว ก้อยวางทิ้งไว้กลางแดดจัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ดูสีที่เปลี่ยนไปจะเห็นได้ชัดเลย ในส่วนที่ก้อยไม่ได้ทากันแดด มันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเพราะมันไม่มีสารใดๆ ช่วยป้องกันแสงแดดเลย แต่ในส่วนที่ก้อยทากันแดดไว้ 3 ตัวนี้ เราสามารถเห็นสีที่เปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน ตัวที่สามารถป้องกันแสงแดดได้ดีที่สุดคือ Cathy Doll รองลงมาคือ Mistine และตัวที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้น้อยสุดคือ Nivea

ก้อยขอสรุปให้ฟังอีกทีนะ แบบเรียงลำดับตามหัวข้อต่างๆ

ความสามารถในการปกป้องผิวจากแสงแดด
Cathy Doll > Mistine > Nivea

ความเกลี่ยง่าย
Cathy Doll > Nivea > Mistine

แพ็กเกจ
Mistine = Nivea > Cathy Doll

10.png

โดยสรุป ถ้าให้เลือกใช้ในบรรดากันแดด 3 ตัวนี้ ก้อยเลือก Mistine นะ เนื่องด้วยเป็นกันแดดที่ช่วยปกป้องแสงแดดได้ดีในระดับนึงหากเราทาทั่วหน้าดีๆ และเนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย ถึงเนื้อจะข้นกว่าตัวอื่นๆ ใน 3 ตัว แต่เนื้อยังบางเบา เบาสบายผิว ไม่ทำให้หน้าเป็นคราบ ชอบที่เป็นเนื้อแมตต์ ในขณะที่ตัวอื่นเป็นเนื้อวาวๆ และแพ็กเกจมีฝาปิด เก็บง่าย พกพาสะดวก ไว้มีโอกาสจะมารีวิวกันแดดซองตัวอื่นๆ เพิ่มเติมอีกนะ นี่ติดใจกันแดดซองจริงจัง

Haul แกะเป๋าจุกๆ เห่อของใหม่จาก Sephora Fall 19 | KoiOnusa

มา Haul ของในกระเป๋าต่อจากที่พาไปอัพเดทของใหม่ที่จะวางขายใน Sephora ช่วง Fall 2019 นี้

กระเป๋าแน่นและหนักมากจ้าแม่ เปิดเป๋าจุกๆ ไปเลยจ้า
^_______^