รองพื้นตัวเดียวจบ ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ | KoiOnusa

กดดูแบบคลิปด้านบนได้เลย

01.png

ชีวิตประจำวันของสาวๆ ในยุคนี้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น แต่ถึงเราจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากแค่ไหน สาวๆ ก็ยังคงห่วงเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ แต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเนี่ยก็มีเยอะเหลือเกิน จะดีแค่ไหนถ้าเรามีรองพื้นดีๆ ที่ตอบโจทย์การแต่งหน้าของสาวยุคใหม่ได้

02.png

ถ้ากำลังมองหารองพื้นดีๆ สักตัว ที่มีทั้งครีมบำรุงและครีมกันแดด และช่วยให้ผิวดูสวยแบบธรรมชาติ ต้องลองใช้รองพื้น Lena ดูซักครั้ง รองพื้นแม่แอน อลิชา เค้าเป็นรองพื้นเนื้อแมทท์ ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวระหว่างวันมากเลยนะ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่ดูเป็นรองพื้นที่หนาจนเกินไป เป็นงานผิวที่ยังคงปกปิดได้ กันเหงื่อได้ดีเลย เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมาก

03.png

รองพื้นเค้ามี 3 เฉดสีนะ ส่วนตัวก้อยใช้สี LN15 สำหรับผิวขาวอมชมพู เนื้อรองพื้นเค้าจะเป็นเนื้อที่คล้ายๆ เซรั่ม ไม่หนักผิว บางเบา เกลี่ยง่ายมาก แนะนำว่าให้ใช้นิ้วของเราเนี่ยแหละเกลี่ย จะได้ความปกปิดที่ดีในระดับนึง ถ้าใช้ฟองน้ำเกลี่ย ก้อยว่ามันจะบางไป

04.png

ก้อยให้ดูความปกปิดของมันนะ ถือว่าปกปิดพวกรอยเล็กๆ ได้ แต่พวกสิวเม็ดเป้งๆ หรือรอยสิวชัดๆ ยังปิดไม่เนียนเท่าไหร่ ยังคงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย

05.png

แต่ที่แน่ๆ ก้อยชอบงานผิวหลังจากใช้รองพื้นของเค้ามากเลย ผิวดูกระจ่างใส ดูเป็นผิวเราที่ดูดีขึ้นและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวในชีวิตประจำวัน บางวันอยากได้ลุคสบายๆ ก็ลงแค่รองพื้นตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องลงแป้งตามก็ได้ ที่สำคัญมีตัวบำรุงที่ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นผิว และมีกันแดด SPF 50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดดด้วย

06.png

ก้อยใช้รองพื้นเค้าตั้งแต่ช่วง 9.00 น. โมง จนตอนนี้ 16.00 น. ก็จะมีความมันเกิดขึ้นมาพอสมควร มีคราบเล็กน้อยหลุดลอกตรงบริเวณรอบๆ มุมจมูก หน้านี้คือผ่านฝนตกพร่ำๆ อากาศร้อนชื้นมากๆ โดยฝนปรอยๆ ด้วยนะ

07.png

ก้อยว่าเนื้อรองพื้นของเค้าไม่ใช่รองพื้นเนื้อแมทท์ที่ให้ความปดปิดจนอึดอัดผิว แต่เป็นรองพื้นที่ช่วยปกปิดแต่ยังให้ผิวดูเป็นธรรมชาติอยู่ เราสามารถใช้แบบตัวเดียวจบได้เลยนะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

01.png

 

เคลียร์รอยสิวด้วย BK Acne Expert Bright | KoiOnusa

01.png

จริงๆ ก้อยเคยแนะนำสั้นๆ เป็นมินิรีวิว ไปแล้วเนอะ ว่าคนเป็นสิวอยากให้ลองใช้เซรั่มลดสิวและเอสเซ้นต์ลดรอยสิวของ BK นี่ก้อยเองก็ใช้ BK มาตั้งแต่เค้าดังพวกมาสก์สิวในช่วงแรกๆ เลยได้ทดลองใช้สินค้าของเค้าอยู่หลากหลายอัน

02.png

วันนี้อยากพูดถึงเอสเซ้นต์ลดรอยสิวตัวนี้หน่อย BK Acne Expert Bright ก้อยว่ามันทำงานได้ดีเลยนะ เมื่อใช้ร่วมกับตัว BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ต้องบอกก่อนว่าก้อยใช้ตัวเซรั่มลดสิวเค้ามาอยู่ก่อนแล้ว พักนึงนะ ยิ่งช่วงก่อนนี้ที่แพ้แชมพู เป็นช่วงสิวเห่อๆ นี่เลยหยิบมาใช้ทั้งตัวลดสิวและตัวลดรอยสิวเลย เราชอบที่เค้าไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และไม่มีน้ำหอม เขียนชัดเจนตัวโตอยู่หน้าซอง แค่นี้ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาแล้ว

03.png

แต่ขอพูดถึงแต่ตัวลดรอยสิวหน่อยแล้วกัน ตัวนี้เนื้อเอสเซ้นต์เค้าจะเป็นสีขาวขุ่นเลย ตอนแรกก้อยนึกว่าเนื้อเค้าจะเป็นครีมหนักผิว แต่เมื่อเกลี่ยแล้วเนื้อบางเบามากกกก ซึมผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ก้อยทดลองใช้ทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ทาทั่วหน้าค่ะคุณผู้ชม 5555+ เพราะทายังไงๆ ก็ยังไม่หมดซองซักที วันไหนขี้เกียจๆ ก็ผสมกับตัวเซรั่มลดสิว ทาไปเลยทีเดียวพร้อมๆ กัน >.< อันนี้พูดจริง ฮ่าาา

04.png

ความประทับใจของเราคือ ก้อยมีรอยสิวบริเวณนี้มานานแล้วค่ะ คือไม่หายซักที เพราะบอกตามตรงว่าไม่ได้ใช้ครีมอะไรทาลดรอยสิว อาจจะขี้เกียจด้วยส่วนนึง นี่ก้อยทดลองใช้ตัวนี้ทาบริเวณนี้ดูพักใหญ่ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่ากี่วันนะ มาดูอีกทีรอยสิวตรงนี้จางลงไปจนแทบจะไม่เห็นแล้วล่ะ นี่เลยแค่อยากจะมาบอกต่อ ว่าซองจิ๋วๆ แค่นี้ ประสิทธิภาพไม่ใช่เล่นเลยนะจ้ะ

 

05.png

นี่ก็แค่อยากมาบอกต่อน่ะ ว่าหากยังไม่มั่นใจว่าอะไรใช้ดีไม่ดี เค้าก็จะมีพวกครีมซองราคาย่อมเยาว์ขาย ซื้อมาใช้ขำขำไม่กี่บาทดูก่อนก็ได้นะ ถ้าถูกใจใช้หมดแล้วค่อยขยับไปซื้อไซด์จริงก็ได้ แบบซองนี่มีขายใน 7-11 ทุกสาขานะ ลองไปจับๆ ส่องๆ กันดู ถูกและดีมีอยู่จริง

01.png

รักษาสิวง่ายๆ ใช้ได้ผลจริง แค่เปลี่ยนพฤติกรรม + แนะนำสกินแคร์ลดสิว ลดรอย จ่ายไม่แพง | KoiOnusa

ก้อยเชื่อว่าทุกคนเคยเป็นสิว จะสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ ต้องเคยประสบกันมาหมดแล้วแหละ แต่จะมีมากมาน้อยก็แตกต่างกันออกไป อย่างก้อยเองมักจะเป็นสิวผดผื่น และสิวอุดตัน เพราะแต่งหน้าบ่อยและแพ้ง่าย สิวอักเสบมีบ้างประปรายตามระดับฮอร์โมนในช่วงนั้น

วันนี้ก้อยขอพูดถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ก้อยลองเปลี่ยนตัวเองในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แล้วมันใช้ได้ผลจริงๆ กับตัวก้อยเอง รวมถึงมาแนะนำพวกไอเทมสิวๆ เหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องสิว ก้อยใช้จริงๆ อินจริงๆ แต่ในงบจ่ายง่าย จ่ายไม่แพง เพราะเชื่อว่านักเรียน นักศึกษาทุกคนมีปัญหาเรื่องสิว และหาวิธีจัดการอยู่ เพราะก้อยเองก็เคยผ่านช่วงวัยเบี้ยน้อยหอยน้อยมาอ่ะนะ

เริ่มจากเหล่าบรรดาสกินแคร์ที่ก้อยใช้จริงๆ คัดมาแล้วว่ามันได้ผลกับผิวเราจริงๆ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าก้อยไม่ได้ใช้สกินแคร์สิวๆ ตลอดทุกวันนะ ก้อยเลือกใช้ในช่วงที่ก้อยเป็นปัญหาผิวตามสรรพคุณของสกินแคร์ โดยเฉพาะช่วงเป็นสิว จะใช้สกินแคร์ไม่มาก ไม่อยากทำให้ผิวระคายเคือง แล้วยิ่งช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ที่ก้อยแพ้แชมพูจนสิวผุดเต็มหน้า มีเจ้าสกินแคร์ตัวเด็ดๆ เหล่านี้แหละที่ก้อยใช้จริงแล้วมันเวิร์คจริงๆ
1. Acne Aid Liquid Cleanser
เริ่มจากโฟมล้างหน้ากันก่อนเลย ก้อยจะเลือกใช้สูตรที่เหมาะกับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ในช่วงที่เป็นสิว ต้องบอกก่อนว่าเพิ่งหันมาลองใช้เจ้าตัวนี้ เพราะ Ziiit ที่ก้อยใช้เป็นโฟมล้างหน้าที่ช่วยเรื่องสิวโดยเฉพาะมันหมดแล้ว นี่เลยลองหยิบตัวนี้ขนาดเล็กมาใช้ ราคาประมาณหนึ่งร้อยบาท ถูกมาก โฟมล้างหน้าตัวนี้เนื้อสีขาวขุ่น เนื้อเหลว ล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดผิวหน้าดี ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงหรือระคายเคือง เพราะเค้ามีค่า pH ที่สมดุลกับผิวค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหน้าด้วย
2. Benzac
ขาดไม่ได้เลยตัวนี้ เป็นตัวที่ทาหลังล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบ เค้ามีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อสิว ช่วยให้สิวหลุดออกจากตุ่มสิว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแ ละยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วยนะ ก้อยทาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก ข้อดีอีกอย่างนึงที่ทาตัวนี้เป็นประจำคือ เมื่อเราไปกดสิว เค้าจะกดสิวอุดตันของเราออกมาได้ง่ายมากๆ ไม่เจ็บ และแดงน้อยมาก

 3. Clinda M
ต้องบอกว่าเมื่อเห็นตุ่มสิว จะต้องนึกถึงเพียงแค่ตัวนี้จริงๆ ใช้มาเป็นสิบๆ อันแล้ว เค้ามีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ Clindamycin Hydrocloride ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเป็นสิวที่มีหัวหนองหน่อยๆ ก้อยทาเพียง 2-3 คืน สิวก้อยก็แห้งแล้ว แต่ถ้าเป็นสิวหัวแดงๆ ไม่เห็นหัวหนอง อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย อย่าล่าสุด ก้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าสิวตุ่มแดงนูนจะยุบตัวลง

4. BK Ance Serum Brightening Anti-Pollution 

บอกก่อนว่าสกินแคร์ที่ทาทั้งหน้าช่วงเป็นสิวของก้อยจะใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว แล้วอาจจะไปใช้มาสก์หน้าเลย ซึ่ง 1 อาทิตย์จะมาสก์แค่ 2-3 ครั้ง ที่ก้อยไม่ใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ มากมายนักเพราะไม่อยากให้ผิวระคายเคืองมากจนเกินไป และจะเลือกใช้สกินแคร์ที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน และไม่ทำให้ผิวอุดตัน เลยเลือกใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลย เพราะมันตอบโจทย์ทั้งหมด ก้อยเคยใช้แบบซองมาก่อนนะช่วงเป็นสิว ใช้แล้วรู้สึกว่ามันดีอ่ะ   ใช้เป็นประจำเช้าเย็น เป็นสกินแคร์หลักๆ ไปเลย เพราะใช้ต่อเนื่องแล้วก้อยว่ามันคุมมันได้ดีเลยนะ คนผิวมันอาจจะชอบเหมือนที่ก้อยชอบ พวกสิวผด สิวเม็ดเล็กๆ ที่ชอบขึ้นหยุ๋มหยิ๋มๆ มันลดลง อย่างก้อยผิวแพ้ง่าย มีสิวเม็ดเล็กๆ เป็นผดง่าย ตอนนี้ผิวเรียบขึ้นเยอะ ขนาดเป็นประจำเดือนยังไม่ค่อยมีสิวเลย ใครเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายลองใช้ดู เนื้อใสๆ ไม่มีกลิ่น นอกจากมันจะช่วยลดสิวอักเสบ สิวผดจากสารสกัดใบบัวบกได้แล้ว ที่มันช่วยคุมมันเพราะมี Zinc PCA ทาผิวไปไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว ซึมเร็วมากกกกก ไม่เหนอะเลย แต่งหน้าได้เลย โดยไม่ต้องกลัวรองพื้นเป็นคราบ แต่ในความซึมไวของเค้ามันก็ยังคงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ด้วยสารสกัดผลมะกอกถั่วเหลือง เห็นว่าช่วย Anti-Pollution ปกป้องผิวเราจากมลภาวะต่างๆ ด้วย พวกฝุ่นละอองมันอันตราย เป็นบ่อเกิดของสิวเลยแหละ

5. KA Expert Anti Melasma Serum
ตัวนี้ก้อยจะทาแค่บริเวณที่เป็นรอยสิว พอสิวหายปุ๊บ ก้อยทาปั๊บ ทาตอนมีรอยสิวใหม่ๆ เนี่ยแหละ รอยสิวดำๆ ของเราจะได้หายง่ายขึ้น บอกก่อนว่าก้อยเพิ่งมาเริ่มใช้ตัวนี้ได้ประมาณเดือนนึงนะ แล้วมันได้ผลจริงๆ ประมาณ 14 วันรอยดำมันจางลงจริงๆ จริงๆ เค้าเขียนว่าเป็นเซรั่มทาฝ้า ก้อยไม่มีฝ้านะ แต่สะดุดตรงเค้าเขียนว่าเป็นสูตรเร่งด่วน หน้าดูดีภายใน 7 วัน นี่เลยลอง!! เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% ทำงานร่วมกับ INNO MelanoOff ซึ่งจะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี มันช่วยกู้ส่วนที่หมอง เป็นรอยดำๆ ด่างๆ ให้กระจ่างใสขึ้นจริงๆ นะ พิสูจน์มาแล้ว แต่ของก้อยเอง ประมาณ 14 วันนะ ถึงเห็นผลชัดเจน รอยดำจางไปเยอะมากจริงๆ ขยันๆ ทาหน่อยนะตัวนี้ ทาเช้า ทาเย็น ถ้าไม่ได้แต่งหน้า ก็ทาระหว่างวันด้วยก็ได้

6. Leaders Clinic Regrneration Mask
ต้องเรียกว่าเป็นมาสก์ชีทอันดับ 1 ที่ครองใจเราในสายของการช่วยให้รอยดำจากสิวจางลง ใช้มาเป็นสิบๆ แผ่น น่าจะถึงร้อยแล้วมั้ง เวลาที่มีรอยสิวน่ารำคานใจ จะต้องแกะน้องคนนี้ออกมากอบกู้ตลอดๆ เพราะมันช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงจริงๆ รวมถึงช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน ผิวสุขภาพดีด้วย เค้ามีสารสกัดจากเมือกหอยทาก ช่วยบำรุงผิวให้ริ้วรอยจางลงด้วยนะ แต่หลักๆ ของก้อยแล้วคือ ให้เค้ามาช่วยเรื่องรอยดำจากสิวของเรามากกว่า มาสก์หน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหลังทาเซรั่มลดสิวของ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ด้านบน มันจะยิ่งช่วยให้สกินแคร์ในเนื้อมาสก์อันนี้ซึมเข้าผิวได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่ก้อยบอกว่าช่วงเป็นสิวจะใช้สกินแคร์ทาหน้าน้อยมาก หลักๆ ก็จะใช้แค่นี้จริงๆ เรียกว่าน้อยมากนะ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ทาทั่วใบหน้า จะมีแค่ 1 ตัวหลักๆ คือ BK Acne Serum Brightening Anti-Pollution ที่มาช่วยลดสิว คุมความมัน และใช้ มาสก์หน้า Leaders Clinic Regrneration Mask มาช่วยบำรุงผิว ลดรอยดำจากสิวในบางวัน

ต่อมาเป็นพฤติกรรมที่ก้อยทดลองเปลี่ยนตัวเองดูอย่างง่ายๆ

1. ใช้กระดาษทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าใหม่ ซับน้ำบนใบหน้าหลังล้างหน้า

จริงๆ ก้อยรู้มานานแล้ว ว่าต้องใช้ผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดหน้าแยกกัน แต่ก้อยทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะยอมรับว่าไม่มีที่ตากสำหรับผ้าเช็ดหน้าแล้ว แต่เพิ่งลองมาทำอย่างจริงจัง โดยใช้ทิชชู่ใหม่ๆ เนี่ยแหละเช็ดหน้าทุกครั้งหลังล้างหน้า!! เห้ยยย ไม่ได้พูดเล่นนะ ก้อยว่าวิธีนี้ช่วยเรื่องลดสิวได้มากจริงๆ เพราะผ้าขนหนูเนี่ยเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เมื่อนำมาเช็ดหน้า หน้าของเราก็อาจจะเกิดสิวได้ง่ายขึ้น หรือใครใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า บางทีพวกโลชั่นทาตัวที่ติดตามผ้าขนหนู เมื่อนำมาเช็ดหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้าจนเป็นสิวได้ เพราะฉะนั้น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ ชีวิตจะดีขึ้น

2. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกเช้า-เย็น

ก้อยเคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแค่ตอนเย็น หลังล้างเมคอัพ ส่วนในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะไม่เคยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเลย เพราะคิดว่าพวกครีมบำรุงยังติดผิวหน้าอยู่ มันคงเป็นประโยชน์กับผิวแหละ แต่ว่า..ถ้าสังเกตดีๆ ผิวตอนตื่นนอนของเราจะมีความมัน อาจจะเพราะจากสกินแคร์ที่เราทาก่อนนอนนี่แหละ ก้อยเลยลองใช้โฟมล้างหน้าด้วยในตอนเช้า รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นกว่าไม่ใช้เยอะเลย เหมือนปลดปล่อยให้ผิวได้หายใจได้เต็มที่ เฟรชขึ้น รู้สึกสบายผิวมาก นี่อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้สิวของก้อยลดลง เพราะเราทำความสะอาดผิวในตอนเช้าก่อนทาครีมบำรุงใหม่ทับถมลงไปในทุกๆ วัน

3. งดส่องกระจกบ่อยๆ

นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมนึงที่ก้อยพยายามทำ เมื่อไหร่ที่เราส่องกระจก เมื่อนั้นเราจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้า และพยายามจับ พยายามบีบ พยายามเค้น คันไม้คันมืออยากแกะอยากเกา บอกเลยว่าส่วนนี้ทำให้เราเกิดสิวและเกิดรอยสิวได้เรื่อยๆ จนเรื้อรัง เพราะเรามัวแต่กังวลใจ ไม่ปล่อยวาง ยุ่งเหยิงจับต้องใบหน้าของเราทั้งวัน จนใบหน้าทั้งช้ำ ทั้งสกปรก ลองงดส่องกระจกบ่อยๆ หรือขยันสังเกตใบหน้าของตัวเองจนมากไปดูนะ ลอฃหันไปทำอย่างอื่นดู

4. พยายามนอนเร็วมากขึ้น

อันนี้ช่วยได้จริงๆ เมื่อไหร่ที่พักผ่อนน้อย เมื่อนั้นสิวถามหาได้ง่ายมาก ก้อยเคยนอนตี3-4 ตื่น 8โมงเช้า ซึ่งถ้านอนติดกัน 3-4 วัน สิวเม็ดเป้งก็จะโผล่ขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนตัวเองให้นอนก่อนเที่ยงคืน ชีวิตดีขึ้นเยอะ ใบหน้าปลอดจากสิวเม็ดเป้งนานขึ้นกว่าตอนนอนดึกมากๆ อีกนะ

5. พยายามไปกดสิวอุดตันออกให้ได้เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง

พวกสิวอุดตันบางหัวหลุดยาก รักษาด้วยตนเองยาก ทิ้งไว้นานๆ อาจจะทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ ให้รำคานใจ ก้อยเองเลยพยายามเก็บเงินวันละ 10 บาท เดือนนึงก็ได้ 300 บาท ใช้เป็นค่ากดสิวในคลีนิค ซึ่งมันได้ผลดีมากๆ เลยนะ ผิวเรียบเนียนขึ้น อาจจะต้องอดทนกับรอยแดงหลังกดสิวซักหน่อย แต่รอยแดงมันจะค่อยๆ ดีวันดีคืน แลกมากับใบหน้าที่เนียนเรียบ นักเรียนนักศึกษางบน้อย ลองเก็บเงินแบบก้อยดู วันละ 10 บาท ชิวๆ เนอะ คำเตือนสำหรับน้องๆ ที่กำลังคิดว่า ทำไมต้องไปเสียเงินให้เค้ากดสิวให้ ก็เพราะถ้าหากเรากดสิวเองโดยไม่มีความชำนาญ ก็อาจจะทำให้หน้าเราพังหนักกว่าเดิม สิวอาจเห่อขึ้นมาอักเสบหนักกว่าเดิม แถมมีรอยสิวดำๆ รักษายากตามมาอีกเป็นพรวน

ก้อยเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ใช้สกินแคร์ที่ใช้แล้วชอบจริงๆ ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ ช่วยลดสิวบนใบหน้าไปได้เยอะ ช่วงนี้ชอบผิวของตัวเองมาก ถึงแม้จะมีรอยแดงบ้าง รอยดำนิดๆ หน่อยๆ หรือมีสิวผดเม็ดเล็กๆ บ้าง แต่สิวเม็ดใหญ่ๆ น้อยมากๆ แทบจะไม่มีขึ้นมาให้เห็น หรือถ้ามีขึ้นมา ก็หายไปไว โดยไม่ต้องพึ่งหมอให้ฉีดสิวให้เลย และสกินแคร์ที่ก้อยใช้ลดสิวทั้งหมดก็ราคาน่ารัก หาซื้อได้ไม่ยาก น้องๆ คนไหนอยากมีหน้าใสๆ สิวน้อยๆ (อยากจะบอกว่าไร้สิว ก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นประจำเดือนทีก็ต้องมีสิวสีกเม็ดทีอ่ะเนอะ) ลองเปลี่ยนพฤติกรรม และหาสกินแคร์เหล่านี้มาใช้ดู นี่ได้ผลกับตัวก้อยเองจริงๆ เลยอยากมาแชร์ให้เป็นประโยชน์กับทุกคน

เซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วนที่ไม่ได้ทาได้แค่ฝ้า ทดลองทารอยสิวดำๆ เป็นยังไงมาดูกัน!!!

ปัญหาเรื่องสิวว่ากวนใจแล้ว เรื่องจุดด่างดำ รอยดำจากสิวนี่ก็ทำให้เราหนักใจได้ไม่แพ้กัน ใช่มิ!!!
วันนี้ก้อยลองหยิบเจ้าตัว KA Expert Anti Melasma Serum มาใช้ในช่วง 1 เดือนก่อน เค้าเป็นเซรั่มทาฝ้าสูตรเร่งด่วน แต่ก้อยไม่มีฝ้านะ นี่เลยลองเอามาทาพวกรอยดำจากสิวดู น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน เพราะเค้าเขียนหน้ากล่องไว้ว่าช่วยให้พวกฝ้า กระ  ดูจางลง ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น พออ่านคุณสมบัติหลังกล่องแล้ว เค้ามีส่วนผสมเข้มข้นของ Alpha Arbutin จากแบร์เบอร์รี่ธรรมชาติ 100% แถมยังมีสารสกัดออร์แกนิคจากว่านหางจระเข้เพิ่มเข้าไปอีก เลยจะช่วยเรื่องการฟื้นบำรุงผิวอ่อนแอ ให้ชุ่มชื่นขึ้นด้วย แค่อ่านส่วนประกอบก็ยิ่งอยากลองแล้ว
เนื้อเซรั่มของเค้าเป็นเนื้อสีขาวขุ่นแต่มีความใสอยู่ตามสไตล์เซรั่ม ดมกลิ่นใกล้ๆ ไม่ค่อยได้กลิ่นเลยนะ และตอนเกลี่ยเนื้อเซรั่ม เนื้อของเค้าคล้ายๆ กับการทาว่านหางจระเข้เลยล่ะ ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ผิว ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
ก้อยตั้งใจทาแค่บริเวณที่เป็นรอยดำจากสิว ทาอย่างจริงจังเช้า-เย็น ประมาณ 14 วันก็ได้ผลลัพธ์แบบนี้ รอยดำจากสิวจางลงไปเยอะมากกกกกก จางเร็วมากด้วย ใช้จนสิวใหม่ขึ้นมาแล้วเนี่ย 5555+ แต่รอยดำจางลงจริงๆ โดยที่รูปไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย
นี่ก็แฮปปี้มากอยู่นะที่รอยดำจางไวขนาดนี้ ก้อยไม่ทันถ่ายตอนครบ 7 วันไว้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงวันที่ 12-13 แล้วล่ะว่าควรถ่าย After ไว้ซักหน่อย พอเอารูปมาเทียบกันคือเห็นเลยว่าแตกต่างชัดเจน ถือว่าเลิศอยู่นะ สำหรับตัวก้อยเองคือเห็นผลจริงๆ และยังคงใช้จนหมดหลอดแน่ๆ ตัวนี้จะเป็นขนาด 15 กรัมนะ ราคา 189 บาท  ราคาเป็นมิตรมากหาได้ตามร้านขายยาหรือในร้านบิวตี้อย่าง EVEANDBOY ก็มีวางขายแล้ว แต่หากใครอยากทดลองใช้ด้วยงบน้อยๆ ก่อน เค้าก็มีแบบซองขายขนาด  7 กรัม 49 บาทเอง มีที่ Family Mart กับ Lawson ก้อยว่าหนึ่งซองกับจุดด่างดำเล็กๆ ก็ใช้ได้นานอยู่นะ แต่จะให้ดี ทาทั้งหน้าเลยก็ได้ ผิวจะได้กระจ่างใสและชุ่มชื่นทั่วๆ กัน สำหรับคนที่เป็นฝ้าอยู่คงต้องใช้กันยาวๆ แนะนำแบบหลอดเลยจะดีกว่า ยังไงใครที่มีปัญหาฝ้าอยู่ลองเอาตัวนี้ไปลองดู ด้วยปัญหาฝ้าอ่ะเนอะ ต้องหาแบรนด์ที่น่าเชื่อถือหน่อย ไม่งั้นถ้าใช้ไม่ถูกนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังอาจจะลามแล้วผิวบางขึ้นจนแก้ไม่หายก็ได้

รีวิวยาสีฟันญี่ปุ่น แบรนด์ไหนสุโก้ย ใช้แล้วฟิน อินกับปากและฟันที่สุด | KoiOnusa

ไม่รู้ว่ามีใครสังเกตได้แบบก้อยมั้ย ว่าเราอายุมากขี้นๆ เราจะเริ่มมีกลิ่นปาก อย่างก้อยเองก็โดนแฟนทักเรื่องกลิ่นปากมา เป็นคนไม่มีกลิ่นตัว แต่มีกลิ่นปากตอนโตเฉยเลย ทั้งๆ ที่ช่วงแรกๆ ที่คบกันแฟนไม่เคยบอกว่าเรามีกลิ่นปาก นี่เลยคิดไปคิดมาว่าเกิดจากอะไร ปกติก้อยก็แปรงฟันทุกวันนะ!! ถึงแม้จะลืมบ้างบางคืน เย้ยยย!!! เหมือนจะพูดเล่น แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แหละ เขินนนน 5555+

นี่เราเลยไปหาสำรวจตัวเองมาว่าทำไมถึงมีกลิ่นปาก ผลปรากฏว่า จริงๆ มันเป็นเรื่องของอายุ!! คนเรายิ่งอายุมากขึ้น อย่างก้อยเองอายุ 32 ปีแล้ว ต่อมผลิตน้ำลายจะผลิตน้ำลายได้น้อยลงเมื่อเราไม่ขยับปากนานๆ เฮ้ยยย มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ซึ่งมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแบคทีเรีย คราบต่างๆ รวมทั้งปัญหาต่างๆ ในช่องปากของเรา >.<“


แฟนก้อยเองบินไปมาญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะเป็นไกด์ นางก็ชอบซื้อของแปลกๆ มาให้ลอง นี่ก็เป็นช่วงลองยาสีฟันครับท่านผู้ชม!!! เพราะปัญหากลิ่นปากมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ก้อยเลยอยากรีวิวยาสีฟัน 3 ยี่ห้อ ที่ก้อยได้ลองใช้


Apagade Smokin Stain-Care Type

สูตรนี้เป็นสูตรขจัดคราบฟัน เพราะมีส่วนผสมของโปรตีนจากไข่มุก ช่วยให้ฟันสะอาด ห่างไกลจากฟันผุ มีแร่ Hydroxyapatite ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูฟันให้แข็งแรง

ยาสีฟันตัวนี้เป็นสีขาว ก้อยรู้สึกว่าเนื้อสัมผัสของมันค่อนข้างสาก คล้ายๆ ยาสีฟันดอกบัวคู่ของไทย แต่กลิ่นหอมสดชื่นกว่า มีความเย็นไม่มาก ใครไม่ชอบยาสีฟันเย็นจัดๆ เอาแต่เย็นหอมปากหอมคอ ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ ฟองเยอะพอสมควร แต่ที่ไม่ชอบคือ แปรงแล้วรู้สึกสากๆ ลิ้นแค่นั้นเอง


Ora2 Premium Stainclear Dental Paste A1 Aromatic Mint Type

ยาสีฟันตัวนี้เป็นสูตรมิ้นต์ ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นให้กับช่องปากเช่นกัน มีสาร Sodium Monofluorophosphate ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันฟันผุ สารนี้จะเคลือบฟันไว้เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย

ยาสีฟันสูตรนี้เนื้อของเค้าจะเป็นสีขาวเช่นกัน แต่อันนี้เหมือนจะมีเม็ดอะไรไม่แน่ใจเล็กๆ ภายใน หรือเนื้อสัมผัสไม่ค่อยเนียน ไม่ละเอียดเท่ายี่ห้อแรก ก้อยแปรงฟันแล้วรู้สึกว่าเค้าให้รสหวานนำมาเลย เย็นจัดเลยล่ะ ซึ่งเอาจริงๆ ก้อยชอบความเย็นแบบนี้นะ แต่ไม่ค่อยชอบยาสีฟันที่หวานมากเท่าไหร่


PureOra Oral Care สูตร Strong Mint 

ยาสีฟันเพียวออร่าเค้ามี 3 สูตร แฟนรู้ใจว่าเราชอบความเย็น ชอบอะไรที่เป็นมิ้นต์ แฟนเลยเลือกสูตร strong mint มา ตัวนี้เค้าจะเด่นๆ เรื่องมีส่วนผสมของ Erythritol เป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ เป็นสารให้ความหวานแต่ไม่มีแคลอรี่ แบคทีเรียในช่องปากจะมาย่อยสารนี้ไม่ได้ จึงไม่ทำให้ฟันพุ และช่วยสลายพวกคราบเหนียวอันเป็นบ่อเกิดของกลิ่นปากอีกด้วย

ยาสีฟันสูตรนี้เป็นเนื้อสีขาวเช่นกัน แต่เด่นเรื่องกลิ่นมาก่อนเลย แปรงฟันแล้วเหมือนอมลูกอมที่หอมสดชื่นๆ แปรงฟันเสร็จแล้วรู้สึกสะอาด โล่ง สบายและเย็นสดชื่นมาก ตื่นเช้ามารู้สึกเลยว่าไม่มีกลิ่นปาก แถมระหว่างวันไม่ต้องหาหมากฝรั่งมาเคี้ยวเพื่อดับกลิ่นปากต่อ อันนี้แฟนเฟิร์มมาว่ากลิ่นปากหายนานสุดจริงๆ ทำให้มั่นใจและแฟนก็ไม่ทักเรื่องกลิ่นปากอีกแล้ว นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าผิวหน้าฟันสะอาดลื่นๆ ไม่มีคราบสากๆ บนผิวฟันอีกด้วย

สรุปสุดท้ายถามว่าเราปลื้มยี่ห้อไหนสุด แบบหันหน้ามาลองถามแฟนดูด้วยว่าใจตรงกันมั้ย คือเราชอบตัวที่ 3 เหมือนกัน คือของ PureOra Oral Care สูตร Strong Mint ก้อยและแฟนชอบกลิ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย และให้ความเย็นสดชื่น แต่ไม่แสบปากนะ รู้สึกโล่งและสบายช่องปากยาวนานดี แถมหลอดใหญ่เบิ้ม ใช้ทีละนิดก็เย็นปากมากแล้ว ดูใช้ได้นานคุ้มค่าดี

ก็ประมาณนี้แหละจ้ะ สำหรับยาสีฟันแบรนด์ญี่ปุ่นที่ก้อยอยากหยิบมาใช้ตลอดๆ แบบไม่อยากลืมแปรงฟันอีก 55555+ ถ้าใครอยากใช้ พวกห้างญี่ปุ่นในไทยเค้าก็มีขายแล้วนะ ที่พวกห้างดองกี้ ซูรูฮะ สซึโมะโตะ Cosme ค่ะ

แต่งหน้าไป รีวิวไป กับ Mixx Makeup แบบครบเซ็ต | KoiOnusa

01.png

a02.png

มีความตื่นตะลึงตรึงใจมากกับเมคอัพในเซ็ตนี้ เครื่องสำอาง Mixx Makeup ที่จดเด่นคือสีม่วง-ชมพู เห็นปุ๊บจำได้ปั๊บ ดูจากบุคลิกแพกเกจของแบรนด์ภายนอกแล้ว แบรนด์เค้าน่าจะเน้นความสนุกสดใสแบบวัยรุ่นที่มีสีสันในชีวิต ซึ่งเมื่อก้อยเห็นเมคอัพของเค้าทั้งเซ็ต ก็อดไม่ได้ที่จะมาแต่งหน้าพร้อมรีวิวเบาๆ ให้ฟัง

a03.png

เริ่มจากงานพื้นผิวหน้า Mixx Cushion ครั้งแรกที่ก้อยเห็นตัลคุชชั่นของเค้า รู้สึกว่าคุชชั่นตัวนี้ให้อารมณ์คุชชั่นสายเกา ที่แพกเกจน่ารักมุ้งมิ้ง เปิดตลับขึ้นมาก็ยังรู้สึกเฉยๆ นะ ก็คล้ายๆ คุชชั่นทั่วๆ ไป แต่เพิ่งมาถึงบางอ้อตอนหลังว่าคุชชั่นเค้ามี 2 ชั้น มีทั้งคุชชั่นและคอลซีลเลอร์ในตลับเดียวกัน อารมณ์ 2 in 1 พกตลับเดียวได้งานผิวครบทั้งหน้า คุ้มค่าและสะดวกมาก ฟินิชลุคหลังจากทาลงบนผิวจะได้ผิวแบบแมตต์ ที่ปกปิดดีมากๆ แต่ยังรู้สึกเบาผิว สบายผิว ไม่รู้สึกหนักหนา ก้อยว่าหายากนะ คุชชั่นที่ให้งานปกปิดดีๆ แต่สบายผิวเนี่ย

a04.png

ความจริงก้อยไม่ต้องคอลซีลเลอร์เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับจุดไหนที่เป็นสิวหนักๆ เห็นรอยชัดๆ เราก็สามารถใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดเพิ่มเติมได้นะ แต่จากรูปนี้ ก้อยใช้คุชชั่นเดี่ยวๆ ก็แฮปปี้มากแล้ว ถือว่างานปกปิดเค้าทำได้ดีเลย

a05.png

คุชชั่นของเค้ามี 2 สีนะสำหรับตัวก้อยเอง ก้อยใช้สี M21 Natural Beige สำหรับคนผิวขาว แต่ก้อยทาแล้วไม่ลอย ไม่วอก หน้าไม่เทา ก้อยว่าเข้ากับสีผิวก้อยได้ดีเลยนะ

a06.png

ต่อกันด้วย Mixx Face Blush เป็นบลัชออนที่ทำมาในรูปแบบคุชชั่น ก้อยชอบบลัชออนแบบคุชชั่นมากกว่าเป็นเนื้อครีมธรรมดาๆ ตรงที่เนื้อของคุชชั่นจะค่อนข้างเกลี่ยง่ายกว่า กระจายตัวและเบลนด์ค่อนข้างง่าย และยังติดทนตลอดทั้งวันได้ดีมากกว่าบลัชออนแบบเนื้อฝุ่น แถมสียังชัดมาก แต้มไปนิดเดียวแล้วค่อยๆ เบลนด์เค้าเราก็จะได้สีแก้มนวลๆ ดูกลืนเข้ากับผิว ดูเป็นธรรมชาติ และยังไม่เปลืองเนื้อบลัชด้วยนะ

 

นี่ก้อยใช้สี M12 Maroon Beige สีออกโทนส้มทาลงบนแก้มก่อนทาแป้งฝุ่น เป็นสีที่น่ารักมาก สีชัดมากๆ แต้มมานิดเดียวเกลี่ยกระจายได้ทั่วแก้มเลย แล้วยิ่งทาเบลนด์เค้าดีๆ ให้สีอ่อนๆ จะทำให้แก้มของเราดูละมุนมากๆ

a07.png

เค้ามีทั้งหมด 3 สี โดยสี M11 Little More จะเป็นสีชมพูโทนหวานๆ วันไหนอยากได้ลุคหน้าเด็ก สายแบ๊วๆ ต้องใช้สีนี้เลย ส่วนสี M13 Woody Rose จะเป็นสีโทนชมพูแดงๆ ที่ทาแก้มแล้วจะให้ลุคที่โฉบเฉี่ยวขึ้น เป็นสาวมั่นใจอะไรประมาณนั้น แต่โดยส่วนตัวแล้ว ก้อยชอบสี M12 Maroon Beige มากที่สุด เป็นสีส้มที่ดูน่ารัก ใช้ง่าย และน่าจะเป็นสีที่หลายๆ คนโปรดปราดมากที่สุดเหมือนก้อยเช่นกัน

a08.png

ต่อด้วยลิปสติก Mixx Matte Lip ก้อยชอบลิปสติกเค้ามากเลยนะ เนื้อลิปของเค้าเวลาทาลงบนปากช่วงแรกจะให้ความชุ่มชื่นปากแบบเบาๆ เนื้อมันคล้ายๆ น้ำที่ทาปากแล้วรู้สึกเนื้อเบาบาง ซึมเข้าผิวปาก ให้ความชุ่มชื่นปาก และเป็นเนื้อลิปแบบกึ่งชายด์ กึ่งแมตต์ ก้อยชอบช่วงแรกที่ทาลิปบนปากมาก สีปากดูธรรมชาติมากๆ ด้วยเนื้อสัมผัสของเค้าที่บางเบาและมีความชุ่มฉ่ำจางๆ อยู่ในเนื้อลิป แต่ทิ้งไว้ระยะหนึ่งมันจะแมตต์ขึ้น สีเข้มขึ้นนิดๆ แต่ยังรู้สึกสบายปากเหมือนเดิม

a09.png

ลิปของเค้ามีทั้งหมด 8 สีค่ะ แต่ละสีน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย เป็นโทนน่ารักสดใสชีวิตมีสีสัน เข้ากับบุคลิคของแบรนด์เค้านั่นแหละ ก้อยชอบหลายสีในนี้นะ แต่สีที่ดูเป็นผู้ใหญ่และใช้ง่ายสุดน่าจะเป็นสี 05 Rose’ นี่แหละ ที่ก้อยทาให้เพื่อนๆ ดูด้านบน สีดีมากเลย ดูสุภาพและใช้ได้ใน every day look

a10.png

และนี่ก็เป็น Finish Look หลังจากที่ก้อยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Mixx Makeup เค้าครบทั้ง 3 ตัวนะคะ ก้อยเลือกสีโทนส้มในการแต่งหน้าลุคนี้ จะเห็นว่างานผิวจะเป็นผิวแบบแมตต์ที่ปกปิดได้ดี ไม่ลอย ไม่เทา ก้อยใช้ไฮไลท์เป็นตัวช่วยให้ผิวหน้าบางส่วนดูเงาขึ้นเท่านั้น ส่วนแก้มก็ใช้บลัชคุชชั่นแต้มและเกลี่ยจนสีบางเบาดูเป็นธรรมชาติ และทาปากเต็มริมฝีปาก จะเห็นว่าปากมีความเงาอยู่เล็กๆ ซึ่งมันช่วยให้ปากของเราดูอวบอิ่มมากขึ้น

a11.png

โดยรวมก็ค่อนข้างแฮปปี้กับเมคอัพเซ็ตนี้นะ เป็นคนบ้าเมคอัพอยู่แล้วน่ะ เห็นอะไรก็อยากลอง ยิ่งพวกสีสันเยอะๆ นี่ไม่รอด ขอให้ได้มาครอบครองและลองใช้ก็มีความสุขมากแล้ว อิอิ

 

ทดลองใช้ Sleeping Pack 5 วันรู้เรื่อง | KoiOnusa

ได้โอกาสลอง item ครีมซองอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นของ Merrezca ซึ่งก้อยเคยคิดว่าเค้าทำแต่พวกเครื่องสำอางสีสันเพียงอย่างเดียว นี่เพิ่งรู่ว่าเค้าทำสกินแคร์ด้วย

ก้อยได้ลองใช้ Pure Natural Sleeping Pack 2 สูตรด้วยกันคือ Green Tea และ Mix Berry ซึ่งเป็นมาสก์แบบไม่ต้องล้างออก ทาผิวหน้าแล้วนอนได้เลย ชอบสัมผัสเวลาจับตัวซองจัง มันไม่ใช้พลาสติกมันๆ แบบครีมซองทั่วไป มันด้านๆ หน่อย ดูดีทีเดียว

ตัวแรกเป็นสูตร Green Tea สูตรนี้เหมาะสำหรับคนมีสิวค่ะ เพราะเค้าเคลมไว้ว่าช่วยลดการอักเสบของสิว ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ดูเนียนขึ้น ในส่วนผสมหลังซองเค้ามีใส่ Salicylic Acid เป็นตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว อันเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าจะเป็นเนื้อเจลสีใสๆ ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นเลย พยายามดมแล้วมันหอมอ่อนๆ อ่อนมากกก

ก้อยทาพอกไว้บริเวณที่เป็นสิวโดยเฉพาะค่ะ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นสิวเม็ดเบิ้มอยู่พอดี ผ่านไป 5 วันก็จะได้ผลลัพธ์ประมาณนี้ หัวหนองหายไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าหายไปได้ยังไง ยุบหรือหลุด แต่ที่แน่ๆ ก็เกิดจากการทาตัว Green Tea ตัวนี้ตัวเดียว

ต่อมาเป็นตัว Mix Berry ชื่อก็บอกอยู่แล้งว่าเป็นการรวมเบอร์รี่เข้าหลากหลายตระกูล ซึ่งในซองนี้เค้าใส่สารสกัดจากเบอร์รี่เข้าไป 4 ชนิด เต็มไปด้วยวิตามิน A, C และ E ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่น ดูผิวสุขภาพดี ตัวนี้เนื้อเค้าจะเป็นสีขาวขุ่น มีกลิ่นมากกว่า แต่ก็ยังถือว่าอ่อน และหนืดกว่าตัวแรกเล็กน้อย

ซึ่งก้อยก็ใช้ทาตัวเดียวทั่วใบหน้า เราก็จะได้ผิวชุ่มๆ แบบนี้

เทียบให้เห็นช่วงผิวก่อนนอนว่ามันดูแห้งแค่ไหน กับผิวที่ตื่นนอน มันดูโกลว์ ดูชุ่มชื่น ดูอิ่มน้ำกว่าเยอะเลย

ลืมบอกไปว่า ทั้ง 2 ตัวที่ก้อยทดลองใช้ มันให้ความรู้สึกค่อนข้างสบายผิว ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว แต่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวอยู่ มีน้ำหอมเล็กน้อยนะ แต่ก้อยใช้ได้ไม่เห็นอาหารแพ้ใดๆ (ปล.ปกติเป็นคนผิวแพ้ง่าย) เห็นว่ามีจัดโปรโมชั่นอยู่ที่บิวเทรียม 2 ชิ้นราคา 118 บาท เผื่อใครอยากลองนะ