รักษาสิวง่ายๆ ใช้ได้ผลจริง แค่เปลี่ยนพฤติกรรม + แนะนำสกินแคร์ลดสิว ลดรอย จ่ายไม่แพง | KoiOnusa

ก้อยเชื่อว่าทุกคนเคยเป็นสิว จะสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ ต้องเคยประสบกันมาหมดแล้วแหละ แต่จะมีมากมาน้อยก็แตกต่างกันออกไป อย่างก้อยเองมักจะเป็นสิวผดผื่น และสิวอุดตัน เพราะแต่งหน้าบ่อยและแพ้ง่าย สิวอักเสบมีบ้างประปรายตามระดับฮอร์โมนในช่วงนั้น

วันนี้ก้อยขอพูดถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ก้อยลองเปลี่ยนตัวเองในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แล้วมันใช้ได้ผลจริงๆ กับตัวก้อยเอง รวมถึงมาแนะนำพวกไอเทมสิวๆ เหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องสิว ก้อยใช้จริงๆ อินจริงๆ แต่ในงบจ่ายง่าย จ่ายไม่แพง เพราะเชื่อว่านักเรียน นักศึกษาทุกคนมีปัญหาเรื่องสิว และหาวิธีจัดการอยู่ เพราะก้อยเองก็เคยผ่านช่วงวัยเบี้ยน้อยหอยน้อยมาอ่ะนะ

เริ่มจากเหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ก้อยใช้จริงๆ คัดมาแล้วว่ามันได้ผลกับผิวเราจริงๆ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าก้อยไม่ได้ใช้สกินแคร์สิวๆ ตลอดทุกวันนะ ก้อยเลือกใช้ในช่วงที่ก้อยเป็นปัญหาผิวตามสรรพคุณของสกินแคร์ โดยเฉพาะช่วงเป็นสิว จะใช้สกินแคร์ไม่มาก ไม่อยากทำให้ผิวระคายเคือง แล้วยิ่งช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ที่ก้อยแพ้แชมพูจนสิวผุดเต็มหน้า มีเจ้าสกินแคร์ตัวเด็ดๆ เหล่านี้แหละที่ก้อยใช้จริงแล้วมันเวิร์คจริงๆ
1. Acne Aid Liquid Cleanser
เริ่มจากโฟมล้างหน้ากันก่อนเลย ก้อยจะเลือกใช้สูตรที่เหมาะกับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าเพิ่งหันมาลองใช้เจ้าตัวนี้ เพราะ Ziiit ที่ก้อยใช้เป็นโฟมล้างหน้าที่ช่วยเรื่องสิวโดยเฉพาะมันหมดแล้ว นี่เลยลองหยิบตัวนี้ขนาดเล็กมาใช้ ราคาประมาณหนึ่งร้อยบาท ถูกมาก โฟมล้างหน้าตัวนี้เนื้อสีขาวขุ่น เนื้อเหลว ล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดผิวหน้าดี ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงหรือระคายเคือง เพราะเค้ามีค่า pH ที่สมดุลกับผิวค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหน้าด้วย
2. Benzac
ขาดไม่ได้เลยตัวนี้ เป็นตัวที่ทาหลังล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบ เค้ามีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อสิว ช่วยให้สิวหลุดออกจากตุ่มสิว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแ ละยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วยนะ ก้อยทาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ข้อดีอีกอย่างนึงที่ทาตัวนี้เป็นประจำคือ เมื่อเราไปกดสิว เค้าจะกดสิวอุดตันของเราออกมาได้ง่ายมากๆ ไม่เจ็บ และแดงน้อยมาก

 3. Clinda M
ต้องบอกว่าเมื่อเห็นตุ่มสิว จะต้องนึกถึงเพียงแค่ตัวนี้จริงๆ ใช้มาเป็นสิบๆ อันแล้ว เค้ามีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ Clindamycin Hydrocloride ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเป็นสิวที่มีหัวหนองหน่อยๆ ก้อยทาเพียง 2-3 คืน สิวก้อยก็แห้งแล้ว แต่ถ้าเป็นสิวหัวแดงๆ ไม่เห็นหัวหนอง อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย อย่าล่าสุด ก้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าสิวตุ่มแดงนูนจะยุบตัวลง

4. BK Ance Serum Brightening Anti-Pollution 

บอกก่อนว่าสกินแคร์ที่ทาทั้งหน้าช่วงเป็นสิวของก้อยจะใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว แล้วอาจจะไปใช้มาสก์หน้าเลย ซึ่ง 1 อาทิตย์จะมาสก์แค่ 2-3 ครั้ง ที่ก้อยไม่ใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ มากมายนักเพราะไม่อยากให้ผิวระคายเคืองมากจนเกินไป และจะเลือกใช้สกินแคร์ที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน และไม่ทำให้ผิวอุดตัน เลยเลือกใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลย เพราะมันตอบโจทย์ทั้งหมด ก้อยเคยใช้แบบซองมาก่อนนะช่วงเป็นสิว ใช้แล้วรู้สึกว่ามันดีอ่ะ   ใช้เป็นประจำเช้าเย็น เป็นสกินแคร์หลักๆ ไปเลย เพราะใช้ต่อเนื่องแล้วก้อยว่ามันคุมมันได้ดีเลยนะ คนผิวมันอาจจะชอบเหมือนที่ก้อยชอบ พวกสิวผด สิวเม็ดเล็กๆ ที่ชอบขึ้นหยุ๋มหยิ๋มๆ มันลดลง อย่างก้อยผิวแพ้ง่าย มีสิวเม็ดเล็กๆ เป็นผดง่าย ตอนนี้ผิวเรียบขึ้นเยอะ ขนาดเป็นประจำเดือนยังไม่ค่อยมีสิวเลย ใครเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายลองใช้ดู เนื้อใสๆ ไม่มีกลิ่น นอกจากมันจะช่วยลดสิวอักเสบ สิวผดจากสารสกัดใบบัวบกได้แล้ว ที่มันช่วยคุมมันเพราะมี Zinc PCA ทาผิวไปไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว ซึมเร็วมากกกกก ไม่เหนอะเลย แต่งหน้าได้เลย โดยไม่ต้องกลัวรองพื้นเป็นคราบ แต่ในความซึมไวของเค้ามันก็ยังคงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ด้วยสารสกัดผลมะกอกถั่วเหลือง เห็นว่าช่วย Anti-Pollution ปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ ด้วย พวกฝุ่นละอองมันอันตราย เป็นบ่อเกิดของสิวเลยแหละ

5. KA Expert Anti Melasma Serum
ตัวนี้ก้อยจะทาแค่บริเวณที่เป็นรอยสิว พอสิวหายปุ๊บ ก้อยทาปั๊บ ทาตอนมีรอยสิวใหม่ๆ เนี่ยแหละ รอยสิวดำๆ ของเราจะได้หายง่ายขึ้น บอกก่อนว่าก้อยเพิ่งมาเริ่มใช้ตัวนี้ได้ประมาณเดือนนึงนะ แล้วมันได้ผลจริงๆ ประมาณ 14 วันรอยดำมันจางลงจริงๆ จริงๆ เค้าเขียนว่าเป็นเซรั่มทาฝ้า ก้อยไม่มีฝ้านะ แต่สะดุดตรงเค้าเขียนว่าเป็นสูตรเร่งด่วน หน้าดูดีภายใน 7 วัน นี่เลยลอง!! เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% ทำงานร่วมกับ INNO MelanoOff ซึ่งจะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี มันช่วยกู้ส่วนที่หมอง เป็นรอยดำๆ ด่างๆ ให้กระจ่างใสขึ้นจริงๆ นะ พิสูจน์มาแล้ว แต่ของก้อยเอง ประมาณ 14 วันนะ ถึงเห็นผลชัดเจน รอยดำจางไปเยอะมากจริงๆ ขยันๆ ทาหน่อยนะตัวนี้ ทาเช้า ทาเย็น ถ้าไม่ได้แต่งหน้า ก็ทาระหว่างวันด้วยก็ได้

6. Leaders Clinic Regrneration Mask
ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ชีทอันดับ 1 ที่ครองใจเราในสายของการช่วยให้รอยดำจากสิวจางลง ใช้มาเป็นสิบๆ แผ่น น่าจะถึงร้อยแล้วมั้ง เวลาที่มีรอยสิวน่ารำคานใจ จะต้องแกะน้องคนนี้ออกมากอบกู้ตลอดๆ เพราะมันช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงจริงๆ รวมถึงช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน ผิวสุขภาพดีด้วย เค้ามีสารสกัดจากเมือกหอยทาก ช่วยบำรุงผิวให้ริ้วรอยจางลงด้วยนะ แต่หลักๆ ของก้อยแล้วคือ ให้เค้ามาช่วยเรื่องรอยดำจากสิวของเรามากกว่า มาสก์หน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหลังทาเซรั่มลดสิวของ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ด้านบน มันจะยิ่งช่วยให้สกินแคร์ในเนื้อมาสก์อันนี้ซึมเข้าผิวได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่ก้อยบอกว่าช่วงเป็นสิวจะใช้สกินแคร์ทาหน้าน้อยมาก หลักๆ ก็จะใช้แค่นี้จริงๆ เรียกว่าน้อยมากนะ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ทาทั่วใบหน้า จะมีแค่ 1 ตัวหลักๆ คือ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ที่มาช่วยลดสิว คุมความมัน และใช้ มาสก์หน้า Leaders Clinic Regrneration Mask มาช่วยบำรุงผิว ลดรอยดำจากสิวในบางวัน

ต่อมาเป็นพฤติกรรมที่ก้อยทดลองเปลี่ยนตัวเองดูอย่างง่ายๆ

1. ใช้กระดาษทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าใหม่ ซับน้ำบนใบหน้าหลังล้างหน้า

จริงๆ ก้อยรู้มานานแล้ว ว่าต้องใช้ผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดหน้าแยกกัน แต่ก้อยทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะยอมรับว่าไม่มีที่ตากสำหรับผ้าเช็ดหน้าแล้ว แต่เพิ่งลองมาทำอย่างจริงจัง โดยใช้ทิชชู่ใหม่ๆ เนี่ยแหละเช็ดหน้าทุกครั้งหลังล้างหน้า!! เห้ยยย ไม่ได้พูดเล่นนะ ก้อยว่าวิธีนี้ช่วยเรื่องลดสิวได้มากจริงๆ เพราะผ้าขนหนูเนี่ยเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เมื่อนำมาเช็ดหน้า หน้าของเราก็อาจจะเกิดสิวได้ง่ายขึ้น หรือใครใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า บางทีพวกโลชั่นทาตัวที่ติดตามผ้าขนหนู เมื่อนำมาเช็ดหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้าจนเป็นสิวได้ เพราะฉะนั้น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ ชีวิตจะดีขึ้น

2. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกเช้า-เย็น

ก้อยเคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแค่ตอนเย็น หลังล้างเมคอัพ ส่วนในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะไม่เคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเลย เพราะคิดว่าพวกครีมบำรุงยังติดผิวหน้าอยู่ มันคงเป็นประโยชน์กับผิวแหละ แต่ว่า..ถ้าสังเกตดีๆ ผิวตอนตื่นนอนของเราจะมีความมัน อาจจะเพราะจากสกินแคร์ที่เราทาก่อนนอนนี่แหละ ก้อยเลยลองใช้โฟมล้างหน้าด้วยในตอนเช้า รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นกว่าไม่ใช้เยอะเลย เหมือนปลดปล่อยให้ผิวได้หายใจได้เต็มที่ เฟรชขึ้น รู้สึกสบายผิวมาก นี่อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้สิวของก้อยลดลง เพราะเราทำความสะอาดผิวในตอนเช้าก่อนทาครีมบำรุงใหม่ทับถมลงไปในทุกๆ วัน

3. งดส่องกระจกบ่อยๆ

นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมนึงที่ก้อยพยายามทำ เมื่อไหร่ที่เราส่องกระจก เมื่อนั้นเราจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้า และพยายามจับ พยายามบีบ พยายามเค้น คันไม้คันมืออยากแกะอยากเกา บอกเลยว่าส่วนนี้ทำให้เราเกิดสิวและเกิดรอยสิวได้เรื่อยๆ จนเรื้อรัง เพราะเรามัวแต่กังวลใจ ไม่ปล่อยวาง ยุ่งเหยิงจับต้องใบหน้าของเราทั้งวัน จนใบหน้าทั้งช้ำ ทั้งสกปรก ลองงดส่องกระจกบ่อยๆ หรือขยันสังเกตใบหน้าของตัวเองจนมากไปดูนะ ลอฃหันไปทำอย่างอื่นดู

4. พยายามนอนเร็วมากขึ้น

อันนี้ช่วยได้จริงๆ เมื่อไหร่ที่พักผ่อนน้อย เมื่อนั้นสิวถามหาได้ง่ายมาก ก้อยเคยนอนตี3-4 ตื่น 8โมงเช้า ซึ่งถ้านอนติดกัน 3-4 วัน สิวเม็ดเป้งก็จะโผล่ขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนตัวเองให้นอนก่อนเที่ยงคืน ชีวิตดีขึ้นเยอะ ใบหน้าปลอดจากสิวเม็ดเป้งนานขึ้นกว่าตอนนอนดึกมากๆ อีกนะ

5. พยายามไปกดสิวอุดตันออกให้ได้เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง

พวกสิวอุดตันบางหัวหลุดยาก รักษาด้วยตนเองยาก ทิ้งไว้นานๆ อาจจะทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ ให้รำคานใจ ก้อยเองเลยพยายามเก็บเงินวันละ 10 บาท เดือนนึงก็ได้ 300 บาท ใช้เป็นค่ากดสิวในคลีนิค ซึ่งมันได้ผลดีมากๆ เลยนะ ผิวเรียบเนียนขึ้น อาจจะต้องอดทนกับรอยแดงหลังกดสิวซักหน่อย แต่รอยแดงมันจะค่อยๆ ดีวันดีคืน แลกมากับใบหน้าที่เนียนเรียบ นักเรียนนักศึกษางบน้อย ลองเก็บเงินแบบก้อยดู วันละ 10 บาท ชิวๆ เนอะ คำเตือนสำหรับน้องๆ ที่กำลังคิดว่า ทำไมต้องไปเสียเงินให้เค้ากดสิวให้ ก็เพราะถ้าหากเรากดสิวเองโดยไม่มีความชำนาญ ก็อาจจะทำให้หน้าเราพังหนักกว่าเดิม สิวอาจเห่อขึ้นมาอักเสบหนักกว่าเดิม แถมมีรอยสิวดำๆ รักษายากตามมาอีกเป็นพรวน

ก้อยเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ใช้สกินแคร์ที่ใช้แล้วชอบจริงๆ ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ ช่วยลดสิวบนใบหน้าไปได้เยอะ ช่วงนี้ชอบผิวของตัวเองมาก ถึงแม้จะมีรอยแดงบ้าง รอยดำนิดๆ หน่อยๆ หรือมีสิวผดเม็ดเล็กๆ บ้าง แต่สิวเม็ดใหญ่ๆ น้อยมากๆ แทบจะไม่มีขึ้นมาให้เห็น หรือถ้ามีขึ้นมา ก็หายไปไว โดยไม่ต้องพึ่งหมอให้ฉีดสิวให้เลย และสกินแคร์ที่ก้อยใช้ลดสิวทั้งหมดก็ราคาน่ารัก หาซื้อได้ไม่ยาก น้องๆ คนไหนอยากมีหน้าใสๆ สิวน้อยๆ (อยากจะบอกว่าไร้สิว ก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นประจำเดือนทีก็ต้องมีสิวสีกเม็ดทีอ่ะเนอะ) ลองเปลี่ยนพฤติกรรม และหาสกินแคร์เหล่านี้มาใช้ดู นี่ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ เลยอยากมาแชร์ให้เป็นประโยชน์กับทุกคน

สกินแคร์สำหรับคุณผู้ชาย เอสเซ้นต์ใช้ง่ายๆ Biotherm ตอบโจทย์ | KoiOnusa

01.png

นี่ก็ใกล้ๆ วันวิวาห์ของก้อยเข้าไปเต็มที ตัวเราเองดูแลผิวพรรณรูปร่างหน้าตาของตัวเองเต็มทีแล้วล่ะ หันไปดูหน้าแฟนตัวเอง เอ๊ะๆ คุณผู้ชายคะ จะไม่คิดดูแลผิวหน้าหรืออะไรเลยร๋อ ไม่ได้นะจ้ะ เดี๋ยวเจ้าสาวออร่าจับเกินหน้าเกินตาเจ้าบ่าว เลยจับผู้มาใช้สกินแคร์ For Men ซะ

02.png

ก้อยให้คุณผู้ชายเริ่มใช้สกินแคร์ง่ายๆ อย่างน้ำตบ “Biotherm Aquapower Fermented Clear Essence” ซึ่งมีส่วนผสมหลักๆ อย่างสารสกัดจาก Life Plankton อันโด่งดังของ Biotherm มีแร่ธาตุบริสุทธิ์ 4 ชนิด ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปัญหาผิวต่างๆ และช่วยให้ผิวชุ่มชื่น มี Willow Bark Extract ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และมีวิตามิน B3 ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสด้วย

03.png

เนื้อของเค้าจะเป็นน้ำสีใสๆ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ น้ำ แต่มีความหนักกว่าน้ำเล็กน้อย คือถูไปเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่น้ำเปล่าปกติ มีกลิ่นน้ำหอมเล็กน้อย ไม่ฉุน

04.png

ก้อยลองทาที่มือ จะเห็นว่าเนื้อค่อนข้างซึมเข้าผิวไว แต่ยังกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวไว้อยู่

05.png

ปกติแล้วแฟนก้อยไม่ใช้สกินแคร์ใดๆ เลย แต่นี่แฟนก้อยคงอยากมีออร่าจับ มีงานผิวดีๆ กับเค้าล่ะมั้ง เลยยอมใช้สกินแคร์ตัวนี้แต่โดยดี ไม่บ่นสักคำ ก้อยว่าเนื้อบางเบาๆ ใช้ง่ายๆ แบบนี้แหละที่คุณผู้ชายจะชอบ ไม่ต้องมานั้งทาครีมบำรุงผิวหน้าเป็นสิบขั้นตอนแบบเราๆ กัน ฮ่าๆ

01.png

สาวรูขุมขนกว้าง ผิวมันจะต้องตำ AQUA PURE Super Concentrate สกินแคร์ใหม่จาก Biotherm | KoiOnusa

01.png

จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้แล้วกับสกินแคร์ครีมบำรุงผิวหน้าตัวใหม่ล่าสุดของ Biotherm ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านของเราาาา เย้!!! สกินแคร์ตัวนี้เป็นมากกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นลูกรักตัวใหม่ นั้นก็คือ AQUA Super Concentrate ซึ่งส่วนผสมหลักๆที่มีในทุกสูตรทุกสี ก็คือ Life Plankton ส่วนผสมตัวเด่นตัวดังของ Biotherm เค้าออกมาด้วยกันทั้งหมด 3 สูตร น่าสนใจทุกตัวเลย

02

สูตร AQUA BOUNCE (สีฟ้า) เป็นสกินแคร์สำหรับสาวๆ ผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำมากๆ เพราะเค้ามีส่วนผสมของกรด Hyaluronic ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื่นและเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวได้เป็นอย่างดี สาวๆ ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวลอก ต้องลอง เค้าจะช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ผิวเด้ง นุ่ม และชุ่มชื่นขึ้น

สูตร AQUA GLOW (สีชมพู) เป็นสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวของสาวๆ กระจ่างใส เพราะเค้ามีส่วนผสมของ Vitamin C ช่วยปรับสีผิวให้ค่อยๆ ขาวใสขึ้น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอกัน ใครที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ หน้าโทรมต้องจัดด่วน

และสูตร AQUA PURE (สีเขียว) สกินแคร์สำหรับสาวผิวมัน ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง และผู้ที่เป็นสิวง่าย เพราะเค้ามีส่วนผสมของ salicylic acid ซึ่งจะช่วยผลัดเซลล์ผิว กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน และยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนอีกด้วย

03.png

ซึ่งก้อยได้ตัดสินใจใช้รุ่น AQUA PURE ที่หลายๆคนเคลมว่าเจ้าขวดนี้เป็นสกินแคร์เนื่องจากก้อยเป็นคนผิวผสมและค่อนไปทางมัน

และเห็นชัดๆ เลยว่าเป็นคนรูขุมขนกว้าง และมีส่วนที่ผิวไม่เรียบเนียน ซึ่งตรงกับความสามารถในการดูแลผิวของสูตรนี้มากๆ

04.png
ขอบอกเลยว่าลักษณะภายนอกของเจ้าสกินแคร์รุ่นนี้ ทำได้ออกมาน่าใช้และพอเหมาะพอดีมือมาก ส่วนขวดเป็นขวดแก้ว ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ไม่หนักมาก

05.png

ก้อยชอบที่ตรงหัวปั้มเค้าสามารถหมุนเพื่อล็อคหัวปั้มได้ เผื่อเอาไว้เราพกพาไปไหนๆ ได้สะดวก

06.png
เนื้อสกินแคร์ของเค้าคล้ายๆ เป็นเซรั่ม เนื้อบางเบามีสีขาวขุ่น ก้อยแทบไม่ได้กลิ่นนะ พยายามดมแล้วได้กลิ่นเจือจางมาก

07.png

ก้อยทาลงบนผิวหน้าแล้วรู้สึกว่าเนื้อของเค้าบางเบามาก เกลี่ยง่าย ทานิดเดียวก็ซึมเข้าผิวหน้าแล้ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้ และยังรู้สึกชุ่มชื่นใบหน้าด้วย ไม่ได้แห้งจนหายไปหมด

08.png

ก้อยว่าสกินแคร์สูตรนี้มันช่วยเรื่องสิวได้จริงๆ นะ เพราะก่อนหน้านี้ก้อยมีสิวผดเล็กๆ 4-5 เม็ด ตรงหน้าผาก ซึ่งโดยปกติไม่ค่อยมีสิวที่หน้าผาก แล้วก้อยใช้เจ้าตัวนี้เดี่ยวๆ มาประมาณ 10 วัน สิวผดตรงนั้นค่อยๆ หายไป จนเหลือเพียงแค่ 1 เม็ด และผิวก็ชุ่มชื่นดีด้วย เบาสบายผิวหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนก้อยไปเลเซอร์หน้ามา แล้วคุณหมอให้ก้อยใช้พวก moisturizer เยอะๆ เพราะเลเซอร์ทำให้ผิวหน้าแห้งมาก ก้อยใช้ตัวนี้ตัวเดียวก็เอาอยู่ นอนสบายตลอดคืน และไม่ได้รู้สึกว่าผิวแห้งหรือใช้ครีมบำรุงไม่เพียงพอเลย

09.png

ใครอยากลองใช้ เห็นว่าสามารถไปขอรับ Sampling ที่เค้าเตอร์แบรนด์ได้ด้วยนะ เผื่อว่าใช้ดีแล้วค่อยไปสอยขนาดจริง ราคา 1,300 บาท ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

01

 

 

Charlotte Olivia ลิปฯจิ้มจุ่มเนื้อแมตต์บางเบา สบายปากเกิ๊นนนน!!! | KoiOnusa

Charlotte Olivia ลิปฯจิ้มจุ่มเนื้อแมตต์บางเบา สบายปากเกิ๊นนนน!!! | KoiOnusa
สวัสดีค่าสาวๆ ลิปสติกกับผู้หญิง ยังไงๆ ก็เป็นของคู่กัน ขาดกันไม่ได้ ก้อยเชื่อว่าสาวๆ มีลิปสติกในกรุกันมากกว่า 1 แท่ง!!! สารพัดสีที่จะใช้ และที่พวกเรามีลิปสติกเยอะมากมายขนาดนี้ นั่นเป็นเพราะว่าในแต่ละวันเราต้องการอารมณ์และโทนการแต่งหน้า รวมทั้งการแต่งตัวที่ไม่เหมือนกันบางวันอยากหวาน บางวันอยากเปรี้ยว บางวันอยากเรียบร้อย บางวันอยากแซ่บ สิ่งที่บ่งบอกลุคในวันนั้นได้มากที่สุดก็คือ “สีของลิปสติก”
วันนี้ก้อยอยากมาแนะนำลิปสติกสีสวยๆ จากแบรนด์ Charlotte Olivia เป็นแบรนด์อังกฤษ ซึ่งเริ่มขายในประเทศไทยเป็นที่แรก คอลเลคชั่นแรกของเค้าเป็นลิปสติกสีสดและสีค่อนข้างสวยทีเดียวเชียวหละ
S__29130779
“VELVET SOFT MATTE LIP” เป็นลิปฯแบบจิ้มจุ่ม เป็นเนื้อแมตต์ และส่วนผสมที่เค้าใช้เป็นส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ มี Essential Oil จากประเทศอังกฤษ ซึ่งถึงแม้จะเป็นลิปฯเนื้อแมตต์ แต่ยังมีออยล์จากตรงนี้ช่วยทำให้ปากยังคงชุ่มชื่น และมีคอลลาเจนชั้นดี ช่วยบำรุงริมฝีปากไปพร้อมๆ กันด้วยนะ เรียกได้ว่า สวยด้วย บำรุงด้วย น่าลองใช้จริงๆ
ก้อยทดลองใช้แล้วชอบเนื้อลิปฯ ของเค้ามากเลย ก้อยรู้ว่าทุกวันนี้สาวๆ นิยมลิปแมตต์กันมาก มีลิปฯจิ้มจุ่มเนื้อแมตต์มาให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ก้อยก็มีลิปฯเนื้อแมตต์เยอะ!! ลองใช้มาเยอะแล้วเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ลิปของเค้าเตอร์แบรนด์ที่ขายกันติดตลาดติดลมบนแล้ว ก้อยแทบจะไม่ชอบลิปฯแบรนด์ทั่วไปเลย แต่เมื่อได้ลองใช้ลิปฯของ Charlotte Olivia แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ ติดใจเลยนะ ยอมรับเลยว่าชอบมาก เพราะเนื้อลิปฯ ของเค้าเป็นเนื้อเบาๆ แต่กลบสีริมฝีปากก้อยมิด เกลี่ยง่าย ปกติแล้วลิปฯเนื้อแมตต์จะทำให้รู้สึกค่อนข้างหนักปากใช่มั้ยคะ แค่สำหรับเจ้าตัวนี้ ก้อยไม่รู้สึกหนักปากเลย บางทียังเผลอเลียปาก ลืมตัวว่าทาปากไว้ ฮ่าาาาา คือชอบเนื้อลิปฯ ของเค้าจริงๆ แหละ ถึงอยากมานำเสนอความดีงามของมัน
แพ็คเกจของเค้ายังดูไม่แปลกตา ทำให้น่าจดจำตัวสินค้ามากเท่าไหร่ คล้ายๆ ลิปฯจิ้มจุ่มหลายๆ ยี่ห้อในท้องตลาด แท่งยาวตามมาตรฐาน ฝาสีดำ applicator ที่ปลายด้ามเป็นฟองน้ำตามปกติ เมื่อทาปากไม่ได้รู้สึกนุ่มปากเพราะฟองน้ำของปลาย Applicator แต่นุ่มปากเพราะเนื้อลิปฯมากกว่า

 

“VELVET SOFT MATTE LIP” ในคอลเลคชั่นแรกนี้เค้ามีทั้งหมด 8 สี สีสดๆ ทั้งนั้น ตามไปดูกันเลยว่ามีสีไหนน่าสนใจบ้าง
สวอชให้ดูแบบครบๆ กันก่อน สีสวยยยยย สีแน่น สีชัด เมื่อปาดลงบนแขน ใช้เวลาสักครู่นึงเนื้อลิปฯจะแห้งสนิท ไม่เลอะเทอะเลย
สีแรกเป็นเบอร์ 01 Irene เป็นส้มสว่างเลย ทาปุ๊บ หน้าสว่างขึ้นปั๊บ ได้ลุคสาวซุกซนแสบซ่า ใครอยากได้ลุคสดใสๆ แฟชั่นหน่อยๆ แนะนำเลย
สีถัดมา 02 EVELYN เป็นนู้ดอมส้ม ซึ่งก้อยโปรดสีนู้ดๆ แบบนี้มาก เพราะสามารถนำไปผสม หรือเบลนด์เข้ากับสีอื่นๆ ให้เป็นแบบไล่สีตามสมัยนิยมได้ง่ายขึ้น แต่ก้อยก็ชอบใช้เดี่ยวๆ นะ เวลาแต่งหน้าหนักๆ แต่งตาสีจัดๆ ใช้สีนู้ดแบบนี้มาเบรค ก็จะได้ลุคแพงขึ้นมากเลย
03 VICTORIA สีแดงตุ่นนี้ตอนปาดที่แขนมันสดกว่าตอนทาลงบนริมฝีปากก้อยนะ ตอนทาลงบนปากแล้วปล่อยให้แห้งสนิท มันจะกลายเป็นสีแดงตุ่นๆ ไม่สว่างมาก ดูแพง ดูสวยเลย ไม่ต้องแต่งหน้าเยอะ ทาสีนี้เดี่ยวๆ ก็เหมือนแต่งหน้าครบแล้ว ทาแล้วลุคดูแพงเชียว ใส่เดรสสีดำ ส้นสูงสีดำ เกล้าผมขึ้นสูงๆ เขียนอายไลเนอร์เฉี่ยวๆ แล้วทาลิปสติกสีนี้นะ รับรอง เกิด!!! เปรี้ยวและสมาร์ทมาก
สีถัดมาเป็นสีที่ก้อยหยิบขึ้นมาใช้บ่อยเลย 04 EMMA สีชมพูอมส้ม หรือสีพีชสด ที่ให้ลุคที่ดูสดใส ทาแล้วหน้าดูเด็ก ดูอ่อนวัย ช่วยลดอายุที่แท้จริงของก้อยไปเยอะเลยหละ หากแต่งตัวสีสัน ใช้ลิปสติกสีนี้มาทา จะยิ่งช่วยเพิ่มให้ลุคของวันนั้นสดใสวัยรุ่นขึ้นมากทีเดียว
สีต่อมาเรียกได้ว่าเป็นสีที่ขัดกับลุคก้อยที่สุด เพราะมันแซ่บมาก ดาร์คที่สุดในคอลเลคชั่นนี้ 05 SCARLETTE สีม่วงอมแดงตอนสวอชลงบนแขนมันออกม่วงเลยนะ แต่เมื่อทาลงบนปากแล้วรอให้แห้งสนิท มันกลายเป็นสีแดงเข้มๆ ทาแล้วดูลึกลับน่าค้นหา ต้องหน้านิ่งๆ จะยิ่งดูเปรี้ยว ดูเฉี่ยว ดูเท่ ยอมรับว่าไม่ค่อยได้ใช้หรอก แต่เวลามีงานปาร์ตี้หรือ Event ที่ต้องการอะไรที่แปลกตา เลือกใช้สีนี้ก็ทำให้ลุคน่าสนใจขึ้นนะ อิอิ
S__29130775
สีนี้เป็นสีที่หวานมาก สายหวานต้องโดน 06 CLAIRE สีชมพูอ่อนอมม่วง เป็นสีที่ทาแล้วลุคเราจะหวานขึ้นทันที ช่วยให้หน้าดูเด็กลง ดูน่ารักน่าทะนุถนอม แต่ระวังดีๆ นะคะ บางสีผิวใช้สีนี้แล้วอาจไม่รอด อาจจะดูป่วยได้ >.< แต่สำหรับใครที่สีผิวประมาณก้อย แนะนำเลย สีน่าร๊าคคคคคค
S__29130776.jpg
07 AMY สีแดงสด!! มีติ่งชมพูนิดๆ จะถูกจะแพงขอปาดแดงไว้ก่อน ใครต้องใช้ลิปสติกสีแดง แนะนำสีนี้เลย ทาแล้วหน้าสว่างขึ้น เปรี้ยวเยี่ยวราด ได้ลุคผู้หญิงมั่นใจ สมาร์ท เก๋ ก้อยว่าน่าจะใช้ได้ทุกสีผิวนะ สีสวยเชียว
สีสุดท้าย 08 AURORA สีชมพูหวานมาก เอาใจสายหวาน ที่ต้องการความหวานแท้ๆ ไม่เปรี้ยว ไม่ซ่า ไม่สดใสเริงร่าขนาดนั้น ให้นึกถึงคุณแอฟ ทักษอร สีนี้ให้อารมณ์หวานแท้ๆ ประมาณนั้นเลย เป็นอีก 1 สีโปรดที่ก้อยหยิบใช้บ่อยๆ เลย ก็เค้าสายหวานนี่น่า
เป็นยังไงกันบ้างคะ ชอบสีไหนกันบ้าง ส่วนตัวก้อยชอบโทนชมพูๆ เข้ากับลุคก้อยดี แต่สีส้มหรือแดงก็ทำออกมาได้ดีนะ สีสวยเลย เสียดายอยู่อย่างเดียว เค้ายังทำสีออกมาไม่หลากหลาย หากมีสีส้มในเฉดอื่นๆ เช่นส้มอ่อน ส้มสไตล์เกาหลี ส้มตุ่น หรือจะเป็นสีน้ำตาลตุ่น สีน้ำตาลอ่อน สีอิฐออกมาด้วย ก็น่าสนใจมากอยู่เหมือนกันนะ เพราะเนื้อลิปฯ เค้าก็ทำออกมาได้เลิศอยู่แล้ว ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสได้ลองใช้สักแท่ง จะรู้เลยว่าทำไมก้อยถึงอยากให้แบรนด์ทำสีอื่นๆ เพิ่มเติม เสียดายความดีงามของเนื้อลิปฯ หน่ะ ทำสีอื่นๆ ออกมาอีกนะ ให้หลากหลายกว่านี้ ก้อยคนนึงหละรออยู่ ^____^

 

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa

Youtube : https://www.youtube.com/user/gukoiiz

Blog : https://koionusa.com

IG : http://www.instagram.com/gukoiiz

Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

25_12_18_8489cade72.png

Review | Favorite Skincare สกินแคร์หน้าใส ราคาหลักสิบ | KoiOnusa

ฮาโหลสาวๆ วันนี้เราจะพูดถึงความสวยความใส ผิวสุขภาพดี ก้อยเชื่อว่าใครก็อยากมีผิวกระจ่างใส เนียนนุ่ม มีออร่า ไม่ว่าจะเป็นสาวผิวขาวหรือผิวแทน ทุกๆ คนอาจไม่ได้หวังให้ผิวขาวขึ้นแบบโอโม่ แต่เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนหวังจะให้ผิวเนียนนุ่ม ผิวสุขภาพดีและกระจ่างใสดูมีออร่าเปล่งปลั่งจากภายใน ใช่สิ!! ก้อยก็ 1 ในล้านๆ คนในโลกนี้ ที่หวังจะให้ผิวเราสวยมีออร่า แต่ขอวงเล็บไว้นิดนึงว่า มีออร่าใน way ที่ง่ายและประหยัด!!

ก้อยรู้มานานแสนนานแล้วว่ามะเขือเทศ ผักสีแดงกล่ำที่เราพบเจออยู่ในทุกๆ วันนี้ มีคุณประโยชน์ต่อผิวมากมาย เพราะในมะเขือเทศมีส่วนประกอบของวิตามินหลากหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยรักษาสิวได้อย่างดีเยี่ยม มีสารไลโคปีน ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยเบาเทาผิว และมะเขือเทศยังช่วยให้ผิวของสาวๆ กระจ่างใส เนียนนุ่ม รูขุมขนกระชับ พร้อมทั้งลดความมันของใบหน้าอีกด้วย ครั้งจะให้ก้อยไปหั่นมะเขือเทศมาแปะบนหน้า ขยันหน่อยก็คั้นน้ำมะเขือเทศมาพอกหน้า หรือแม้แต่กินน้ำมะเขือเทศ ที่ก้อยเคยลองพยายามกินมาแล้ว พูดเลยว่าฝืนและกล้ำกลืนใจมาก เพราะรสชาติไม่ได้อร่อยเหมือนน้ำหวาน แล้วยิ่งเป็นคนไม่ชอบกินผักด้วยนะ ความเหม็นเขียวนี้ทำให้ก้อยแทบจะน้ำตาไหลทุกครั้งที่พยายามฝืนใจกิน เพราะเราอยากสวยอยากใส อยากผิวอมชมพูโดยไม่ต้องปัดบลัชออน แต่สุดท้าย!! ฝืนใจทำได้ไม่กี่สัปดาห์ ก้อยก็ยอมแพ้ หันหลังให้น้องมะเขือเทศด้วยความไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบรสชาติ และขี้เกียจ ฮ่าๆๆๆ

เราก็เลยลองหาผลิตภัณฑ์มาทดแทน ตอนแรกพยายามหาสกินแคร์ประเภทโลชั่นบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส แต่บังเอิ๊ญ บังเอิญ!! เข้าไปหาของกินใน 7-11 เดินผ่านชั้นวางเหล่าบรรดาครีมซองต่างๆ ก็เหลือบตาไปเจอเจ้า Smooto Tomato Yogurt Whitening Soothing Gel กับตัวหนังสือที่เห็นเด่นชัดมากว่า “เจลน้ำมะเขือเทศ 99%” พีคมากกกกกกกกกกกก!! เห็นคำว่า 99% มั้ยคุณผู้ชมมมมมมม นี่เราไปอยู่ไหนมา มัวแต่เหน็ดเหนื่อยคั้นน้ำมะเขืออยู่ก่อนหน้านี้ทำไม ฮะ!!

เจ้าตัวนี้เป็นเจลน้ำมะเขือเทศเข้มข้นถึง 99% ซึ่งผสมกับโยเกิร์ตแท้จากบัลเกเรีย แกร๊!! ความโยเกิร์ตอ่ะ รู้กันใช่มั้ยว่าโยเกิร์ตเนี่ยก็ดีต่อผิว เพราะมันจะช่วยให้ผิวเราเนียนนุ่ม แถมมาจากบัลเกเรียแท้ๆ พูดเลยว่าคุณภาพเต็มร้อย!! อ่านสรรพคุณของเค้าแล้วถึงกับตาลุกวาว เค้าว่ามันช่วยให้ผิวของเราสว่างกระจ่างใส มีสุขภาพดี ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม รูขุมขนกระชับ  แถมยังลดรอยสิว จุดด่างดำ และลดการเกิดสิวอุดตันอีกด้วยนะ

เรามาดูที่แพ็กเกจ ขอบอกเลยว่ายี่ห้อนี้เค้าทำแพ็กเกจออกมาน่ารัก เตะตาสาวๆ อย่างเราเกือบทุกผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจเค้าน่ารักตามสไตล์เค้าเลย

มีฝาเปิดปิด ใช้ได้หลายครั้ง แถมยังพกพาไปไหนๆ สะดวกมากอีกด้วยแหละ ตามสไตล์ครีมซองเนอะ ประหยัดและสะดวก อิอิ

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าจะค่อนข้างเหลว เป็นสีชมพูอ่อน เวลาทาลงไปบนผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นเลย เนื้อเกลี่ยง่าย และซึมเข้ากับผิวไวมาก ก้อยแอบชอบเอาไปแช่ตู้เย็นแหละ เพราะตอนเอามาทาผิวมันจะเย็นสดชื่น นอนหลับสบายไปทั้งคืน

แต่เดี๊ยวก่อน ถ้าคุณคิดว่ามันทาได้แค่ผิวหน้า คุณประเมินค่าเจ้าครีมซองเซเว่นซองนี้น้อยไปแล้วแหละ เพราะเจ้า Smooto เจลน้ำมะเขือเทศเข้มข้น 99% นี้มีถึง 7 คุณประโยชน์ด้วยกัน คือ

  1. สามารถนำมาทาผิวหน้าหลังล้างหน้า ตามปกติที่เราใช้สกินแคร์เลย
  2. หรือจะพอกหน้าก่อนนอนเหมือนการมาสก์หน้าก็ได้นะ
  3. นำไปแต้มรอยสิว รอยแผลเป็น หรือพวกจุดด่างดำต่างๆ ได้อีกด้วย
  4. ใครว่าใช้ได้แค่ผิวหน้า ใช้ทาตัวก็ได้นะ ผิวจะได้นุ่มนิ่ม กระจ่างใสไปทั้งตัวเลย
  5. ทาที่ข้อพับ หรือจุดดำคล้ำ เพื่อปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นเน้นๆ เลย
  6. ยังนำไปบำรุงมือและเล็บได้อีกด้วยแหละ
  7. นำไปผสมสครับผิวที่เราใช้ประจำ เพื่อขัดผิว ให้เซลล์ผิวที่ตายหลุดลอกออกไป พร้อมทั้งได้เจลน้ำมะเขือเทศเข้มข้นจากเจ้า Smooto Tomato Yogurt Whitening Soothing Gel ซองนี้บำรุงผิวไปพร้อมๆ กัน

โอมายกอชชชชช!! สรรพคุณเยอะ คุณประโยชน์แยะขนาดนี้ แต่มาในราคา 49 บาท!!! แถมใช้ได้หลายครั้ง พกพาสะดวก และหาซื้อง่าย หมดเมื่อไหร่ก็แวะมา เซเว่นอีเลเว่น (กรุณาร้องเป็นทำนองเพลง ฮ่าๆ)

หลังจากที่ทดลองใช้มาจนครึ่งซอง ก้อยรู้สึกว่าผิวมันเนียนนุ่ม และละเอียดขึ้นนะ แต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือหน้ามีความมันลดลง เพราะแต่งหน้าแล้วหน้าไม่ค่อยเมือกเท่าแต่ก่อน และพวกรอยสิว จุดด่างดำต่างๆ มันจางลงไปอย่างเห็นได้ชัด ใช้แล้วสิวไม่ขึ้น ผิวดูมีสุขภาพดี ดูกระจ่างใสดี ก็แหมมม!! นี่มันเป็นน้ำมันเขือเทศเข้มข้น 99% นะ!! อีกนิดเดียวก็คือน้ำมะเขือเทศที่ก้อยเคยคั้นมาหมักหน้านั่นแหละ แต่ใช้เจ้าซองเนี่ย ชีวิตง่ายกว่าเยอะ!!!!!!

ไม่รู้จะพูดอะไรให้เจ็บคอเพราะของดีและราคาถูกแบบเนี่ยหาไม่ง่ายเด้อ ไม่พุ่งไปหยิบไปลองแล้วจะรู้ได้ไงว่าดีจริงอย่างที่ก้อยได้ทดลองใช้เองหรือไม่ ลองดูก็ไม่เสียหายไม่ใช่ร๋อ49 บาท!! แต่รับรองได้ว่า ลองแล้วต้องพุ่งตัวไปซื้อมาใช้ต่อเรื่อยๆ เป็นแน่ก้อยคอนเฟิร์ม ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa

Youtube : https://www.youtube.com/user/gukoiiz

Blog : https://koionusa.com

IG : http://www.instagram.com/gukoiiz

Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

สกินแคร์บำรุงผิวช่วงหน้าฝน กันเมคอัพไหลท้าทายอากาศร้อนชื้น | KoiOnusa

 

ดูแบบคลิป ดานบนเลยค่าา

เมื่อสภาพอากาศแปรเปลี่ยนไป 🌦️ ผิวหน้าของสาวๆก็เปลี่ยนผันตาม อากาศร้อนชื้น🌡️ของฤดูฝนทำให้ คนผิวมัน ผิวจะรู้สึกเหนอะหนะ ไม่สบายผิว คนผิวแห้ง ผิวจะเป็นขุยง่าย ทำให้เมคอัพติดไม่ทนและเป็นคราบ เพราะฉะนั้นการเลือกใช้สกินแคร์ก่อนการแต่งหน้านั้นสำคัญมาก หากสกินแคร์ของเรา ทิ้งความมันและความเหนียวไว้บนหน้าละก็ มีหวังหน้าพัง เมคอัพไหลเป็นคราบแน่ๆ

วันนี้ก้อยเลยอยาก แนะนำ 5 ไอเทมสกินแคร์ ที่ก้อยใช้ในช่วงอากาศร้อนชื้นของฤดูฝนนี้ ว่ามีผลิตภัณฑ์ตัวใดบ้างที่ก้อยใช้เองแล้วทำให้เมคอัพของก้อยยังคงปังอยู่ทั้งวัน ไม่ไหลเป็นคราบให้กวนใจ

ขั้นแรกคือขั้นเตรียมรับการบำรุง
✨ Clarins Treatment Essence Vitality ✨

น้ำตบตัวนี้ช่วยเตรียมความพร้อมผิวหน้าของเราให้ได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ เป็น Anti-Aging ช่วยบำรุงผิวของเราให้ดูอ่อนเยาว์ลง และช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส กลิ่นของเค้าจะหอมอ่อนๆ เป็นเนื้อน้ำขุ่นๆ เนื้อซึมไว ทาแล้วจะแห้งไปกับผิวเลย ที่ก้อยสังเกตเห็นได้ชัดเลยคือ เวลาตบลงไปกับผิวหน้า ก้อยรู้สึกผิวของก้อยมันฟูๆ นุ่มๆ รู้สึกดีบอกไม่ถูก วิธีใช้ก็เพียงหยดลงบนฝ่ามือ 2-3 หยด แล้วถูๆกับฝ่ามือ แล้วค่อยๆตบลงไปบนผิวหน้าของเราให้ทั่ว ใช้เป็นประจำก่อนการลงสกินแคร์ตัวอื่นๆทุกเช้าเย็น (ราคา 1,900 บาท )

ขั้นต่อๆไปเป็นขั้นบำรุงผิว
✨ The Ordinary – Niacinamide 10% + Zinc 1% ✨

ตัวนี้จะเป็นเนื้อน้ำ สีขุ่นๆ เนื้อจะหนืดๆหน่อยนะ แต่เกลี่ยง่ายมาก ไม่มีการแต่งกลิ่นแต่งสีใดๆ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันและซิลิโคลน ลดการอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว เนื้อผลิตภัณฑ์จะซึมเข้ากับผิวไวมาก มากๆๆๆๆๆๆๆ (ประทับใจเวอร์) ตัวนี้หลักๆเลย Niacinamide 10% หรือ วิตามินบี3 ช่วยลดรอยคล้ำ รอยแดงที่เกิดจากสิว ช่วยให้หน้ากระจ่างใส Zinc 1% ช่วยลดความมันของผิว ที่เห็นชัดมากเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้คือ มันช่วยลดความมันได้ดีจริงๆ ค่อนข้างแห้ง อาจจะไม่เหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ ในช่วงฤดูอื่นๆที่ผิวก้อยต้องการความชุ่มชื่นมากๆ ก้อยจะไม่ทาทั่วหน้านะ จะทาแค่รอยดำที่เกิดจากสิว เพราะมันช่วยทำให้รอยสิวดำๆของก้อยดูจางลง (ราคาประมาณ 450 บาท)
✨ The Face Shop The Signature Skin Conditioning Serum ✨

อันนี้ไม่ว่าฤดูไหนๆก็เป็นลูกรัก ตัวนี้เป็นเนื้อเซรั่มเข้มข้นมีส่วนผสมของ🌿สมุนไพร🌿 21 ชนิด เป็นเนื้อเซรั่มสีขุ่นที่เบาบางมาก ตอนทาลงบนผิวหน้าไม่รู้สึกหนักหน้าเลย เกลี่ยง่าย ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำที่เกิดจากสิว และยังมีมอยส์เจอร์เข้มข้นเสมือนผลักละอองน้ำและสารสกัดจากพืชต่างๆที่เข้มข้นลงสู่ชั้นผิว เพื่อผิวที่มีพื้นฐานที่ดีและช่วยให้ผิวแลดูมีสุขภาพดีที่สุด นอกจากก้อยจะใช้ทาเช้าเย็นแล้ว ก้อยยังชอบใช้ตอนที่ก้อยรู้สึกแสบๆผิว เพราะตอนทาลงไปบนผิวเหมือนว่าเนื้อเซรั่มมันแตกตัวเป็นน้ำ มันจะรู้สึกเย็นๆผิว ทำให้ผิวที่แสบร้อนของก้อยมันเย็นขึ้น สบายผิวขึ้น ( ราคา 819 บาท )
✨ Namu Life Snailwhite Gold ✨

ตัวนี้เป็นเนื้อครีมสีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นดูสะอาดๆ มีส่วนผสมสำคัญหลักๆเลยคือ เมือกหอยทาก แหมมมม!! ชื่อเค้าก็บอกอยู่แล้ว snail ไงยูวว!! ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง ทำให้ผิวเราดูอ่อนเยาว์ขึ้น มีทองคำบริสุทธิ์ 24K Lipobelle ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของเราเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย และยังทำให้ผิวเรากระจ่างใสอีก สารสกัดเมล็ดข้าวสาลี ช่วยในเรื่องระบบการเติมน้ำให้ผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ปกป้องการสูญเสียน้ำใต้ชั้นผิว ตัวนี้ก้อยเน้นเรื่องช่วยให้ผิวของก้อยดูอ่อนเยาว์ เพราะอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ ต้องเริ่มหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดอายุผิว ชะลอการแก่กว่าวัย ความรู้สึกหลังใช้ 🌟Snailwhite 🌟ตัวนี้ รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ของเค้าเกลี่ยง่าย นุ่มลื่น เบาสบายหน้า และซึมไวมากกกกกกก ทาผิวไปนี่ยังว่า นี่เราทาไปแล้วจริงๆใช่มั้ย เพราะมันซึมหายไปกับผิวเลย 555555 และที่รู้สึกได้เลยหลังใช้คือ ผิวของเรายังรู้สึกชุ่มชื่นอยู่ ไม่แห้งตึง ทั้งๆที่ผลิตภัณฑ์ซึมหายไปกับผิวแล้วก็ตาม วิธีใช้คือกดเนื้อครีมเบาๆเพียง1ปั้ม ทาทั่วหน้า แล้วตบเบาๆเพื่อกระตุ้นการทำงานของเนื้อครีม (ราคา 990 บาท)
✨ P.O.CARE NATURAL SUNSCREEN SPF50+ PA++++ ✨

ที่ขาดไม่ได้เลยในทุกๆวันก่อนการออกไปนอกบ้าน คือการทากันแดด แม้ว่าวันนั้นจะฝนตกทั้งวัน ไม่มีแดดเลยก็ตาม เราก็ต้องทากันแดด เพราะรังสี UV เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า กันแดดตัวนี้ปกป้องผิวเราจากรังสีUVทุกช่วงแสง และใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ก้อยจึงคิดว่ากันแดดตัวนี้คุ้มมากๆ เพราะราคาถูกมาก แถมยังกันรังสีจากแดดได้ครอบคลุม เนื้อโลชั่นเป็นสีขาว มีส่วนผสมของน้ำผึ้งและว่านหางจระเข้ ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นด้วย ไม่มีแอกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ปลอดภัยต่อผิวหน้า เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมไวมาก ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนหน้าและผิวกายเลย (ราคา 245 บาท)

Tips : สิ่งสำคัญของการใช้สกินแคร์คือ เว้นช่วงให้ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวซึมเข้ากับผิวให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยลงสกินแคร์ตัวถัดๆไป

ถ้าสังเกตุดีๆ ผลิตภัณฑ์ที่ก้อยใช้ทั้งหมดนี้ จะแห้งไว ซึมไว และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนหน้าเลย จึงทำให้เมคอัพของเราไม่เป็นคราบ ไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่ไหลเยิ้มจนหน้าพัง ที่สำคัญยังเก็บความชุ่มชื่นไว้ใต้ผิวหนัง ทำให้เมคอัพของเราติดทนยาวนานมากขึ้นแม้ในวันที่ฝนตกร้อนชื้น

แล้วเจอกันใหม่นะค่า ^____^

เยิฟ 🤟🏻🤟🏻🤟🏻

 

trumpnail2(1).jpg