ผมยาว ๆ ต้องดูแลให้ดี เริ่มต้นด้วยการเลือกแชมพูที่ใช่ ใช้แล้วชอบก่อนเลย | KoiOnusa

นี่เป็นคนไว้ผมยาว และชอบผมยาวๆ ของตัวเองมาก แต่ก็ตามมาด้วยการที่เราต้องสระผมบ่อย ใช้แชมพูอย่างเปลือง!! หลังจากที่แชมพูของตัวเองหมด เราก็ได้ไปหยิบยืมแชมพูของน้องสาวพักใหญ่ๆ จนรู้สึกว่ามันไม่เข้ากับสภาพหนังศีรษะของเราเลย หนังศีรษะแห้งจนมีรังแค แถมหัวฟูหลังสระผมอีก ที่สำคัญคือเป็นสิวอุดตันบริเวณหน้าผากเยอะขึ้นมาเฉยๆ!! แชมพูมันคงดีกับน้องแหละนะ แต่มันไม่ดีกับช้านนน แอบสังเกตว่ามันเป็นแชมพูที่ซื้อใน Watsons ตอนโปรฯ ซื้อชิ้นที่ 2 จ่ายแค่ 1 บาท หื้อออออ ของถูกไม่ได้ดีกับผมและสภาพหนังศีรษะของคนทุกคน!!!
นี่เลยลองดูพวกแชมพูที่อยู่ใน Tops มาเล่นๆ อยากได้แชมพูที่มันธรรมชาติๆ หน่อย มาช่วยบำบัดอาการสิว ลดพวกสะเก็ดสีขาวๆ บนหนังศีรษะ ซึ่งเราไม่ปักใจเชื่อหรอกว่าเราเป็นรังแค!! แค่มันทำให้หนังศีรษะเราแห้งชั่วคราวมากกว่า ตัวที่ก้อยหยิบมาใช้แทนก็คือตัวนี้แหละ Kyren Moisture Nature Shampoo กับ Kyren Moosture Nature Treatment ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ตอนแรกว่าจะเอาแชมพูอย่างเดียว นี่สองจิตสองใจว่าควรเอาไปคู่กันมั้ย สุดท้ายก็รู้สึกว่า ของเค้ามาคู่กันอ่ะ เค้าน่าจะมีพวกส่วนผสมหรือสารบำรุงอะไรที่มันเกื้อหนุนกัน เลยจัดมาอย่างละขวดเบาๆ >.<
มาดูที่แชมพูกันก่อน ยกมาอ่านสรรพคุณหลังขวดแล้วจะร้องไห้ มันมีส่วนผสมเลิศร๋อ?? เปล่า มันเป็นภาษาเกาหลีหมดเลย อ่านไม่ออก 5555+ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากประเทศเกาหลี ส่งตรงมาขายเมืองไทย เค้าไม่มีสารเคมีผสมเลยนะ มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เป็นสารสกัดจากธรรมชาติมากถึง 30 ชนิด เหมาะกับคนที่หนังศีรษะแพ้ง่าย และมีปัญหาผมขาดหลุดร่วง ผมแห้งเสีย ผมแตกปลาย เพราะเค้ามีโปรตีนเคราตินที่ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง

เนื้อของเค้าเป็นเนื้อสีใสๆ เลย กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อเหลว แต่มีความหนืดอยู่พอประมาณ
มีฟองเล็กน้อย ไม่เยอะมาก เวลาสระผมแล้วรู้สึกเย็นหนังศีรษะนิดๆ หอมกลิ่นมิ้นต์อยู่หน่อยๆ รู้สึกสบายหนังศีรษะมากๆ ด้วยความเย็นเบาๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น พอล้างแชมพูออก ผมสะอาดมากเลย ไม่รู้สึกถึงความลื่นหรือแชมพูค้างสะสมเลย

ต่อมาที่ทรีตเม้นท์ นี่ก็ไม่มีภาษาไทยเหมือนกันแหละ เค้ามีส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เหมือนกัน ไม่มีสารเคมี ใช้คู่กันกับแชมพูจะเลิศมาก ในเมื่อใช้แชมพูสูตรไม่มีสารเคมีแล้ว ก้อยเลยใช้ครีมนวดสูตรไม่มีสารเคมีไปด้วยเลย

ครีมนวดตัวนี้เนื้อของเค้าจะเป็นเนื้อครีมข้นๆ บีบออกมาจากขวดนึกว่ายาสีฟัน เนื้อขาวๆ ไหลออกมาเป็นเส้นๆ เหมือนยาสีฟันเลย แต่เนื้อเค้าไม่เหลวขนาดยาสีฟันนะ ยังมีความข้นๆ ขุ่นๆ จับกลุ่มกันเป็นก้อนอยู่
กลิ่นหอมอ่อนมากๆ เนื้อนุ่มๆ ไม่มีฟอง ก้อยใช้หมักผมบริเวณกึ่งกลางผมจนถึงปลายผม บางทีก็เผลอหมักตรงโคนผมด้วย แต่ไม่ได้กังวลอะไร เพราะมันเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% คิดเองว่าคงไม่อุดตันรูขุมขนของเส้นผม ตัวนี้ก้อยหมักผมทิ้งไว้ 5 นาทีเลยนะ แล้วค่อยล้างออก มันช่วยให้ผมนิ่มขึ้นมาระดับนึง และเป็นครีมนวดที่ล้างออกง่ายมาก ไม่เหมือนครีมนวดหลายๆ ตัวในตลาดที่ก้อยได้ลองใช้มา

นี่คือหนังศีรษะที่ก้อยเคยถ่ายรูปไว้ตอนแพ้แชมพูของน้องสาว กับหนังศีรษะตอนนี้ เปลี่ยนแปลงไปเยอะ และต่อไปนี้จะไม่หันกลับไปใช้แชมพูยี่ห้อนั้นอีก รู้แล้วว่าแพ้ยี่ห้อนี้จริงๆ เพราะนี่เป็นการใช้ครั้งที่ 3 แล้ว เกิดปัญหาเดิมทุกที >.<
นี่เป็นคนรักผมมากนะ เพราะเกิดมามีผมหนา ผมเยอะ โชคดีที่อาจไม่มีปัญหาผมร่วงมากเท่าไหร่ หรืออายุมากขึ้นก็คงไม่ได้กังวลในจุดนี้มาก แต่ก็ต้องหมั่นดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะของเราเช่นกัน จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหากันที่ปลายเหตุเนอะ

ลองคุชชั่นใหม่ Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte แบบอากาศร้อนชื้น รอดหรือไม่!! | KoiOnusa

มาลองของใหม่อีกแล้วล่ะ หลังจากที่เคยใช้ตัว BB ของ Cute Press ไปครั้งก่อน ก้อยก็ยังคงใช้อยู่ แต่อยากลองหันมาใช้ตัวคุชชั่นของเค้าบ้าง เพราะเค้าเพิ่งออกใหม่ ดูน่าสนใจดี บางทีก็ชอบใช้คุชชั่นแต่งหน้าเพราะก้อยรู้สึกว่าสะดวก รวดเร็วกว่าการทารองพื้นหรือ BB Cream มีพัฟมาให้พร้อม ไม่ต้องคิดว่าจะใช้มือ ใช้แปรง หรือใช้ฟองน้ำเกลี่ยดี

ขอพูดถึงเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Cushion Foundation SPF 50+ PA+++ คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press แบรนด์ไทยที่ก้อยว่าหลังๆ เค้าทำคุณภาพและอิมเมจแบรนด์ได้น่าสนใจมาก ดูแค่แพ็กเกจตัวนี้ก็รู้สึกอยากหยิบมาใช้แล้ว สีสันน่ารัก ตลับแข็งแรง

เปิดตลับมาด้านในจะเป็นแบบนี้ เจอพัฟสีขาว 1 ชิ้น

พัฟเค้าไม่บางไม่หนา เนื้อสัมผัสนุ่ม แตะเนื้อคุชชั่นขึ้นมาได้ดีเลยล่ะ

ส่วนด้านในเนื้อคุชชั่นก็จะเป็นคุชชั่นที่อยู่ในฟองน้ำแบบนี้

ที่สำคัญ มีรีฟีลมาให้ด้วยนะ 1 ชิ้น แฮปปี้มากกกกกก

คุชชั่นรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สีนะ เบอร์ 01 Light Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาว เบอร์ 02 Sand Beige เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลืองหรือโทนผิวสีกลางๆ แบบคนเอเชีย และเบอร์ 03 Medium Beige สำหรับคนผิวเข้มขึ้นมาหน่อย เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น เบา ไม่หนักผิว

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชื่อรุ่นของเจ้าคุชชั่นตัวนี้คือ  “1-2 Beautiful Airy Matte” ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cute Press จะเห็นได้ว่าชื่อจะเหมือนกันกับเจ้ารองพื้น 1-2 Beautiful Airy Matte” แต่บอกให้รู้เลยว่า เบอร์สีของรองพื้นกับของคุชชั่นเค้าไม่ตรงกันซะทีเดียวนะ

คุชชั่นเบอร์ 01 Light Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 02 Light Beige
คุชชั่นเบอร์ 02 Sand Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 03 Sand Beige
คุชชั่นเบอร์ 03 Medium Beige จะตรงกับรองพื้นเบอร์ 04 Medium Beige
หรือพูดง่ายๆ ว่าให้ดูตรงชื่อสี จะได้เลือกสีได้ตรงกับสีผิวของตัวเรา

ตัวนี้เค้าเป็นคุชชั่นเนื้อแมทท์ ที่ให้การปกปิดดีพอสมควรเลย ถึงจะเป็นเนื้อแมทท์ แต่ไม่ได้รู้สึกหนักผิว รู้สึกสบายผิว ผิวได้หายใจ

ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้าด้วยคุชชั่นตัวนี้ก็จะประมาณนี้แหละ วันนี้มีไปอยุธยาด้วย พาไปทดสอบประสิทธิภาพกลางแดดร้อนๆ ที่อยุธยากัน

ที่อยุธยาวันที่ก้อยไป ทั้งร้อน ทั้งฝนตกชื้นๆ ถ่ายให้ดูหน้าตอนเวลาประมาณ 15.30 น. ผ่านมาประมาณ 7-8 ชั่วโมง (แต่งหน้าตอน 8 โมงเช้า) ความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าน้อยมากเลย แต่แอบมีคราบเล็กๆ บริเวณร่องจมูกและรูขุมขนตรงสันจมูกเชื่อมกลางหน้าผากเล็กๆ และบริเวณหน้าผาก แต่โดยรวมผิวก็ยังดูโอเคอยู่นะคะ

ต้องบอกว่า 8 ชั่วโมงกับอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดเวลาที่อยุธยา แล้วเมคอัพยังแน่นเบอร์นี้ ก็ถือว่าเก๋แล้วนะ  ชอบที่มันคุมมันดี และให้ความรู้สึกสบายผิวนี่แหละ ใครสนใจอยากลองใช้ก็แนะนำให้ไปลองเล่นที่ช็อปเทียบสีผิวดูนะจ๊ะ

รีวิวยาสีฟันญี่ปุ่น แบรนด์ไหนสุโก้ย ใช้แล้วฟิน อินกับปากและฟันที่สุด | KoiOnusa

ไม่รู้ว่ามีใครสังเกตได้แบบก้อยมั้ย ว่าเราอายุมากขี้นๆ เราจะเริ่มมีกลิ่นปาก อย่างก้อยเองก็โดนแฟนทักเรื่องกลิ่นปากมา เป็นคนไม่มีกลิ่นตัว แต่มีกลิ่นปากตอนโตเฉยเลย ทั้งๆ ที่ช่วงแรกๆ ที่คบกันแฟนไม่เคยบอกว่าเรามีกลิ่นปาก นี่เลยคิดไปคิดมาว่าเกิดจากอะไร ปกติก้อยก็แปรงฟันทุกวันนะ!! ถึงแม้จะลืมบ้างบางคืน เย้ยยย!!! เหมือนจะพูดเล่น แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แหละ เขินนนน 5555+

นี่เราเลยไปหาสำรวจตัวเองมาว่าทำไมถึงมีกลิ่นปาก ผลปรากฏว่า จริงๆ มันเป็นเรื่องของอายุ!! คนเรายิ่งอายุมากขึ้น อย่างก้อยเองอายุ 32 ปีแล้ว ต่อมผลิตน้ำลายจะผลิตน้ำลายได้น้อยลงเมื่อเราไม่ขยับปากนานๆ เฮ้ยยย มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ซึ่งมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแบคทีเรีย คราบต่างๆ รวมทั้งปัญหาต่างๆ ในช่องปากของเรา >.<“


แฟนก้อยเองบินไปมาญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะเป็นไกด์ นางก็ชอบซื้อของแปลกๆ มาให้ลอง นี่ก็เป็นช่วงลองยาสีฟันครับท่านผู้ชม!!! เพราะปัญหากลิ่นปากมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ก้อยเลยอยากรีวิวยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ ที่ก้อยได้ลองใช้


Apagade Smokin Stain-Care Type

สูตรนี้เป็นสูตรขจัดคราบฟัน เพราะมีส่วนผสมของโปรตีนจากไข่มุก ช่วยให้ฟันสะอาด ห่างไกลจากฟันผุ มีแร่ Hydroxyapatite ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูฟันให้แข็งแรง

ยาสีฟันตัวนี้เป็นสีขาว ก้อยรู้สึกว่าเนื้อสัมผัสของมันค่อนข้างสาก คล้ายๆ ยาสีฟันดอกบัวคู่ของไทย แต่กลิ่นหอมสดชื่นกว่า มีความเย็นไม่มาก ใครไม่ชอบยาสีฟันเย็นจัดๆ เอาแต่เย็นหอมปากหอมคอ ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ ฟองเยอะพอสมควร แต่ที่ไม่ชอบคือ แปรงแล้วรู้สึกสากๆ ลิ้นแค่นั้นเอง


Ora2 Premium Stainclear Dental Paste A1 Aromatic Mint Type

ยาสีฟันตัวนี้เป็นสูตรมิ้นต์ ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นให้กับช่องปากเช่นกัน มีสาร Sodium Monofluorophosphate ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันฟันผุ สารนี้จะเคลือบฟันไว้เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย

ยาสีฟันสูตรนี้เนื้อของเค้าจะเป็นสีขาวเช่นกัน แต่อันนี้เหมือนจะมีเม็ดอะไรไม่แน่ใจเล็กๆ ภายใน หรือเนื้อสัมผัสไม่ค่อยเนียน ไม่ละเอียดเท่ายี่ห้อแรก ก้อยแปรงฟันแล้วรู้สึกว่าเค้าให้รสหวานนำมาเลย เย็นจัดเลยล่ะ ซึ่งเอาจริงๆ ก้อยชอบความเย็นแบบนี้นะ แต่ไม่ค่อยชอบยาสีฟันที่หวานมากเท่าไหร่


PureOra Oral Care สูตร Strong Mint 

ยาสีฟันเพียวออร่าเค้ามี 3 สูตร แฟนรู้ใจว่าเราชอบความเย็น ชอบอะไรที่เป็นมิ้นต์ แฟนเลยเลือกสูตร strong mint มา ตัวนี้เค้าจะเด่นๆ เรื่องมีส่วนผสมของ Erythritol เป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ เป็นสารให้ความหวานแต่ไม่มีแคลอรี่ แบคทีเรียในช่องปากจะมาย่อยสารนี้ไม่ได้ จึงไม่ทำให้ฟันพุ และช่วยสลายพวกคราบเหนียวอันเป็นบ่อเกิดของกลิ่นปากอีกด้วย

ยาสีฟันสูตรนี้เป็นเนื้อสีขาวเช่นกัน แต่เด่นเรื่องกลิ่นมาก่อนเลย แปรงฟันแล้วเหมือนอมลูกอมที่หอมสดชื่นๆ แปรงฟันเสร็จแล้วรู้สึกสะอาด โล่ง สบายและเย็นสดชื่นมาก ตื่นเช้ามารู้สึกเลยว่าไม่มีกลิ่นปาก แถมระหว่างวันไม่ต้องหาหมากฝรั่งมาเคี้ยวเพื่อดับกลิ่นปากต่อ อันนี้แฟนเฟิร์มมาว่ากลิ่นปากหายนานสุดจริงๆ ทำให้มั่นใจและแฟนก็ไม่ทักเรื่องกลิ่นปากอีกแล้ว นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าผิวหน้าฟันสะอาดลื่นๆ ไม่มีคราบสากๆ บนผิวฟันอีกด้วย

สรุปสุดท้ายถามว่าเราปลื้มยี่ห้อไหนสุด แบบหันหน้ามาลองถามแฟนดูด้วยว่าใจตรงกันมั้ย คือเราชอบตัวที่ 3 เหมือนกัน คือของ PureOra Oral Care สูตร Strong Mint ก้อยและแฟนชอบกลิ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย และให้ความเย็นสดชื่น แต่ไม่แสบปากนะ รู้สึกโล่งและสบายช่องปากยาวนานดี แถมหลอดใหญ่เบิ้ม ใช้ทีละนิดก็เย็นปากมากแล้ว ดูใช้ได้นานคุ้มค่าดี

ก็ประมาณนี้แหละจ้ะ สำหรับยาสีฟันแบรนด์ญี่ปุ่นที่ก้อยอยากหยิบมาใช้ตลอดๆ แบบไม่อยากลืมแปรงฟันอีก 55555+ ถ้าใครอยากใช้ พวกห้างญี่ปุ่นในไทยเค้าก็มีขายแล้วนะ ที่พวกห้างดองกี้ ซูรูฮะ สซึโมะโตะ Cosme ค่ะ

Everyday Look กับไอเทมฮุก ๆ ที่แนะนำว่าควรมี! (รวมเมคอัพงานผิว ที่ได้ทั้งแต่งหน้า และบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน เปิดกรุไอเทมงานผิวมงลงเลยจ้ะ) | KoiOnusa

ดูแบบคลิปก็ได้นะ
ไหนๆ ใครชอบเมคอัพงานผิวๆ บ้าง ก้อยเป็นคนนึงที่ชอบไอเทมงานผิว เพราะมันสามารถใช้ได้ในทุกวัน ใน Everyday Look โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักผิว ที่สำคัญคือใช้ง่าย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แล้วถ้ายิ่งเมคอัพชิ้นนั้นมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันแล้วด้วยหละ ยิ่งช่วยให้ผิวสวยมงลงกันเลยทีเดียว
นี่เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวที่ก้อยหยิบใช้ในช่วงนี้บ่อยๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเนอะ มีทั้งไอเทมเก่าๆ ที่มีมานาน และไอเทมใหม่ๆ ที่แบรนด์เค้าเพิ่งวางขายซักระยะนึง พอใช้แล้วมันปลื้มมมม เลยหยิบใช้กันบ่อยเลยช่วงนี้
ก้อยขอแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ นะ
ต้องบอกว่า Primer ตัวหลักๆ ที่ก้อยใช้จะมี 2 ตัวนี้ ซึ่งให้ Finish ของผิวหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum
เจ้าตัวนี้นับว่าเป็นเซรั่มที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นมากๆ ก่อนแต่งหน้า เนื้อเค้าจะเป็นน้ำและน้ำมันแยกออกจากกัน แต่เนื้อซึมไวนะ คนผิวมันก็ใช้ได้ไม่ต้องกังวล เพราะมันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิว

เมื่อทาลงบนผิวจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูอิ่มเอิบ และ Glow ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเค้ามี Argan Oil ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที นอกจากจะเป็น Primer ที่ช่วยให้ Finish Look ของการแต่งหน้าเป็นผิวแบบโกลว์แล้ว เค้ายังมี Vegan Marine Plant Collagen ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้ผิวแลดูกระชับดูอ่อนเยาว์ มี Marine Plant Extracts  ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและนุ่มขึ้น และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย

ดูจากรูปจะเห็นได้เลยว่าผิวก้อยดู Glow และชุ่มชื่นขึ้นทันทีจริงๆ ที่ใช้
YSL Instant Matte Pore Refiner
Primer ตัวนี้จะช่วยทำให้ผิวแมตต์เลย สำหรับคนที่ไม่ชอบผิว Glow ต้องการผิวแมตต์ขั้นสูดสุง ตัวนี้ตอบโจทย์นะ และมันช่วยเบลอรูขุมขนได้ในระดับนึง ที่ไม่ได้ช่วยเบลอระดับสุดนั้นเพราะเค้าไม่มีซิลิโคนนะ จึงไม่ทำให้อุดตัน
แต่ที่ก้อยชอบมากๆ ก็เพราะ Primer ตัวนี้มันทำให้เครื่องสำอางก้อยติดทนนานตลอดทั้งวัน รู้สึกได้เลยว่าเครื่องสำอางที่ทาลงบนใบหน้าแน่นมาก ตกเย็นก็ไม่เลือนหาย และนอกจากเค้าจะช่วยเบลอรูขุมขนและช่วยให้เมคอัพติดทนมากๆ แล้ว เค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น ใบวอลนัท ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก และยังค่อยๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ใสขึ้นได้ด้วย มี Salicylic Acid เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้
ดูจากรูปจะเห็นว่าผิวก้อยแมตต์เลย ไม่มีความวาวบนโหนกแก้มเลย
กลุ่มต่อไปเป็นงานรองพื้นนะ รวมถึงพวกคุชชั่นและCCครีมด้วย
It Cosmetics Your Skin But Better CC Cream : Fair
เป็น CC ครีมที่ก้อยใช้หมดมาเป็นหลอดที่ 3 แล้ว และอันนี้ก็กำลังจะหมดในเร็ววันนี้ วันไหนที่ขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นอะไร หยิบเจ้าตัวนี้มาใช้ง่ายดี
เนื้อเกลี่ยง่าย ใช้นิ้วเกลี่ยก็ได้ ให้ผิวใสๆ สบายๆ เหมาะสำหรับ Everyday Look สุดๆ แต่อาจจะไม่ได้ให้การปกปิดอะไรมากมายนะ เป็นงานผิวจริงๆ แต่ช่วยให้ผิวของเราดูดีขึ้น สมชื่อ Your Skin But Better เค้าเลย และเค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น Vitamin A, C, B, E Hyaluronic Acid และ Hydrolyzed Collagen ซึ่งช่วยในเรื่องของ Anti-Aging ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นด้วย และที่สำคัญ เค้ามีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนี่แหละ ก้อยถึงชอบใช้บ่อยๆ เพราะตัวเดียวจบจริงๆ
เมื่อทาลงบนผิวแล้วก็จะได้ผิวใสๆ แบบนี้ จะเห็นได้ว่า เรายังเห็นรอยแดง รอยสิวอยู่บางๆ แต่ผิวหน้าดูดีขึ้นนะ ดูใสและขาวขึ้นเลย
Lancôme Blanc Expert Cushion Urban Duo Palette : P-02
งานผิวใสต้องมอบให้ตัวนี้ เป็นคุชชั่นที่ให้ความฉ่ำวาว ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ ผิวใสขึ้นจริงๆ แล้วยังมีคอนซีลเลอร์ภายในตลับ ช่วยปกปิดรอยสิวรอยคล้ำใต้ตาเพิ่ม
แต่บอกก่อนเลยว่าคุชชั่นรุ่นนี้ไม่เน้นการปกปิด แต่ช่วยให้ผิวใสผิวสวยขึ้นมากกว่า ได้ลุคผิวกำมะหยี่ใสๆ ไม่คุมมันเท่าไหร่ แต่ผิวสวยจริงๆ ก้อยชอบใช้ในวันสบายๆ เข้าห้างเบาๆ ช่วงสิวไม่มี เค้ามีส่วนผสมของสารบำรุงต่างๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นด้วย
จะเห็นได้ว่า ทาผิวไปแล้วผิวสวยจริงๆ เป็นคุชชั่นหน้าใส ใช้ช่วงหน้าเนียนๆ ไร้สิวนูนๆ แล้วได้ผิวสวยมาก
Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm : #3
ช่วงนี้กำลังเห่อเจ้าตัวนี้มากๆ เพราะใช้สะดวกใช้ได้ใน Everyday Look จริงๆ เป็นเนื้อบาล์มที่จะเปลี่ยนจากเนื้อบาล์มเป็นเนื้อครีม และจะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นแป้ง เท่ากับเราไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย
เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีเลยนะ ก้อยติดมากช่วงนี้ หยิบมาใช้ตัวเดียวจบได้ง่ายๆ
เมื่อใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ ก็จะปกปิดได้ดีแบบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ เป็นการปกปิดที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักๆ ใช้ตัวเดียวจบได้เลย
Tarte Rainforest Of The Sea Water Foundation : Fair-Light Sand
รองพื้นตัวนี้ก้อยชอบใช้กับตัว Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum เพราะมันช่วยให้ผิวโกลว์สวยมาก ตัวรองพื้นเค้าช่วยเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิว จึงทำให้เมื่อลงรองพื้นบนผิว จะได้ผิวที่ดูมีชีวิตชีวา

เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีทีเดียว เกลี่ยง่าย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเค้ก อาจจะไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่เป็นงานผิวที่สวยจริงๆ แถมยัง SPF15 ช่วยกันรังสี UV ด้วย

จะเห็นว่าเมื่อทารองพื้นลงไป มันปกปิดได้ในระดับนึง แต่สามารถค่อยๆ บิ้วเพิ่มระดับการปกปิดได้นะ ได้ผิวสวยๆ โกลว์ๆ ปกปิดได้พอดีๆ
No.7 Match Made Custom Blend Foundation Drops : Calico
เป็นรองพื้นที่เลือกระดับงานผิวได้ อยากจะใช้ในวันสบายๆ ไม่เน้นการปกปิดมากก็ใช้ 1 หยด และเพิ่มระดับการปกปิดขึ้นไปก็ใช้ 2 หยด และใช้ 3 หยดเพื่อการปกปิดที่แน่นมากๆ

บอกเลยว่าตัวนี้ปกปิดดีมากๆ เมื่อใช้ในนะดับ2-3 แล้วหน้าก็จะเนียนกิ๊ง ไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเลย อันนี้ประทับใจมากๆ ราคาก็น่ารัก ผสมกับครีมบำรุงผิวตัวต่างๆ เพื่อเลือก Finish งานผิวได้ อยากจะผิว Matte ผิว Glow ก็อยู่ที่ครีมบำรุงและPrimer ของเราที่สามารถผสมเข้าไปในเนื้อรองพื้นได้เลย

ก้อยทาให้ดู 3 ระดับเลย จะเห็นว่ามันค่อยๆ เพิ่มระดับการปกปิดจริงๆ ก้อยใช้บ่อยนะ เวลาขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นตัวไหนดี 55555+
ต่อมาเรามาจบกันที่งานแป้งที่ก้อยใช้บ่อยๆ ในช่วงนี้นะ
Three Ultimate Diaphanous Loose Powder : #01
ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ ครั้งแรกที่ใช้คือชอบพัฟเค้ามากๆ แต่ตัวแป้งของเค้าก็มีดีด้วยเช่นกัน เป็นเนื้อแป้งที่มีอณูละเอียดมากๆ
แป้งฝุ่นตัวนี้ให้ finish look ที่ดูเป็น natural matte คือให้ผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ได้ทำให้สีของรองพื้นเพี้ยนไป และช่วยคุมมันได้ดี
ก้อยใช้แต่งหน้าในหลายๆ วันเลย เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ
Three Pristine Complexion Powder Foundation: #100
แป้งตัวใหม่ล่าสุดของ Three ขอพูดเยอะหน่อยเพราะเป็นไอเทมใหม่ล่าสุดในไลน์งานผิวที่ก้อยมี มันน่าสนใจตั้งแต่มีพี่อ้อม สุนิสา เป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ซึ่งก้อยว่าก็เหมาะมากจริงๆ เพราะพี่อ้อมเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ เป็นคนที่เรียบง่าย ดูคลาสสิค มีเอกลักษณ์ สามารถสื่อความเป็นตัวตนได้ออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่หวือหวาแต่มีคลาส ซึ่งตรงกับบุคลิกของแบรนด์ Three มากๆ พอมาศึกษาดูข้อมูลของมันก็เลยยิ่งอยากใช้
แป้งตัวนี้มาในรูปแบบตลับสี่เหลี่ยมแนวยาวแบบมินิมอลเช่นเดิม แค่ตลับก็น่าใช้มากแล้ว และเค้ายังเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ช่วยเบลอรูขุมขนก้อยได้ดีมาก ใช้แล้วยังรู้สึกเหลือเชื่อกับงานผิวที่ได้ เพราะก้อยใช้แป้งคู่กับแปรงของเค้า ไม่เคยใช้แป้งผสมรองพื้นโดยไม่ใช้พัฟเลย แต่พอได้ใช้แปรงควบคู่กับแป้งของเค้าแล้วได้ผิวที่เนียนเกินคาด เพราะเค้ามี Spherical Powder 4 ชนิด ช่วยอำพรางจุดบกพร่องของเรา
แป้งตัวนี้เค้ามีเนื้อแป้งมาให้ 2 แบบนะคะ ฝั่งที่มีปริมาณเยอะกว่านี่เป็น Slender Matte จะเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคแบบ Airy Matte คือให้การปกปิดแต่ดูบางเบาเป็นธรรมชาติ และให้ผิวดูแมตต์ แต่ไม่แมตต์จนมากเกินไป เพราะเค้ามีเทคโนโลยี  Soft Focus Effect  ที่จะช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ให้แสงที่สะท้อนมาที่ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ มี Anti-dulling Powder และ Subum-Absorbing Coating ที่ช่วยให้แป้งบนผิวหน้าเราไม่ดรอปไม่หมองตลอดวัน
ส่วนอีกฝั่งที่เล็กกว่าคือ Slender Glow เป็นแป้งที่มีเนื้อชิมเมอร์เล็กๆ ช่วยกระจายแสงให้ผิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น ก้อยใช้แป้งในส่วนนี้เป็นไฮไลท์เลย ปัดบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก จงอยปาก จะเห็นเลยว่าผิวบริเวณนั้นสว่างขึ้น แต่ยังดูเนียนไปกับผิวหน้าเราอยู่ เพราะเค้ามีอณูแป้ง Silky Powder ซึ่งมีความละเอียดมาก โปร่งแสง ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ และมีอณูแป้ง Flaky Powder ช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
พอใช้ร่วมกันแล้วทั้งฝั่งที่เป็น Slender Matte ทั่วใบหน้า และฝั่ง Slender Glow บริเวณจุดไฮไลท์ต่างๆ จะช่วยเพิ่มมิติให้หน้าเรามากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นด้วย ที่สำคัญตัวแป้งเค้ามีส่วนผสมของโบทานิคอล ออยล์ และสารสกัดจากพืช 9 ชนิด ช่วยบำรุงผิวหน้าไปในขณะที่เราแต่งหน้าระหว่างวันด้วย
และนี่ก็เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวแบบจัดเต็มที่ก้อยใช้บ่อยและเห่อมากๆ ในช่วงนี้ เรียกว่าใช้สลับกันไปมาใน Everyday Look เลย แล้วแต่อารมณ์ว่าวันไหนอยากได้ลุคผิวแบบไหน ปกปิดแค่ไหน แต่ไม่ได้เน้นการปกปิดแบบจัดเต็มอะไรมากมายนัก เรียกว่าเป็นไอเทมเมคอัพที่ช่วยให้ผิวสวยขึ้นและยังได้หายใจอยู่ หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะ
00.jpg

ครีมซองที่ใช้จนติดใจ หันมาใช้แบบขวดต่อไปแบบยาวๆ | KoiOnusa

01
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครีมซองเซเว่นมาแรงมากกกกกก ก้อยเคยลองใช้ครีมซองเซเว่นหลากหลายยี่ห้อ เพราะมีเซเว่นอยู่หน้าบ้าน ว่างๆ ก็ชอบเดินไปซื้ออะไรมาลองเล่น 55555+

กดดูแบบคลิปกันเถอะ

02.jpg
ก้อยเห็นเจ้าตัวนี้ออกใหม่ Dr.Agei Whitening 10% Serum เลยหยิบมาลองใช้ขำขำอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วรู้สึกว่าเอ้อออออ มันก็ดีอยู่นะนี่ รู้สึกผิวชุ่มชื่นดี ตัวเนื้อเซรั่มมันอยู่ติดผิวดี ผิวก็ดูใสๆ เด้งๆ ดี เลยจะใช้ยาวๆ สอยแบบขวดมาโล้ด ฮ่าๆ

03.jpg
เจ้าเซรั่มตัวนี้ถ้าเป็นเมืองนอกถือว่าเค้าเป็นเวชสำอางแบบพรีเมียมเลยนะ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์ เหมาะกับทุกสภาพผิว หลักๆ เค้าจะช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี ช่วยให้ผิวไม่คล้ำ เพราะเค้ามีส่วนผสมของ Kojic Acid Dipalmitate และมีส่วนผสมของ Niacinamide หรือ Vitamin B3 ที่จะช่วยลดริ้วรอย ลดรอยดำรอยแดง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และมี Tranexamic Acid ที่จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดการก่อตัวของเม็ดสีเมลานิล ช่วยให้กระ ฝ้า จุดด่างดำค่อยๆ ลดเลือนลงอย่างเป็นธรรมชาติ

04.jpg
ดูลักษณะขวดของเค้าแล้วดูน่าใช้กว่าแบบซองอีกนะก้อยว่า ดูมุ้งมิ้ง ขวดเล็กๆ สีขาวน่าใช้

05.jpg

 

เค้ามาในลักษณะหัวดรอปเปอร์ ทำให้ใช้งานง่าย กะปริมาณในการใช้ได้ตามที่เราต้องการเลย

06.jpg
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นสีขาวคล้ายๆ น้ำนมเลย เนื้อเหลว และดูบางเบา

 

07.jpg

 

พอเกลี่ยเซรั่มลงบนผิวแล้ว เนื้อของเค้าจะกลายเป็นสีใสๆ ไม่ได้ทำให้ผิวเป็นคราบขาว

 

08.jpg

 

ก้อยใช้ทาผิวหน้าเช้าเย็น เมื่อทาลงบนผิวหน้า เนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย ซึมค่อนข้างไว แต่เนื้อไม่ได้ซึมหายไปจนหมด ยังเหลือความชุ่มชื่นไว้บนผิวหน้า สังเกตุได้จากเมื่อใช้มือแตะผิว ผิวจะหนืดนิดๆ แต่รู้สึกสบายผิวหน้า ไม่เหนียวเหนอะหนะจนเกินไป

09.jpg
ใช้ตอนกลางคืนจะรู้สึกได้เลยว่าผิวมันชุ่มชื่นดีตลอดทั้งคืน ตื่นมายังรู้สึกว่ามีความชุ่มชื่นบนผิวหน้าอยู่เลย และตอนกลางวัน เมื่อทาเซรั่มก่อนแต่งหน้าก็ไม่ได้รู้สึกว่าหนักผิวหรือเหนอะผิวจนทำให้เครื่องสำอางไหลเยิ้มระหว่างวัน ใช้ไปเรื่อยๆ จะรู้สึกชอบที่มันทำให้ผิวเราดูกระจ่างใสขึ้นและชุ่มชื่นดีอย่างที่ก้อยบอกไปในตอนแรก ผิวมันเด้งๆ ดูชุ่มชื่นขึ้น จับแล้วมันดึ๋งๆ อ่ะ

ตัวซองเนี่ยก้อยได้มาจาก 7-11 นะ แต่ถ้าใครอยากใช้แบบขวดก็สามารถหาซื้อได้ที่เพจของแบรนด์เค้าเลย Snowgirl Japan

01

 

 

พาไปดูงานอาหารสุดยิ่งใหญ่ ชม ชิม อิ่ม อร่อย | KoiOnusa

วันก่อนก้อยไปเดินดูงาน World Of Food Asian 2019 เล่นๆ ที่เมืองทองธานี เพราะเห็นว่าเป็นงานที่รวบรวมเหล่าบรรดายี่ห้อขนมและอาหารที่เราคุ้นเคยไว้มากมาย แค่เห็นผ่านประตูแว็ปๆ ก็อดที่จะรีบเข้าไปส่องเล่นไม่ได้ ป้ะ!! เราเข้าไปดูกัน งานจัดอยู่ที่ Hall 1-3 นะ บรรยากาศโดยรวม เต็มไปด้วยยี่ห้อขนมและอาหารที่เราคุ้นเคยจริงๆ
เริ่มจากโก๋แก่ ถั่วที่ก้อยทานมาแต่เด็กๆ
มีสาวสวยคอยยืนแจกถุงขนมให้ลองชิม ก้อยก็จัดมาได้ 1 ถุง
ที่น่าสนใจคือ เค้าทำเม็ดชอคโกแลตเคลือบถั่วรสต่างๆ น่ารับประทานมาก มีทั้งรสทุเรียน รสมะม่วง ก้อยก็สอยมาชิมทุกรสแหละ แต่บอกเลยว่ากลิ่นทุเรียนหึงมากจริงๆ แกะถุงออกมาคือกลิ่นโชย เชื่อแล้วว่าทำมาจากทุเรียนจริงๆ 5555+
คนมุงกันเยอะมาก รสชาติอร่อยนะ ไม่แพ้กับของต่างชาติเลย
ต่อกันด้วยแบรนด์ Useful Food ที่รวบรวมขนมขบเขี้ยวยี่ห้อโปรดต่างๆ ไว้มากมาย คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเชียว
Buono เค้าทำไอติมที่อินเทรนด์น่าสนใจสุดๆ
ที่ก้อยพุ่งเข้าไปหาทันที เพราะเค้าเขียนว่าเค้าทำไอติมที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากชานมไข่มุกของโปรดของสาวๆ หลายๆ คน
นี่คือโฉมหน้าไอติมรสชานมไข่มุก รสชาติพอใช้ได้แหละ ชานมรสเป็นชานมเลย เข้มข้นดี แต่ก้อยก็ยังชอบชานมไข่มุกปกติๆ อยู่ดี เพราะไข่มุกมันแข็งเกิน ก้อยชอบไข่มุกนิ่มๆ หยุ่นๆ มากกว่า
หันมาเจอ Atlantic ทำป๊อปคอร์นรสต่างๆ มากมาย
รสนี้อร่อยมากๆ ชิมไปทุกอัน ก้อยชอบรสนี้สุดเลย มันหวานๆ หอมมะพร้าวดี แบรนด์คนไทยนะ
เด็กๆ จะต้องชอบมากๆ สำหรับแบรนด์นี้
เค้าทำพวกขนมแพ็กเกจเจ้าหญิงดีสนีย์ และตัวการ์ตูนต่างๆ ได้น่าดึงดูดใจเลยละ
นี่เป็นลูกอมในรูปแบบของลิปสติก เด็กผู้หญิงจะต้องชอบมากแน่ๆ
ก้อยแว็ปมาเล่นตู้คีบขนมนิดนึง
แบรนด์ United เค้าทำโยโย่ที่ก้อยชอบกินมาแต่เด็ก และตอนนี้เค้าทำ โยโย่รสโคล่าที่ก้อยได้ชิมแล้วอร่อยมากกกกกกกกก กลิ่นเตะจมูกมาก โคล่าจริงๆ และรุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ เนื้อที่คลุมตัวเยลลี่ของเค้าเป็นรุ่นใหม่ ใช้คอลลาเจนทำ ผิวจึงจะตึงๆ หน่อย กัดลงไปแล้วด้านในจะนุ่มๆ อร่อยมากกกก
De la lita เค้าทำซีเรียลสำหรับสายเฮลตี้ ซึ่งมันน่าสนใจมากกกก มันเป็นซีเรียลข้างไรซ์เบอร์รี่ออแกนิค
ก้อยชิมแบบใส่ yogurt อร่อยดีไม่แพ้ใส่นมเลย ให้พลังงานแค่ 60 Kcal เอง สาวๆ ต้องกรี๊ดพูดจริง
แมลงทอดแบบถุงก็มา
เค้าให้ชิมด้วยนะ แต่ก้อยไม่กล้าชิมจริงๆ อ่ะ เลยได้แต่ถ่ายรูปมาฝาก ฮ่าาาา
พาไปดูอีกที่ ที่ก้อยมุ่งไปชิมของเค้าจนอิ่มท้อง 5555+ เนื่องจากก้อยเห็นคนมุ่งเยอะมากกกก ไม่รู้มุ่งอะไรกัน และกลิ่นอาหารก็หอมชวนวิ่งเข้าไปมาก
แบรนด์ Betagro สารพัดอาหารสดมาทำอาหารให้เราชิมนั่นเองงงงง รีรออะไรคะ เข้าไปส่องสักหน่อยสิ
ก่อนจะพาไปชิม เราก็เจอพี่โป๊บมายืนเชิญชวนให้กินไส้กรอกออกใหม่ !!! รู้สึกต้องกินยังไงไม่รู้ ป้ะ!!!!
มีหนุ่มหล่อไม่แพ้พี่โป๊บมายืนเสิร์ฟไส้กรอกให้ชิม น้องก้อยแอบหวั่นไหวไปนิดนึง นี่หยิบมาชิมเพราะไส้กรอกมันน่าอร่อยหรอกนะ ไม่ได้เกี่ยวกับหนุ่มหล่อคนนี้เลย 555555+
ไส้กรอกตัวใหม่ของเค้าชื่อว่า Betagro Sausage Cheese Series มีทั้งหมด 6 รสชาติ และแต่ละรสชาติมีจุดเด่นคือ จะมีไส้ชีสอยู่ด้านใน
ไปยืนดูเค้าหั่นไส้กรอกแล้วน้ำลายไหล ยิ่งลองนึกภาพตอนไส้กรอกออกมาจากเตาร้อนๆ ชีสเยิ้มๆ รสชาติมันจะดีขนาดไหน ก็อดไม่ได้ที่จะชิมมันตรงนี้แหละ!!!
ก้อยได้ชิม 3 รสชาติ แต่ขอให้ดูชีสที่อยู่ด้านใน มายกอชชชช!! Betagro เค้าใจปล้ำนะ ให้ชีสมาเยอะมากกกก สาวรักชีสแบบก้อยปลื้มค่า และรสชาติก็อร่อยจริงๆ ด้วย กันเข้าไปทีนี่ชีสเยิ้มเต็มปาก และรสชาติไส้กรอกก็ดีงาม ไม่ต้องจิ้มซอสใดๆ ก็รู้สึกว่ารสชาติดี อร่อยมากๆ แล้วแหละ
นี่เป็นรสชาติทั้ง 6 รสชาติของเค้านะ มีพี่โป็บโผล่หน้ามายิ้มให้ชวนซื้ออยู่หน้าซอง น้องหวั่นไหวเหลือเกินจ้าพี่จ๋า
ไปดูทางอาหารหนักๆ กันบ้างดีกว่า มีเชฟ หน้าตาน่ารักมาทำอาหารให้ทานตรงนี้ ขอมุงกับเค้าหน่อย
ไข่ออนเซ็นน่ารักประทานสุดๆ ก้อยได้ชิมไป 1 ฟอง คือไข่หวานอร่อยและสดมากๆ อยากกินอีกแต่ก็เขินจะหยิบ 5555+
ส่วนทางนี้ก็เป็นพวกข้าวหน้าเนื้อสัตว์ต่างๆ ก้อยได้ลองชิมข้าวไรเบอร์รี่กับหมูหมักบาร์บีคิว เราชอบเนื้อหมูของเค้าจัง หมูเนื้อนุ่มและชิ้นหนามาก แถมรสชาติยังอร่อยด้วยนะ
อีกอย่างนึงที่คนรุมกันชิมคือหมูย่างเกาหลี ก้อยชอบกินมากกกกกกกก!!! เพราะหมูย่างเกาหลีเนื้อจะนุ่มๆ และรสชาติเค็มนิดๆ อร่อย รอเค้าผัดหมูอย่างใจจดใจจ่อ
ได้เวลาชิมแล้วจ้าาาา >.< เนื้อนุ่มอย่างที่คาดไว้เลยยยย อาหย่อยยยย
สิ่งสุดท้ายที่ก้อยพามาชิม เรามาฝั่งแบรนด์ S Pure ที่อยู่ในเครือของ Betagro กันบ้าง ที่ก้อยได้ชิมคือ เมนูที่ทำจากไข่ออร์แกนิค ปลอดสารปฏิชีวนะ รับรองโดย NSF เค้าเลี้ยงแม่ไก่แบบระบบปิด เปิดเพลงให้แม่ไก่ฟัง ให้แม่ไก่อารมณ์ดี เมื่อไข่ฟักออกมา จะคงอุณหภูมิไว้ที่ 4-10 องศา และฆ่าเชื้อจากแสง UV สาวสวยตรงนั้นเค้าบอกก้อยว่าสามารถรับประทานไข่ไก่สดๆ ได้ด้วยนะ ภายใน 14 วัน
กินตอนร้อนๆ รู้สึกดีมากกกกกกก อยากกินอีกแต่ก็เขินเค้า เค้าต้องจำหน้าเราได้แน่ๆ เลย ถ้าเราไปหยิบอีก 555555+
วนๆ อยู่ใน Betagro และ S Pure รู้สึกอยากกลับบ้านไปทำอาหารยังไงบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ทำอาหารไม่เก่ง 5555+
เพราะพวกวัตถุดิบของเค้าดูสด สะอาด และชิ้นโตมากๆ สินค้าระดับพรีเมียม เค้าคัดสรรมาให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้รับประทานของสด สะอาด และปลอดภัยอย่างแท้ทรู วนอยู่แค่ในนี้ก็หมดเวลาไปทั้งวันแล้ว อิ่มอร่อยบันเทิงใจและพุงเป็นอย่างมาก ฟินสุดอะไรสุดจ้าาาาาา

เปิดกรุไอเทมเด็ด…ดีท๊อกซ์ผิวขี้แพ้ | KoiOnusa

01.png

เกิดเป็นคนขี้แพ้นี่ใช้ชีวิตยากจริงๆ ไหนจะต้องคอยระวังเรื่องการใช้สกินแคร์ เมคอัพ หรือแม้แต่ระวังเรื่องสภาวะอากาศ ยิ่งตอนนี้มลพิษทางอากาศเยอะมาก ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ นะ ต่างจังหวัดก็ฝุ่นเยอะมากด้วยเช่นกัน แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นพวกฝุ่นต่างๆ ในอากาศด้วยสายตา แต่ก้อยใช้ App ดูค่าฝุ่นตลอด ไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดไหน ก้อยเห็นตลอดว่าสภาพอากาศเมืองไทยเราไม่ได้ปกติดีเท่าไหร่นัก มีค่าสีส้ม สีแดงให้เห็นอยู่ตลอดๆ นี่ก็เป็นอีก 1 ตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายแบบก้อยสกปรกระคายเคือง จนเกิดสิว เกิดผด เกิดผื่น แล้วนี้ไปแพ้รองพื้นมา สภาพผิวจึงไม่ค่อยแข็งแรง กลับมาบ้านจึงรีบใช้ไอเทมเหล่านี้เพื่อเพิ่มให้ผิวหน้าของก้อยแข็งแรงขึ้น จากก่อนไปต่างจังหวัดผิวแย่มาก แต่ตอนนี้ผิวแข็งแรงขึ้นมากแล้วนะ!! อิอิ

02.png

นี่เป็นไอเทมเสริมความแข็งแรงให้กับผิวที่ก้อยใช้ในช่วงนี้ใช้เสริมกันสกินแคร์ที่ใช้อยู่หลักๆ แต่ทั้งหมดนี้เป็นตัวที่ก้อยใช้ในช่วงผิวแพ้ง่ายในตอนนี้ ซึ่งเวิร์คเหลือเกินค่ะคุณ

Bubble Mask Pack

03.png

ไอเทมแรกเป็นมาสก์แผ่นที่ก้อยเห็นว่ามันแปลกดี ไปเจอใน Watsons เป็นมาสก์ชีทแบรนด์ Rivecowe จากประเทศเกาหลี ที่เตะตาอันดับแรกเลยคือ เค้าเขียนหน้าซองว่า “มาสก์ฟองฟู” แล้วเป็นรูปหน้ามาสก์หน้า และมีฟองฟูหลังวางแผ่นมาสก์ไป 1 นาที!!! เห้ยยย แปลกอ่ะไม่เคยเห็น เลยหยิบมาลองใช้ 2 แผ่น ตัวนี้เค้าเป็นมาสก์ชีทคาร์บอนแผ่นสีดำที่ช่วยดูดซับสิ่งสกปรก ช่วย Detoxผิวหน้า ยิ่งพวกฝุ่นในอากาศที่มาเกาะผิวหน้าของเราโดยที่เราไม่เห็นและไม่รู้ตัวเนี่ย ใช้ตัวนี้เวิร์ค สำหรับก้อยก้อยอยากดูดสิวออกมาจากผิวหนังเยอะๆ เพื่อที่จะได้รักษาหน้าไปในคราวเดียวเลย!! ไหนๆ ก็แพ้เครื่องสำอางมาแล้ว ดูดมันออกมาให้หมด!!

 

เจ้ามาสก์ชีทตัวนี้เมื่อเราแปะที่ใบหน้าแล้ว ประมาณ 1นาทีถัดมา เค้าจะทำปฏิกริยากับอากาศภายในจนทำให้เกิดฟองขึ้นทั่วแผ่นมาสก์ นั่นเพราะมาสก์ชีทเค้ามีส่วนผสมของฟอง Oxygen ซึ่งเราสามารถมาสก์ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วจึงดึงออก แล้วค่อยๆ นวดให้เนื้อฟองซึมเข้าสู่ผิวจากนั้นจึงล้างหน้าออก ระหว่างมาสก์หน้า ตอนฟองฟูขึ้นมาก็รู้สึกยุบยับหนุบหนับบนใบหน้าแปลกๆ ดี หลังจากล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยรู้สึกผิวนุ่ม และรู้สึกหน้าสะอาดแบบจริงจัง มันช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันรูขุมขน จึงทำให้สิวเกิดน้อยลง ผิวหน้าที่แพ้ก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้น เพราะเราได้ทำความสะอาดผิวหน้าโดยการใช้แผ่นมาสก์ Detox ผิวเรียบร้อย!!!

FIXNTOX Giant Waterlock Toner

04.png

อันนี้ต้องเรียกว่าเป็นสกินแคร์หลักมั้ง เพราะพกเจ้าขวดเล็กติดไปต่างจังหวัดด้วยตลอด เพราะพกง่าย พกสะดวกและใช้งานง่าย ตัวนี้เป็นโทนเนอร์ที่ตะช่วยทำความสะอาดผิวอีกขั้นหนึ่ง และปรับสมดุลผิว ให้ผิวชุ่มชื่น และยังช่วยให้สกินแคร์ตัวถัดไปซึมเข้ากับผิวได้ดีขึ้น ช่วยให้การบำรุงผิวได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เจ้า FIXNTOXเค้าไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ พาราเบน และน้ำหอมมีนวัตกรรมAquaxul ช่วยเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวได้ยาวนานมีค่า pH 5-6 และตัวนี้ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวคนขี้แพ้แบบก้อยใช้งานต่อเนื่องก็ไม่เกิดอาการแพ้นะ

Facelabs Hydrating Essences

05.png

สกินแคร์ตัวนี้เป็นเวชสำอางที่ได้รับรางวัล Best Facial Essence for Sensitive Skin จาก Lisa Beauty Choice Awards 2018 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดสุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ช่วยปรับสภาพผิว ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว และช่วยล็อคความชุ่มชื่นให้กับผิวยาวนานทั้งวัน เพื่อให้ผิวเราชุ่มชื่นลดการระคายเคือง ช่วยปลอบประโลมผิวให้แข็งแรงขึ้นซึ่งจะช่วยลดปัญหาของผิวได้มากมาย ก้อยชอบใช้มากในช่วงนี้ เพราะเราเชื่อมั่นในรางวัลที่การันตีความดีงามของมัน ว่าคนขี้แพ้สามารถใช้ได้ดี ปลอดภัยต่อผิว ก้อยใช้เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิวหน้าหลังจากการใช้โทนเนอร์ ค่อยๆ ตบเข้ากับผิวหน้า เนื้อผลิตภัณฑ์จะค่อยๆ ซึมเข้ากับผิว ช่วงแรกๆ จะรู้สึกหนึบผิวนิดหน่อยรอซักพักเนื้อจะซึมหายเข้าไปเลย ไม่เหนียวเหนอะหนะ

Clinique Dramatically Different Hydrating Jelly

06.png

เนื่องจากเจ้าตัว Facelabs ยังให้ความชุ่มชื่นกับผิวหน้าไม่เพียงพอเท่าที่ก้อยต้องการ (คือก้อยอยากให้ผิวชุ่มฉ่ำกว่านี้) ก้อยจึงเลือกใช้เจ้าตัวนี้มาบำรุงผิวต่อ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นกับผิวหน้าขึ้นไปอีก ซึ่งจริงๆ เจ้าตัวนี้ซื้อมานานแล้ว แต่ไม่ได้หยิบมาใช้บ่อยๆ จนเค้าออกรุ่นใหม่ที่มี Booster ซึ่งก้อยก็แอบเล็งๆ ไว้อยู่เหมือนกัน ด้วยความที่เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าค่อนข้างหนักกว่า Facelabs จึงช่วยให้ผิวยิ่งชุ่มชื่นเข้าไปอีกเป็น 2 เท่า แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ผิวเหนียวเหนอะหนะ ยังรู้สึกสบายผิว ใครที่ผิวผสมหรือผิวมัน แต่ขาดน้ำแบบก้อยนี่ น่าจะเลิฟมันมากๆนอกจากนี้เค้ายังสามารถช่วยเสริมการปกป้องผิวจากมลภาวะที่เราต้องพบเจอภายนอกอีกด้วย ถือว่าเหมาะที่จะใช้ในช่วงผิวแพ้ง่าย เพราะค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวเลย

MARIO BADESCU Facial Spray With Aloe, Herbs & Rosewater

07.png

ช่วงผิวแพ้ง่าย อากาศร้อน ฝุ่นเยอะแบบนี้ ขาดไอเทมนี้ไปไม่ได้ สเปร์ยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า ก้อยใช้ตัวนี้เพราะชอบกลิ่นของเค้าค่ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายๆ กลิ่นกุหลาบ ตอนฉีดสเปร์ยเข้าที่ผิวหน้าจะรู้สึกผ่อนคลายก้อยชอบฉีดให้ฉ่ำๆ ทั้งหน้าเลย เพราะรู้สึกสดชื่นดี ผิวตื่นขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวเพราะใช้สารสกัดจากธรรมชาติ แต่ก้อยว่าหัวฉีดของเค้าใหญ่ไปนิด อาจจะไม่กระจายทั่วใบหน้าในขณะที่เราใช้แต่ก้อยยอมให้เพราะชอบกลิ่นและความอ่อนโยนของเค้ามากจริงๆ นี่ก็จะช่วยลดการระคายเคืองของผิว บรรเทาผิวจากการโดนแดด แสบ คัน ช่วยให้ผดผื่นลดน้อยลง คนที่ผิวแพ้ง่ายควรมีติดตัวมากๆ พวกสเปร์ยน้ำแร่เนี่ย ค่อยๆเติมความชุ่มชื่นให้ผิวตลอดทั้งวันแบบง่ายๆ

Shiseido Ihada Aller Screen

08.png

ตัวสุดท้ายที่ใช้ในช่วงนี้คือเจ้าสเปรย์ปกป้องฝุ่นละออง PM 2.5 !!! นี่เป็นไอเทมที่ทุกคนก็ควรจะต้องมี เพราะเค้าเข้าไปช่วยปกป้องผิวหน้า ผิวกาย และผมของเราจากมลภาวะต่างๆทั้งฝุ่น ควัน เขม่า และสิ่งต่างๆ ในอากาศที่เรามองไม่เห็นทั้งยังช่วยลดการเกิดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือพวกเกสรดอกไม้ได้ดี เป็นไอเทมที่เหมาะมากๆ สำหรับยุคนี้โดยเฉพาะคนไหนที่เป็นคนผิวแพ้ง่ายแบบก้อย ควรพก!!เพราะเค้าผ่านการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังมาแล้ว คนผิวแพ้ง่ายแบบก้อยฉีดเข้าผิวหน้าได้เลย เพราะเค้าค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว เค้าสามารถปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ ได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง แต่ก้อยแนะนำว่า หยิบขึ้นมาฉีดทุกๆ 2-3 ชั่วโมง อุ่นใจกว่า

01

 

 

เวชสำอางเติมน้ำให้ผิว Facelabs Hydrating Essences ตบให้ผิวแข็งแรง!! | KoiOnusa

01.png

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความชุ่มชื่นของผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญในขั้นตอนของการบำรุงผิว สาวๆ บางคนพบเจอปัญหาผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ทำให้ปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องริ้วรอย ผิวอ่อนแอ และปัญหาสิวต่างๆ ยิ่งสาวๆ วัย 18 ปีขึ้นไป ผิวจะค่อยๆ ผลิตน้ำนวลตามชาติ (Natural Moisturizer Factor) ลดน้อยลง ทำให้ผิวแห้งง่ายขึ้น ปัญหาผิวต่างๆ ก็ตามมาง่ายขึ้นเช่นกัน

02.png

ช่วงนี้ก้อยไปต่างจังหวัดบ่อย รู้สึกอยากได้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวดีๆ ซักตัว แต่ข้อจำกัดคือต้องการขวดเล็กกะทันรัด และสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่ได้ทำให้ผิวก้อยแพ้หรือระคายเคือง จนได้รู้จักกับ FACELABS Hydrating Essence เวชสำอางที่ได้รับรางวัล Best Facial Essence for Sensitive Skin จาก Lisa Beauty Choice Awards 2018 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดสุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย มันน่าสนใจจริงอะไรจริง!!

03.png

เจ้าเอสเซนส์ตัวนี้เค้ามี Sodium PCA ที่จะช่วยปรับสภาพผิว ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว และมี Sodium Hyalironate ที่จะช่วยล็อคความชุ่มชื่นให้กับผิวยาวนานทั้งวัน ทั้งหมดทั้งมวลนั้น คือเค้าจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น เมื่อผิวชุ่มชื่นดีแล้ว ผิวก็จะเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ลดปัญหาผิวพรรณได้มากมาย

04.png

FACELABS Hydrating Essence เป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำสีใส เหลวเป็นน้ำเลย

05.png

วิธีใช้เพียงแค่หยดผลิตภัณฑ์ลงบนฝ่ามือ วอมเบาๆ ที่ฝ่ามือ แล้วค่อยๆ ตบลงบนผิวหน้า เนื้อผลิตภัณฑ์จะหนึบๆ ในช่วงแรก สัมผัสได้ว่าจะมีความหนืดบนผิวเล็กน้อย หลังจาก 15 – 30 วินาที ความหนึบจะหายไป สบายผิวมากขึ้น และสามารถลงสกินแคร์ตัวต่อไปต่อได้เลย

06.png

ตัวนี้ก้อยใช้เป็นขั้นตอนแรกในการบำรุงผิวหน้าทั้งเช้าและเย็นเลยนะคะ เพราะเนื้อเอสเซนส์จัดเป็นประเภทเนื้อสกินแคร์ที่เหลวและบางกว่าพวก เนื้อ Serum เนื้อเจล หรือเนื้อครีมต่างๆ (แต่หากมีโทนเนอร์ หรือน้ำตบ ให้ลงโทนเนอร์ หรือน้ำตบก่อนนะ)

07.png

(ใช้จนเหลือแค่นี้แล้วนะ!! ><” อย่าเพิ่งหมดไวละ )

ในช่วงที่ใช้เอสเซ้นส์ตัวนี้ ผิวก้อยไม่ระคายเคืองใดๆ ไม่เกิดอาการแพ้ ทั้งๆ ที่เป็นคนผิวแพ้ง่าย (ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของแต่ละคนนะคะ เทียบกับก้อยไม่ได้ 100% นะ) ชอบที่รู้สึกว่าหลังใช้แล้วผิวหน้าก้อยมันเด้งๆ ชุ่มชื่น เนื้อแก้มดูเปล่งปลั่งสดใส ผิวหน้าดูยืดหยุ่นดี มีน้ำมีนวล และที่สำคัญรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์เค้าใช้ง่ายดี เล็กกะทัดรัด ราคาสบายกระเป๋า ปริมาณ 30 ml ราคา 395 บาท สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ขวดเล็กนิดเดียวแต่ช่วยให้ผิวเราแข็งแรงขึ้น สมกับรางวัลที่ได้รับอยู่นะเออออ

01

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ไอเทมเด็ดงัดผิวแห้งกร้านไม่สดใส ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้ภายใน 2 สัปดาห์! (ฉบับเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้งงานผิวดีต้องบังเกิด) | KoiOnusa

01.png

สวัสดีค่าสาวๆ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมีนาคมนี้ เป็นช่วงสภาพผิวหน้าของก้อยเจอมรสุมรุมเร้าอย่างรุนแรง สิวพากันผุดขึ้นมาทั่วแก้ม ไม่รู้ไปอัดอั้นกันมาจากไหน รู้สึกผิวอ่อนแอมาก เนื่องจากช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นอนดึกและตื่นเช้า นอนวันละ 3-4 ชั่วโมงทุกวัน กินน้ำน้อย ร่างกายเลยไม่ไหว และหมั่นใช้รองพื้นใหม่จนทำให้ผิวหน้าเราส่งสัญญาณมาบอก..นี่ๆ แก!! ชั้นไม่ไหวแล้วนะ ส่งพลังสิวมารุกมาบุกเต็มกำลัง!!! ทั้งๆ ที่อีกเดือนนึงก้อยก็จะต้องถ่าย Pre-Wedding แล้ว!!! แง (ใช่ค่ะ ก้อยกำลังจะแต่งงาน อิอิ)

02.png

แต่…ก้อยไม่มีเวลาอยู่กรุงเทพรักษาผิวเลย เพราะต้องออกต่างจังหวัดกับคุณพ่อ ก็ได้ใช้มาส์กหน้าบำรุงผิวไปพลางๆ ผ่านไปแล้ว 1 อาทิตย์ก็รู้สึกว่า ในช่วงเช้า เราควรมีสกินแคร์ใช้นะ ไม่ใช่ใช้แค่ครีมกันแดดตัวเดียว (คือก้อยลืมเอาสกินแคร์ติดกระเป๋ามา) ก็จัดแจงหาสกินแคร์มาใช้แทนตัวที่ใช้อยู่ประจำไปพลางๆ

03.png

(Lhamour Anti Pollution Facial Oil)

เคยอ่านเจอผ่านๆ ว่า Lhamour Anti Pollution Facial Oil ขวดนี้เค้ามี Rose Hip Oil และ Squalane ซึ่งเป็นน้ำมันที่ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงเหมาะสำหรับคนที่เป็นสิว หรือเป็นรอยสิว เพราะมันช่วยลดอาการอักเสบผิวได้ดี และช่วยลดรอยสิวได้  ช่วงสภาพหน้าอ่อนแอแบบนี้นี่เลยอยากลอง แถมเค้ายังมี Sea Buckthorn Oil ช่วยชะลอริ้วรอยของผิว ช่วยเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดดหรือมลภาวะต่างๆ ด้วย

04.png

พูดถึงแบรนด์นี้นิดนึง LHAMOUR เป็นแบรนด์ออร์แกนิคจากมองโกเลีย ค่อนข้างมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ไม่มีสารเคมี สารกันเสีย กลิ่นและสีสังเคราะห์เลย จึงทำให้รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ของเค้าค่อนข้างเหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายและกำลังต้องการการบำรุงอย่างหนัก แบรนด์นี้มีขายทั้งในอเมริกา ฮ่องกง ไต้หวัน และอีกหลายๆ ประเทศ เรียกได้ว่ามีทุกมุมโลกที่เป็นประเทศคุ้นหูเรา และข่าวดีคือตอนนี้นำเข้ามาขายในไทยแล้วนะก้อยเลยลองเอา Facial Oil ของเค้ามาใช้ดู แพกเกจดีเลยนะ สวย เลอค่า พรีเมียมเลยทีเดียว

05.png

(Repairing Hyaluronic Serum)

ก้อยแอบใช้ออยล์คู่กับ “Repairing Hyaluronic Serum” อีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีของเค้า ซึ่งก้อยคิดว่าน่าจะ ใช้คู่กันแบบ Duoกับตัว Facial Oil เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและปกป้องผิวให้ผิวแข็งแรงขึ้น เซรั่มตัวนี้ถึงแม้เค้าจะใช้ส่วนผสมเพียงไม่กี่ชนิด แต่ในแต่ละชนิดที่เค้าใส่เข้ามาค่อนข้างเข้มข้น ซึ่งเค้าจะ ช่วยฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงจากภายใน เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูผิว ซึ่งเค้าจะเข้าไปช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเราเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยดูน้อยลง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูแลผิวหน้าของก้อยในช่วงนี้ รอยจากสิวเพียบ!! 

06.png

ในทุกวันตอนเช้าและตอนกลางคืนก้อยจะใช้ Serum ลงผิวก่อน โดยทา Serum ให้ทั่วหน้า แล้วรอให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงผิวประมาณ 30 วินาที แล้วตามด้วยFacial Oil โดยที่ก้อยจะหยดลงมือ 2-3 หยด แล้ววอมเนื้อออยล์เค้าเล็กน้อย ก่อนที่จะนำมาตบเบาๆ ที่ผิวหน้าให้เนื้อออยล์ซึมเข้ากับผิวเบาๆ เรามาดูเนื้อสัมผัสของเค้าไปทีละตัวนะ

“Lhamour Repairing Hyaluronic Serum”

07.png

เจ้าตัวนี้เป็นเซรั่มสีใส เนื้อเบามาก เกาะตัวและเข้มข้นกว่าน้ำนิดเดียว ทาลงบนผิวแล้วจะรู้สึกผิวฉ่ำๆ เนื้อซึมไวดีกลิ่นบางมาก แทบไม่ได้กลิ่น ให้ความชุ่มชื่นกับผิวดี

“Lhamour Anti Pollution Facial Oil”

08.png

เจ้าตัวนี้เป็นเนื้อออยล์สีเหลืองทองอร่าม กลิ่นเตะจมูกมาก เป็นกลิ่นอโรม่า หอมเชียว ก้อยชอบกลิ่นแนวนี้เพราะเวลาทาทั่วใบหน้าแล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลาย คล้ายไปทำสปาหน้าในที่หรูๆ เลย เนื้อออยล์ของเค้าเบามากๆตบลงไปที่หน้าไม่เหนียวเหนอะหนะหน้าเลย คนผิวผสมแบบก้อยที่ค่อนไปทางผิวมัน ไม่ค่อยชอบใช้ออยล์เท่าไหร่นะ เพราะเหนียวหน้า แต่ตัวนี้ใช้ได้ ไม่บ่น เพราะมันไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิว คือตอนกลางคืนก็นอนสบาย ตอนกลางวันก็แต่งหน้าต่อได้

09.png

บอกเลยว่าตัวออยล์นี่ยืนหนึ่งในนาทีนี้มาก รู้สึกผิวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผิวเด้งขึ้น มันช่วยฟื้นฟูผิวก้อยให้แข็งแรงขึ้น ให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น สิวอักเสบหรือรอยสิวก็น้อยลง รอยแดงรอยดำจากสิวจางลงต่อเนื่อง รู้สึกใจชื้นขึ้นเยอะเลยตอนสิวขึ้นหนักๆ ประกอบกับต้องไปต่างจังหวัดเจอมลภาวะทางอากาศ และเจอแดดแรงๆ ทุกวัน แถมไม่มีสกินแคร์ใดๆ ติดกระเป๋ามาอีก!!! นี่ก้อยนึกว่าผิวหน้าเราจะไม่รอดซะแล้วนะ แต่ผิวก็แข็งแรงขึ้น รอยสิวจางลงจนถึงวันถ่าย Pre Wedding ก็รู้สึกชื้นใจขึ้นมากๆ แต่เราจะไม่อยากรูป Pre Wedding มาให้ดูหรอกนะ ขออุ๊บไว้ก่อน แฮ่!!!

10.png

ตอนนี้ก็กลับมาหน้าดีขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ 100% เต็ม แต่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ทั้งตัว Serum และตัว Facial Oil ก็ช่วยชีวิตก้อยไปได้มากอยู่ นี่เป็นโชคดีที่เราลืมสกินแคร์ไว้ที่บ้านรึเปล่านะ ถึงได้มีโอกาสทดลองใช้ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ ฮ่าๆ

11.png

01

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

 

YSL Instant Matte Pore Refiner Primer ไพร์เมอร์คุมมันท้าทายอากาศร้อน | KoiOnusa

TN

ร้อนนนน!!! ร้อนมากจริงๆ เลย ประเทศไทยเรามีแต่ร้อนขึ้น ร้อนขึ้นมากทุกวัน นอกจากจะไม่สบายผิวกายแล้ว ยังรู้สึกไม่สบายผิวหน้าอีก ก้อยเป็นสาวผิวผสม ค่อนไปทางผิวมันด้วยซ้ำ เกลียดสุดๆ อากาศร้อนๆ เพราะบางส่วนของใบหน้าก้อยมีรูขุมขนที่ชัดเจน  ผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามากจนเกินไป ทำให้เมคอัพบนหน้าเราละลายและเป็นคราบกันได้ง่ายๆ ในเมื่อรองพื้นตัวเดียวเอาไม่อยู่ เลยต้องใช้ Primer เป็นตัวช่วยในการล็อคเมคอัพให้ติดทนมากขึ้น !!

thumbnail_IMG_6134

ก้อยเคยแอบสนใจ Primer ของ YSL รุ่น Instant Moisture Glow เพราะบางทีก็แอบอยากแต่งหน้าในลุคผิวฉ่ำ หน้าโกลว์แบบที่สาวเกาหลีเค้าชอบแต่งกัน แต่ไม่ได้ฤกษ์สอยมาซักที จนเค้าออก Primer รุ่นใหม่ “Instant Matte Pore Refiner” เป็น Primer ในตระกูลของ Top Secrets อันโด่งดัง ซึ่งเมคอัพในตระกูลนี้เค้ามี “ใบวอลนัท” เป็นหัวใจในสูตร ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก และยังค่อยๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ใสขึ้นได้ด้วย และที่สำคัญ Primer รุ่นนี้เค้ามี Salicylic Acid เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้ สาวรูขุมขนกว้างและมีปัญหาผิวมันง่ายอย่างเราก็ตาลุกวาวสิคะ!!! สิ่งนี้น่าจะเหมาะกับสภาพผิวของเรามากกว่า ใช้ได้จริงกว่า ว่าแล้วก็ขอลองหน่อย

thumbnail_IMG_6135

เรื่อง Packaging ไว้ใจ YSL เค้าได้ สวยงามตามที่เคยเป็นมา หลอดสีดำตัดด้วยตัวหนังสือสีทอง

thumbnail_IMG_6136

เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นสีไข่ไก่ เนื้อเจลกึ่งครีม ก้อยไม่ได้กลิ่นของเค้านะ เนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย สมูธมาก เรียบเนียนไปกับผิว

thumbnail_IMG_6137

Instant Matte Pore Refiner เป็น Primer ที่ใช้ทาลงบนผิวหน้าก่อนใช้รองพื้น จะให้ Finish งานผิวแบบแมทท์ ลดความมันวาวของผิว แต่ในความแมทท์นั้นก็ยังให้ความเบาสบายและชุ่มชื่นกับผิวอยู่ ก้อยลองทาลงบนฝ่ามือ จะเห็นว่าแม้จะส่องมือหาแสงแล้ว แต่ผิวมือของก้อยไม่เห็นความมันวาวแต่อย่างใด

thumbnail_IMG_6138

และนอกจากจะช่วยให้ผิวแมทท์ขึ้นแล้ว Primer ตัวนี้เค้ายังมี Blurring Technology หรือเทคโนโลยีลดความชัดเจน ช่วยอำพรางจุดบกพร่องบนใบหน้า โดยเฉพาะรูขุมขนอันแสนกว้าง Primer ตัวนี้เค้าช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนลดเลือนลงทันทีที่ใช้ ดูรูป Before กับ After ก้อยสิ จะเห็นว่าหน้าแก้มก้อยรูขุมขนค่อนข้างกว้างและเห็นชัด แต่เมื่อลง Primer ไปแล้ว รูขุมขนเรียบขึ้นทันที แบบเห็นได้ชัดมากเลย ก้อยแนะนำว่าให้ใช้ Primer ในปริมาณเล็กน้อยพอนะคะ ทาบางๆ บนผิวหน้า ถ้าใครที่ผิวมันและมีรูขุมขนกว้าง แนะนำให้ลงทั่วใบหน้าเลย มันจะช่วยลดเลือนรูขุมขน ช่วยให้ผิวมันวาวลงกลายเป็นผิวแมทท์ และช่วยให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น ส่วนสาวคนไหนผิวผสม แนะนำให้ลงแค่บริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง และมีความมันเกิดขึ้นง่าย ส่วนในบริเวณอื่นๆ สามารถใช้ Primer ที่ช่วยเพิ่มความ Glow ของหน้าได้ หรือจะใช้  Instant Moisture Glow ควบคู่กันไปก็ได้ค่ะ

thumbnail_IMG_6139

ก้อยใช้ Primer ทาบางๆ ทั่วใบหน้า ต่อด้วย YSL All Hours Foudation ที่ใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งโดยปกติแล้วรองพื้นตัวนี้จะให้งานผิวแบบกำมะหยี่กึ่งๆ แมทท์ แต่พอลง Primer ตัวนี้ลงไป จะได้ผิวที่แมทท์ขึ้นไปอีก คนหน้ามัน เลิฟผิวแมทท์จะต้องชอบตัวนี้ และถึงแม้ว่า All Hours Foudation จะขึ้นชื่อว่าคุมมันและติดทนยาวนาน เมื่อก้อยใช้ Primer ควบคู่กัน ผลปรากฏว่า ตัว Primer เค้าช่วยเสริมประสิทธิภาพกันและกันให้ผิวยังคงแมทท์ได้ยาวนานตลอดวัน ออกไปช้อปปิ้งกลางสยาม เข้าห้างตากแอร์ แล้วออกมาเจอแดดกลางสยามใหม่ ผ่านไป 6-7 ชั่วโมงผิวก็ยังสวย ผิวยังแมทท์ มีความมันวาวเกิดขึ้นบ้างเพียงเล็กน้อย (หากใช้รองพื้นเดี่ยวๆ จะเกิดความมันวาวเยอะกว่า) แต่หากมากกว่า 8 ชั่วโมง ผิวจะเริ่มมีความมันเกิดขึ้น แต่เป็นความมันเพียงเล็กน้อยที่อภัยให้ได้ เมคอัพยังติดทน สีชัด เนื้อรองพื้นไม่ไปกองรวมกันเป็นคราบเค้ก และที่สำคัญ มันช่วยเบลอรูขุมขนให้ผิวมันเรียบเนียนมากขึ้นกว่าใช้รองพื้นเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ผิวดูสวยขึ้น

thumbnail_IMG_6140

Primer ตัวนี้ก้อยชอบนะ เพราะช่วยทั้งเรื่องเบลอรูขุมขน และยังคุมมันได้ดี ให้ผิวแมทท์แบบที่สาวผิวมันชอบ และยังรู้สึกเบาสบายหน้า ไม่หนักผิว ผิวแมทท์แต่ยังคงความชุ่มชื่นไว้ ตัวก้อยเองก็ใช้ชีวิตง่ายขึ้น มีความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตแสนจะวุ่นวายข้างนอกบ้านมากขึ้น เช้ายันมืด ก็พร้อมจะเจอทุกช่วงเวลาของอากาศร้อนๆ

thumbnail_IMG_6141

และที่เลิฟสุดๆ คือ เมคอัพก้อยแน่นขึ้น ติดทนมากขึ้นจริงๆ กลับมาบ้านยังเห็นว่าเมคอัพตัวเองสีชัดเจน รองพื้นยังแน่นสวยอยู่เลย แนะนำเลยสำหรับผู้ที่อยากเสริมประสิทธิภาพในการแต่งหน้าให้ complete มากยิ่งขึ้น หลอดเดียวใช้ได้นานทีเดียว สาวๆ คนไหนสนใจก็เข้าไปทดลองที่เค้าเตอร์แบรนด์เค้าได้ทุกสาขา หรือช้อปปิ้งออนไลน์ก็ได้สะดวกดีที่ https://www.yslbeautyth.com

TN

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz