สอนทำผมทรงโปรด ผมตรงงุ้มปลาย ทำเองง่ายๆ สวยเด้งเสมือนออกมาจากซาลอน | KoiOnusa

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก้อยเองเป็นคนผมยาว ผมหนาและหยักโศก ทำให้ผมไม่สลวย ไม่เรียบตรงหลังการสระผมเท่าไหร่นัก บางคนที่ชอบความเซอร์ๆ ดิบๆ อาจจะไม่ซีเรียสเท่าไหร่ แต่สำหรับก้อยแล้ว ความฟู ความพองของเส้นผม ไม่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจเมื่อต้องออกไปเจอผู้คนเท่าไหร่ แต่จะให้แว๊ปไปทำผมที่ร้านทำผมตลอดๆ นั้น ก็รู้สึกเสียดายเงิน พร้อมๆ กับเสียดายเวลา

เพราะฉะนั้นวันนี้ก้อยขอมาสอนเซ็ตผมง่ายๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นทรงที่ก้อยชอบทำมากๆ เพราะทำง่าย ดูดี และไม่เสียเวลามากมาย

ให้ดูผมก่อนทำนะ จะเห็นว่า ผมก้อยไม่ได้ชี้ฟูหรือหยักโศกอะไรมากหรอก แต่มันแอบพองๆ ดูเซอร์ไปหน่อย ทำให้เราแอบเสียความมั่นใจไปเยอะอยู่เวลาออกไปนอกบ้าน

เครื่องมือที่เราต้องมีอย่างเดียวเลยนั่นคือ “เครื่องหนีบผม” เป็นไอเท็มกันตายสำหรับก้อยเลยนะ ขาดเธอเหมือนขาดใจ ขาดเธอไป เราคงทำได้แค่มัดรวบผมกันทุกวัน ฮ่าๆ

ประเด็นสำคัญ “ในการเลือกเครื่องหนีบ” ผมนั่นคือ เราต้องดูความต้องการของเราก่อนค่ะ ว่าเราต้องการทำผมทรงไหน หากต้องการหนีบผมตรงแบบที่ก้อยกำลังจะทำ ก็ควรเลือกที่หนีบผมที่มีหน้าหนีบผมค่อนข้างกว้าง เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการทำผม แต่หากต้องการทำผมม้วนลอน อาจจะต้องเลือกหน้าหนีบผมที่เล็กลงมา หรือเปลี่ยนไปใช้เครื่องม้วนลอน

อีกประเด็นหนึ่งที่ก้อยเลือกใช้เครื่องหนีบผมมาใช้กับเส้นผมของเราคือ ต้องดูว่าเครื่องหนีบผมนั้นๆ มีคุณสมบัติพิเศษอะไรที่ช่วยปกป้องผมเราจากความร้อนได้บ้าง อย่างตัวนี้เป็นของ Lesasha รุ่น Straight & Shine Infared ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นแสงอินฟราเรดสีแดงๆ อยู่ด้านในของหน้าหนีบผมของเราอยู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้เค้าจะช่วยทำให้ผมของเราเรียบตรงโดยที่ผมของเราไม่ต้องสัมผัสกับความร้อนบนหนาหนีบผมนาน รวมถึงในส่วนนี้เค้าจะมี Argan Oil และ Tourmarine ช่วยปกป้องเส้นผมเราจากความร้อน เมื่อเราหนีบผมเสร็จเรียบร้อยจนสุดปลายผม เราจะเห็นได้เลยว่าของเรายังคงเงางาม ไม่แห้ง ไม่หยาบกระด้าง แม้ผมจะสัมผัสกับความร้อนจากเครื่องหนีบผมมาก็ตาม

ข้อดีของเครื่องหนีบผมตัวนี้อีกอย่างที่เราชอบคือ เค้านำปุ่มกดต่างๆ เข้าไปอยู่ด้านในตัวเครื่อง ทำให้เวลาที่เราหนีบผม มือของเราจะไม่เผลอไปโดนปุ่มง่าย และยังมีปุ่ม + – ให้เราปรับอุณหภูมิความร้อนในการทำผมของเราได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าเราต้องใช้อุณหภูมิไหนสำหรับการทำผมของเรา เพราะสภาพเส้นผมของแต่ละคนก็มีความเหมาะสมที่จะใช้อุณหภูมิต่างๆ ในการหนีบผมต่างกันไป เราเลยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมต่างๆ มาให้ 4 แบบ ลองนำไปปรับใช้ดูนะ

– 150 องศาฯ สำหรับผมบาง ผมไม่แข็งแรง หรือผมที่เพิ่งทำสีมาใหม่ๆ

– 180 องศาฯ สำหรับเส้นผมทั่วไป เส้นผมปกติ

– 210 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนา

– 230 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนามากๆ และหยักศก

และความเลอค่ามันอยู่ที่เจ้าเครื่องหนีบผมรุ่นนี้เค้าก็มีปุ่ม M ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมที่แตกต่างกัน เรียกว่าเป็นปุ่มปรับอุณหภูมิลัดก็ว่าได้ โดยเค้าจะปรับอุณหภูมิได้ถึง 4 แบบตามข้อมูลด้านบนที่ก้อยได้บอกเลย ประหยัดเวลาในการใช้งานสุดๆ

เอาล่ะ เรามาเริ่มทำผมกัน ขั้นแรกเราต้องแบ่งผมออกมาทีละช่อ ให้มีปริมาณผมไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป

จากนั้นก็เริ่มหนีบผมตั้งแต่โคนผมลงมาเรื่อยๆ

เมื่อถึงปลายผม ให้เราหักข้อมือเข้าด้านในแล้วค้างไว้ 3 วินาที จากนั้นตวัดข้อมือรูดเครื่องหนีบผมออกจากผมเบาๆ

ผมของเราก็จะมีปลายงุ้มงอสวยง่ายๆ แบบนี้เลย

นี่คือความแตกต่างของผมด้านที่จัดแต่งทรงผมแล้ว กับด้านที่ยังไม่ได้ทำ ความแตกต่างชัดเจนสุด

ใช้เวลาทำผมทรงนี้ไม่เกิน 20 นาทีก็เสร็จแล้วจ้า ด้านหลังสวยสุดๆ เสมือนเพิ่งออกมาจากร้านทำผมเลย ลองไปฝึกทำดูกันนะสาวๆ มีเครื่องหนีบคู่ใจดีๆ ซักอันนึง ก็แทบจะไม่ต้องวิ่งไปพึ่งร้านทำผมแล้ว ใช้งานกันยาวๆ ได้เป็นปีๆ เลย ประหยัดเงินไปได้มากโข!!

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ปลดล็อคความสดใส ไปกับ Cute Press Heart ID Creamy Lip 5 เฉด ริมฝีปากอวบอิ่มน่าจุ๊บบบ | KoiOnusa

TN-JB2

 

 

 

 

 

น่ารักกก น่าร๊ากกกก!! น่ารักมากๆ สำหรับลิปสติกคอลฯ ใหม่ Cute Press Heart ID ที่เห็นแค่แพ็กเกจ หัวใจก็แทบจะหล่นตุ๊บ!!

ความน่ารักของเค้าอยู่ตรงตอนที่เราเปิด-ปิดลิปฯ เค้าดีไซน์ให้การล็อคเป็นในรูปแบบ Heart Lock Lipstick น้องเป็นตัวล็อคแบบรูปหัวใจน่ารักมากกกกกก

คอลฯ นี้เค้ามีทั้งหมด 15 เฉดสี แต่แบ่งเป็น 3 เนื้อสัมผัส เบอร์ 1-5 จะเป็นเนื้อ Sheer เบอร์ 6-10 จะเป็นเนื้อ Creamy และเบอร์ 11-15 จะเป็นเนื้อ Matte

ซึ่งวันนี้ก้อยขอมารีวิวลิปฯ เนื้อ Creamy 5 เฉดสีให้เพื่อนๆ ดู ส่วนตัวแล้วก้อยชอบเนื้อครีมนี่แหละ เพราะมันช่วยกลบริมฝีปากของเราได้มิด และช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่มน่าจุ๊บ จะปากแตกแห้งลอก ทาเนื้อครีมยังไงก็รอด!!

เบอร์ 06 นู้ดอมน้ำตาลนิดๆ เป็นลิปสีนู้ดที่สวยมาก ทาได้แบบ Everyday Look ไม่รู้จะทาลิปสีอะไร หยิบสีนี้มาทาได้บ่อยๆ เลย สีกันตาย ไปไหนก็รอด

เบอร์ 07 ชมพูอมม่วง อุแม่เจ้า!! ชอบสีนี้มากเลย บางมุมนางก็ดูชมพู บางมุมนางก็ดูอมม่วง แต่เป็นสีที่แปลก ชมพูตุ่นๆ แบบที่ดูดีดูแพง สีสวยเกินเรื่อง ชอบสุดในกลุ่มสีของ Creamy

เบอร์ 08 น้ำตาลอมส้ม เป็นสีที่ทาแล้วหน้าดูสดใสขึ้น แต่ยังคงมีความสุภาพอยู่ ไม่หวานไม่เลี่ยน ได้ลุคเด็กสาวสดใส ปากส้มๆ น่าร๊าคคึ

เบอร์ 09 แดงอมส้ม ส้มอมแดง จะแดงก็ยังแดงไม่สุด ขอเรียกว่าเป็นแดงละมุน ยังไม่กล้าแซ่บ แต่ก็อยากโดดเด่น แอบเปรี้ยวเล็กๆ พอประมาณ ทาแล้วเกิด หน้าสดใสขึ้นหลายเบอร์

เบอร์ 10 สีแดงแซ่บๆ ได้ลุคเป๊ะปังสวยหรูแพ๊งแพง แต่ยังคงเป็นโทนแดงที่ไม่สดเกินเบอร์ เป็นสีแดงแบบสุภาพ เปรี้ยวนะ แต่ชั้นก็ยังสุขุม ลุคสาว Working Woman ตัวจริง

ก้อยหยิบเบอร์ 07 สุดโปรดขึ้นมาในลุคนี้ วันสบายๆ แต่งหน้าไม่ต้องเยอะ ให้ลีลิปสติกสร้างความสดใสให้เราก็เพียงพอ

จะเห็นได้ว่าก้อยแต่งหน้าคลีนๆ เขียนไลเนอร์ ปัดแก้มเล็กน้อย แทบจะไม่เติมแต่งอะไรมาก แต่ลุคก็ดูดีได้ด้วยลิปสติกสีสวยๆ ยิ่งเป็นเนื้อครีมด้วยแล้ว จะช่วยให้ลุคดูเป๊ะสุดในปฐพี (ของตัวเอง5555+)

 

TN-JB2

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

 

เซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วนที่ไม่ได้ทาได้แค่ฝ้า ทดลองทารอยสิวดำๆ เป็นยังไงมาดูกัน!!!

ปัญหาเรื่องสิวว่ากวนใจแล้ว เรื่องจุดด่างดำ รอยดำจากสิวนี่ก็ทำให้เราหนักใจได้ไม่แพ้กัน ใช่มิ!!!
วันนี้ก้อยลองหยิบเจ้าตัว KA Expert Anti Melasma Serum มาใช้ในช่วง 1 เดือนก่อน เค้าเป็นเซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วน แต่ก้อยไม่มีฝ้านะ นี่เลยลองเอามาทาพวกรอยดำจากสิวดู น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน เพราะเค้าเขียนหน้ากล่องไว้ว่าช่วยให้พวกฝ้า กระ  ดูจางลง ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น พออ่านคุณสมบัติหลังกล่องแล้ว เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% แถมยังมีสารสกัดออร์แกนิคจากว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไปอีก เลยจะช่วยเรื่องการฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอ ให้ชุ่มชื่นขึ้นด้วย แค่อ่านส่วนประกอบก็ยิ่งอยากลองแล้ว
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นเนื้อสีขาวขุ่นแต่มีความใสอยู่ตามสไตล์เซรั่ม ดมกลิ่นใกล้ๆ ไม่ค่อยได้กลิ่นเลยนะ และตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่ม เนื้อของเค้าคล้ายๆ กับการทาว่านหางจระเข้เลยล่ะ ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ผิว ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
ก้อยตั้งใจทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำจากสิว ทาอย่างจริงจังเช้า-เย็น ประมาณ 14 วันก็ได้ผลลัพธ์แบบนี้ รอยดำจากสิวจางลงไปเยอะมากกกกกก จางเร็วมากด้วย ใช้จนสิวใหม่ขึ้นมาแล้วเนี่ย 5555+ แต่รอยดำจางลงจริงๆ โดยที่รูปไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย
นี่ก็แฮปปี้มากอยู่นะที่รอยดำจางไวขนาดนี้ ก้อยไม่ทันถ่ายตอนครบ 7 วันไว้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงวันที่ 12-13 แล้วล่ะว่าควรถ่าย After ไว้ซักหน่อย พอเอารูปมาเทียบกันคือเห็นเลยว่าแตกต่างชัดเจน ถือว่าเลิศอยู่นะ สำหรับตัวก้อยเองคือเห็นผลจริงๆ และยังคงใช้จนหมดหลอดแน่ๆ ตัวนี้จะเป็นขนาด 15 กรัมนะ ราคา 189 บาท  ราคาเป็นมิตรมากหาได้ตามร้านขายยาหรือในร้านบิวตี้อย่าง EVEANDBOY ก็มีวางขายแล้ว แต่หากใครอยากทดลองใช้ด้วยงบน้อยๆ ก่อน เค้าก็มีแบบซองขายขนาด  7 กรัม 49 บาทเอง มีที่ Family Mart กับ Lawson ก้อยว่าหนึ่งซองกับจุดด่างดำเล็กๆ ก็ใช้ได้นานอยู่นะ แต่จะให้ดี ทาทั้งหน้าเลยก็ได้ ผิวจะได้กระจ่างใสและชุ่มชื่นทั่วๆ กัน สำหรับคนที่เป็นฝ้าอยู่คงต้องใช้กันยาวๆ แนะนำแบบหลอดเลยจะดีกว่า ยังไงใครที่มีปัญหาฝ้าอยู่ลองเอาตัวนี้ไปลองดู ด้วยปัญหาฝ้าอ่ะเนอะ ต้องหาแบรนด์ที่น่าเชื่อถือหน่อย ไม่งั้นถ้าใช้ไม่ถูกนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังอาจจะลามแล้วผิวบางขึ้นจนแก้ไม่หายก็ได้

ใช่คุชชั่นที่ตามหามั้ย? บางเบา ปกปิด สบายผิว หน้าโกลว์สวย คุมมันดี | KoiOnusa

พูดถึงคุชชั่น สาวๆ คงนึกถึงความใส ความบางเบา ความโกลว์ และไม่ค่อยจะปกปิด รวมถึงบางคนอาจจะเจอปัญหาคุชชั่นเป็นคราบ คุชชั่นฉ่ำเกิน ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็ไหลเยิ้ม โดยเฉพาะสาวผิวผสมไปจนถึงผิวมันแบบก้อย
ใครเจอปัญหาเหล่านี้ และตามหาคุชชั่นที่ให้ความโกลว์ ดูบางเบาแต่ปกปิด ไม่อยากได้ความแมตต์เลย ชอบผิวแบบสุขภาพดี อ่านรีวิวของก้อยต่อได้เลย คุณมาถูกทางแล้ว เพราะก้อยใช้แล้วรู้สึกว่ามันตอบโจทย์มาก สำหรับเจ้า Giorgio Armani To go ตลับนี้
ก้อยหยิบมาใช้และสังเกตแบบคนใช้จริงๆ ไม่อ่านคุณสมบัติใดๆ ของมันนะ จะขอพูดตามฟีลลิ่งเลย สิ่งแรกที่เราชอบนะ คือตัวแพกเกจของเค้า ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน Curve ของตลับเค้าแปลกมากจริงๆ บวกกับสีดำแดงที่ตัดกัน รวมๆ กันแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน อ้ะ มาเป็นเพลง 55555+
ภายในตลับเค้าก็จะมีพัฟรูปทรงหยดน้ำมาให้ ซึ่งทรงแบบนี้จะทำให้เราสามารถทาคุชชั่นตามซอกจมูกและร่องใต้ตาได้อย่างสะดวกสบาย ตัวพัฟของเค้าจับเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ได้น้ำได้เนื้อ
ในส่วนของด้านในตลับเค้าจะเป็นคล้ายๆ ตาข่ายที่เป็นกระดาษแข็งๆ กดเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ไม่ต้องเค้นมันขึ้นมาเหมือนคุชชั่นบางแบรนด์ที่ก้อยเคยเจอมา
นี่คือเนื้อคุชชั่นเบอร์ 3 ที่ก้อยใช้ จะเห็นว่าเนื้อของเค้ามีความโกลว์เมื่อกระทบแสง เนื้อดูบางเบาไม่หนักผิว เนื้อคุชชั่นมีความทึบสูง แต่ไม่อึดอัดผิว
พอมาอยู่บนผิวหน้าของเราแล้วก็จะมีความผิวสวยโกลว์ๆ ประมาณนี้เลย ผิวสวยยยยจริงๆ นะ >.<
ความปกปิดก็จะดีประมาณนี้ มีสิวอักเสบและรอยแดงมาให้ทดสอบความปกปิด จะเห็นว่ารอยแดงหายมิด รอยสิวอักเสบหายไปประมาณ 80% ยังเห็นหัวผุดออกมาแต่ไม่ชัดเจนเท่าตอนหน้าสด ก็แหมมม มันนูนออกมานี่น่า จะให้มันหายมิดไปได้ยังไง >.<“
พอทาครึ่งหน้า ก็จะแตกต่างประมาณนี้ ในส่วนของผิวหน้าก้อยชอบมาก มันทำให้ผิวดูสวยขึ้น ดูสุขภาพดี มีความโกลว์ๆ และปกปิดได้ดีในระดับนึง ในส่วนของใต้ตาของก้อยที่นอนดึกนั้น เราอาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างมาทาใต้ตาเพิ่มเติมซักหน่อย
พอแต่งหน้าเสร็จก็จะมีงานผิวที่สวยประมาณนี้ ก้อยแต่งหน้าตอนเที่ยง ผิวสวยประมาณนี้แหละ ชอบบ ไม่หนักผิวเลย แต่ให้การปกปิดรอยแดงได้ดีมากๆ ออกไปข้างนอก ทำนู่นทำนี่ เปลี่ยนเสื้อทำอะไรนิดหน่อย ก่อนอาบน้ำก็ถ่ายรูปเก็บไว้ในช่วงประมาณ 2 ทุ่ม ปากของก้อยสีซีดไปแล้ว แต่ผิวหน้ายังสวยอยู่ มีความโกลว์เพิ่มขึ้นนิดหน่อย คุมมันได้ดีเลยนะ ไม่มีการไหลเยิ้มหรือเป็นคราบเลย แฮปปี้มาก
โดยสรุปคือ นางเป็นคุชชั่นที่ให้ผิวสวยและโกลว์แบบธรรมชาติ มีเนื้อที่บางเบาแต่ปกปิด ใช้แล้วสบายผิวหน้า ผิวเนียนเป็นธรรมชาติ คุมมันดี แต่อาจจะติดที่หากใครมีใต้ตาที่คล้ำมากๆ ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ เช่นก้อยที่นอนตอนตี 3 ติดต่อกันหลายๆ วัน ตามรูปนี้เป็นต้น 555555+

Everyday Look กับไอเทมฮุก ๆ ที่แนะนำว่าควรมี! (รวมเมคอัพงานผิว ที่ได้ทั้งแต่งหน้า และบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน เปิดกรุไอเทมงานผิวมงลงเลยจ้ะ) | KoiOnusa

ดูแบบคลิปก็ได้นะ
ไหนๆ ใครชอบเมคอัพงานผิวๆ บ้าง ก้อยเป็นคนนึงที่ชอบไอเทมงานผิว เพราะมันสามารถใช้ได้ในทุกวัน ใน Everyday Look โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักผิว ที่สำคัญคือใช้ง่าย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แล้วถ้ายิ่งเมคอัพชิ้นนั้นมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันแล้วด้วยหละ ยิ่งช่วยให้ผิวสวยมงลงกันเลยทีเดียว
นี่เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวที่ก้อยหยิบใช้ในช่วงนี้บ่อยๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเนอะ มีทั้งไอเทมเก่าๆ ที่มีมานาน และไอเทมใหม่ๆ ที่แบรนด์เค้าเพิ่งวางขายซักระยะนึง พอใช้แล้วมันปลื้มมมม เลยหยิบใช้กันบ่อยเลยช่วงนี้
ก้อยขอแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ นะ
ต้องบอกว่า Primer ตัวหลักๆ ที่ก้อยใช้จะมี 2 ตัวนี้ ซึ่งให้ Finish ของผิวหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum
เจ้าตัวนี้นับว่าเป็นเซรั่มที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นมากๆ ก่อนแต่งหน้า เนื้อเค้าจะเป็นน้ำและน้ำมันแยกออกจากกัน แต่เนื้อซึมไวนะ คนผิวมันก็ใช้ได้ไม่ต้องกังวล เพราะมันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิว

เมื่อทาลงบนผิวจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูอิ่มเอิบ และ Glow ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเค้ามี Argan Oil ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที นอกจากจะเป็น Primer ที่ช่วยให้ Finish Look ของการแต่งหน้าเป็นผิวแบบโกลว์แล้ว เค้ายังมี Vegan Marine Plant Collagen ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้ผิวแลดูกระชับดูอ่อนเยาว์ มี Marine Plant Extracts  ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและนุ่มขึ้น และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย

ดูจากรูปจะเห็นได้เลยว่าผิวก้อยดู Glow และชุ่มชื่นขึ้นทันทีจริงๆ ที่ใช้
YSL Instant Matte Pore Refiner
Primer ตัวนี้จะช่วยทำให้ผิวแมตต์เลย สำหรับคนที่ไม่ชอบผิว Glow ต้องการผิวแมตต์ขั้นสูดสุง ตัวนี้ตอบโจทย์นะ และมันช่วยเบลอรูขุมขนได้ในระดับนึง ที่ไม่ได้ช่วยเบลอระดับสุดนั้นเพราะเค้าไม่มีซิลิโคนนะ จึงไม่ทำให้อุดตัน
แต่ที่ก้อยชอบมากๆ ก็เพราะ Primer ตัวนี้มันทำให้เครื่องสำอางก้อยติดทนนานตลอดทั้งวัน รู้สึกได้เลยว่าเครื่องสำอางที่ทาลงบนใบหน้าแน่นมาก ตกเย็นก็ไม่เลือนหาย และนอกจากเค้าจะช่วยเบลอรูขุมขนและช่วยให้เมคอัพติดทนมากๆ แล้ว เค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น ใบวอลนัท ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก และยังค่อยๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ใสขึ้นได้ด้วย มี Salicylic Acid เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้
ดูจากรูปจะเห็นว่าผิวก้อยแมตต์เลย ไม่มีความวาวบนโหนกแก้มเลย
กลุ่มต่อไปเป็นงานรองพื้นนะ รวมถึงพวกคุชชั่นและCCครีมด้วย
It Cosmetics Your Skin But Better CC Cream : Fair
เป็น CC ครีมที่ก้อยใช้หมดมาเป็นหลอดที่ 3 แล้ว และอันนี้ก็กำลังจะหมดในเร็ววันนี้ วันไหนที่ขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นอะไร หยิบเจ้าตัวนี้มาใช้ง่ายดี
เนื้อเกลี่ยง่าย ใช้นิ้วเกลี่ยก็ได้ ให้ผิวใสๆ สบายๆ เหมาะสำหรับ Everyday Look สุดๆ แต่อาจจะไม่ได้ให้การปกปิดอะไรมากมายนะ เป็นงานผิวจริงๆ แต่ช่วยให้ผิวของเราดูดีขึ้น สมชื่อ Your Skin But Better เค้าเลย และเค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น Vitamin A, C, B, E Hyaluronic Acid และ Hydrolyzed Collagen ซึ่งช่วยในเรื่องของ Anti-Aging ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นด้วย และที่สำคัญ เค้ามีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนี่แหละ ก้อยถึงชอบใช้บ่อยๆ เพราะตัวเดียวจบจริงๆ
เมื่อทาลงบนผิวแล้วก็จะได้ผิวใสๆ แบบนี้ จะเห็นได้ว่า เรายังเห็นรอยแดง รอยสิวอยู่บางๆ แต่ผิวหน้าดูดีขึ้นนะ ดูใสและขาวขึ้นเลย
Lancôme Blanc Expert Cushion Urban Duo Palette : P-02
งานผิวใสต้องมอบให้ตัวนี้ เป็นคุชชั่นที่ให้ความฉ่ำวาว ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ ผิวใสขึ้นจริงๆ แล้วยังมีคอนซีลเลอร์ภายในตลับ ช่วยปกปิดรอยสิวรอยคล้ำใต้ตาเพิ่ม
แต่บอกก่อนเลยว่าคุชชั่นรุ่นนี้ไม่เน้นการปกปิด แต่ช่วยให้ผิวใสผิวสวยขึ้นมากกว่า ได้ลุคผิวกำมะหยี่ใสๆ ไม่คุมมันเท่าไหร่ แต่ผิวสวยจริงๆ ก้อยชอบใช้ในวันสบายๆ เข้าห้างเบาๆ ช่วงสิวไม่มี เค้ามีส่วนผสมของสารบำรุงต่างๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นด้วย
จะเห็นได้ว่า ทาผิวไปแล้วผิวสวยจริงๆ เป็นคุชชั่นหน้าใส ใช้ช่วงหน้าเนียนๆ ไร้สิวนูนๆ แล้วได้ผิวสวยมาก
Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm : #3
ช่วงนี้กำลังเห่อเจ้าตัวนี้มากๆ เพราะใช้สะดวกใช้ได้ใน Everyday Look จริงๆ เป็นเนื้อบาล์มที่จะเปลี่ยนจากเนื้อบาล์มเป็นเนื้อครีม และจะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นแป้ง เท่ากับเราไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย
เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีเลยนะ ก้อยติดมากช่วงนี้ หยิบมาใช้ตัวเดียวจบได้ง่ายๆ
เมื่อใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ ก็จะปกปิดได้ดีแบบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ เป็นการปกปิดที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักๆ ใช้ตัวเดียวจบได้เลย
Tarte Rainforest Of The Sea Water Foundation : Fair-Light Sand
รองพื้นตัวนี้ก้อยชอบใช้กับตัว Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum เพราะมันช่วยให้ผิวโกลว์สวยมาก ตัวรองพื้นเค้าช่วยเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิว จึงทำให้เมื่อลงรองพื้นบนผิว จะได้ผิวที่ดูมีชีวิตชีวา

เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีทีเดียว เกลี่ยง่าย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเค้ก อาจจะไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่เป็นงานผิวที่สวยจริงๆ แถมยัง SPF15 ช่วยกันรังสี UV ด้วย

จะเห็นว่าเมื่อทารองพื้นลงไป มันปกปิดได้ในระดับนึง แต่สามารถค่อยๆ บิ้วเพิ่มระดับการปกปิดได้นะ ได้ผิวสวยๆ โกลว์ๆ ปกปิดได้พอดีๆ
No.7 Match Made Custom Blend Foundation Drops : Calico
เป็นรองพื้นที่เลือกระดับงานผิวได้ อยากจะใช้ในวันสบายๆ ไม่เน้นการปกปิดมากก็ใช้ 1 หยด และเพิ่มระดับการปกปิดขึ้นไปก็ใช้ 2 หยด และใช้ 3 หยดเพื่อการปกปิดที่แน่นมากๆ

บอกเลยว่าตัวนี้ปกปิดดีมากๆ เมื่อใช้ในนะดับ2-3 แล้วหน้าก็จะเนียนกิ๊ง ไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเลย อันนี้ประทับใจมากๆ ราคาก็น่ารัก ผสมกับครีมบำรุงผิวตัวต่างๆ เพื่อเลือก Finish งานผิวได้ อยากจะผิว Matte ผิว Glow ก็อยู่ที่ครีมบำรุงและPrimer ของเราที่สามารถผสมเข้าไปในเนื้อรองพื้นได้เลย

ก้อยทาให้ดู 3 ระดับเลย จะเห็นว่ามันค่อยๆ เพิ่มระดับการปกปิดจริงๆ ก้อยใช้บ่อยนะ เวลาขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นตัวไหนดี 55555+
ต่อมาเรามาจบกันที่งานแป้งที่ก้อยใช้บ่อยๆ ในช่วงนี้นะ
Three Ultimate Diaphanous Loose Powder : #01
ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ ครั้งแรกที่ใช้คือชอบพัฟเค้ามากๆ แต่ตัวแป้งของเค้าก็มีดีด้วยเช่นกัน เป็นเนื้อแป้งที่มีอณูละเอียดมากๆ
แป้งฝุ่นตัวนี้ให้ finish look ที่ดูเป็น natural matte คือให้ผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ได้ทำให้สีของรองพื้นเพี้ยนไป และช่วยคุมมันได้ดี
ก้อยใช้แต่งหน้าในหลายๆ วันเลย เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ
Three Pristine Complexion Powder Foundation: #100
แป้งตัวใหม่ล่าสุดของ Three ขอพูดเยอะหน่อยเพราะเป็นไอเทมใหม่ล่าสุดในไลน์งานผิวที่ก้อยมี มันน่าสนใจตั้งแต่มีพี่อ้อม สุนิสา เป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ซึ่งก้อยว่าก็เหมาะมากจริงๆ เพราะพี่อ้อมเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ เป็นคนที่เรียบง่าย ดูคลาสสิค มีเอกลักษณ์ สามารถสื่อความเป็นตัวตนได้ออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่หวือหวาแต่มีคลาส ซึ่งตรงกับบุคลิกของแบรนด์ Three มากๆ พอมาศึกษาดูข้อมูลของมันก็เลยยิ่งอยากใช้
แป้งตัวนี้มาในรูปแบบตลับสี่เหลี่ยมแนวยาวแบบมินิมอลเช่นเดิม แค่ตลับก็น่าใช้มากแล้ว และเค้ายังเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ช่วยเบลอรูขุมขนก้อยได้ดีมาก ใช้แล้วยังรู้สึกเหลือเชื่อกับงานผิวที่ได้ เพราะก้อยใช้แป้งคู่กับแปรงของเค้า ไม่เคยใช้แป้งผสมรองพื้นโดยไม่ใช้พัฟเลย แต่พอได้ใช้แปรงควบคู่กับแป้งของเค้าแล้วได้ผิวที่เนียนเกินคาด เพราะเค้ามี Spherical Powder 4 ชนิด ช่วยอำพรางจุดบกพร่องของเรา
แป้งตัวนี้เค้ามีเนื้อแป้งมาให้ 2 แบบนะคะ ฝั่งที่มีปริมาณเยอะกว่านี่เป็น Slender Matte จะเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคแบบ Airy Matte คือให้การปกปิดแต่ดูบางเบาเป็นธรรมชาติ และให้ผิวดูแมตต์ แต่ไม่แมตต์จนมากเกินไป เพราะเค้ามีเทคโนโลยี  Soft Focus Effect  ที่จะช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ให้แสงที่สะท้อนมาที่ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ มี Anti-dulling Powder และ Subum-Absorbing Coating ที่ช่วยให้แป้งบนผิวหน้าเราไม่ดรอปไม่หมองตลอดวัน
ส่วนอีกฝั่งที่เล็กกว่าคือ Slender Glow เป็นแป้งที่มีเนื้อชิมเมอร์เล็กๆ ช่วยกระจายแสงให้ผิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น ก้อยใช้แป้งในส่วนนี้เป็นไฮไลท์เลย ปัดบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก จงอยปาก จะเห็นเลยว่าผิวบริเวณนั้นสว่างขึ้น แต่ยังดูเนียนไปกับผิวหน้าเราอยู่ เพราะเค้ามีอณูแป้ง Silky Powder ซึ่งมีความละเอียดมาก โปร่งแสง ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ และมีอณูแป้ง Flaky Powder ช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
พอใช้ร่วมกันแล้วทั้งฝั่งที่เป็น Slender Matte ทั่วใบหน้า และฝั่ง Slender Glow บริเวณจุดไฮไลท์ต่างๆ จะช่วยเพิ่มมิติให้หน้าเรามากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นด้วย ที่สำคัญตัวแป้งเค้ามีส่วนผสมของโบทานิคอล ออยล์ และสารสกัดจากพืช 9 ชนิด ช่วยบำรุงผิวหน้าไปในขณะที่เราแต่งหน้าระหว่างวันด้วย
และนี่ก็เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวแบบจัดเต็มที่ก้อยใช้บ่อยและเห่อมากๆ ในช่วงนี้ เรียกว่าใช้สลับกันไปมาใน Everyday Look เลย แล้วแต่อารมณ์ว่าวันไหนอยากได้ลุคผิวแบบไหน ปกปิดแค่ไหน แต่ไม่ได้เน้นการปกปิดแบบจัดเต็มอะไรมากมายนัก เรียกว่าเป็นไอเทมเมคอัพที่ช่วยให้ผิวสวยขึ้นและยังได้หายใจอยู่ หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะ
00.jpg

มาสก์ใจปล้ำ ชุ่มฉ่ำผิวหน้าถึงผิวตัว| KoiOnusa

TN-JB

มีเป็นคลิปให้ดูด้วยนะ

 

ระยะหลังๆ ก้อยชอบมาสก์หน้ามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะพวกมาสก์แผ่น ใช้ง่าย สะดวกและรวดเร็วดี และยังรู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกกว่าใช้แค่สกินแคร์

thumbnail_IMG_2733

ก้อยชอบลองมาสก์ไปเรื่อยค่ะ และได้ลองใช้มาสก์ของคนไทยที่เค้าไปตีตลาดที่จีนตัวนึง เห็นว่าเป็นที่นิยมของสาวจีนด้วย มาสก์ยี่ห้อนี้เลย “POYD” เป็นแบรนด์แรกที่ผ่านการรับรองด้านส่วนประกอบสมุนไพร Platinum Plant จาก อย. ด้วยนะ ส่วนประกอบหลักๆ ของเค้าก็คือสมุนไพรไทยแท้ และใครต้องการความชุ่มชื่นให้ผิวแบบหนักๆ ล่ะก็!! เจ้าตัวนี้มีความชุ่มชื่นหนักมากกกก ชุ่มทั้งหน้า ชุ่มทั้งตัวเลย!!!

thumbnail_IMG_2734

เรามาดูส่วนประกอบหลักๆ ของเค้ากัน ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ส่วนประกอบหลักๆ ของเค้ามี 9 ชนิด คือ

  1. อโลเวร่า แน่นอนอยู่แล้วว่าเจ้าตัวนี้เค้าจะช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิว
  2. สารสกัดจากใบบัวบก ตัวนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยลดริ้วรอย

3 สารสกัดจากขมิ้น จะช่วยต้านการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

  1. สารสกัดจากแตงกวา จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและยืดหยุ่นได้ดี
  2. สารสกัดเห็ดยุโรป มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขน
  3. สารสกัดจากชะเอมเทศ ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว
  4. สารสกัดจากต้นกระบองเพชร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยผลัดเซลล์ผิว และช่วยให้ผิวชุ่มชื่น
  5. สารสกัดที่ได้จากสาหร่ายทะเลสีแดง ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  6. สารสกัดจากแพลตินัม จะช่วยคืนสมดุลของผิว ช่วยให้ผิวกระชับและกระจ่างใส รวมถึงช่วยต่อต้านริ้วรอย

Oh my god!!! ส่วนผสมเยอะจริงอะไรจริง

ถ้าสังเกตดีๆ มาสก์ตัวนี้เค้าจะช่วยหลักๆ ในเรื่องของให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวเลยล่ะ ซึ่งความชุ่มชื่นเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพผิวที่ดีเลยนะ แล้วยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง และช่วยลดริ้วรอยให้ดูจางลงด้วย

thumbnail_IMG_2735

แผ่นมาสก์ของเค้าค่อนข้างบางมากๆนะ แต่มีความยืดหยุ่นแข็งแรงไม่ฉีกขาดง่าย

thumbnail_IMG_2736

หลังจากก้อยแกะซองแล้วดึงมาสก์เค้าออกมา เราต้องเอาแผ่นสีขาวแข็งๆ นี่ออกก่อน

thumbnail_IMG_2737

จากนั้นเอามาสก์ด้านที่เป็นแผ่นใยมาสก์หน้า แล้วดึงแผ่นสีฟ้าออกอีกที มาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาที บนผิวหน้าที่สะอาด

thumbnail_IMG_2738

พูดเลยว่ามาสก์เค้าค่อนข้างชุ่มชื่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ก้อยมาสก์ทิ้งไว้แล้วดึงมาสก์ออก หน้านี่ชุ่มไปด้วยเนื้อมาสก์ของเค้าจริงๆ แถมเค้ายังใจดีให้น้ำมาสก์มาอีกเพียบ นี่ก็เลยเอามาทาคอ ทาตัว บำรุงให้ทั่วๆ กัน กลิ่นหอมสมุนไพร ก้อยไม่ได้กลิ่นน้ำหอมเลย เพราะเค้าไม่ใส่พวกน้ำหอม หรือสารกันบูด พอดึงมาสก์ออกก็ชอบเอานิ้วมานวดๆ ให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าสู่ผิว เนื้อซึมดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ

thumbnail_IMG_2739

ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ที่ใจปล้ำมากๆ ให้น้ำมาสก์มาเผื่อแผ่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ใส่ส่วนประกอบดีๆ อย่างสมุนไพรแท้ๆ มาอีกมากมาย ก็ไม่น่าแปลกที่สาวจีนเค้าจะนิยมนะ

TN-JB

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Youtube : http://www.youtube.com/gukoiiz
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไอเท็มโปรดลดราคาแรง หน้ากระจ่างใส สิวลด ผิวแข็งแรง | KoiOnusa

สวัสดีค่าสาวๆ กลางปีแล้วเทศกาลของเซลล์เยอะแยะ กำกระเป๋าไม่แน่นพอก็แพ้ไป เป็นช่วงทดสอบใจของเราชาวนักช้อปจริงๆ เดินห้างก้อยก็พยายามเดินห่างๆ ร้านเซลล์ต่างๆ ป้องกันกระเป๋าตังค์ตัวเองไว้ก่อน แต่ก็ไม่วายหางตาไปเห็นร้านโปรดอย่าง Watsons ลดราคาแรง!!! ซึ่งเป็นร้านประจำที่ก้อยชอบเข้าไปเดินเล่นอยู่แล้ว เพราะต่อจะต้องให้เสียทรัพย์ซื้ออะไร ราคาก็เป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์อยู่ดี บอกก่อนว่า Watsons ไม่ได้สปอนเซอร์ก้อยนะ รีวิวเองเพราะช่วงนี้ของใช้ประจำๆ หมดเยอะ เหมาะเจาะกับช่วงเค้าเซลล์พอดี
ก้อยพามาดูไอเทมชิ้นโปรดที่ก้อยใช้อยู่ประจำ ใช้แล้วชอบ อยากมาบอกต่อ จริงๆ ราคาเค้าน่ารักอยู่แล้วนะ แต่ตอนนี้มีโปรราคาน่ารักกว่าเดิมไปอีก เลยแอบว้าปถ่ายรูปราคาโปรแรงๆ มาแนะนำเพื่อนๆ ให้รีบไปสอยซะตอนนี้ ก่อนที่ราคาจะกลับมาปกติ
Garnier Micella Oil-Infused Cleansing Water
ต้องบอกว่านอกจากคลีนซิ่งออยล์ที่ก้อยชอบใช้แล้ว คลีนซิ่งของการ์นิเย่ตัวนี้ก้อยก็ปลิ้มมาก เพราะเค้าเป็นคลีนซิ่งที่มีออยล์ผสมอยู่ ก้อยรู้สึกว่ามันล้างเครื่องสำอางของเราได้เกลี้ยงมากๆ พวกมาสคาร่าที่จริงๆ แล้วเราต้องใช้ Makeup Remover ล้างออกเฉพาะส่วน เจ้าคลีนซิ่งตัวนี้ยังสามารถล้างมาสคาร่าออกได้เลย และที่สำคัญ ล้างเครื่องสำอางออกแล้วหน้าไม่แห้งตึง รู้สึกผิวหน้ายังชุ่มชื่นอยู่ ก้อยมีขวดเล็กเอาติดไว้พกพา และมีขวดใหญ่ด้วยนะ ปลื้มจริงจัง

เค้าลดราคาแรง ก้อยแนะนำให้ลองใช้ขวดเล็กก่อน ก้อยเองก็เริ่มต้นใช้จากขวดเล็กนี่แหละ ราคาถูกดี ตอนก้อยซื้อ ก้อยซื้อราคาปกติ 129 แต่ตอนนี้เค้าลดเหลือ 99 บาท !! คิดให้ดีคือลดลงไป 20% กว่าเปอร์เซนต์เลย ก้อยแนะนำนะ สำหรับใครที่ชอบใช้สำลีกับคลีนซิ่งแบบน้ำ ตัวนี้ทำความสะอาดเมคอัพเลิศ การทำความสะอาดผิวดีๆ จะช่วยลดสิวอุดตัน ช่วยลดสิวที่จะเกิดขึ้นได้เยอะนะ

Ziiit Wash
ไม่รู้ต้องให้พูดกี่รอบ ว่าก้อยใช้โฟมล้างหน้าตัวนี้ประจำ ก้อยรู้สึกว่าโฟมล้างหน้าตัวนี้เค้าค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวหน้ามากๆ กลิ่นหอมสดชื่น ล้างหน้าแล้วรู้สึกหน้านุ่ม ไม่แห้งตึง เพราะเค้ามี Pentavitin ที่จะช่วยเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า และดีต่อคนที่เป็นสิวด้วยนะ เพราะเค้าเป็น Non-Clog Pores ช่วยไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน

โปรฯ ตอนนี้กระชากใจมาก ราคาปกติ 270 บาท แต่เค้าจัด 1 แถม 1 แถมตัวมอยเจอร์ไรเซอร์ขวดเล็กด้วยคุ้มสุดๆ บอกเลย เพราะขวดนึงใช้ได้นาน กดมาใช้ครั้งละ 1 ปั้ม ก้อยใช้มานานมากๆ เพิ่งจะหมดเกลี้ยงก็ตอนนี้แหละ สงสัยต้องซื้อเลยตอนนี้!!!

FACELABS Hydrating Essence
เมื่อเราทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเมคอัพเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องเริ่มบำรุงผิวแล้วล่ะ เริ่มด้วยขั้นตอนแรกที่ก้อยทำเป็นประจำในทุกวันคือ ใช้น้ำตบ หรือเอสเซ้นต์ที่เนื้อบางเบาตบให้ทั่วหน้า ก้อยชอบใช้เจ้า Facelabs ตัวนี้เพราะเป็นเอสเซ้นต์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ มี Sodium Hyalironate ช่วยล็อคความชุ่มชื่นให้กับผิวยาวนานตลอดทั้งวัน และยังเหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะเค้าเป็นเวชสำอางค์ เจ้าตัวนี้จะช่วยให้ผิวเราเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล พร้อมสำหรับรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป

ราคาปกติอยู่ที่ 395 บาท แต่ตอนนี้เค้าลดราคาแรงมากกกก เกือบจะ 50% เลย เหลือ 223 บาท!!! ไม่สอยตอนนี้แล้วจะไปสอยตอนไหน

Melano CC Vitamin C Essence
หลังจากที่ใช้น้ำตบเนื้อเบาๆ ให้ผิวชุ่มชื่นแล้ว ถ้าใครอยากมีผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ หรืออยากแก้ปัญหารอยสิว แนะนำให้ใช้เจ้าเอสเซ้นต์ตัวนี้ต่อเลย Melano CC ตัวนี้เป็นของญี่ปุ่น แต่นำเข้ามาขายให้เราหาซื้อง่ายๆ ใน Watsons เค้าจะช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ช่วยลดเลือนพวกจุดด่างดำต่างๆ โดยเฉพาะรอยดำจากสิว และปรับให้ผิวหน้ากระจ่างใสด้วย เพราะเค้ามี Pure Vitamin C วิตามินเข้มข้นมากๆ ผสมอยู่ภายใน และถูกบรรจุเก็บไว้อย่างดีให้คงสภาพด้วยหลอดทึบแสง

บอกเลยว่าซื้อที่ไทยไม่ได้ต่างจากญี่ปุ่นมาก ราคาปกติ 480 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 445 บาท ราคาใกล้เคียงที่ญี่ปุ่นเข้าไปอีก ใครเคยเล็งตัวนี้ไว้ ต้องสอยตอนนี้แหละ
Glow Mori Sleeping Cream
มาถึงตัวบำรุงผิวอีก 1 ไอเท็มที่อยากแนะนำมากๆ เห็นรีวิวมาเยอะรู้สึกน่าสนใจ ก้อยว่าของๆ เค้าค่อนข้างครบครัน ตอบโจทย์ผู้ที่อยากมีผิวแข็งแรง กระจ่างใส และไร้สิว คือบางไอเท็มที่ก้อยแนะนำไป จะช่วยในบางเรื่อง แต่สำหรับตัวนี้เค้าช่วยได้พร้อมกันหลายๆ เรื่องเลย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย ผิวติดสารสเตียรอยด์ ใช้อะไรก็แพ้นี่แนะนำเลย เพราะเค้าเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% มีส่วนผสมหลักๆ คือ Golden Silk Cocoon หรือรังไหม ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ลดปัญหาผิวต่างๆ และมีส่วนผสมอีกอย่างที่สำคัญคือ PCT Argan ที่ช่วยฟื้นฟู และเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิว เพราะฉะนั้นใครมีผิวอ่อนแอ มีสิว มีผด แนะนำเลย เค้าจะเป็นเนื้อครีมสีขาว บอกตรงๆ ว่าเนื้อค่อนข้างเข้มข้นและหนักอยู่พอสมควร ก้อยเป็นคนผิวผสมหนักไปทางมัน ปกติจะไม่ค่อยชอบใช้ครีมที่เนื้อหนัก แต่เจ้าตัวนี้ก้อยใช้แล้วโอเค เนื้อเค้าไม่หนักอย่างที่คิดไว้ และค่อนข้างซึมง่าย ไม่เหนียว ไม่เหนอะหนะผิว ก้อยใช้เฉพาะก่อนนอนนะ ใช้ทุกวัน บางวันกลับบ้านดึกๆ ขี้เกียจๆ อยากนอนแล้ว ก็ทาตัวนี้เดี่ยวๆ ไปเลย ตื่นมาแล้วผิวดูโอเคขึ้นเยอะ

กระปุกเล็กใช้หมดแล้วราคาเต็มอยู่ที่ 450 บาท ถ้าใครอยากลองใช้ช่วงเวลานี้เหมาะมาก เพราะลดไปตั้งเยอะ เหลือ 350 บาท!! ใช้กระปุกเล็กก่อน ถ้าชอบแล้วค่อยซื้อกระปุกใหญ่แบบก้อยก็ได้ แอบแนบกระปุกใหญ่กับกล่องที่ซื้อเพิ่มมากลัวจะหากันไม่เจอ กระปุกใหญ่ ราคาปกติ 1,150 บาท เซลล์เหลือ 723 บาทเท่านั้นน!!

Leaders Clinic
มาสก์ตัวนี้ ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ที่ใช้มานานแรมปี เมื่อถึงคราวที่ราคาลดทีไร ต้องจัดการสอยมาตุนทุกที โดยเฉพาะสูตรสีม่วงสูตรนี้ เป็นสูตรช่วยลดเลือนรอยสิวได้เห็นผลสุดๆ ช่วงไหนที่สิวเพิ่งหาย ทิ้งรอยไว้ มาสก์วนไปเลยจ้า วันเว้นวัน รอยสิวหายแน่นอน แต่มาสก์บ่อยๆ ก็แอบเปลืองแหละ ใครจะใช้ยาแต้มสิว แต้มเฉพาะจุดก็ไม่ว่ากัน แต่ก้อยใช้ตัวนี้เพื่อผลอื่นๆ ด้วย เพราะนอกจากเค้าจะช่วยลดรอยสิวแล้ว เค้ายังช่วยการระคายเคืองผิวที่จะทำให้เกิดสิวด้วยนะ

ราคาเต็มๆ 69 บาท ไม่ค่อยได้แอ้มก้อยหรอกเอาจริงๆ เพราะ Watsons เค้าลดบ่อยนะ สำหรับยี่ห้อนี้ ลดทีก็ตุนที นี่ลดเหลือ 49 บาท โกยไปเลยจ้ะ บางสาขานี่สูตรสีม่วงหมดไวเว่อร์ หมดก่อนเพื่อนเลย เพราะฉะนั้นอย่าคิดนาน เห็นแล้วหยิบเข้าตะกร้าเลย

นี่เราเห็นว่าเซลล์ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เลยลองจับไอเท็มพวกนี้มาใช้พร้อมๆ กันดูประมาณ 2 อาทิตย์ในช่วงที่สิวกำลังเห่อพอดี ได้ผลลัพธ์แบบนี้

ก้อยว่าถ้าเรามีไอเท็มเหล่านี้ครบทุกตัว สามารถจับเป็นสกินแคร์หลักได้เลย แบบไม่ต้องมีตัวอื่นๆ เพิ่มก็ยังได้ ผิวชุ่มชื่น กระจ่างใส ไร้สิว ผิวแข็งแรง ครบเลย!! คิดเงินรวมๆ พันกว่าบาทเท่านั้น ของถูกและดี ใช้แล้วได้ผล ชิ้นโปรดทั้งนั้น มาแนะนำช่วงเค้าลดราคานี่แหละ เพื่อนๆ จะได้ไปสอยตามได้แบบคุ้มค่าเงิน

สกินแคร์สำหรับคุณผู้ชาย เอสเซ้นต์ใช้ง่ายๆ Biotherm ตอบโจทย์ | KoiOnusa

01.png

นี่ก็ใกล้ๆ วันวิวาห์ของก้อยเข้าไปเต็มที ตัวเราเองดูแลผิวพรรณรูปร่างหน้าตาของตัวเองเต็มทีแล้วล่ะ หันไปดูหน้าแฟนตัวเอง เอ๊ะๆ คุณผู้ชายคะ จะไม่คิดดูแลผิวหน้าหรืออะไรเลยร๋อ ไม่ได้นะจ้ะ เดี๋ยวเจ้าสาวออร่าจับเกินหน้าเกินตาเจ้าบ่าว เลยจับผู้มาใช้สกินแคร์ For Men ซะ

02.png

ก้อยให้คุณผู้ชายเริ่มใช้สกินแคร์ง่ายๆ อย่างน้ำตบ “Biotherm Aquapower Fermented Clear Essence” ซึ่งมีส่วนผสมหลักๆ อย่างสารสกัดจาก Life Plankton อันโด่งดังของ Biotherm มีแร่ธาตุบริสุทธิ์ 4 ชนิด ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปัญหาผิวต่างๆ และช่วยให้ผิวชุ่มชื่น มี Willow Bark Extract ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และมีวิตามิน B3 ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสด้วย

03.png

เนื้อของเค้าจะเป็นน้ำสีใสๆ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ น้ำ แต่มีความหนักกว่าน้ำเล็กน้อย คือถูไปเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่น้ำเปล่าปกติ มีกลิ่นน้ำหอมเล็กน้อย ไม่ฉุน

04.png

ก้อยลองทาที่มือ จะเห็นว่าเนื้อค่อนข้างซึมเข้าผิวไว แต่ยังกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวไว้อยู่

05.png

ปกติแล้วแฟนก้อยไม่ใช้สกินแคร์ใดๆ เลย แต่นี่แฟนก้อยคงอยากมีออร่าจับ มีงานผิวดีๆ กับเค้าล่ะมั้ง เลยยอมใช้สกินแคร์ตัวนี้แต่โดยดี ไม่บ่นสักคำ ก้อยว่าเนื้อบางเบาๆ ใช้ง่ายๆ แบบนี้แหละที่คุณผู้ชายจะชอบ ไม่ต้องมานั้งทาครีมบำรุงผิวหน้าเป็นสิบขั้นตอนแบบเราๆ กัน ฮ่าๆ

01.png

ของแปลก…มาสก์หน้าทุเรียน!!! ไม่ลองม่ายด๊ายยย | KoiOnusa

เมื่อหลายเดือนก่อน ก้อยได้ไปงานมหกรรมอาหาร แล้วเจอผลิตภัณฑ์แปลกๆ ใหม่ๆ ที่เค้าทำจากทุเรียน ทั้ง Euro คัสตาร์คเค้กไส้ทุเรียน ถั่วเคลือบช็อคโกแลตรสทุเรียน ก้อยรู้สึกมันน่าสนใจมากๆ เลยนะที่คนไทยสามารถคิดผลิตภัณฑ์อะไรจากราชาผลไม้ กลิ่นสุดแรง ขนาดว่าโรงแรมและหลายๆ สถานที่ห้ามนำเข้าไป

02.png

คือผลิตภัณฑ์พวกนี้มันน่าสนใจตรงที่ เค้าสามารถดึงดูดใจคนที่ไม่ชอบทุเรียน ให้หันมาลองชิม ลองรับประทานได้ ความสามารถในการดับกลิ่นแรงๆ ของทุเรียนนี่แหละ ที่ก้อยว่ามันน่าสนใจ และก้อยเจอมาส์กตัวนึงชื่อว่า Dureza เป็นมาสก์หน้าทุเรียน ใครที่กำลังร้อง ยี้!!! ขอให้ฟังก้อยก่อน ด้วยความที่เค้าเป็นผลไม้ เค้าก็มีดีของเค้านะจะบอกให้ และใครกำลังคิดถึงกลิ่นสุดแรงของเค้า ขอให้ฟังก้อยให้จบแล้วคุณจะเปลี่ยนความคิด

03.png

Dureza Moisturizing Cream Mask ตัวนี้เค้าเป็นมาสก์หน้าพรีเมี่ยมจากทุเรียน มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามิน A, B, C, E ซึ่งส่วนผสมทั้งหลายทั้งมวลนี้เค้าจะที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวหนัง ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และช่วยทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น แหมมม!! ราชาแห่งผลไม้จริงๆ นอกจากจะอร่อย ทำให้เราอิ่มแล้ว ยังเอามาบำรุงผิวได้ด้วยอ่ะ!!

04.png

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่นที่เนื้อนุ่มมาก เนื้อจะหยุ่นๆ แอบคล้ายเนื้อทุเรียนนิ่มๆ อยู่เหมือนกันนะ แต่สิ่งที่แตกต่างจากทุเรียนเลยคือกลิ่น!! เค้าดับกลิ่นทุเรียนไปหมดจนเรารู้สึกแฮปปี้มากที่จะใช้ กลิ่นของเค้ากลายเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหม็นฉุนใดๆ ทั้งสิ้น โอ้ววว!! คนไทยเก่งจริง ใครไม่ชอบกลิ่นทุเรียน สบายใจได้

05.png

ก้อยจะแต้มบนหน้าไป 5 จุด เพื่อให้เกลี่ยเนื้อมาสก์ได้ทั่วถึงทั้งหน้า

06.png

ตอนทามาสก์ครีมลงบนผิว รู้สึกว่าเนื้อมาสก์เค้านุ่มจริงๆ เนื้อจะลื่นๆ เกลี่ยค่อนข้างง่าย แตะๆ ที่ครีมมันจะหยุ่นๆ เนื้อครีมจะเคลือบผิวไปเลย เหมือนเราได้เอาผลไม้มาทาผิวอะไรแบบนั้น

07.png

ก้อยทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ล้างออกง่ายมากกก แล้วผิวนุ่มเลย นุ่มทันทีที่ล้างออกจริงๆ แบบไม่ได้โม้ รู้สึกสดชื่น ผิวมันตื่นขึ้น หน้ามันนุ่มขึ้น แฮปปี้กิงก่องแก้วอ่ะ ฮ่า

08.png

นี่ก้อยทดลองใช้มา 2 อาทิตย์แล้วนะ จริงๆ คือใช้ได้ทุกวันหลังล้างหน้าล้างเมคอัพหมดแล้วแหละ แต่โดยส่วนตัวเป็นคนขี้เกียจเบาๆ 555+ ก้อยจะมาสก์ วันเว้น2วันช่วงตอนกลางคืนก่อนบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ต่างๆ ให้ผิวมันนุ่มๆ ฟูๆ ก่อนได้รับการบำรุงไง เราทึ่งกับไอเดียการนำทุเรียนมาแปรรูปให้เป็นสินค้าสุดบรรเจิดอะไรแบบนี้มาก ทุเรียนเนี่ยของดีของไทยเราเลยนะ ต่างชาติอย่างชาวจีนเค้ายังโปรดทุเรียนเลย

01.png

ไฮไลท์ผิวๆ ดูดีเป็นธรรมชาติ YSL Touche Eclat Shimmer Stick | KoiOnusa

ถ้าชอบงานไฮไลท์แบบนวลๆ นัวๆ ดูดีเหมือนผิวโกลว์มาจากข้างใน ต้องลองใช้พวกไฮไลต์สติ๊ก ไฮไลท์แบบเนื้อครีม เพราะจะได้งานไฮไลท์แบบผิวๆ ดูเนียนและเป็นธรรมชาติ
YSL Touche Eclat Shimmer Stick เป็นไฮไลท์ ที่เค้าออกมาวางขายได้ซักพักใหญ่ๆ แล้ว ก้อยไปส่องมาที่เค้าเตอร์ เค้ามีทั้งหมด 5 สี
เบอร์ 1 Light Gold เป็นสีทองออกเหลืองๆ หน่อย น่าจะเป็นสีไฮไลท์ที่สาวผิวขาวจะนิยมและชอบที่สุด

เบอร์ 2 Light Rose เป็นสีออกชมพูๆ เหมาะสำหรับสาวผิวขาวเช่นกัน มันจะยิ่งช่วยให้ผิวดูขาวอมชมพู สุขภาพดี

เบอร์ 3 Rose Gold เป็นสีออกชมพูโรสโกลเข้มหน่อยๆ ก้อยว่าตัวนี้เริ่มเหมาะกับคนผิวขาวเหลือง

เบอร์ 4 Bronze สีบรอนซ์ เหมาะกับสาวผิวเริ่มเข้มขึ้นมาแล้วล่ะ

เบอร์ 5 Copper สีน้ำตาลอมแดงที่เหมาะสำหรับสาวผิวเข้มมากๆ หรือใครผิวไม่เข้มมาก แต่อยากนำมาใช้เป็นบรอนซ์เซอร์ก็เวิร์คดีนะ

สำหรับก้อยแล้ว(ผิวขาว) ก้อยเหมาะที่จะใช้เบอร์ 1 และ 2 เป็นไฮไลท์ และเบอร์ 5 นำมาใช้เป็นบรอนซ์เซอร์ แต่ในมีนี้ก้อยจะรีวิวเฉพาะเบอร์ 1 นะ เพราะเป็นสีที่ก้อยได้กลับมาบ้าน เพราะมันน่าจะได้ใช้บ่อยสุด เบสิคสุด
ตรงส่วนด้านบนของแท่งไฮไลท์เค้าสลักตัว Y ไว้ เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ YSL ซึ่งเมื่อเราใช้ไปเรื่อยๆ สัญลักษณ์นี้ก็สลายหายไปตามกาลเวลา 5555+ ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้ให้ชื่นใจไว้เป็นที่ระลึก
ลองทาที่แขนแบบเบาๆ เห็นความแวววาวเบอร์แรงแยงตามั้ย กระทบแสงแล้วสวยสุดๆ ไปเลย เนื้อลื่นมากกกกกก
ก้อยทาให้ดูบริเวณโหนกแก้ม จุดกระทบแสงที่เราต้องใช้ไฮไลท์ทาบ่อยที่สุด จะเห็นว่ามันให้ความวาวที่เป็นธรรมชาติสุดๆ  ดูผิวโกลว์มาจากภายใน เกลี่ยง่ายและไม่เป็นคราบ
ก้อยชอบเอามาทาบริเวณหัวตา เพราะก้อยว่ามันดูธรรมชาติและช่วยเลิกเนตรให้สว่างขึ้น ดูตื่นขึ้น ก้อยใช้แปรงทาๆ ที่สติ๊กแล้วมาแต้มที่หัวตานะ
ให้ดูข้อแตกต่างระหว่างทาหัวตาและไม่ทาหัวตา ฝั่งที่ทาหัวตาด้วยไฮไลท์สีทองอันนี้ดูตื่น ดูสดใสกว่ามาก
ก้อยใช้ทาบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก ปลายจมูก จงอยปาก ก็จะได้ความวาวแบบธรรมชาติ ดูไม่โป๊ะ
ออกไปเที่ยวข้างนอก ใช้รองพื้นแบบผิวๆ ยิ่งทำให้ผิวสวยมากยิ่งขึ้น เมื่อผิวกระทบแสงจะเห็นว่าหน้าเราจะโกลว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ดูโกลว์มาจากผิวภายใน ซึ่งเป็นข้อดีของไฮไลท์แบบเนื้อครีมเลย