ทากันแดดผิวหน้ายังไง ไม่ให้อุดตัน | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปได้เลยจ้าา

01

ถ้าให้ก้อยเลือกสกินแคร์ตัวเดียว ตัวที่จำเป็นและสำคัญสุดๆ ในชีวิต นั่นก็คือครีมกันแดด!! ถ้าชีวิตนี้ไม่มีครีมกันแดด ปัญหาผิวหน้าต่างๆ ถามหาอย่างรวดเร็วแน่นอน!!

 

ก้อยเคยได้ยินมาตลอดว่าครีมกันแดดจะทำให้ผิวหน้าอุดตันจนเกิดเป็นสิว แต่จะไม่ทาก็ไม่ได้เนอะ แล้วจะต้องทายังไงไม่ให้ผิวอุดตันจนเกิดเป็นสิวล่ะ

02.jpg

ถามนิด!!! ทาครีมกันแดดแล้วล้างหน้าด้วย make up remover กันรึเปล่า!?? ฮั่นแน่!! บางคนคงคิดว่าครีมกันแดดคือสกินแคร์อย่างนึง ใช้แล้วไม่ต้องทำความสะอาดผิวหน้าก็ได้ แต่จริงๆ แล้วครีมกันแดดเค้ามีสารบางอย่างที่เคลือบผิวเรา จะช่วยปกป้องผิวเราจากรังสี UV ก้อยถือว่าเค้าเป็นสกินแคร์กึ่งเครื่องสำอางนะ ไม่ว่าจะเป็นกันแดดอย่างเดียว หรือตัวที่เป็นเบสเมคอัพ ช่วยปรับสภาพสีผิวไปในตัว เมื่อเราทาแล้วก็ต้องล้างออกด้วย makeup remover ใช้เพียงโฟมล้างหน้าอย่างเดียวไม่ได้นะจ้ะ

03.jpg

แล้วเลือกครีมกันแดดได้เหมาะกับสภาพผิวหน้ารึเปล่า?!? อย่างเช่นสาวผิวมันบางคนเลือกที่จะใช้กันแดดแบบซิลิโคน เพราะเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น แถมยังช่วยให้ผิวเนียน ลดเลือนพวกรูขุมขน ก้อยเองก็เคยเป็นเช่นนั้น เพราะเป็นคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง  และควบคุมความมันได้ดี ยอมรับค่ะว่าผลในระยะสั้นมันตอบแทนให้ผิวได้เลิศ แต่กลับส่งผลเสียในระยะยาว เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้ผิวหน้าเราอุดตันหนัก จนเกิดเป็นสิวตามมา เพราะฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงกันแดดเนื้อซิลิโคนกันดีกว่านะ

 

สาวผิวแห้ง ควรใช้กันแดดที่เป็นเนื้อครีม เพราะเค้ามักจะผสมพวกสารบำรุงต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเข้าไปด้วย

 

สาวผิวมัน ควรใช้กันแดดที่เนื้อบางเบา อย่างโลชั่น , เจล หรือเอสเซ้นต์ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์ค่อยข้างซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว

 

สำหรับตัวก้อยเองแล้ว ก้อยเลือกใช้กันแดดแบบสาวผิวมันค่ะ ถึงแม้ตัวเองจะเป็นคนผิวผสม แต่ก็ค่อนไปทางมัน แต่ชอบความเบาสบายผิว ไม่เหนอะหนะผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว สามารถแต่งหน้าต่อโดยที่เครื่องสำอางไม่เป็นคราบ ก็มีตัวนี้ที่ทดลองใช้อยู่ช่วงนี้แล้วรู้สึกว่า มันตอบโจทย์ดี04

Joliena Plus SPF50+ PA++++ เค้าเป็นครีมกันแดดที่เป็นเนื้อโลชั่น ที่ก้อยใช้แล้วสบายผิวมากๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะเนื้อออกไปทางกึ่งๆ เซรั่มเลย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้กลิ่นฉุนสารเคมีเลย หลังจากทาไปแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้โดยไม่กังวลเรื่องคราบเลย
หรือจะทาเป็นเบสก่อนลงเมคอัพก็ได้นะ

05.jpg

ก้อยว่ามันเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยนะ เพราะเค้ามีส่วนผสมของ Chamomile สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิว ผิวแพ้ง่าย ตัวนี้เค้าจะไปช่วยลดการระคายเคืองและลดการอักเสบของผิว  หรือสำหรับคนผิวแห้ง ก็จะมี Beet Root เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวทันที  ช่วยให้ผิวไม่ลอกไม่เป็นขุย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนผิวมัน เพราะมี Alpine Willowherb เข้าไปช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ลดปัญหาผิวต่างๆ ที่เกิดจากความมัน
Vitamin E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์กว่าวัย Kakadu plum ตัวนี้เป็นพืชที่มีวิตามินซี สู้งงงง ที่สุดในโลก จะช่วยปรับผิวของเราให้กระจ่างใสขึ้นระยะยาว และยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่มี Encapsulation Technology ที่ช่วยคงประสิทธิภาพ เก็บคุณค่าของสารสกัดต่างๆ ทำให้บำรุงฟื้นฟูผิวได้ดี

06.jpg

แต่ถึงแม้ว่าเราจะเลือกครีมกันแดดได้เหมาะสมกับสภาพผิว หรือเนื้อบางเบาแค่ไหน แต่ถ้าล้างหน้าไม่สะอาดเช่นเดิม ก็เกิดสิวอุดตันได้ง่ายๆ เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นนอกจากจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่ช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิวแล้ว ก็ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งที่ใช้ครีมกันแดดด้วยนะ

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากลองใช้ครีมกันแดด Joliena Plus SPF50+ PA++++ ตอนนี้เค้ามีขายแต่ในออนไลน์เท่านั้นนะคะ
ลองแอบไปส่องข้อมูลหรือโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจของเค้าได้เลยค่ะ

 

สำหรับวันนี้ก้อยขอตัวไปก่อนน้าาา  ไว้คราวหน้ามีไอเทมตัวไหนเด็ดๆจะมาบอกต่อเพื่อนๆกันค่า
บายยยย

01.jpg

 

ครีมกันแดดแบบซองที่ใช้อยู่ อันไหนเวิร์คไม่เวิร์ค มาดู !! | KoiOnusa

01.jpg

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ก้อยใช้ครีมกันแดดแบบซองมาโดยตลอด ใช้แล้วรู้สึกถูกกับหน้า พกไปต่างจังหวัดง่าย (ก้อยไปต่างจังหวัดบ่อย) และที่สำคัญเนื้อค่อนข้างบางเบาเกลี่ยง่าย วันนี้ก้อยจะรีวิวเปรียบเทียบให้ฟัง 3 ตัว ที่ก้อยกำลังเปิดใช้อยู่ในตอนนี้

02.png

ก่อนหน้านี้ก้อยใช้ของ Smooto อยู่ด้วยนะ เพียงแต่ว่าใช้จนหมดแล้ว จะซื้อใหม่ก็รู้สึกว่า แกร๊!!! แกต้องใช้ที่เหลือนี่ให้หมดก่อนมั้ย!!?? ฮ่า ก็จริง แต่ก่อนที่จะใช้หมด ขอมารีวิวให้ฟังหน่อย

03.png

Nivea Sun Protect & White SPF50+ PA+++ (ราคา 25 บาท)

04.png

ครีมซองนีเวีย เนื้อของเค้าคล้ายๆ เป็นเนื้อครีมกึ่งเซรั่มสีชมพู เกลี่ยง่าย ทาผิวแล้วไม่รู้สึกว่าผิวขาว ผิววอก หรือหน้าลอยเลย ก้อยใช้ทาก่อนแต่งหน้าแล้วเมคอัพไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบ ช่วยให้ผิวดูใสขึ้นสเต็ปนึง ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ให้ผิวที่ดูวาวๆ

05.png

Mistine Aqua Base Sun UV SPF50 PA+++ (ราคา 39 บาท)

06.png

ตัวนี้เป็นกันแดดสูตรน้ำแร่ฝรั่งเศส เป็นเนื้อครีมกึ่งเซรั่ม เนื้อค่อนข้างแมตต์ เนื้ออาจจะหนืดกว่า Nivea อยู่นิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ แต่เกลี่ยง่ายเช่นเดียวกัน ทาแล้วรู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำให้หน้าลอย หน้าวอก ใช้ทาก่อนแต่งหน้าแล้วเมคอัพไม่เป็นคราบเช่นกัน เพราะเนื้อค่อนข้างซึมไว

07.png

Cathy Doll Invisible Sun Protection SPF33 PA+++ (ราคา 20 บาท)

08.png

กันแดดตัวนี้ เนื้อต่างจากตัวอื่น เนื้อของเค้าเป็นเนื้อน้ำเหลวๆ เลย เกลี่ยง่ายที่สุด เพราะเนื้อเค้าเป็นเนื้อน้ำ แต่ต้องระวังไม่ใช้กับสกินแคร์บางตัวที่เนื้อค่อนข้างหนัก เพราะจะทำให้หน้าเป็นคราบ เป็นขุ่ยสีขาว ทำให้แต่งหน้าไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าก้อยชอบเนื้อของเค้านะ เนื้อน้ำๆ แบบนี้รู้สึกสบายผิวดี แต่แอบเปลืองอยู่ เพราะต้องใช้ในปริมาณมาก และข้อเสียอีกอย่างคือ เค้าไม่มีฝาปิดมาให้เหมือนตัวอื่นๆ ทำให้ต้องเร่งใช้ตัวนี้ให้หมดไวไว เพราะเก็บยาก กลัวหกหมดเดี๋ยวอดใช้ ฮ่า เค้าจะให้งานผิวแบบวาวๆ ฉ่ำน้ำๆ

09.png

เราทำการพิสูจน์ประสิทธิภาพในการกันแดดให้ดู แผ่นนี้เป็นแผ่นดูดซับแสงแดด เดิมจะเป็นสีเหลือง และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู หากในส่วนนั้นไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้แล้ว ก้อยวางทิ้งไว้กลางแดดจัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ดูสีที่เปลี่ยนไปจะเห็นได้ชัดเลย ในส่วนที่ก้อยไม่ได้ทากันแดด มันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเพราะมันไม่มีสารใดๆ ช่วยป้องกันแสงแดดเลย แต่ในส่วนที่ก้อยทากันแดดไว้ 3 ตัวนี้ เราสามารถเห็นสีที่เปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน ตัวที่สามารถป้องกันแสงแดดได้ดีที่สุดคือ Cathy Doll รองลงมาคือ Mistine และตัวที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้น้อยสุดคือ Nivea

ก้อยขอสรุปให้ฟังอีกทีนะ แบบเรียงลำดับตามหัวข้อต่างๆ

ความสามารถในการปกป้องผิวจากแสงแดด
Cathy Doll > Mistine > Nivea

ความเกลี่ยง่าย
Cathy Doll > Nivea > Mistine

แพ็กเกจ
Mistine = Nivea > Cathy Doll

10.png

โดยสรุป ถ้าให้เลือกใช้ในบรรดากันแดด 3 ตัวนี้ ก้อยเลือก Mistine นะ เนื่องด้วยเป็นกันแดดที่ช่วยปกป้องแสงแดดได้ดีในระดับนึงหากเราทาทั่วหน้าดีๆ และเนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย ถึงเนื้อจะข้นกว่าตัวอื่นๆ ใน 3 ตัว แต่เนื้อยังบางเบา เบาสบายผิว ไม่ทำให้หน้าเป็นคราบ ชอบที่เป็นเนื้อแมตต์ ในขณะที่ตัวอื่นเป็นเนื้อวาวๆ และแพ็กเกจมีฝาปิด เก็บง่าย พกพาสะดวก ไว้มีโอกาสจะมารีวิวกันแดดซองตัวอื่นๆ เพิ่มเติมอีกนะ นี่ติดใจกันแดดซองจริงจัง

แค่ลองเล่น แต่ปลื้มจริง แป้งเนียนกริบ เบลอรูขุมขนเลิศมากกกก | KoiOnusa

แป้งเชอร์ริสม่า (Sherisma)  เป็นแป้งผสมรองพื้นที่น่าสนใจอีกตัวนึง เนื่องจากมีพี่เบลล่าเป็น Presenter ป๊าดดด!! ไม่ใช่!!! เอาจริงๆ พี่เบลล่าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจให้เราสนใจในตัวสินค้า แต่ถ้าคุณภาพไม่ผ่านละก็ ปากต่อปากเค้าก็พูดต่อๆ กันไปได้ จริงมั้ย

ก้อยได้มาทดลองใช้แบบไม่คาดหวังอะไร แต่พอได้ลองใช้แล้วแอบติดใจ ใช้บ่อยจนตอนนี้ฮิตแพนแล้วนะ ใกล้จะหมดแล้วหละ ถึงได้กล้ามารีวิวในความดีงามของมันวันนี้

แป้งตัวนี้ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยเพราะมี SPF30 และนอกจากจะช่วยปกป้องผืวเราจาก UVA, UVB แล้วเค้ายังช่วยปกป้องผิวเราจาก Blue light หรือแสงจากจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วยนะ ไฮเทคสุดๆ  

แป้งของเค้ามีทั้งหมด 3 สี
01 เหมาะกับคนผิวขาวอมชมพู
02 เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง
03 เหมาะกับคนผิวสองสี สาวไทยน่าจะชอบเลยแหละ

เนื้อแป้งของเค้าค่อนข้างเบาบางมาก เป็นเนื้อฝุ่นๆ ไม่หนาหนักเหมือนแป้งผสมรองพื้นทั่วๆ ไปที่ก้อยเคยได้ลองใช้มาหลากหลายแบรนด์ นี่ยังแอบงงว่า มันจะสามารถปกปิดได้จริงมั้ย เนื้อเบาขนาดนี้

มาดูพัฟของเค้าก่อนนะ พัฟของเค้าเนื้อแน่นนุ่มเชียวหละ ขนาดจับได้ถนัดมือ

ถ้าถามเรื่องการกันน้ำ ก้อยหยอดน้ำลงไป กลิ้งไปกลิ้งมา น้ำก็ไม่ซึมลงเข้าไปในเนื้อแป้งเลย ดูแล้วเวิร์ค!!!

เรามาดูความปกปิดของมันกัน จะเห็นว่าแป้งค่อนข้างปกปิดรอยดำรอยแดงได้ดีทีเดียวนะ โดยเฉพาะรอยแดงนี่แทบจะหายกลืนไปกับผิวเลยและ พอใช้น้ำเทลงไป แล้วซับน้ำออก แป้งก็ยังสามารถปกปิดได้ดีอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอลองใช้กับผิวหน้า ก็จะเห็นว่ามันสามารถปกปิดรอยต่างๆ ของก้อยได้ดีเชียว รู้สึกเหมือนผิวถูกเบลอ แป้งช่วยเบลอรูขุมขนและรอยดำรอยแดงๆ ต่างๆ เหมือนใช้ Filter เลย

ลองใช้ทั่วหน้า เห็นภาพ Before กับ After มั้ยจ้ะ แตกต่างกันชัดเจน นี่ไม่ได้ใช้อะไรก่อนเลยนะ ใช้แป้งเดี่ยวๆ ไม่มีคอลซีลเลอร์ใดๆ ปกปิดเลย ก้อยใช้เบอร์ 01 นะ รู้สึกค่อนข้างพอดีกับผิว เพราะ 02 ใช้แล้วรู้สึกหน้าเหลืองไปหน่อย เหมือนเป็นดีซ่าน ฮ่า แต่ก้อยเป็นคนขาว คนส่วนใหญ่เค้าใช้เบอร์ 02 กันนะ

ก้อยทาแป้งทั้งวัน 6-8 ชั่วโมงออกไปนอกบ้าน หน้าไม่เยิ้มเลยทุกคน รู้สึกหน้าเบาสบาย ด้วยความที่เนื้อแป้งของเค้าเบาบางจริงๆ มันไม่ทำให้ก้อยหนักหน้าตั้งแต่เริ่มใช้ จนตลอดทั้งวันก็ยังรู้สึกสบายผิวหน้าอยู่ มีความมันบ้าง แต่ใช้กระดาษซับมันแค่แผ่นเดียวก็ขจัดความมันออกไปได้หมดแล้ว

แต่ที่ก้อยชอบที่สุดคือ เวลาแต่งหน้าเสร็จแล้ว สังเกตุตัวเองตลอดทั้งวัน รู้สึกหน้าผ่อง หน้าเด้ง หน้ากระจ่างใส ไม่รู้คิดไปเองมั้ย แต่ก้อยรู้สึกแบบนั้นจริงๆ อันนี้ชอบจริงๆ นะ ไม่ได้โม้เลย แต่สำหรับคนที่ต้องการปกปิดขั้นหนักหน่วง ไปงานราตรีหรือออกแดดจริงจัง อาจจะไม่เหมาะที่จะใช้ตัวนี้นะ ก้อยว่าแป้งตัวนี้เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า แบบ Everyday Look เพราะเนื้อเบาบาง สบายผิวหน้า ช่วยคุมความมันได้ดีระดับนึง ไม่ได้ให้การปกปิดที่หน้าแน่นมาก แต่ช่วยให้ผิวหน้าดูดี เบลอรูขุมขนและจุดด่างดำไปได้เยอะ หน้าเนียน และดูผ่อง สีไม่ดรอประหว่างวันด้วยนะ คิดว่าน่าจะมีตลับที่ 2 3 4 5 6 แน่ๆ เลย ชอบความเบาสบายแบบนี้จริงๆ

01

**กดติดตามกันได้ที่**

Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa

Youtube : https://www.youtube.com/user/gukoiiz

Blog : https://koionusa.com

IG : http://www.instagram.com/gukoiiz

Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

Review | KA กันแดดในตำนาน ผ่านไปกี่ยุคก็ฆ่าไม่ตาย | KoiOnusa

01.jpg

เมืองไทยเป็นเมืองที่สภาพอากาศร้อนมาก แดดแรงแสบผิวสุดๆ บอกไว้เลยว่าใครไม่ทากันแดดที่ใบหน้า รับรองว่ากระเอย ฝ้าเอย ดีไม่ดีมะเร็งผิวหนังถามหาแน่นอน

ครีมกันแดดที่ก้อยเคยใช้มานานมากตั้งแต่สมัยเรียน แล้วรู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันก็ดีนะ ทำไมเราไม่ลองกลับไปใช้มันใหม่อีกทีคือ KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ราคาก็ถูกแสนถูก หาซื้อง่าย เห็นตามท้องตลาดอยู่บ่อยๆ เป็นครีมกันแดดที่เห็นบ่อยจนชินตา ประมาณว่าผ่านไปกี่ปีๆ ก็ฆ่าเจ้าตัวนี้ไม่ตาย วันนี้เลยลองหยิบมาใช้อีกที มาทดลองประสิทธิภาพของมันอีกครั้ง

02.jpg

ถ้าให้พูดตามตรง ลักษณะภายนอก ภาพรวมของแพ็กเกจค่อนข้างเรียบง่าย ก้ำกึ่งว่าจะเรียบง่ายหรือจะเชยก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็ดูสะอาดสะอ้านดีนะ ใช้สีขาว-ส้มเป็นแพ็กเกจแบบนี้มาโดยตลอด จึงทำให้ภาพลักษณ์ของเค้าเป็นที่น่าจดจำ จำได้ง่าย เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของ KA

03.jpg

สูตรนี้แบรนด์เคลมว่า “เนียน นุ่ม กระจ่างใส” สมชื่อคำว่า Whitening ของเค้านั่นแหละ มี Polysilk ช่วยกระจายแสง สะท้อนแสงจากแสงแดด ทำให้ผิวเราดูเรียบเนียน กระจ่างใส มี Vitamin E ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น และยังช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยยากขึ้น และยังมี Vitamin B3 ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยทำให้ผิวหน้าของเราค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ที่ก้อยเลือกใช้กันแดดตัวนี้เพราะหลักๆ แล้วเค้าไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงไม่ทำให้เราผิวแห้ง และไม่ใช้ซิลิโคนชนิดอุดตัน จึงมั่นใจได้ว่าทำให้เกิดสิวอุดตันยาก

04.jpg

05.jpg

เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นเนื้อครีมสีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อครีมค่อนข้างข้น

06.jpg

ทาผิวหน้าแล้วต้องรีบเกลี่ย แห้งไม่ไวเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาซักพักนึง ถึงจะซึมเข้าผิวหน้า ทาแล้วรู้สึกหน้านุ่มชุ่มชื่น และให้ผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น แต่งหน้าทั้งวันเมค อัพไม่ไหล ไม่เป็นคราบให้รบกวนใจ

07.jpg

เมื่อทาลงไปกับผิวหน้าแล้ว จะเห็นได้ว่าฝั่งซ้ายของก้อย ครีมกันแดดปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นตามคำเคลมของเค้าจริงๆ (ฝั่งขวายังไม่ได้ทา)

08.jpg

และสิ่งสุดท้ายหัวใจหลักที่ก้อยชอบเจ้า KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ เพราะมันสามารถกันแดดได้ดีมากๆ เราไปลองพิสูจน์กัน

ก้อยจะใช้เจ้าแผ่นทดลองประสิทธิภาพกันแดดที่ก้อยแอบซื้อมานานนม แต่ยังใช้งานได้ดีมาทดสอบประสิทธิภาพของเค้าดูนะ ก้อยจะใช้เวลาในการทดสอบ 30 นาที ดูว่าครีมกันแดดตัวนี้จะช่วยกันแดดได้ดีแค่ไหน เจ้าตัวนี้สีปกติของเค้าจะเป็นสีเหลือง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีเนื้อ แปลว่าประสิทธิภาพกันแดดเริ่มลดลง ให้เริ่มทากันแดดซ้ำได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อไหร่ ต้องรีบเลี่ยงแสงแดดแล้วหละ ครีมกันแดดหมดประสิทธิภาพในการปกป้องผิวเราจากแสงแดดแล้ว

09.jpg

ด้านล่างคือแผ่นที่ก้อยทากันแดด KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ไว้

ส่วนด้านบนคือแผ่นทดสอบเปล่าๆ ไม่ทาอะไรเลย

10.jpg

เห็นผลลัพธ์มั้ยคะ ว่าแผ่นที่ก้อยทากันแดดของ KA นั้นยังเหลืองอยู่ นั่นแปลว่าเจ้าครีมกันแดดตัวนี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวเราจากแสงแดดได้ดีมากเชียวหละ

11.jpg

นี่ก็เป็นครีมกันแดดในตำนาน ที่ก้อยเห็นว่าเป็นอีกสิ่งนึงที่น่าเลือกใช้ ผ่านไปกี่ปีๆ ก็ฆ่าไม่ตาย ด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ก้อยพิสูจน์ให้เห็นกันด้วยตา และราคาค่อนข้างเป็นกันเอง (15 กรัม 85 บาท) ทำให้เจ้าครีมกันแดด KA UV PROTECTION WHITENING CREAM SPF50 PA+++ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มองหากันแดดดีๆ ราคาเอื้อมถึงง่าย กระซิบนิดนึงว่า 7-11 ก็มีขายนะ

12.jpg

01.jpg