เซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วนที่ไม่ได้ทาได้แค่ฝ้า ทดลองทารอยสิวดำๆ เป็นยังไงมาดูกัน!!!

ปัญหาเรื่องสิวว่ากวนใจแล้ว เรื่องจุดด่างดำ รอยดำจากสิวนี่ก็ทำให้เราหนักใจได้ไม่แพ้กัน ใช่มิ!!!
วันนี้ก้อยลองหยิบเจ้าตัว KA Expert Anti Melasma Serum มาใช้ในช่วง 1 เดือนก่อน เค้าเป็นเซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วน แต่ก้อยไม่มีฝ้านะ นี่เลยลองเอามาทาพวกรอยดำจากสิวดู น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน เพราะเค้าเขียนหน้ากล่องไว้ว่าช่วยให้พวกฝ้า กระ  ดูจางลง ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น พออ่านคุณสมบัติหลังกล่องแล้ว เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% แถมยังมีสารสกัดออร์แกนิคจากว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไปอีก เลยจะช่วยเรื่องการฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอ ให้ชุ่มชื่นขึ้นด้วย แค่อ่านส่วนประกอบก็ยิ่งอยากลองแล้ว
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นเนื้อสีขาวขุ่นแต่มีความใสอยู่ตามสไตล์เซรั่ม ดมกลิ่นใกล้ๆ ไม่ค่อยได้กลิ่นเลยนะ และตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่ม เนื้อของเค้าคล้ายๆ กับการทาว่านหางจระเข้เลยล่ะ ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ผิว ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
ก้อยตั้งใจทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำจากสิว ทาอย่างจริงจังเช้า-เย็น ประมาณ 14 วันก็ได้ผลลัพธ์แบบนี้ รอยดำจากสิวจางลงไปเยอะมากกกกกก จางเร็วมากด้วย ใช้จนสิวใหม่ขึ้นมาแล้วเนี่ย 5555+ แต่รอยดำจางลงจริงๆ โดยที่รูปไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย
นี่ก็แฮปปี้มากอยู่นะที่รอยดำจางไวขนาดนี้ ก้อยไม่ทันถ่ายตอนครบ 7 วันไว้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงวันที่ 12-13 แล้วล่ะว่าควรถ่าย After ไว้ซักหน่อย พอเอารูปมาเทียบกันคือเห็นเลยว่าแตกต่างชัดเจน ถือว่าเลิศอยู่นะ สำหรับตัวก้อยเองคือเห็นผลจริงๆ และยังคงใช้จนหมดหลอดแน่ๆ ตัวนี้จะเป็นขนาด 15 กรัมนะ ราคา 189 บาท  ราคาเป็นมิตรมากหาได้ตามร้านขายยาหรือในร้านบิวตี้อย่าง EVEANDBOY ก็มีวางขายแล้ว แต่หากใครอยากทดลองใช้ด้วยงบน้อยๆ ก่อน เค้าก็มีแบบซองขายขนาด  7 กรัม 49 บาทเอง มีที่ Family Mart กับ Lawson ก้อยว่าหนึ่งซองกับจุดด่างดำเล็กๆ ก็ใช้ได้นานอยู่นะ แต่จะให้ดี ทาทั้งหน้าเลยก็ได้ ผิวจะได้กระจ่างใสและชุ่มชื่นทั่วๆ กัน สำหรับคนที่เป็นฝ้าอยู่คงต้องใช้กันยาวๆ แนะนำแบบหลอดเลยจะดีกว่า ยังไงใครที่มีปัญหาฝ้าอยู่ลองเอาตัวนี้ไปลองดู ด้วยปัญหาฝ้าอ่ะเนอะ ต้องหาแบรนด์ที่น่าเชื่อถือหน่อย ไม่งั้นถ้าใช้ไม่ถูกนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังอาจจะลามแล้วผิวบางขึ้นจนแก้ไม่หายก็ได้

ขาวกระจ่างใสด้วยแบรนด์ไทยราคาหลักร้อย ขนมาใช้แบบครบเซ็ตจบเลย | KoiOnusa

01.png

สาวๆ หลายๆ คนคงใฝ่ฝันอยากมีผิวหน้าขาวนวลเนียน แต่จะให้ใช้สกินแคร์เทพๆ ราคาหลักพัน ซื้อครบทุกชิ้นจบที่หลักหมื่น กำลังทรัพย์ยังไม่ไหว ลองหันมาซบแบรนด์ไทยคุณภาพไกลระดับเมืองนอกอย่างสกินแคร์ของ Beauty Cottages กันมั้ย แบรนด์คุ้นหูสาวๆ คนไทยมานานหลายปี นี่ก้อยก็เพิ่งเคยได้ลองใช้แบบครบเซ็ตจริงจังก็ครั้งนี้แหละ

02

นี่เป็นไลน์ “Advanced Whitening Concentrate” ที่ก้อยทดลองใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยหลักๆ แล้ว มวลรวมของไลน์นี้จะมีส่วนผสมของ Jeju Natural Whitening Cell สารสกัดจากเกาะเชจู ประเทศเกาหลี เค้าจะช่วยให้ผิวของเราดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยเรื่องจุดด่างดำต่างๆ ให้ลดเลือนลง ช่วยให้ผิวใส เนียน เด้ง และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย ก้อยจะมาเม้าส์ให้ฟังว่าตัวไหนเป็นยังไง เราปลื้มตัวไหนบ้าง แต่ที่แน่ๆ เราปลื้มตรงที่เค้าไม่ทดลองในสัตว์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีสาร SLS

03

ให้ดูเนื้อสกินแคร์ของเค้าแต่ละตัวก่อนว่าตัวไหนเป็นยังไงบ้าง แล้วเราจะมาเริ่มดูสกินแคร์ในไลน์นี้ตามลำดับการใช้เลย

“Advanced Whitening Concentrate Facial Foam”

04.png

ตัวนี้เป็นโฟมล้างหน้าที่เนื้อแอบไปคล้ายโฟมล้างหน้าแบรนด์ดังขึ้นต้นด้วยตัว “T” ที่ก้อยใช้อยู่ประจำ ให้ฟองเยอะฟองนุ่มเหมือนกัน รู้สึกได้เลยหลังการล้างหน้าว่าหน้าสะอาดมากๆ เพราะเค้าใช้นวัตกรรม Micella Surfactant เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันออกจากผิวหน้า กลิ่นหอมอ่อนโยน และทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างอ่อนโยนด้วย Apple Amino Acid Surfactant ชอบที่เค้าไม่มีสารอันตรายอย่าง SLS, SLE ไม่มีพาราเบนและน้ำหอม จึงไม่ทำร้ายผิว แต่ว่าก้อยเป็นคนไม่ชอบให้หน้าหลังล้างหน้าตึงมากเท่าไหร่ ชอบให้ผิวยังคงชุ่มชื่นอยู่รู้สึกนุ่มๆ ลื่นนิดๆ อยู่ ถามว่าปลื้มมากมั้ย ก็ปลื้มในระดับนึง เพราะมันทำความสะอาดผิวหน้าได้ล้ำลึกมากๆ

“Advanced Whitening Concentrate Toner Essence”

05.png

หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ ขั้นตอนต่อไปที่ควรทำคือใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าอีกครั้ง เพื่อเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและปรับสภาพผิวก่อนลงครีมบำรุง ตัวนี้มีค่า pH 5.5 ทำให้ตอนเช็ดผิวหน้าไปรู้สึกไม่ระคายเคืองผิว แถมเค้าไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมด้วย ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวมากเลย ก้อยปลื้มตรงนี้แหละ เค้าจะช่วยให้ผิวเรียบเนียน อ่อนนุ่มขึ้นด้วย Allantoin และมี Witch Hazel Extract ช่วยกระชับรูขุมขนด้วยนะ ก้อยชอบที่ขวดของเค้าป้องกันการหกเลอะเทอะได้ดี เพราะฝาขวดเค้ามีจุกแบบนี้ปิดไว้อีกชั้นนึง ตอนเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์รู้สึกชุ่มชื่นดี ไม่ระคายเคืองดี ก้อยชอบนะ ปลื้มตั้งแต่ที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ผสมแล้วล่ะ

“Advanced Whitening Concentrate Serum”

06.png

มาถึงขั้นตอนบำรุงผิวกัน พูดเลยว่าก้อยเป็นคนที่ชอบสกินแคร์ที่เป็นเนื้อเซรั่มมากที่สุด เพราะเนื้อจะค่อนข้างบางเบา ซึมเข้าผิวเร็ว แต่เต็มไปด้วยส่วนผสมที่เข้มข้น  ตัวนี้เค้าเป็นเนื้อเซรั่มที่ค่อนข้างให้ความบางเบากับผิวหน้ามาก ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ทาแล้วรู้สึกสบายผิวหน้า ไม่เหนียวเหนอะหนะ เป็นตัวที่ก้อยว่าเค้าช่วยปรับให้ผิวของเรากระจ่างใสขึ้นขั้นสุด เพราะเต็มไปด้วยสารสกัดมากมายที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส นอกจากสารสกัดหลักๆ อย่าง Jeju Natural Whitening Cell ที่ก้อยพูดไปตั้งแต่ต้นแล้ว เค้ายังมี Vitamin B3 ที่จะยับยั้งการส่ง Melanosome ไปยังผิวหนังชั้นบน จึงทำให้ผิวเราดูขาวใสอย่างสม่ำเสมอ  มี Jeju Prunus Serrulata Flower Extract จะช่วยให้ผิวของเราขาวกระจ่างใส และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และสารสกัดหลักๆ อีกตัวคือ Jeju Dongbaek เพิ่มความชุ่มชื่นและยืดหยุ่นให้กับผิว เรียกว่าแทบจะเป็นสกินแคร์ตัวหลักในกลุ่มของ Advanced Whitening Concentrate เลยนะ ตัวนี้ถือว่าเด็ดดวง

“Advanced Whitening Concentrate Eye Serum”

07.png

ตัวนี้ก้อยก็ปลื้มไม่แพ้กัน ถ้าใครถามหาอายเซรั่มที่ช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาดูสว่างสดใสขึ้นในราคาน่ารักๆ ตอนนี้ขอแนะนำตัวนี้ เราชอบตรงส่วนหัวของผลิตภัณฑ์เค้ามาก ที่เค้าเป็นหัวเซรามิกส์ ตอนแต้มเซรั่มลงใต้ตา เราจะรู้สึกเย็นสบาย ซึ่งเค้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเนื้อเซรั่มของเค้าก็ค่อนข้างชุ่มชื่น เพราะมีส่วนผสมของ Aloe Vera Extract แต่ซึมเข้าผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และส่วนผสมหลักๆ ที่ช่วยปรับให้ผิวบริเวณรอบดวงตากระจ่างใสขึ้นจะคล้ายๆ กับส่วนผสมใน Serum บำรุงผิวหน้าเลย เพราะฉะนั้นนอกจากเค้าจะช่วยให้รอยคล้ำใต้ตากระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ถุงใต้ตาลดลงแล้ว เค้ายังช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงเมื่อใช้เป็นประจำได้อีกนะ หายากนะที่จะเจอ Eye Serum ราคาดีๆ ที่มาพร้อมกับ Applicator หัวเซรามิกส์แบบนี้ เพราะปกติขนาด Eye Serum เค้าเตอร์แบรนด์ราคาสูงบางตัวยังต้องใช้นิ้วแต้มเอาเอง อันนี้ใช้ไปเย็นไปฟินไป ปลื้ม!!

“Advanced Whitening Concentrate Day Cream”

08.png

มาถึงครีมบำรุงผิวที่ก้อยมักจะใช้ตบท้ายหลังการใช้สกินแคร์ทุกตัว เพราะเป็นเนื้อที่หนักที่สุด แต่สำหรับเจ้าตัวนี้เป็นเนื้อครีมที่ทาลงบนผิวแล้วมันเหมือนแอบแตกตัวเป็นเซรั่มเบาๆ เนื้อเบามากกกก สารสกัดหลักๆ จะคล้ายๆ ก้บตัว Serum เลย และมีสารสกัดจากดอกคาโมมายด์ ที่ช่วยเพิ่มความนุ่ม ความชุ่มชื่นให้ผิว และที่พิเศษคือเค้ามีกันแดดมาให้ด้วย SPF 25 ป้องกันรังสี UV-A, UV-B และ IR  ที่เป็นสาเหตุของการเกิดกระ ฝ้า ผิวหมองคล้ำ เค้ามาในรูปแบบกระปุกที่มีช้อนตักให้ด้วยนะ

“Advanced Whitening Concentrate Night Treatment Mask”

09.png

ในช่วงกลางคืนก้อยจะไม่ใช่ตัว Day Cream นะ เพราะมันมีส่วนผสมของสารกันแดด ซึ่งเราต้องล้างหน้าหลังการใช้ทุกครั้ง ก้อยใช้ตัวนี้จบท้ายขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าเลย เค้าเป็นมาสก์ที่เราไม่ต้องล้างออก พูดง่ายๆ คือเค้าเป็น Sleeping Mask จะช่วยบำรุงผิวของเราในตอนที่เรานอนหลับตลอดคืน ส่วนผสมหลักๆ จะคล้ายๆ กับสกินแคร์ตัว Day Cream เพียงแต่เค้าไม่มีกันแดด แต่เพิ่มเติมด้วย Sodium Hyaluronate ที่จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับผิว และมี Anti-Pollution System สารสกัดจากพืชและทะเล ช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากมลภาวะต่างๆ ก้อยใช้ทาก่อนนอนรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Day Cream นะ แต่ยังไม่รู้สึกหนักหน้าจนนอนไม่ได้ รู้สึกผิวชุ่มชื่นตลอดทั้งคืน ตื่นมาตอนเช้าหน้าไม่แห้งเลย แฮปปี้

01.png

 

 

สาวรูขุมขนกว้าง ผิวมันจะต้องตำ AQUA PURE Super Concentrate สกินแคร์ใหม่จาก Biotherm | KoiOnusa

01.png

จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้แล้วกับสกินแคร์ครีมบำรุงผิวหน้าตัวใหม่ล่าสุดของ Biotherm ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านของเราาาา เย้!!! สกินแคร์ตัวนี้เป็นมากกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นลูกรักตัวใหม่ นั้นก็คือ AQUA Super Concentrate ซึ่งส่วนผสมหลักๆที่มีในทุกสูตรทุกสี ก็คือ Life Plankton ส่วนผสมตัวเด่นตัวดังของ Biotherm เค้าออกมาด้วยกันทั้งหมด 3 สูตร น่าสนใจทุกตัวเลย

02

สูตร AQUA BOUNCE (สีฟ้า) เป็นสกินแคร์สำหรับสาวๆ ผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำมากๆ เพราะเค้ามีส่วนผสมของกรด Hyaluronic ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื่นและเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวได้เป็นอย่างดี สาวๆ ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวลอก ต้องลอง เค้าจะช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ผิวเด้ง นุ่ม และชุ่มชื่นขึ้น

สูตร AQUA GLOW (สีชมพู) เป็นสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวของสาวๆ กระจ่างใส เพราะเค้ามีส่วนผสมของ Vitamin C ช่วยปรับสีผิวให้ค่อยๆ ขาวใสขึ้น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอกัน ใครที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ หน้าโทรมต้องจัดด่วน

และสูตร AQUA PURE (สีเขียว) สกินแคร์สำหรับสาวผิวมัน ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง และผู้ที่เป็นสิวง่าย เพราะเค้ามีส่วนผสมของ salicylic acid ซึ่งจะช่วยผลัดเซลล์ผิว กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน และยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนอีกด้วย

03.png

ซึ่งก้อยได้ตัดสินใจใช้รุ่น AQUA PURE ที่หลายๆคนเคลมว่าเจ้าขวดนี้เป็นสกินแคร์เนื่องจากก้อยเป็นคนผิวผสมและค่อนไปทางมัน

และเห็นชัดๆ เลยว่าเป็นคนรูขุมขนกว้าง และมีส่วนที่ผิวไม่เรียบเนียน ซึ่งตรงกับความสามารถในการดูแลผิวของสูตรนี้มากๆ

04.png
ขอบอกเลยว่าลักษณะภายนอกของเจ้าสกินแคร์รุ่นนี้ ทำได้ออกมาน่าใช้และพอเหมาะพอดีมือมาก ส่วนขวดเป็นขวดแก้ว ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ไม่หนักมาก

05.png

ก้อยชอบที่ตรงหัวปั้มเค้าสามารถหมุนเพื่อล็อคหัวปั้มได้ เผื่อเอาไว้เราพกพาไปไหนๆ ได้สะดวก

06.png
เนื้อสกินแคร์ของเค้าคล้ายๆ เป็นเซรั่ม เนื้อบางเบามีสีขาวขุ่น ก้อยแทบไม่ได้กลิ่นนะ พยายามดมแล้วได้กลิ่นเจือจางมาก

07.png

ก้อยทาลงบนผิวหน้าแล้วรู้สึกว่าเนื้อของเค้าบางเบามาก เกลี่ยง่าย ทานิดเดียวก็ซึมเข้าผิวหน้าแล้ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้ และยังรู้สึกชุ่มชื่นใบหน้าด้วย ไม่ได้แห้งจนหายไปหมด

08.png

ก้อยว่าสกินแคร์สูตรนี้มันช่วยเรื่องสิวได้จริงๆ นะ เพราะก่อนหน้านี้ก้อยมีสิวผดเล็กๆ 4-5 เม็ด ตรงหน้าผาก ซึ่งโดยปกติไม่ค่อยมีสิวที่หน้าผาก แล้วก้อยใช้เจ้าตัวนี้เดี่ยวๆ มาประมาณ 10 วัน สิวผดตรงนั้นค่อยๆ หายไป จนเหลือเพียงแค่ 1 เม็ด และผิวก็ชุ่มชื่นดีด้วย เบาสบายผิวหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนก้อยไปเลเซอร์หน้ามา แล้วคุณหมอให้ก้อยใช้พวก moisturizer เยอะๆ เพราะเลเซอร์ทำให้ผิวหน้าแห้งมาก ก้อยใช้ตัวนี้ตัวเดียวก็เอาอยู่ นอนสบายตลอดคืน และไม่ได้รู้สึกว่าผิวแห้งหรือใช้ครีมบำรุงไม่เพียงพอเลย

09.png

ใครอยากลองใช้ เห็นว่าสามารถไปขอรับ Sampling ที่เค้าเตอร์แบรนด์ได้ด้วยนะ เผื่อว่าใช้ดีแล้วค่อยไปสอยขนาดจริง ราคา 1,300 บาท ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

01

 

 

สกินแคร์เพื่อผิวแพ้ง่าย ใช้แล้วผิวแข็งแรงขึ้นจริง | KoiOnusa

TN - JB

ก้อยเป็นคนที่กระเพาะแข็งแรง ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วยง่าย ไม่เป็นโรคภูมิแพ้ แต่!!!! มีอย่างเดียวที่ Sensitive มากๆ นั่นคือผิวหน้า จะใช้สกินแคร์หรือเมคอัพอะไรต้องคอยระวังอยู่เสมอ แต่ไม่วายยังไงๆ ก็มีวันที่พลาด แพ้บางไอเทม แพ้น้ำบ้าง แพ้แดด แพ้ฝุ่นที่มาเกาะผิวหน้าบ้างทำให้หน้ามีผด มีผื่น มีสิวเม็ดเล็กๆ กันอยู่บ่อยๆ วันนี้ขอมารวบรวมไอเทมที่ก้อยว่าคนผิวแพ้ง่ายต้องลองใช้ เพราะมันช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นจริงๆ

thumbnail_IMG_0051

ช่วงนี้รู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าของตัวเองเรียบเนียน ไม่ว่าตุ่ม หรือสิวเม็ดใหญ่ๆ หรือผดยุบยับๆ ไม่ค่อยมีขึ้นมาให้กวนใจ ถ้าวันไหนก้อยรู้สึกว่ามีผดเยอะ หรือแสบผิวคันผิว ระคายเคืองผิว ก้อยจะใช้สกินแคร์เรียงตามนี้เลยค่ะ โดยที่ไม่ได้ใช้สกินแคร์ใดๆ เพิ่มเติม สาวผิวแห้งอาจจะต้องเพิ่มเติมในส่วนของ Moisturizer ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นอีกซักตัวปิดท้าย แต่สำหรับก้อยแล้วเป็นสาวผิวผสมค่อนไปทางมัน ใช้แค่ประมาณนี้ก็เพียงพอพอสบายผิวหน้า ไม่เหนอะหนะจนเกินไป

น้ำเกลือ

thumbnail_IMG_0044

ต้องบอกว่า ในช่วงที่ผิวแพ้จริงๆ จังๆ สิวบุกหนักๆ ก้อยหยุดใช้โทนเนอร์ทุกตัว แล้วหันมาซบน้ำเกลือเลยนะเพราะสิวนี่ ถือว่าเป็นแผลชนิดหนึ่ง ส่วนน้ำเกลือเป็นน้ำกลั่นบริสุทธิ ที่มีส่วนผนมของเกลือที่ใช้ผลิตยา และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ไม่ผสมสารเคมีหรือสารกันเสียใดๆ ถ้าหากสิวของเราได้รับการดูแลรักษาด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่สะอาดบริสุทธิ์ เนื้อเยื่อของสิวเราก็จะสมานตัวเข้ากันได้ดี สิวหายไวขึ้น แต่มันไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อโรคนะ แค่ช่วยทำความสะอาดใบหน้าของเราได้สะอาดมากๆ เท่านั้น ตอนก้อยใช้สำลีที่มีน้ำเกลือชุ่มๆ เช็ดลงบนหน้า รู้สึกหน้าแห้งเล็กน้อย แต่ยังรับได้อยู่ ไม่ได้แห้งมาก แต่สำหรับคนผิวแห้งอยู่แล้ว อาจจะรู้สึกแห้งมาก เราก็ควรจะใช้ครีมบำรุงผิวต่อ เพื่อปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื่นและสมดุลขึ้น

Facelabs Hydrating Essences

thumbnail_IMG_0045

ตัวนี้เป็นเวชสำอางที่ได้รับรางวัล Best Facial Essence for Sensitive Skin จาก Lisa Beauty Choice Awards 2018เหมาะสำหรับคนผิวบอบบางแพ้ง่ายสุดๆ ก้อยใช้ไปหมดครึ่งขวดแล้ว ชอบมากกกกกก เพราะ Essences ส่วนใหญ่เนื้อบางเบาและซึมเข้าผิวไวจนบางตัวซึมจนไม่รู้สึกแล้วว่ายังมีเนื้อสกินแคร์ตัวนั้นอยู่บนใบหน้า แต่สำหรับFacelabs มันจะช่วยเติมน้ำให้ผิวและล็อคความชุ่มชื่นให้ผิว ก้อยตบๆ บนหน้าผิวมันหนึบๆ ช่วงแรก จากนั้นมันจะค่อยๆ ลดความหนึบหนับบนผิวจนรู้สึกสบายผิว แต่ความรู้สึกชุ่มชื่นบนผิวหน้าไม่หายไป รู้สึกว่าผิวมันยืดหยุ่นดี ไม่แห้งตึง กลิ่นไม่แรง กลิ่นดูสะอาดๆ เคยรีวิวแบบเต็มๆ ไว้ด้วยนะ ก็ใช้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ยังคงแฮปปี้กันมันมากอยู่

V Younger Skin Booster 

thumbnail_IMG_0046

บูสเตอร์ตัวนี้ก้อยใช้ทาก่อนใช้สกินแคร์ตัวอื่น (ยกเว้นพวกสกินแคร์เนื้อเบาๆ อย่างโทนเนอร์ หรือเอสเซ้นต์ต่างๆ)เค้ามีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ,วิตามิน E และ Hyaluronicacid ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างดี เค้าจะช่วยปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการรับการบำรุงจากสกินแคร์ตัวอื่นๆ  ช่วยให้สกินแคร์ตัวอื่นซึมเข้าผิวได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก้อยจะใช้เช้าเย็น ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ชุ่มชื่น ยืดหยุ่นและฟูขึ้น ผิวแพ้ง่าย ผดผื่น ที่เป็นๆหายๆ ใช้ Vyoung นี้แล้วผิวดีไม่มีผดผื่นเลย และที่สำคัญเค้าผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังมาแล้วด้วยว่าอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ก้อยเลยวางใจใช้มาจะครึ่งขวดแล้วชอบมากกกก เนื้อสีใสบางเบา ซึมง่าย มีเม็ดบีทเป็นสีฟ้าวิตามิน E เล็กๆ อยู่ด้านใน  ตอนก้อยทาลงบนผิว ผิวหน้าชุ่มฉ่ำดี พอมันแห้งตัวลงจะรู้สึกเหมือนตึงหน้าเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ตึงแบบผิวเคลือบฟิล์มนะ เป็นความเด้งตึงที่นุ่มผิว เป็นความตึงที่รู้สึกดี  ใช้แล้วรู้สึกบางเบา สบายผิว ผิวฟูแบบพร้อมจะรับการบำรุงจากสกินแคร์ตัวถัดไป

Clinique iD Dramatically Different Moisturizing 

thumbnail_IMG_0047

ตัวนี้เป็น Moisturizer 90% และ Booster 10% ซึ่งช่วยทั้งเรื่องบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นขึ้น ด้วยเนื้อ Jelly ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ซึ่งก้อยมีตัว Jelly เดี่ยวๆ ตัวเก่าของเค้าด้วย ใช้แล้วรู้สึกสบายผิวจริงๆ เลยต้องมีตัวใหม่ที่ใส่ Booster เพื่อผิวแพ้ง่ายเข้าไปด้วย ซึ่ง Booster สีเขียวอันนี้เป็นสูตรIrritation ช่วยลดการระคายเคืองของผิว ช่วยปลอบประโลมผิว บรรเทารอยแดง ช่วยปรับสมดุลผิวให้แข็งแรงขึ้น เพราะเค้ามีส่วนผสมของสาหร่ายและใบชาขาว ก้อยทาลงบนผิวแล้วรู้สึกสบายผิวขึ้น ผิวเย็นขึ้น ผิวที่คันยุบยับๆ คือดีขึ้น ระคายเคืองน้อยลง แถม Moisturizer ตัวนี้เค้ายังช่วยปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ อีกด้วยนะ

Defenza

thumbnail_IMG_0048

ตัวนี่ก้อยจะใช้ปิดท้ายเลยค่ะ เพราะเนื้อเค้าเป็นเนื้อครีมที่หนักกว่าสกินแคร์ตัวอื่นๆ และบอกไว้ก่อนเลยว่า มีส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ กลิ่นเค้าเลยจะแปลกๆ แอบกลิ่นแรงมาก ใช้ช่วงแรกๆ อาจไม่ชิน ใช้บ่อยๆ ก้อยก็ยังไม่ชิน55555+ แต่ก้อยชอบ เพราะใช้แล้วผดเม็ดใหญ่ๆ หรือตุ่มเล็กๆ มันหายไปจริงๆ ภายในวันสองวันเลย ยุบตัวลงไปเห็นแต่รอยแดงเล็กๆ Defenza เค้าช่วยลดผด ลดผื่น ลดอาการบวมแดง บรรเทาอาการผิวแพ้ต่างๆ รวมถึงสามารถลดการระคายเคืองจากการใช้มีดโกนหรือการถอนขนได้อีกด้วยนะ คือสามารถทาผิวบริเวณอื่นได้ด้วย ไม่ใช่แค่ผิวหน้า และถึงแม้เนื้อเค้าจะเป็นเนื้อครีม แต่ซึมเข้าผิวไวนะไม่เหนอะหนะผิวเลย

MARIO BADESCU Facial Spray With Aloe, Herbs & Rosewater

thumbnail_IMG_0049

ไอเทมนี้จะว่าสำคัญก็สำคัญมากนะ เพราะนอกจากที่เราต้องบำรุงผิวหน้าในช่วงเช้าหรือตอนกลางคืนหลังอาบน้ำล้างหน้าแล้ว ในระหว่างวันที่เราใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆเราก็ยังคงต้องการความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า หรือเรียกง่ายๆ ว่าต้องหมั่นเพิ่มความชุ่มชื้นและความสดชื่นให้กับผิวหน้า สเปร์ยน้ำแร่นี่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนผิวแพ้ง่ายเอะอะแพ้ เอะอะระคายเคือง  ถ้าผิวหน้าชุ่มชื้นนะ อะไรๆมันก็ดี สำหรับเจ้า Mario รุ่นนี้ ก้อยชอบกลิ่นกุหลาบของเค้ามากค่ะ กลิ่นหอมกุหลาบเบาๆ แบบนี้ ช่วยให้รู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงหวานๆ บอบบางน่ารัก และมันก็ยังอ่อนโยนต่อผิวมากๆ เพราะน้ำแร่ค่อนข้างเป็นน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ รวมถึง Mario รุ่นนี้เค้ามีส่วนผสมส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติด้วย

thumbnail_IMG_0050

สกินแคร์ทุกชิ้นในที่นี้ สามารถหาซื้อได้ตาม Drugstore และตามเค้าเตอร์แบรนด์ต่างๆ เลย หาซื้อง่ายไม่ยาก สาวๆ คนไหนมีผิวบอบบางแพ้ง่าย ลองส่องไอเทมต่างๆเหล่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนไม่มากก็น้อยนะ ผิวหน้าเรามีเพียงหน้าเดียว ต้องหมั่นคอยดูแลรักษาความสะอาดให้ผิวหน้าเราดีๆ แพ้อะไรก็แพ้ได้ แต่อย่าแพ้ใจตัวเองหละ (เกี่ยวมั้ย ไม่เกี่ยว 55555+)

TN - JB

ผิวนุ่มใสแบบนี้ใช้อะไร เปิดกรุไอเทมราคาน่ารักบำรุงผิวกาย | KoiOnusa

tn

ฮัลโหลลลเทศกาลสงกรานต์จบลงไปแล้ว!!แต่อากาศร้อนๆยังคงอยู่!!ไม่รู้จะร้อนอะไรขนาดนี้จะออกไปเที่ยวข้างนอกก็เพลียกับแดดซะเหลือเดินจะเดินเข้าห้างคนก็เยอะมากมายอยู่บ้านเปิดแอร์ให้เย็นๆดีกว่าร้อนมากนักก็เดินเข้าไปอาบน้ำซะเป็นวิธีการดับร้อนที่ได้ผลนัก!!อาบน้ำด้วยสบู่ที่เราชอบพร้อมบำรุงผิวด้วยโลชั่นที่เรารักแค่นี้ก็จะมีผิวนุ่มๆใสๆแม้ข้างนอกบ้านเราจะร้อนมากก็ตาม

วันนี้ก้อยเลยมาเปิดกรุครีมอาบน้ำพร้อมทั้งโลชั่นบำรุงผิวในราคาตะมุตะมิและหาซื้อง่ายที่ก้อยมีอยู่ในห้องน้ำใช้บ่อยๆใช้สลับกันไปสลับกันมาพอดีว่าที่บ้านมีสาวๆเยอะต่างคนก็ต่างตุนของใช้ไว้ในห้องน้ำวันนี้ก้อยเลยจิ๊กมารวมๆรีวิวให้เพื่อนๆดูอาบน้ำดับร้อนกัน

เริ่มจากเหล่าบรรดาครีมอาบน้ำที่ก้อยใช้บ่อยๆก็มีประมาณนี้เลยมีทั้งที่ซื้อมาเองและจิ๊กของน้องสาวมารีวิวเพราะเราใช้วนไปวนมาสลับกันใช้

Girly Girl Hokkaido Milk Moisture Rich Shower Cream (250 บาท)

โอมายกอชมีใครให้ใหญ่กว่านี้อีกมั้ยคะเป็นครีมอาบน้ำที่สะดุดตาตั้งแต่พบเจอเพราะขวดอภิมหาใหญ่มากดูจากลักษณะภายนอกแล้วน่าใช้สุดๆมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นส่วนผสมหลักๆของเค้าก็คือน้ำนมจากฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่นนั่นเองซึ่งจะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและยังมีวิตามินอีช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง

ครีมอาบน้ำตัวนี้เหมือนน้ำนมเลยค่ะรูปรสกลิ่นเสียงจะบ้าร๋อ!!!ปั้มขวดออกมากลิ่นนมหอมอ่อนๆและเนื้อเหลวคล้ายน้ำนมเลยเวลาอาบน้ำแล้วรู้สึกไปเองว่าเหมือนเราอาบน้ำนม 5555+ หลังล้างครีมอาบน้ำออกแล้วผิวของเรามันไม่แห้งตึงเหมือนว่าครีมอาบน้ำมันยังล็อคความชุ่มชื่นไว้ให้ผิวอยู่คล้ายๆเราอาบน้ำแล้วล้างตัวไม่หมดนั่นแหละแต่จริงๆคือเราล้างออกหมดแล้วเพียงแต่เค้ายังล็อคความชุ่มชื่นไว้ให้กับผิวช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านกลายเป็นผิวที่ชุ่มชื่นขึ้นเนียนนุ่มขึ้น

A Bonne Snail Yogurt Whip Shower Cream (189 บาท)

ครีมอาบน้ำราคาย่อมเยาว์อีกตัวที่ก้อยได้มาตอนมันลดราคาเหลือไม่ถึง 100 บาท!!ถูกมากกกกตัวนี้มีส่วนผสมหลักๆคือ SnailYogurt ซึ่งเค้าจะช่วยฟื้นฟูผิวให้สดใสขึ้นให้ผิวยืดหยุ่นได้ดีขึ้นรวมถึงล็อคความชุ่มชื่นให้กับผิว

เนื้อครีมอาบน้ำของตัวนี้เค้าเป็นสีขาวมุกๆเนื้อเหลวแต่แน่นกว่าตัว Hokkaido Milk เนื้อครีมอาบน้ำของเค้าจะคล้ายๆครีมอาบน้ำทั่วไปเลยกลิ่นหอมอ่อนๆล้างตัวออกง่ายมากแต่รู้สึกง่ายเกินไป 55555+ คือมันรู้สึกเฟรชรู้สึกสะอาดขึ้นทันทีมันไม่ได้รู้สึกว่าผิวโดนล็อคความชุ่มชื่นไว้เหมือนตัว Hokkaido Milk คือตัวเราจะสะอาดไปเลยแต่ไม่ได้แห้งตึงผิวนะ

Beauty Cuisine Milk Bath Cream (150 บาท)

ครีมอาบน้ำแบบน้ำนมอีกอันนึงที่หยิบมาใช้เรื่อยๆแต่ไม่บ่อยเท่าตัว Hokkaido Milk เพราะมันต้องเปิดฝาปิดฝาใช้ไม่สะดวกเท่าขวดปั้มตัวนี้ก็มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวเราเปล่งปลั่งสดใสและเนียนนุ่มเช่นกันเพราะมีส่วนผสมหลักๆคือน้ำนมวิตามินอีและมีกลูต้าไธโอนช่วยให้ผิวกระจ่างใส

เนื้อครีมอาบน้ำของเค้าเป็นสีขาวเนื้อนุ่มๆเนื้ออยู่แน่นกว่า Hokkaido Milk หน่อยๆแต่ให้ความรู้สึกเหมือนอาบน้ำนมคล้าๆกันกลิ่นออกนมๆแบบแป้งเด็กอาบน้ำล้างตัวแล้วเค้าช่วยล็อคความชุ่มชื่นไว้กับผิวไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

ต่อด้วยพวกครีมบำรุงผิวที่ก้อยหยิบใช้บ่อยๆเลยแล้วกันนะก้อยจะเน้นครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวมากหน่อยเพราะปกติเป็นคนผิวกายแห้งมากกกกก

Girly Girl Hokkaido Milk Moisture Rich Body Lotion (250 บาท)

ตัวนี้ได้มาคู่กันกับครีมอาบน้ำด้านบนก็แหม!!!ขวดใหญ่น่าเอามาใช้คู่กันขนาดนั้นราคาก็ไม่แพงขอเอามาวางคู่กันประดับห้องน้ำเป็นเพื่อนกันแล้วกันนะ 55555+ บ้าจริงเหตุผลนี้จริงร๋อ!?? ป่าวหรอกจริงๆก้อยชอบอาบน้ำ + ใช้ครีมบำรุงผิวที่กลิ่นไปในทางเดียวกันถ้าวันไหนอาบน้ำด้วยครีมอาบน้ำของ Hokkaido Milk ก้อยก็จะใช้ครีมบำรุงผิวของเค้าด้วย

ส่วนผสมหลักๆก็คือน้ำนมเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นผิวเราก็จะออกกลิ่นนมๆหอมอ่อนๆสดชื่นๆครีมบำรุงผิวตัวนี้เนื้อเหลวคล้ายน้ำนมเลยแต่แน่นกว่าหน่อยๆชอบที่ซึมเข้ากับผิวไวมากกกกกแต่ยังคงรู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นอยู่ชอบนะเพราะถ้าออกไปข้างนอกร้อนๆตัวนี้ไม่ทำให้เหนอะหนะผิวดีใช้อีกกี่ปีไม่รู้จะหมดคุ้มมากกกก

Scentio Vitamin C After Bath Body Essence (195 บาท)

ตัวนี้เป็นครีมบำรุงผิวที่เนื้อแปลกที่สุดที่ก้อยมีเพราะเนื้อของเค้าเป็นแบบ Essence เนื้อเบาที่สุดเท่าที่ก้อยมีครีมบำรุงผิวเลยส่วนผสมหลักๆก็คือวิตามินซีช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใสขึ้น จริงๆ ก้อยมีครีมอาบน้ำในเซทเดียวกันกับตัวนี้ด้วยนะ แต่ใช้หมดไปแล้ว ฮ่าๆ อันนี้เป็นขวดที่ 2 แล้ว หลังจากใช้ขวดแรกจนหมด แล้วติดใจเลยซื้อมาใหม่อีกขวด

กลิ่นของเค้าเป็นกลิ่นผลไม้อ่อนๆหอมดีนะทาผิวไปแล้วรู้สึกเฟรชกระปรี่กระเปร่าดีทาผิวไปช่วงแรกๆเนื้อยังไม่ซึมนะมันจะหนึบๆรอซัก 30 วินาทีเนื้อจะซึมเข้าผิวไปเลยไม่เหนอะหนะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นขึ้นแต่ถ้าใครผิวแห้งมากๆอาจจะต้องใช้ตัวอื่นนะเพราะตัวนี้เนื้อเค้าเบามากซึมเข้าไปจนหายไปเลยแต่ชอบเนื้อสัมผัสของเค้ามากๆ

Jergens Shea Butter Deep Conditioning Moisturiser (230 บาท)

ต้องเรียกว่าเป็นลูกรักใช้มาไม่รู้กี่ขวดแล้วเนื่องจากก้อยเป็นคนผิวแห้งมากและเจ้า Jergens ก็ค่อนข้างตอบโจทย์คนผิวแห้งได้ดีทีเดียวยิ่งสูตร Shea Butter จะยิ่งช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิวได้ดีมากเลย
เนื้อครีมบำรุงผิวตัวนี้ค่อนข้างเนื้อหนักแน่นเลยแหละทาผิวไปก็ไม่ได้รู้สึกบางเบาผิวเกลี่ยให้บางแค่ไหนก็ยังหนักผิวอยู่แต่เมื่อรอให้ให้ซึมดีๆก็ไม่รู้สึกเหนอะหนะผิวเลยนะแต่รู้สึกว่าเนื้อครีมยังเคลือบผิวไม่ได้ซึมหายไปไหนแต่ยังใช้ชีวิตปกติในอากาศร้อนๆได้ก็มองว่ามันเหมาะสำหรับคนที่ผิวแห้งมากๆหรือต้องอยู่ในห้องแอร์เย็นๆตลอดวันหรือพกไปเที่ยวเมืองนอกตัวนี้นี่แหละใช่เลยตอบโจทย์

(ปล. ใส่เสื้อปาดไหล่นะฮ่า ฮ่าๆๆๆ)
“(ปล. ใส่เสื้อปาดไหล่นะฮ่า ฮ่าๆๆๆ)”

นี่ก็เป็นครีมอาบน้ำและครีมบำรุงผิวที่ก้อยใช้บ่อยๆในราคาย่อมเยาว์และหาซื้อง่ายส่วนใหญ่แล้วเน้นช่วยให้ผิวเนียนนุ่มเพราะก้อยเป็นคนผิวแห้งและถ้าเป็นพวกที่มีส่วนผสมของน้ำนมหรือวิตามินซีเนี่ยจะสนใจเป็นพิเศษเพราะนอกจากจะต้องดูแลให้ผิวเนียนนุ่มแล้วก็ต้องดูแลให้ผิวกระจ่างใสเปล่งปลั่งสดใสสู้แดดที่ต้องพบเจอในแต่ละวันๆอีกด้วย

 

tn

เวชสำอางเติมน้ำให้ผิว Facelabs Hydrating Essences ตบให้ผิวแข็งแรง!! | KoiOnusa

01.png

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความชุ่มชื่นของผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญในขั้นตอนของการบำรุงผิว สาวๆ บางคนพบเจอปัญหาผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ทำให้ปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องริ้วรอย ผิวอ่อนแอ และปัญหาสิวต่างๆ ยิ่งสาวๆ วัย 18 ปีขึ้นไป ผิวจะค่อยๆ ผลิตน้ำนวลตามชาติ (Natural Moisturizer Factor) ลดน้อยลง ทำให้ผิวแห้งง่ายขึ้น ปัญหาผิวต่างๆ ก็ตามมาง่ายขึ้นเช่นกัน

02.png

ช่วงนี้ก้อยไปต่างจังหวัดบ่อย รู้สึกอยากได้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวดีๆ ซักตัว แต่ข้อจำกัดคือต้องการขวดเล็กกะทันรัด และสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่ได้ทำให้ผิวก้อยแพ้หรือระคายเคือง จนได้รู้จักกับ FACELABS Hydrating Essence เวชสำอางที่ได้รับรางวัล Best Facial Essence for Sensitive Skin จาก Lisa Beauty Choice Awards 2018 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดสุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย มันน่าสนใจจริงอะไรจริง!!

03.png

เจ้าเอสเซนส์ตัวนี้เค้ามี Sodium PCA ที่จะช่วยปรับสภาพผิว ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว และมี Sodium Hyalironate ที่จะช่วยล็อคความชุ่มชื่นให้กับผิวยาวนานทั้งวัน ทั้งหมดทั้งมวลนั้น คือเค้าจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น เมื่อผิวชุ่มชื่นดีแล้ว ผิวก็จะเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ลดปัญหาผิวพรรณได้มากมาย

04.png

FACELABS Hydrating Essence เป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำสีใส เหลวเป็นน้ำเลย

05.png

วิธีใช้เพียงแค่หยดผลิตภัณฑ์ลงบนฝ่ามือ วอมเบาๆ ที่ฝ่ามือ แล้วค่อยๆ ตบลงบนผิวหน้า เนื้อผลิตภัณฑ์จะหนึบๆ ในช่วงแรก สัมผัสได้ว่าจะมีความหนืดบนผิวเล็กน้อย หลังจาก 15 – 30 วินาที ความหนึบจะหายไป สบายผิวมากขึ้น และสามารถลงสกินแคร์ตัวต่อไปต่อได้เลย

06.png

ตัวนี้ก้อยใช้เป็นขั้นตอนแรกในการบำรุงผิวหน้าทั้งเช้าและเย็นเลยนะคะ เพราะเนื้อเอสเซนส์จัดเป็นประเภทเนื้อสกินแคร์ที่เหลวและบางกว่าพวก เนื้อ Serum เนื้อเจล หรือเนื้อครีมต่างๆ (แต่หากมีโทนเนอร์ หรือน้ำตบ ให้ลงโทนเนอร์ หรือน้ำตบก่อนนะ)

07.png

(ใช้จนเหลือแค่นี้แล้วนะ!! ><” อย่าเพิ่งหมดไวละ )

ในช่วงที่ใช้เอสเซ้นส์ตัวนี้ ผิวก้อยไม่ระคายเคืองใดๆ ไม่เกิดอาการแพ้ ทั้งๆ ที่เป็นคนผิวแพ้ง่าย (ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของแต่ละคนนะคะ เทียบกับก้อยไม่ได้ 100% นะ) ชอบที่รู้สึกว่าหลังใช้แล้วผิวหน้าก้อยมันเด้งๆ ชุ่มชื่น เนื้อแก้มดูเปล่งปลั่งสดใส ผิวหน้าดูยืดหยุ่นดี มีน้ำมีนวล และที่สำคัญรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์เค้าใช้ง่ายดี เล็กกะทัดรัด ราคาสบายกระเป๋า ปริมาณ 30 ml ราคา 395 บาท สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ขวดเล็กนิดเดียวแต่ช่วยให้ผิวเราแข็งแรงขึ้น สมกับรางวัลที่ได้รับอยู่นะเออออ

01

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

รับปีใหม่เริ่มต้นดูแลผิวสวย ด้วยโทนเนอร์หน้าใส SOME BY MI | KoiOnusa

tn-jeban2

สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน…. เริ่มต้นปีใหม่ ก้อยสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลผิวหน้าของตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม เน้นเรื่องของผิวสวยจากภายในด้วยสกินแคร์ให้มากกว่าการใช้เครื่องสำอางแต่งเติมความสวย เพราะถ้าหากผิวเราดีผิวเราแข็งแรง ผิวเราสวย จะแต่งหน้ามากน้อยแค่ไหนเราก็ยังดูดี แถมไม่เหนื่อยใจเพราะมีปัญหาผิวหน้ารบกวนอีกด้วย

10

ก้อยอยากจะเริ่มจากขั้นตอนแรกของการบำรุงผิวหน้าเพื่อผิวสุขภาพดีด้วยไอเทมใหม่ที่ก้อยใช้แล้วปลื้ม SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30 Days Miracle Tonerโทนเนอร์อันลือชื่อจากเกาหลี!!! เรื่องของเรื่องคือก้อยอยากใช้โทนเนอร์ที่เน้นการแก้ปัญหาของสุขภาพผิวอย่างจริงจัง ทั้งปัญหาเรื่องสิว รอยแดง ปัญหาผิวลอกเป็นขุ่ย แล้วเจ้า SOME BY MI Toner ตัวนี้มันน่าสนใจที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลของเกาหลีมากมาย แถมยังเคลมไว้อีกว่าสามารถฟื้นฟูผิวของเราให้ดีขึ้นภายใน 30วัน แหม!! เถียงสิว่าฟังแล้วไม่อยากลอง จัดไป 1 ขวด!!ฮ่าาา

09

เจ้า SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30 Days Miracle Toner อุดมไปด้วยสารสกัด Tea Tree จากธรรมชาติเข้มข้นถึง 10,000 ppm ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยปลอบประโลมผิวหน้า ควบคุมความมันส่วนเกิน และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคและบรรเทาอาการอักเสบของผิวด้วย

07

แต่ที่ก้อยสนใจมากๆ ก็เพราะเค้ามี AHA BHA และ PHAซึ่ง AHA จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วบนในหน้า มีBHA ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยฆ่าเชื้อแบททีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และช่วยควบคุมความมันของใบหน้า มี PHA ซึ่งจะช่วยลดการระคายเคืองของผิว ช่วยรักษาความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอีกด้วย ที่สำคัญเค้าผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่าเป็นโทนเนอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วยนะ เพราะนางปราศจากสารอันตรายต่างๆ มากถึง 20 ชนิดด้วยกัน ให้ก้อยบรรยายทั้งหมดว่ามีอะไรบ้างตรงนี้ ก็กลัวทุกคนจะหลับซะก่อนแต่เอาเป็นว่ามันอ่อนโยนต่อผิวมาก มีค่า pH 5.5 ซึ่งใกล้เคืองกับผิว จึงทำให้ผิวหน้าเราค่อนข้างชุ่มชื่นหลังการใช้ด้วยหละ

08

แพ็กเกจของเค้าเป็นขวดพลาสติกสีเขียวใสๆ มองเห็นเนื้อผลิตภัณฑ์ด้านใน ขวดขนาดกะทันรัด จับถนัดมือเขียนบรรยายในฉลากด้วยภาษาอังกฤษ ดูดีทีเดียว

03

เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำเหลวสีใสๆ กลิ่นชาเขียวเลยจ้าหอมอ่อนๆ ไม่เหม็นฉุน ทาผิวแล้วจะรู้สึกชุ่มฉ่ำกำลังดีเย็นสบายผิวหน้า ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้ครีมบำรุงตัวถัดไปทาลงบนผิวโดยไม่รู้สึกหนักหน้าเลย

06

วิธีใช้ก็ไม่ยาก ใช้หลังการล้างหน้าทุกเช้า-เย็น เมื่อเราล้างหน้าเสร็จแล้วให้เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นเทโทนเนอร์ใส่สำลีให้สำลีพอชุ่มๆ แล้วเช็ดหน้าเราย้อนรูขุมขนเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าของเราเพื่อลดการเกิดสิว

05

จริงๆ หลักๆ เลยที่ก้อยเลือกใช้โทนเนอร์ตัวนี้ ก็เพื่อมาแก้ปัญหาสิวโดยเฉพาะนะ แอบเห็นบล็อคเกอร์เกาหลีเค้าใช้แล้วช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวได้ดีอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็แอบหวังว่ามันช่วยก้อยได้เหมือนกัน ซึ่งก้อยค่อนข้างปลื้มเลยแหละ ไม่ทำให้ผิดหวังตามที่เราหวังไว้ เพราะก้อยแอบมีปัญหาผิวระคายเคือง และมีปัญหาสิวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในที่เดิมๆ จุดเดิมๆ แต่ลองใช้โทนเนอร์ตัวนี้ ผิวที่ระคายเคืองมันเริ่มหายแดง สิวเริ่มน้อยและจางลง รู้สึกว่าผิวมันแข็งแรงขึ้น เรียบเนียนขึ้น ทำให้แต่งหน้าแล้วดูดีขึ้นไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดหนักหนา ใช้แค่แป้งผสมรองพื้นแต่งหน้าก็เดินออกจากบ้านได้สวยๆ

02

เรียกได้ว่าโทนเนอร์เป็นอีกสิ่งนึงที่สำคัญในขั้นตอนของการดูแลผิวหน้า เพราะโทนเนอร์เป็นทั้งขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดผิวหน้า และยังเป็นขั้นตอนแรกของบำรุงผิวหน้าอีกด้วย เป็นการเปิดทางให้กับการใช้สกินแคร์ตัวถัดไปให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมสรรหาโทนเนอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของเรามาใช้ ซึ่งหากใครมีปัญหาเรื่องสิว ผิวลอกผิวเป็นขุ่ย ผิวระคายเคืองง่าย และอยากแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ผิวแข็งแรงขึ้น โทนเนอร์ตัวนี้เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่ก้อยอยากแนะนำให้ลองใช้ ดีน้าาาา แล้วจะหาว่าไม่บอกต่อ อิอิ

tn-jeban2

**กดติดตามกันได้ที่**

ความลับของพลังหิน Quartz สู่ Beauty Jade Roller บิวตี้ไอเทมเด็ด อยากให้ลอง | KoiOnusa

tn-jeban

ในยุคนี้ เทคโนโลยีต่างๆ ความทันสมัยล้ำไกลก้าวหน้าไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไอเทมเสริมความงามต่างๆ นวัตกรรมการบำรุงผิวที่ล้ำลึก หรือจะเป็นสารพัดคลินิกเสริมความงามที่เกิดขึ้นมากมาย ที่มาช่วยให้สาวๆ สวยขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจ ซึ่ง Beauty Item และนวัตกรรมที่ล้ำๆ ทันสมัยหลากหลายอย่าง ก้อยมีและใช้อยู่เป็นประจำ แต่ล่าสุดก้อยได้ลองใช้ Beauty Item อยู่ชิ้นนึง ซึ่งเรียกได้ว่าใช้ศาสตร์แห่งความเชื่อมาปรนนิบัติผิวหน้า นั่นคือ การใช้หิน Quartz ในการนวดหน้าเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้สวยใสสุขภาพดี และเยียวยาปัญหาผิวต่างๆ ไอเทมนั้นคือ Amira Beauty Jade Roller”

Beauty Jade Roller เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับนวดหน้าหลังการลงสกินแคร์ ซึ่งเป็นหิน Quartz ที่ช่วยบำบัดผิว โดยแพทย์แผนจีนโบราณใช้ปฏิบัติผิวมาอย่างยาวนาน เค้ามีความเชื่อกันว่าในหิน Quartz จะมีแร่ธาตุต่างๆ ที่มีผลกับผิวหน้าของเราไปตามแต่ละชนิดของหิน เมื่อนำมานวดบริเวณใบหน้า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของของเหลวในผิวหนัง ทั้งเลือด ออกซิเจน และน้ำเหลือง เสมือนเป็นการบำบัดผิวจากภายใน ซึ่งเมื่อระบบภายในของเราไหลเวียนดีขึ้น ก็จะสามารถกำจัดของเสียคั่งค้างออกไปได้ดีขึ้น ส่งผลให้อาการบวมน้ำของผิวหน้าลดลง

หิน Quartz ชนิดต่างๆ มีคุณสมบัติหลักๆ คือเก็บความเย็นได้ดีมาก เพราะฉะนั้นเมื่อสัมผัสลงบนผิวหน้า ผิวหน้าเราจะรู้สึกเย็นและผ่อนคลาย ความเย็นของหินจะช่วยบรรเทาอาการอักเสบให้ผิวของเรา ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยลดความหมองคล้ำใต้ตา ยกกระชับให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ แต่คุณสมบัติในการเยียวยาผิวหน้าจะแตกต่างกันไปในแต่ละคุณสมบัติของหินชนิดต่างๆ ซึ่งมีความโดดเด่นต่างกัน หิน Quartz ของ “Amira Beauty Jade Roller” หรือทางแบรนด์เค้าเรียกว่า Amiror” นั้น มี 4 ชนิด คือ

  1. Jade – หินสีเขียว หรือหินหยก เต็มไปด้วยพลังงานแร่ธาตุที่ช่วยผ่อนคลายผิวหน้า กระตุ้นการไหลเวียนของของเหลว ช่วยกำจัดของเสียที่ค้างในผิว
  2. Rose Quart – หินสีชมพู ช่วยให้ผิวสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยลดเลือดริ้วรอย และช่วยให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์
  3. Amethyst – หินสีม่วง เป็นที่ให้พลังงานที่ช่วยขจัดความเครียด ปรับสมดุลการแปรปรวนทางอารมณ์ ช่วยให้นอนหลับสบาย
  4. Moonstone – หินสีฟ้า ช่วยในเรื่องปรับสมดุลผิวให้นุ่มชุ่มชื่น ช่วยให้ผิวแข็งแรง

และสายหวานแบบก้อยจะต้องเลือกใช้หินสีชมพูสิ!!!! จริงๆ แทบไม่ได้อ่านคุณสมบัติของเค้าเลยในตอนแรกที่เลือก แต่ชอบสีชมพู จึงเลือกสีชมพูมาใช้ ฮ่าา

Amiror นี้มีลักษณะเป็นแท่งหิน Rose Quartz ทั้งด้าม สลักคำว่า Amiror ไว้ตรงด้านจับ และมีอะไหล่สีทองดูหรูหรา

มีลูกกลิ้งหิน Quartz ทั้ง 2 ฝั่ง ด้านนึงเป็นลูกกลิ้งใหญ่ เหมาะกับการกลิ้งบนผิวหน้าในบริเวณกว้าง เช่น ลำคอ กราม ร่องแก้ม และอีกด้านนึงเป็นลูกกลิ้งเล็ก เหมาะกับการกลิ้งลงบนผิวหน้าในพื้นที่เล็กๆ เช่น เปลือกตา ข้างจมูก ใต้ตา

Amiror มีน้ำหนักกำลังดี ไม่เบาเกินไป แต่ไม่หนักมาก ขนาดจับพอดีมือ ลักษณะภายนอกสวยมาก น่าใช้ ก้อยว่าหิน Quartz นี้ เมื่อกระทบกับแสงจะต้องสวยมากแน่ๆ Beauty Item ชิ้นนี้ดูแพงมาก แค่ลักษณะภายนอกก็ทำให้อยากใช้แล้วหละ

วิธีใช้ เพียงแค่ใช้ Amiror หลังการบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ที่ใช้ตามปกติ จากนั้นกลิ้ง Amiror ลงบนผิวหน้าโดยกลิ้งจากบริเวณศูนย์กลางของใบหน้าออกไปและกลิ้งไปในทิศทางเดียวกันตามแนวเส้นกล้ามเนื้อ ทำซ้ำๆ ประมาณ 3-5 นาที จะช่วยจัดเรียงเส้นกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า และยังช่วยให้สกินแคร์ที่เราใช้ซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีด้วยนะ

พูดเลยว่าในตอนแรกที่เลือกใช้ Beauty Roller ก้อยใช้ความเชื่อและเห็นว่ามีรูปลักษณ์ความสวยงามดูแล้วน่าลองใช้เท่านั้นแหละ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่ในครั้งแรกที่ได้ลองใช้ ชอบตอนที่มันสัมผัสกับผิวหน้ามาก หิน Quartz มีความเย็น กลิ้งทั่วหน้าแล้วรู้สึกดีมาก ความเย็นของหินถ่ายเทลงบนผิวหน้ารู้สึกผ่อนคลาย ผิวสดชื่นขึ้น เหมือนมีคนมานวดหน้าให้เบาๆ ก้อยใช้น้ำหนักมือไม่เยอะมากนะ ไม่ได้กดอะไรลงไปเลย แต่รู้สึกสบายหน้ามาก และเมื่อตอนที่กลิ้งบริเวณกราม โดยกลิ้งจากคางไปถึงกรามทั้งฝั่งซ้ายและขวา รู้สึกได้ว่าของเหลวใต้ผิวหน้าของเรามันเขยื้อนตัว คล้ายๆ ลูกกลิ้งไปทำให้มันไม่จับกลุ่มเป็นก้อน และเมื่อขยับมาที่ร่องแก้ม กลิ้งไปถึงขมับ รู้สึกเหมือนมีคนมานวดหัวให้ บริเวณขมับรู้สึกถูกกดจุด รู้สึกสบาย ได้ผ่อนคลายความเครียด

ส่วนบริเวณหน้าผาก ก้อยคลึงหินเบาๆ เพราะบริเวณนี้เป็นกระดูก ถ้าใช้น้ำหนักมือแรงจะรู้สึกเจ็บและเป็นรอยแดง

เวลาก้อยใช้เจ้า Beauty Roller ก้อยใช้กลิ้งซ้ำๆ ในที่เดียวกันและทิศทางเดียวกันประมาณ 16 ครั้งต่อ 1 จุด รู้สึกได้เลยว่าหิน Quartz ปล่อยพลังความเย็นเข้าสู่ผิวหนัง และก้อยลองจับหินหลังการใช้ทั่วหน้า พบว่าหินเกิดความร้อน หินไม่ได้เย็นเหมือนเดิม มันอุ่นขึ้น นั่นอาจเป็นเพราะมันถ่ายเทความเย็นให้กับผิวหน้าเรา และรับความร้อนจากผิวเรากลับมา ก้อยมักจะใช้เจ้าตัวนี้ไปและดูทีวีไปเพลินๆ รู้สึกได้อีกอย่างคือ สกินแคร์ซึมเข้ากับผิวดีมาก ไม่เหนอะหนะผิว ซึมเข้าผิวไวและทั่วหน้า ใช้ต่อเนื่องมาเกือบทั้งเดือน แอบมีคนทักว่าหน้าเล็กลง และหน้าเด็กขึ้น เอ๊ะ อะไรยังไง แต่สาบานเลยว่ามีคนทักจริงๆ แต่ที่รู้สึกได้จริงๆ ด้วยตัวเอง คือ รู้สึกหน้าใสขึ้น ปัญหาสิวอักเสบและสิวที่เกิดซ้ำๆ ลดน้อยลง

นี่อาจเป็นไอเทมที่เหมาะสำหรับสาวๆ ผู้ที่ชอบเข้าสปา ต้องการการผ่อนคลายจากอาการเหนื่อยล้า ไอเทมชิ้นนี้ค่อนข้างน่าสนใจมากทีเดียว เพราะเราสามารถปฏิบัติผิวหน้าของเราให้ผ่อนคลายจากความเครียดและอาการเหนื่อยล้าต่างๆ ได้ โดยแทบไม่ต้องออกไปเข้าสปาแพงๆ ใช้เวลานานๆ เลย เพราะใช้เจ้า Beauty Jade Roller ทุกวัน วันละ 5-10 นาที ก็เสมือนเราได้เข้าสปาปฏิบัติผิว แถมยังได้แก้ปัญหาผิวต่างๆ จากระบบภายในอีกด้วยนะ และยังสามารถพกไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ พกง่าย ใช้ง่าย ได้ผลดี แนะนำเลย

tn-jeban

**กดติดตามกันได้ที่**

Review | ฟื้นบำรุงผิวแห้งกร้านและหมองคล้ำด้วย Jergens Shea Butter Deep Conditioning Moisturiser | KoiOnusa

01.jpg

ถ้าให้พูดถึงครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื่นมากๆ ประมาณว่าใช้ดีกับคนผิวกายแห้งมากๆ แบบก้อยนะ ต้องยกให้กับ Jergens แบรนด์ดังจากอเมริกา ซึ่งก้อยเคยได้ยินถึงสรรพคุณความชุ่มชื่นของแบรนด์นี้มาหนาหู จนก้อยลองซื้อไซส์เล็กมาลองใช้ แล้วรู้สึกได้เลยว่ามันช่างต่างจากครีมทาผิวที่ให้ความชุ่มชื่นหลายๆ แบรนด์ที่ก้อยเคยลองใช้ แต่พักหลังๆ แดดในประเทศไทยมันช่างโหดร้าย หรือเป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของก้อยเองก็ไม่รู้นอกจากผิวของก้อยจะแห้งมากๆ แล้ว หลังๆ ยังรู้สึกได้อีกว่าผิวของก้อยมันดูคล้ำไปกว่าเดิมอีกต่างหาก

02.jpg

ก่อนอื่นต้องอธิบายถึงพฤติกรรมที่ทำให้ผิวก้อยแห้งมากๆก่อน ก้อยติดอาบน้ำอุ่นมาก ไม่ว่าจะหน้าหนาว หน้าฝนหน้าร้อน ยังไงๆ ก้อยก็ต้องใช้น้ำอุ่น ยิ่งถ้าอยู่ในฤดูหนาวนะ จะยิ่งชอบแช่ตัวไว้นานๆ นอกจากนั้นยังเป็นคนไม่ชอบดื่มน้ำอีกต่างหาก น้ำเปล่าขวดเล็ก 1 ขวด ยังทาน 1 วันไม่หมดเลยนะคิดดู!!! แถมก่อนหน้านี้ยังเป็นคนขี้เกียจทาครีมบำรุงผิวไง ผิวเลยทั้งเหี่ยวและแห้งมาก และยังออกไปเจอแดดจัดบ่อยๆ อีก ทำให้ปัจจุบันก้อยรู้เลยว่าผิวก้อยแห้งมาก บางทีก็เห็นเป็นลายแตกเล็กๆ ด้วยนะ พูดเลยว่าครีมบำรุงผิวแบบเบาบางเนี่ยเอาไม่อยู่ ทาแล้วซึมไวหายไป รู้สึกไม่ได้ชุ่มชื่นอะไรมากมายทั้งวัน

03.jpg

ก้อยรู้ดีว่า ครีมบำรุงผิวของ Jergens ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีมาก เพราะแม้แต่คนที่อยู่ในเมืองหนาว ยังให้ความไว้ใจใช้เจ้าตัวนี้กันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ด้วยความที่ก้อยเจอปัญหาผิวคล้ำลงด้วย เล็งเห็นว่า Jergens Shea Butter Deep Conditioning Moisturiser สูตรนี้น่าจะตอบโจทย์ปัญหาผิวแห้งและคล้ำเสียของก้อยได้ดีทีเดียว

04.jpg

เรามาดูหน้าตาแพ็กเกจของเค้ากันก่อน หน้าตาของเค้าจะออกไปในโทนขวดสีน้ำตาลอ่อนๆ ดูดีดู Hi-End ทีเดียวก้อยใช้เป็นขวดปั้มสำหรับติดโต๊ะเครื่องแป้งใช้ในทุกเช้าเย็นเลย

05.jpg

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นสีครีมอ่อน กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่หอมจนรู้สึกว่ามีน้ำหอม ถ้าหอมมากเกินไปก็ดูไม่ปลอดภัย

06.jpg

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าค่อนข้างมีเนื้อครีมที่หนาแน่น ไม่ได้บางเบาสักเท่าไหร่ เมื่อทาผิวจะรู้สึกได้เลยว่าเนื้อครีมไม่ได้ซึมเข้ากับผิวเร็วขนาดนั้น แต่ถึงแม้จะทิ้งระยะไว้ ก็ไม่ได้ซึมหายไปนะ ครีมทาผิวบางแบรนด์ ทาผิวแล้วเนื้อผลิตภัณฑ์ซึมหายไปเลย จนเราอาจจะต้องทาซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งวัน แต่เจ้า Jergens ตัวนี้ ก้อยใช้ทาผิวเพียงครั้งเดียวในตอนเช้า และยังรู้สึกได้ว่าผิวของเรายังชุ่มชื่นอยู่ตลอดทั้งวัน คือสัมผัสได้เลยว่าเนื้อครีมไม่ได้ซึมจนหายไป เรายังรู้สึกว่ามันเคลือบผิวไว้ แต่ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ยังคงสบายผิว แม้ในช่วงอากาศร้อนๆ ก็ไม่ได้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะอะไร ก้อยถือว่าผลิตภัณฑ์ของเค้าให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีมากจริงๆ แถมยังเป็นเกราะป้องกันการระเหยของความชุ่มชื่นใต้ผิวได้ดีเลยแหละเพราะเค้ามีส่วนผสมของ Pure African Shea Butter ซึ่งช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม และไม่แห้งกร้าน และสูตรนี้ยังเน้นเรื่องช่วยให้ผิวของเราดูกระจ่างใสขึ้น เพราะเค้ามีเทคโนโลยี HYDRALUCENCE ที่จะช่วยฟื้นบำรุงผิวหมองคล้ำ

07.jpg

เนี่ยๆ เปรียบเทียบให้ดูเลย ระหว่างผิวด้านที่ไม่ได้ทาครีมบำรุงผิว Jengens (ซ้าย) กับด้านที่ทาครีมบำรุงผิว Jengens (ขวา) จะเห็นชัดมากว่าด้านที่ทาครีมบำรุงผิวผิวของเรามันดูชุ่มชื่น ดูสว่างมีออร่าขึ้นทันที ถ้าใช้เป็นประจำจะช่วยลดความแห้งกร้านและความหมองคล้ำของผิวให้สว่างกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นแน่นอน

 

08.jpg

ถือว่าเป็นครีมบำรุงผิวกายที่ก้อยชอบมากๆ เลยนะ ต่อให้ไปต่างประเทศที่อากาศหนาว ก้อยก็พกขวดเล็กไปเพราะอากาศหนาวๆ เนี่ยยิ่งควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวมากเป็นพิเศษ ป้องกันผิวแห้งจนแตกลาย ผิวไม่สวย ใส่เสื้อผ้าอวดผิวไม่ได้นะ อิอิ

01

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa

Youtube : https://www.youtube.com/user/gukoiiz

Blog : https://koionusa.com

IG : http://www.instagram.com/gukoiiz

Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

Review | AIMING FACIAL OIL ESSENCE ออยล์เอสเซนส์เข้มข้นแต่ซึมเร็ว ให้ผิว So Strong ! | KoiOnusa

เมื่อปีที่แล้ว THREE เค้ามีสกินแคร์ในกลุ่มของ Aiming ซึ่งเป็นไลน์ Anti  Aging ไม่ว่าจะเป็น THREE AIMING LOTION, THREE AIMING EMULSION, THREE AIMING CREAM และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงผิว เน้นในเรื่องของการต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ แล้ว ยังเป็นสกินแคร์ที่ช่วยดูแลผิวแบบองค์รวม คือไม่เพียงแต่บำรุงผิวแค่ชั้นผิวภายนอก แต่ยังช่วยดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และผิวพรรณแบบเชื่อมโยงถึงกัน ช่วยบำรุงรักษาความสมดุลภายในร่างกาย ปรับสมดุลยภาพผิวล้ำลึกเข้าไปอีกขั้น ช่วยให้ผิวยังคงแข็งแรง และอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของ Aiming นั้น คือส่วนผสมหลักๆ อย่าง Fennel Oil มีกลิ่นหอมที่ร้อนแรง ทำให้รู้สึกมั่นใจ Geranium Oil มีกลิ่นหอมคล้ายดอกกุหลาบสดชื่น ให้ความรู้สึกสดชื่นสดใส และ Rose Oil น้ำมันจากราชินีแห่งดอกกุหลาบนั่นคือ กุหลาบ Damask  มีกลิ่นหอมที่มอบความรู้สึกหรูหรา กลิ่นของความหอมเหล่านี้จะดึงความเป็นผู้หญิงในตัวทุกคนออกมา ส่วนผสมหลักๆเหล่านี้ นอกจากจะช่วยดูแลปฏิบัติผิว ลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ยังเป็นการสร้างอารมณ์ ความรู้สึกของระบบภายในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว จะช่วยให้เรามีอารมณ์คงที่ ไม่แปรปรวนง่าย ผ่อนคลาย มีความสุข นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ อิ่มเอม ดูแลล้ำลึกเกี่ยวโยงไปทั้งระบบร่างกายและจิตใจ ซึ่งส่งผลให้ผิวพรรณของเรามีการผลัดเซลล์ผิวที่ดี นี่เป็นการบำรุงและดูแลผิวอย่างยั่งยืน เป็นการดูแลผิวแบบองค์รวม

ปัญหาเรื่องผิวหน้าอ่อนแอ โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยของสาวๆ นอกจากจะมีต้นเหตุมาจากระบบภายในร่างกายของเราแล้ว เช่นฮอร์โมน อายุ สุขภาพ ยังมีปัจจัยภายนอกที่สาวๆ คาดไม่ถึงอีกหลายอย่างที่อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของสาวๆ มีปัญหาตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก เรียนหนัก ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดหรือแม้แต่การเดินทาง ที่ต้องเจอมลภาวะทางอากาศที่ย่ำแย่ สาวๆ รู้ตัวบ้างมั้ยคะ ว่าบางทีเราก็ใช้ร่างกายมากจนเกินไป  บางคนใช้ชีวิตหนัก ใช้ชีวิตเกินวัยกันมากมายไหนจะเรียนหนัก งานประจำก็ต้องทำ งานเสริมก็ต้องมีงานบ้านก็ต้องจัดการ ภาวะสังคมต่างๆ กดดันให้สาวๆสมัยนี้ต้องทำนู่นนี่นั่นมากมาย เวลาเดี๋ยวนี้ผ่านไปเร็วนะรู้ตัวอีกทีส่องกระจกมาใบหน้าของเราอาจจะดูแก่เกินวัยไปมากแล้วก็ได้

[center]

ในเมื่อเราใช้ชีวิตกันหนักขนาดนี้ เราควรหันมาดูแลใส่ใจความสวยความงามของตัวเองเมื่อมีโอกาส เราต้องเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องทั้งเก่งและสวยไปพร้อมๆ กันค่ะ ตัวช่วยที่ดีที่ดูแลผิวของเราได้ในทุกๆ วันอย่างง่ายๆ นั่นคือสกินแคร์ หลังจากที่ก้อยได้เปิดใจทดลองใช้สกินแคร์ของTHREE มา ก้อยอยากแนะนำสกินแคร์อีกตัวนึงที่น่าสนใจสำหรับเป็นตัวช่วยจากปัญหาต่างๆ ที่ก้อยกล่าวมาข้างต้นนั่นคือ “THREE AIMING FACIAL OIL ESSENCE” ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดของกลุ่ม Aiming นี้

เจ้าตัวนี้เป็นออยล์เอสเซนส์ ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ100% เป็นตัวช่วยบรรเทาริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างปลอดภัยช่วยฟื้นฟูคืนความกระชับและความยืดหยุ่นให้กับผิว ช่วยชะลอและบรรเทาริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ เติมความชุ่มชื่นให้กับผิว ทำให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน กระจ่างใส

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าจะเป็นเนื้อออยล์เข้มข้นสีเหลืองอ่อน แต่มีเนื้อที่บางเบามากๆ ซึ่งโดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์เนื้อออยล์ที่ก้อยเคยได้ใช้มา จะมีเนื้อที่ค่อนข้างแน่นหนา เนื้อสัมผัสค่อนข้างหนัก แต่เจ้าตัวนี้บางเบามากๆ จนเราสามารถเรียกว่า ออยส์เอสเซนส์ได้เลย เอสเซนส์จะมีเนื้อที่บางเบากว่าเซรั่ม เนื้อของเอสเซนส์จะเหลวและบางเบามากๆ เซรั่มมักจะมาในรูปแบบกึ่งเหลว หรือเป็นเนื้อครีม เอสเซนส์และเซรั่มจะให้การบำรุงที่ล้ำลึกเหมือนกัน ต่างกันที่ texture อุดมไปด้วยส่วนผสมที่เข้มข้น ซึมเข้าสู่ผิวได้ล้ำลึก แต่ข้อดีของเอสเซนส์คือเนื้อเบาบางกว่า เนื้อค่อนข้างซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะหนะผิว จึงทำให้เรารู้สึกเบาสบายผิวหน้า และสกินแคร์ที่เป็นออยล์ส่วนใหญ่แล้วมักจะมาในรูปแบบของเซรั่ม แต่สำหรับเจ้า THREE AIMING FACIAL OIL ESSENCE เป็นออยล์เอสเซนส์ที่เนื้อสัมผัสเบาสบายดุจน้ำผึ้ง จึงซึมเร็ว ให้ผิวที่ชุ่มชื่น ผิวภายในจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ และผิวภายนอกก็รู้สึกสบาย ไม่เสียความชุ่มชื่น เนื้อสัมผัสแบบนี้แหละเหมาะกับอากาศบ้านเรามากๆ จะผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว

( “ เจ้าขวดสีขาวนี้คือ THREE AIMING LOTION  ที่ก้อยมีอยู่แล้วจ้า ใช่ร่วมกันกับ THREE AIMING FACIAL OIL ESSENCE” หละเวิคสุดๆ )

และถ้าเป็นไปได้ เราควรใช้ร่วมกันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะตัว  THREE AIMING LOTION และTHREE AIMING CREAM ซึ่งจะยิ่งส่งเสริมประสิทธิภาพตรงตามจุดมุ่งหมายที่เราต้องการได้ดียิ่งขึ้น ตามชื่อAiming นั่นคือมุ่งตรงบรรลุเป้าหมาย ซึ่งก้อยใช้ THREE AIMING FACIAL OIL ESSENCE  ร่วมกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของ Aiming นั่นคือ THREE AIMING LOTION ที่ก้อยมีอยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว (ก้อยยังไม่มีตัวครีมนะ ไว้มีโอกาสคงจัดมาแน่นอน)

วิธีใช้ THREE AIMING FACIAL OIL ESSENCE คือ
1.    กดหัวปั้ม 1-2 ครั้ง ให้เนื้อผลิตภัณฑ์หยดลงมาบนฝ่ามือ
2.    วอร์มเนื้อเล็กน้อย
3.    ค่อยๆทาบมือลงไปบนผิวหน้า ให้เนื้อออยล์ค่อยๆ ซึมเข้ากับผิว

และเราสามารถใช้ได้ 2 แบบคือ
•    ใช้เป็นขั้นแรกของการบำรุง หลังการล้างหน้า แล้วตามด้วยโลชั่น เพื่อให้ผิวของเราพร้อมที่จะได้รับการบำรุง บรรเทาความเหนื่อยล้าของผิวที่ผ่านการถูกทำลายมาจากทางตรงและทางอ้อม ตามสภาพแวดล้อมที่ก้อยได้เกริ่นไว้ข้างต้น
•    ใช้ต่อจากการใช้โลชั่นเป็นทรีตเม้นท์ เพื่อปรับสมดุลของผิว ให้ผิวเรียบ เนียน อิ่มน้ำ และสดใส

คนผิวแห้ง ก้อยแนะนำว่าควรลงก่อนโลชั่น ส่วนคนผิวมัน ใช้หลังโลชั่นจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทภาพกว่า

ก้อยใช้เจ้าตัวนี้มาสักพัก ชอบที่เนื้อซึมเร็วมาก ถึงจะเป็นเนื้อออยล์ แต่ไม่เหนอะหนะหน้าเลย บางเบาตามที่แบรนด์เคลมไว้จริงๆ ชอบความรู้สึกหลังใช้ ก้อยรู้สึกว่ามันเคลือบผิวหน้าให้ชุ่มชื่นได้ดี เมื่อใช้ในตอนเช้า ก้อยสามารถแต่งหน้าต่อได้เลย เครื่องสำอางไม่เป็นคราบ และในตอนกลางคืนนอกจากจะรู้สึกผิวชุ่มชื่น อิ่มน้ำ ไม่เหนียวหน้าแล้ว ตื่นมาตอนเช้ารู้สึกหน้าฟูขึ้น นอนหลับสนิท ผ่อนคลาย รู้สึกเหมือนผิวหน้าได้พักผ่อน เอาจริงๆ หลังทาปุ๊บจับหน้าไปแล้วรู้สึกผิวหน้านิ่มเลยนะ นี่ก็รู้สึกดีอยู่ในใจ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องสำคัญของคุณผู้หญิงเกือบทุกคน ไม่มีใครอยากแก่เกินวัย เพราะฉะนั้นการดูแลผิวพรรณเป็นเรื่องสำคัญ วัย20ขึ้นไปก็ควรเริ่มดูแลผิวพรรณ โดยเน้นเรื่องการต้อต้านริ้วรอยกันได้แล้วนะจ้ะ กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ เวลาผ่านเร็วไม่รอใครนะ อิอิ

01.jpg