เห่อ Lancome L’absolu rouge intimatte ลิปเบลอแมตต์ แมตต์ยังไงให้นุ่มอย่างนี้!! | KoiOnusa

วันนี้ได้ฤกษ์มารีวิวลิปสติกตัวใหม่ล่าสุดจาก Lancome ที่ใจจริงเราเห็นแค่โฆษณาจากต่างประเทศก็รู้สึกขนลุกแล้ว เพราะสีสวย แพ็กเกจสวย พอดูรวมๆ กันแล้ว ดูเลอค่าไปหมด ~ 

ลิปรุ่นนี้มีชื่อว่า “L’Absolu Rouge Intimatte” เป็นลิปที่มีแพ็กเกจด้านนอกเป็นสีชมพูเงาๆ ให้ความรู้สึกหรูหราปนคุณหนู ชวนจับ ชวนสัมผัสมากๆ อดบอกตามตรงไม่ได้เลยว่า เราแพ้แพ็กเกจหรูๆ และมีความละมุนละไมแบบนี้ขนาดไหน

อีกอย่างที่เราชื่นชอบในแพ็กเกจลิปสติกของ Lancome นั่นคือ วิธีการดึงลิปออกมาใช้ Lancome เค้าออกแบบผลิตภัณฑ์ของเค้าให้มีลูกเล่น จนเราอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้ หากเราต้องการจะหยิบจับมาใช้ เพียงแค่กดปุ่มตรงรูปกุหลาบด้านบนของลิปสติก ลิปสติกของเราก็เด้ง แยกชิ้นส่วนออกเป็น 2 ส่วน

เราต้องขอปรบมือให้ตรงนี้ดังๆ เพราะลูกเล่นตรงนี้มีส่วนทำให้เจ้าของลิปสติกอยากหยิบจับขึ้นใช้มากขึ้นจริงๆ

วันนี้ก้อยมารีวิว 5 สี จากทั้งหมด 14 สีในคอลฯ นี้นะคะ ดูแต่ละสีสิ สีสวยน่าลองสุดๆ

หลังจากที่เราลองสวอชดูแล้ว ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่เรารู้สึกได้เลยคือ เนื้อของเค้าเป็นเนื้อแมตต์ที่มีความคล้ายแป้ง เนื้อสัมผัสเบาๆ แต่สีแน่น เนื้อลื่น สวอชง่ายมาก เพราะเค้ามี soft gliding complex ที่ช่วยให้เนื้อนุ่มลื่น และสามารถนำมาทาผสมสีกันได้ง่ายขึ้น

ลิปรุ่นนี้จุดเด่นของเค้าคือความละมุนละไมของเม็ดสี เค้ามี blurring agent เป็นสารทำให้เบลอ จึงทำให้เม็ดสีที่เราทาออกมามีความนุ่ม ดูคล้ายเนื้อแป้ง เป็นเนื้อเบลอแมตต์ที่เรียบเนียนและบางเบา

พอก้อยลองทาลงบนปากดูแล้ว เรารู้สึกได้ถึงความนุ่มลื่นจริงๆ กลบสีปากได้มิด และไม่รู้สึกหนักปากเลย บอกเลยว่าเนื้อลิปรุ่นนี้ดีมากๆ ทาปากแล้วจะได้ความเบลอๆ ฟุ้งๆ ลอยๆ แต่อาจจะติดไม่ทนนัก ต้องหมั่นคอยเติมระหว่างวัน

สีแรกที่ก้อยทาคือเบอร์ 130 เป็นสีส้มโทนสว่างที่ช่วยให้ใบหน้าสว่างขึ้นเป็นกองเลย อาจจะไม่ต้องแต่งตา ทาแก้มอะไรมากมาย ใช้ลิปสีนี้สีเดียวเอาอยู่ ใบหน้าสดใสขึ้นมาทันที วันไหนหน้าป่วยๆ ใช้สีนี้เติมความสดใสให้ใบหน้าได้ดีเลย

สีถัดมา เบอร์ 196 เป็นโทนแดงที่ติดติ่งส้มอิฐหน่อยๆ เราว่าเป็นสีที่เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการลุคผู้ใหญ่แต่มีความเปรี้ยว ความแฟชั่น ความชิคอยู่ ตอนแรกก้อยก็คิดว่าก้อยจะทาโทนนี้แล้วหน้าสูงอายุแน่ๆ แต่ปรากฏว่าทาแล้วดูภูมิฐานขึ้นมากกว่า ได้ลุคผู้ใหญ่ชิคๆ ชอบบบบบ

เบอร์ 274 เป็นโทนนู้ดที่เรียกได้ว่าคนวอแวเยอะสุด เพราะน้องเค้าเป็นสีนู้ดติ่งชมพูโทนผู้ดี ที่ทาแล้วหน้าไม่ป่วย มีความอมชมพูหน่อยทำให้ได้ลุคคุณหนูละมุนๆ เหมาะกับสาวหวาน หรือสาวไม่หวานก็ยังใช้ได้ ห้อยว่าเป็นสีที่เข้ากับลุคแต่งหน้าได้ง่าย สีเดียวใช้ได้ทุกงาน รอดทุกลุค

ถัดมาเป็นเบอร์ 282 เหมาะสำหรับสาวที่ชอบสีชมพูเป็นสีสุด เป็นสีนี้เป็นโทนชมพูแฟชั่นๆ ไม่หวานมากจนเกินไป เรียกว่าเป็นโทนชมพูแบบชิคๆ เปรี้ยว เก๋ มีสไตล์ ดูหวานก็ได้ ดูเปรี้ยวก็ได้ ชิคมากเลยชมพูโทนนี้ สีนี้ช่วยขับให้สีผิวดูอมชมพู หน้าดูสว่างขึ้นด้วยนะ

และสีสุดท้าย เลขเฮงเฮงเฮง เบอร์ 888 ขายดีที่สุดในจีนเลย และยังเป็นสีที่ซูจีใช้ในหนังเรื่อง Vagabond ด้วยนะ เป็นโทนแดงที่สวยมากกกก ตอนแรกที่สวอชมายังคิดอยู่เลยว่าจะแดงเกินไปรึเปล่า แต่พอได้ทาปากเรียบร้อยแล้วกลายเป็นว่า สีนี้ทำให้ลุคเราดูแพง ดูสง่า องค์ซูจีประทับร่าง ดูสึกมั่น รู้สึกเฉิดฉาย ได้ลุคสาวสวยไฮโซมาก ปลื้มสุดๆ

ถ้าให้แนะนำสีที่ควรมีนะ เราขอเลือก 274 ที่ทาได้แบบ Everyday Look กับ 888 ที่ได้ลุคสาวเปรี้ยว มั่นใจ ดูแพง 2 สีนี้ควรค่าแก่การครอบครอบสุดๆ เป็น 2 สีที่ก้อยชอบมากที่สุดด้วยล่ะ

เรากล้าพูดตรงนี้เลยว่า เนื้อลิปดีจริงๆ เนื้อนุ่ม เบาสบายปาก ละมุนละไมจนอยากจะล่องลอย

ถ้าใครสนใจ ก็ลองไปสวอชสีดูกันได้ที่เค้าเตอร์ Lancome ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปได้เลย รับรองว่าไม่มีผิดหวัง มีแต่จะอยากได้เพิ่มแหละ อิอิ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

ลิปออแกนิค สายธรรมชาติ ดีต่อปาก ดีต่อใจ | KoiOnusa

ก้อยเป็นคนกินน้ำน้อยค่ะ มีปัญหาเรื่องผิวแห้งขาดน้ำยังไม่พอ ปากก้อยเองก็แตกแห้งเป็นประจำ ใช้ลิปบำรุงมาโดยตลอดนะ แต่บอกตรงๆ ว่ายังไม่เคยลองใช้ลิปบำรุงสายธรรมชาติ หรือออกแนวๆ ออแกนิคสักที

ก้อยได้ลองใช้ลิปบำรุงออแกนิคของยี่ห้อ Lovella Organics ดูพักนึง ชอบสโลแกนที่เค้าบอกว่า “So natural all you can eat” 100% organic and natural. นั่นคือเค้าเคลมแบรนด์ตัวเองไว้ว่ามีส่วนผสมเป็นออแกนิคและมีความเป็นธรรมชาติถึง 100% จนคุณสามารถกินมันเข้าไปได้!! เรียกว่าสะกิดใจก้อยมากเลยทีเดียว เลยหยิบมาใช้แบบไม่ลังเลใจ คนแพ้ง่ายฟังคำเคลมนี้แล้วก็สบายใจได้ หยิบมาใช้ได้แบบไม่ต้องลังเล ยิ่งช่วงนี้ก้อยอินกับพวกลิปวาวๆ เนื้อกลอสๆ นั่นก็เพื่อปกปิดความปากแห้งปากแตกของตัวเองนี่แหละ ได้เวลาบำรุงอย่างจริงจัง และก้อยเองก็อยากมาเล่าสู่กันฟังว่าใช้แล้วรู้สึกยังไง
ก้อยได้ทดลองใช้ลิป 2 รุ่น 2 แบบ นั่นคือ Organics Lip Treatment ที่เป็นลิปบำรุงไม่มีสี และ Healthy Tinted Lip Balm ที่เป็นลิปบำรุงแบบมีสีระเรื่อๆ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ เค้ามีจุดมุ่งหมายของผลลัพธ์ไปในทางเดียวกันนั้นคือ ช่วยให้ผิวปากชุ่มชื่นและช่วยแก้เรื่องริมฝีปากคล้ำ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกันที่จุดมุ่งหมายในการใช้ในแต่ละโอกาสเท่านั้น
สำหรับใครที่ต้องการบำรุงริมฝีปากอย่างจริงจัง ต้องการใช้ลิปบำรุงเช้าเย็นตลอดจนกลางคืนในเวลานอนเพื่อบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดีขึ้น ต้องใช้ Organics Lip Treatment ซึ่งก้อยใช้เป็นกลิ่นกุหลาบ เป็นกลิ่น Signature ของเค้าเลย มีกลิ่นกุหลาบหอมอ่อนมากๆ ไม่มีสี ผู้ชายก็สามารถใช้ได้

เนื้อของเค้าค่อนข้างนุ่มมาก เนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ สบายริมฝีปาก และให้ความชุ่มชื่นดีพอสมควรเลย ก้อยหยิบมาทาไม่บ่อยมากในแต่ละวัน เพราะเนื้อลิปยังเคลือบริมฝีปากก้อยไว้ได้อย่างดีหลายชั่วโมงเลย

เราสามารถทาลิปตัวนี้ตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมงได้นะ รวมถึงขณะที่เราหลับด้วย ก้อยทดลองใช้ทาตอนกลางคืน ตื่นทาตอนเช้าปากยังชุ่มชื่นอยู่เลย แถมได้ปากนุ่มๆ ด้วย นี่ลองใช้มาประมาณ 1 สัปดาห์แบบขยันๆ ทา ก้อยก็เห็นการเปลี่ยนแปลงเลยว่า ผิวของริมฝีปากก้อยที่แห้งๆ ดูผิวแตกๆ มันเรียบเนียนขึ้น ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้นแบบเห็นได้ชัด ถ้าใช้ไปนานๆ เค้าจะช่วยลดความคล้ำของริมฝีปากด้วยนะ และเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก ไม่มีสารอันตราย เด็กหรือคนท้องก็สามารถใช้ได้ แถมทริคให้เล็กๆ ว่า ถ้าทาลิปตัวนี้ก่อนทาลิปสติกนะ เหมือนเค้าช่วยทำให้ร่องของริมฝีปากเราตื้นขึ้น ช่วยให้ทาลิปสติกสวยขึ้นเนียนขึ้นด้วย
และสำหรับสาวๆ ที่อยากได้ลิปออแกนิคที่มีสีติดเล็กๆ บางคนต้องแต่งหน้าทุกวัน จะทาลิปบำรุงแบบไม่มีสี แต่งหน้าเต็มนะ แต่ปากซีดเนี่ยก็ดูจะไม่เหมาะ ก้อยแนะนำให้ใช้ Healthy Tinted Lip Balm ซึ่งเป็นลิปบำรุงริมฝีปากที่มีสีสกัดมาจาการสีของผักผลไม้ ใช้ทดแทนสีสังเคราะห์ ซึ่งทำให้ลิปของเค้ามีความธรรมชาติและอ่อนโยนมากแม้จะเป็นลิปบำรุงที่มีสีก็ตาม
ก้อยใช้สี Red Radish เป็นสีแดงระเรื่อๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้กับใบหน้าของเราได้เป็นอย่างดี บำรุงปากไปด้วย และได้แต่งหน้าเต็มโดนที่ปากดูไม่ซีดด้วย เนื้อบางเบาเช่นกัน ไม่เหนียวเหนอะหนะปาก และค่อนข้างชุ่มชื้น เนื้อนุ่มมาก
ก้อยทาปากให้ดูจะเห็นเลยว่า เมื่อทาลงไป 1 รอบ จะได้สีอมชมพูๆ สียังไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ถ้าทาทับอีก 2-3 รอบ เราจะได้สีลิปที่ดูแดงเป็นธรรมชาติ ไม่แดงจัด ดูเหมือนเป็นสีปากของเราที่ดูสดใสขึ้น อาจจะไม่ได้กลบสีปาก 100% แต่ช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำได้ดีนะ นี่ถ้าทาย้ำๆ อีกหลายๆ รอบ สีของเค้าก็จะชัดมากขึ้นอีก ก้อยนี่ทาวนไป 10 รอบเลยเวลาแต่งหน้า เนื้อลิปเค้านุ่มปากงะ ก็ทาเพลินๆ
จะแต่งหน้าในวันสบายๆ แล้วทาลิปตัวนี้ตัวเดียวก็รอด หรือจะทาในวันที่แต่งหน้าเต็มก็ดูแต่งหน้าไม่จัดจนเกินไป หน้าดูสดใส ปากดูสีเป็นธรรมชาติมากๆ ใช้ทาบำรุงริมฝีปากได้ทั้งวัน แต่ขอเตือนเบาๆ ว่า พยายามเก็บลิปให้พ้นจากแสงแดดและความร้อน เพราะแสงแดดและความร้อนจะทำให้ลิปละลายได้ง่าย เนื้อจะเหลวจนเกินไป จนเนื้อลิปหลุดออกมา อยากใช้ได้นานๆ ก็ต้องเก็บไว้กระเป๋าไว้ดีๆ นะจ้ะ ^^

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

มา ALAND ต้องตัวนี้!! ฟื้นฟูผิวแห้งขั้นสุดในข้ามคืนกับ Cosrx HONEY | KoiOnusa

สำหรับแบรนด์ COSRX เป็นแบรนด์ที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงมาสักพักแล้วล่ะนะ ว่ามีสกินแคร์ที่ช่วยรักษาผิวหน้าที่เป็นสิวได้ดี พวกแผ่นแปะหัวสิว แผ่นเช็ดผิวรักษาสิวที่มันดังๆ ก้อยเคยใช้มาหมดแล้วล่ะ ตั้งแต่สมัยมันยังไม่เข้ามาขายในไทยเลย

วันนี้เจอสกินแคร์ของแบรนด์นี้อยากมาแนะนำสำหรับชาวผิวแห้งหรือคนที่ผิวขาดน้ำแบบก้อย แบรนด์นี้ที่ปัจจุบันมีวางขายใน ALAND หาซื้อกันง่ายมากขึ้น ไม่ต้องบินไปซื้อไกล ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคนผิวแห้งหรือคนผิวขาดน้ำแบบก้อยจะต้องรีบมาปักธงฟัง เพราะตัวนี้มันช่วยฟื้นฟูผิวหน้าที่แห้งกร้านได้ดีเลยแหละ

COSRX Ultimate Moisturizing Honey Overnight Mask

เริ่มด้วยเจ้ามาส์กที่เราสามารถใช้มาส์กหน้าทิ้งไว้ข้ามคืนได้อย่างเจ้าตัวนี้ ต้องบอกก่อนว่าเค้าเป็น 3 in 1 คือใช้เป็นมาส์กหน้าข้ามคืนโดยไม่ต้องล้างออกก็ได้ ใช้มาส์ก 15 นาทีแล้วล้างออกก็ได้ หรือจะใช้ทาผิวเสมือนเป็นครีมบำรุงอีกตัวก็ได้ เค้าค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว มีส่วนผสมหลักๆ เป็นขี้ผึ้งธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวนวล และมีสารสกัดจากผิวของรังผึ้ง ซึ่งจะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

เนื้อของเค้าคล้ายๆ เนื้อเจลสีใส ไม่หนืดไม่เหนียว มีความเกาะตัวแต่แตกตัวง่ายเมื่อทาลงบนผิว และจะเห็นเลยว่าผิวมีความชุ่มชื่นทันทีที่ทาลงบนผิว มีกลิ่นหอมจางๆ อ่อนมากๆ แบบแทบไม่ได้กลิ่น

COSRX Honey Ceramide Full Moisture Cream

ตัวนี้มันน่าใช้ตรงที่เค้ามีส่วนผสมของ Ceramide ที่ช่วยปกป้องผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ช่วยลดการสูญเสียของน้ำ ทำให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดี ผิวจึงดูสดใสเปล่งปลั่ง และมีสารสกัดจากน้ำผึ้ง ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื่น ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นในผิงไว้ได้อย่างยาวนาน และยังต่อต้านการระคายเคืองของผิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

เนื้อของเค้าเป็นเนื้อครีมเข้มข้นสีขาว ก้อยว่าเนื้อค่อนข้างหนักเลยนะ ต้องใช้เวลาในการทาลงบนผิวแล้วปล่อยให้มันซึมเข้ากับผิวระยะหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ แบบแทบไม่ได้กลิ่น เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะผิว ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวหน้าได้ แต่หากจะแต่งหน้าต่อก็ต้องรอเวลาซักนิดให้เนื้อครีมซึมเข้ากับผิว

ก้อยลองใช้ 2 ตัวนี้คู่กัน ก้อยใช้ตัวครีมในตอนเช้า และใช้มาส์กในตอนกลางคืนโดยใช้มาส์กข้ามคืนแบบไม่ล้างออก ตื่นมาตอนเช้าคุณคุณแฟนพูดเลยว่า “ทำไมผิวหนูมันดูวาวๆ” เห้ยยย!!! ซีเรียส!! เรื่องจริงไม่ได้โม้เลยนะ แฟนก้อยทักแบบนี้จริงๆ นี่ก็แปลว่าตัวมาส์กนี้เค้าช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื่นทั้งคืนเลยสินะ ตื่นมาผิวเลยดูใสๆ ดูวาวๆ เป็นสกินแคร์ราคาน่ารักๆ ที่ให้ผลดีเกินคาดเลยนะสำหรับแบรนด์นี้ คนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำยิ้มออกล่ะทีนี้

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

เคลียร์รอยสิวด้วย BK Acne Expert Bright | KoiOnusa

01.png

จริงๆ ก้อยเคยแนะนำสั้นๆ เป็นมินิรีวิว ไปแล้วเนอะ ว่าคนเป็นสิวอยากให้ลองใช้เซรั่มลดสิวและเอสเซ้นต์ลดรอยสิวของ BK นี่ก้อยเองก็ใช้ BK มาตั้งแต่เค้าดังพวกมาสก์สิวในช่วงแรกๆ เลยได้ทดลองใช้สินค้าของเค้าอยู่หลากหลายอัน

02.png

วันนี้อยากพูดถึงเอสเซ้นต์ลดรอยสิวตัวนี้หน่อย BK Acne Expert Bright ก้อยว่ามันทำงานได้ดีเลยนะ เมื่อใช้ร่วมกับตัว BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ต้องบอกก่อนว่าก้อยใช้ตัวเซรั่มลดสิวเค้ามาอยู่ก่อนแล้ว พักนึงนะ ยิ่งช่วงก่อนนี้ที่แพ้แชมพู เป็นช่วงสิวเห่อๆ นี่เลยหยิบมาใช้ทั้งตัวลดสิวและตัวลดรอยสิวเลย เราชอบที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีน้ำหอม เขียนชัดเจนตัวโตอยู่หน้าซอง แค่นี้ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาแล้ว

03.png

แต่ขอพูดถึงแต่ตัวลดรอยสิวหน่อยแล้วกัน ตัวนี้เนื้อเอสเซ้นต์เค้าจะเป็นสีขาวขุ่นเลย ตอนแรกก้อยนึกว่าเนื้อเค้าจะเป็นครีมหนักผิว แต่เมื่อเกลี่ยแล้วเนื้อบางเบามากกกก ซึมผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ก้อยทดลองใช้ทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ทาทั่วหน้าค่ะคุณผู้ชม 5555+ เพราะทายังไงๆ ก็ยังไม่หมดซองซักที วันไหนขี้เกียจๆ ก็ผสมกับตัวเซรั่มลดสิว ทาไปเลยทีเดียวพร้อมๆ กัน >.< อันนี้พูดจริง ฮ่าาา

04.png

ความประทับใจของเราคือ ก้อยมีรอยสิวบริเวณนี้มานานแล้วค่ะ คือไม่หายซักที เพราะบอกตามตรงว่าไม่ได้ใช้ครีมอะไรทาลดรอยสิว อาจจะขี้เกียจด้วยส่วนนึง นี่ก้อยทดลองใช้ตัวนี้ทาบริเวณนี้ดูพักใหญ่ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่ากี่วันนะ มาดูอีกทีรอยสิวตรงนี้จางลงไปจนแทบจะไม่เห็นแล้วล่ะ นี่เลยแค่อยากจะมาบอกต่อ ว่าซองจิ๋วๆ แค่นี้ ประสิทธิภาพไม่ใช่เล่นเลยนะจ้ะ

 

05.png

นี่ก็แค่อยากมาบอกต่อน่ะ ว่าหากยังไม่มั่นใจว่าอะไรใช้ดีไม่ดี เค้าก็จะมีพวกครีมซองราคาย่อมเยาว์ขาย ซื้อมาใช้ขำขำไม่กี่บาทดูก่อนก็ได้นะ ถ้าถูกใจใช้หมดแล้วค่อยขยับไปซื้อไซด์จริงก็ได้ แบบซองนี่มีขายใน 7-11 ทุกสาขานะ ลองไปจับๆ ส่องๆ กันดู ถูกและดีมีอยู่จริง

01.png

รักษาสิวง่ายๆ ใช้ได้ผลจริง แค่เปลี่ยนพฤติกรรม + แนะนำสกินแคร์ลดสิว ลดรอย จ่ายไม่แพง | KoiOnusa

ก้อยเชื่อว่าทุกคนเคยเป็นสิว จะสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ ต้องเคยประสบกันมาหมดแล้วแหละ แต่จะมีมากมาน้อยก็แตกต่างกันออกไป อย่างก้อยเองมักจะเป็นสิวผดผื่น และสิวอุดตัน เพราะแต่งหน้าบ่อยและแพ้ง่าย สิวอักเสบมีบ้างประปรายตามระดับฮอร์โมนในช่วงนั้น

วันนี้ก้อยขอพูดถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ก้อยลองเปลี่ยนตัวเองในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แล้วมันใช้ได้ผลจริงๆ กับตัวก้อยเอง รวมถึงมาแนะนำพวกไอเทมสิวๆ เหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องสิว ก้อยใช้จริงๆ อินจริงๆ แต่ในงบจ่ายง่าย จ่ายไม่แพง เพราะเชื่อว่านักเรียน นักศึกษาทุกคนมีปัญหาเรื่องสิว และหาวิธีจัดการอยู่ เพราะก้อยเองก็เคยผ่านช่วงวัยเบี้ยน้อยหอยน้อยมาอ่ะนะ

เริ่มจากเหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ก้อยใช้จริงๆ คัดมาแล้วว่ามันได้ผลกับผิวเราจริงๆ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าก้อยไม่ได้ใช้สกินแคร์สิวๆ ตลอดทุกวันนะ ก้อยเลือกใช้ในช่วงที่ก้อยเป็นปัญหาผิวตามสรรพคุณของสกินแคร์ โดยเฉพาะช่วงเป็นสิว จะใช้สกินแคร์ไม่มาก ไม่อยากทำให้ผิวระคายเคือง แล้วยิ่งช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ที่ก้อยแพ้แชมพูจนสิวผุดเต็มหน้า มีเจ้าสกินแคร์ตัวเด็ดๆ เหล่านี้แหละที่ก้อยใช้จริงแล้วมันเวิร์คจริงๆ
1. Acne Aid Liquid Cleanser
เริ่มจากโฟมล้างหน้ากันก่อนเลย ก้อยจะเลือกใช้สูตรที่เหมาะกับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าเพิ่งหันมาลองใช้เจ้าตัวนี้ เพราะ Ziiit ที่ก้อยใช้เป็นโฟมล้างหน้าที่ช่วยเรื่องสิวโดยเฉพาะมันหมดแล้ว นี่เลยลองหยิบตัวนี้ขนาดเล็กมาใช้ ราคาประมาณหนึ่งร้อยบาท ถูกมาก โฟมล้างหน้าตัวนี้เนื้อสีขาวขุ่น เนื้อเหลว ล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดผิวหน้าดี ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงหรือระคายเคือง เพราะเค้ามีค่า pH ที่สมดุลกับผิวค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหน้าด้วย
2. Benzac
ขาดไม่ได้เลยตัวนี้ เป็นตัวที่ทาหลังล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบ เค้ามีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อสิว ช่วยให้สิวหลุดออกจากตุ่มสิว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแ ละยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วยนะ ก้อยทาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ข้อดีอีกอย่างนึงที่ทาตัวนี้เป็นประจำคือ เมื่อเราไปกดสิว เค้าจะกดสิวอุดตันของเราออกมาได้ง่ายมากๆ ไม่เจ็บ และแดงน้อยมาก

 3. Clinda M
ต้องบอกว่าเมื่อเห็นตุ่มสิว จะต้องนึกถึงเพียงแค่ตัวนี้จริงๆ ใช้มาเป็นสิบๆ อันแล้ว เค้ามีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ Clindamycin Hydrocloride ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเป็นสิวที่มีหัวหนองหน่อยๆ ก้อยทาเพียง 2-3 คืน สิวก้อยก็แห้งแล้ว แต่ถ้าเป็นสิวหัวแดงๆ ไม่เห็นหัวหนอง อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย อย่าล่าสุด ก้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าสิวตุ่มแดงนูนจะยุบตัวลง

4. BK Ance Serum Brightening Anti-Pollution 

บอกก่อนว่าสกินแคร์ที่ทาทั้งหน้าช่วงเป็นสิวของก้อยจะใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว แล้วอาจจะไปใช้มาสก์หน้าเลย ซึ่ง 1 อาทิตย์จะมาสก์แค่ 2-3 ครั้ง ที่ก้อยไม่ใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ มากมายนักเพราะไม่อยากให้ผิวระคายเคืองมากจนเกินไป และจะเลือกใช้สกินแคร์ที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน และไม่ทำให้ผิวอุดตัน เลยเลือกใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลย เพราะมันตอบโจทย์ทั้งหมด ก้อยเคยใช้แบบซองมาก่อนนะช่วงเป็นสิว ใช้แล้วรู้สึกว่ามันดีอ่ะ   ใช้เป็นประจำเช้าเย็น เป็นสกินแคร์หลักๆ ไปเลย เพราะใช้ต่อเนื่องแล้วก้อยว่ามันคุมมันได้ดีเลยนะ คนผิวมันอาจจะชอบเหมือนที่ก้อยชอบ พวกสิวผด สิวเม็ดเล็กๆ ที่ชอบขึ้นหยุ๋มหยิ๋มๆ มันลดลง อย่างก้อยผิวแพ้ง่าย มีสิวเม็ดเล็กๆ เป็นผดง่าย ตอนนี้ผิวเรียบขึ้นเยอะ ขนาดเป็นประจำเดือนยังไม่ค่อยมีสิวเลย ใครเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายลองใช้ดู เนื้อใสๆ ไม่มีกลิ่น นอกจากมันจะช่วยลดสิวอักเสบ สิวผดจากสารสกัดใบบัวบกได้แล้ว ที่มันช่วยคุมมันเพราะมี Zinc PCA ทาผิวไปไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว ซึมเร็วมากกกกก ไม่เหนอะเลย แต่งหน้าได้เลย โดยไม่ต้องกลัวรองพื้นเป็นคราบ แต่ในความซึมไวของเค้ามันก็ยังคงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ด้วยสารสกัดผลมะกอกถั่วเหลือง เห็นว่าช่วย Anti-Pollution ปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ ด้วย พวกฝุ่นละอองมันอันตราย เป็นบ่อเกิดของสิวเลยแหละ

5. KA Expert Anti Melasma Serum
ตัวนี้ก้อยจะทาแค่บริเวณที่เป็นรอยสิว พอสิวหายปุ๊บ ก้อยทาปั๊บ ทาตอนมีรอยสิวใหม่ๆ เนี่ยแหละ รอยสิวดำๆ ของเราจะได้หายง่ายขึ้น บอกก่อนว่าก้อยเพิ่งมาเริ่มใช้ตัวนี้ได้ประมาณเดือนนึงนะ แล้วมันได้ผลจริงๆ ประมาณ 14 วันรอยดำมันจางลงจริงๆ จริงๆ เค้าเขียนว่าเป็นเซรั่มทาฝ้า ก้อยไม่มีฝ้านะ แต่สะดุดตรงเค้าเขียนว่าเป็นสูตรเร่งด่วน หน้าดูดีภายใน 7 วัน นี่เลยลอง!! เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% ทำงานร่วมกับ INNO MelanoOff ซึ่งจะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี มันช่วยกู้ส่วนที่หมอง เป็นรอยดำๆ ด่างๆ ให้กระจ่างใสขึ้นจริงๆ นะ พิสูจน์มาแล้ว แต่ของก้อยเอง ประมาณ 14 วันนะ ถึงเห็นผลชัดเจน รอยดำจางไปเยอะมากจริงๆ ขยันๆ ทาหน่อยนะตัวนี้ ทาเช้า ทาเย็น ถ้าไม่ได้แต่งหน้า ก็ทาระหว่างวันด้วยก็ได้

6. Leaders Clinic Regrneration Mask
ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ชีทอันดับ 1 ที่ครองใจเราในสายของการช่วยให้รอยดำจากสิวจางลง ใช้มาเป็นสิบๆ แผ่น น่าจะถึงร้อยแล้วมั้ง เวลาที่มีรอยสิวน่ารำคานใจ จะต้องแกะน้องคนนี้ออกมากอบกู้ตลอดๆ เพราะมันช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงจริงๆ รวมถึงช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน ผิวสุขภาพดีด้วย เค้ามีสารสกัดจากเมือกหอยทาก ช่วยบำรุงผิวให้ริ้วรอยจางลงด้วยนะ แต่หลักๆ ของก้อยแล้วคือ ให้เค้ามาช่วยเรื่องรอยดำจากสิวของเรามากกว่า มาสก์หน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหลังทาเซรั่มลดสิวของ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ด้านบน มันจะยิ่งช่วยให้สกินแคร์ในเนื้อมาสก์อันนี้ซึมเข้าผิวได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่ก้อยบอกว่าช่วงเป็นสิวจะใช้สกินแคร์ทาหน้าน้อยมาก หลักๆ ก็จะใช้แค่นี้จริงๆ เรียกว่าน้อยมากนะ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ทาทั่วใบหน้า จะมีแค่ 1 ตัวหลักๆ คือ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ที่มาช่วยลดสิว คุมความมัน และใช้ มาสก์หน้า Leaders Clinic Regrneration Mask มาช่วยบำรุงผิว ลดรอยดำจากสิวในบางวัน

ต่อมาเป็นพฤติกรรมที่ก้อยทดลองเปลี่ยนตัวเองดูอย่างง่ายๆ

1. ใช้กระดาษทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าใหม่ ซับน้ำบนใบหน้าหลังล้างหน้า

จริงๆ ก้อยรู้มานานแล้ว ว่าต้องใช้ผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดหน้าแยกกัน แต่ก้อยทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะยอมรับว่าไม่มีที่ตากสำหรับผ้าเช็ดหน้าแล้ว แต่เพิ่งลองมาทำอย่างจริงจัง โดยใช้ทิชชู่ใหม่ๆ เนี่ยแหละเช็ดหน้าทุกครั้งหลังล้างหน้า!! เห้ยยย ไม่ได้พูดเล่นนะ ก้อยว่าวิธีนี้ช่วยเรื่องลดสิวได้มากจริงๆ เพราะผ้าขนหนูเนี่ยเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เมื่อนำมาเช็ดหน้า หน้าของเราก็อาจจะเกิดสิวได้ง่ายขึ้น หรือใครใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า บางทีพวกโลชั่นทาตัวที่ติดตามผ้าขนหนู เมื่อนำมาเช็ดหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้าจนเป็นสิวได้ เพราะฉะนั้น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ ชีวิตจะดีขึ้น

2. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกเช้า-เย็น

ก้อยเคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแค่ตอนเย็น หลังล้างเมคอัพ ส่วนในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะไม่เคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเลย เพราะคิดว่าพวกครีมบำรุงยังติดผิวหน้าอยู่ มันคงเป็นประโยชน์กับผิวแหละ แต่ว่า..ถ้าสังเกตดีๆ ผิวตอนตื่นนอนของเราจะมีความมัน อาจจะเพราะจากสกินแคร์ที่เราทาก่อนนอนนี่แหละ ก้อยเลยลองใช้โฟมล้างหน้าด้วยในตอนเช้า รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นกว่าไม่ใช้เยอะเลย เหมือนปลดปล่อยให้ผิวได้หายใจได้เต็มที่ เฟรชขึ้น รู้สึกสบายผิวมาก นี่อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้สิวของก้อยลดลง เพราะเราทำความสะอาดผิวในตอนเช้าก่อนทาครีมบำรุงใหม่ทับถมลงไปในทุกๆ วัน

3. งดส่องกระจกบ่อยๆ

นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมนึงที่ก้อยพยายามทำ เมื่อไหร่ที่เราส่องกระจก เมื่อนั้นเราจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้า และพยายามจับ พยายามบีบ พยายามเค้น คันไม้คันมืออยากแกะอยากเกา บอกเลยว่าส่วนนี้ทำให้เราเกิดสิวและเกิดรอยสิวได้เรื่อยๆ จนเรื้อรัง เพราะเรามัวแต่กังวลใจ ไม่ปล่อยวาง ยุ่งเหยิงจับต้องใบหน้าของเราทั้งวัน จนใบหน้าทั้งช้ำ ทั้งสกปรก ลองงดส่องกระจกบ่อยๆ หรือขยันสังเกตใบหน้าของตัวเองจนมากไปดูนะ ลอฃหันไปทำอย่างอื่นดู

4. พยายามนอนเร็วมากขึ้น

อันนี้ช่วยได้จริงๆ เมื่อไหร่ที่พักผ่อนน้อย เมื่อนั้นสิวถามหาได้ง่ายมาก ก้อยเคยนอนตี3-4 ตื่น 8โมงเช้า ซึ่งถ้านอนติดกัน 3-4 วัน สิวเม็ดเป้งก็จะโผล่ขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนตัวเองให้นอนก่อนเที่ยงคืน ชีวิตดีขึ้นเยอะ ใบหน้าปลอดจากสิวเม็ดเป้งนานขึ้นกว่าตอนนอนดึกมากๆ อีกนะ

5. พยายามไปกดสิวอุดตันออกให้ได้เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง

พวกสิวอุดตันบางหัวหลุดยาก รักษาด้วยตนเองยาก ทิ้งไว้นานๆ อาจจะทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ ให้รำคานใจ ก้อยเองเลยพยายามเก็บเงินวันละ 10 บาท เดือนนึงก็ได้ 300 บาท ใช้เป็นค่ากดสิวในคลีนิค ซึ่งมันได้ผลดีมากๆ เลยนะ ผิวเรียบเนียนขึ้น อาจจะต้องอดทนกับรอยแดงหลังกดสิวซักหน่อย แต่รอยแดงมันจะค่อยๆ ดีวันดีคืน แลกมากับใบหน้าที่เนียนเรียบ นักเรียนนักศึกษางบน้อย ลองเก็บเงินแบบก้อยดู วันละ 10 บาท ชิวๆ เนอะ คำเตือนสำหรับน้องๆ ที่กำลังคิดว่า ทำไมต้องไปเสียเงินให้เค้ากดสิวให้ ก็เพราะถ้าหากเรากดสิวเองโดยไม่มีความชำนาญ ก็อาจจะทำให้หน้าเราพังหนักกว่าเดิม สิวอาจเห่อขึ้นมาอักเสบหนักกว่าเดิม แถมมีรอยสิวดำๆ รักษายากตามมาอีกเป็นพรวน

ก้อยเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ใช้สกินแคร์ที่ใช้แล้วชอบจริงๆ ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ ช่วยลดสิวบนใบหน้าไปได้เยอะ ช่วงนี้ชอบผิวของตัวเองมาก ถึงแม้จะมีรอยแดงบ้าง รอยดำนิดๆ หน่อยๆ หรือมีสิวผดเม็ดเล็กๆ บ้าง แต่สิวเม็ดใหญ่ๆ น้อยมากๆ แทบจะไม่มีขึ้นมาให้เห็น หรือถ้ามีขึ้นมา ก็หายไปไว โดยไม่ต้องพึ่งหมอให้ฉีดสิวให้เลย และสกินแคร์ที่ก้อยใช้ลดสิวทั้งหมดก็ราคาน่ารัก หาซื้อได้ไม่ยาก น้องๆ คนไหนอยากมีหน้าใสๆ สิวน้อยๆ (อยากจะบอกว่าไร้สิว ก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นประจำเดือนทีก็ต้องมีสิวสีกเม็ดทีอ่ะเนอะ) ลองเปลี่ยนพฤติกรรม และหาสกินแคร์เหล่านี้มาใช้ดู นี่ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ เลยอยากมาแชร์ให้เป็นประโยชน์กับทุกคน

กล้องฟิล์มครั้งแรก…สงสารน้องจัง ถูกใช้แล้วทิ้ง | KoiOnusa

หลังๆ กล้องฟิล์มค่อนข้างเป็นที่นิยมมาก นี่ไม่เคยเล่นเลย เลยซื้อกล้องใช้แล้วทิ้งมาลองใช้ดู (Disposable Film Camera) ตัวนี้ที่อยู่ในมือก้อยฝากแฟนซื้อมาจากญี่ปุ่นค่ะ ราคา 200-300 บาทเอง หาซื้อออนไลน์ในเมืองไทยได้นะ แพงกว่าไม่เท่าไหร่
ความรู้สึกที่ใช้คือ งงๆ ว่าเราต้องเปิดแฟลชมั้ย ตอนไหนต้องต้องเปิด ตอนไหนไม่ต้องเปิด และชอบลืมกรอฟิล์มตลอดเวลา ด้วยความที่เราใช้แต่กล้องดิจิทัลถ่าย มันสะดวกสบายกว่า แต่สำหรับกล้องฟิล์มนี่เป็นระบบมือล้วนๆ ถ่ายรูปเสร็จต้องกรอฟิล์มเพื่อรอถ่ายรูปต่อไป เลนส์ที่ส่องดูรูปก็เบลอๆ มัวๆ ก็ถ่ายแบบงงๆ แต่สนุก!!!
พอล้างรูปออกมา ทำให้ค้นพบว่า ใช้แฟลชเถอะจะเกิดผล กว่า 90% ที่ก้อยเห็นว่ารูปที่ใช้แฟลชคือสวย นอกจากถ่ายในกระจก มันจะสะท้อนหน้าเราจนไม่เห็นหน้าเรา
ส่วนในกรณีที่ไม่อยากใช้แฟลชถ่าย คือแสงต้องแรงจริงๆ เป็นช่วงกลางวันแดดจัดจริงๆ ถ้าไม่อยากให้รูปเสีย ใช้แฟลชเถอะ เชื่อเรา โดยเฉพาะในที่ร่ม ยังไงๆ ก็ควรมีแฟลช ถ้าไม่อยากให้รูปเสีย
เสน่ห์ของกล้องฟิล์มคือ เราไม่รู้เลยว่ารูปของเราจะออกมาแบบไหน ชัดมั้ย เบลอมั้ย Position เป็นยังไง จนกว่าเราจะถ่ายจนหมดฟิล์ม แล้วเอาไปล้าง  ก้อยเองก็ตื่นเต้นนะ เพราะเป็นการล้างฟิล์มครั้งแรกของก้อยเลย การรอลุ้นว่ารูปของเราจะออกมาเป็นยังไง เนี่ยแหละคือความสนุกของการใช้กล้องฟิล์ม ค่าล้างฟิล์ม ก้อยโดนไป 120 บาท ล้างที่สยาม ใช้เวลาแค่ 4-5 ชั่วโมงก็ได้รูปแล้ว เค้าจะส่งไฟล์รูปมาให้ผ่านทาง Line สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินเล่นรอให้เมื่อย
คันมือ….อยากถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มอีก

ฮันบกเดย์ ช้อปปิ้งของถูก คาเฟ่สวยๆ วนไปจ้า | KoiOnusa

มาแย้วๆๆๆ…ดองไว้นาน 😂

Vlog Korea EP2 พาไปคาเฟ่น่ารักๆ พาไปกิน พาไปช้อปปิ้งของถูก และพาไปใส่ชุดฮันบก!! เนียนเป็นสาวเกาหลี 🇰🇷

Moonshot Lisa’s Pick !! ของมันต้องมีแล้วป่ะ | KoiOnusa

มีแบบคลิปรีวิวด้วยนะ ดูกันแบบชัดๆ ไปเลย
แวะมาเล่นของใหม่ ราคาถูกแถมดี สีสันสวยงามยั่วๆ บดๆ อย่าง Moonshot ที่วางขายใน 7-11 ราคาแต่ละชิ้นไม่ถึง 200!!! และที่สำคัญ “เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ลิซ่า Blackpink เลือกมา!!!!”
สินค้าเค้ามีทั้งหมด 3 อย่างคือ
– Multi Protection UV CC Cream SPF50+ PA++++
– Powder Fixer SPF27 PA++
– Cream Paint Stainfit 3 สี

ซึ่งความพิเศษอีกอย่างถ้าทุกคนสังเกตเห็น สินค้าแต่ละชิ้นจะมีลายเซ็นต์ของน้องลิซ่าด้วย พิเศษสุดๆ!!! แฟนคลับฟินกันลืมมมมม

เรามาดูกันว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ลิซ่าเลือกให้พวกเราใช้เป็นยังไง ดีแค่ไหน ควรสอยมั้ย!! ปะ เริ่ม
Multi Protection UV CC Cream SPF50+ PA++++ : 159 บาท

อย่างแรกเป็น CC Cream ที่เค้าจะช่วยปรับสภาพสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น ช่วยปกปิดรอยสิวรอยด่างดำต่างๆ แถมยังมีกันแดดมาให้ด้วยนะ

เนื้อ CC Cream ของเค้าจะเป็นสีขาวที่มีเม็ดสีดำละเอียดมากๆ ผสมอยู่ เนื้อครีมค่อนข้างหนัก แต่ยังสามารถเกลี่ยได้ ไม่เป็นคราบขาว เพราะเนื้อ CC Cream ของเค้าจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเนื้อให้เข้ากับสีผิวของเรา สีของ CC จะเนียนเข้ากับสีผิวของเราเลยไม่ต้องกลัวหน้าขาวหน้าวอก

เปรียบเทียบให้ดูชัดๆ ช่วงนี้ก้อยมีรอยสิวหนักหน่อย จะเห็นว่า CC Cream ของเค้าอาจจะไม่ได้ช่วยปกปิดรอยสิวได้ 100% แค่ช่วยให้รอยสิวมันจางลงนิดหน่อย แต่มันช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นนะ และสีของ CC Cream ก็เปลี่ยนเป็นสีที่เข้ากับผิวหน้าก้อยเลย
อ้ะ ดูกันชัดๆ มันช่วยปรับสีผิวเราให้สว่างขึ้น กระจ่างใสขึ้น และไม่ได้ทำให้หน้าเราขาวหรือวอกหรือเทาเลย ก้อยชอบนะ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยปกปิดได้ 100% แต่มันช่วยให้ผิวก้อยดูดีขึ้น สว่างขึ้น และยังเป็นผิวเราอยู่ ไม่รู้สึกว่าเนื้อครีมเค้าหนักผิวด้วย เป็น CC Cream ที่คุ้มค่าตรงมีกันแดดให้ด้วยนี่แหละ ในคลิปก้อยใช้ทาแทนกันแดดไปด้วยเลยนะ
Powder Fixer SPF27 PA++ : 189 บาท

ตัวถัดมาเป็นแป้งอัดแข็งเนื้อแมตต์ตลับเล็กๆ แพ็กเกจเป็นพลาสติก มีพัฟและมีกระจกมาให้ มีเฉดสีเดียวนะคะ ตอนก้อยเห็นในตลับรู้สึกว่าเหลืองเหมือนกันนะ นึกว่าจะเฉดสีค่อนข้างคล้ำ แต่พอปาดขึ้นมาดูจริงๆ ก็ไม่เหลืองเท่าไหร่ เนื้อเนียนมากๆ ด้วย ติดอยู่ที่พัฟบางไปหน่อย แอบใช้ไม่ถนัดในบางที

ให้ดูการปกปิดของแป้งเค้า พอใช้ปกปิดคู่กับ CC Cream แล้ว ผิวเราดูเนียนขึ้นเยอะเลยนะ มันช่วยเบลอรูขุมขน ช่วยให้ผิวเราเนียนขึ้น และช่วยปกปิดได้ดีเลยล่ะ ก้อยรู้สึกว่าใช้คู่กันแล้วไม่หนักผิวเท่าไหร่นะ แต่ก็ไม่ถึงกับสบายผิวหรือเบาบางมากขนาดนั้น แต่รับรองว่าไม่หนักไม่รำคาญผิวตัวเองแน่นอน ก้อยชอบใช้คู่กันกับ CC Cream นี่แหละ ก้อยไม่ใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยสิวก็รู้สึกว่าเอาอยู่ ผิวเนียน ผิวกริบสวย และยังสามารถพกพาไปเติมหน้าได้ระหว่างวันด้วยนะน้องจิ๋วตลับนี้ บอกเลยว่าคุมมันได้ดีมากๆ ด้วย
Cream Paint Stainfit : 139 บาท

มาถึงลิปสติกที่ก้อยกรี๊ดกร๊าด เพราะเนื้อเค้าดี๊ดี สีสวย คุ้มราคามาก ลิปตัวนี้เป็นเนื้อแมตต์นะ มีทั้งหมด 3 สี เนื้อสัมผัสตอนทาไปจะคล้ายๆ เนื้อน้ำ เนื้อทิ้นต์ที่ให้ความชุ่มฉ่ำกับริมฝีปาก แต่ทิ้งไว้ซักพักเค้าจะแห้งลงซึมเข้ากับริมฝีปากและเปลี่ยนเป็นเนื้อแมตต์ แต่ไม่ทำให้ปากแห้งกรังหรือตกร่องนะ ที่สำคัญเม็ดสีเค้าแน่นมากๆ จุ่มแค่ 1 ที สามารถทากลบสีปากทั้งปากได้มิดเลย ถือว่าใช้ได้แบบสบายๆ ไม่เปลืองเนื้อลิปดี

เรามาดูกันทีละสีดีกว่าว่าแต่ละสีเป็นไงบ้าง

Rosy Claret

สีนี้เป็นสีที่ตั้งแต่ก้อยได้มาก็ใช้ไม่หยุดไม่หย่อน!! ปลื้มสีนี้สุดๆ เป็นโทนแดงอมชมพูแบบตุ่นๆ ที่ก้อยว่ามันสวยมากๆ สวยมากจริงๆ ถ้าสีนี้ใช้หมด ก็จะซื้อวนไป!!! ทาแล้วได้ความเปรี้ยวเล็กๆ แต่ยังหวานอยู่ ทำให้ลุคดูแพงขึ้นยังไงไม่รู้ เอาเป็นว่าเรายกให้สีนี้เป็นเบอร์ 1 ของเรา

Ginger Coral

สีนี้เป็นสีที่เกาหลีสุดๆ ออกโทนส้ม Coral สีน่ารักมากๆ ทาแล้วหน้าดูเด็ก ดูอ่อนวัย น้องๆ วัยใสเหมาะกับสีนี้นะ ทาแล้วดูหน้าตาอ่อนโยนดี 55555+

Orange Hunter

สีสุดท้ายเป็นสีส้มที่แซ่บมาก เป็นสีส้มที่ค่อนข้างสว่าง แต่ตอนที่มันแห้งลงแล้วเปลี่ยนเป็นเนื้อแมตต์ สีมันจะเข้มขึ้นนะ ทาปากแล้วทำให้หน้าสว่างขึ้น

นี่เป็น Finish Look ที่ก้อยใช้ Moonshot ทั้ง 3 อย่าง โดยใช้แก้มและลิปสี Rosy Claret และไม่ได้ใช้คอนซีลเลอร์ใดๆ ก็จะได้งานผิวแมตต์สวยประมาณนี้
ผ่านไป 8 ชั่วโมง หน้าของก้อยจะวาวขึ้น แต่หน้าไม่มันเมือกนะ ผิวมันดู Glow ขึ้น และแป้งหรือเครื่องสำอางบนผิวไม่ไหลมาเป็นคราบ ไม่มีคราบเค้กเลย เราประทับใจ CC Cream โดยใช้คู่กับแป้งของเค้ามากๆ เลย

แต่ลิปสติกที่ผ่านการกินข้าว กินน้ำ กินขนมมาตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้เติม มีการหลุดลอกกออกไป เหลือเนื้อลิปติดปากบางๆ อันนี้ต้องพกลิปเติมระหว่างวันนะ ลิปไม่ได้ติดทนเท่าไหร่

พูดเลยว่าฟินมากกกก กับ Moonshot คอลเลคชั่น Lisa’s Pick นี้ เพราะของๆ เค้าถือว่าเป็นสินค้าถูกและดีเลย ราคาน่ารักเป็นกันเอง สามารถเหมาซื้อครบทั้งเซ็ตแต่งหน้า โดยราคาไม่ถึง 1,000 เลย แฮปปี้ปาทังกี้ปาทังก้ามาก

ทิ้งท้ายไว้นิดนึง ถ้าหากครั้งหน้ามีการทำสินค้าเพิ่มเติม ขอลิปสีโทนน้ำตาลนู้ดๆ มาให้แม่ชื่นใจหน่อยนะ จะรอคอย ^3^

S__56246321.jpg