เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้

ทากันแดดผิวหน้ายังไง ไม่ให้อุดตัน | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปได้เลยจ้าา

01

ถ้าให้ก้อยเลือกสกินแคร์ตัวเดียว ตัวที่จำเป็นและสำคัญสุดๆ ในชีวิต นั่นก็คือครีมกันแดด!! ถ้าชีวิตนี้ไม่มีครีมกันแดด ปัญหาผิวหน้าต่างๆ ถามหาอย่างรวดเร็วแน่นอน!!

 

ก้อยเคยได้ยินมาตลอดว่าครีมกันแดดจะทำให้ผิวหน้าอุดตันจนเกิดเป็นสิว แต่จะไม่ทาก็ไม่ได้เนอะ แล้วจะต้องทายังไงไม่ให้ผิวอุดตันจนเกิดเป็นสิวล่ะ

02.jpg

ถามนิด!!! ทาครีมกันแดดแล้วล้างหน้าด้วย make up remover กันรึเปล่า!?? ฮั่นแน่!! บางคนคงคิดว่าครีมกันแดดคือสกินแคร์อย่างนึง ใช้แล้วไม่ต้องทำความสะอาดผิวหน้าก็ได้ แต่จริงๆ แล้วครีมกันแดดเค้ามีสารบางอย่างที่เคลือบผิวเรา จะช่วยปกป้องผิวเราจากรังสี UV ก้อยถือว่าเค้าเป็นสกินแคร์กึ่งเครื่องสำอางนะ ไม่ว่าจะเป็นกันแดดอย่างเดียว หรือตัวที่เป็นเบสเมคอัพ ช่วยปรับสภาพสีผิวไปในตัว เมื่อเราทาแล้วก็ต้องล้างออกด้วย makeup remover ใช้เพียงโฟมล้างหน้าอย่างเดียวไม่ได้นะจ้ะ

03.jpg

แล้วเลือกครีมกันแดดได้เหมาะกับสภาพผิวหน้ารึเปล่า?!? อย่างเช่นสาวผิวมันบางคนเลือกที่จะใช้กันแดดแบบซิลิโคน เพราะเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น แถมยังช่วยให้ผิวเนียน ลดเลือนพวกรูขุมขน ก้อยเองก็เคยเป็นเช่นนั้น เพราะเป็นคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง  และควบคุมความมันได้ดี ยอมรับค่ะว่าผลในระยะสั้นมันตอบแทนให้ผิวได้เลิศ แต่กลับส่งผลเสียในระยะยาว เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้ผิวหน้าเราอุดตันหนัก จนเกิดเป็นสิวตามมา เพราะฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงกันแดดเนื้อซิลิโคนกันดีกว่านะ

 

สาวผิวแห้ง ควรใช้กันแดดที่เป็นเนื้อครีม เพราะเค้ามักจะผสมพวกสารบำรุงต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเข้าไปด้วย

 

สาวผิวมัน ควรใช้กันแดดที่เนื้อบางเบา อย่างโลชั่น , เจล หรือเอสเซ้นต์ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์ค่อยข้างซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว

 

สำหรับตัวก้อยเองแล้ว ก้อยเลือกใช้กันแดดแบบสาวผิวมันค่ะ ถึงแม้ตัวเองจะเป็นคนผิวผสม แต่ก็ค่อนไปทางมัน แต่ชอบความเบาสบายผิว ไม่เหนอะหนะผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว สามารถแต่งหน้าต่อโดยที่เครื่องสำอางไม่เป็นคราบ ก็มีตัวนี้ที่ทดลองใช้อยู่ช่วงนี้แล้วรู้สึกว่า มันตอบโจทย์ดี04

Joliena Plus SPF50+ PA++++ เค้าเป็นครีมกันแดดที่เป็นเนื้อโลชั่น ที่ก้อยใช้แล้วสบายผิวมากๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะเนื้อออกไปทางกึ่งๆ เซรั่มเลย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้กลิ่นฉุนสารเคมีเลย หลังจากทาไปแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้โดยไม่กังวลเรื่องคราบเลย
หรือจะทาเป็นเบสก่อนลงเมคอัพก็ได้นะ

05.jpg

ก้อยว่ามันเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยนะ เพราะเค้ามีส่วนผสมของ Chamomile สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิว ผิวแพ้ง่าย ตัวนี้เค้าจะไปช่วยลดการระคายเคืองและลดการอักเสบของผิว  หรือสำหรับคนผิวแห้ง ก็จะมี Beet Root เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวทันที  ช่วยให้ผิวไม่ลอกไม่เป็นขุย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนผิวมัน เพราะมี Alpine Willowherb เข้าไปช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ลดปัญหาผิวต่างๆ ที่เกิดจากความมัน
Vitamin E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์กว่าวัย Kakadu plum ตัวนี้เป็นพืชที่มีวิตามินซี สู้งงงง ที่สุดในโลก จะช่วยปรับผิวของเราให้กระจ่างใสขึ้นระยะยาว และยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่มี Encapsulation Technology ที่ช่วยคงประสิทธิภาพ เก็บคุณค่าของสารสกัดต่างๆ ทำให้บำรุงฟื้นฟูผิวได้ดี

06.jpg

แต่ถึงแม้ว่าเราจะเลือกครีมกันแดดได้เหมาะสมกับสภาพผิว หรือเนื้อบางเบาแค่ไหน แต่ถ้าล้างหน้าไม่สะอาดเช่นเดิม ก็เกิดสิวอุดตันได้ง่ายๆ เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นนอกจากจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่ช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิวแล้ว ก็ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งที่ใช้ครีมกันแดดด้วยนะ

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากลองใช้ครีมกันแดด Joliena Plus SPF50+ PA++++ ตอนนี้เค้ามีขายแต่ในออนไลน์เท่านั้นนะคะ
ลองแอบไปส่องข้อมูลหรือโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจของเค้าได้เลยค่ะ

 

สำหรับวันนี้ก้อยขอตัวไปก่อนน้าาา  ไว้คราวหน้ามีไอเทมตัวไหนเด็ดๆจะมาบอกต่อเพื่อนๆกันค่า
บายยยย

01.jpg

 

แต่งหน้าแก้เลี่ยน ลุคหวานซ่อนเปรี้ยว | KoiOnusa

ไปดู HowTo แต่งตาเปรี้ยวๆ แบบนี้ได้ที่นี้เลย ก็รู้อยู่ว่าเราเป็นสาวหวาน!! แต่เบื่อหวานแล้วตอนนี้ อยากลุกขึ้นมาแอบเปรี้ยวบ้าง เอาพอประมาณ เปรี้ยวกรุบกริบแล้วกัน

Eyeshadow สวยๆ และ Eyeliner งามๆ ในคลิปนี้เป็นความดีงามของ  Inglot Freedom System Palette และ Duraline จ้ะแม่!! Mix&Match สีสนุกเลย

Everyday Look กับไอเทมฮุก ๆ ที่แนะนำว่าควรมี! (รวมเมคอัพงานผิว ที่ได้ทั้งแต่งหน้า และบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน เปิดกรุไอเทมงานผิวมงลงเลยจ้ะ) | KoiOnusa

ดูแบบคลิปก็ได้นะ
ไหนๆ ใครชอบเมคอัพงานผิวๆ บ้าง ก้อยเป็นคนนึงที่ชอบไอเทมงานผิว เพราะมันสามารถใช้ได้ในทุกวัน ใน Everyday Look โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักผิว ที่สำคัญคือใช้ง่าย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แล้วถ้ายิ่งเมคอัพชิ้นนั้นมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันแล้วด้วยหละ ยิ่งช่วยให้ผิวสวยมงลงกันเลยทีเดียว
นี่เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวที่ก้อยหยิบใช้ในช่วงนี้บ่อยๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเนอะ มีทั้งไอเทมเก่าๆ ที่มีมานาน และไอเทมใหม่ๆ ที่แบรนด์เค้าเพิ่งวางขายซักระยะนึง พอใช้แล้วมันปลื้มมมม เลยหยิบใช้กันบ่อยเลยช่วงนี้
ก้อยขอแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ นะ
ต้องบอกว่า Primer ตัวหลักๆ ที่ก้อยใช้จะมี 2 ตัวนี้ ซึ่งให้ Finish ของผิวหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum
เจ้าตัวนี้นับว่าเป็นเซรั่มที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นมากๆ ก่อนแต่งหน้า เนื้อเค้าจะเป็นน้ำและน้ำมันแยกออกจากกัน แต่เนื้อซึมไวนะ คนผิวมันก็ใช้ได้ไม่ต้องกังวล เพราะมันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิว

เมื่อทาลงบนผิวจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูอิ่มเอิบ และ Glow ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเค้ามี Argan Oil ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที นอกจากจะเป็น Primer ที่ช่วยให้ Finish Look ของการแต่งหน้าเป็นผิวแบบโกลว์แล้ว เค้ายังมี Vegan Marine Plant Collagen ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้ผิวแลดูกระชับดูอ่อนเยาว์ มี Marine Plant Extracts  ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและนุ่มขึ้น และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย

ดูจากรูปจะเห็นได้เลยว่าผิวก้อยดู Glow และชุ่มชื่นขึ้นทันทีจริงๆ ที่ใช้
YSL Instant Matte Pore Refiner
Primer ตัวนี้จะช่วยทำให้ผิวแมตต์เลย สำหรับคนที่ไม่ชอบผิว Glow ต้องการผิวแมตต์ขั้นสูดสุง ตัวนี้ตอบโจทย์นะ และมันช่วยเบลอรูขุมขนได้ในระดับนึง ที่ไม่ได้ช่วยเบลอระดับสุดนั้นเพราะเค้าไม่มีซิลิโคนนะ จึงไม่ทำให้อุดตัน
แต่ที่ก้อยชอบมากๆ ก็เพราะ Primer ตัวนี้มันทำให้เครื่องสำอางก้อยติดทนนานตลอดทั้งวัน รู้สึกได้เลยว่าเครื่องสำอางที่ทาลงบนใบหน้าแน่นมาก ตกเย็นก็ไม่เลือนหาย และนอกจากเค้าจะช่วยเบลอรูขุมขนและช่วยให้เมคอัพติดทนมากๆ แล้ว เค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น ใบวอลนัท ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก และยังค่อยๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ใสขึ้นได้ด้วย มี Salicylic Acid เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้
ดูจากรูปจะเห็นว่าผิวก้อยแมตต์เลย ไม่มีความวาวบนโหนกแก้มเลย
กลุ่มต่อไปเป็นงานรองพื้นนะ รวมถึงพวกคุชชั่นและCCครีมด้วย
It Cosmetics Your Skin But Better CC Cream : Fair
เป็น CC ครีมที่ก้อยใช้หมดมาเป็นหลอดที่ 3 แล้ว และอันนี้ก็กำลังจะหมดในเร็ววันนี้ วันไหนที่ขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นอะไร หยิบเจ้าตัวนี้มาใช้ง่ายดี
เนื้อเกลี่ยง่าย ใช้นิ้วเกลี่ยก็ได้ ให้ผิวใสๆ สบายๆ เหมาะสำหรับ Everyday Look สุดๆ แต่อาจจะไม่ได้ให้การปกปิดอะไรมากมายนะ เป็นงานผิวจริงๆ แต่ช่วยให้ผิวของเราดูดีขึ้น สมชื่อ Your Skin But Better เค้าเลย และเค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น Vitamin A, C, B, E Hyaluronic Acid และ Hydrolyzed Collagen ซึ่งช่วยในเรื่องของ Anti-Aging ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นด้วย และที่สำคัญ เค้ามีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนี่แหละ ก้อยถึงชอบใช้บ่อยๆ เพราะตัวเดียวจบจริงๆ
เมื่อทาลงบนผิวแล้วก็จะได้ผิวใสๆ แบบนี้ จะเห็นได้ว่า เรายังเห็นรอยแดง รอยสิวอยู่บางๆ แต่ผิวหน้าดูดีขึ้นนะ ดูใสและขาวขึ้นเลย
Lancôme Blanc Expert Cushion Urban Duo Palette : P-02
งานผิวใสต้องมอบให้ตัวนี้ เป็นคุชชั่นที่ให้ความฉ่ำวาว ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ ผิวใสขึ้นจริงๆ แล้วยังมีคอนซีลเลอร์ภายในตลับ ช่วยปกปิดรอยสิวรอยคล้ำใต้ตาเพิ่ม
แต่บอกก่อนเลยว่าคุชชั่นรุ่นนี้ไม่เน้นการปกปิด แต่ช่วยให้ผิวใสผิวสวยขึ้นมากกว่า ได้ลุคผิวกำมะหยี่ใสๆ ไม่คุมมันเท่าไหร่ แต่ผิวสวยจริงๆ ก้อยชอบใช้ในวันสบายๆ เข้าห้างเบาๆ ช่วงสิวไม่มี เค้ามีส่วนผสมของสารบำรุงต่างๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นด้วย
จะเห็นได้ว่า ทาผิวไปแล้วผิวสวยจริงๆ เป็นคุชชั่นหน้าใส ใช้ช่วงหน้าเนียนๆ ไร้สิวนูนๆ แล้วได้ผิวสวยมาก
Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm : #3
ช่วงนี้กำลังเห่อเจ้าตัวนี้มากๆ เพราะใช้สะดวกใช้ได้ใน Everyday Look จริงๆ เป็นเนื้อบาล์มที่จะเปลี่ยนจากเนื้อบาล์มเป็นเนื้อครีม และจะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นแป้ง เท่ากับเราไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย
เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีเลยนะ ก้อยติดมากช่วงนี้ หยิบมาใช้ตัวเดียวจบได้ง่ายๆ
เมื่อใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ ก็จะปกปิดได้ดีแบบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ เป็นการปกปิดที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักๆ ใช้ตัวเดียวจบได้เลย
Tarte Rainforest Of The Sea Water Foundation : Fair-Light Sand
รองพื้นตัวนี้ก้อยชอบใช้กับตัว Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum เพราะมันช่วยให้ผิวโกลว์สวยมาก ตัวรองพื้นเค้าช่วยเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิว จึงทำให้เมื่อลงรองพื้นบนผิว จะได้ผิวที่ดูมีชีวิตชีวา

เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีทีเดียว เกลี่ยง่าย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเค้ก อาจจะไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่เป็นงานผิวที่สวยจริงๆ แถมยัง SPF15 ช่วยกันรังสี UV ด้วย

จะเห็นว่าเมื่อทารองพื้นลงไป มันปกปิดได้ในระดับนึง แต่สามารถค่อยๆ บิ้วเพิ่มระดับการปกปิดได้นะ ได้ผิวสวยๆ โกลว์ๆ ปกปิดได้พอดีๆ
No.7 Match Made Custom Blend Foundation Drops : Calico
เป็นรองพื้นที่เลือกระดับงานผิวได้ อยากจะใช้ในวันสบายๆ ไม่เน้นการปกปิดมากก็ใช้ 1 หยด และเพิ่มระดับการปกปิดขึ้นไปก็ใช้ 2 หยด และใช้ 3 หยดเพื่อการปกปิดที่แน่นมากๆ

บอกเลยว่าตัวนี้ปกปิดดีมากๆ เมื่อใช้ในนะดับ2-3 แล้วหน้าก็จะเนียนกิ๊ง ไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเลย อันนี้ประทับใจมากๆ ราคาก็น่ารัก ผสมกับครีมบำรุงผิวตัวต่างๆ เพื่อเลือก Finish งานผิวได้ อยากจะผิว Matte ผิว Glow ก็อยู่ที่ครีมบำรุงและPrimer ของเราที่สามารถผสมเข้าไปในเนื้อรองพื้นได้เลย

ก้อยทาให้ดู 3 ระดับเลย จะเห็นว่ามันค่อยๆ เพิ่มระดับการปกปิดจริงๆ ก้อยใช้บ่อยนะ เวลาขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นตัวไหนดี 55555+
ต่อมาเรามาจบกันที่งานแป้งที่ก้อยใช้บ่อยๆ ในช่วงนี้นะ
Three Ultimate Diaphanous Loose Powder : #01
ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ ครั้งแรกที่ใช้คือชอบพัฟเค้ามากๆ แต่ตัวแป้งของเค้าก็มีดีด้วยเช่นกัน เป็นเนื้อแป้งที่มีอณูละเอียดมากๆ
แป้งฝุ่นตัวนี้ให้ finish look ที่ดูเป็น natural matte คือให้ผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ได้ทำให้สีของรองพื้นเพี้ยนไป และช่วยคุมมันได้ดี
ก้อยใช้แต่งหน้าในหลายๆ วันเลย เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ
Three Pristine Complexion Powder Foundation: #100
แป้งตัวใหม่ล่าสุดของ Three ขอพูดเยอะหน่อยเพราะเป็นไอเทมใหม่ล่าสุดในไลน์งานผิวที่ก้อยมี มันน่าสนใจตั้งแต่มีพี่อ้อม สุนิสา เป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ซึ่งก้อยว่าก็เหมาะมากจริงๆ เพราะพี่อ้อมเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ เป็นคนที่เรียบง่าย ดูคลาสสิค มีเอกลักษณ์ สามารถสื่อความเป็นตัวตนได้ออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่หวือหวาแต่มีคลาส ซึ่งตรงกับบุคลิกของแบรนด์ Three มากๆ พอมาศึกษาดูข้อมูลของมันก็เลยยิ่งอยากใช้
แป้งตัวนี้มาในรูปแบบตลับสี่เหลี่ยมแนวยาวแบบมินิมอลเช่นเดิม แค่ตลับก็น่าใช้มากแล้ว และเค้ายังเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ช่วยเบลอรูขุมขนก้อยได้ดีมาก ใช้แล้วยังรู้สึกเหลือเชื่อกับงานผิวที่ได้ เพราะก้อยใช้แป้งคู่กับแปรงของเค้า ไม่เคยใช้แป้งผสมรองพื้นโดยไม่ใช้พัฟเลย แต่พอได้ใช้แปรงควบคู่กับแป้งของเค้าแล้วได้ผิวที่เนียนเกินคาด เพราะเค้ามี Spherical Powder 4 ชนิด ช่วยอำพรางจุดบกพร่องของเรา
แป้งตัวนี้เค้ามีเนื้อแป้งมาให้ 2 แบบนะคะ ฝั่งที่มีปริมาณเยอะกว่านี่เป็น Slender Matte จะเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคแบบ Airy Matte คือให้การปกปิดแต่ดูบางเบาเป็นธรรมชาติ และให้ผิวดูแมตต์ แต่ไม่แมตต์จนมากเกินไป เพราะเค้ามีเทคโนโลยี  Soft Focus Effect  ที่จะช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ให้แสงที่สะท้อนมาที่ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ มี Anti-dulling Powder และ Subum-Absorbing Coating ที่ช่วยให้แป้งบนผิวหน้าเราไม่ดรอปไม่หมองตลอดวัน
ส่วนอีกฝั่งที่เล็กกว่าคือ Slender Glow เป็นแป้งที่มีเนื้อชิมเมอร์เล็กๆ ช่วยกระจายแสงให้ผิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น ก้อยใช้แป้งในส่วนนี้เป็นไฮไลท์เลย ปัดบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก จงอยปาก จะเห็นเลยว่าผิวบริเวณนั้นสว่างขึ้น แต่ยังดูเนียนไปกับผิวหน้าเราอยู่ เพราะเค้ามีอณูแป้ง Silky Powder ซึ่งมีความละเอียดมาก โปร่งแสง ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ และมีอณูแป้ง Flaky Powder ช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
พอใช้ร่วมกันแล้วทั้งฝั่งที่เป็น Slender Matte ทั่วใบหน้า และฝั่ง Slender Glow บริเวณจุดไฮไลท์ต่างๆ จะช่วยเพิ่มมิติให้หน้าเรามากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นด้วย ที่สำคัญตัวแป้งเค้ามีส่วนผสมของโบทานิคอล ออยล์ และสารสกัดจากพืช 9 ชนิด ช่วยบำรุงผิวหน้าไปในขณะที่เราแต่งหน้าระหว่างวันด้วย
และนี่ก็เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวแบบจัดเต็มที่ก้อยใช้บ่อยและเห่อมากๆ ในช่วงนี้ เรียกว่าใช้สลับกันไปมาใน Everyday Look เลย แล้วแต่อารมณ์ว่าวันไหนอยากได้ลุคผิวแบบไหน ปกปิดแค่ไหน แต่ไม่ได้เน้นการปกปิดแบบจัดเต็มอะไรมากมายนัก เรียกว่าเป็นไอเทมเมคอัพที่ช่วยให้ผิวสวยขึ้นและยังได้หายใจอยู่ หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะ
00.jpg

6 วิธีบำรุงขนตาจริงให้สุขภาพดี สวย หนา ไม่แพ้ขนตาปลอม | KoiOnusa

ก้อยเพิ่งไปต่อขนตามาได้ซัก 1 เดือนค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงขนตาเริ่มหลุดร่วง แอบเสียดายนะ อยากมีขนตาหนา งอน สวย ยาวแบบนี้ไปนานๆ

แต่จะให้ก้อยไปต่อขนตาบ่อยๆ นี่ทำใจไม่ได้นะ เพราะเราก็รู้อยู่เต็มอกแหละว่ามันคือการเอาสารเคมีอย่างตัวกาวต่อขนตามาอยู่ใกล้ชิดดวงตาและขนตามากๆ ซึ่งจะส่งผลให้ขนตาจริงของเราไม่แข็งแรง และมีอาการร่วงบ้างประปราย ไม่ได้นะ!!! เราไม่ยอมให้ขนตาเราเบาบางแบบนั้นหรอก มาดู 6 วิธีที่จะช่วยให้ขนตาของเราแข็งแรง มีสุขภาพดีไม่แพ้ขนตาปลอมกัน

1. ล้างมาสคาร่าทุกครั้ง


มาสคาร่ายี่ห้อไหน ราคาแพงมากแค่ไหน ก็มีส่วนผสมของสารเคมี ดังนั้นสารเคมีไม่ควรอยู่ใกล้ดวงตาข้ามวันข้ามคืน ซึ่งเป็นการทำร้ายขนตา ดีไม่ดีดวงตาเราอาจะได้รับผลกระทบไปด้วยนะ

2. ใช้คลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาทำความสะอาดขนตา


เนื่องจากคลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาค่อนข้างอ่อนโยน และสามารถทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาได้ง่ายกว่าคลีนซิ่งทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดสีจากสำลี ช่วยลดความเสียหายกับขนตา และลดริ้วรอยที่จะตามมาด้วย

3. เช็ดบริเวณรอบดวงตาอย่างเบามือ
เราไม่ควรขยี้หรือถูกบริเวณรอบดวงตาแรงๆ ควรใช้สำลีชุบคลีนซิ่งแล้วแปะลงไปที่เปลือกตาเบาๆ ประมาณ 20-30 วินาที แล้วค่อยๆ ลากสำลีออก เพื่อลดการเสียดสีของสำลีกับบริเวณรอบดวงตา   ลดความเสียหายของขนตาและลดการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาด้วย

4. ดัดขนตาอย่างเบามือ


ใช้ที่ดัดขนตาหนีบที่เส้นขนตา ไม่กระตุกขนตา แต่ค่อยๆ หนีบให้งอนเรียงยาวอย่างเบามือ ป้องกันการขาดหลุดร่วงของขนตา

5. พักการใช้มาสคาร่าบ้าง


บางครั้งคนเราก็ต้องการเวลาพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าต่างๆ ขนตาก็เช่นกัน เราไม่ควรใช้มาสคาร่าในทุกๆ ครั้งของการแต่งหน้า ควรให้ขนตาของเราได้รับการพักผ่อนบ้าง ให้ขนตาได้หายใจ ปราศจากสารเคมีบ้างนะ

6. บำรุงขนตาบ้าง
คนเราต้องการวิตามินบำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี ขนตาก็เช่นกัน เราควรบำรุงขนตาด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เลือกที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารระคายเคืองที่ทำอันตรายต่อขนตาเรา ช่วงหลังต่อขนตาก้อยใช้ Lancôme Eye and Lash Serum ตัวนี้เป็นประจำ เพราะนี่กลัวขนตาปลอมที่ต่อไว้หลุด แล้วขนตาจริงจะหลุดร่วงตาม

เค้าไม่ได้ช่วยบำรุงแค่ขนตาให้ชุ่มชื่น หนา และแข็งแรงเท่านั้น เค้ายังช่วยบำรุงบริเวณรอบดวงตา ลดรอยคล้ำใต้ตา ลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา และลดอาการบวมของรอบดวงตาด้วย

Applicator ของเค้าเป็นรูปไข่มุกสีเงิน ทำมาจากสแตนเลส สตีล ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับวงการแพทย์เค้าใช้กัน สะอาดและช่วยลดแบททีเรีย รวมถึงยังให้ความเย็นกับผิวด้วยนะ

เนื้อเซรั่มเค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้เลย

ก้อยใช้ทารอบดวงตาต่อเนื่องกันมา 2 สัปดาห์หลังต่อขนตามาได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งก้อยชอบในขณะที่เจ้า appicator สัมผัสบริเวณผิวรอบดวงตามาก เราจะรู้เย็นผิว รู้สึกสบายตา ผ่อนคลายดี และก้อยใช้ทาบริเวณแนวเส้นขนตาด้วยในตอนท้าย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับขนตาเรา!!

เนื้อเซรั่มเค้าให้ความชุ่มชื่นสูงมากจริงๆ ไม่ได้ซึมหายไป แต่ยังมีความหนึบๆ ติดอยู่รอบดวงตาตลอดทั้งคืน รู้สึกสบายดวงตาดีนะ ตื่นมาตอนเช้าดวงตาสดชื่น และได้บำรุงขนตาไปด้วย เผื่อว่าเมื่อขนตาปลอมที่ต่อมาหลุดหมด เราจะได้มีขนตาจริงๆ ของเราที่สวย งอน ยาว หนา และแข็งแรงสู้ขนตาปลอมได้บ้าง

และนี่ก็เป็น 6 วิธีดูแลขนตาจริงของเราให้สวยไม่แพ้ขนตาปลอมที่เราไปต่อมา อาจจะไม่ได้ช่วยให้หนา ฟู รวดเร็วเช่นการใช้ขนตาปลอมติด แต่รับรองได้ว่าขนตาของเราจะแข็งแรง เป็นขนตาที่สวยแบบยั่งยืนแย่นอน

S__60710953.jpg

โอยุนซอ Touch Your Heart เองจ่ะพี่จ๋า | KoiOnusa

ไหนๆ ใครได้ดูซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง Touch Your Heart บ้าง!!!
วันนี้ก้อยขอลุกขึ้นมามโนเป็นนางเอกซักหน่อย เนื่องจากจริตชอบสีชมพูเว่อร์ๆ คล้ายๆ กัน ฮ่าาาาา จริงๆ เราแอบติดตามนางตั้งแต่เรื่อง My Love From The Star แล้วนะ ตอนนั้นนางแอบร้ายนิดๆ และหน้ายังบวม อวบๆ หน่อย แต่ในเรื่องนี้นางสวย ผอม ออร่าจับมาก และลุคที่ก้อยใช้เป็น inspire ก็คือลุคนี้เลย
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เราไปเริ่มกันเลยนะ
มีแบบคลิปด้วยน้า กดเข้าไปชมกันได้เลย
ใช้ Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum เป็นเบสพื้นผิวหน้าก่อนลงรองพื้น เพื่อเพิ่มความฉ่ำวาวให้กับผิวหน้า ให้ผิวชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา อิ่มน้ำแบบสาวเกาหลี ก้อยหยดออกมา 2-3 หยด แล้วทาให้ทั่วใบหน้าเบาๆ จะรู้สึกผิวชุ่มฉ่ำขึ้นทันที
ต่อด้วยรองพื้น Tarte Rainforest Of The Sea Water Foundation สี Fair-Light Sand เป็นรองพื้นงานผิว ที่ให้การปกปิดในระดับนึง แต่ยังให้ผิวดูเป็นผิวอยู่ เหมาะมากที่จะใช้คู่กันกับตัว Super Serum ของเค้า มันจะให้งานผิวที่ฉ่ำมงลงมาก ผิวสวย ผิววาวเบาๆ ก้อยชอบใช้คู่กันมาก
และถ้าต้องการการปกปิดมากขึ้น อย่างเช่นพวกรอยสิวหรือรอยคล้ำใต้ตาหนักๆ ที่รองพื้นปกปิดไม่อยู่ ก้อยใช้ Giorgio Armani Power Fabric Concealer สีเบอร์ 2 ทาบริเวณที่ต้องการปกปิดเพิ่มเติม เนื้อลื่นเกลี่ยง่าย และให้ความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งจนเป็นคราบระหว่างวัน
จากนั้นก็จะลดความวาวของใบหน้าลงนิดนึง โดยใช้แป้งฝุ่น Three Pristine Complexion Powder Foundation เบอร์ 100 แป้งฝุ่นตัวใหม่ล่าสุดจาก Three เซ็ตรองพื้นทุกอย่างให้ติดทนอยู่กับใบหน้า โดยใช้ฝั่ง Slender Matte (ฝั่งช่องใหญ่) ปัดแป้งให้ทั่วใบหน้า เราก็จะได้งานผิวที่ไม่ Glow และไม่ Matte จนเกินไป ก้อยชอบงานผิวประมาณนี้ สวยแน่นแต่บางเบาสบายหน้า
คิ้วของ โอยุนซอ เค้าค่อนข้างตรงมากถึงมากที่สุด เพราะฉะนั้นก้อยจึงใช้ดินสอเขียนคิ้ว Urban Decay Brow Blade สี Neutral Nana วาดโครงคิ้วก่อน โดยพยายามวาดให้ตรงที่สุด
จากนั้นใช้คอลซีลเลอร์ Giorgio Armani Power Fabric Concealer สีเบอร์ 2 อันเดิมทาทับคิ้วบริเวณนอกเหนือจากรอยดินสอที่เขียนโครงคิ้วไว้ แล้วเบลนด์ให้คอลซีลเลอร์ปิดสีคิ้วให้มากที่สุด
จากนั้นใช้ดินสอเขียนคิ้วถมสีลงไป โดยเว้นบริเวณหัวคิ้วไว้ และใช้แปรงเกลี่ยสีคิ้วให้หัวคิ้วมีสีน้ำตาลจางๆ เพื่อให้คิ้วดูฟุ้งอย่างเป็นธรรมชาติ
ใช้ Heavy Rotation Coloring Eyebrow สีเบอร์ 6 ปัดขนคิ้วให้สีอ่อนลง เนื่องจากโอยุนซอ ค่อนข้างมีสีคิ้วที่อ่อนมาก ก้อยจึงใช้สีน้ำตาลอ่อนกว่าสีผมนิดๆ มาปัดให้สีคิ้วดูอ่อนลง
ต่อด้วยการทาอายแชโดว์ ก้อยใช้สีน้ำตาลอ่อนจากพาเลต Clio Pro Eye Palette สี Brown Choux ทาให้ทั่วเปลือกตา รวมถึงขอบตาล่างด้วย
จากนั้นใช้สีน้ำตาลเข้มขึ้นมาอีกเฉดในพาเลตเดียวกัน ทาขอบตาบนให้ชิดแนวขนตา และทาขอบตาล่างบริเวณหางตาด้วย
ใช้แปรงค่อยๆ เบลนด์ให้สีเนียนไปกับสีน้ำตาลอ่อน เป็นการไล่โทนสี
ใช้แปรงเขียนอายไลเนอร์ จุ่มสีน้ำตาลเข้มออกแดงๆ จากพาเลต Tarte Tartelette Toasted ทาบริเวณชิดขอบขนตาบนลากยาวออกไปที่หางตา โดยพยายามวาดให้หางตาตกลงนิดๆ
เขียนอายไลเนอร์สีดำให้เล็กกว่าอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มที่ทาไว้ก่อนหน้านี้ แล้วเขียนออกมาที่หางตาแต่ไม่ให้เกินสีอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้ม เขียนให้หางตาตกลงมานิดๆ ด้วยนะ
ใช้ Benefit Hoola Light เฉดดิ้งแก้ม ให้หน้าดูเล็กเรียวเหมือนนางเอก
รวมถึงเฉดดิ้งจมูกให้แหลมๆ ด้วยนะ เพราะนางเอกของเราจมูกโด่งมากกกกกกก
ปัดแก้มด้วยสีชมพูพีชๆ สีอ่อนมากๆ จาก 3CE Face Blush สี Nude Peach
นางเอกใช้ไฮไลท์ที่เป็นธรรมชาติมาก ก้อยจึงใช้ Essence Glow Like A Mermaid Highlighter ในการปัดโหนกแก้ม สันจมูก และจงอบปาก จะให้ผิวที่ดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ
ในลุคนี้โอยุนซอค่อนข้างทาปากสีเข้มมาก ก้อยเลยใช้ Sola Matte-In-Stick Lipstick สี Fire เบอร์ 2 เป็นสีส้มตุ่นๆ อมแดงเล็กๆ เนื้อแมตต์ ที่เนื้อลื่น ทาง่าย ไม่หนักปาก
แต่นแต๊นนนน!!!
 แต่งเสร็จก็จะได้ลุคประมาณนี้
แต่ก้อยว่าสีปากยังไม่แซ่บพอ ก้อยเลยใช้ Sola Matte-In-Stick Lipstick สี Ruby เบอร์ 1 ที่เป็นสีแดงที่แซ่บบบบ ไม่สว่างเกินไป เปลี่ยนลุคให้แซ่บขึ้นได้ทันทีเลย ก้อยชอบทั้ง 2 สีเลยสีแบบสายเกามาก
ทาแล้วรู้สึกเหมือนเป็นโอยุนซอขึ้นมาเลย >.<
ปาดสีทั้ง 2 สีให้ดู ไหนใครชอบให้โอยุนซอตัวปลอมทาลิปสีไหนมากกว่ากัน อันไหนเหมาะที่จะเป็นโอยุนซอมากกว่านะ ติ๊กต๊อกๆ

เป็นยังไงบ้างงงง พอจะเป็นโอยุนซอมนุษย์พิ้งคึพิ้งคึกับเค้าได้มั้ยยยยย อิอิ

แต่งหน้านัวๆท้าแดด ใช้เครื่องสำอางหลักสิบหลักร้อย แต่สวยหลักพัน | KoiOnusa

อากาศร้อนจัด พาลทำให้อารมณ์เสีย มาแต่งหน้าเล่นช่วยให้อารมณ์ดีกันเถิด วันนี้ก้อยขอแต่งหน้าท้าแดดในตีม “เครื่องสำอางหลักร้อย แต่งหน้าได้หลักล้านนน!!!” ก็พูดเว่อร์ไปนั่น 5555+ เครื่องสำอางหลักสิบหลักร้อย แต่งสวยได้หลักพันก็พ๊อ!! เอาเป็นว่า วันนี้ขอหยิบเครื่องสำอางราคาน่ารักมาเป็นไอเทมหลักในการครีเอทลุคนี้แล้วกัน

นี่เป็น Finish Look ที่ใช้เครื่องสำอางทั้งหมดไม่เกิน 1,000 บาท!!! บร้ะๆ ใช้อะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่บ้าง ไปชมกันเลย แล้วก้อยจะรวมราคาทั้งหมดไว้ท้ายสุดนะ ว่าลุคนี้ใช้เครื่องสำอางอย่างเต็มที่ หมดไปกี่บาทกัน แอบกระซิบว่า มีทั้งดัดขนตาและมีทั้งมาสคาร่าปัดขนตาครบลุคเลยด้วย

Nami I’m Fresh Aloe Lemon Brightening Gel (49 บาท)
ขั้นแรกต้องบำรุงผิวกันซะก่อน อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใช้เจลว่านหางจรเข้สกัดเย็นปลอบประโลมผิวก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ เจ้าตัวนี้จะช่วยคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า ให้ผิวฉ่ำน้ำ ปลอบประโลมผิวที่ถูกแสงแดดทำร้าย และยังช่วยลดรอยดำ รอยแดง ช่วยให้ผิวกระจ่างใส พร้อมทั้งช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมันบนใบหน้าอีกด้วย ตัวนี้ทาแล้วจะรู้สึกเย็นผิวเลย ชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียวเหนอะหนะผิว กลิ่นหอมอ่อนๆ

Nami Make Up Pro White Peach DD Cream (49 บาท)
ต่อกันด้วยการลง DD ครีม เจ้าตัวนี้เค้ามีก้นแดดด้วยนะ ก้อยจึงใช้เป็นงานเบสหน้าและเป็นกันแดดไปในคราวเดียวกัน เนื้อของเค้าเป็นสีแซลม่อน ทาลงบนผิวหน้าแล้วเค้าจะปรับความสว่างให้ผิวขึ้นมากเลย แต่ไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรมากนะ เป็นงานผิวๆ ปกปิดบางๆ เนื้อค่อนข้างเกลี่ยง่าย ลงบนผิวแล้วจะแตกตัวเป็นน้ำ ชุ่มชื่นผิว เหมาะสำหรับคนผิวขาวนะจ้ะตัวนี้

S__45023268.jpg

Nami Make Up Pro Seoul Girl  Full Cover Concealer (49 บาท)
เนื่องจาก DD Cream ยังปกปิดสิวและรอยคล้ำใต้ตาก้อยไม่แน่นพอ ก้อยจึงใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดจุดด่างดำ รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา เนื้อคอนซีลเลอร์ค่อนข้างเกลี่ยง่าย เบาบาง และปกปิดได้ดีเลย

POND’s MAGIC BB POWDER  (20+ บาท)
ใช้แป้งฝุ่นกระป๋องของ Pond’s ราคาน่ารัก แถมคุมมันดีอีกต่างหาก ก้อยใช้แล้วหน้าไม่เป็นคราบเลย ใครสะอวดใช้แปรงก็ใช้ได้นะ แต่ก้อยใช้พัฟของแป้งยี่ห้ออื่นมาค่อยๆ ทาบนหน้าเบาๆ เนื้อแป้งเค้าเป็นสีเนื้อ เนื้อค่อนข้างละเอียดและบางเบา
Chaonang Slim waterproof Eyebrow : 01 Espresso Brow (159 บาท)
เขียนคิ้วกันหน่อย ก้อยใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีหัวแปรงปัดคิ้วอีกด้านหนึ่ง ไว้สำหรับเกลี่ยสีคิ้ว หัวดินสอเค้าเส้นเล็กมากๆ ขนาดเพียง 1.5 มม. เขียนคิ้วได้คมกริบ เขียนลื่นเลย ก้อยจะวาดโครงคิ้วก่อน จากนั้นค่อยๆ ระบายถมสีในช่องว่าง โดยเว้นหัวคิ้วไว้ จากนั้นใช้แปรงอีกฝั่งเกลี่ยนสีคิ้วไล่เข้ามาในหัวคิ้ว เราก็จะได้คิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ

ในส่วนของงานตานั้น ก้อยใช้อายแชโดว์แบบซอง Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Long-Lasting Eyeshadow เนื้อครีมและมีกลิตเตอร์เล็กๆ ช่วยกระจายแสงให้เปลือกตามีชีวิตชีวา เม็ดสีชัดมากกกก เนื้อนุ่มลื่น และเบลนด์ง่าย มีทั้งหมด 3 สี
01 Sweet Peach สีโทนส้ม
02 Pearly Pink สีชมพูนู้ด
03 Choco Brown สีน้ำตาล

Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Long-Lasting Eyeshadow : 03 Choco Brown  (49 บาท)
ก้อยใช้สีน้ำตาล ทาทั่วเปลือกตาเลย รวมถึงทาขอบตาล่างด้วย จากนั้นก็ใช้นิ้วค่อยๆ เบลนด์ๆ กดๆ ให้เนื้อครีมละมุนขึ้นและติดกับเปลือกตาแน่นขึ้น

Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Long-Lasting Eyeshadow : 01 Sweet Peach (49 บาท)
ก้อยเลือกสีส้มมาทาตรงกลางของเปลือกตา และตรงกลางของขอบตาล่าง แล้วใช้นิ้วค่อยๆ เบลนด์ให้สีเนียนไปกับสีน้ำตาลก่อนนี้ เพื่อให้ดวงตามีมิติมากขึ้น มีความเกาหลีมากขึ้น ดูสดใสขึ้น
Chaonang Slim waterproof Eyebrow : 01 Espresso Brow (159 บาท)
จากนั้นก้อยก็ใช้ดินสอเขียนคิ้วของเรามาทำเป็นไลน์เนอร์บางๆ จริงๆ แล้วดินสอเขียนคิ้วก็สามารถนำมาเขียนขอบตาได้นะ เพียงแต่อาจจะไม่ลื่นเท่าดินสอเขียนขอบตาปกติ แต่ถามว่าทำได้มั้ย ก้อยทำแล้วนี่ไง เขียนได้ สวยด้วย ก้อยเขียนให้มีหางตานิดๆ นะคะ บางๆ พอ
Beauty Buffet (125 บาท) + BQ Cover Mascara (100 บาท)
ก้อยดัดขนตาด้วยที่ดัดขนตาของ Beauty Buffet จากนั้นใช้มาสคาร่าเขียวในตำนานปัด แต่สำหรับขนตาก้อย ปัดมาสคาร่าเขียวแล้วขนตาแอบตก ก้อยจึงดัดขนตาขึ้นอีกรอบหลังปัดมาสคาร่า ขนตาก้อยจึงตั้งขึ้นได้สวยงาม (แต่จริงๆ ไม่ควรทำนะ ขนตาเราอาจจะหักและหลุดออกมาได้ ก้อยรอให้มาสคาร่าแห้งก่อนแล้วค่อยดัดจ้ะ)
ในส่วนของงานแก้มและปาก ก้อยใช้เจ้า Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Matte Lip & Cheek ทั้งแก้มและปากเลย เนื้อของเค้าจะเป็นเนื้อด้าน เกลี่ยง่าย ให้สีแก้มที่ละมุน แต่สามารถกลบสีปากได้มิด และไม่ทำให้ตกร่องด้วย ก้อยชอบฟีลลิ่งตอนทาลงบนปากมาก เนื้อนุ่มจริงๆ มีทั้งหมด 4 สี
01 Burgundy สีแดงเบอร์กันดี
02 Moccha Rose สีน้ำตาลอมส้ม
03 Punchy Rose สีนู้ดอมชมพู
04 Honey Peach สีพีชอมน้ำตาล
Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Matte Lip & Cheek : 04 Honey Peach (49 บาท)
ก้อยใช้สีพีชอมน้ำตาลมาทาแก้ม ขนาดก้อยทาแก้มหลังทาแป้ง เนื้อของเค้ายังเกลี่ยง่ายไม่เป็นคราบเลยนะ สีละมุนเชียว
จากนั้นใช้สีเดียวกันมาทาปาก ก้อยทาทั่วริมฝีปากเลยค่า ให้เป็นพื้นสีปากก่อน เนื้อนุ่มดีจริงๆ ชอบๆ
Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Matte Lip & Cheek : 01 Burgundy (49 บาท)
จากนั้นก้อยใช้สีแดงเบอร์กันดีมาทาลงด้านในของปาก ทั้งปากบนและล่าง และค่อยๆ ใช้นิ้วเบลนด์สีปากให้เนียนไปกับสีพื้นปาก ปากเราก็จะมีมิติมากขึ้น มีการไล่สีกันอย่างสวยงาม
Nami Make Up Pro Seoul Girl Creamy Long-Lasting Eyeshadow : 01 Sweet Peach (49 บาท)
ก้อยใช้เจ้าอายแชโดว์สีส้มที่ก้อยใช้ทาตาในขั้นตอนแรกมาทากึ่งกลางปาก ทั้งปากบนและล่าง เพื่อให้ปากมีประกายแวววาวดูมีมิติและอวบอิ่มท้าแดดได้โกลว์ๆ มากขึ้นสังเกตจะเห็นว่าปากก้อยดูมีประกายเล่นกับแสงสวยเลย เนื้ออายแชโดว์ของเค้าก็นุ่มมากนะ ทาปากแล้วไม่ตกร่องด้วย

แต่นแต๊นนน!! นี่คือ Finish Look ที่ใช้เครื่องสำอางรวมทั้งหมด 727 บาท!!!! โอ้วววว เครื่องสำอางราคาถูก นี่ดูถูกเค้าไม่ได้เลย นำมาแต่งหน้าดีๆ แล้วก็ได้ลุคที่สวยไม่ใช่เล่นเลยนะ อิอิ

(ปล. ก้อยแอบใช้ เทปตา 2 ชั้นด้วยนะ จริงๆ จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้จ้ะ ได้ลุคเดียวกันเลย เลยขอไม่นับราคาเทปตา 2 ชั้นรวมเข้าไปด้วยนะ เพราะจริงๆ แล้วมันไม่จำเป็นเลยหละ เพียงแต่ก้อยติดใช้มันเท่านั้นเอง)

01.jpeg