HowTo | สายหวานลุคคุณหนู…ทำหนุ่ม ๆ ใจละลาย | KoiOnusa

01

มีแบบ VDO ด้วยน้า ดูวีดีโอไป เม้ามอยกันไปก็ดีนะ อิอิ

อยากลุกมาแต่งหน้าสไตล์หวานๆ แบบง่ายๆ ให้สาวๆ ได้แต่งตามกันแบบไม่ยาก มือใหม่ก็แต่งตามง่ายมาก ชิวๆ  อ้ะ!! หวานก็หวานซะให้สุด มาแต่งหน้าเป็นสาวหวานลุคคุณหนูเอาให้หนุ่มๆ ใจละลายกันไปเล๊ยยยยยย

งานหน้าของเรา ใช้ไอเทมตามนี้เลย

02.jpg

เริ่มจากการลงรองพื้นด้วย Bobbibrown Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF 15 PA++ #2 Sand

03.jpg

รองพื้นลูกรักตัวนี้ให้การปกปิดดีมาก แต่ไม่หนาไม่หนักหน้าเลย เกลี่ยง่าย ให้ผิวแมตต์ที่ไม่แมตต์มาก ผิวยังดูวาวสวยเหมือนผิวเราจริงๆ แถมยังคุมมันดี สีไม่ดร็อประหว่างวัน ผิวเรียบเนียนสวย คนแอบหน้ามัน แต่ไม่ชอบความแมตต์มากน่าจะเลิฟตัวนี้

04.jpg

ก้อยใช้ BeautyBlender ในการเบลนให้เนื้อเนียนไปกับผิวเรามากที่สุด ก้อยติดเจ้าฟองน้ำตัวนี้มาก เรียกได้ว่าวันใดขาด BeautyBlender วันนั้นขาดใจ เพราะฟองน้ำไข่จะช่วยให้เนื้อครีมต่างๆ ที่เราทาลงบนผิวเนียนเรียบเข้ากับหน้าเรามากกว่าการใช้เพียงแค่มือทา แถมฟองน้ำไข่ของ BeautyBlender ยังนุ่มมากๆ สัมผัสกับหน้าแล้วรู้สึกดี

05.jpg

ใช้ Tarte Creaseless Concealer #13N fair-light neutral ในการลงใต้ตาให้หน้าเราดูตื่นขึ้นและดูสดใส ลงทับรอยจุดด่างดำต่างๆ เพื่อปกปิดด้วยจ้า เสร็จแล้วก็ใช้ BeautyBlender เกลี่ยตามเดิม ก้อยชอบเนื้อคอลซีลเลอร์รุ่นนี้มากนะ เนื้อเหนียวเหมาะแก่การปกปิดดี แถมไม่ตกร่องด้วย

06.jpg

ใช้แป้งฝุ่น Three Ultimate Diaphanous Loose Powder #01 แป้งฝุ่นโปร่งแสง ค่อยๆ ทาลงที่หน้า ไม่ใช้วิธีลากนะคะ เพราะจะทำให้เป็นคราบ แป้งฝุ่นตัวนี้เป็น สูตร “Lucent Matte” จะให้ผิวแมตต์ที่เป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง ไม่ทำให้สีรองพื้นผิดเพี้ยนไป และยังคุมมันได้เลิศอีกด้วยนะ กระซิบให้นิดนึงว่า พัฟเค้านุ่มมว้ากกกก!!!

07.jpg

หน้าเนียนกริบ!!! พร้อมจะแต่งหน้าขั้นต่อไปละ

มาต่อกันที่งานคิ้ว เริ่มจากการวาดโครงคิ้วก่อน

08.jpg

ก้อยใช้ลูกรัก Illamasqua Eye Brow Cake #Thunder ที่เขียนคิ้วเนื้อเค้กที่ติดทนยาวนานมากกว่าเนื้อฝุ่นใช้คู่กันกับ Illamasqua Angled Brush แปรงเขียนคิ้วที่สามารถกำหนดน้ำหนักมือหนักเบาได้ตามที่ปรารถนา เขียนไปตามโครงคิ้วปกติของเราเลย ง่ายๆ แต่อย่าให้โค้งและหักมากเกินไปนะ จะกลายเป็นสายฝ. หน้าคมไปซะงั้น

09.jpg

ใช้ Heavy Rotation Coloring Eyebrow #06 สีที่สว่างกว่าสีผม 1 เฉด ปัดขนคิ้วให้คิ้วเรียงสวย โดยพยายามปัดให้หัวคิ้วตั้ง แล้วไล่หางคิ้วไปแนวนอน

10.jpg

ได้คิ้วปังๆ ละ

งานตาของเราวันนี้จะใช้อายแชร์โดวตัวใหม่ล่าสุดของ Three เอามาแต่งตาให้หวานๆ แบบง่ายๆ ใช้แค่ 2 สีไล่สีกันก็หวานละมุนแล้ว

เริ่มจากใช้ Three Alchemist – Twist For Eye #02 Cosmic Girl สีชมพูหวานแหว๋ว

11.jpg

12.jpg

แต้มลงไปบนเปลือกตาให้ทั่วๆ eyeshadow เนื้อลิขวิดรุ่นนี้พิกเมนต์แน่นมาก สีชัด ติดทน และค่อนข้างเกลี่ยง่าย และถึงจะเป็นเนื้อแมตต์ แต่เมื่อเราใช้นิ้วขยี้ๆ เนื้อของเค้า เราจะเห็นอณูไซน์เพิร์ลเนื้อละเอียดที่ซ่อนอยู่ในเนื้ออายแชโดว์

13.jpg

เมื่อกระทบแสงแล้วจะให้ความสว่างวิบวับแวววาว ช่วยกระจายแสงให้เปลือกตาเราสดใสเปล่งประกาย

14.jpg

จริงๆ ทาเดี่ยวๆ ก็สวยแล้วนะเนี่ย อิอิ

หลังจากนั้นใช้ Three Alchemist – Twist For Eye #05 Moon Croon สีทองหม่นๆ

15.jpg

16.jpg

นำมาทาที่หางตา เพื่อให้เป็นการไล่สีและเพิ่มมิติให้กับเปลือกตา ให้เปลือกตามีเงาเล็กๆ ทำให้ดวงตามีมิติ สวยน่ามอง และกลมโตมากยิ่งขึ้น

17.jpg

ส่วนขอบตาล่างนั้น ก้อยใช้สีชมพู Cosmic Girl ทาบริเวณหัวตาจนถึงกึ่งกลางตา และใช้สีทอง Moon Croon ทากึ่งกลางตาจนถึงหางตา เพื่อให้สีสันของตาบนและตาล่างไปในทิศทางเดียวกัน

18.jpg

ลุคนี้เราจะไม่เขียนไลน์เนอร์เข้มๆ หรือคมๆ เลยนะคะ เพราะต้องการเป็นสาวหวานสไตล์เกาหลี ดวงตาดูสดใสไม่ต้องพึ่งไลน์เนอร์ ไม่ต้องทำให้ตาชัดมาก และด้วย Eyeshadow ของ Three ตัวนี้สีค่อนข้างชัด และแห้งไว ไม่ทำให้เป็นคราบ ไม่ตกร่อง ไม่ทำให้เลอะเปลือกตาและใต้ตาระหว่างวัน ดังนั้นเราสามารถนำมาทำเป็นไลน์เนอร์เขียนขอบตาได้ ก้อยจึงใช้ Eyeshadow ทั้ง 2 สีนี้ผสมกัน เราจะได้สีออกเทาๆ บางๆ 

19.jpg

จากนั้นก็เขียนไลน์เนอร์ที่ขอบตาบน เขียนบางๆ เพื่อให้เรามีเงาไลน์เนอร์บางๆ ช่วยชี้ให้หางตาไม่ตกเพียงเท่านั้นพอ ไม่ต้องเขียนให้ชัดมากนะคะ

20.jpg

เราจะเห็นเส้นบางๆ ช่วยให้หางตาเราไม่ดูตกเท่านั้นนะจ้ะ

21.jpg

จากนั้นก็ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าได้เลย ก้อยใช้ที่ดัดขนตาของ Beauty Buffet ลูกรัก ดัดขนตาก้อยได้งอนสวยเด้งทั้งวัน

22.jpg

และใช้มาสคาร่าตัวใหม่ล่าสุดที่กำลังเห่อ L’Oréal Voluminous Lash Paradise แกเอ๊ยยยยย!!! ทำมาสคาร่าลูกรักตัวเก่าตกกระป๋องไปเลย เพราะมันทำให้ขนตาก้อยเด้งและยาวมากกกก!!! ขนตาดูฟูฟ่องโดยไม่ต้องติดขนตาปลอมเลย แต่เสียดายอย่างนึง หัวแปรงค่อนข้างใหญ่ ก้อยว่าทาขนตาล่างยากไปนิด ต้องมีสติดีๆ ระวังเลอะขอบตาล่างนะจ้ะ

23.jpg

เราจะไม่มานั่งเหลาหน้าให้หน้าคมด้วยการเฉดดิ้งใดๆ แต่เราจะทำให้หน้าเราดูมีมิติ ดูสุขภาพดี

24.jpg

ด้วยการคอนทัวร์ด้วย Becca Be a Light Face Palette #Light To Medium สีคอนทัวร์ที่นวล โกล และเข้ากับสีผิวก้อยได้ดีสุดๆ

25.jpg

26.jpg

จะเห็นว่ามีเงาลางๆ พอให้ผิวหน้าเราดูมีมิติ ไม่ซีดขาวเป็นผีดิบ

และใช้แป้งที่ช่วยกระจายแสงในพาเลทเดียวกัน ทาบริเวณใต้ตาเพื่อให้หน้าเราสว่างสดใสขึ้น ดวงตาดูตื่นเหมือนคนนอนพักผ่อนมาเพียงพอ ทั้งๆ ในความจริงล้างหน้าออกก้อยคือศพดีๆ นี่เอง 555555+

27.jpg

28.jpg

ใต้ตาเราจะสว่างขึ้นมานิดนึง

ขอมีสันจมูกหน่อยนะ จะหน้าหวานแบบจมูกบี้แบน ถ่ายรูปไม่ขึ้นกล้อง ไม่สวย ไม่เอา

29.jpg

ก้อยใช้ Benefit Hoola Lite สีเฉดดิ้งทึ่ไม่เข้มมาก เบาๆ บางๆ เข้ากับสีผิว

30.jpg

ทาที่จมูกทั้ง2ฝั่ง เพื่อสร้างเงาให้จมูกเราดูโด่งขึ้น

จากนั้นเรามาปัดแก้มให้แก้มเราดูมีสีสันน่าเอาจมูกมาชนด้วย Three  Cheeky Chic Blush #15 Sweet Child

31.jpg

32.jpg

บลัชออนสีส้มตัวนี้สีนวลละมุนละไมมาก สีส้มอ่อนๆ เหมาะกับสีผิวก้อยมาก ปลื้มสุดๆ

33.jpg

บลัชออนสีส้มเนื้อด้านที่ให้สีค่อนข้างกลมกลืนไปกับแก้มของเรา ดูเหมือนแก้มของเราเปล่งปลั่งสดใสจากภายใน ก้อยชอบเนื้อบลัชของเค้ามากเลยนะ เนื้อเกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่เป็นปื้นๆ ดวงๆ ค่อนข้างธรรมชาติ

34.jpg

และสีส้มอันนี้ก็เป็นเฉดส้มที่น่ารัก ทาแล้วเหมือนเด็กไร้เดียงสา แก้มอมส้มอย่างกับสาวเกาหลี อิอิ

ไฮไลท์นิดหน่อยด้วย Benefit Dandelion twinkle

35.jpg

สีไฮไลท์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่สว่างโจ่งแจ้ง ให้ผิวที่ดูโกลแบบธรรมชาติ พอมีออร่า ดูผิวสวยใสมีน้ำมีนวล

36.jpg

ทาลงไปบริเวณสันจมูก โหนกแก้ม กระจับปาก และหน้าผากเล็กน้อย ผิวก็จะดูมีออร่าวิ้งๆ สวยเลย ดูที่โหนกแก้มก้อยสี ดูผิวเหมือนสุขภาพดีอิ่มน้ำมาจากภายในเลย

ปิดท้ายด้วยการแต่งแต้มสีสันให้กับปากของเรา ก้อยใช้ Three Lyrical Lip Bloom #09 Soul Sister

37.jpg

38.jpg

สีแดงอมส้มที่ไม่จี๊ดจ๊าดน่ากลัวเหมือนที่เห็นในแท่งนะคะ ทาที่ปากแล้วได้สีที่สวยมาก นวลๆ ดูผู้ดี ลิปรุ่นนี้ถึงจะเป็นเนื้อแมตต์ แต่เมื่อทาลงบนริมฝีปากจะรู้สึกนุ่มลื่นชุ่มชื่นปากมากๆ เพระเค้ามีโบทานิคอลออยย์ 9 ชนิดช่วยบำรุงริมฝีปากไปในตัวด้วย พิกเม้นต์แน่น สีชัด ติดทานอีกต่างหาก ที่สำคัญไม่ตกร่องด้วยนะจ้ะ ทาแล้วปากดูสุขภาพดี

39.jpg

ก้อยจะไม่ทาให้คมชัดตามรอยหยักของกระจับปากนะ ไม่ต้องละเมียดทาให้คม เป๊ะ หรือชัดอะไรขนาดนั้น ทาให้ดูมนๆ ให้ดูเป็นสาวหวาน และไม่ทาทั่วปากด้วย ทาแค่ด้านในปากแล้วเกลี่ยสีออกมา จะได้ริมฝีปากนวลๆ นุ่มๆ 

ก้อยขอใช้ Three Lyrical Lip Ami #01 Cosmic Wonder

 

40.jpg

41.jpg

ทาทับลิปลงไปอีก 1 ชั้นเพื่อให้ปากของเราดูหวานขึ้นมาอีกหน่อย ตัวนี้เป็นสีลิมิเต็ดนะ เป็นลิปประกายเมทาลิค เนื้อมุกละเอียด เป็นลิปกึ่งๆ กลอส ให้ความแวววาวบนริมฝีปาก โดยไม่ทำให้รู้สึกหนักปากเลย

42.jpg

ทาแล้วปากดูอวบอิ่มน่าจุ๊บเชียวแหละ อิอิ

43.jpg

44.jpg

เสร็จแล้วจ้า ลุคหวานๆ ดูคุณหนูน่ารัก หนุ่มคนไหนไม่ละลายก็เป็นตุ๊ดแล้ว!!!

45.jpg

01

 

 

How To | Every Season Look ผิวปัง เมคอัพติดทน ท้าทายทุกแดดลมฝน | KoiOnusa

ดูแบบ VDO ก็ได้น้า คลิ๊กเลย^__^

เมืองไทยถ้าอากาศไม่ร้อนกับร้อนมาก ก็จะเป็นฝนกับฝนตกหนักมาก ร้อนอบอ้าว เหนียวตัว และเฉอะแฉะ จนบางวันที่ฝนตกตั้งแต่ยังไม่ลืมตาตื่น แทบไม่อยากลุกออกไปจากเตียงเลย อยากนอนอืดๆ lay in da bed ชิวๆ

แต่ในความจริงนั้น เราทุกคนต้องตื่นค่ะ!!! ตื่นไปเรียน ตื่นไปทำงาน จะมัวนอนขี้เกียจไม่ด๊ายยยย!! เราต้องทำตัวให้สดใสแม้ในวันที่ฝนตก รถติด ร้อนชื้น ร้อนมาก หรือร้อนสุดๆ เริ่มต้นวันใหม่ในทุกวันๆ ด้วยการลุกขึ้นมาอาบน้ำให้สดชื่น และเล่นสนุกกับการแต่งหน้าให้ผิวยังปัง ไม่หวั่นแม้จะออกไปเจอฤดูไหนๆ

วันนี้ก้อยจะเน้นงานผิวนิดนึงนะคะ เมคอัพให้ผิวปัง ไม่หวั่นแม้ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว หรือฤดูรัก (อร๊ายยยย คนบ้าาาาา)

02.jpg

นี่คือเครื่องสำอางทั้งหมดที่จะช่วยให้ผิวหน้าของเราปังๆ ในลุคนี้

ผิวดีอะไรก็ดี หลังการบำรุงหน้าเสร็จแล้ว ก่อนการเริ่มต้นแต่งหน้าในทุกครั้งอย่าลืมใช้ Primer ก่อนนะ นอกจากจะช่วยให้เมคอัพเราติดทนยาวนานแล้ว Primer ยังเป็นเหมือนสิ่งที่เคลือบพื้นผิวหน้าเราให้เรียบเนียน เวลาเราลงรองพื้น จะเกลี่ยง่ายขึ้น และรองพื้นของเราจะเนียนเรียบไปกับผิวหน้าของเราอีกด้วย

03.jpg

Illamasqua Hydra Veil

04.jpg

ตัวนี้เป็น Primer ตัวโปรด พูดได้เต็มปาก เพราะเป็น Primer เนื้อน้ำ ไม่ใช่เนื้อซิลิโคน มันจะไม่อุดตันรูขุมขน ซึ่งจะก่อให้เกิดสิวในอนาคต ช่วยให้รองพื้นของเราเกลี่ยง่ายขึ้น เครื่องสำอางจะติดทนยาวนาน และไม่ตกร่อง และที่หลงรักสุดๆ เพราะว่าเป็น Cosmetic Care นอกจากจะเป็น Primer ช่วยรองพื้นผิวก่อนการแต่งหน้าแล้ว ยังมีส่วนผสมหลักอย่าง Niacinaminde (นีอาชินนามาย) ช่วยปลอบประโลมผิวเพิ่มความชุ่มชื้นและต่อต้านริ้วรอย และ Algae Extract(เอลเก้เอ็กซ์แทรก) ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสารสกัดจากสาหร่าย 3 ชนิด รวมถึง Astaxanthin (แอสต้าแซนทิน) ช่วยให้ผิวคงความอ่อนวัย ลดเลือนริ้วรอยความหย่อยคล้อยและจุดด่างดำ ปรับสภาพผิวให้ยืดหยุ่นทำให้ผิวดูตึงกระชับเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ เวลาใช้ primer ตัวนี้ ก้อยจะรู้สึกสบายใจจริงๆ

05.jpg

ใช้เพียงเล็กน้อยให้ทั่วหน้าค่า

06.jpg

Illamasqua Skin Base Foundation

07.jpg

รองพื้นตัวนี้เนื้อเข้มข้นมาก เราต้องรีบเกลี่ยนะคะ เพราะเนื้อเค้าแห้งไว แต่ให้การปกปิดดีมาก สามารถปกปิดได้ตั้งแต่ Medium Coverage และค่อยๆ บิ้วให้มันเป็น Full Coverage ได้เลยในวันที่ต้องการความเป๊ะ ก้อยใช้ตัวนี้แทนคอนซีลเลอร์เลย จุดด่างดำ รอยสิว ขอบตาคล้ำ ใช้แค่รองพื้นตัวเดียวเอาอยู่

08.jpg

พื้นหน้าของเราเนียนเรียบสีเสมอกันแล้ว อิอิ ตอนเพิ่งทานี้อาจจะดูขาวนิดนึงแต่พอรองพื้นเซตตัวแล้วจะได้ผิวที่สวยมากกกกกค่ะ

09.jpg

Illamasqua Cream Blusher #Rude

10.jpg

บลัชออนเนื้อครีมจะช่วยให้ผิวเรายิ่งปังขึ้น เพราะเนื้อครีมจะแนบสนิทไปกับผิวเลย ให้ความเป็นธรรมชาติและติดทนยาวนาน ทำให้แก้มของเราดูสุขภาพดีตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเจอฝน เจอแดด หรือมีมรสุมฤดูอะไร สีแก้มของเราก็จะไม่หายไปง่ายๆ

11.jpg

ค่อยๆ แต้มสีบนแก้ม แล้วค่อยเบลนด์ๆ นะคะ

Tips !!

ถ้าอยากให้ผิวเราปัง รองพื้นอยู่ทนยาวนาน นอกจากจะใช้ Primer แล้ว ลองทิ้งระยะห่างให้รองพื้นของเรากลืนเข้าไปกับผิวก่อนแล้วค่อยลงแป้ง ( รู้นะ!! บางคนลงรองพื้นเสร็จแล้ว ชอบลงแป้งต่อเลย )

ระหว่างรอให้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมของเรากลืนเข้ากับผิว เรามาเขียนคิ้วก่อนเลย

12.jpg

Illamasqua Eye Brow Cake #Thunder

13.jpg

ใช้ที่เขียนคิ้วแบบเนื้อเค้ก จะทำให้คิ้วของเราติดทนยาวนานมากกว่าใช้พวกเนื้อฝุ่น ตัวนี้เนื้อนุ่ม เขียนง่าย ให้สีสันชัดเจนและติดทนนาทั้งวันจริงๆ

ใช้คู่กันกับ “Illamasqua Angled Brush”

14.jpg

15.jpg

แปรงเขียนคิ้วอันนี้ดีมว้ากกกกกกกก!! แปรงมันกะน้ำหนักมือของเราได้ดีมากๆ อยากให้คิ้วเข้มคิ้วอ่อนตรงไหน แปรงเขียนคิ้วอันนี้กำหนดได้หมด และวาดโครงคิ้วได้ง่ายมากๆ ก้อยใช้แปรงตัวอื่นมาเขียน ก็ไม่เหมือนกับแปรงอันนี้จริงๆ นะ

16.jpg

นี่คือเขียนคิ้วด้วย “Illamasqua Eye Brow Cake ควบคู่กับ Illamasqua Angled Brush” เพียงเท่านั้น ไม่ได้ใช้แปรงอื่นๆ เกลี่ย หรือใช้มาสคาร่าคิ้วปัดเลย ดีงามมว้ากกกกกกกก

17.jpg

Illamasqua Loose Powder

18.jpg

หลังจากรอให้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมกลืนเข้ากับผิวเราแล้ว เราต้องล็อคผิวปังของเราด้วยแป้งเนื้อฝุ่น เพื่อควบคุมความมันของรองพื้นเรา แป้งตัวนี้เป็นแป้งโปร่งแสง เนื้อแป้งละเอียดมากๆ

19.jpg

พัฟของเค้าก็นุ่มมาก แต่ก้อยว่าพัฟเค้าพองไปหน่อย แอบใช้ยากนิดนึง แต่ตัวเนื้อแป้งเค้าดีนะ ก้อยว่ามันควบคุมความมันได้ดีเลยหละ แถมทำให้หน้าเราดูผ่องขึ้นด้วย

20.jpg

ค่อยๆ แปะๆ ลงไปให้ทั่วหน้า อย่าถูแรงๆ นะคะ มันจะเป็นรอยคราบแป้ง

ต่อด้วยงานเฉดดิ้งและไฮไลท์กันดีกว่า

21.jpg

Illamasqua Sculpting Duo

22.jpg

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าของเราด้วยเฉดดิ้งสีน้ำตาลอ่อน เฉดสีนี้พอดีผิวมากจริงๆ ไม่เข้มเกินไปจนดูหลอกตา และก็ไม่อ่อนไปจนมองไม่เห็น ลงบริเวณใต้โหนกแก้มและมุมคางของเราหน้าจะดูเรียวขึ้นแบบธรรมชาติ แบบจับไม่ได้เลยว่าเฉดดิ้งมา ใครมีเหนียงอย่าลืมแรเงาบริเวณใต้คอ และอย่าลืมแรเงาด้านข้างจมูก เพื่อให้เราดูมีดั้ง ขึ้นมาด้วยนะ

23.jpg

แต้มสีขึ้นมาเบาๆ ค่อยๆ ทานะคะ ลงน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มค่ะ

24.jpg

จากนั้นลงไฮไลท์เพื่อเพิ่มความปังให้กับผิวของเรา ให้ผิวเรามีออร่า และดูอิ่มน้ำมากขึ้น ทาลงไปแค่บริเวณสันจมูก กระจับปาก คาง และหน้าผาก แค่นี้ผิวของเราก็ดูปังขึ้นมาอีกหลายขุม

25.jpg

illamasqua Powder Blusher #Katie

26.jpg

หลังจากที่เราลงบรัชออนแบบเนื้อครีมแล้ว เราต้องใช้แบบเนื้อฝุ่นทาทับลงไปด้วย เพื่อให้แก้มของเรายิ่งติดทนยาวนาน ไม่ว่าจะเจอฝนเจอแดดเจอหนาว แก้มของเราจะยังอยู่ เหมือนมีแก้มสุขภาพดีมาจากภายในเลย ก้อยเลือกใช้บลัชออนสีชมพูอ่อนลงมาจากแบบเนื้อครีม เพื่อไล่สีให้แก้มของเราดูตะมุตะมิ เน้นทาบริเวณหน้าแก้ม เราจะได้ดูหน้าเด็กลงนิสสสสสนุงงงง อิอิ

ใช้คู่กันกับ “Illamasqua Contour Brush”

 

27.jpg

28.jpg

จริงๆแล้วแปรงตัวนี้เกิดมาเพื่อเป็นแปรงสำหรับคอนทัวร์ แต่ก้อยว่ามันสารพัดประโยชน์นะ ใช้ได้ทั้งคอนทัวร์หน้า และใช้ทาปัดแก้มด้วย แค่เช็ดด้วยทิชชู่ก็สามารถใช้ต่อได้โดยที่สีเดิมไม่ติดค้างอยู่ที่ขนแปรง คือดีจริงๆ และขนแปรงของเค้านิ่มมาก แต้มลงไปบนหน้าแล้วปัดๆ ที่แก้มแล้วไม่รู้สึกระคายเคืองเลย และมันยังจิกสีดีมากอีกด้วยนะ

29.jpg

แก้มเราก็จะดูน่ารักตะมุตะมิ ดูมีสุขภาพทันทีเลย

30.jpg

Illamasqua Beyound Powder #Daze

31.jpg

ไฮไลท์ตัวนี้เพิ่งออกมาใหม่ล่าสุดเลย จริงๆ เค้าออกมาหลายสีนะ แต่ก้อยปลื้มสีนี้มากกกกกก!!! เบื่อไฮไลท์สีเดิมๆ สีขาวสีทองสีนวลๆ มีอยู่ในกรุแต่งในหลายๆ ลุคแล้ว วันนี้ก้อยอยากใช้สี Daze เป็นสีขาวเหลือบชมพู ก้อยว่ามันยิ่งช่วยให้ผิวเรายิ่งดูปังมากขึ้น เพราะแก้มของเราที่ดูระเรื่อๆ จากบรัชออนสีชมพูอ่อน เมื่อใช้ไฮไลท์สีเหลือบชมพูอันนี้ มันจะลิงก์กันกับแก้มของเรา แก้มของเราจะยิ่งดูตะมุตะมิน่ารัก และดูไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้ไฮไลท์ตัวนี้เมื่อทาลงไปแล้ว มันให้ความแวววาวมากกกกกก ดูอิ่มน้ำจากผิวภายใน ปลื้มปริ่มมากจริงๆ

32.jpg

นี่คือรูปที่ใช้แสงแฟลชส่อง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เห็นสีไฮไลท์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สีน่ารักมากกกกก สีเหลือบชมพูๆ เหมาะแก่การปาร์ตี้สุดๆ แต่ก้อยใช้ในวันธรรมดาๆ เลยนะ เพราะสีไม่จัดเกินไป ถ้าทาที่แก้มจะดูเมือนเป็นบลัชออนแบบชิมเมอร์ แต่มีประกายแวววาวกว่าเท่านั้นเอง

33.jpg

ด้านซ้ายที่ปัดไฮไลท์แล้ว ด้านขวายังไม่ได้ปัด เห็นความแตกต่างชัดเจนเลยใช่มั้ยหละ

34.jpg

นอกจากนี้เรายังสามารถนำมาทาที่ไหปลาร้าและไหล่ของเราได้ เผื่อว่าวันไหนออกไปปาร์ตี้ ผิวของเราจะได้ดูปังทั้งใบหน้าและผิวกาย

35

36.jpg

จบท้ายด้วยลิปสติก เลือกสีลิปสติกที่ขับผิวของตัวเอง จะช่วยให้ผิวของเรายิ่งดูปังมากขึ้น

37.jpg

ก้อยสังเกตว่าตัวเองเหมาะกับลิปสีชมพู เพราะมันทำให้ผิวเราดูขาวอมชมพู ขับสีผิวให้ใบหน้าเราสว่างขึ้น แค่นี้ผิวของเราก็ดูปัง ปัง ปังแล้ว

38.jpg

ส่วนตาของเราไม่ต้องทำอะไรมากค่ะ เพราะเราเน้นงานผิวปัง แค่ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าก็เพียงพอ

39.jpg

ดัดขนตา + ปัดมาสคาร่า พอเลย

Finish Look !!

40.jpg

เพียงเท่านี้ลุคของเราก็ดูดีแล้ว เพราะผิวดี อะไรๆ ก็ดูดี ผิวปังท้าทุกฤดู จะกี่ร้อน กี่ฝน กี่หนาว ผิวเราก็ยังปัง ไม่มีพังแน่!!

 

ได้ทริคในการแต่งหน้าให้ผิวปังกันไปเยอะเลย นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะคะ เพราะสภาพอากาศเมืองไทยเราเนี่ย เอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ อย่าให้หน้าเราดูโทรม ดูผิวแห้งเหี่ยวน้า ทำตัวให้สดใสสู้ทุกลมฝนเข้าไว้ ฮึบบบ!!!

 

ก้อยไปก่อนนะคะ เจอกันใหม่อีกทีคราวหน้า

 

เยิฟ 🤟🏼🤟🏼🤟🏼

01