5 ขั้นตอนล้างหน้าแบบสะอาดสุดๆ ขจัดเมคอัพเกลี้ยง!! | KoiOnusa

01.png

การล้างหน้าเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการดูแลผิวหน้า บางคนอาจให้ความสำคัญกับการบำรุงผิว หรือการดูแลหน้าด้วยนวัตกรรมต่างๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการดูแลใบหน้าด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ และใกล้ตัวที่สุดนั่นคือ การล้างหน้า นี่แหละ!!

02.png

ถ้าเราล้างหน้าไม่สะอาดเพียงพอ แต่ไปบำรุงผิวใช้สกินแคร์ต่อ ผิวของเราก็ไม่สามารถรับการบำรุงเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ แถมยังมีสิ่งสกปรกสะสมก่อให้เกิดเป็นปัญหาผิวต่างๆ เยอะแยะมากมาย วันนี้เราจะมาดูการล้างหน้าทำความสะอาดผิวแบบสะอาดเกลี้ยงเกลาขั้นสุดกัน มี 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

03.png

1. ล้างมือให้สะอาดก่อนทำความสะอาดผิวหน้า

มือของเราเนี่ยแหละ เป็นแหล่งเชื้อโรคชั้นดี จับนู่นจับนี่จับนั่นที เชื้อโรคก็ติดมือมาที แล้วถ้าเราเอามือไม่สะอาดมาจับหน้าบ่อยๆ หรือล้างหน้าโดยไม่ล้างมือให้สะอาดก่อน ก็จะทำให้เชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกต่างๆ โดนผิวหน้าเราเต็มๆ สิวเอย หรือปัญหาผิวต่างๆ ก็ถามหาได้ไม่ยากเลย เพราะฉะนั้นทุกครั้งก่อนเริ่มล้างหน้า ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งนะจ้ะ

04.png

2. ใช้ Eye & Lip Remover

เครื่องสำอางจำพวกลิปสติก หรืออายไลเนอร์ โดยเฉพาะมาสคาร่า เป็นไอเทมที่ล้างออกค่อนข้างยาก ถ้าหากเราใช้ Cleansing ปกติทั่วไปเช็ดเครื่องสำอางเหล่านี้ เราอาจจะต้องใช้เวลาในการเช็ดออกค่อนข้างนาน และใช้แรงในการถูมาก รวมถึงอาจยังไม่สะอาดเพียงพอด้วย เพราะฉะนั้น เราควรเลือกใช้ Eye & Lip Remover ในการเช็ดเมคอัพบริเวณดวงตาและริมฝีปาก เพราะตัวเนื้อผลิตภัณฑ์ของ Eye & Lip Remover เค้ามีส่วนประกอบที่เป็นเนื้อน้ำและเนื้อออยล์ที่สามารถล้างพวกเมคอัพติดทนได้อย่างสะอาดหมดจด ไม่ต้องกังวลเรื่องสิ่งสกปรกตกค้าง

05.png

3. ใช้ Cleansing ล้างเมคอัพ

Cleansing ล้างเมคอัพเป็นไอเทมที่ทุกคนควรมีติดบ้าน การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสะอาดหมดจด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อล้างเมคอัพโดยเฉพาะ ไม่ว่าเราจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า เราก็ควรจะทำความสะอาดผิวหน้าด้วย Cleansing ทุกครั้งก่อนเข้านอน เพราะอะไรรู้มั้ยคะ เพราะทุกคนใช้ครีมกันแดด เจ้าครีมกันแดดเนี่ยถือว่าเป็นเครื่องสำอางชนิดหนึ่งนะ เค้าจะมีสารเคมีบางอย่างที่ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดด เพราะฉะนั้น ต่อให้เราแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า เราก็ควรใช้ Cleansing ทำความสะอาดผิวหน้าในทุกๆ วันนะ ซึ่ง Cleansing มีหลายแบบ หลายเนื้อสัมผัส เราควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา ลองพยายามสังเกตผิวหน้าเราดูว่าผิวของเราเป็บแบบไหน เช่นคนผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย อาจจะเหมาะกับ Cleansing ชนิดออยล์ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นสิว เป็นต้น

06.png

4. ทำความสะอาดผิวหน้าแบบ  Double Cleansing ด้วยการใช้ Cleanser

หลังจากเช็ดเครื่องสำอางต่างๆ ด้วย Cleansing แล้ว เราควรทำความสะอาดผิวหน้าอีกครั้งหนึ่ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างด้วยการใช้ Cleanser หรือโฟมล้างหน้า เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าแบบเปียก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผิวเราสะอาดแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความสดชื่นให้กับผิว ช่วยปรับสมดุลผิวให้เป็นกลาง โฟมล้างหน้าบางตัวมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวด้วยนะ เราควรเลือกโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน ล้างหน้าแล้วไม่รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งตึงจนเกินไป โฟมล้างหน้าที่ดีจะต้องไม่ทำร้ายผิว ใช้ล้างหน้าแล้วเหลือความชุ่มชื้นไว้ในผิว ให้ผิวยังได้รู้สึกชุ่มชื้น

07.png

5. ใช้น้ำเกลือทำความสะอาดสิว

สิวถือเป็นแผลชนิดหนึ่งนะ ส่วนน้ำเกลือเป็นน้ำกลั่นบริสุทธิ์ ที่มีส่วนผสมของเกลือที่ใช้ผลิตยา และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ไม่ผสมสารเคมีหรือสารกันเสียใดๆ ถ้าหากสิวของเราได้รับการดูแลรักษาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อทำความสะอาดที่บริสุทธิ์ เนื้อเยื่อของสิวเราก็จะสมานตัวเข้ากันได้ดี สิวแห้งไวขึ้น แต่มันไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อโรคนะ แค่ช่วยทำความสะอาดใบหน้าของเราได้สะอาดขึ้น และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ผิวที่ชุ่มชื้นอ่อนนุ่มจะมีคุณสมบัติในการซึมซับสารบำรุงได้ดี
ก้อยใช้น้ำเกลือ Solfclens ที่ผลิตโดยผ่านกระบวนการสเตอริไลส์ ทำให้ปราศจากเชื้อ เป็นน้ำเกลือที่บริสุทธิ์มาก เหมาะแก่การนำมาใช้กับผิวหน้าของเรามากๆ  และหลังการใช้น้ำเกลือทำความสะอาดเช็คหัวสิวแล้ว เราควรจะบำรุงผิวต่อด้วยครีมบำรุงอื่นๆ เพราะน้ำเกลือปราศจากเชื้อ

08.png

ลองทำตาม 5 ขั้นตอน เพียงเท่านี้ผิวหน้าของเราก็ได้รับการทำความสะอาดขั้นเยี่ยมยอดแล้ว ผิวสะอาดพร้อมรับการบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนต่อไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ลองดูนะจ้ะ

01.png