สอนทำผมทรงโปรด ผมตรงงุ้มปลาย ทำเองง่ายๆ สวยเด้งเสมือนออกมาจากซาลอน | KoiOnusa

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก้อยเองเป็นคนผมยาว ผมหนาและหยักโศก ทำให้ผมไม่สลวย ไม่เรียบตรงหลังการสระผมเท่าไหร่นัก บางคนที่ชอบความเซอร์ๆ ดิบๆ อาจจะไม่ซีเรียสเท่าไหร่ แต่สำหรับก้อยแล้ว ความฟู ความพองของเส้นผม ไม่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจเมื่อต้องออกไปเจอผู้คนเท่าไหร่ แต่จะให้แว๊ปไปทำผมที่ร้านทำผมตลอดๆ นั้น ก็รู้สึกเสียดายเงิน พร้อมๆ กับเสียดายเวลา

เพราะฉะนั้นวันนี้ก้อยขอมาสอนเซ็ตผมง่ายๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นทรงที่ก้อยชอบทำมากๆ เพราะทำง่าย ดูดี และไม่เสียเวลามากมาย

ให้ดูผมก่อนทำนะ จะเห็นว่า ผมก้อยไม่ได้ชี้ฟูหรือหยักโศกอะไรมากหรอก แต่มันแอบพองๆ ดูเซอร์ไปหน่อย ทำให้เราแอบเสียความมั่นใจไปเยอะอยู่เวลาออกไปนอกบ้าน

เครื่องมือที่เราต้องมีอย่างเดียวเลยนั่นคือ “เครื่องหนีบผม” เป็นไอเท็มกันตายสำหรับก้อยเลยนะ ขาดเธอเหมือนขาดใจ ขาดเธอไป เราคงทำได้แค่มัดรวบผมกันทุกวัน ฮ่าๆ

ประเด็นสำคัญ “ในการเลือกเครื่องหนีบ” ผมนั่นคือ เราต้องดูความต้องการของเราก่อนค่ะ ว่าเราต้องการทำผมทรงไหน หากต้องการหนีบผมตรงแบบที่ก้อยกำลังจะทำ ก็ควรเลือกที่หนีบผมที่มีหน้าหนีบผมค่อนข้างกว้าง เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการทำผม แต่หากต้องการทำผมม้วนลอน อาจจะต้องเลือกหน้าหนีบผมที่เล็กลงมา หรือเปลี่ยนไปใช้เครื่องม้วนลอน

อีกประเด็นหนึ่งที่ก้อยเลือกใช้เครื่องหนีบผมมาใช้กับเส้นผมของเราคือ ต้องดูว่าเครื่องหนีบผมนั้นๆ มีคุณสมบัติพิเศษอะไรที่ช่วยปกป้องผมเราจากความร้อนได้บ้าง อย่างตัวนี้เป็นของ Lesasha รุ่น Straight & Shine Infared ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นแสงอินฟราเรดสีแดงๆ อยู่ด้านในของหน้าหนีบผมของเราอยู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้เค้าจะช่วยทำให้ผมของเราเรียบตรงโดยที่ผมของเราไม่ต้องสัมผัสกับความร้อนบนหนาหนีบผมนาน รวมถึงในส่วนนี้เค้าจะมี Argan Oil และ Tourmarine ช่วยปกป้องเส้นผมเราจากความร้อน เมื่อเราหนีบผมเสร็จเรียบร้อยจนสุดปลายผม เราจะเห็นได้เลยว่าของเรายังคงเงางาม ไม่แห้ง ไม่หยาบกระด้าง แม้ผมจะสัมผัสกับความร้อนจากเครื่องหนีบผมมาก็ตาม

ข้อดีของเครื่องหนีบผมตัวนี้อีกอย่างที่เราชอบคือ เค้านำปุ่มกดต่างๆ เข้าไปอยู่ด้านในตัวเครื่อง ทำให้เวลาที่เราหนีบผม มือของเราจะไม่เผลอไปโดนปุ่มง่าย และยังมีปุ่ม + – ให้เราปรับอุณหภูมิความร้อนในการทำผมของเราได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าเราต้องใช้อุณหภูมิไหนสำหรับการทำผมของเรา เพราะสภาพเส้นผมของแต่ละคนก็มีความเหมาะสมที่จะใช้อุณหภูมิต่างๆ ในการหนีบผมต่างกันไป เราเลยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมต่างๆ มาให้ 4 แบบ ลองนำไปปรับใช้ดูนะ

– 150 องศาฯ สำหรับผมบาง ผมไม่แข็งแรง หรือผมที่เพิ่งทำสีมาใหม่ๆ

– 180 องศาฯ สำหรับเส้นผมทั่วไป เส้นผมปกติ

– 210 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนา

– 230 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนามากๆ และหยักศก

และความเลอค่ามันอยู่ที่เจ้าเครื่องหนีบผมรุ่นนี้เค้าก็มีปุ่ม M ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมที่แตกต่างกัน เรียกว่าเป็นปุ่มปรับอุณหภูมิลัดก็ว่าได้ โดยเค้าจะปรับอุณหภูมิได้ถึง 4 แบบตามข้อมูลด้านบนที่ก้อยได้บอกเลย ประหยัดเวลาในการใช้งานสุดๆ

เอาล่ะ เรามาเริ่มทำผมกัน ขั้นแรกเราต้องแบ่งผมออกมาทีละช่อ ให้มีปริมาณผมไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป

จากนั้นก็เริ่มหนีบผมตั้งแต่โคนผมลงมาเรื่อยๆ

เมื่อถึงปลายผม ให้เราหักข้อมือเข้าด้านในแล้วค้างไว้ 3 วินาที จากนั้นตวัดข้อมือรูดเครื่องหนีบผมออกจากผมเบาๆ

ผมของเราก็จะมีปลายงุ้มงอสวยง่ายๆ แบบนี้เลย

นี่คือความแตกต่างของผมด้านที่จัดแต่งทรงผมแล้ว กับด้านที่ยังไม่ได้ทำ ความแตกต่างชัดเจนสุด

ใช้เวลาทำผมทรงนี้ไม่เกิน 20 นาทีก็เสร็จแล้วจ้า ด้านหลังสวยสุดๆ เสมือนเพิ่งออกมาจากร้านทำผมเลย ลองไปฝึกทำดูกันนะสาวๆ มีเครื่องหนีบคู่ใจดีๆ ซักอันนึง ก็แทบจะไม่ต้องวิ่งไปพึ่งร้านทำผมแล้ว ใช้งานกันยาวๆ ได้เป็นปีๆ เลย ประหยัดเงินไปได้มากโข!!

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

How to แต่งหน้าอยู่บ้าน สดใสสู้แดดร้อน!! | KoiOnusa

นั่งเหงาๆ หงอยๆ อยู่บ้าน ท่ามกลางอากาศร้อนๆ คันไม้คันมือเลยลุกมาแต่งหน้าสดใสๆ ให้หัวใจกระชุ่มกระช่วยสู้ร้อนกันซักหน่อย 

อย่างแรกเลย ต้องมัดผมแก้ร้อนกันหน่อย จะมัดรวมตามปกติก็คงจะธรรมดาเกินไป เลยหายางสีส้มสดใส มัดผมขึ้นไปครึ่งหัว อย่างน้อยผมก็ไม่มาบังหน้าให้รำคาญ รู้สึกสบายหน้าขึ้นมาเลย

หลังจากทาสกินแคร์ใดๆ เสร็จแล้ว อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวันด้วยนะ แม้เราจะเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่เจอแสงแดด ก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะแสง UV สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ทุกที่ อย่างน้อยๆ ทุกคนก็ต้องเปิดกระจกเพื่อให้แสงส่องเข้ามา เปิดไฟ เปิดจอคอมพิวเตอร์ เปิดมือถือ ทำให้เจอแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้กันเป็นประจำ ซึ่งนั่นหมายความว่า ผิวของเราต้องเจอแสง UV ทำร้ายกันทุกวันแน่นอน ไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่ร่ม ครีมกันแดดก็สำคัญนะจ้ะ ก้อยใช้ UV Expert Protection City Shield Sunscreen SPF 50+ PA++++ ครีมกันแดดตัวใหม่ล่าสุดของ Cute Press ซึ่งมีคุณสมบัติ   Anti-Pollution & Anti Blue Oleoactif นอกจากจะปกป้องผิวเราจากแสงแดด ยังมี เทคโนโลยี Blue Oleoactif ปกป้องผิวเราจากมลภาวะและแสงสีฟ้า

สูตรนี้เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่มีสารอันตรายอย่าง แอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม มิเนรัลออยล์ และซิลิโคน จึงไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิว เนื้อสีขาวใส เกลี่ยบนผิวง่าย รู้สึกถึงความบางเบาของเนื้อสัมผัส ไม่เหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญคือช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น ผิวดูอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดีพร้อมสำหรับการแต่งหน้าเลยล่ะ

ต่อมาก็เริ่มแต่งหน้าด้วยการใช้ Clarins Bright Plus Cushion สี 102.5 Porcelain เป็นคูชั่นงานผิว ที่อาจจะไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรมากมาย เน้นความเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าดูไบรท์ ดูสดใสขึ้น ดูผิวสุขภาพดี เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องแต่งหน้าหนักมาก เนื้อคูชั่นค่อนข้างบางเบา รู้สึกสบายผิวหน้า ฟินตรงแพ็กเกจสวยด้วยล่ะ เวลาหยิบมาใช้ก็รู้สึกสวยหวานแบบลุณหนูยังไงไม่รู้ 5555+

ใช้แป้งฝุ่น Innisfree No Sebum Mineral Powder Mentos สูตรสีฟ้ามาทาทับ ซึ่งสูตร Mentos นี้เป็นสูตรพิเศษที่จะวางขายในช่วงนี้เท่านั้น อยากบอกว่าสูตรนี้หอมเย็นชื่นใจแก้ดับร้อนช่วงนี้ได้ดีมากเลย ความดีงามของเจ้าแป้ง No Sebum คือช่วยคุมมันได้ดีมาก เป็นตัวท้อปๆ ของสินค้าขายดีของเค้าเลย แถมยังสารพัดประโยชน์ นำไปใช้ได้อีกหลากหลายรูปแบบ

เขียนคิ้วด้วย 4U2 Brow Specialist Eye Brow Kit #01 Soft Brow ที่เขียนคิ้วเนื้อฝุ่นปังมาก!! มีทั้งโทนน้ำตาลและโทนเทาในตลับเดียวกัน สีละมุนเขียนคิ้วดูเป็นธรรมชาติ!! ที่ชอบสุดคือมีสีขาวเบสมาให้ทาโหนกคิ้ว ใช้ไฮไลท์คิ้วให้คิ้วเนี๊ยบขึ้นไปอีก!! มีแปรงให้ด้วย2อัน ราคาถูกอี๊ก!! สุดมาก ก้อยใช้น้ำตาลเทามาเขียนคิ้วนะ เนื้อลื่นเขียนง่ายสีเข้มแน่นชัดติดทนดีเลย

ทาตาเบาๆ เพิ่มความสดใสด้วย Mille Le Jardin Rose Blusher สี 02 Valencia บรัชออนสีส้มสดใส เพิ่มความสดใสให้กับลุควันนี้ นอกจากจะใช้เป็นบรัชออนได้แล้ว เรายังสามารถนำมาทาตาหรือทาปากได้อีกด้วยนะ มีส่วนผสมของสารสกัดจากกุหลาบ จึงทำให้มีกลิ่นหอมกุหลาบอ่อนๆ เนื้อชุ่มชื่นดี เนื้อไม่แห้ง จึงทำให้เกลี่ยง่ายมากเลยล่ะ

ก้อยใช้ 4U2 Brow Specialist Eye Brow Kit #01 Soft Brow ที่เราเขียนคิ้วกันมาทาขอบตาให้เสมือนว่าเป็นอายไลเนอร์ เขียนเป็นเงาจางๆ ให้ตาของเราดูคมขึ้นมาเล็กน้อย โดยก้อยจะใช้สีเฉดน้ำตาลมาเขียนนะ เขียนแบบไม่ต้องมีหาง เพราะก้อยเน้นลุคธรรมชาติ สบายๆ

ต่อด้วยดัดขนตาและปัดมาสคาร่า เป็นคนติดการดัดขนตาและปัดมาสคาร่ามาก ขนตาต้องงอนและเด้ง ก้อยถึงจะรู้สึกว่าตัวเองสวยพร้อมในวันนั้น ฮ่าๆ ใช้ที่ดัดขนตาของ Gino Mccray สุดรักตัวเดิม และใช้มาสคาร่า 3ina High Definition Eyelash Waterproof Mascara ซึ่งเค้าจะช่วยให้ขนตาเราดูยาวขึ้น ก้อยชอบขนตายาวๆ มากกว่าหนาๆ ปัดเรียงเส้นสวยๆ ให้ดวงตาดูใสๆ พอน่ามอง

ปัดแก้มด้วย Mille Le Jardin Rose Blusher สี 02 Valencia บรัชออนสีสัม ตัวเดิมกับที่ก้อยทาตาเลย แมชสีตากับสีแก้มเป็นสีเดียวกันเลยไม่ต้องคิดมาก แต่งหน้าอยู่บ้านลุคนี้ เน้นความสดใส

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือไฮไลท์ จริงๆ อยู่บ้านไม่ต้องทาก็ได้แหละ แต่ก้อยชอบทา เพราะมันช่วยเพิ่มความเปล่งประกายสดใสให้กับผิว ผิวหน้าดูสดใส ดูออร่าจับ เลยหยิบ Benefit Cosmetics Dandelion Twinkle Powder Highlighter ไฮไลท์สีนู้ดชมพู ที่ปัดแล้วให้ผิวดูโกลว์เป็นธรรมชาติ ชอบมากสำหรับไฮไลท์ตัวนี้

จบท้ายด้วยลิปสติกสีส้มพีชสดใสๆ Ravlon Kiss Cloud Blotted Lip Color สี 007 Fluffy Coral เป็นลิปที่แพ็กเกจน่ารักมาก และเนื้อสัมผัสดีสุดๆ เนื้อมูสนุ่มๆ ทาแล้วรู้สึกดีต่อผิวปาก ให้ฟินิชแบบเนื้อ Matte แต่ไม่มาก เรียกว่าเป็น Soft Matte แล้วกัน สีสันน่ารักสดใส เติมความขี้เล่นให้กับลุควันนี้เลย

ฟินิชลุคนี้ค่า “ลุคกินปีโป้อยู่บ้านแก้ร้อน” ฮ่าาาาาา

ลุคส้มๆ น่ารักๆ ทำผมทรงเด็กๆ แต่งหน้าแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ซับซ้อน พร้อมทำ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

แต่งหน้าหวานๆ แบ๊วๆ แก้เบื่อยามกักตัว | KoiOnusa

TN

หวานมากแหละลุคนี้ นึกสนุกอยากหยิบเซ็ตนี้มาแต่งเล่น Jeju Color Picker 2020 สีน่ารักมาก ความพีคคืออายแชโดว์ 9 สีนั้นแต่งได้เกือบทั้งหน้า คิ้ว ตา แก้ม เฉดดิ้ง ข้าใช้แค่พาเลตนี้!!  ขอมาเห่อนิดนึงแล้วกัน ในช่วงกักตัวอยู่บ้านเหงาๆ แต่งหน้าเต็มต้องมา 5555+
แต่งหน้าได้ลุคหวานๆ ประมาณนี้เลย หวานแบ๋วกรุบๆ
ขอเริ่มจากพาเลทตาอเนกประสงค์ สวอชให้ดูสี สีน่ารักมาก เค้าได้แรงบันดาลใจมาจากสีของต้นซากุระในเกาะเชจูในช่วงเดือนมีนาฯนี้แหละ ที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง
เขียนคิ้วด้วยสีน้ำตาลอมแดงอันนี้ เนื้อฝุ่นได้คิ้วธรรมชาติ
แต่งตาตามนี้เลยง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งอายไลเนอร์ด้วย เพราะใช้ในพาเลตนี้แล้วจบ !!
ปัดแก้มใสๆ เข้ากับสีตา
เฉดดิ้งจมูกด้วยสีชมพูพีชอ่อนๆ ได้เทคนิคนี้มาจากช่างแต่งหน้าเกาหลี จะได้สีที่ดูเป็นธรรมชาติเนียนกับผิว
ปัดไฮไลท์ด้วยตัวนี้ เนื้อนุ่มๆ จิ้มลงไปแล้วมันหยุ่นๆ วาวมากตัวนี้ เด็ด
ทาปากด้วยลิปเบอร์2 สีชมพูเนื้อทิ้นด์ สีสดใสมาก และติดทนมากด้วย
ฟินิชลุคด้วยกิ๊บหนีบผมหวานๆ กับถักเปียเกล้าผมขึ้นไป หวานเว่อร์!!!

 

**กดติดตามกันได้ที่**
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

TN

แต่งหน้าไปเดทวาเลนไทน์ หวานแบบมีเสน่ห์ | KoiOnusa

ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะสาวๆ ปีนี้ก้อยไม่มีแฟน….แต่มีสามีอย่างเป็นทางการแล้ว ฮ่า!! แต่ถึงจะมีสามีแล้ว เราก็ยังคงต้องดูแลตัวเอง ทำตัวให้สวยรับวันพิเศษๆ แบบนี้อยู่ดีแหละ วันนี้เลยลุกมาแต่งหน้าหวานๆ แบบดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน..(คุ้นๆ เหมือนเพลงเลย 555+)
เครื่องสำอางรวมๆ ที่ใช้ในการแต่งหน้าลุคนี้แหละ บอกเลยว่าเป็นงานด่วนงานร้อน !! เพราะนั่งนับวันคืนเวลาก็ตกใจว่า อ่าวว อีกไม่กี่วันจะวาเลนไทน์แล้วนี่หว๊า!!! ฮาวทูนี้เลยเกิดขึ้นกะทันหัน แต่แต่งตามกันไม่ยากเหมือนเดิม พร้อมแล้วเริ่มเลย
เริ่มจากงานผิวหน้า บังเอิญก้อยมี Urban Decay Stay Naked ไลน์เดียวกันทั้งหมด เลยจับมาใช้รวมๆ กันในการแต่งหน้าลุคนี้ ที่ก้อยใช้ก็มี

– URBAN DECAY Stay Naked Foundation : CP20 รองพื้นที่มีเนื้อบางเบาคล้ายเซรั่ม มีน้ำหนักกว่าอยู่หน่อยนึง แต่ให้การปกปิดดีทีเดียว

– URBAN DECAY Stay Naked Concealer : 30NN คอลซีลเลอร์ที่ช่วยปกปิดรอยสิวและใต้ตาคล้ำๆ

– URBAN DECAY Stay Naked The Fix Pressed Powder : 30NN แป้งตัวใหม่ล่าสุดที่ให้การปกปิด แต่เบาสบายผิว ไม่ดรอป และคุมมันได้ดี ติดทนนาน แอบกระซิบว่าชอบพัฟชาโคลเค้ามาก ดูดซับความมันได้ดีเลย

ใช้ครบทั้ง 3 ตัวก็จะได้งานผิวเป๊ะปังประมาณนี้เลย พร้อมแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปสุดๆ ตอนนี้คือรู้สึกหน้าเนียนและเบาสบายผิวดี ติดอยู่ที่ช่วงนี้ก้อยหน้าแห้งนิดนึง เลยอาจจะมีคราบรองพื้นที่โบกทับด้วยแป้งอยู่หน่อยๆ บริเวณจงอยปากที่แห้งมากๆ
ใช้ Illamasqua Eye Brow Cake : Thunder ในการเขียนคิ้วให้เปะ และตามด้วยการปัดขนคิ้วให้ฟูขึ้นด้วย BENEFIT COSMETICS Gimme Brow+ Volumizing Eyebrow Gel : No.3
ขอใช้บลัชออนสีม่วงๆ มาปัดแก้มก่อนเลย เพราะอยากคุมโทนทั้งใบหน้าให้ได้สีประมาณนี้ โดยใช้ Clinique Cheek POP : Baby Marble Pop โทนม่วงอมชมพูที่ทาแล้วเราจะดูเด็กลง และตามด้วยบรอนเซอร์ช่วงขมับของแก้มเพื่อให้หน้ามีมิติไม่ดูซีดจนเกินไป โดยก้อยใช้ของ Physicians Formula Murumuru Butter Bronzer : Light Bronzer
วันนี้ก้อยใช้ HUDA BEAUTY The New Nude Eyeshadow Palette ในการแต่งตาโทนสีม่วง เป็นอายแชโดว์ที่สีสวยมากจริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบแต่งหน้าโทนชมพูม่วง
1. ก้อยใช้สี A คัดเบ้าตาบางๆ เป็นกระบอกตา
2. หลังจากนั้นใช้สี B มาทาหางตา ทั้งตาบนและขอบตาล่าง และเกลี่ยเค้าให้ฟุ้งๆ
3. ใช้สี D มาทาหัวตา ทั้งตาบนและขอบตาล่าง และเกลี่ยให้ฟุ้งเช่นกัน
4. ใช้สี C มาทากึ่งกลางตา ทั้งตาบนและตาล่าง และเบลนสีให้เข้ากับสีอายแชโดว์อื่นๆ ที่ทาไปก่อนหน้านี้
ใช้  L’Oreal Paris Infallible 24H Gel Crayon สีม่วงในการเขียนไลเนอร์ของขอบตาบน และเขียนให้หางออกมาเล็กน้อย และใช้สีน้ำเงินเขียนอินเนอร์ไลเนอร์ของขอบตาล่าง เฉพาะบริเวณหางตา และเกลี่ยสีให้จางลง ให้เห็นเป็นติ่งสีน้ำเงินเล็กๆ
ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าด้วยลูกรักทั้งสอง Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และ Heroine Make Long and Curl Mascara
เฉดดิ้งจมูกเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่มีจมูก และไม่คิดจะทำ 555+ ใช้ Benefit Cosmetics Hoola Lite Bronzer เฉดดิ้งสันจมูก และใช้ DIOR DiorSkin Nude Luminizer Glow Vibes : 001 Rosy Vibes ในการไฮไลท์จุดตกกระทบแสง โหลกแก้ม จงอยปาก จมูก หน้าผาก และคาง ซึ่งก้อยปลื้มไฮไลต์มาก เพราะเป็นสีอมชมพูนิดๆ เข้ากับสีแก้มเลย
ตบท้ายด้วยการทาลิปสติก ก้อยใช้ Bobbi Brown Crushed Liquid Lip : Hippy Shake สีชมพูอมม่วงโทนนู้ดๆ ทาปากให้ทั่ว และตามด้วย Ver.88 Holiday Lip Tint : No.5 เป็นลิปสีม่วงแน่นๆ ทาบริเวณด้านในปาก เราก็จะได้ปาก Ombre สวยๆ โทนม่วงๆ ดูแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน (วนมาที่เพลงนี้อีกแล้ว 5555+)
แท่นแท๊น!! Finish Look จ้า!!!
เชิดหน่อย แต่งหน้ามาร่วมชั่วโมง เมื่อยคอ 5555+
หวังว่าสาวๆ จะชอบลุคนี้กันนะ ก็ยังคงหวานละมุนๆ เอาใจสามีตามสไตล์ก้อยอยู่ดี แต่ชอบลุคนี้ที่มันแอบมีเสน่ห์เหลือเกิน (เค้าจะเก็บค่าลิขสิทธิ์เรามั้ย 5555+)

How To แต่งหน้าลุคน้ำตาลนัวๆ วินเทจเบาๆ แต่งตามง่ายไม่ยากเลย | KoiOnusa

ไม่ได้ทำ HowTo นานเลย ก้อยกลับมาแล้ววววววววว!
ดูแบบ VDO CLIP กันชัดๆ ได้ด้วยน้า ^^

มาแต่งหน้านัวๆ น้ำตาลมั่วๆ แต่งแบบง่ายๆ ทำตามไม่ยาก เป็นลุคที่ก้อยก็แต่งไป งงไป แต่งไปแต่งมาก็ดูสวยดี แถมจบด้วยผิวสวยๆ หน้าฉ่ำๆ เป็นลุคสุภาพและแฝงด้วยความวินเทจเล็กๆ เริ่มกันเลยดีกว่า

เครื่องสำอางพร้อม แปรงพร้อม ก้อยก็พร้อมแล้ว!!!

เริ่มจากงานผิวกันก่อน ก้อยหยิบ Jung Saem Mool Essential Star-Cealer Foundation รองพื้นจากแบรนด์ที่รักมากๆ เป็นรองพื้นที่ปกปิดค่อนข้างดีมาก ใช้งานสะดวก เพราะอยู่ในตลับที่สามารถกดเนื้อรองพื้นออกมา แล้วใช้พัฟปาดได้เลย ไม่ต้องใช้มือให้เปื้อน

แต่ก้อยยังไม่ใช้รองพื้นทาลงบนหน้าในทันทีนะ เพราะก้อยจะใช้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream มาบำรุงผิวหน้าให้ผิวกระจ่างใสและดูชุ่มชื้นก่อนการแต่งหน้า สำหรับเจ้าตัวนี้เค้าจะเป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำ แต่ช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกเสมือนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เน้นหลักๆ จากเจ้าตัวนี้เลยก็คือ ก้อยอยากให้ผิวของก้อยในลุคนี้มีความอิ่มน้ำจากเนื้อในของผิว แต่งหน้าปกปิดแต่ยังมีความเป็นงานผิวที่ชุ่มชื้นอยู่ เมื่อแต่งหน้าไปจะได้งานผิวที่ดูใสๆ วาวๆ

และด้วยความเทพของเจ้า Mool Cream มันสามารถใช้เป็นสกินแคร์เดี่ยวๆ ก่อนการแต่งหน้า หรือใช้ผสมกับรองพื้นหรือคุชชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้ด้วย ก้อยเห็นคนเกาหลีเค้าเอามาผสมกันกับคุชชั่นหรือรองพื้นเลย นี่เลยลองทำบ้างแหละ!!

ให้ดูฝั่งด้านซ้ายที่ก้อยใช้รองพื้นและเจ้า Mool Cream ผสมกันทาบนใบหน้า เห็นความแตกต่างจากด้านที่ยังไม่ได้ทาชัดมากเลย ด้านที่ทานั้น ผิวก้อยดูกระจ่างใส รองพื้นปกปิดความคล้ำหมองของใบหน้าได้ดี และมีความโกลว์ดูอิ่มน้ำของผิวจากเจ้า Mool Cream เป็นผิวที่สวยมากๆ

ใช้คอนซีลเลอร์จากรองพื้นตลับเดียวกันแต้มที่ใต้ตาและรอยสิว จุดต่างๆ ที่ต้องการปกปิด

ต่อมาก้อยใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งของใหม่ที่ก้อยกำลังเห่อ Jung Saem Mool Essential Smooth Finish Pact สี Clear Right ทาทับผิวหน้าอีกที เพื่อช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

เนื้อแป้งเบามากๆ ก้อยทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกหนักผิวมากขึ้นเลย เป็นแป้งโปร่งแสงที่ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน ชอบแปรงเค้ามากอ่ะ เพราะมันพอดีกับรูปหน้าของเราเวลาที่เราปัดแป้งลงบนหน้าเลย

เขียนคิ้วกัน ก้อยใช้ Illamasqua Eye Brow Cake สี Thunder เป็นที่เขียนคิ้วเนื้อเค้ก มาเขียนกรอบคิ้วก่อน โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้ หลังจากนั้นจึงถมสีคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวคิ้วไว้เช่นกัน จากนั้นจึงใช้แปรงปัดคิ้วมาเกลี่ยสีคิ้วให้ไล่สีอ่อนจากหัวคิ้ว ไล่เข้มไปหางคิ้ว เพื่อให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

ยกขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วด้วย Urban Decay Brow Finish มาสคาร่าสีใส ซึ่งช่วยให้ขนคิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบมากเลยแหละสำหรับแปรงปัดขนคิ้วตัวนี้ ปัดหัวคิ้วให้ตั้งขึ้นและปัดเรียงเป็นแนวนอนไปยังหางคิ้ว เราก็จะได้คิ้วอุยๆ ที่ยังดูเป็นธรรมชาติ

วันนี้งานตาก้อยจะใช้ Jill Stuart Shimmer Conture Eyes เบอร์ 05 Vintage Brilliance อายแชโดวโทนสีน้ำตาลกันตายที่ใช้ง่ายๆ มีสีมาให้ใช้เพียง 4 สี มือใหม่หัดแต่งใช้ได้แบบไม่งง โดยแต่งตามขั้นตอนนี้เลย

1. ใช้สี B ทาเปลือกตาให้ทั่ว รวมถึงขอบตาล่างจากหางตาไปยังหัวตา

2. ใช้สี C ทาหางตาของเปลือกตาบน และหางตาของขอบตาล่าง

3. ใช้แปรงหัวกลมๆ มาเบลนสี C ที่ทาไว้ให้ฟุ้งๆ

4. ใช้สี D ทาขอบตาบนตั้งแต่หัวตาจนถึงหางตา และทาหางตาล่างเล็กน้อย

5. เปลี่ยนแปรงเป็นแปรงเขียนไลเนอร์ แต่ใช้สี D เหมือนเดิมมาเขียนเป็นไลเนอร์เล็กๆ เขียนหางตาให้มีหางออกมาเล็กน้อย ลุคนี้ก้อยจะไม่ใช้อายไลเนอร์ แต่จะใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มแทน จะได้ดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

ดัดขนตาให้งอนด้วย Beauty Buffet MccRAY The Artist Eyelash Curler และปัดมาสคาร่าด้วย Etude House Lash Perm Curl-Fix Mascara Rudolph Brown เป็นมาสคาร่าสีน้ำตาลอมแดง ลุคนี้เราจะไม่ใช้มาสคาร่าสีดำนะคะ เพราะอยากให้ลุคมีความนวลๆ นุ่มๆ

กลับมาทาหัวตาด้วยอายแชโดว์ตลับเดิม โดยใช้สี A ทาที่หัวตาให้ตาดูสดใสและดูตื่นขึ้น

ต่อด้วยบรอนเซอร์ให้หน้ามีมิติ ก้อยใช้ Missha Cotton Contour สีน้ำตาลอ่อนๆ มาทาในบริเวณหน้าหู ช่วงล่างของโหนกแก้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้ช่วงนั้นดูลึกดูมีเงา รวมถึงแรเงาที่ข้างจมูก เน้นบริเวณหัวคิ้วที่เชื่อมกับจมูก เพื่อให้จมูกดูโด่งมากขึ้น

จากนั้นใช้ Clinique Cheek pop เบอร์ 05 Nude Pop บลัชออนสีนู้ดที่มีชิมเมอร์เบาๆ พอเล่นกับแสงแล้วผิวแก้มดูโกลว์ ลงสีนู้ดเพื่อให้ได้ลุคน้ำตาลนัวๆ อย่างที่เราต้องการ!! ก้อยชอบบลัชออนสีนี้มากกกก ใช้ง่าย และให้ลุคดูผู้ดีมากๆ

เพิ่มมิติให้กับใบหน้าด้วยไฮไลท์ Mina The Highlighter เบอร์ 201 ช่วงหลังๆ คือหลงไฮไลท์ตัวนี้มากเลย ทาผิวแล้วผิวดูโกลว์สวยจัง ก้อยทาโหนกแก้ม หน้าผาก คาง จงอยปาก   และสันจมูกโดยเน้นบริเวณปลายจมูกและช่วงระหว่างคิ้ว ช่วงทาไฮไลท์เสร็จนี้เป็นช่วงหลงรักงานผิวตัวเองมากๆ ชอบงะ

จบท้ายด้วยลิปสติกสีออกแนวน้ำตาลวินเทจนิดๆ อย่าง Giorgio Armani Lip Maestro เบอร์ 102 โอ้ยๆ เป็นสีที่ดู Autume ดูอยู่ในฤดูใบไม้สีแดงมากๆ เนื้อนุ่ม เนื้อ Matte ดูลุคยิ่งวินเทจเข้าไปใหญ่เลย

แท๊นแท่นน!! Finish ลุคจ้า!! ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล และทำผมให้มีความโค้ง มี Curve ที่ดูเป็นลอนเบาๆ แบบไม่ตั้งใจมาก ก็จะได้ลุคน้ำตาลนัวๆ แอบวินเทจเบาๆ สวยดูดีเลยทีเดียว

หวังว่าจะชอบลุคนี้กันนะ ลองหัดแต่งตามกันดูค่ะ ไม่ยากเลย ^___^

เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้

ทากันแดดผิวหน้ายังไง ไม่ให้อุดตัน | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปได้เลยจ้าา

01

ถ้าให้ก้อยเลือกสกินแคร์ตัวเดียว ตัวที่จำเป็นและสำคัญสุดๆ ในชีวิต นั่นก็คือครีมกันแดด!! ถ้าชีวิตนี้ไม่มีครีมกันแดด ปัญหาผิวหน้าต่างๆ ถามหาอย่างรวดเร็วแน่นอน!!

 

ก้อยเคยได้ยินมาตลอดว่าครีมกันแดดจะทำให้ผิวหน้าอุดตันจนเกิดเป็นสิว แต่จะไม่ทาก็ไม่ได้เนอะ แล้วจะต้องทายังไงไม่ให้ผิวอุดตันจนเกิดเป็นสิวล่ะ

02.jpg

ถามนิด!!! ทาครีมกันแดดแล้วล้างหน้าด้วย make up remover กันรึเปล่า!?? ฮั่นแน่!! บางคนคงคิดว่าครีมกันแดดคือสกินแคร์อย่างนึง ใช้แล้วไม่ต้องทำความสะอาดผิวหน้าก็ได้ แต่จริงๆ แล้วครีมกันแดดเค้ามีสารบางอย่างที่เคลือบผิวเรา จะช่วยปกป้องผิวเราจากรังสี UV ก้อยถือว่าเค้าเป็นสกินแคร์กึ่งเครื่องสำอางนะ ไม่ว่าจะเป็นกันแดดอย่างเดียว หรือตัวที่เป็นเบสเมคอัพ ช่วยปรับสภาพสีผิวไปในตัว เมื่อเราทาแล้วก็ต้องล้างออกด้วย makeup remover ใช้เพียงโฟมล้างหน้าอย่างเดียวไม่ได้นะจ้ะ

03.jpg

แล้วเลือกครีมกันแดดได้เหมาะกับสภาพผิวหน้ารึเปล่า?!? อย่างเช่นสาวผิวมันบางคนเลือกที่จะใช้กันแดดแบบซิลิโคน เพราะเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น แถมยังช่วยให้ผิวเนียน ลดเลือนพวกรูขุมขน ก้อยเองก็เคยเป็นเช่นนั้น เพราะเป็นคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง  และควบคุมความมันได้ดี ยอมรับค่ะว่าผลในระยะสั้นมันตอบแทนให้ผิวได้เลิศ แต่กลับส่งผลเสียในระยะยาว เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้ผิวหน้าเราอุดตันหนัก จนเกิดเป็นสิวตามมา เพราะฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงกันแดดเนื้อซิลิโคนกันดีกว่านะ

 

สาวผิวแห้ง ควรใช้กันแดดที่เป็นเนื้อครีม เพราะเค้ามักจะผสมพวกสารบำรุงต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเข้าไปด้วย

 

สาวผิวมัน ควรใช้กันแดดที่เนื้อบางเบา อย่างโลชั่น , เจล หรือเอสเซ้นต์ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์ค่อยข้างซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว

 

สำหรับตัวก้อยเองแล้ว ก้อยเลือกใช้กันแดดแบบสาวผิวมันค่ะ ถึงแม้ตัวเองจะเป็นคนผิวผสม แต่ก็ค่อนไปทางมัน แต่ชอบความเบาสบายผิว ไม่เหนอะหนะผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว สามารถแต่งหน้าต่อโดยที่เครื่องสำอางไม่เป็นคราบ ก็มีตัวนี้ที่ทดลองใช้อยู่ช่วงนี้แล้วรู้สึกว่า มันตอบโจทย์ดี04

Joliena Plus SPF50+ PA++++ เค้าเป็นครีมกันแดดที่เป็นเนื้อโลชั่น ที่ก้อยใช้แล้วสบายผิวมากๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะเนื้อออกไปทางกึ่งๆ เซรั่มเลย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้กลิ่นฉุนสารเคมีเลย หลังจากทาไปแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้โดยไม่กังวลเรื่องคราบเลย
หรือจะทาเป็นเบสก่อนลงเมคอัพก็ได้นะ

05.jpg

ก้อยว่ามันเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยนะ เพราะเค้ามีส่วนผสมของ Chamomile สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิว ผิวแพ้ง่าย ตัวนี้เค้าจะไปช่วยลดการระคายเคืองและลดการอักเสบของผิว  หรือสำหรับคนผิวแห้ง ก็จะมี Beet Root เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวทันที  ช่วยให้ผิวไม่ลอกไม่เป็นขุย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนผิวมัน เพราะมี Alpine Willowherb เข้าไปช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ลดปัญหาผิวต่างๆ ที่เกิดจากความมัน
Vitamin E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์กว่าวัย Kakadu plum ตัวนี้เป็นพืชที่มีวิตามินซี สู้งงงง ที่สุดในโลก จะช่วยปรับผิวของเราให้กระจ่างใสขึ้นระยะยาว และยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่มี Encapsulation Technology ที่ช่วยคงประสิทธิภาพ เก็บคุณค่าของสารสกัดต่างๆ ทำให้บำรุงฟื้นฟูผิวได้ดี

06.jpg

แต่ถึงแม้ว่าเราจะเลือกครีมกันแดดได้เหมาะสมกับสภาพผิว หรือเนื้อบางเบาแค่ไหน แต่ถ้าล้างหน้าไม่สะอาดเช่นเดิม ก็เกิดสิวอุดตันได้ง่ายๆ เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นนอกจากจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่ช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิวแล้ว ก็ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งที่ใช้ครีมกันแดดด้วยนะ

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากลองใช้ครีมกันแดด Joliena Plus SPF50+ PA++++ ตอนนี้เค้ามีขายแต่ในออนไลน์เท่านั้นนะคะ
ลองแอบไปส่องข้อมูลหรือโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจของเค้าได้เลยค่ะ

 

สำหรับวันนี้ก้อยขอตัวไปก่อนน้าาา  ไว้คราวหน้ามีไอเทมตัวไหนเด็ดๆจะมาบอกต่อเพื่อนๆกันค่า
บายยยย

01.jpg

 

แต่งหน้าแก้เลี่ยน ลุคหวานซ่อนเปรี้ยว | KoiOnusa

ไปดู HowTo แต่งตาเปรี้ยวๆ แบบนี้ได้ที่นี้เลย ก็รู้อยู่ว่าเราเป็นสาวหวาน!! แต่เบื่อหวานแล้วตอนนี้ อยากลุกขึ้นมาแอบเปรี้ยวบ้าง เอาพอประมาณ เปรี้ยวกรุบกริบแล้วกัน

Eyeshadow สวยๆ และ Eyeliner งามๆ ในคลิปนี้เป็นความดีงามของ  Inglot Freedom System Palette และ Duraline จ้ะแม่!! Mix&Match สีสนุกเลย

Everyday Look กับไอเทมฮุก ๆ ที่แนะนำว่าควรมี! (รวมเมคอัพงานผิว ที่ได้ทั้งแต่งหน้า และบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน เปิดกรุไอเทมงานผิวมงลงเลยจ้ะ) | KoiOnusa

ดูแบบคลิปก็ได้นะ
ไหนๆ ใครชอบเมคอัพงานผิวๆ บ้าง ก้อยเป็นคนนึงที่ชอบไอเทมงานผิว เพราะมันสามารถใช้ได้ในทุกวัน ใน Everyday Look โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือหนักผิว ที่สำคัญคือใช้ง่าย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แล้วถ้ายิ่งเมคอัพชิ้นนั้นมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันแล้วด้วยหละ ยิ่งช่วยให้ผิวสวยมงลงกันเลยทีเดียว
นี่เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวที่ก้อยหยิบใช้ในช่วงนี้บ่อยๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเนอะ มีทั้งไอเทมเก่าๆ ที่มีมานาน และไอเทมใหม่ๆ ที่แบรนด์เค้าเพิ่งวางขายซักระยะนึง พอใช้แล้วมันปลื้มมมม เลยหยิบใช้กันบ่อยเลยช่วงนี้
ก้อยขอแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ นะ
ต้องบอกว่า Primer ตัวหลักๆ ที่ก้อยใช้จะมี 2 ตัวนี้ ซึ่งให้ Finish ของผิวหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum
เจ้าตัวนี้นับว่าเป็นเซรั่มที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นมากๆ ก่อนแต่งหน้า เนื้อเค้าจะเป็นน้ำและน้ำมันแยกออกจากกัน แต่เนื้อซึมไวนะ คนผิวมันก็ใช้ได้ไม่ต้องกังวล เพราะมันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิว

เมื่อทาลงบนผิวจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูอิ่มเอิบ และ Glow ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเค้ามี Argan Oil ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที นอกจากจะเป็น Primer ที่ช่วยให้ Finish Look ของการแต่งหน้าเป็นผิวแบบโกลว์แล้ว เค้ายังมี Vegan Marine Plant Collagen ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้ผิวแลดูกระชับดูอ่อนเยาว์ มี Marine Plant Extracts  ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและนุ่มขึ้น และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย

ดูจากรูปจะเห็นได้เลยว่าผิวก้อยดู Glow และชุ่มชื่นขึ้นทันทีจริงๆ ที่ใช้
YSL Instant Matte Pore Refiner
Primer ตัวนี้จะช่วยทำให้ผิวแมตต์เลย สำหรับคนที่ไม่ชอบผิว Glow ต้องการผิวแมตต์ขั้นสูดสุง ตัวนี้ตอบโจทย์นะ และมันช่วยเบลอรูขุมขนได้ในระดับนึง ที่ไม่ได้ช่วยเบลอระดับสุดนั้นเพราะเค้าไม่มีซิลิโคนนะ จึงไม่ทำให้อุดตัน
แต่ที่ก้อยชอบมากๆ ก็เพราะ Primer ตัวนี้มันทำให้เครื่องสำอางก้อยติดทนนานตลอดทั้งวัน รู้สึกได้เลยว่าเครื่องสำอางที่ทาลงบนใบหน้าแน่นมาก ตกเย็นก็ไม่เลือนหาย และนอกจากเค้าจะช่วยเบลอรูขุมขนและช่วยให้เมคอัพติดทนมากๆ แล้ว เค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น ใบวอลนัท ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก และยังค่อยๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น ใสขึ้นได้ด้วย มี Salicylic Acid เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้
ดูจากรูปจะเห็นว่าผิวก้อยแมตต์เลย ไม่มีความวาวบนโหนกแก้มเลย
กลุ่มต่อไปเป็นงานรองพื้นนะ รวมถึงพวกคุชชั่นและCCครีมด้วย
It Cosmetics Your Skin But Better CC Cream : Fair
เป็น CC ครีมที่ก้อยใช้หมดมาเป็นหลอดที่ 3 แล้ว และอันนี้ก็กำลังจะหมดในเร็ววันนี้ วันไหนที่ขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นอะไร หยิบเจ้าตัวนี้มาใช้ง่ายดี
เนื้อเกลี่ยง่าย ใช้นิ้วเกลี่ยก็ได้ ให้ผิวใสๆ สบายๆ เหมาะสำหรับ Everyday Look สุดๆ แต่อาจจะไม่ได้ให้การปกปิดอะไรมากมายนะ เป็นงานผิวจริงๆ แต่ช่วยให้ผิวของเราดูดีขึ้น สมชื่อ Your Skin But Better เค้าเลย และเค้ายังมีตัวบำรุงอย่างเช่น Vitamin A, C, B, E Hyaluronic Acid และ Hydrolyzed Collagen ซึ่งช่วยในเรื่องของ Anti-Aging ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นด้วย และที่สำคัญ เค้ามีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนี่แหละ ก้อยถึงชอบใช้บ่อยๆ เพราะตัวเดียวจบจริงๆ
เมื่อทาลงบนผิวแล้วก็จะได้ผิวใสๆ แบบนี้ จะเห็นได้ว่า เรายังเห็นรอยแดง รอยสิวอยู่บางๆ แต่ผิวหน้าดูดีขึ้นนะ ดูใสและขาวขึ้นเลย
Lancôme Blanc Expert Cushion Urban Duo Palette : P-02
งานผิวใสต้องมอบให้ตัวนี้ เป็นคุชชั่นที่ให้ความฉ่ำวาว ช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ ผิวใสขึ้นจริงๆ แล้วยังมีคอนซีลเลอร์ภายในตลับ ช่วยปกปิดรอยสิวรอยคล้ำใต้ตาเพิ่ม
แต่บอกก่อนเลยว่าคุชชั่นรุ่นนี้ไม่เน้นการปกปิด แต่ช่วยให้ผิวใสผิวสวยขึ้นมากกว่า ได้ลุคผิวกำมะหยี่ใสๆ ไม่คุมมันเท่าไหร่ แต่ผิวสวยจริงๆ ก้อยชอบใช้ในวันสบายๆ เข้าห้างเบาๆ ช่วงสิวไม่มี เค้ามีส่วนผสมของสารบำรุงต่างๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นด้วย
จะเห็นได้ว่า ทาผิวไปแล้วผิวสวยจริงๆ เป็นคุชชั่นหน้าใส ใช้ช่วงหน้าเนียนๆ ไร้สิวนูนๆ แล้วได้ผิวสวยมาก
Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm : #3
ช่วงนี้กำลังเห่อเจ้าตัวนี้มากๆ เพราะใช้สะดวกใช้ได้ใน Everyday Look จริงๆ เป็นเนื้อบาล์มที่จะเปลี่ยนจากเนื้อบาล์มเป็นเนื้อครีม และจะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นแป้ง เท่ากับเราไม่ต้องใช้แป้งทาทับเลย
เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีเลยนะ ก้อยติดมากช่วงนี้ หยิบมาใช้ตัวเดียวจบได้ง่ายๆ
เมื่อใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ ก็จะปกปิดได้ดีแบบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ เป็นการปกปิดที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักๆ ใช้ตัวเดียวจบได้เลย
Tarte Rainforest Of The Sea Water Foundation : Fair-Light Sand
รองพื้นตัวนี้ก้อยชอบใช้กับตัว Tarte Rainforest Of The Sea Deep Sea Collagen Super Serum เพราะมันช่วยให้ผิวโกลว์สวยมาก ตัวรองพื้นเค้าช่วยเก็บความชุ่มชื่นไว้ให้ผิว จึงทำให้เมื่อลงรองพื้นบนผิว จะได้ผิวที่ดูมีชีวิตชีวา

เนื้อบางเบาแต่ปกปิดได้ดีทีเดียว เกลี่ยง่าย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเค้ก อาจจะไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่เป็นงานผิวที่สวยจริงๆ แถมยัง SPF15 ช่วยกันรังสี UV ด้วย

จะเห็นว่าเมื่อทารองพื้นลงไป มันปกปิดได้ในระดับนึง แต่สามารถค่อยๆ บิ้วเพิ่มระดับการปกปิดได้นะ ได้ผิวสวยๆ โกลว์ๆ ปกปิดได้พอดีๆ
No.7 Match Made Custom Blend Foundation Drops : Calico
เป็นรองพื้นที่เลือกระดับงานผิวได้ อยากจะใช้ในวันสบายๆ ไม่เน้นการปกปิดมากก็ใช้ 1 หยด และเพิ่มระดับการปกปิดขึ้นไปก็ใช้ 2 หยด และใช้ 3 หยดเพื่อการปกปิดที่แน่นมากๆ

บอกเลยว่าตัวนี้ปกปิดดีมากๆ เมื่อใช้ในนะดับ2-3 แล้วหน้าก็จะเนียนกิ๊ง ไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลย ใช้ระหว่างวันไม่เป็นคราบเลย อันนี้ประทับใจมากๆ ราคาก็น่ารัก ผสมกับครีมบำรุงผิวตัวต่างๆ เพื่อเลือก Finish งานผิวได้ อยากจะผิว Matte ผิว Glow ก็อยู่ที่ครีมบำรุงและPrimer ของเราที่สามารถผสมเข้าไปในเนื้อรองพื้นได้เลย

ก้อยทาให้ดู 3 ระดับเลย จะเห็นว่ามันค่อยๆ เพิ่มระดับการปกปิดจริงๆ ก้อยใช้บ่อยนะ เวลาขี้เกียจคิดว่าจะใช้รองพื้นตัวไหนดี 55555+
ต่อมาเรามาจบกันที่งานแป้งที่ก้อยใช้บ่อยๆ ในช่วงนี้นะ
Three Ultimate Diaphanous Loose Powder : #01
ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ ครั้งแรกที่ใช้คือชอบพัฟเค้ามากๆ แต่ตัวแป้งของเค้าก็มีดีด้วยเช่นกัน เป็นเนื้อแป้งที่มีอณูละเอียดมากๆ
แป้งฝุ่นตัวนี้ให้ finish look ที่ดูเป็น natural matte คือให้ผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ได้ทำให้สีของรองพื้นเพี้ยนไป และช่วยคุมมันได้ดี
ก้อยใช้แต่งหน้าในหลายๆ วันเลย เป็นแป้งฝุ่นลูกรักจริงๆ
Three Pristine Complexion Powder Foundation: #100
แป้งตัวใหม่ล่าสุดของ Three ขอพูดเยอะหน่อยเพราะเป็นไอเทมใหม่ล่าสุดในไลน์งานผิวที่ก้อยมี มันน่าสนใจตั้งแต่มีพี่อ้อม สุนิสา เป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ซึ่งก้อยว่าก็เหมาะมากจริงๆ เพราะพี่อ้อมเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ เป็นคนที่เรียบง่าย ดูคลาสสิค มีเอกลักษณ์ สามารถสื่อความเป็นตัวตนได้ออกมาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่หวือหวาแต่มีคลาส ซึ่งตรงกับบุคลิกของแบรนด์ Three มากๆ พอมาศึกษาดูข้อมูลของมันก็เลยยิ่งอยากใช้
แป้งตัวนี้มาในรูปแบบตลับสี่เหลี่ยมแนวยาวแบบมินิมอลเช่นเดิม แค่ตลับก็น่าใช้มากแล้ว และเค้ายังเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ช่วยเบลอรูขุมขนก้อยได้ดีมาก ใช้แล้วยังรู้สึกเหลือเชื่อกับงานผิวที่ได้ เพราะก้อยใช้แป้งคู่กับแปรงของเค้า ไม่เคยใช้แป้งผสมรองพื้นโดยไม่ใช้พัฟเลย แต่พอได้ใช้แปรงควบคู่กับแป้งของเค้าแล้วได้ผิวที่เนียนเกินคาด เพราะเค้ามี Spherical Powder 4 ชนิด ช่วยอำพรางจุดบกพร่องของเรา
แป้งตัวนี้เค้ามีเนื้อแป้งมาให้ 2 แบบนะคะ ฝั่งที่มีปริมาณเยอะกว่านี่เป็น Slender Matte จะเป็นแป้งผสมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคแบบ Airy Matte คือให้การปกปิดแต่ดูบางเบาเป็นธรรมชาติ และให้ผิวดูแมตต์ แต่ไม่แมตต์จนมากเกินไป เพราะเค้ามีเทคโนโลยี  Soft Focus Effect  ที่จะช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ให้แสงที่สะท้อนมาที่ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ มี Anti-dulling Powder และ Subum-Absorbing Coating ที่ช่วยให้แป้งบนผิวหน้าเราไม่ดรอปไม่หมองตลอดวัน
ส่วนอีกฝั่งที่เล็กกว่าคือ Slender Glow เป็นแป้งที่มีเนื้อชิมเมอร์เล็กๆ ช่วยกระจายแสงให้ผิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพผิวดียิ่งขึ้น ก้อยใช้แป้งในส่วนนี้เป็นไฮไลท์เลย ปัดบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก จงอยปาก จะเห็นเลยว่าผิวบริเวณนั้นสว่างขึ้น แต่ยังดูเนียนไปกับผิวหน้าเราอยู่ เพราะเค้ามีอณูแป้ง Silky Powder ซึ่งมีความละเอียดมาก โปร่งแสง ช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ และมีอณูแป้ง Flaky Powder ช่วยในเรื่องของการหักเหแสง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
พอใช้ร่วมกันแล้วทั้งฝั่งที่เป็น Slender Matte ทั่วใบหน้า และฝั่ง Slender Glow บริเวณจุดไฮไลท์ต่างๆ จะช่วยเพิ่มมิติให้หน้าเรามากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นด้วย ที่สำคัญตัวแป้งเค้ามีส่วนผสมของโบทานิคอล ออยล์ และสารสกัดจากพืช 9 ชนิด ช่วยบำรุงผิวหน้าไปในขณะที่เราแต่งหน้าระหว่างวันด้วย
และนี่ก็เป็นไอเทมเมคอัพงานผิวแบบจัดเต็มที่ก้อยใช้บ่อยและเห่อมากๆ ในช่วงนี้ เรียกว่าใช้สลับกันไปมาใน Everyday Look เลย แล้วแต่อารมณ์ว่าวันไหนอยากได้ลุคผิวแบบไหน ปกปิดแค่ไหน แต่ไม่ได้เน้นการปกปิดแบบจัดเต็มอะไรมากมายนัก เรียกว่าเป็นไอเทมเมคอัพที่ช่วยให้ผิวสวยขึ้นและยังได้หายใจอยู่ หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะ
00.jpg

6 วิธีบำรุงขนตาจริงให้สุขภาพดี สวย หนา ไม่แพ้ขนตาปลอม | KoiOnusa

ก้อยเพิ่งไปต่อขนตามาได้ซัก 1 เดือนค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงขนตาเริ่มหลุดร่วง แอบเสียดายนะ อยากมีขนตาหนา งอน สวย ยาวแบบนี้ไปนานๆ

แต่จะให้ก้อยไปต่อขนตาบ่อยๆ นี่ทำใจไม่ได้นะ เพราะเราก็รู้อยู่เต็มอกแหละว่ามันคือการเอาสารเคมีอย่างตัวกาวต่อขนตามาอยู่ใกล้ชิดดวงตาและขนตามากๆ ซึ่งจะส่งผลให้ขนตาจริงของเราไม่แข็งแรง และมีอาการร่วงบ้างประปราย ไม่ได้นะ!!! เราไม่ยอมให้ขนตาเราเบาบางแบบนั้นหรอก มาดู 6 วิธีที่จะช่วยให้ขนตาของเราแข็งแรง มีสุขภาพดีไม่แพ้ขนตาปลอมกัน

1. ล้างมาสคาร่าทุกครั้ง


มาสคาร่ายี่ห้อไหน ราคาแพงมากแค่ไหน ก็มีส่วนผสมของสารเคมี ดังนั้นสารเคมีไม่ควรอยู่ใกล้ดวงตาข้ามวันข้ามคืน ซึ่งเป็นการทำร้ายขนตา ดีไม่ดีดวงตาเราอาจะได้รับผลกระทบไปด้วยนะ

2. ใช้คลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาทำความสะอาดขนตา


เนื่องจากคลีนซิ่งเฉพาะรอบดวงตาค่อนข้างอ่อนโยน และสามารถทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาได้ง่ายกว่าคลีนซิ่งทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดสีจากสำลี ช่วยลดความเสียหายกับขนตา และลดริ้วรอยที่จะตามมาด้วย

3. เช็ดบริเวณรอบดวงตาอย่างเบามือ
เราไม่ควรขยี้หรือถูกบริเวณรอบดวงตาแรงๆ ควรใช้สำลีชุบคลีนซิ่งแล้วแปะลงไปที่เปลือกตาเบาๆ ประมาณ 20-30 วินาที แล้วค่อยๆ ลากสำลีออก เพื่อลดการเสียดสีของสำลีกับบริเวณรอบดวงตา   ลดความเสียหายของขนตาและลดการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาด้วย

4. ดัดขนตาอย่างเบามือ


ใช้ที่ดัดขนตาหนีบที่เส้นขนตา ไม่กระตุกขนตา แต่ค่อยๆ หนีบให้งอนเรียงยาวอย่างเบามือ ป้องกันการขาดหลุดร่วงของขนตา

5. พักการใช้มาสคาร่าบ้าง


บางครั้งคนเราก็ต้องการเวลาพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าต่างๆ ขนตาก็เช่นกัน เราไม่ควรใช้มาสคาร่าในทุกๆ ครั้งของการแต่งหน้า ควรให้ขนตาของเราได้รับการพักผ่อนบ้าง ให้ขนตาได้หายใจ ปราศจากสารเคมีบ้างนะ

6. บำรุงขนตาบ้าง
คนเราต้องการวิตามินบำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี ขนตาก็เช่นกัน เราควรบำรุงขนตาด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เลือกที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารระคายเคืองที่ทำอันตรายต่อขนตาเรา ช่วงหลังต่อขนตาก้อยใช้ Lancôme Eye and Lash Serum ตัวนี้เป็นประจำ เพราะนี่กลัวขนตาปลอมที่ต่อไว้หลุด แล้วขนตาจริงจะหลุดร่วงตาม

เค้าไม่ได้ช่วยบำรุงแค่ขนตาให้ชุ่มชื่น หนา และแข็งแรงเท่านั้น เค้ายังช่วยบำรุงบริเวณรอบดวงตา ลดรอยคล้ำใต้ตา ลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา และลดอาการบวมของรอบดวงตาด้วย

Applicator ของเค้าเป็นรูปไข่มุกสีเงิน ทำมาจากสแตนเลส สตีล ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับวงการแพทย์เค้าใช้กัน สะอาดและช่วยลดแบททีเรีย รวมถึงยังให้ความเย็นกับผิวด้วยนะ

เนื้อเซรั่มเค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้เลย

ก้อยใช้ทารอบดวงตาต่อเนื่องกันมา 2 สัปดาห์หลังต่อขนตามาได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งก้อยชอบในขณะที่เจ้า appicator สัมผัสบริเวณผิวรอบดวงตามาก เราจะรู้เย็นผิว รู้สึกสบายตา ผ่อนคลายดี และก้อยใช้ทาบริเวณแนวเส้นขนตาด้วยในตอนท้าย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับขนตาเรา!!

เนื้อเซรั่มเค้าให้ความชุ่มชื่นสูงมากจริงๆ ไม่ได้ซึมหายไป แต่ยังมีความหนึบๆ ติดอยู่รอบดวงตาตลอดทั้งคืน รู้สึกสบายดวงตาดีนะ ตื่นมาตอนเช้าดวงตาสดชื่น และได้บำรุงขนตาไปด้วย เผื่อว่าเมื่อขนตาปลอมที่ต่อมาหลุดหมด เราจะได้มีขนตาจริงๆ ของเราที่สวย งอน ยาว หนา และแข็งแรงสู้ขนตาปลอมได้บ้าง

และนี่ก็เป็น 6 วิธีดูแลขนตาจริงของเราให้สวยไม่แพ้ขนตาปลอมที่เราไปต่อมา อาจจะไม่ได้ช่วยให้หนา ฟู รวดเร็วเช่นการใช้ขนตาปลอมติด แต่รับรองได้ว่าขนตาของเราจะแข็งแรง เป็นขนตาที่สวยแบบยั่งยืนแย่นอน

S__60710953.jpg