ฟิลเตอร์ไม่ต้อง !! แค่ใช้รองพื้น KMA Wonder Look ก็เบลอผิวได้ | KoiOnusa

สวัสดีค่าสาวๆ วันนี้เรามีของดีมาฝากกันอีกแล้ว ❤

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก้อยได้ทดลองใช้ KMA Wonder Look Foundation แล้วปลื้มเนื้อรองพื้นเค้ามากๆ ถ้าถามว่าจะมีรองพื้นดีๆ ที่เนื้อเบาสบายผิว ไม่หนักหนา เอาอยู่ทั้งวันมั้ย ก้อยตอบให้ตรงนี้เลยว่า มี!! นี่ไม่ได้พูดเว่อร์นะ เพราะเราลองใช้แล้วเราชอบจริงๆ มีดียังไงไปดูกัน

รองพื้นรุ่นนี้มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนยกเอาฟิลเตอร์ในมือถือมาอยู่บนผิว แพ็กเกจแบบหลอดบีบสีดำดูคลาสสิค เค้าเคลมว่าเป็นรองพื้นที่คุมมันยาวนา 12 ชม. ปกปิด เบาบาง และสบายผิวเพราะมีส่วนผสมของ white strawberry ให้ผิวชุ่มชื้น

เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็น Under Tone เหลือง เพราะฉะนั้นจะค่อนข้างเหมาะกับสีผิวคนไทยมาก เพราะเค้าจะไม่ทำให้หน้าเราดูลอย เนื้อครีมเหลวๆ ที่ดูแล้วค่อนข้างชุ่มชื้น แต่เวลาเกลี่ยเสร็จแล้วเค้าจะเปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งเนื้อแมทที่เรียบเนียนและบางเบามากๆ เราพูดเลยว่าเนื้อแบบนี้คล้ายๆ กับเนื้อรองพื้นของเค้าเตอร์แบรนด์ลูกรักที่เราใช้บ่อยๆ อยู่ช่วงนี้เลย เรียกได้ว่ารองพื้นรุ่นนี้ของ KMA เป็นรองพื้นเนื้อดี แต่อยู่ในราคาเอื้อมถึง จ่ายง่าย ราคาสบายกระเป๋า

เค้ามีทั้งหมด 3 สีนะคะ

เบอร์ C1 เหมาะกับคนผิวขาวอมชมพู

เบอร์ C2 เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง

เบอร์ C3 เหมาะกับคนผิวสองสี

ถ้าถามว่าเค้ากันน้ำได้ดีแค่ไหน เราพิสูจน์ให้ดูตามนี้เลย ขนาดก้อยเอาแขนไปแช่น้ำมา แล้วลูบรองพื้นเค้าไปมา รองพื้นเค้ายังติดทนอยู่บนแขน ไม่หลุดออกมาง่ายๆ

ส่วนตัวก้อยใช้เบอร์ C1 นะคะ สำหรับคนผิวขาวอมชมพู ซึ่งบอกตามตรงว่าตัวก้อยเองเป็นคนที่หารองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นของแบรนด์คนไทยได้ยากมาก ถ้ารองพื้นไม่เหลืองเกินผิวไป ก็คล้ำเกินผิวไป แต่สำหรับรองพื้นสีนี้กลับเข้ากับสีผิวของก้อยมากๆ

ช่วงที่ก้อยถ่ายรูปนี้เป็นช่วงที่ก้อยมีสิวเยอะมากๆ ค่ะ มีทั้งสิวนูน มีทั้งรอยแดง เป็นช่วงผิวหน้ามีปัญหาค่อนข้างมาก ก็จะเห็นว่ารองพื้นเค้าช่วยเบลอรอยสิวแดงๆ ไปได้เยอะเลย แต่อาจจะเห็นสิวเม็ดใหญ่ๆ ชัดหน่อย ซึ่งไม่ว่าจะใช้รองพื้นอะไร ความนูนของสิวก็คงไม่จางหายไป แต่เราอยากให้สังเกตบริเวณรูขุมขนที่รองพื้นเค้าช่วยเบลอผิวไปในส่วนนี้ไปได้เยอะมาก ผิวดูเนียนเสมือนมีฟิลเตอร์ซ้อนอยู่ แต่เป็นความเนียนที่ดูเป็นธรรมชาติ ดูไม่หนา ไม่เยอะเกิน

เรามาต่อกันที่ตัวแป้งของเค้ากัน สำหรับแป้ง KMA Wonder Loose Powder เค้ามาในรูปแบบตลับที่ใช้งานง่ายมากๆ คือเป็นฝาพับที่มีกระจก และมีพัฟให้ในตัวเอง เวลาที่เราใช้ก็แค่เพียงคว่ำกระปุกให้แป้งตกลงบนพัฟ ใช้งานสบายเลย แป้งฝุ่นตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ช่วยคุมมันตลอดวัน และไม่ทำให้หน้าดรอป

เค้ามีทั้งหมด 2 เฉดสีที่ตอบโจทย์ผิวของคนไทยเช่นกัน คือ

P1 Light Pink Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวอมชมพู

Y1 Warm Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลือง

ก้อยเปรียบเทียบให้ดูหลังการลงรองพื้นเดี่ยวๆ และการลงแป้งฝุ่นทับ จะเห็นว่าเจ้าตัวแป้งฝุ่นเค้าจะเข้าไปทำให้ผิวที่ดูวาวนั้นแมตขึ้น ช่วยเบลอรูขุมขนไปได้อีกระดับนึง และผิวดูกระจ่างใสขึ้น

เมื่อแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อย Finish Look ของวันนี้ก็จะได้ประมาณนี้เลย ผิวดูใสเหมือนใส่ฟิลเตอร์จริงๆ

ก้อยออกไปนอกบ้านตลอดทั้งวัน ไปงานรับปริญญาที่แดดค่อนข้างร้อนจัด แต่สักพักก็แปรเปลี่ยนไปเป็นฝน นี่เป็นผิวหน้าที่ผ่านไปประมาณ 8 ชั่วโมง จะเห็นว่าผิวหน้าก้อยยังดูเสมือนเพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ ยังคงทำหน้าที่ปกปิดและติดทนอยู่บนผิวได้ ผิวหน้าแทบไม่เป็นคราบ แต่อาจจะมีบริเวณมุมจมูกที่มีคราบเล็กน้อยเพราะเกิดจากความมันเฉพาะตัวของก้อย ซึ่งไม่ว่าก้อยจะใช้รองพื้นตัวไหนก็จะมีปัญหาในส่วนนี้เป็นประจำ แต่สำหรับรองพื้นตัวนี้ ความมันที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยนะ และเค้าก็ควบคุมความมันได้ดีพอสมควร ขอให้คะแนนรองพื้นตามนี้เลย

การปกปิด 7.5 / 10 (คะแนนนี้คือในกรณีที่ทาครั้งแรก แต่ถ้าหากอยากได้การปกปิดที่แน่นขึ้นก็สามารถบิ้วท์เพิ่มได้นะ)

เนื้อสัมผัส 10 / 10

ความบางเบา 9/10

คุมมัน 8.5 / 10

ติดทน 8.5 / 10

ถือว่าเป็นรองพื้นที่เราปลื้มมากๆ ในส่วนของคุณภาพที่ดีมากสวนทางกับราคาเป็นรองพื้นที่ตอบโจทย์สาวๆ ได้หลายๆ คนเลยทีเดียวแหละ เราแนะนำนะ เป็นรองพื้นที่เราประทับใจจริงๆ

หาซื้อได้ทาง online เท่านั้นน้า จะเข้าเว็บ KMA เอง หรือจะช้อปผ่าน Lazada & Shopee ก็ได้ ลดอยู่ทั้ง 3 ทางเลยยย

โค้ดส่วนลด KMAWLFB 200    ใช้ได้ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2563

(รองพื้นลดจาก 550.-  เหลือเพียง 350.- เท่านั้นจ้า)

สั่งซื้อที่ลิ้งนี้เลย >> https://bit.ly/2TsMBCW

** ช่องทางอื่นๆ

Shopee :  https://bit.ly/2TqhWGb

(เก็บโค้ดส่วนลด 200 บาทได้ที่หน้า banner)

Lazada :  https://bit.ly/3mgkG5s   (ใช้โค้ดไม่ได้ แต่อย่าลืมเก็บคูปองลด 200 บาท)

This image has an empty alt attribute; its file name is img_7288.png
กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

รีวิวรองพื้นราคาเบาๆ ใน Watsons 5 แบรนด์ ตัวไหนเป็นยังไงรู้หมดจบที่นี้!! | KoiOnusa

พูดถึงรองพื้นที่หาซื้อง่าย ใครๆ ก็ซื้อได้ ต้องเป็นรองพื้นใน Drugstore   ราคาเบา มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกเยอะ แถมคุณภาพไม่เป็นสองรองจากสินค้าของเค้าเตอร์แบรนด์เลยนะ สมัยก่อนที่ก้อยยังไม่มีเงินมากนัก เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ ก้อยก็มี Watsons เป็นที่พึ่งนี่แหละ แบรนด์ไหนจะหน้าใหม่หรือเก่าก้อยใช้มาหมดแล้ว หน้านี้เนี่ยผ่านรองพื้นมาไม่รู้ต่อกี่แบรนด์ วันนี้เลยอยากมารีวิวรองพื้น 5 แบรนด์ที่อยู่ใน Watsons ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ให้สาวๆ ได้ฟังกันว่า ตัวไหนเป็นยังไง ควรตำรองพื้นตัวไหน ตัวไหนเหมาะกับพื้นผิวและความต้องการของฉัน!! จะได้ไม่เสียเงินซื้อรองพื้นซ้ำซ้อนแบบที่ก้อยเคยมาแล้วสมัยก่อน เริ่มกันเลยนะ!!

BK ACNE BB SUNSCREEN SPF 50+ Pa++++ Anti Pollution NF

ตัวนี้อาจจะแตกต่างจากรองพื้นตัวอื่นในที่นี้ เพราะเป็นรองพื้นสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็น Non-Comedoginic  มีซิลิโคนแต่ไม่อุดตันผิว จึงสามารถทาทับบนผิวได้หลายๆ รอบ นอกจากจะช่วยปกปิดสิวปกปิดรอยดำรอยแดงต่างๆ แล้ว เค้ายังช่วยลดปัญหาสิว ยับยั้งการเกิดสิวได้ และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้า แต่มีสิว ก็สบายใจได้มากกว่ารองพื้นตัวอื่นๆ หากใช้ BB Cream ตัวนี้ และมีกันแดดมาให้สูงมากด้วยล่ะ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรองพื้นที่ครบทั้งบำรุงผิว ช่วยลดสิว ช่วยทำให้ผิวสวยขึ้นโดยการปกปิดจุดด่างดำหรือผิวหมองคล้ำต่างๆ และยังเป็นกันแดดปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย

เนื้อ BB Cream ตัวนี้เค้าค่อนข้างหนืดกว่าใครเพื่อนในที่นี้เลย เนื้อคล้ายครีมที่สุด แต่ทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกอึดอัดผิว ผิวยังสามารถหายใจได้อยู่ เกลี่ยง่ายกว่าที่คิดไว้มาก อย่างที่บอกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างคลายครีมทาผิว จึงเซ็ตตัวไม่ไว สามารถเกลี่ยเนื้อ BB ได้ทั่วหน้าจนเรียบเนียน ข้อสังเกตคือ เค้าสามารถปกปิดสิวเม็ดใหญ่ได้เนียนกว่าตัวที่ผ่านๆ มาด้วยนะ เพราะฉะนั้นพวกรอยแดงรอยดำไม่ต้องกังวลเลย ปกปิดซะเนียนกริบ แถมยังไม่รู้สึกหนักหรือรำคาญผิวบริเวณที่มีสิว ทาทับกี่รอบก็ไม่อึดอัดผิว ข้อเสียอย่างเดียวที่ก้อยเห็นคือไม่มีเฉดสีให้เลือกเลย แต่มันกลับเข้ากับสีผิวก้อยได้ไม่ดูเข้มไม่ดูหมอง แปลกดีนะ ทั้งๆ ที่ก้อยผิวขาวถึงขาวมากด้วย ให้น้องสาวที่ผิวเข้มกว่าลองใช้ก็ดูเข้ากับสีผิวน้องเช่นกัน เพราะฉะนั้นก้อยว่าถึงแม้เค้าจะมีสีเดียวแต่ก็สามารถเข้าได้กับทุกสีผิวเลย

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. จะเห็นว่าผิวหน้ามันน้อยมาก และไม่มีคราบรองพื้นเลยจริงๆ ต่อให้ก้อยทดลองใช้กี่วัน วันแดดออก วันฝนตกอากาศชื้น ก็ไม่เห็นคราบ ในส่วนที่ปกปิดสิวก็ยังปกปิดได้เป็นอย่างดี ไม่มีหลุดลอก ถือว่าเป็น BB Cream ที่ทนมากสำหรับการใช้ชีวิตปกติประจำวัน แม้ในวันที่ก้อยขึ้นๆ ลงๆ รถ เจอทั้งฝน เจอทั้งแดดตลอดเวลาแบบนี้ เลิฟมากกกก ถึงแม้รองพื้นตัวนี้เค้าจะไม่กันน้ำ ไม่กันเหงื่อ แต่กลับได้ผลลัพธ์ระหว่างดีเลยนะ เหมาะสำหรับใช้ในวันสบายๆ หน้าไม่มัน รองพื้นไม่เยิ้ม ตอนมีสิวหนักๆ ก็หยิบตัวนี้มาใช้ประจำแหละ เพราะรู้สึกว่าสิวของเราจะปลอดภัยจากเคมีภัณฑ์ต่างๆ มากกว่าใช้รองพื้นตัวอื่น

MAYBELLINE FIT ME FOUNDATION (สี 120)

รองพื้นตัวนี้จะให้ฟินิชงานผิวแบบ Matte เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาจนถึงผิวมันนะ ข้อดีของรองพื้นตัวนี้คือมีเฉดสีให้เลือกเยอะมากกกกก มากเกินกว่ารองพื้น Drugstore ทั่วไป ก้อยเคยใช้รุ่น Fit Me ตั้งแต่รุ่นก่อนที่ขวดยังไม่เป็นหัวปั้ม ใช้จนหมดอายุแล้วเลยได้เริ่มขวดใหม่ที่มีหัวปั้ม จริงๆ เค้ามีเนื้อ Dewy ด้วยนะ สำหรับคนผิวแห้ง แต่ก้อยว่าอากาศเมืองไทยใช้เนื้อ Matte แบบนี้น่าจะเหมาะกว่า เนื้อเหลวไม่หนืดเลย ค่อนข้างเกลี่ยง่าย

เนื้อรองพื้นเค้าค่อนข้างเหลว บางเบามากๆ ปกปิดไม่มากนัก ยังเห็นรอยสิวอยู่จางๆ ปกปิดเม็ดสิวใหญ่ๆ ไม่มิด ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ รองพื้นไม่หนาและบางเกินไป ผิวยังรู้สึกหายใจได้ ไม่แน่นไม่อึดอัดผิว ใช้เป็นรองพื้นแบบ everyday look ได้ แต่ใช้ไปงานที่ต้องการความปกปิดติดทนความเนียนของผิวมากๆ ไม่ได้ดีนัก ทาบริเวณเป็นสิวเยอะๆ ไม่ช่วยปกปิดอะไรมากมายเลยนะจริงๆ แต่ก็รู้สึกสบายผิว วันไหนหน้าใสๆ ไร้สิวน่าจะใช้ตัวนี้เป็นรองพื้นของลุควันนั้นแล้วสบายหน้าสุด

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 และกลับมาบ้านถ่ายรูปตอน 17.30 ผิวหน้ามีความมัน แต่รองพื้นไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีคราบเค้กเลย ถ้าใช้กระดาษซับมันซับก็ยังใช้เมคอัพหน้านี้ได้อยู่ ถือว่าเป็นรองพื้นสำหรับ everyday look สำหรับคนที่ผิวใสอยู่แล้ว ไม่ต้องการการปกปิดมากมาย แต่ต้องการคุมมันและต้องการความมั่นใจว่ารองพื้นจะเรียบเนียนไปกับผิว ไม่มีแตก ไม่เป็นคราบ มั่นใจได้ 24 ชม. โดยที่เราจะรู้สึกสบายผิวตลอดทั้งวันเลย

L’Oréal Infallible 24H Stay Fresh Foundation (สี 130)

รองพื้นตัวนี้ให้ฟินิชงานผิวแบบซาตินนะ ไม่แมทท์ไม่โกลว์ ก้อยใช้ขวดนี้เป็นขวดที่ 2 แล้วแหละ ส่วนตัวคือปลื้มตัวนี้อยู่ไม่เบา เป็นรองพื้นที่น่าสนใจตัวนึงใน Drugstore เลย เค้าเคลมว่าปกปิดแต่บางเบา เหมือนผิวหายใจได้ รองพื้นไม่หลุด หน้าเป๊ะ 24 ชั่วโมง คำเคลมมาแรงมากๆ มีให้เลือก 8 เฉดสี ซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีกันแดดมาให้ด้วยนะ SPF 25 PA+++

รองพื้นตัวนี้เป็นเนื้อน้ำที่เนื้อค่อนข้างเหลวไม่หนืด ก้อยรู้สึกว่าเนื้อเค้าบางเบามาก เนื้อเบากว่า Maybelline อีก เกลี่ยบนผิวหน้าได้ง่ายมาก แต่แปลกที่ถึงจะรู้สึกว่าเนื้อบางเบาตอนเกลี่ยที่มือ แต่พอเกลี่ยบนหน้ากลับรู้สึกว่าเนื้อเป็นเนื้อครีมมากกว่าตัว Maybelline ปกปิดดีมากเลยแทบไม่เห็นรอยสิวหรือพวกรอยดำรอยแดงเลย สิวเม็ดเป้งๆ ก็ปกปิดได้พอสมควร อาจจะรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Maybelline เล็กน้อย แต่เหมาะสำหรับใช้ปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าได้ดีเลย ใช้เป็นรองพื้นแบบ Everyday Look ที่ต้องการการปกปิดก็ได้ หรือใช้ไปงานสำคัญๆ ต่างๆ ก็ได้นะ

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. จนตอนนี้ 17.30 น. จะสังเกตได้ว่ามีความมันเกิดขึ้น ที่ใบหน้า แต่น้อยกว่าตัว Maybelline ก้อยลองใช้วันที่มีแดด ไม่มีคราบรองพื้นเลยนะ แต่วันที่ฝนตก อากาศชื้น จะมีคราบเกิดขึ้นเล็กน้อย ร่องจมูกจะมันค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนอื่นผิวยังสวย รองพื้นยังติดทน ถือว่าเป็นรองพื้นที่เหมาะกับสภาพบ้านเรา และคนที่ต้องการการปกปิดแต่อยากได้ความรู้สึกบางเบาของผิว

Revlon Colorstay Makeup (สี 180)

รองพื้นในตำนานที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงเค้ามานาน มีหรือที่เราจะไม่มีอยู่ในกรุ ไม่มีทาง!! ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งสิ!! เห็นเค้าว่ากันว่าเป็นรองพื้นที่ดีมากถึงขนาดว่าเหมาะแก่การใช้แต่งหน้าในวันรับปริญญาเพราะมันอยู่ติดทนนาน ผิวหน้าสวย นี่วันรับปริญญาไม่ได้ใช้หรอกนะ จ้างช่างแต่งหน้าเอา 5555+ แต่ก้อยได้ทดลองใช้ในวันปกตินี่แหละ เค้าเหมาะกับคนผิวผสม หรือผิวมัน และเค้าก็มีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนะ ก้อยว่าเนื้อรองพื้นเค้าสีให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นสีที่ขาวที่สุดของเค้าแล้ว ก้อยว่าก็ยังเป็นสีที่ค่อนข้างเข้มอยู่ สีออกน้ำตาลตุ่นกว่าเพื่อนในบรรดารองพื้นที่ก้อยรีวิวในนี้เลย

เนื้อรองพื้นตัวนี้หนืดกว่า Maybelline และ Loreal แต่ไม่มากนะ แค่หนืดกว่านิดหน่อย แต่หนืดน้อยกว่าตัว BK รู้สึกได้ตอนเกลี่ยว่ามีความครีมมี่ แต่ก็ยังเกลี่ยง่ายอยู่ ยังให้ความรู้บางเบากับผิวหน้า ก้อยว่าคนผิวแห้งก็น่าจะใช้ได้อ่ะ เพราะว่าเนื้อเค้าไม่แห้งผากเลย เป็นเนื้อครีมๆ ที่ไม่หนืดมากจนเกินไป ตัวนี้ปกปิดดีสุด ดีกว่า Maybelline และ Loreal แต่จะรู้สึกหนักหน้ากว่านิดหน่อย ปิดรอยแดงรอยดำจากสิวได้เนียนดี

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 18.00 น. พบว่าหน้ามันน้อยกว่า 2 ตัวแรกอย่างเห็นได้ชัด ร่องจมูกที่เกิดความมันง่ายก็เกิดความมันน้อยกว่าที่คิดไว้ แต่มีส่วนหน้าผากที่รองพื้นหลุดนิดหน่อย เห็นไม่ชัดมาก อาจเป็นเพราะเหงื่ออกแล้วก้อยใช้มือปาดเหงื่อระหว่างวันเบาๆ แต่ไม่มีคราบเค้กบนใบหน้านะ ตกเย็นรู้สึกอึดอัดผิวนิดหน่อย แต่รู้สึกหน้าไม่มัน แฮปปี้อยู่

SRICHAND Enchanted Cover Perfect Foundation (สี 110)

รองพื้นตัวนี้มีสีให้เลือกน้อย นั่นคือ 4 เฉดสีเท่านั้น และสีเบอร์ขาวสุดที่ดูแล้วจะเหมาะกับสีผิวหน้าก้อยที่สุดก็มีความเหลืองมาก สว่างกว่ารองพื้นเบอร์ขาวสุดของรองพื้นยี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาเลย แต่ยอมรับว่าเค้าทำแพ็กเกจสวยนะ ก้อยชอบแพ็กเกจเค้าสุดเลย ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่เค้าเขียนว่าให้เขย่าก่อนใช้ แปลกมาก มีกันแดด SPF 35 PA+++ ให้ด้วยนะ

เนื้อรองพื้นตัวนี้ค่อนข้างเหลวเลย คล้ายๆ เนื้อลิขวิด เกลี่ยง่ายมาก ให้ฟินิชงานผิวแบบแมทท์ ปกปิดค่อนดีเลยแหละ พวกสิวเม็ดใหญ่ๆ ก้อยว่ามันก็ปกปิดได้ดีนะ รอยดำรอยแดงหายไปเลย เพียงแต่ก้อยรู้สึกว่าเค้าเหมาะกับผิวหน้าที่มีความชุ่มชื่น อาจจะไม่เหมาะกับสาวผิวแห้งเท่าไหร่ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย เพราะรู้สึกส่วนจมูกของก้อยที่มีความมันมาก รองพื้นมันจะไม่กลืนไปกับผิวเท่าไหร่

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่ก้อยเห็นคราบชัดที่สุด ทั้งบนหน้าผาก จมูก และคาง มีคราบเค้กที่หน้าผากชัดสุดในบรรดารองพื้นที่ก้อยพูดถึงวันนี้ แต่มันคุมมันได้ดีมากนะ หน้าแทบไม่มัน มันน้อยมาก แม้ว่าที่บริเวณร่องจมูกของก้อยจะมันง่ายกว่าส่วนอื่นๆ แต่ตัวรองพื้นตัวนี้ก้อยกลับเห็นความมันน้อยมากจริงๆ

 

และนี่ก็เป็นรองพื้น Drugstore ที่จ่ายง่ายราคาไม่แพง งบไม่ถึง 500 บาทต่อ 1 ขวด และสามารถหาซื้อได้ง่าย ร้านที่สะดวกที่สุดก็คือ Watsons นั่นแหละ มีครบทุกแบรนด์ที่ก้อยกล่าวถึงวันนี้เลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะจ้ะ กำเงินไปซื้อรองพื้นที่เข้ากับความต้องการของเรากันเลย ณ บัดนาว!! อิอิ

HowTo | สายหวานลุคคุณหนู…ทำหนุ่ม ๆ ใจละลาย | KoiOnusa

01

มีแบบ VDO ด้วยน้า ดูวีดีโอไป เม้ามอยกันไปก็ดีนะ อิอิ

อยากลุกมาแต่งหน้าสไตล์หวานๆ แบบง่ายๆ ให้สาวๆ ได้แต่งตามกันแบบไม่ยาก มือใหม่ก็แต่งตามง่ายมาก ชิวๆ  อ้ะ!! หวานก็หวานซะให้สุด มาแต่งหน้าเป็นสาวหวานลุคคุณหนูเอาให้หนุ่มๆ ใจละลายกันไปเล๊ยยยยยย

งานหน้าของเรา ใช้ไอเทมตามนี้เลย

02.jpg

เริ่มจากการลงรองพื้นด้วย Bobbibrown Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF 15 PA++ #2 Sand

03.jpg

รองพื้นลูกรักตัวนี้ให้การปกปิดดีมาก แต่ไม่หนาไม่หนักหน้าเลย เกลี่ยง่าย ให้ผิวแมตต์ที่ไม่แมตต์มาก ผิวยังดูวาวสวยเหมือนผิวเราจริงๆ แถมยังคุมมันดี สีไม่ดร็อประหว่างวัน ผิวเรียบเนียนสวย คนแอบหน้ามัน แต่ไม่ชอบความแมตต์มากน่าจะเลิฟตัวนี้

04.jpg

ก้อยใช้ BeautyBlender ในการเบลนให้เนื้อเนียนไปกับผิวเรามากที่สุด ก้อยติดเจ้าฟองน้ำตัวนี้มาก เรียกได้ว่าวันใดขาด BeautyBlender วันนั้นขาดใจ เพราะฟองน้ำไข่จะช่วยให้เนื้อครีมต่างๆ ที่เราทาลงบนผิวเนียนเรียบเข้ากับหน้าเรามากกว่าการใช้เพียงแค่มือทา แถมฟองน้ำไข่ของ BeautyBlender ยังนุ่มมากๆ สัมผัสกับหน้าแล้วรู้สึกดี

05.jpg

ใช้ Tarte Creaseless Concealer #13N fair-light neutral ในการลงใต้ตาให้หน้าเราดูตื่นขึ้นและดูสดใส ลงทับรอยจุดด่างดำต่างๆ เพื่อปกปิดด้วยจ้า เสร็จแล้วก็ใช้ BeautyBlender เกลี่ยตามเดิม ก้อยชอบเนื้อคอลซีลเลอร์รุ่นนี้มากนะ เนื้อเหนียวเหมาะแก่การปกปิดดี แถมไม่ตกร่องด้วย

06.jpg

ใช้แป้งฝุ่น Three Ultimate Diaphanous Loose Powder #01 แป้งฝุ่นโปร่งแสง ค่อยๆ ทาลงที่หน้า ไม่ใช้วิธีลากนะคะ เพราะจะทำให้เป็นคราบ แป้งฝุ่นตัวนี้เป็น สูตร “Lucent Matte” จะให้ผิวแมตต์ที่เป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง ไม่ทำให้สีรองพื้นผิดเพี้ยนไป และยังคุมมันได้เลิศอีกด้วยนะ กระซิบให้นิดนึงว่า พัฟเค้านุ่มมว้ากกกก!!!

07.jpg

หน้าเนียนกริบ!!! พร้อมจะแต่งหน้าขั้นต่อไปละ

มาต่อกันที่งานคิ้ว เริ่มจากการวาดโครงคิ้วก่อน

08.jpg

ก้อยใช้ลูกรัก Illamasqua Eye Brow Cake #Thunder ที่เขียนคิ้วเนื้อเค้กที่ติดทนยาวนานมากกว่าเนื้อฝุ่นใช้คู่กันกับ Illamasqua Angled Brush แปรงเขียนคิ้วที่สามารถกำหนดน้ำหนักมือหนักเบาได้ตามที่ปรารถนา เขียนไปตามโครงคิ้วปกติของเราเลย ง่ายๆ แต่อย่าให้โค้งและหักมากเกินไปนะ จะกลายเป็นสายฝ. หน้าคมไปซะงั้น

09.jpg

ใช้ Heavy Rotation Coloring Eyebrow #06 สีที่สว่างกว่าสีผม 1 เฉด ปัดขนคิ้วให้คิ้วเรียงสวย โดยพยายามปัดให้หัวคิ้วตั้ง แล้วไล่หางคิ้วไปแนวนอน

10.jpg

ได้คิ้วปังๆ ละ

งานตาของเราวันนี้จะใช้อายแชร์โดวตัวใหม่ล่าสุดของ Three เอามาแต่งตาให้หวานๆ แบบง่ายๆ ใช้แค่ 2 สีไล่สีกันก็หวานละมุนแล้ว

เริ่มจากใช้ Three Alchemist – Twist For Eye #02 Cosmic Girl สีชมพูหวานแหว๋ว

11.jpg

12.jpg

แต้มลงไปบนเปลือกตาให้ทั่วๆ eyeshadow เนื้อลิขวิดรุ่นนี้พิกเมนต์แน่นมาก สีชัด ติดทน และค่อนข้างเกลี่ยง่าย และถึงจะเป็นเนื้อแมตต์ แต่เมื่อเราใช้นิ้วขยี้ๆ เนื้อของเค้า เราจะเห็นอณูไซน์เพิร์ลเนื้อละเอียดที่ซ่อนอยู่ในเนื้ออายแชโดว์

13.jpg

เมื่อกระทบแสงแล้วจะให้ความสว่างวิบวับแวววาว ช่วยกระจายแสงให้เปลือกตาเราสดใสเปล่งประกาย

14.jpg

จริงๆ ทาเดี่ยวๆ ก็สวยแล้วนะเนี่ย อิอิ

หลังจากนั้นใช้ Three Alchemist – Twist For Eye #05 Moon Croon สีทองหม่นๆ

15.jpg

16.jpg

นำมาทาที่หางตา เพื่อให้เป็นการไล่สีและเพิ่มมิติให้กับเปลือกตา ให้เปลือกตามีเงาเล็กๆ ทำให้ดวงตามีมิติ สวยน่ามอง และกลมโตมากยิ่งขึ้น

17.jpg

ส่วนขอบตาล่างนั้น ก้อยใช้สีชมพู Cosmic Girl ทาบริเวณหัวตาจนถึงกึ่งกลางตา และใช้สีทอง Moon Croon ทากึ่งกลางตาจนถึงหางตา เพื่อให้สีสันของตาบนและตาล่างไปในทิศทางเดียวกัน

18.jpg

ลุคนี้เราจะไม่เขียนไลน์เนอร์เข้มๆ หรือคมๆ เลยนะคะ เพราะต้องการเป็นสาวหวานสไตล์เกาหลี ดวงตาดูสดใสไม่ต้องพึ่งไลน์เนอร์ ไม่ต้องทำให้ตาชัดมาก และด้วย Eyeshadow ของ Three ตัวนี้สีค่อนข้างชัด และแห้งไว ไม่ทำให้เป็นคราบ ไม่ตกร่อง ไม่ทำให้เลอะเปลือกตาและใต้ตาระหว่างวัน ดังนั้นเราสามารถนำมาทำเป็นไลน์เนอร์เขียนขอบตาได้ ก้อยจึงใช้ Eyeshadow ทั้ง 2 สีนี้ผสมกัน เราจะได้สีออกเทาๆ บางๆ 

19.jpg

จากนั้นก็เขียนไลน์เนอร์ที่ขอบตาบน เขียนบางๆ เพื่อให้เรามีเงาไลน์เนอร์บางๆ ช่วยชี้ให้หางตาไม่ตกเพียงเท่านั้นพอ ไม่ต้องเขียนให้ชัดมากนะคะ

20.jpg

เราจะเห็นเส้นบางๆ ช่วยให้หางตาเราไม่ดูตกเท่านั้นนะจ้ะ

21.jpg

จากนั้นก็ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าได้เลย ก้อยใช้ที่ดัดขนตาของ Beauty Buffet ลูกรัก ดัดขนตาก้อยได้งอนสวยเด้งทั้งวัน

22.jpg

และใช้มาสคาร่าตัวใหม่ล่าสุดที่กำลังเห่อ L’Oréal Voluminous Lash Paradise แกเอ๊ยยยยย!!! ทำมาสคาร่าลูกรักตัวเก่าตกกระป๋องไปเลย เพราะมันทำให้ขนตาก้อยเด้งและยาวมากกกก!!! ขนตาดูฟูฟ่องโดยไม่ต้องติดขนตาปลอมเลย แต่เสียดายอย่างนึง หัวแปรงค่อนข้างใหญ่ ก้อยว่าทาขนตาล่างยากไปนิด ต้องมีสติดีๆ ระวังเลอะขอบตาล่างนะจ้ะ

23.jpg

เราจะไม่มานั่งเหลาหน้าให้หน้าคมด้วยการเฉดดิ้งใดๆ แต่เราจะทำให้หน้าเราดูมีมิติ ดูสุขภาพดี

24.jpg

ด้วยการคอนทัวร์ด้วย Becca Be a Light Face Palette #Light To Medium สีคอนทัวร์ที่นวล โกล และเข้ากับสีผิวก้อยได้ดีสุดๆ

25.jpg

26.jpg

จะเห็นว่ามีเงาลางๆ พอให้ผิวหน้าเราดูมีมิติ ไม่ซีดขาวเป็นผีดิบ

และใช้แป้งที่ช่วยกระจายแสงในพาเลทเดียวกัน ทาบริเวณใต้ตาเพื่อให้หน้าเราสว่างสดใสขึ้น ดวงตาดูตื่นเหมือนคนนอนพักผ่อนมาเพียงพอ ทั้งๆ ในความจริงล้างหน้าออกก้อยคือศพดีๆ นี่เอง 555555+

27.jpg

28.jpg

ใต้ตาเราจะสว่างขึ้นมานิดนึง

ขอมีสันจมูกหน่อยนะ จะหน้าหวานแบบจมูกบี้แบน ถ่ายรูปไม่ขึ้นกล้อง ไม่สวย ไม่เอา

29.jpg

ก้อยใช้ Benefit Hoola Lite สีเฉดดิ้งทึ่ไม่เข้มมาก เบาๆ บางๆ เข้ากับสีผิว

30.jpg

ทาที่จมูกทั้ง2ฝั่ง เพื่อสร้างเงาให้จมูกเราดูโด่งขึ้น

จากนั้นเรามาปัดแก้มให้แก้มเราดูมีสีสันน่าเอาจมูกมาชนด้วย Three  Cheeky Chic Blush #15 Sweet Child

31.jpg

32.jpg

บลัชออนสีส้มตัวนี้สีนวลละมุนละไมมาก สีส้มอ่อนๆ เหมาะกับสีผิวก้อยมาก ปลื้มสุดๆ

33.jpg

บลัชออนสีส้มเนื้อด้านที่ให้สีค่อนข้างกลมกลืนไปกับแก้มของเรา ดูเหมือนแก้มของเราเปล่งปลั่งสดใสจากภายใน ก้อยชอบเนื้อบลัชของเค้ามากเลยนะ เนื้อเกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่เป็นปื้นๆ ดวงๆ ค่อนข้างธรรมชาติ

34.jpg

และสีส้มอันนี้ก็เป็นเฉดส้มที่น่ารัก ทาแล้วเหมือนเด็กไร้เดียงสา แก้มอมส้มอย่างกับสาวเกาหลี อิอิ

ไฮไลท์นิดหน่อยด้วย Benefit Dandelion twinkle

35.jpg

สีไฮไลท์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่สว่างโจ่งแจ้ง ให้ผิวที่ดูโกลแบบธรรมชาติ พอมีออร่า ดูผิวสวยใสมีน้ำมีนวล

36.jpg

ทาลงไปบริเวณสันจมูก โหนกแก้ม กระจับปาก และหน้าผากเล็กน้อย ผิวก็จะดูมีออร่าวิ้งๆ สวยเลย ดูที่โหนกแก้มก้อยสี ดูผิวเหมือนสุขภาพดีอิ่มน้ำมาจากภายในเลย

ปิดท้ายด้วยการแต่งแต้มสีสันให้กับปากของเรา ก้อยใช้ Three Lyrical Lip Bloom #09 Soul Sister

37.jpg

38.jpg

สีแดงอมส้มที่ไม่จี๊ดจ๊าดน่ากลัวเหมือนที่เห็นในแท่งนะคะ ทาที่ปากแล้วได้สีที่สวยมาก นวลๆ ดูผู้ดี ลิปรุ่นนี้ถึงจะเป็นเนื้อแมตต์ แต่เมื่อทาลงบนริมฝีปากจะรู้สึกนุ่มลื่นชุ่มชื่นปากมากๆ เพระเค้ามีโบทานิคอลออยย์ 9 ชนิดช่วยบำรุงริมฝีปากไปในตัวด้วย พิกเม้นต์แน่น สีชัด ติดทานอีกต่างหาก ที่สำคัญไม่ตกร่องด้วยนะจ้ะ ทาแล้วปากดูสุขภาพดี

39.jpg

ก้อยจะไม่ทาให้คมชัดตามรอยหยักของกระจับปากนะ ไม่ต้องละเมียดทาให้คม เป๊ะ หรือชัดอะไรขนาดนั้น ทาให้ดูมนๆ ให้ดูเป็นสาวหวาน และไม่ทาทั่วปากด้วย ทาแค่ด้านในปากแล้วเกลี่ยสีออกมา จะได้ริมฝีปากนวลๆ นุ่มๆ 

ก้อยขอใช้ Three Lyrical Lip Ami #01 Cosmic Wonder

 

40.jpg

41.jpg

ทาทับลิปลงไปอีก 1 ชั้นเพื่อให้ปากของเราดูหวานขึ้นมาอีกหน่อย ตัวนี้เป็นสีลิมิเต็ดนะ เป็นลิปประกายเมทาลิค เนื้อมุกละเอียด เป็นลิปกึ่งๆ กลอส ให้ความแวววาวบนริมฝีปาก โดยไม่ทำให้รู้สึกหนักปากเลย

42.jpg

ทาแล้วปากดูอวบอิ่มน่าจุ๊บเชียวแหละ อิอิ

43.jpg

44.jpg

เสร็จแล้วจ้า ลุคหวานๆ ดูคุณหนูน่ารัก หนุ่มคนไหนไม่ละลายก็เป็นตุ๊ดแล้ว!!!

45.jpg

01

 

 

Review | Three เมคอัพงานผิว หลอกผู้ว่าผิวดี๊ดี ไม่โป๊ะ | KoiOnusa

thumpnail-jeban

สาวๆ หลายๆ คนทราบดีว่า พื้นฐานของการแต่งหน้าที่ดีนั้น จุดสำคัญอย่างหนึ่งคือการทำให้พื้นผิวของเราเนียนเรียบ มีสีผิวที่เสมอกัน ปกปิดสิ่งชั่วร้าย จุดด่างดำ รอยคล้ำต่างๆ ด้วยการใช้รองพื้น แต่การใช้เครื่องสำอางปกปิดความสวยใสของผิวมากจนเกินไปนั้น บางครั้งมันก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ การแต่งหน้าหนาและจัดจนเกินไป อาจจะทำให้หน้าเราดูแก่กว่าวัย แต่งหน้าใช้รองพื้นปกปิดหนาๆ ในทุกๆ วันผิวของเราก็แทบไม่ได้หายใจ ที่สำคัญผู้ชายเค้าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าหนาจนเกินไป มองระยะไกลๆดูสวย แต่พออยู่ระยะประชิด เห็นรองพื้นหนาเป็นก้อนๆอย่างกับโบกปูนซีเมนต์มาอย่างงี้ โป๊ะแตกกันพอดี นี่มันสวย100เมตรนี่หว๊า!!!

ดูวีดีโอ กดเลยค่ะ

การแต่งหน้าให้พื้นผิวหน้าดี ไม่จำเป็นต้องใช้รองพื้นที่หนา และปกปิดมาก มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ผิวที่งดงามอย่างแท้จริง ไม่ต้องปกปิดอะไรมากมาย แต่สามารถเผยผิวจริงเปลือยเปล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติดุจผิวได้หายใจ” นี่แหละ ผู้หญิงอย่างเราๆถึงได้มองว่า การมีกระ (Freckle) เล็กๆน้อยๆบนใบหน้าอย่างผู้หญิงฝรั่งนั้นดูน่ารัก จนบางทีก็มี How To แต่งหน้าฝรั่งมีกระให้เห็นอยู่มากมาย ซึ่งการเมคอัพแบบงานผิวนั้น นอกจากจะช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้ผิวของเราได้หายใจ

เทคนิคเนรมิตผิวสวยใส ไม่โป๊ะ มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เลือดสูบฉีด ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ล้างหน้าให้สะอาด ดูแลผิวหน้าด้วยสกินแคร์ รวมถึงการเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปลอดภัยต่อผิว โดยเฉพาะการเลือกรองพื้นและแป้งฝุ่นที่เป็นเสมือนเบสพื้นฐานของผิวหน้า ควรเลือกที่จะโชว์ผิว ให้ผิวโกลว์ดูชุ่มชื่น เผยผิวกระจ่างใส ให้ผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียน และกลมกลืนไปกับผิว มากกว่าที่จะปกปิดจนหนาดูไม่เป็นธรรมชาติ

ก้อยเจอรองพื้นอยู่ตัวนึงที่น่าสนใจมากๆ จากแบรนด์ Three ซึ่งก้อยรู้อยู่แล้วแหละว่าแบรนด์นี้ทำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติล้วนๆ เป็นแบรนด์รักษ์โลก รองพื้นตัวนี้ไม่ใช่รองพื้นธรรมดาทั่วไป มันเป็นเซรั่มในรูปแบบรองพื้น หรือคือ “รองพื้นที่เป็นสกินแคร์” ด้วยนั่นเอง

01.jpg

รองพื้นตัวนี้คือ “Three angelic synthesis foundation serum”

ตอนแรกได้ยินชื่อก็งงนิดๆ อะไรยังไงนะ จะเป็นรองพื้น หรือเป็นเซรั่ม อ่านข้อมูลแบรนด์และถามไถ่จากพี่เคาเตอร์แบรนด์จึงเข้าใจว่า มันเป็นรองพื้นนี่แหละ แต่เป็นรองพื้นที่เป็นสกินแคร์ด้วย!! ก้อยรู้สึกพีคกับคำนี้มาก เครื่องสำอางที่ช่วยให้เราสวยทั้งภายในและภายนอกมันช่างหายาก ซึ่งก้อยแพ้กับคำว่า foundation serum มาก พูดตรงๆ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักรองพื้นตัวนี้ให้ดีกันซะก่อน ด้วยความรักษ์โลกของแบรนด์ Three ผลิตภัณฑ์ต่างๆของเค้าจึงมีความใกล้ชิดกับธรรมชาติสูง อย่างตัวรองพื้นตัวนี้ก็มีสารสกัดจากธรรมชาติมากถึง 75% ด้วยความที่เค้าเป็นรองพื้นประดุจสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มันจึงช่วยบำรุงผิวหน้าของเรา ช่วยทำให้หน้าของเราชุ่มชื่น โกลว์ ดูมีสุขภาพดี แต่ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นรองพื้นที่ช่วยอำพรางจุดบกพร่องต่างๆ ได้อย่างกลมกลืนกับผิวของเรา เผยผิวกระจ่างใส เงางามและเรียบเนียน นอกจากนี้เค้ายังมีส่วนผสมของอณูแป้ง Silky Fit Powder ช่วยควบคุมความมัน ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว ทำให้เครื่องสำอางติดทน และช่วยกระจายแสงให้ผิวเราสว่างกระจ่างใส นี่คือคุณสมบัติรองพื้นที่ก้อยใฝ่ฝันหาสำหรับเมคอัพงานผิว

02.jpg

ตัวขวดผลิตภัณฑ์เค้าผู้ดี๊ผู้ดีมาก เป็นขวดแก้วสีขุ่น มาในรูปแบบสี่เหลี่ยมอันเล็กๆ ทรงเตี้ย ดูจิ๋วๆ พกพาง่าย ที่สำคัญคือ มันดูแพงมาก

03.jpg

ด้านหลังมีภาษาญี่ปุ่น … บอกอะไรไม่รู้ 5555+ อ่านไม่ออกจริงๆ กราบขออภัย ^_^”

04.jpg

มีหัวดรอปเปอร์ เอาไว้สำหรับดูดเนื้อรองพื้นขึ้นมา

05.jpg

เนื้อรองพื้นค่อนข้างบางเบาไม่เหนียว

06.jpg

เมื่อทาลงบนผิว รู้สึกได้ถึงความบางเบาเป็นงานผิวจริงๆ (สีกลืนไปกับผิวก้อยเลย) และยังปกปิดได้ดีอีกด้วย ถึงแม้จะมีเนื้อที่เบาบางมากก็ตาม (ซ้าย-เขียนอายไลเนอร์เส้นบางๆไว้ ขวา-ทารองพื้นทับ)

07

วิธีใช้ก็แค่ บีบหัวดรอปเปอร์ค้างไว้ประมาณ2-3วินาที เพื่อให้เค้าดูดเนื้อรองพื้นขึ้นมา

08.jpg

หยดผลิตภัณฑ์ที่มือ ซึ่งก้อยใช้เพียงหลอดเดียว ก็ทั่วหน้าแล้ว

09.jpg

ใช้นิ้ววอร์มที่มือก่อนทาลงผิวหน้า เพราะการวอร์มที่มือจะช่วยให้โบทานิคอล ออยล์ 9 ชนิด ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ทำงานได้ดี ผิวของเราจะได้รับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย

10

ค่อยๆลงบนที่หน้าของเรา โดยเริ่มจากส่วนด้านในของเราก่อน แล้วค่อยๆเกลี่ยไปส่วนด้านนอกของหน้า เนื้อของเค้าเกลี่ยค่อนข้างง่าย และรู้สึกได้เลยว่าเป็นเนื้อรองพื้นที่เบามากๆ รู้สึกเย็นผิวอย่างกับทาสกินแคร์

11.jpg

เราสามารถเลเยอร์ซ้ำได้เท่าที่ต้องการ เพื่อให้รองพื้นปกปิดจุดชั่วร้ายของเรา แต่ผิวเรายังคงเป็นผิวอยู่

12

13

ซ้ายคือฝั่งที่ยังไม่ได้ทารองพื้น
ขวาคือฝั่งที่ทารองพื้นแล้ว
จะเห็นได้ว่าหน้าของเรายังคงเป็นผิวของเราอยู่ แต่รองพื้นตัวนี้ช่วยให้ผิวหน้าของเราดูดีขึ้น(มากกกกกกกก)

14.jpg

รองพื้นตัวนี้ปกปิดได้ดี ไม่หนาและหนักจนเกินไป และยังให้ผิวที่ใส โปร่งเบาสบายเป็นงานผิว เนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ แห้งไว ไม่ดรอปไม่หมองคล้ำ และไม่กลายร่างเป็นคราบระหว่างวันให้กวนใจ เหมาะสำหรับสภาพอากาศบ้านเรามากๆ

เมื่อเรามีรองพื้นเป็นเบสของผิวหน้าแล้ว เราก็ต้องใช้แป้งลงทับเพื่อดูดซับความมันของผลิตภัณฑ์เนื้อครีม

แป้งที่เราควรใช้เพื่อเนรมิตผิวสวยใสในเมคอัพงานผิวนี้ ควรใช้แป้งที่เหมาะกับรองพื้นที่เราลงบนผิวหน้าก่อนหน้านี้ เพื่อให้งานผิวของเรามีผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน ควรใช้เป็นแป้งที่มีความละเอียดสูง เนื้อเบาบาง และโปร่งแสง เพื่อผิวที่ดูกระจ่างใส เบาบางเป็นงานผิว

 

15.jpg

“THREE ULTIMATE DIAPHANOUS LOOSE POWDER”

ก้อยได้ยินชื่อเสียงแป้งฝุ่น THREE มานานมากแล้วว่าเนื้อแป้งของเค้าดีมากๆ ก็ยังไม่เข้าใจจนวันนี้ได้มาลองด้วยตัวเอง จึงเห็นความแตกต่างจากแป้งฝุ่นตัวอื่นๆ โดยเฉพาะแป้งฝุ่นรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ก้อยปลื้มโดยส่วนตัว สูตร “Lucent Matte” เพราะเค้าให้ finish look ที่ดูเป็น natural matte คือให้ผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ได้ทำให้สีของรองพื้นเพี้ยนไป และช่วยคุมมันได้ดีอีกด้วย

นอกเหนือจากคุณสมบัติด้านบนแล้ว ที่ก้อยปลื้มจริงๆอีกอย่างนึงก็คือ แป้งฝุ่นตัวนี้ก็ยังคง concept เมคอัพสกินแคร์ เพราะมีโบทานิคอล ออยล์ 8 ชนิด ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติเป็นส่วนผสม ช่วยบำรุงผิวหน้าของเราไปในตัวด้วย ดีแค่ไหนกัน ที่เครื่องสำอางของเรา จะเป็นเมคอัพ และเป็นทั้งสกินแคร์ สวยด้วยบำรุงด้วยไปในคราวเดียว

16.jpg

ตลับแป้งของเค้าดูหรูหราไฮโซเช่นเดิม ด้านหลังอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกแล้ว ^^” มอบตัว อ่านไม่ออก 5555+

17.jpg

เปิดเข้ามาด้านในจะเจอพัฟ 1 ชิ้น

18.jpg

ขนาดพัฟพอดีมือเลย ไม่ใหญ่และไม่เล็กไป ใช้ถนัดมือ และพัฟของเค้านุ่มมากๆ นุ่มมากที่สุดเท่าที่เคยซื้อแป้งฝุ่นของยี่ห้อไหนๆ นุ่มกำลังดี

19.jpg

ตาข่ายกรองแป้งของเค้าละเอียดมากๆ เป็นตาข่ายแบบนิ่มๆ เหมือนเป็นเนื้อผ้ามากกว่าด้วยซ้ำ

20.jpg

เนื้อแป้งของเค้าเป็นสีเนื้อๆ เนื้อละเอียดมากจริงๆ

21.jpg

เมื่อทาลงไปกับผิว Finish ที่ได้จะเป็นผิวแบบ Matte และถึงแม้เนื้อแป้งจะเป็นสีเนื้อ แต่พอทาลงที่ผิวแล้ว แป้งจะไม่เป็นสีนะ กลายเป็นโปร่งแสงไปเลย จนกล้องไม่โฟกัสเลยเนี่ย ว่าไหนอ่ะแป้ง!!! (ฮ่าาา) ทำให้เห็นว่าเนื้อแป้งค่อนข้างกลมกลืนไปผิว

22.jpg

ค่อยทาลงบนหน้าของเรา อย่าถูแรงๆ นะคะ ค่อยๆ แท๊บๆ ลงไป

23.jpg

เมื่อใช้รองพื้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกันกับแป้งฝุ่น เราก็จะได้ผิวที่สวยใส เป็นเมคอัพงานผิวแบบนี้เลย สองผลิตภัณฑ์นี้ควรใช้ร่วมกัน เพราะมันจะให้ผลลัพธ์เมคอัพงานผิวที่เลิศมาก !! รู้สึกเบาบาง ผิวไม่หนัก แต่หน้าเรียบเนียน ได้เผยผิวสวยอย่างที่ควรจะเป็น

24.jpg

และก็แอบแว๊ปไปแต่งหน้ามาละ ผิวสวยเชียวแหละ แถมไม่รู้สึกหนักหน้าด้วย (หัวฟูเชียวหละ 55555) นี่ก็เป็นรีวิวเล็กๆน้อยๆจากผู้ใช้จริง และประทับใจจริงนะคะ ก้อยยืนยันค่ะว่า ณ ตอนนี้ งานผิวทั้ง 2 ชิ้นนี้เป็นลูกรัก อยากใช้บ่อยๆ อยากใช้ทุกวัน เพราะมันให้ผิวที่สวยมาก แต่ก็กลัวหมด (ฮ่าาา)

ทั้งนี้ทั้งนั้นสุขภาพผิวที่ดี ต้องดีจากภายในด้วยนะคะ การเลือกใช้เครื่องสำอางเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมงานผิวได้เท่านั้น สาวๆต้องอย่าลืมหมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์พักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงทำจิตใจให้สดใสแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้เมคอัพงานผิวส่งเสริมให้ผิวของสาวๆยิ่งสวยใสเปล่งประกาย

เยิฟ 🤟🏻🤟🏻🤟🏻

thumpnail-jeban

 

 

How To | Every Season Look ผิวปัง เมคอัพติดทน ท้าทายทุกแดดลมฝน | KoiOnusa

ดูแบบ VDO ก็ได้น้า คลิ๊กเลย^__^

เมืองไทยถ้าอากาศไม่ร้อนกับร้อนมาก ก็จะเป็นฝนกับฝนตกหนักมาก ร้อนอบอ้าว เหนียวตัว และเฉอะแฉะ จนบางวันที่ฝนตกตั้งแต่ยังไม่ลืมตาตื่น แทบไม่อยากลุกออกไปจากเตียงเลย อยากนอนอืดๆ lay in da bed ชิวๆ

แต่ในความจริงนั้น เราทุกคนต้องตื่นค่ะ!!! ตื่นไปเรียน ตื่นไปทำงาน จะมัวนอนขี้เกียจไม่ด๊ายยยย!! เราต้องทำตัวให้สดใสแม้ในวันที่ฝนตก รถติด ร้อนชื้น ร้อนมาก หรือร้อนสุดๆ เริ่มต้นวันใหม่ในทุกวันๆ ด้วยการลุกขึ้นมาอาบน้ำให้สดชื่น และเล่นสนุกกับการแต่งหน้าให้ผิวยังปัง ไม่หวั่นแม้จะออกไปเจอฤดูไหนๆ

วันนี้ก้อยจะเน้นงานผิวนิดนึงนะคะ เมคอัพให้ผิวปัง ไม่หวั่นแม้ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว หรือฤดูรัก (อร๊ายยยย คนบ้าาาาา)

02.jpg

นี่คือเครื่องสำอางทั้งหมดที่จะช่วยให้ผิวหน้าของเราปังๆ ในลุคนี้

ผิวดีอะไรก็ดี หลังการบำรุงหน้าเสร็จแล้ว ก่อนการเริ่มต้นแต่งหน้าในทุกครั้งอย่าลืมใช้ Primer ก่อนนะ นอกจากจะช่วยให้เมคอัพเราติดทนยาวนานแล้ว Primer ยังเป็นเหมือนสิ่งที่เคลือบพื้นผิวหน้าเราให้เรียบเนียน เวลาเราลงรองพื้น จะเกลี่ยง่ายขึ้น และรองพื้นของเราจะเนียนเรียบไปกับผิวหน้าของเราอีกด้วย

03.jpg

Illamasqua Hydra Veil

04.jpg

ตัวนี้เป็น Primer ตัวโปรด พูดได้เต็มปาก เพราะเป็น Primer เนื้อน้ำ ไม่ใช่เนื้อซิลิโคน มันจะไม่อุดตันรูขุมขน ซึ่งจะก่อให้เกิดสิวในอนาคต ช่วยให้รองพื้นของเราเกลี่ยง่ายขึ้น เครื่องสำอางจะติดทนยาวนาน และไม่ตกร่อง และที่หลงรักสุดๆ เพราะว่าเป็น Cosmetic Care นอกจากจะเป็น Primer ช่วยรองพื้นผิวก่อนการแต่งหน้าแล้ว ยังมีส่วนผสมหลักอย่าง Niacinaminde (นีอาชินนามาย) ช่วยปลอบประโลมผิวเพิ่มความชุ่มชื้นและต่อต้านริ้วรอย และ Algae Extract(เอลเก้เอ็กซ์แทรก) ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสารสกัดจากสาหร่าย 3 ชนิด รวมถึง Astaxanthin (แอสต้าแซนทิน) ช่วยให้ผิวคงความอ่อนวัย ลดเลือนริ้วรอยความหย่อยคล้อยและจุดด่างดำ ปรับสภาพผิวให้ยืดหยุ่นทำให้ผิวดูตึงกระชับเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ เวลาใช้ primer ตัวนี้ ก้อยจะรู้สึกสบายใจจริงๆ

05.jpg

ใช้เพียงเล็กน้อยให้ทั่วหน้าค่า

06.jpg

Illamasqua Skin Base Foundation

07.jpg

รองพื้นตัวนี้เนื้อเข้มข้นมาก เราต้องรีบเกลี่ยนะคะ เพราะเนื้อเค้าแห้งไว แต่ให้การปกปิดดีมาก สามารถปกปิดได้ตั้งแต่ Medium Coverage และค่อยๆ บิ้วให้มันเป็น Full Coverage ได้เลยในวันที่ต้องการความเป๊ะ ก้อยใช้ตัวนี้แทนคอนซีลเลอร์เลย จุดด่างดำ รอยสิว ขอบตาคล้ำ ใช้แค่รองพื้นตัวเดียวเอาอยู่

08.jpg

พื้นหน้าของเราเนียนเรียบสีเสมอกันแล้ว อิอิ ตอนเพิ่งทานี้อาจจะดูขาวนิดนึงแต่พอรองพื้นเซตตัวแล้วจะได้ผิวที่สวยมากกกกกค่ะ

09.jpg

Illamasqua Cream Blusher #Rude

10.jpg

บลัชออนเนื้อครีมจะช่วยให้ผิวเรายิ่งปังขึ้น เพราะเนื้อครีมจะแนบสนิทไปกับผิวเลย ให้ความเป็นธรรมชาติและติดทนยาวนาน ทำให้แก้มของเราดูสุขภาพดีตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเจอฝน เจอแดด หรือมีมรสุมฤดูอะไร สีแก้มของเราก็จะไม่หายไปง่ายๆ

11.jpg

ค่อยๆ แต้มสีบนแก้ม แล้วค่อยเบลนด์ๆ นะคะ

Tips !!

ถ้าอยากให้ผิวเราปัง รองพื้นอยู่ทนยาวนาน นอกจากจะใช้ Primer แล้ว ลองทิ้งระยะห่างให้รองพื้นของเรากลืนเข้าไปกับผิวก่อนแล้วค่อยลงแป้ง ( รู้นะ!! บางคนลงรองพื้นเสร็จแล้ว ชอบลงแป้งต่อเลย )

ระหว่างรอให้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมของเรากลืนเข้ากับผิว เรามาเขียนคิ้วก่อนเลย

12.jpg

Illamasqua Eye Brow Cake #Thunder

13.jpg

ใช้ที่เขียนคิ้วแบบเนื้อเค้ก จะทำให้คิ้วของเราติดทนยาวนานมากกว่าใช้พวกเนื้อฝุ่น ตัวนี้เนื้อนุ่ม เขียนง่าย ให้สีสันชัดเจนและติดทนนาทั้งวันจริงๆ

ใช้คู่กันกับ “Illamasqua Angled Brush”

14.jpg

15.jpg

แปรงเขียนคิ้วอันนี้ดีมว้ากกกกกกกก!! แปรงมันกะน้ำหนักมือของเราได้ดีมากๆ อยากให้คิ้วเข้มคิ้วอ่อนตรงไหน แปรงเขียนคิ้วอันนี้กำหนดได้หมด และวาดโครงคิ้วได้ง่ายมากๆ ก้อยใช้แปรงตัวอื่นมาเขียน ก็ไม่เหมือนกับแปรงอันนี้จริงๆ นะ

16.jpg

นี่คือเขียนคิ้วด้วย “Illamasqua Eye Brow Cake ควบคู่กับ Illamasqua Angled Brush” เพียงเท่านั้น ไม่ได้ใช้แปรงอื่นๆ เกลี่ย หรือใช้มาสคาร่าคิ้วปัดเลย ดีงามมว้ากกกกกกกก

17.jpg

Illamasqua Loose Powder

18.jpg

หลังจากรอให้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมกลืนเข้ากับผิวเราแล้ว เราต้องล็อคผิวปังของเราด้วยแป้งเนื้อฝุ่น เพื่อควบคุมความมันของรองพื้นเรา แป้งตัวนี้เป็นแป้งโปร่งแสง เนื้อแป้งละเอียดมากๆ

19.jpg

พัฟของเค้าก็นุ่มมาก แต่ก้อยว่าพัฟเค้าพองไปหน่อย แอบใช้ยากนิดนึง แต่ตัวเนื้อแป้งเค้าดีนะ ก้อยว่ามันควบคุมความมันได้ดีเลยหละ แถมทำให้หน้าเราดูผ่องขึ้นด้วย

20.jpg

ค่อยๆ แปะๆ ลงไปให้ทั่วหน้า อย่าถูแรงๆ นะคะ มันจะเป็นรอยคราบแป้ง

ต่อด้วยงานเฉดดิ้งและไฮไลท์กันดีกว่า

21.jpg

Illamasqua Sculpting Duo

22.jpg

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าของเราด้วยเฉดดิ้งสีน้ำตาลอ่อน เฉดสีนี้พอดีผิวมากจริงๆ ไม่เข้มเกินไปจนดูหลอกตา และก็ไม่อ่อนไปจนมองไม่เห็น ลงบริเวณใต้โหนกแก้มและมุมคางของเราหน้าจะดูเรียวขึ้นแบบธรรมชาติ แบบจับไม่ได้เลยว่าเฉดดิ้งมา ใครมีเหนียงอย่าลืมแรเงาบริเวณใต้คอ และอย่าลืมแรเงาด้านข้างจมูก เพื่อให้เราดูมีดั้ง ขึ้นมาด้วยนะ

23.jpg

แต้มสีขึ้นมาเบาๆ ค่อยๆ ทานะคะ ลงน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มค่ะ

24.jpg

จากนั้นลงไฮไลท์เพื่อเพิ่มความปังให้กับผิวของเรา ให้ผิวเรามีออร่า และดูอิ่มน้ำมากขึ้น ทาลงไปแค่บริเวณสันจมูก กระจับปาก คาง และหน้าผาก แค่นี้ผิวของเราก็ดูปังขึ้นมาอีกหลายขุม

25.jpg

illamasqua Powder Blusher #Katie

26.jpg

หลังจากที่เราลงบรัชออนแบบเนื้อครีมแล้ว เราต้องใช้แบบเนื้อฝุ่นทาทับลงไปด้วย เพื่อให้แก้มของเรายิ่งติดทนยาวนาน ไม่ว่าจะเจอฝนเจอแดดเจอหนาว แก้มของเราจะยังอยู่ เหมือนมีแก้มสุขภาพดีมาจากภายในเลย ก้อยเลือกใช้บลัชออนสีชมพูอ่อนลงมาจากแบบเนื้อครีม เพื่อไล่สีให้แก้มของเราดูตะมุตะมิ เน้นทาบริเวณหน้าแก้ม เราจะได้ดูหน้าเด็กลงนิสสสสสนุงงงง อิอิ

ใช้คู่กันกับ “Illamasqua Contour Brush”

 

27.jpg

28.jpg

จริงๆแล้วแปรงตัวนี้เกิดมาเพื่อเป็นแปรงสำหรับคอนทัวร์ แต่ก้อยว่ามันสารพัดประโยชน์นะ ใช้ได้ทั้งคอนทัวร์หน้า และใช้ทาปัดแก้มด้วย แค่เช็ดด้วยทิชชู่ก็สามารถใช้ต่อได้โดยที่สีเดิมไม่ติดค้างอยู่ที่ขนแปรง คือดีจริงๆ และขนแปรงของเค้านิ่มมาก แต้มลงไปบนหน้าแล้วปัดๆ ที่แก้มแล้วไม่รู้สึกระคายเคืองเลย และมันยังจิกสีดีมากอีกด้วยนะ

29.jpg

แก้มเราก็จะดูน่ารักตะมุตะมิ ดูมีสุขภาพทันทีเลย

30.jpg

Illamasqua Beyound Powder #Daze

31.jpg

ไฮไลท์ตัวนี้เพิ่งออกมาใหม่ล่าสุดเลย จริงๆ เค้าออกมาหลายสีนะ แต่ก้อยปลื้มสีนี้มากกกกกก!!! เบื่อไฮไลท์สีเดิมๆ สีขาวสีทองสีนวลๆ มีอยู่ในกรุแต่งในหลายๆ ลุคแล้ว วันนี้ก้อยอยากใช้สี Daze เป็นสีขาวเหลือบชมพู ก้อยว่ามันยิ่งช่วยให้ผิวเรายิ่งดูปังมากขึ้น เพราะแก้มของเราที่ดูระเรื่อๆ จากบรัชออนสีชมพูอ่อน เมื่อใช้ไฮไลท์สีเหลือบชมพูอันนี้ มันจะลิงก์กันกับแก้มของเรา แก้มของเราจะยิ่งดูตะมุตะมิน่ารัก และดูไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้ไฮไลท์ตัวนี้เมื่อทาลงไปแล้ว มันให้ความแวววาวมากกกกกก ดูอิ่มน้ำจากผิวภายใน ปลื้มปริ่มมากจริงๆ

32.jpg

นี่คือรูปที่ใช้แสงแฟลชส่อง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เห็นสีไฮไลท์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สีน่ารักมากกกกก สีเหลือบชมพูๆ เหมาะแก่การปาร์ตี้สุดๆ แต่ก้อยใช้ในวันธรรมดาๆ เลยนะ เพราะสีไม่จัดเกินไป ถ้าทาที่แก้มจะดูเมือนเป็นบลัชออนแบบชิมเมอร์ แต่มีประกายแวววาวกว่าเท่านั้นเอง

33.jpg

ด้านซ้ายที่ปัดไฮไลท์แล้ว ด้านขวายังไม่ได้ปัด เห็นความแตกต่างชัดเจนเลยใช่มั้ยหละ

34.jpg

นอกจากนี้เรายังสามารถนำมาทาที่ไหปลาร้าและไหล่ของเราได้ เผื่อว่าวันไหนออกไปปาร์ตี้ ผิวของเราจะได้ดูปังทั้งใบหน้าและผิวกาย

35

36.jpg

จบท้ายด้วยลิปสติก เลือกสีลิปสติกที่ขับผิวของตัวเอง จะช่วยให้ผิวของเรายิ่งดูปังมากขึ้น

37.jpg

ก้อยสังเกตว่าตัวเองเหมาะกับลิปสีชมพู เพราะมันทำให้ผิวเราดูขาวอมชมพู ขับสีผิวให้ใบหน้าเราสว่างขึ้น แค่นี้ผิวของเราก็ดูปัง ปัง ปังแล้ว

38.jpg

ส่วนตาของเราไม่ต้องทำอะไรมากค่ะ เพราะเราเน้นงานผิวปัง แค่ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าก็เพียงพอ

39.jpg

ดัดขนตา + ปัดมาสคาร่า พอเลย

Finish Look !!

40.jpg

เพียงเท่านี้ลุคของเราก็ดูดีแล้ว เพราะผิวดี อะไรๆ ก็ดูดี ผิวปังท้าทุกฤดู จะกี่ร้อน กี่ฝน กี่หนาว ผิวเราก็ยังปัง ไม่มีพังแน่!!

 

ได้ทริคในการแต่งหน้าให้ผิวปังกันไปเยอะเลย นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะคะ เพราะสภาพอากาศเมืองไทยเราเนี่ย เอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ อย่าให้หน้าเราดูโทรม ดูผิวแห้งเหี่ยวน้า ทำตัวให้สดใสสู้ทุกลมฝนเข้าไว้ ฮึบบบ!!!

 

ก้อยไปก่อนนะคะ เจอกันใหม่อีกทีคราวหน้า

 

เยิฟ 🤟🏼🤟🏼🤟🏼

01