เริ่มต้นปี 2020 กับ Skincare ตัวดีตัวเดิม อยู่กันยาวๆ ข้ามปี เลือกมาแล้วว่าดี!! ไม่เปลี่ยนใจ | KoiOnusa


สวัสดีปีใหม่ค่าสาวๆ เริ่มต้นปีนี้ก้อยตั้งใจจะดูแลตัวเองให้มากขึ้น เรื่องจากเรามีเวลามากขึ้นจากแต่ก่อนมาก ว่าจะไปออกกำลังกายบ้าง กินอาหารให้มีประโยชน์มากขึ้น นอนไวมากขึ้น ดื่มน้ำมากขึ้น ตั้งใจเก็บเงินมากขึ้น งดช้อปปิ้งเครื่องสำอางบ้าง (แต่อันนี้ทำยากมากเลยอ่ะ 555+)

แต่มีสิ่งหนึ่งที่แม้ว่าจะผ่านมาจากปีเก่าจนปีใหม่นี้ ก้อยก็รู้สึกว่าของเหล่านี้ก้อยจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก Routine ปกติของก้อยแน่ๆ เพราะผ่านมาจากปี 2019 ก้อยก็ยังรู้สึกว่าสกินแคร์เหล่านี้ยังคงเป็นตัวช่วยผิวหน้าที่ดีมาเสมอกับผิวหน้าก้อย ต่อให้ไปลองใช้ไอเทมอื่นอะไรมากมาย ก็ยังคงสิ่งเหล่านี้ไว้ยืนพื้นเป็นตัวหลักๆ ที่ก้อยใช้ในชีวิตประจำวัน ถึงแม้ว่าปีนี้ก็คงจะได้ลองใช้อะไรใหม่ๆ อีกมากมาย แต่เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสกินแคร์ที่ก้อยใช้แล้วปลื้ม ยกขึ้นหิ้งให้เป็นสกินแคร์หลักๆ ก่อนเลยแล้วกัน

Garnier Micella Oil-Infused Cleansing Water

พูดแล้วก็พูดอีกเนอะ ซ้ำซาก 5555+ แต่ก็ยังคงเป็นปลื้มมากๆ กับตัวล้างเมคอัพตัวนี้ เพราะบางครั้งก้อยใช้เจ้าคลีนซิ่งตัวนี้เช็ดทั้งมาสคาร่ากันน้ำ และอายไลเนอร์ทนๆ มันก็สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดายโดยบางทีก็แทบไม่จำเป็นต้องใช้ Eye&Lip Remover เนื้อของเค้าจะเป็นเนื้อน้ำ ที่มีออยล์อยู่ด้านบน และมีน้ำอยู่ด้านล่าง เวลาใช้งานก้อยก็จะเขย่าให้เนื้อทั้งสองผสมกันก่อน เช็ดหน้าสะอาดหมดจดเกลี้ยงเกลา ผิวหน้าไม่แห้งตึง รู้สึกผิวยังชุ่มชื่น ก้อยมีทั้งขวดใหญ่ขวดเล็กแหละ ในกระเป๋าที่ไว้สำหรับพกพาไปที่ต่างๆ ก้อยก็พกเจ้านี่ขวดจิ๋วไว้ บอกเลยว่าปลื้มจริงจังมาก

THREE Balancing Foam

ขวัญใจในเรื่องของโฟมล้างหน้า ก็ต้องยกให้เค้าแหละ เพราะก้อยรู้สึกว่าเนื้อโฟมของเค้าเยอะดี ก้อยชอบ แต่บีบมาใช้น้อยมาก เท่าเม็ดถั่วเขียว 2 เม็ด แต่ตีฟองได้เยอะและนุ่มกับผิวสุดๆ ก้อยชอบที่มันค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว เพราะมีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติจึงค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวหน้า และก้อยยังรู้สึกว่ามันค่อนข้างจะล้างหน้าได้สะอาดมากๆ เลยนะ คือคนที่ไม่ชอบผิวแห้งตึงมาก และไม่ชอบผิวที่ล้างหน้าออกไปแล้วรู้สึกเหมือนผิวไม่สะอาดเพราะเค้าทิ้งความชุ่มชื่นไว้ อยากจะให้ลองใช้ตัวนี้ เพราะก้อยว่ามันอยู่ตรงกลาง คือล้างหน้าออกไปแล้วผิวจะไม่แห้งตึงมาก และไม่ทิ้งความมันไว้มาก ก้อยว่ามันกำลังพอดีๆ ทำให้ผิวรู้สึกสะอาดแต่ยังมีความชุ่มชื่นเบาๆ เหลืออยู่บนผิว ยิ่งก้อยใช้คู่กันกับเครื่องล้างหน้า Foreo นะ ยิ่งสนุกเลย เพราะเครื่องล้างหน้าเค้าตีโฟมได้เยอะ บีบออกมาเล็กน้อยก็ใช้ได้ทั่วใบหน้า จึงทำให้ 1 หลอดใช้ได้นานเลย

LANCÔME Rénergie Multi-Lift Ultra Milk Peel

ตัวนี้เป็นลูกรักตัวใหม่ที่อยู่ดีๆ ก็มาแรงแซงทางโค้ง เป็นตัวใหม่ที่ก้อยยกให้เป็ยตัวประจำเลยตอนนี้ ชอบที่เค้าเป็นโทนเนอร์และน้ำตบในตัวเดียวกัน ซึ่งโทนเนอร์หลายๆ ตัวที่ก้อยมี มักจะมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้เมื่อเวลาที่ก้อยใช้เช็ดลงบนผิวหน้าจะมีความคนยุบยิบๆ แสบผิวหน้า บางยี่ห้อใช้ไปนานๆ ก็ยังคงคันยุบยิบๆ อยู่ ซึ่งอาการนี้เป็นสิ่งที่ก้อยไม่ชอบเลย แต่สำหรับเจ้าตัวนี้เค้ามีคุณสมบัติเหมือนกันคือ ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส และยังช่วยกระชับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า คุณสมบัติมากมายแต่ที่สำคัญที่สุดคือ เค้าไม่แสบผิวหน้าขณะที่ใช้ ซึ่งก้อยชอบมาก เพราะส่วนบนเค้าจะเป็นน้ำนม ส่วนล่างจะเป็น LHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เมื่อก้อยเขย่าให้เค้าผสมกันแล้วเทบนสำลี แล้วเช็ดผิวหน้า ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเค้าอ่อนโยนต่อผิวหน้ามากด้วยความที่เค้ามีน้ำนมผสมอยู่ คนผิวแห้งๆ ขาดน้ำแบบก้อยจึงชอบมากเป็นพิเศษ ชอบมากแบบมากจริงๆ กลิ่นก็ดี ไม่เปรี้ยว โทนเนอร์บางตัวก้อยจะชอบได้กลิ่นเปรี้ยวๆ ไม่รู้ใครเป็นเหมือนกันมั้ย แต่เจ้าตัวนี้เป็นกลิ่นนมๆ แหละ ใช้มาเดือนกว่าๆ ผิวดูกระจ่างใสขึ้นจริงๆ ชอบ

CLARINS DOUBLE SERUM [Hydric + Lipidic System] Complete Age Control

ตัวนี้เป็นสกินแคร์ในหมวดของการช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ที่ก้อยใช้ตั้งแต่ครั้งแรกก็ติดใจ เพราะตื่นเช้ามาผิวฟูนุ่มแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ใช้หมดแล้วหมดอีกก็ต้องกลับมาซื้ออีกเรื่อยๆ ซ้ำๆ จนขวดนี้ก็ใกล้จะหมดแล้วล่ะ เหลือเพียง 1 หยดสุดท้าย 55555+ เนื้อเซรั่มเค้าจะเป็นเนื้อออยล์ผสมกับเนื้อน้ำ ช่วยเรื่องริ้วรอยเป็นหลักแต่คุณสมบัติของเค้ายังช่วยเรื่องกระชับรูขุมขนทำให้ผิวเรากระชับขึ้นหน้าดูเปล่งปลั่งขึ้น ก้อยใช้แล้วไม่อุดตันผิวหน้า สิวไม่ขึ้น ใช้ดีเลย นานๆ ทีจะเจอออยล์ที่เข้ากับผิวหน้าได้เป็นอย่างดีอย่างตัวนี้ จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นลูกรักมากๆ เลยแหละ หมดแล้วเนี่ย ต้องซื้อขวดใหม่อีกละ น้ำตาจะไหล

LANCÔME Advanced Genifique Serum

โอ้โห้วตัวนี้ได้ยินชื่อเสียงและคนรีวิวกันมานาน วันก่อนมีน้องบอกก้อยว่าให้พี่ก้อยลองหยิบมาใช้เร็วๆ มันดีจริงๆ แบบเห็นๆ เลยนะ อ่ะๆ นี่เลยรอให้เจ้า Clarins Double Serum ใกล้ๆ หมดก่อน เลยได้ฤกษ์หยิบเจ้านี่มาใช้ ซึ่งมันพอเหมาะพอเจาะกับช่วงหลังก้อยแต่งงาน เพราะก้อยผ่านมรสุมอะไรมาเยอะมาก ปัญหาหลายๆ อย่างรุมเร้า ความเครียด ความกดดัน และคืนแต่งงานที่กินแอลกอฮออล์ฉลองไปอย่างไม่บันยะบันยัง ทำให้ผิวก้อยแย่ทันทีภายในคืนนั้น ตื่นมาก็ตกใจนะ ทำไมสิวอุดตันเพียบ อ๋ออออ รองพื้นของช่างแต่งหน้าที่แต่งหน้างานแต่งงานให้ก้อยด้วยแหละ โอเค!! ก้อยจะใช้มันบัดนี้กู้หน้าเลย ลองใช้แบบตัวเดียวเดี่ยวๆ เลยนะ เพราะอยากรู้ผล คุณพระ!! ภายใน 7 วัน ก้อยเห็นว่ามันช่วยผิวเราจริงๆ อ่ะ ผิวก้อยมันดูดีขึ้น ดูเปล่งปลั่ง ดูฟูดูอิ่มน้ำ สิวที่หน้าผากที่ทำท่าจะอยากนูนขึ้นมา อยากจะอัพเสบซะเหลือเกินก็ยุบตัวลง ผิวดูใสขึ้นจริงจังมากกกกกก ก้อยจึงชอบเจ้าตัวนี้มากมาย เนื้อเซรั่มชุ่มชื่นกับผิวมากด้วย ให้ความชุ่มชื่นทันทีที่ก้อยทา นี่ว่าหัวบีบเค้าให้เนื้อเซรั่มในแต่ละทีที่กดเยอะไปหน่อยนะ เสียดายของ 5555+ ไม่อยากให้หมดไว ของดีอ่ะ ก็อยากให้อยู่กับเราไปนานๆ จริงๆ เค้าช่วยเรื่องริ้วรอยแห่งวัยด้วยนะ แต่นี่ต้องลองใช้ไปอีกซักพักใหญ่ๆ อ่ะ แต่ตอนนี้เห็นเลยแค่ว่าผิอวมันเปล่งปลั่งอิ่มน้ำจริงๆ ชอบบบบบ

DR JART+ Ceramidin™ Cream

ตัวนี้ก้อยทดลองใช้ตามเพื่อนค่ะ นี่เห็นเป็นครีมที่แอบมีกลิ่นนิดๆ เลยลองซื้อขนาดทดลองมาใช้ ตัวนี้มันเลิศมากกกกกกก ช่วงก้อยแพ้ฝุ่นเยอะๆ สิวผดสิวอะไรทั่วหน้า ใช้ตัวนี้กู้หน้าตัวเดียวเดี่ยวๆ เอาอยู่จ้าแม่ ถ้าใครถามหาสกินแคร์กู้ผิวนะ อยากจะชี้ชวนมาให้ซื้อตัวนี้จริงๆ มันเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวนั่นแหละ แต่ก้อยรู้สึกมันช่วยกู้ผิวแพ้ง่ายไปด้วย ครีมซึมไว แห้งไว แต่ผิวยังชุ่มชื่นอยู่ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วรู้สึกสบายผิว เอาจริงคือชอบมากเหมือนกัน หมดหลอดเล็กแล้วต้องไปจัดหลอดใหญ่ แพ้ฝุ่นแพ้อะไรมาตัวนี้ก้อยว่าเอาอยู่แหละสำหรับผิวก้อยนะ คอนเฟิร์มอีกเสียงโดยเพื่อนก้อยที่แนะนำให้ก้อยใช้ด้วยนี่แหละ อยากให้ลอง

The Sun Society Hyaluronic acid

ตั้งแต่ได้ลองใช้เจ้าตัวนี้ ก้อยก็ใช้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร ขอให้มันเป็นหัวเชื้อไฮยารูรอนิคเถอะ ก้อยใช้หมด แต่สำหรับยี่ห้อนี้ก้อยใช้บ่อยสุด เพราะฝากแฟนหิ้วมาจากญี่ปุ่นได้ในราคาถูก และเราก็ไม่ต้องจ่ายเองไง ให้แฟนหิ้วให้แฟนจ่าย 5555+ ตัวนี้เป็นหัวเชื้อไฮยารูรอนิคเข้มข้นจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าไฮยาลูรอนิคตัวนี้มีคุณประโยชน์จะช่วยกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหนังเราได้มากกว่าคอลลาเจนถึง 16 เท่า!! เพราะฉะนั้นก้อยจึงค่อนข้างติดเจ้าตัวนี้มาก เพราะบางทีถ้าก้อยดูแลผิวไม่ดี ผิวก็แห้งขาดน้ำ ทารองพื้นไปมีแต่ตกร่อง ยิ่งบริเวรณจมูกจะเห็นชัดก้อยจึงพยายามบำรุงผิวหน้าโดยคำนึงถึงความชุ่มชื่นของผิวหน้าเป็นหลัก และเจ้าตัวนี้ก็เป็น 1 ในตัวช่วยที่จะทำให้ผิวเราชุ่มชื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมันค่อนข้างเข้มข้น ใช้ผสมกับสกินแคร์ตัวอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวหน้าไปได้อย่างเห็นผลดีเลย

Faith in Face Jelly Mask

มาส์กชีทที่ก้อยเคยใช้ๆ มามักจะมาในรูปแบบเนื้อเซรั่มที่ไหลไปตามทางง่าย แต่มาส์กตัวนี้เค้าเป็นเนื้อเจลลี่ค่ะทุกคน ปกติก้อยก็ใช้มาส์กของ Faith in Face อยู่แล้วนะ เป็น 1 ในแบรนด์โปรดที่ก้อยหยิบซื้อมาส์กของเค้ามาใช้บ่อยๆ แต่สำหรับรุ่นนี้ใช้แล้วก็ชอบเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง เนื้อมาส์กเค้าเป็นเจลลี่ใสๆ ให้นึกถึงเจลลี่ที่เป็นขนมแบบนั้นเลย แต่อาจจะเหลวกว่านิดหน่อย ก้อยว่าเมื่อมาส์กกับผิวหน้าไปแล้วมันให้ความชุ่มชื่น ให้ความยืดหยุ่นกับผิวมากกว่าเซรั่มปกติ แพ็กเกจก็น่ารักดูน่ารับประทาน 55555+ สูตรที่ก้อยชอบใช้คือสูตร Hydra Jelly Sheet Mask ซี่งเค้าช่วยให้ผิวอื่มน้ำ เติมน้ำให้ผิว และช่วยลดริ้วรอย ก้อยใช้แล้วชอบน่ะ เนื้อมาส์กแบบเจลลี่ๆ แบบนี้มันชุ่มฉ่ำผิวหน้าดีมากเลย แถมยังไม่หกเลอะเทอะออกจากซองง่ายๆ เหมือนแผ่นมาส์กที่เป็นเนื้อเซรั่มทั่วไป ใช้แล้วชุ่มชื่น ที่สำคัญเลยตัวนี้เค้าไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมด้วย แผ่นมาส์กบางแนบสนิทกับผิวดีเลย มาส์กลงบนผิวยังเห็นเส้นเลือดบนแก้มก้อยจางๆ เลยอ่ะ แผ่นบางขนาดไหนคิดดู ตัวนี้แนะนำเลยต้องลอง

La Roche-Posay Uvidea Xl Melt-in Cream SPF 50/PPD26/ PA++++

อ่ะหึยๆ ช่วง 3 เดือนหลังก้อยใช้กันแดดหน้าแค่ตัวนี้เลยจริงๆ ชอบมากกกกก มันไม่อุดตันผิวหน้า ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แถมยังรู้สึกชุ่มชื่นผิวดี ไม่หนืดเวลาทา และช่วยปรับให้สีหน้ากระจ่างใสขึ้นด้วยนิดนึง ชอบแบบใช้ตลอด ใช้ทุกวัน นานๆ ทีจะเจอกันแดดที่ไม่อุดตันผิวก้อยและให้ความรู้ชุ่มชื่นผิว ยิ่งตอนทาผิวไปแล้วมันไม่หนืดอ่ะยิ่งชอบเลย คล้ายๆ ทาครีมบำรุงผิวมาก กันแดดผิวหน้าเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้แหละ ต่อให้ก้อยไม่ได้ออกไปนอกบ้าน อยู่พักผ่อนแค่ในห้องนอนก้อยก็ต้องใช้ ตัวนี้เลยเป็นกันแดดดที่อยู่ใน Routine ของก้อยที่ผ่านมา รวมถึงตอนนี้ด้วย เราแฮปปี้มากเลยนะกับเจ้าตัวนี้ ราคาก็น่ารัก หาซื้อง่าย เรียกได้ว่าเป็นกันแดดคุณภาพที่จับซื้อได้ง่าย อยากให้ลองๆ

MARIO BADESCU Facial Spray With Aloe, Herbs & Rosewater

สเปร์ยน้ำแร่เป็นอะไรที่ก้อยมาเห่อใช้ในช่วงปีสองปีหลังนี่แหละ แต่พอขยันๆ ใช้แล้วกลับพบว่ามันดีกับผิวหน้าเราจริงๆ นะ ใช้ตลอดทั้งก่อนแต่งหน้า และช่วงเวลาระหว่างวัน มันช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ช่วยลดการระคายเคืองของผิว ทำให้สิวบุกน้อยลงกว่าเดิม ยิ่งถ้าใช้กลิ่นที่ชอบ เช่นกลิ่นกุหลายของ Mario ตัวนี้ละก็ ยิ่งอยากจะหยิบมาฉีดหน้าทุกวันเลย ใช้จนจะหมดก้นขวดอยู่แล้วนะเนี่ย ราคาสเปร์ยน้ำแร่ก็ไม่แพงเลย ก้อยว่าเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้แล้วนะ ติดมากจริงๆ

หมดแล้วจ้า สกินแคร์ที่ปลื้มข้ามปีแบบคัดมาแล้วว่ารัก ปีที่แล้วใช้ ปีนี้ก็จะยังใช้ต่อ ต้องเรียกว่าเป็นสกินแคร์หลักที่ใช้ประจำเลย แต่อนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตามโอกาสถ้าหากก้อยได้ลองใช้อะไรแล้วถูกหน้า ยังไงมากระซิบบอกกันต่อแน่นอน

รองพื้นตัวเดียวจบ ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปด้านบนได้เลย

01.png

ชีวิตประจำวันของสาวๆ ในยุคนี้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น แต่ถึงเราจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากแค่ไหน สาวๆ ก็ยังคงห่วงเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ แต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเนี่ยก็มีเยอะเหลือเกิน จะดีแค่ไหนถ้าเรามีรองพื้นดีๆ ที่ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ได้

02.png

ถ้ากำลังมองหารองพื้นดีๆ สักตัว ที่มีทั้งครีมบำรุงและครีมกันแดด และช่วยให้ผิวดูสวยแบบธรรมชาติ ต้องลองใช้รองพื้น Lena ดูซักครั้ง รองพื้นแม่แอน อลิชา เค้าเป็นรองพื้นเนื้อแมทท์ ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวระหว่างวันมากเลยนะ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่ดูเป็นรองพื้นที่หนาจนเกินไป เป็นงานผิวที่ยังคงปกปิดได้ กันเหงื่อได้ดีเลย เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมาก

03.png

รองพื้นเค้ามี 3 เฉดสีนะ ส่วนตัวก้อยใช้สี LN15 สำหรับผิวขาวอมชมพู เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็นเนื้อที่คล้ายๆ เซรั่ม ไม่หนักผิว บางเบา เกลี่ยง่ายมาก แนะนำว่าให้ใช้นิ้วของเราเนี่ยแหละเกลี่ย จะได้ความปกปิดที่ดีในระดับนึง ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ย ก้อยว่ามันจะบางไป

04.png

ก้อยให้ดูความปกปิดของมันนะ ถือว่าปกปิดพวกรอยเล็กๆ ได้ แต่พวกสิวเม็ดเป้งๆ หรือรอยสิวชัดๆ ยังปิดไม่เนียนเท่าไหร่ ยังคงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย

05.png

แต่ที่แน่ๆ ก้อยชอบงานผิวหลังจากใช้รองพื้นของเค้ามากเลย ผิวดูกระจ่างใส ดูเป็นผิวเราที่ดูดีขึ้นและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวในชีวิตประจำวัน บางวันอยากได้ลุคสบายๆ ก็ลงแค่รองพื้นตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องลงแป้งตามก็ได้ ที่สำคัญมีตัวบำรุงที่ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นผิว และมีกันแดด SPF 50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดด้วย

06.png

ก้อยใช้รองพื้นเค้าตั้งแต่ช่วง 9.00 น. โมง จนตอนนี้ 16.00 น. ก็จะมีความมันเกิดขึ้นมาพอสมควร มีคราบเล็กน้อยหลุดลอกตรงบริเวณรอบๆ มุมจมูก หน้านี้คือผ่านฝนตกพร่ำๆ อากาศร้อนชื้นมากๆ โดยฝนปรอยๆ ด้วยนะ

07.png

ก้อยว่าเนื้อรองพื้นของเค้าไม่ใช่รองพื้นเนื้อแมทท์ที่ให้ความปดปิดจนอึดอัดผิว แต่เป็นรองพื้นที่ช่วยปกปิดแต่ยังให้ผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ เราสามารถใช้แบบตัวเดียวจบได้เลยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

01.png

 

ใช่คุชชั่นที่ตามหามั้ย? บางเบา ปกปิด สบายผิว หน้าโกลว์สวย คุมมันดี | KoiOnusa

พูดถึงคุชชั่น สาวๆ คงนึกถึงความใส ความบางเบา ความโกลว์ และไม่ค่อยจะปกปิด รวมถึงบางคนอาจจะเจอปัญหาคุชชั่นเป็นคราบ คุชชั่นฉ่ำเกิน ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็ไหลเยิ้ม โดยเฉพาะสาวผิวผสมไปจนถึงผิวมันแบบก้อย
ใครเจอปัญหาเหล่านี้ และตามหาคุชชั่นที่ให้ความโกลว์ ดูบางเบาแต่ปกปิด ไม่อยากได้ความแมตต์เลย ชอบผิวแบบสุขภาพดี อ่านรีวิวของก้อยต่อได้เลย คุณมาถูกทางแล้ว เพราะก้อยใช้แล้วรู้สึกว่ามันตอบโจทย์มาก สำหรับเจ้า Giorgio Armani To go ตลับนี้
ก้อยหยิบมาใช้และสังเกตแบบคนใช้จริงๆ ไม่อ่านคุณสมบัติใดๆ ของมันนะ จะขอพูดตามฟีลลิ่งเลย สิ่งแรกที่เราชอบนะ คือตัวแพกเกจของเค้า ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน Curve ของตลับเค้าแปลกมากจริงๆ บวกกับสีดำแดงที่ตัดกัน รวมๆ กันแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน อ้ะ มาเป็นเพลง 55555+
ภายในตลับเค้าก็จะมีพัฟรูปทรงหยดน้ำมาให้ ซึ่งทรงแบบนี้จะทำให้เราสามารถทาคุชชั่นตามซอกจมูกและร่องใต้ตาได้อย่างสะดวกสบาย ตัวพัฟของเค้าจับเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ได้น้ำได้เนื้อ
ในส่วนของด้านในตลับเค้าจะเป็นคล้ายๆ ตาข่ายที่เป็นกระดาษแข็งๆ กดเนื้อคุชชั่นออกมาได้เยอะดี ไม่ต้องเค้นมันขึ้นมาเหมือนคุชชั่นบางแบรนด์ที่ก้อยเคยเจอมา
นี่คือเนื้อคุชชั่นเบอร์ 3 ที่ก้อยใช้ จะเห็นว่าเนื้อของเค้ามีความโกลว์เมื่อกระทบแสง เนื้อดูบางเบาไม่หนักผิว เนื้อคุชชั่นมีความทึบสูง แต่ไม่อึดอัดผิว
พอมาอยู่บนผิวหน้าของเราแล้วก็จะมีความผิวสวยโกลว์ๆ ประมาณนี้เลย ผิวสวยยยยจริงๆ นะ >.<
ความปกปิดก็จะดีประมาณนี้ มีสิวอักเสบและรอยแดงมาให้ทดสอบความปกปิด จะเห็นว่ารอยแดงหายมิด รอยสิวอักเสบหายไปประมาณ 80% ยังเห็นหัวผุดออกมาแต่ไม่ชัดเจนเท่าตอนหน้าสด ก็แหมมม มันนูนออกมานี่น่า จะให้มันหายมิดไปได้ยังไง >.<“
พอทาครึ่งหน้า ก็จะแตกต่างประมาณนี้ ในส่วนของผิวหน้าก้อยชอบมาก มันทำให้ผิวดูสวยขึ้น ดูสุขภาพดี มีความโกลว์ๆ และปกปิดได้ดีในระดับนึง ในส่วนของใต้ตาของก้อยที่นอนดึกนั้น เราอาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างมาทาใต้ตาเพิ่มเติมซักหน่อย
พอแต่งหน้าเสร็จก็จะมีงานผิวที่สวยประมาณนี้ ก้อยแต่งหน้าตอนเที่ยง ผิวสวยประมาณนี้แหละ ชอบบ ไม่หนักผิวเลย แต่ให้การปกปิดรอยแดงได้ดีมากๆ ออกไปข้างนอก ทำนู่นทำนี่ เปลี่ยนเสื้อทำอะไรนิดหน่อย ก่อนอาบน้ำก็ถ่ายรูปเก็บไว้ในช่วงประมาณ 2 ทุ่ม ปากของก้อยสีซีดไปแล้ว แต่ผิวหน้ายังสวยอยู่ มีความโกลว์เพิ่มขึ้นนิดหน่อย คุมมันได้ดีเลยนะ ไม่มีการไหลเยิ้มหรือเป็นคราบเลย แฮปปี้มาก
โดยสรุปคือ นางเป็นคุชชั่นที่ให้ผิวสวยและโกลว์แบบธรรมชาติ มีเนื้อที่บางเบาแต่ปกปิด ใช้แล้วสบายผิวหน้า ผิวเนียนเป็นธรรมชาติ คุมมันดี แต่อาจจะติดที่หากใครมีใต้ตาที่คล้ำมากๆ ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ เช่นก้อยที่นอนตอนตี 3 ติดต่อกันหลายๆ วัน ตามรูปนี้เป็นต้น 555555+

6 วิธีบำรุงขนตาจริงให้สุขภาพดี สวย หนา ไม่แพ้ขนตาปลอม | KoiOnusa

ก้อยเพิ่งไปต่อขนตามาได้ซัก 1 เดือนค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงขนตาเริ่มหลุดร่วง แอบเสียดายนะ อยากมีขนตาหนา งอน สวย ยาวแบบนี้ไปนานๆ

แต่จะให้ก้อยไปต่อขนตาบ่อยๆ นี่ทำใจไม่ได้นะ เพราะเราก็รู้อยู่เต็มอกแหละว่ามันคือการเอาสารเคมีอย่างตัวกาวต่อขนตามาอยู่ใกล้ชิดดวงตาและขนตามากๆ ซึ่งจะส่งผลให้ขนตาจริงของเราไม่แข็งแรง และมีอาการร่วงบ้างประปราย ไม่ได้นะ!!! เราไม่ยอมให้ขนตาเราเบาบางแบบนั้นหรอก มาดู 6 วิธีที่จะช่วยให้ขนตาของเราแข็งแรง มีสุขภาพดีไม่แพ้ขนตาปลอมกัน

1. ล้างมาสคาร่าทุกครั้ง


มาสคาร่ายี่ห้อไหน ราคาแพงมากแค่ไหน ก็มีส่วนผสมของสารเคมี ดังนั้นสารเคมีไม่ควรอยู่ใกล้ดวงตาข้ามวันข้ามคืน ซึ่งเป็นการทำร้ายขนตา ดีไม่ดีดวงตาเราอาจะได้รับผลกระทบไปด้วยนะ

2. ใช้คลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาทำความสะอาดขนตา


เนื่องจากคลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาค่อนข้างอ่อนโยน และสามารถทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาได้ง่ายกว่าคลีนซิ่งทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดสีจากสำลี ช่วยลดความเสียหายกับขนตา และลดริ้วรอยที่จะตามมาด้วย

3. เช็ดบริเวณรอบดวงตาอย่างเบามือ
เราไม่ควรขยี้หรือถูกบริเวณรอบดวงตาแรงๆ ควรใช้สำลีชุบคลีนซิ่งแล้วแปะลงไปที่เปลือกตาเบาๆ ประมาณ 20-30 วินาที แล้วค่อยๆ ลากสำลีออก เพื่อลดการเสียดสีของสำลีกับบริเวณรอบดวงตา   ลดความเสียหายของขนตาและลดการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาด้วย

4. ดัดขนตาอย่างเบามือ


ใช้ที่ดัดขนตาหนีบที่เส้นขนตา ไม่กระตุกขนตา แต่ค่อยๆ หนีบให้งอนเรียงยาวอย่างเบามือ ป้องกันการขาดหลุดร่วงของขนตา

5. พักการใช้มาสคาร่าบ้าง


บางครั้งคนเราก็ต้องการเวลาพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าต่างๆ ขนตาก็เช่นกัน เราไม่ควรใช้มาสคาร่าในทุกๆ ครั้งของการแต่งหน้า ควรให้ขนตาของเราได้รับการพักผ่อนบ้าง ให้ขนตาได้หายใจ ปราศจากสารเคมีบ้างนะ

6. บำรุงขนตาบ้าง
คนเราต้องการวิตามินบำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี ขนตาก็เช่นกัน เราควรบำรุงขนตาด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เลือกที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารระคายเคืองที่ทำอันตรายต่อขนตาเรา ช่วงหลังต่อขนตาก้อยใช้ Lancôme Eye and Lash Serum ตัวนี้เป็นประจำ เพราะนี่กลัวขนตาปลอมที่ต่อไว้หลุด แล้วขนตาจริงจะหลุดร่วงตาม

เค้าไม่ได้ช่วยบำรุงแค่ขนตาให้ชุ่มชื่น หนา และแข็งแรงเท่านั้น เค้ายังช่วยบำรุงบริเวณรอบดวงตา ลดรอยคล้ำใต้ตา ลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา และลดอาการบวมของรอบดวงตาด้วย

Applicator ของเค้าเป็นรูปไข่มุกสีเงิน ทำมาจากสแตนเลส สตีล ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับวงการแพทย์เค้าใช้กัน สะอาดและช่วยลดแบททีเรีย รวมถึงยังให้ความเย็นกับผิวด้วยนะ

เนื้อเซรั่มเค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้เลย

ก้อยใช้ทารอบดวงตาต่อเนื่องกันมา 2 สัปดาห์หลังต่อขนตามาได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งก้อยชอบในขณะที่เจ้า appicator สัมผัสบริเวณผิวรอบดวงตามาก เราจะรู้เย็นผิว รู้สึกสบายตา ผ่อนคลายดี และก้อยใช้ทาบริเวณแนวเส้นขนตาด้วยในตอนท้าย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับขนตาเรา!!

เนื้อเซรั่มเค้าให้ความชุ่มชื่นสูงมากจริงๆ ไม่ได้ซึมหายไป แต่ยังมีความหนึบๆ ติดอยู่รอบดวงตาตลอดทั้งคืน รู้สึกสบายดวงตาดีนะ ตื่นมาตอนเช้าดวงตาสดชื่น และได้บำรุงขนตาไปด้วย เผื่อว่าเมื่อขนตาปลอมที่ต่อมาหลุดหมด เราจะได้มีขนตาจริงๆ ของเราที่สวย งอน ยาว หนา และแข็งแรงสู้ขนตาปลอมได้บ้าง

และนี่ก็เป็น 6 วิธีดูแลขนตาจริงของเราให้สวยไม่แพ้ขนตาปลอมที่เราไปต่อมา อาจจะไม่ได้ช่วยให้หนา ฟู รวดเร็วเช่นการใช้ขนตาปลอมติด แต่รับรองได้ว่าขนตาของเราจะแข็งแรง เป็นขนตาที่สวยแบบยั่งยืนแย่นอน

S__60710953.jpg

มาสก์ใจปล้ำ ชุ่มฉ่ำผิวหน้าถึงผิวตัว| KoiOnusa

TN-JB

มีเป็นคลิปให้ดูด้วยนะ

 

ระยะหลังๆ ก้อยชอบมาสก์หน้ามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะพวกมาสก์แผ่น ใช้ง่าย สะดวกและรวดเร็วดี และยังรู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกกว่าใช้แค่สกินแคร์

thumbnail_IMG_2733

ก้อยชอบลองมาสก์ไปเรื่อยค่ะ และได้ลองใช้มาสก์ของคนไทยที่เค้าไปตีตลาดที่จีนตัวนึง เห็นว่าเป็นที่นิยมของสาวจีนด้วย มาสก์ยี่ห้อนี้เลย “POYD” เป็นแบรนด์แรกที่ผ่านการรับรองด้านส่วนประกอบสมุนไพร Platinum Plant จาก อย. ด้วยนะ ส่วนประกอบหลักๆ ของเค้าก็คือสมุนไพรไทยแท้ และใครต้องการความชุ่มชื่นให้ผิวแบบหนักๆ ล่ะก็!! เจ้าตัวนี้มีความชุ่มชื่นหนักมากกกก ชุ่มทั้งหน้า ชุ่มทั้งตัวเลย!!!

thumbnail_IMG_2734

เรามาดูส่วนประกอบหลักๆ ของเค้ากัน ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ส่วนประกอบหลักๆ ของเค้ามี 9 ชนิด คือ

  1. อโลเวร่า แน่นอนอยู่แล้วว่าเจ้าตัวนี้เค้าจะช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิว
  2. สารสกัดจากใบบัวบก ตัวนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยลดริ้วรอย

3 สารสกัดจากขมิ้น จะช่วยต้านการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

  1. สารสกัดจากแตงกวา จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและยืดหยุ่นได้ดี
  2. สารสกัดเห็ดยุโรป มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขน
  3. สารสกัดจากชะเอมเทศ ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว
  4. สารสกัดจากต้นกระบองเพชร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยผลัดเซลล์ผิว และช่วยให้ผิวชุ่มชื่น
  5. สารสกัดที่ได้จากสาหร่ายทะเลสีแดง ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  6. สารสกัดจากแพลตินัม จะช่วยคืนสมดุลของผิว ช่วยให้ผิวกระชับและกระจ่างใส รวมถึงช่วยต่อต้านริ้วรอย

Oh my god!!! ส่วนผสมเยอะจริงอะไรจริง

ถ้าสังเกตดีๆ มาสก์ตัวนี้เค้าจะช่วยหลักๆ ในเรื่องของให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวเลยล่ะ ซึ่งความชุ่มชื่นเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพผิวที่ดีเลยนะ แล้วยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง และช่วยลดริ้วรอยให้ดูจางลงด้วย

thumbnail_IMG_2735

แผ่นมาสก์ของเค้าค่อนข้างบางมากๆนะ แต่มีความยืดหยุ่นแข็งแรงไม่ฉีกขาดง่าย

thumbnail_IMG_2736

หลังจากก้อยแกะซองแล้วดึงมาสก์เค้าออกมา เราต้องเอาแผ่นสีขาวแข็งๆ นี่ออกก่อน

thumbnail_IMG_2737

จากนั้นเอามาสก์ด้านที่เป็นแผ่นใยมาสก์หน้า แล้วดึงแผ่นสีฟ้าออกอีกที มาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาที บนผิวหน้าที่สะอาด

thumbnail_IMG_2738

พูดเลยว่ามาสก์เค้าค่อนข้างชุ่มชื่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ก้อยมาสก์ทิ้งไว้แล้วดึงมาสก์ออก หน้านี่ชุ่มไปด้วยเนื้อมาสก์ของเค้าจริงๆ แถมเค้ายังใจดีให้น้ำมาสก์มาอีกเพียบ นี่ก็เลยเอามาทาคอ ทาตัว บำรุงให้ทั่วๆ กัน กลิ่นหอมสมุนไพร ก้อยไม่ได้กลิ่นน้ำหอมเลย เพราะเค้าไม่ใส่พวกน้ำหอม หรือสารกันบูด พอดึงมาสก์ออกก็ชอบเอานิ้วมานวดๆ ให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าสู่ผิว เนื้อซึมดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ

thumbnail_IMG_2739

ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ที่ใจปล้ำมากๆ ให้น้ำมาสก์มาเผื่อแผ่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ใส่ส่วนประกอบดีๆ อย่างสมุนไพรแท้ๆ มาอีกมากมาย ก็ไม่น่าแปลกที่สาวจีนเค้าจะนิยมนะ

TN-JB

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Youtube : http://www.youtube.com/gukoiiz
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ของแปลก…มาสก์หน้าทุเรียน!!! ไม่ลองม่ายด๊ายยย | KoiOnusa

เมื่อหลายเดือนก่อน ก้อยได้ไปงานมหกรรมอาหาร แล้วเจอผลิตภัณฑ์แปลกๆ ใหม่ๆ ที่เค้าทำจากทุเรียน ทั้ง Euro คัสตาร์คเค้กไส้ทุเรียน ถั่วเคลือบช็อคโกแลตรสทุเรียน ก้อยรู้สึกมันน่าสนใจมากๆ เลยนะที่คนไทยสามารถคิดผลิตภัณฑ์อะไรจากราชาผลไม้ กลิ่นสุดแรง ขนาดว่าโรงแรมและหลายๆ สถานที่ห้ามนำเข้าไป

02.png

คือผลิตภัณฑ์พวกนี้มันน่าสนใจตรงที่ เค้าสามารถดึงดูดใจคนที่ไม่ชอบทุเรียน ให้หันมาลองชิม ลองรับประทานได้ ความสามารถในการดับกลิ่นแรงๆ ของทุเรียนนี่แหละ ที่ก้อยว่ามันน่าสนใจ และก้อยเจอมาส์กตัวนึงชื่อว่า Dureza เป็นมาสก์หน้าทุเรียน ใครที่กำลังร้อง ยี้!!! ขอให้ฟังก้อยก่อน ด้วยความที่เค้าเป็นผลไม้ เค้าก็มีดีของเค้านะจะบอกให้ และใครกำลังคิดถึงกลิ่นสุดแรงของเค้า ขอให้ฟังก้อยให้จบแล้วคุณจะเปลี่ยนความคิด

03.png

Dureza Moisturizing Cream Mask ตัวนี้เค้าเป็นมาสก์หน้าพรีเมี่ยมจากทุเรียน มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามิน A, B, C, E ซึ่งส่วนผสมทั้งหลายทั้งมวลนี้เค้าจะที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวหนัง ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และช่วยทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น แหมมม!! ราชาแห่งผลไม้จริงๆ นอกจากจะอร่อย ทำให้เราอิ่มแล้ว ยังเอามาบำรุงผิวได้ด้วยอ่ะ!!

04.png

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่นที่เนื้อนุ่มมาก เนื้อจะหยุ่นๆ แอบคล้ายเนื้อทุเรียนนิ่มๆ อยู่เหมือนกันนะ แต่สิ่งที่แตกต่างจากทุเรียนเลยคือกลิ่น!! เค้าดับกลิ่นทุเรียนไปหมดจนเรารู้สึกแฮปปี้มากที่จะใช้ กลิ่นของเค้ากลายเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหม็นฉุนใดๆ ทั้งสิ้น โอ้ววว!! คนไทยเก่งจริง ใครไม่ชอบกลิ่นทุเรียน สบายใจได้

05.png

ก้อยจะแต้มบนหน้าไป 5 จุด เพื่อให้เกลี่ยเนื้อมาสก์ได้ทั่วถึงทั้งหน้า

06.png

ตอนทามาสก์ครีมลงบนผิว รู้สึกว่าเนื้อมาสก์เค้านุ่มจริงๆ เนื้อจะลื่นๆ เกลี่ยค่อนข้างง่าย แตะๆ ที่ครีมมันจะหยุ่นๆ เนื้อครีมจะเคลือบผิวไปเลย เหมือนเราได้เอาผลไม้มาทาผิวอะไรแบบนั้น

07.png

ก้อยทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ล้างออกง่ายมากกก แล้วผิวนุ่มเลย นุ่มทันทีที่ล้างออกจริงๆ แบบไม่ได้โม้ รู้สึกสดชื่น ผิวมันตื่นขึ้น หน้ามันนุ่มขึ้น แฮปปี้กิงก่องแก้วอ่ะ ฮ่า

08.png

นี่ก้อยทดลองใช้มา 2 อาทิตย์แล้วนะ จริงๆ คือใช้ได้ทุกวันหลังล้างหน้าล้างเมคอัพหมดแล้วแหละ แต่โดยส่วนตัวเป็นคนขี้เกียจเบาๆ 555+ ก้อยจะมาสก์ วันเว้น2วันช่วงตอนกลางคืนก่อนบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ต่างๆ ให้ผิวมันนุ่มๆ ฟูๆ ก่อนได้รับการบำรุงไง เราทึ่งกับไอเดียการนำทุเรียนมาแปรรูปให้เป็นสินค้าสุดบรรเจิดอะไรแบบนี้มาก ทุเรียนเนี่ยของดีของไทยเราเลยนะ ต่างชาติอย่างชาวจีนเค้ายังโปรดทุเรียนเลย

01.png

ครีมกันแดดแบบซองที่ใช้อยู่ อันไหนเวิร์คไม่เวิร์ค มาดู !! | KoiOnusa

https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js
01.jpg

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ก้อยใช้ครีมกันแดดแบบซองมาโดยตลอด ใช้แล้วรู้สึกถูกกับหน้า พกไปต่างจังหวัดง่าย (ก้อยไปต่างจังหวัดบ่อย) และที่สำคัญเนื้อค่อนข้างบางเบาเกลี่ยง่าย วันนี้ก้อยจะรีวิวเปรียบเทียบให้ฟัง 3 ตัว ที่ก้อยกำลังเปิดใช้อยู่ในตอนนี้

02.png

ก่อนหน้านี้ก้อยใช้ของ Smooto อยู่ด้วยนะ เพียงแต่ว่าใช้จนหมดแล้ว จะซื้อใหม่ก็รู้สึกว่า แกร๊!!! แกต้องใช้ที่เหลือนี่ให้หมดก่อนมั้ย!!?? ฮ่า ก็จริง แต่ก่อนที่จะใช้หมด ขอมารีวิวให้ฟังหน่อย

03.png

Nivea Sun Protect & White SPF50+ PA+++ (ราคา 25 บาท)

 

04.png

ครีมซองนีเวีย เนื้อของเค้าคล้ายๆ เป็นเนื้อครีมกึ่งเซรั่มสีชมพู เกลี่ยง่าย ทาผิวแล้วไม่รู้สึกว่าผิวขาว ผิววอก หรือหน้าลอยเลย ก้อยใช้ทาก่อนแต่งหน้าแล้วเมคอัพไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบ ช่วยให้ผิวดูใสขึ้นสเต็ปนึง ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ให้ผิวที่ดูวาวๆ

05.png

Mistine Aqua Base Sun UV SPF50 PA+++ (ราคา 39 บาท)

06.png

ตัวนี้เป็นกันแดดสูตรน้ำแร่ฝรั่งเศส เป็นเนื้อครีมกึ่งเซรั่ม เนื้อค่อนข้างแมตต์ เนื้ออาจจะหนืดกว่า Nivea อยู่นิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ แต่เกลี่ยง่ายเช่นเดียวกัน ทาแล้วรู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำให้หน้าลอย หน้าวอก ใช้ทาก่อนแต่งหน้าแล้วเมคอัพไม่เป็นคราบเช่นกัน เพราะเนื้อค่อนข้างซึมไว

07.png

Cathy Doll Invisible Sun Protection SPF33 PA+++ (ราคา 20 บาท)

08.png

กันแดดตัวนี้ เนื้อต่างจากตัวอื่น เนื้อของเค้าเป็นเนื้อน้ำเหลวๆ เลย เกลี่ยง่ายที่สุด เพราะเนื้อเค้าเป็นเนื้อน้ำ แต่ต้องระวังไม่ใช้กับสกินแคร์บางตัวที่เนื้อค่อนข้างหนัก เพราะจะทำให้หน้าเป็นคราบ เป็นขุ่ยสีขาว ทำให้แต่งหน้าไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าก้อยชอบเนื้อของเค้านะ เนื้อน้ำๆ แบบนี้รู้สึกสบายผิวดี แต่แอบเปลืองอยู่ เพราะต้องใช้ในปริมาณมาก และข้อเสียอีกอย่างคือ เค้าไม่มีฝาปิดมาให้เหมือนตัวอื่นๆ ทำให้ต้องเร่งใช้ตัวนี้ให้หมดไวไว เพราะเก็บยาก กลัวหกหมดเดี๋ยวอดใช้ ฮ่า เค้าจะให้งานผิวแบบวาวๆ ฉ่ำน้ำๆ

09.png

เราทำการพิสูจน์ประสิทธิภาพในการกันแดดให้ดู แผ่นนี้เป็นแผ่นดูดซับแสงแดด เดิมจะเป็นสีเหลือง และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู หากในส่วนนั้นไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้แล้ว ก้อยวางทิ้งไว้กลางแดดจัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ดูสีที่เปลี่ยนไปจะเห็นได้ชัดเลย ในส่วนที่ก้อยไม่ได้ทากันแดด มันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเพราะมันไม่มีสารใดๆ ช่วยป้องกันแสงแดดเลย แต่ในส่วนที่ก้อยทากันแดดไว้ 3 ตัวนี้ เราสามารถเห็นสีที่เปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน ตัวที่สามารถป้องกันแสงแดดได้ดีที่สุดคือ Cathy Doll รองลงมาคือ Mistine และตัวที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้น้อยสุดคือ Nivea

ก้อยขอสรุปให้ฟังอีกทีนะ แบบเรียงลำดับตามหัวข้อต่างๆ

ความสามารถในการปกป้องผิวจากแสงแดด
Cathy Doll > Mistine > Nivea

ความเกลี่ยง่าย
Cathy Doll > Nivea > Mistine

แพ็กเกจ
Mistine = Nivea > Cathy Doll

10.png

โดยสรุป ถ้าให้เลือกใช้ในบรรดากันแดด 3 ตัวนี้ ก้อยเลือก Mistine นะ เนื่องด้วยเป็นกันแดดที่ช่วยปกป้องแสงแดดได้ดีในระดับนึงหากเราทาทั่วหน้าดีๆ และเนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย ถึงเนื้อจะข้นกว่าตัวอื่นๆ ใน 3 ตัว แต่เนื้อยังบางเบา เบาสบายผิว ไม่ทำให้หน้าเป็นคราบ ชอบที่เป็นเนื้อแมตต์ ในขณะที่ตัวอื่นเป็นเนื้อวาวๆ และแพ็กเกจมีฝาปิด เก็บง่าย พกพาสะดวก ไว้มีโอกาสจะมารีวิวกันแดดซองตัวอื่นๆ เพิ่มเติมอีกนะ นี่ติดใจกันแดดซองจริงจัง