ซองเดียวครบทั้งผิวหน้า+ผิวกาย บำรุงให้เนียนใส ตึงกระชับ!! | KoiOnusa

TN-JB

มีแบบ VDO CLIP ด้วยจ้า คลิกไปชมกันเลย

 

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีเนอะ ถ้าจะลองหันมาใช้ครีมซองราคาประหยัด เน้นถูกและดีบ้าง ก็เป็นทางเลือกที่ดีอ่ะ จะใช้เงินทีมันต้องคิดแหละ ถ้าเจอของดีราคาไม่แพง แถมได้คุณภาพเลิศๆ ทำไมเราจะไม่ลอง!!!

 

thumbnail_IMG_7812

คือวันนี้อยากมาแนะนำครีมซองราคาสบายกระเป๋า เข้ากับสภาวะของเราตอนนี้ดี 555+ “Snowgirl Vitamin C & Peptide Gel” คือนางเป็นเจลวิตามินซีเข้มข้นถึง 99.8% อ่ะ มีสารสกัดหลักๆ อย่าง Lemon Extract ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวของเราดูกระจ่างใส และมี Yuzu Extract ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิล ช่วยให้ผิวเรียบเนียน คือโดยหลักๆ เค้าก็ช่วยให้ผิวของเรามันดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยลดเลือนพวกจุดด่างดำต่างๆ นั่นแหละ

thumbnail_IMG_7813

แต่ที่เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าขึ้นมาอีกนั่นคือ เค้ามีสารสกัด Peptide 8 ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย เพราะฉะนั้นเมื่อเราใช้เจลซองตัวนี้อย่างสม่ำเสมอ เราก็จะได้ผิวที่กระจ่างใส และดูเยาว์วัย อย่างที่สาวๆ หลายคนต้องการเลยล่ะ

thumbnail_IMG_7814

เนื้อเจลของเค้าเป็นเนื้อใสๆ ไม่มีสี และแทบไม่มีกลิ่น ก้อยพยายามดมอยู่หลายครั้ง กลิ่นเจือจางมากๆ และเนื้อเจลก็ค่อนข้างชุ่มชื้น เคลือบผิวให้ดูใส ไม่เหนียวเหนอะหนะผิว และซึมเข้ากับผิวง่าย อ่อนโยนกับผิวมากๆ เพราะเค้าไม่มีส่วนผสมอย่างแอลกอฮอล์ พาราเลนและซิลิโคน

thumbnail_IMG_7816

ข้อดีของเจ้า Snowgirl Vit C & Peptide Gel ตัวนี้อีกอย่างนึงก็คือ นอกจากเราจะใช้บำรุงผิวหน้าของเราได้แล้ว เรายังสามารถใช้บำรุงผิวกาย นำมาทาผิวทั่วร่างกายได้อีกด้วย ยิ่งถ้าใช้หลังจากที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จะรู้สึกผิวชุ่มชื้นและสดชื่นมากๆ

thumbnail_IMG_7817

อ่ะ ซัมเมอร์นี้ก็ต้องระวังแดด ระวังผิวของตัวเองกันดีๆ นะ แม้จะอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน ก็ควรบำรุงผิวกันอย่างสม่ำเสมอ ถ้าอยากมีผิวกระจ่างใสไร้ริ้วรอยในราคาประหยัด เจ้าตัวนี้ก็เป็นทางเลือกอีกตัวนึงที่ก้อยอยากแนะนำเลย หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศจ้ะ 49 บาท ราคาไม่แพง

TN-JB

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

สวยให้สุดต้องไอเทมนี้! #แก้ฟันเหลืองตัวจริง #ปากหอมสดชื่น | KoiOnusa

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรามั่นใจนอกเหนือจากการแต่งหน้าคือรอยยิ้ม รอยยิ้มเป็นสิ่งวิเศษนะ เพียงแค่ยิ้มกว้างๆ 1 ที ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีกับเราไปนานเลย แต่…ความมั่นใจจากรอยยิ้มต้องมาพร้อมกับฟันที่ขาวสะอาด และกลิ่นปากที่หอมสดชื่นเมื่อเวลาที่เราพูดคุยกับคนอื่นๆ ถ้าทุกคนสังเกตจะเห็นว่า เมื่อเรายิ่งโตขึ้น ฟันของเราจะยิ่งเหลืองขึ้น ดูไม่สดใส และบางคนเริ่มมีกลิ่นปาก นั่นอาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมต่างๆ ของเราในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินแฟ การแปรงฟันไม่สะอาด หรือแม้แต่สาวๆ ที่ชอบกินชานมไข่มุกอย่างเรา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลือง ดูไม่น่ามอง ทำให้เราขาดความมั่นใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายๆ


ก้อยให้ความสำคัญกับยาสีฟันที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะ อย่างแรกเลยที่ก้อยชอบนั่นคือ ยาสีฟันจะต้องมีรสชาติที่เย็นสบายปาก ซึ่งจะช่วยให้ปากหอมสดชื่น ช่วยให้เรามั่นใจในการพูดมากขึ้น พวกยาสีฟันรสหวาน รสเค็ม หรือรสผลไม้อะไรนี่แทบจะไม่แตะ แต่ถ้าตัวไหนมีความเป็นเมนทอล ไม่แสบปากจะชอบมากเป็นพิเศษเลย ยิ่งตอนนี้อายุยิ่งมากขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่า ฟันของเราเริ่มเหลืองขึ้นทุกวันๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เลยมองหายาสีฟันสูตร Whitening มาใช้บ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจ นอกจากจะต้องแต่งหน้าสวยแล้ว ฟันเราก็ต้องสวยด้วยสินะ!! ซึ่งก่อนนี้ก้อยใช้ยาสีฟัน PureOra สูตร Strong Mint มาก่อนแล้วรู้สึกชอบที่เค้าลดคราบเหนียวที่เกิดจากแบคทีเรียได้ดี และชอบความเย็นความสดชื่นของมันมาก จนใช้หมดก็เลยใช้สูตร Mild Herb เอาใจแฟน เพราะแฟนไม่ค่อยชอบยาสีฟันเย็นมากเกินไป แต่สูตรนี้เป็นสูตรเย็นเบาๆ อ่อนโยนกับช่องปาก ซึ่งแฟนก้อยชอบมากนะ กลิ่มหอมสะอาดสดชื่น


แต่ตัวก้อยเองก็อดไม่ได้ที่จะลองของใหม่ ตามประสาคนรักสวยรักงาม อยากฟันขาวเป็นทุนเดิม เลยหยิบเจ้าสูตร Glossy White มาลองด้วย ทั้งยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากเลย ซึ่งนอกจากที่เค้าจะมีสาร Erythritol ซึ่งมีอยู่ในยาสีฟันสูตรต่างๆ ของ PureOra เป็นสารให้ความหวานที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แบคทีเรียย่อยไม่ได้จึงไม่ทำให้ฟันผุ ช่วยสลายและลดคราบเหนียวในช่องปากอันเป็นสาเหตุที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ในช่องปากได้แล้ว ยาสีฟัน PureOra สูตร Glossy White นี้ ยังมี Phytic Acid ซึ่งเป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ ช่วยดึงคราบสะสมบนผิวฟันของเราออกอย่างล้ำลึก คราบต่างๆระดับนาโนก็ถูกขจัด จึงทำให้ฟันของเรามันเงาดูขาวขึ้น ผิวหน้าฟันดูใสเงางาม ดูสดใสขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้เรามากขึ้น นั่นคือสิ่งที่แตกต่างไปจากสูตรเดิมๆ ของยาสีฟัน PureOra


ถ้าพูดถึงเรื่องความแตกต่างของสูตรเก่าก่อนนี้กับสูตรใหม่ นอกจากสูตรใหม่ที่ให้ความขาวกับผิวฟันแล้ว ถามว่าก้อยชอบอันไหนมากกว่ากัน ในเรื่องของกลิ่นหรือรสชาติแทบจะคล้ายกันมากๆ จนเกือบจะแยกไม่ได้ อย่างสูตร Mild Herb เนื้อยาสีฟันของเค้าจะมีสีขาวและทึบกว่าสูตร Glossy White แต่สุดท้ายแล้วให้ลมปากหอมสดชื่นเหมือนๆ กัน มีกลิ่นเมนทอล และมีรสชาติหวานนิดๆ ตอนเริ่มแปรงฟัน เนื้อยาสีฟันเค้าจะละลายไปกับน้ำลายของเราไวมาก ไม่เป็นเนื้อครีมที่เข้มข้นละลายยากแบบยาสีฟันบางยี่ห้อที่ก้อยเคยใช้ สรุปคือถ้าไม่เป็นคนเห่อของใหม่ ก้อยก็ชอบทั้ง 2 สูตรพอๆ กัน


อีกตัวนึงที่เราได้ลองมาเหมือนกันนั่นคือน้ำยาบ้วนปาก ก่อนนี้ปกติก้อยไม่ใช้น้ำยาบ้วนปากเลยนะ เพราะในความรู้สึกของก้อย คือมันไม่จำเป็น แค่แปรงฟันก็น่าจะพอ แต่พอยิ่งโต ก็เริ่มไม่อยากเสียเงินไปหาหมอฟัน เพราะมันแพง 5555+ ก็เลยลองใช้น้ำยาบ้วนปากดูบ้าง ซึ่งมันช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ทุกซอกทุกมุมของช่องปากเรา และช่วยให้ลมปากของเราหอมสดชื่นยาวนานมากขึ้น นี่ยอมรับว่าใช้ขวดนี้เป็นขวดแรกในชีวิตเลย รู้สึกชอบมากกกกก คือปากมันโล่ง มันเย็นสดชื่น และรู้สึกสะอาดมากขึ้นจริงๆ ที่คนบอกว่าใช้แล้วแสบปากบ้าง หรือไม่จำเป็นบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ แต่ก้อยชอบมากกก บอกตามตรงว่าไม่น่าลองเลย เพราะอาจจะติดใช้น้ำยาบ้วนปากไปตลอด 5555+ ยิ่งเป็นสูตร Glossy White ตัวนี้ด้วยแล้ว ใช้คู่กับยาสีฟันสูตร Glossy White ควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ลมปากสะอาดหอมสดชื่นและช่วยให้ผิวฟันขาวเงากระจ่างใสขึ้นด้วย แม้ว่านี่จะเป็นคนติดชานมไข่มุกมาก แถมเคยเป็นคนไม่ชอบแปรงฟันมาก่อน กลายเป็นตอนนี้ชอบแปรงฟันมากๆ ด้วยความที่อยากลมหายใจหอมสดชื่น ประกอบกับอยากฟันขาวโดยไม่ต้องไปเสียเงินทำฟันขาวด้วย หรือใครที่ไปเสียเงินฟอกฟันขาวมาแล้ว ใช้ยาสีฟันสูตร Glossy White ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยรักษาความขาวได้ยาวนานมากขึ้นนะ

อีกอย่างนึงที่ขอพูดถึงคือ หลังจากที่ได้ลองใช้แปรงสีฟันของญี่ปุ่นก็เริ่มติดใจนะ เพราะหัวแปรงของเค้ามันจะเล็กๆ พอดีกับเหงือกและฟันของสาวปากเล็กอย่างเราเลย แปรงฟันได้ง่ายมากขึ้น ขนนุ่ม รู้สึกพรีเมี่ยมเวลาแปรงฟันอ่ะไม่รู้ทำไม 5555+ ถึงขั้นต้องมีตุนไว้อีกอัน บ้าบอ !!


ก่อนนี้ก้อยจะให้แฟนหิ้วมาให้จากญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะแฟนเป็นไกด์ แต่ตอนนี้แทบไม่ต้องเสียเวลารอคอย เพราะในไทยก็มีขาย อย่างพวกร้านขายยาของญี่ปุ่น Tsuruha, Matsumoto Kiyoshi หรือ Tops, Gourmet Market และ @Cosme ก็มี ซื้อออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee ก็มี สะดวกสุดๆ เพราะส่งฟรี และไวมาก ราคาก็ไม่แพงจนเอื้อมไม่ถึง อยากให้ลองแหละ ลองแล้วจะติดใจ แต่ขอให้ใช้นานๆ ใช้อย่างสม่ำเสมอนะ จะได้เห็นผลว่ามันเวิร์คอย่างที่ก้อยมาเม้ามอยเลย

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

Galaxy Tint สวอชให้ดูครบ!! แล้วติดทนแค่ไหนนะ…ไปดู | KoiOnusa

แวะมาป้ายยาเบาๆ กับลิปทิ้นด์ราคาน่ารัก แต่แพ็กเกจเลิศปัง คือถ้าเทียบในคุณภาพกับความน่ารักของแพ็กเกจโดยรวมแล้ว ก้อยว่ามันคุ้มค่าที่จะยอมเสียเงินซื้อนะ
เพราะนี่ชอบเนื้อลิปของเค้ามากเลย โดยปกติแล้วเนื้อทิ้นด์ที่เราเคยใช้ๆ กัน มักจะเป็นเนื้อน้ำที่ทาลงปากแล้วมันจะแห้งๆ เนื้อจะซึมๆ เข้าไปด้านในปาก จนบางทีเห็นปากแห้งปากลอก แต่สำหรับเข้าตัวนี้เนื้อชุ่มฉ่ำเยิ้มๆ เลย ก้อยชอบนะ มันชุ่มชื้นริมฝีปากดี เม็ดสีเข้มข้น แต่ยังให้ความรู้สึกเบาๆ
Galaxy Tint ของ SUPERSHADES มีทั้งหมด 20 สีนะ ก้อยสวอชสีให้ดู สีสวย สีชัด เนื้อลื่น ขนาดสวอชที่กระดาษที่สากกว่าเนื้อแขน ยังรู้สึกว่าเนื้อลื่นมากๆ และสีสวย สีชัดจริงๆ
ก้อยปลื้มเบอร์ 20 สุด ทาแค่ด้านในปากแล้วเบลนด์เค้าออกมา ปากจะดูจุบุจิบิน่าจุ๊บมาก
แต่งหน้าไม่ต้องเต็มมาก แต่ใช้ลิปเนื้อทิ้นสีสดใสๆ ทา หน้าก็ดูสดชื่นขึ้นมา ทางรอดของคนขี้เกียจแต่งหน้า คือลิปสติกสีสันสดใสแบบนี้นี่แหละ
ส่วนถามว่าติดทนมากมั้ย บอกเลยว่าไม่ได้ติดทนยาวนานตลอดทั้งวันนะ กินข้าวกินน้ำกินขนม สีลิปก็หลุดแล้ว ด้วยความที่เค้าเป็นลิปทิ้นเนื้อฉ่ำๆ ไม่ได้แห้งติดปากไปทั้งหมด แต่เมื่อผ่านมรสุมของกินมาก็จะยังเหลือสีลิปทิ้นด์ติดอยู่ริมฝีปากประมาณนึงนะ แต่ยังไงๆ เพื่อความ Complete Look ก้อยว่า ก็ต้องใช้ลิปมาทาใหม่อยู่ดี และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบเติมลิประหว่างวันอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องความติดทนยาวนานขนาดนั้น

เพื่อนๆ ชอบสีไหนกันบ้าง บอกให้ฟังบ้างนะ 🙂

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไปเยือนที ตาลุกวาวที JSM แบรนด์ที่รัก มักจะโดนตกทุกที | KoiOnusa

สืบเนื่องจากจะไป IKEA เพื่อซื้อผ้าม่านมาติดห้อง เลยจัดการนัดแนะเพื่อนสาวให้ไปเดินเลือกของเป็นเพื่อน เดินไปเดินมาทำให้เราตระหนักได้ว่า อย่าไปโฉบเค้าเตอร์เครื่องสำอางกับเพื่อนที่บ้าเครื่องสำอางด้วยกัน 55555+

ไอ้เราก็เดินเล่นดูของที่เค้ามาวางขายของกระจุกกระจิกที่งาน MEGA LOVE SALE ก็ดั๊นสายตาดีไปเจอ JSM ที่มาเปิดเค้าเตอร์เล็กๆ อยู่ในงานด้วย

ก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเค้าเตอร์เค้าอยู่แหละ เคยไปแวะเวียนมาที่สาขาอื่นหลายทีแล้ว ก็เหมือนจะไม่ตื่นเต้นกับอะไรอ่ะนะ

แต่ก็ตื่นเต้นจนได้แหละ สวอชสีนู่นนี่นั่นเล่น ก็เกือบจะได้เรื่องเหมือนกัน เพราะโปรฯ ที่นี้เค้าลดตั้ง 15% (ปกติที่อื่นจะลดแค่ 10%)

สวอชสีเล่นอยู่ดีๆ ก็โดนพี่ BA สิงเจ้าค่า พูดถึงสรรพคุณของเจ้าโฟมล้างหน้าเอย คลีนซิ่งเอย คลีนซิ่งออยล์เอย ยืนฟังแบบคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่นาน ฟังไปฟังมาก็ได้เรื่องจริงๆ 5555+

ได้ของกลับบ้านมากันคนละถุงจ้าาาาาา!!! ไหนว่าจะมาแค่ซื้อผ้าม่านไง อุตส่าห์ไม่เดินไปแผนกเครื่องสำอางแล้วนะ แง (หน๊องตองงงง ทำไมไม่ห้ามพี่)

กลับมาบ้านก็เลยมาเห่อหน่อย เนื่องจากตื่นเต้นมากกับคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า 2 อันนี้ที่ก้อยโดนมา เรามาดูกันว่าทำไมถึงน่าซื้อน่าใช้

ทั้งตัว Cleansing Water และ โฟมล้างหน้าของ JSM เค้ามีส่วนผสม Mineral Hydrogen Water เป็นน้ำชนิดนึงที่โมเลกุลเล็กมากๆ ทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้ทุกอณูรูขุมขน ซอกเล็กซอกน้อยบนใบหน้าเรา เค้าก็จัดการกวาดสิ่งสกปรกออกได้หมด แต่ถึงอณูจะขนาดเล็กมาก เค้ายังคงมีแร่ธาตุในการบำรุงผิวอยู่เต็ม มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid 8 ชนิด จึงช่วยให้ผิวหน้ายังคงชุ่มชื้นหลังจากการล้างหน้า และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังว่าค่อนข้างอ่อนโยน

ก้อยกลับบ้านก็เห่อใช้เลย 5555+ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางด้วย Essential Mool Cleansing Water ซึ่งตัวนี้มันน่าสนใจตรงที่พี่ BA บอกว่าที่เกาหลีเค้าจะใช้คลีนซิ่งตัวนี้เช็ดหน้าแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้เลยแบบ Quick Touch Up โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำเปล่า เพราะเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก และทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีมากๆ ตามที่ก้อยเขียนอธิบายส่วนผสมไปก่อนหน้านี้

นี่คือหน้าที่ก้อยใช้เค้าล้างหน้าออกไปครึ่งนึง รู้สึกว่าเค้าเช็ดหน้าได้สะอาดมากๆ เลยนะ แต่พวกมาสคาร่ากันน้ำนี่ยังต้องใช้ที่ Eye Remover อยู่นะ ตัวนี้ยังเอาไม่อยู่ มันทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณอื่นๆ ได้ดีเลย รู้สึกสะอาดสะอ้าน

ให้ดูผิวใกล้ๆ ว่าเช็ดหน้าแล้วผิวหน้าชุ่มชื้นจริงๆ สำหรับคนผิวแห้งแต่ขาดน้ำ(ในช่วงนี้)อย่างเราคือเลิฟมาก

ใช้สำลีประมาณ 2 แผ่นก็ทำความสะอาดใบหน้าได้หมดจด

ต่อกันด้วยโฟมล้างหน้า Essential Mool Cleansing Foam ที่เค้าบอกว่ามีสารสกัดจากต้น Yucca และดอกไม้ ช่วยต้านแบคทีเรียและไวรัส และฟองที่เกิดจากโฟมล้างหน้าตัวนี้เป็นฟองแบบที่ไม่มีสารแรงตึงผิว ซึ่งผิวที่ระคายเคืองง่ายก็สามารถใช้ได้ ที่ก้อยว่าเจ้าโฟมล้างหน้าตัวนี้มันน่าสนใจมากๆ ก็เพราะเค้ามี Emzyme Peeling จากผลไม้ แต่ไม่ใช่ AHA ช่วยกำจัดพวกเซลล์ที่ตายแล้วบนใบหน้าของเรา จึงทำให้เราแทบไม่ต้องใช้สครับมาสครับผิวบนใบหน้าเราเลย

ครั้งแรกที่เราเปิดฝาขวดออกมา กลิ่นหอมมากกกกกก หอมแบบเตะจมูกเลย บีบโฟมออกมาใช้นิดเดียว แตะน้ำเบาๆ ถูทั่วหน้าโฟมเต็มหน้าเลยจ้าแม่ เนื้อโฟมนิ่มมากๆ นุ่มนิ่มๆ ถูหน้าตัวเองเพลินเลย

พอล้างออกแล้วรู้สึกสดใส รู้สึกเฟรชมากๆ ผิวหน้าไม่แห้งตึงเลยจริงๆ

แอบสารภาพว่าหลังจากวันนั้น 2 วัน ก้อยก็แอบไปส่องของที่ MEGA บางนาอีก ไปแว๊ปๆ ที่เค้าเตอร์เค้ามาอีก แต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ 5555+ แต่…ไปโดนที่แบรนด์อื่นมาด้วยจ้า ไว้ว่างๆ จะมารีวิวของที่โดนตกมาอีกนะ วันนี้ไปก่อนละ ทั้งฟินทั้งหมดตูด 5555+

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

ลิปออแกนิค สายธรรมชาติ ดีต่อปาก ดีต่อใจ | KoiOnusa

ก้อยเป็นคนกินน้ำน้อยค่ะ มีปัญหาเรื่องผิวแห้งขาดน้ำยังไม่พอ ปากก้อยเองก็แตกแห้งเป็นประจำ ใช้ลิปบำรุงมาโดยตลอดนะ แต่บอกตรงๆ ว่ายังไม่เคยลองใช้ลิปบำรุงสายธรรมชาติ หรือออกแนวๆ ออแกนิคสักที

ก้อยได้ลองใช้ลิปบำรุงออแกนิคของยี่ห้อ Lovella Organics ดูพักนึง ชอบสโลแกนที่เค้าบอกว่า “So natural all you can eat” 100% organic and natural. นั่นคือเค้าเคลมแบรนด์ตัวเองไว้ว่ามีส่วนผสมเป็นออแกนิคและมีความเป็นธรรมชาติถึง 100% จนคุณสามารถกินมันเข้าไปได้!! เรียกว่าสะกิดใจก้อยมากเลยทีเดียว เลยหยิบมาใช้แบบไม่ลังเลใจ คนแพ้ง่ายฟังคำเคลมนี้แล้วก็สบายใจได้ หยิบมาใช้ได้แบบไม่ต้องลังเล ยิ่งช่วงนี้ก้อยอินกับพวกลิปวาวๆ เนื้อกลอสๆ นั่นก็เพื่อปกปิดความปากแห้งปากแตกของตัวเองนี่แหละ ได้เวลาบำรุงอย่างจริงจัง และก้อยเองก็อยากมาเล่าสู่กันฟังว่าใช้แล้วรู้สึกยังไง
ก้อยได้ทดลองใช้ลิป 2 รุ่น 2 แบบ นั่นคือ Organics Lip Treatment ที่เป็นลิปบำรุงไม่มีสี และ Healthy Tinted Lip Balm ที่เป็นลิปบำรุงแบบมีสีระเรื่อๆ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ เค้ามีจุดมุ่งหมายของผลลัพธ์ไปในทางเดียวกันนั้นคือ ช่วยให้ผิวปากชุ่มชื่นและช่วยแก้เรื่องริมฝีปากคล้ำ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกันที่จุดมุ่งหมายในการใช้ในแต่ละโอกาสเท่านั้น
สำหรับใครที่ต้องการบำรุงริมฝีปากอย่างจริงจัง ต้องการใช้ลิปบำรุงเช้าเย็นตลอดจนกลางคืนในเวลานอนเพื่อบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดีขึ้น ต้องใช้ Organics Lip Treatment ซึ่งก้อยใช้เป็นกลิ่นกุหลาบ เป็นกลิ่น Signature ของเค้าเลย มีกลิ่นกุหลาบหอมอ่อนมากๆ ไม่มีสี ผู้ชายก็สามารถใช้ได้

เนื้อของเค้าค่อนข้างนุ่มมาก เนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ สบายริมฝีปาก และให้ความชุ่มชื่นดีพอสมควรเลย ก้อยหยิบมาทาไม่บ่อยมากในแต่ละวัน เพราะเนื้อลิปยังเคลือบริมฝีปากก้อยไว้ได้อย่างดีหลายชั่วโมงเลย

เราสามารถทาลิปตัวนี้ตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมงได้นะ รวมถึงขณะที่เราหลับด้วย ก้อยทดลองใช้ทาตอนกลางคืน ตื่นทาตอนเช้าปากยังชุ่มชื่นอยู่เลย แถมได้ปากนุ่มๆ ด้วย นี่ลองใช้มาประมาณ 1 สัปดาห์แบบขยันๆ ทา ก้อยก็เห็นการเปลี่ยนแปลงเลยว่า ผิวของริมฝีปากก้อยที่แห้งๆ ดูผิวแตกๆ มันเรียบเนียนขึ้น ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้นแบบเห็นได้ชัด ถ้าใช้ไปนานๆ เค้าจะช่วยลดความคล้ำของริมฝีปากด้วยนะ และเค้าค่อนข้างอ่อนโยนมาก ไม่มีสารอันตราย เด็กหรือคนท้องก็สามารถใช้ได้ แถมทริคให้เล็กๆ ว่า ถ้าทาลิปตัวนี้ก่อนทาลิปสติกนะ เหมือนเค้าช่วยทำให้ร่องของริมฝีปากเราตื้นขึ้น ช่วยให้ทาลิปสติกสวยขึ้นเนียนขึ้นด้วย
และสำหรับสาวๆ ที่อยากได้ลิปออแกนิคที่มีสีติดเล็กๆ บางคนต้องแต่งหน้าทุกวัน จะทาลิปบำรุงแบบไม่มีสี แต่งหน้าเต็มนะ แต่ปากซีดเนี่ยก็ดูจะไม่เหมาะ ก้อยแนะนำให้ใช้ Healthy Tinted Lip Balm ซึ่งเป็นลิปบำรุงริมฝีปากที่มีสีสกัดมาจาการสีของผักผลไม้ ใช้ทดแทนสีสังเคราะห์ ซึ่งทำให้ลิปของเค้ามีความธรรมชาติและอ่อนโยนมากแม้จะเป็นลิปบำรุงที่มีสีก็ตาม
ก้อยใช้สี Red Radish เป็นสีแดงระเรื่อๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้กับใบหน้าของเราได้เป็นอย่างดี บำรุงปากไปด้วย และได้แต่งหน้าเต็มโดนที่ปากดูไม่ซีดด้วย เนื้อบางเบาเช่นกัน ไม่เหนียวเหนอะหนะปาก และค่อนข้างชุ่มชื้น เนื้อนุ่มมาก
ก้อยทาปากให้ดูจะเห็นเลยว่า เมื่อทาลงไป 1 รอบ จะได้สีอมชมพูๆ สียังไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ถ้าทาทับอีก 2-3 รอบ เราจะได้สีลิปที่ดูแดงเป็นธรรมชาติ ไม่แดงจัด ดูเหมือนเป็นสีปากของเราที่ดูสดใสขึ้น อาจจะไม่ได้กลบสีปาก 100% แต่ช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำได้ดีนะ นี่ถ้าทาย้ำๆ อีกหลายๆ รอบ สีของเค้าก็จะชัดมากขึ้นอีก ก้อยนี่ทาวนไป 10 รอบเลยเวลาแต่งหน้า เนื้อลิปเค้านุ่มปากงะ ก็ทาเพลินๆ
จะแต่งหน้าในวันสบายๆ แล้วทาลิปตัวนี้ตัวเดียวก็รอด หรือจะทาในวันที่แต่งหน้าเต็มก็ดูแต่งหน้าไม่จัดจนเกินไป หน้าดูสดใส ปากดูสีเป็นธรรมชาติมากๆ ใช้ทาบำรุงริมฝีปากได้ทั้งวัน แต่ขอเตือนเบาๆ ว่า พยายามเก็บลิปให้พ้นจากแสงแดดและความร้อน เพราะแสงแดดและความร้อนจะทำให้ลิปละลายได้ง่าย เนื้อจะเหลวจนเกินไป จนเนื้อลิปหลุดออกมา อยากใช้ได้นานๆ ก็ต้องเก็บไว้กระเป๋าไว้ดีๆ นะจ้ะ ^^

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com

กรี๊ดกับพี่หน่อย เปิดถุง Burberry รีวิวไป ฟินไป | KoiOnusa

มาแล้วๆ ความเห่อถุง Burberry ก่อนปีใหม่ที่เคยมาอวดพวงกุญแจน่ารักๆ กันไปแล้ว ได้ฤกษ์มาแกะถุง Haul ของข้างในกันแล้วล่ะนะ

นี่คือของที่อยู่ในถุงทั้งหมด!!! จัดเต็มสุดอะไรสุด คันไม้คันมือลองใช้ไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้กลับบ้านมา 55555+ เพิ่งมีสติมารีวิวให้ทุกคนฟินตามกัน ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้บ้าง

Burberry Fresh Glow Luminous Fluid Base : No.01 Nude Radiance
ตัวนี้เค้าเป็น Base อเนกประสงค์เลย เป็นทั้ง Primer, Base Foundation และ Moisturizing ใช้ทาผิวก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูเงา ดูวาวขึ้น ดูชุ่มฉ่ำ โกลว์ๆ ดูผิวสุขภาพดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ก็ไม่ผิด เรียกว่าเป็น Multi Use เลยก็ว่าได้
เนื้อของตัวนี้เค้าค่อนข้างเหลว แต่ไม่เหลวจนไหลเป็นทาง เนื้อวาวๆ เป็นชิมเมอร์เนื้อละเอียด สีที่ก้อยใช้คือเบอร์ 01 จะออกไปทางสีแชมเปญ สีเนื้อแต่อมชมพูนิดๆ เกลี่ยง่าย เกลี่ยลื่น เนื้อบางเบา

จะเห็นเลยว่าพอก้อยทาลงบนผิวแล้ว ฝั่งซ้ายมือที่ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มันดูโกลว์ ดูผิวสว่าง ดูผิวใสขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นมากเลย ใครอยากให้ผิวดูใส ดูตื่น ดูกระจ่างใส ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ เค้าอาจไม่ได้คุมมันมากนะ แต่เค้าช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น ผิวสวยขึ้นใสขึ้นอะไรแบบนั้นแหละ

Burberry Matte Glow Foundation : No.30 Light Neutral
รองพื้นตัวนี้เค้าจะช่วยปกปิดในระดับนึงนะ แต่ผิวจะยังดูเป็นธรรมชาติ เนื้อจะไม่ Matte และไม่ Glow จนเกินไป เรียกว่าเป็นลูกผสม ช่วยให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว Burberry ยังบอกอีกด้วยนะว่า รองพื้นตัวนี้เป็น Second – Skin Formula เพราะเมื่อทาลงบนผิว รองพื้นจะกลมกลืนไปกับผิวอย่างกับเป็นผิวที่สองของเรา (คือคล้ายๆ เป็นผิวของเรานั่นแหละ แต่เค้าเรียกว่าเป็นผิวที่สอง เพราะมีรองพื้นทาลงไปแล้วกลมกลืนกับผิวของเราเสมือนเป็นผิวของเราเลย)
ตอนแรกก้อยโดนจับลองเฉดเบอร์ 60 แล้วก็ต้องตกใจแหละ เพราะมันคล้ำและเหลืองเกินผิว ลองไปลองมา ก้อยเหมาะกับเบอร์นี้สุดล่ะ เบอร์ 30 เป็นเฉดสีอมชมพูนิดๆ เนื้อไม่เหลวไม่จับตัวกันมากเกินไป ตอนเกลี่ยลงบนมือเหมือนเค้าหนืดนะ แต่พอเกลี่ยลงบนผิวหน้ากลับเกลี่ยง่าย รู้สึกเบาสบายผิว และที่ชอบคือมันอาจจะไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย เพราะมันเปลี่ยนสภาพให้แห้งไวมาก ไม่หนืดผิว เบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ดีตามที่เค้าเคลมไว้เลย

ก้อยทาให้ดู 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายใช้รองพื้นทา เห็นใช่มั้ยว่ามันช่วยในเรื่องของการปกปิดและทำให้ผิวดูเบาสบาย ไม่ดูเหมือนโบกปูนเข้าไปกับผิวจริงๆ ผิวของก้อยยังดูเป็นธรรมชาติในขณะที่เค้าช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตาด้วยเช่นกัน

ซูมให้ดูผิวใกล้ๆ เมื่อใช้ 2 อย่างนี้ร่วมกัน ผิวดูดีมั้ยคะคุณ

มาต่อกันที่เรื่องของลิปสติก เป็นไอเทมที่ก้อยมีเยอะที่สุดในบ้านแล้วแหละ แต่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที 55555+ เรื่องของแพ็กเกจให้เลย 10 เต็ม 10 แพ็กเกจสวยหรูหรา สีรมดำ มีลาย Burberry ที่ฝาเล็กๆ มีความหรูและความเท่อยู่ในตัว แถมยังเป็นแม่เหล็กระหว่างตัวลิปกับฝาลิปด้วยนะ

ลิปรุ่นนี้เค้าจะให้เนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื่นกับริมฝีปาก เป็นเนื้อครีมที่สีแน่นในระดับนึง กลบสีปากได้อยู่แต่ต้องทามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป

Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.05 Nude Pink
สีนี้เป็นสีโปรดของก้อย เพราะมันเป็นสีจริตของก้อย สไตล์สาวหวานแหละ
มันเป็นสีชมพูหวานๆ ชมพูอ่อนที่ทาแล้วเราจะกลายเป็นสาวหวานเลยทันที
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.93 Russet
สีนี้เป็นสีน้ำตาลอมแดง ที่ตอนแรกก้อยไม่คิดว่าจะชอบหรอกนะ
แต่พอทาปากไปแล้วถ่ายรูปด้วย อุ้ยยยย!!! สวยจัง 5555+ ทำให้ลุคดูผู้ใหญ่แต่ก็ดูเปรี้ยวเท่ เอ๊าาา งง แต่ที่รู้ๆ คือมันใช้ง่ายแหละสีนี้ ทากันตายเลย ทาได้ทุกวัน
Burberry Kisses Hydrating Lip Colour : No.113 Union Red
สีนี้เป็นสีขายดีของเค้าเลย ตอนแรกก้อยปาดลงบนมือแล้วก็คิดว่ามันแดงไปรึเปล่า!!! คนชอบสีแดงแบบนี้กันเหรอ
แต่พอปาดแล้ววิ่งออกมาดูที่แสงไฟสีขาวดีๆ อุ้ยอีกแล้ว!! 5555+ มันไม่ได้เป็นสีแดงที่สดเกิน แต่ดูเป็นสีแดงที่ดูแพง ดูหรู ดูดีเกินเรื่อง แล้วพอทาปากปุ๊บ ใจก็เต้นตุ๊บๆ เลย ขับผิวให้ก้อยดูเป็นคุณนายขึ้นมาเฉย สวยอ่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมขายดี
แท่นแท๊นนน!! คุณนายมั้ย 5555+ ใช้ทั้ง 3 ตัวของ Burberry เค้าแหละ บอกใช้สี 113 นี่แหละ สวยป่ะละ!! แต่งานผิวดีมากบอกเลย

นี่ออกไปข้างนอก ผ่านไปประมาณ 8-9 ชั่วโมง มีความมันแหละก็บอกตามตรง แต่เป็นความมันที่โกลว์สวยง่ะ ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน >.<

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ติดต่อก้อยได้ที่ Facebook เลยค่า ^____^
หรือ Email : mtm_koi@hotmail.com