การหมักผมจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วย IKOO Thermal Wrap | KoiOnusa

เราเชื่อว่าเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างบุคลิกและการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเรา เพราะฉะนั้นการดูแลบำรุงเส้นผมจึงสำคัญพอๆ กันกับการดูแลบำรุงผิวหน้าหรือผิวกาย จะปล่อยให้ผมแห้งกระด้าง ชี้ฟู ก็คงทำให้บุคลิกดูไม่สมาร์ท พอๆ กันกับทำให้เราขาดความมั่นใจ

วันนี้เราขอมาสร้างความมั่นใจให้กับเส้นผมของทุกคนด้วยการบำรุงผมง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน นั่นคือการใช้ IKOO Thermal Treatment  Wrap ในการบำรุงผม IKOO Thermal Treatment  Wrap เค้าเป็นทรีทเม้นท์บำรุงเส้นผมนำเข้าจากเยอรมัน ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือพกพาไปบำรุงผมที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญคือ ไม่เลอะ ไม่เปรอะ ไม่เปื้อน เพราะเค้ามาในรูปแบบหมวกหมักผมที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องควักเนื้อมาส์กหมักผม แล้วนั่งคอยหงอยๆ ในห้องน้ำจนเฉา เพราะไม่มีอะไรทำระหว่างรอเวลาหมักผม!!!

IKOO Thermal Treatment  Wrap มีทั้งหมด 4 สูตร เหมาะกับสภาพเส้นผมหลายๆ แบบ และเค้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม Vegan ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ที่สำคัญคือ ไม่มีสารพาราเบน ซิลิโคน และซัลเฟตด้วยล่ะ เราจะแนะนำให้รู้จักกันทีละสูตรนะ

สูตร Colour Protect & Repair (สีชมพู)
เหมาะสำหรับผู้ที่ผมแห้งเสีย และทำสีผม ใครที่ทำเคมีมาหนักหน่วง ต้องการการบำรุงเส้นผมที่แห้งเสียจากการที่ผมโดนความร้อนอย่างเป็นประจำ เราแนะนำสูตรนี้เลย

สูตร Hydrate & Shine (สีเขียว)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เส้นผมเงางามดูสุขภาพดี ใช้สูตรนี้แล้ว จะช่วยให้เส้นผมนุ่มชุ่มชื้น แลดูเงางามมีน้ำหนัก

สูตร Detox & Balance (สีม่วง)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผมแห้งเสีย หนังศีรษะแห้ง ต้องการปรับสมดุลของหนังศีรษะและเส้นผมให้มีกลับมาชุ่มชื้น แก้รังแค แก้หนังศีรษะแห้งลอก ตัวนี้ช่วยได้ดีเลย

สูตร Volume & Nourish (สีฟ้า)
สูตรนี้เป็นสูตรที่ก้อยชอบมากที่สุด เนื่องจากเป็นคนชอบทำผมม้วนลอน จึงอยากให้เส้นผมดูมีโวลลุ่ม เงางาม มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย แต่ด้วยความที่การทำผมม้วนลอนนั้นก็ต้องพึ่งความร้อนจากเครื่องทำผม จึงยังคงต้องการความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วย ตัวนี้จึงค่อนข้างตอบโจทย์ก้อยมากๆ เค้ามีส่วนผสมหลักๆ คือ Cotton Oil ช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม, Ginseng ช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง และ Alovera ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ ขจัดรังแค และแก้ผมร่วง

เรามาลองใช้ให้ดูกันเลยดีกว่า ให้เราอาบน้ำสระผม เช็ดผมให้เปียกหมาดๆ ก่อนการเริ่มบำรุงผมนะคะ

จากนั้นก็มัดผมรวบขึ้นไปด้วยยางมัดผมแบบนี้

คราวนี้ก็เลือกสูตรทรีทเม้นต์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเราได้เลย ซึ่งก้อยขอเลือกสูตรสีฟ้า Volume & Nourish ค่ะ สูตรเพิ่มโวลลุ่มให้ผมเงางาม เมื่อฉีกซองออกมา เราก็เจอกับหมวกคลุมผมที่เค้าพับเก็บไว้อย่างดี

ให้เรากางหมวกคลุมผมออกจนเป็นทรงนี้

สังเกตด้านในเค้าจะเป็นฟอยล์ค่ะ ซึ่งมีทรีทเม้นท์บำรุงผมตามสูตรที่เราต้องการใช้อยู่ด้านใน พร้อมสำหรับการบำรุงผม

ให้เรานำหมวกคลุมผมอันนี้สวมเข้ากับศีรษะของเราค่ะ แล้วก็พับหมวกทบไปมาให้พอดีกับศีรษะเรา จากนั้นให้เราดึงเทปกาวตรงส่วนของหางฟมวกที่ยื่นออกมาตรงนี้ออก

แล้วแปะเข้ากับหมวกคลุมผมให้ตึงพอดีกับศีรษะเรา จากนั้นให้ขยี้ที่หมวกคลุมผมเบาๆ ให้เนื้อทรีทเม้นต์เค้ากระจายให้ทั่วเส้นผมของเรา

ทิ้งเค้าไว้ประมาณ 20 นาที ในระหว่างนี้เราก็สามารถทำอะไรก็ได้ค่ะ ดูหนัง ฟังเพลง รีดผ้า กินข้าว คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่จะทำงานแบบ Work from home ก็สามารถทำได้!!! ไม่เสียเวลาในการบำรุงเส้นผมเลย ไม่ต้องเข้าร้านทำผม หรือเข้าไปสปาผมที่ไหน ทำที่บ้านด้วย IKOO Thermal Treatment  Wrap นี่แหละ สะดวกสบาย เลิศ!!! ซึ่งในระหว่างที่เราทิ้งเค้าไว้ 20 นาทีนี้ เราจะรู้สึกอุ่นๆ ที่หนังศีรษะค่ะ เพราะตัวหมวกเค้าจะค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิให้เรารู้สึกอุ่นขึ้น เพื่อเปิดเกล็ดผมให้เส้นผมได้รับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรารู้สึกดีมากเลยนะ อย่างกับการอบไอน้ำที่ร้านสปาผมดีๆ เลยล่ะ

เมื่อครบ 20 นาที เราก็สามารถแกะออกแล้วล้างออกได้ทันทีเลย ก้อยเป่าผมให้แห้ง และม้วนผมรอแล้ว!!! เห็นเลยว่าม้วนผมง่าย จัดทรงง่าย แถมอยู่ทรงแบบนี้ทั้งวันเลยนะ ผมเป็นโวลลุ่มสวยงามแบบที่เราต้องการเลย

ส่วนตัวคือชอบมาก นอกจากจะสะดวกสบายในการใช้งานแล้ว เราว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานของเค้าก็เลิศไม่แพ้กับการบำรุงผมที่ร้านทำผมดีๆ เลย ขั้นตอนการใช้ตื่นตาตื่นใจอันนี้ยอมรับ แต่ผลของการใช้งานจริงก็ดีไม่แพ้กัน เพราะเรารู้สึกว่าผมของเรามันสลวยเงางามขึ้น ม้วนผมลอนได้อยู่ทรงนานขึ้น คนรักการม้วนผมลอนแบบเราปลื้มเลย

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

เวลาเปลี่ยนสายตาก็เปลี่ยนตาม | KoiOnusa

แทบกรี๊ด เมื่อวัดค่าสายตามาแล้วไม่เหมือนเดิม มิน่า!! หลังๆ ก้อยตาเริ่มเบลอๆ มองเห็นอะไรไม่ชัดเท่าก่อน ตาซ้ายของก้อยเอียงหนัก ทั้งที่ปกติก่อนนี้ไม่เคยเอียงเลยนะ ถึงเวลาที่จะต้องตัดแว่นใหม่ละ ถือโอกาสเลือกแว่นชิคๆ ทรงใหม่ๆ เอาแบบที่กล้าใส่แว่นออกนอกบ้าน ทิ้งคอนแทคเลนส์ไว้ที่บ้านบ้าง

ก้อยเลือกมาตัดแว่นที่ Giftgreats : แว่นตา สาขาเกษตรฯ เพราะเคยเห็นโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คและไอจีอยู่บ่อยๆ สะดุดตาที่มีญาญ่าเป็นนางแบบแว่นเนี่ยแหละ เลยคิดว่าแว่นร้านนี้ต้องมีแบบที่เก๋ ทันสมัย ตอบโจทย์เราแน่ๆ

ที่ร้านมีแว่นให้เลือกมากมายหลายแบบเลย ละลานตาสุดๆ เน้นเลยว่าเป็นทรงทันสมัยใส่แล้วไม่เป็นป้า จึงทำให้ที่นี่มีวัยรุ่น วัยทำงานแบบเราแวะเวียนกันเข้ามาตัดแว่นอย่างไม่ขาดสาย

บรรยากาศในร้านในวันที่ก้อยไปตัดแว่นค่อนข้างคึกคักนะ คนแวะเวียนกันมาแบบไม่ขาดสาย เพราะราคาแว่นเค้าไม่แพง บรรยากาศร้านเป็นกันเอง จัดร้านโทนสีอบอุ่น และยังคงมีบรรยากาศความเป็นวัยรุ่นทันสมัย

พี่ๆ ที่คอยให้บริการแลดูจะใส่ใจลูกค้าแต่ละคนมาก ให้คำแนะนำในการเลือกแว่นให้เหมาะกับทรงหน้าและค่าสายตาของแต่ละคนได้ดีเลย เพราะก้อยแอบฟังอยู่ 5555+

ก้อยเองก็เดินเลือกแว่นสนุกเลย เลือกไปเลือกมาก็มาหยุดอยู่ที่แว่นของแบรนด์ SAINE เพราะราคาอยู่ที่ 2,500 บาททุกแบบ (เฉพาะกรอบแว่น) แถมมีลด 10% และแบบแว่นก็ดูเก๋ ดูวัยรุ่นมากๆ

พอก้อยได้แว่นที่ถูกใจแล้ว พี่พนักงานก็พามาวัดค่าสายตาสำหรับเตรียมส่งแว่นไปตัด ซึ่งก้อยเคยวัดสายตามาหลายๆ ที่ กล้าพูดได้เลยว่าพี่ที่นี้บริการแบบเต็มข้อเต็มเหนี่ยว และตรวจค่าสายตาเราละเอียดมาก ใช้เวลาตรวจนานพอๆ กับที่ก้อยเดินเลือกแว่นเลยล่ะ เค้าก็ตั้งใจจะให้เราได้แว่นที่ชัดที่สุดแหละเนอะ

พอได้ค่าสายตาที่ถูกต้องแล้ว พี่พนักงงานก็ให้ก้อยเดินวนรอบร้าน ให้ลองจับของ ให้ลองเล่นมือถือ ให้ลองทำอะไรๆ หลายๆ อย่าง เพื่อให้เราปรับตัวกับค่าสายตาใหม่ พี่เค้าใส่ใจเรามากเลยนะ ประทับใจมากๆ

เมื่อก้อยลองแว่นเสร็จแล้ว ก็ต้องรอทางร้านนำแว่นไปตัดค่าสายตาให้เรียบร้อยก่อน แล้วเค้าจะส่งของมาให้ถึงบ้านเราเลย นี่ก็รออย่างใจจดใจจ่อแล้วเนี่ย คาดว่าอาทิตย์หน้าก็ได้แว่นใหม่สมใจแล้ว ใครกำลังหาร้านตัดแว่น ลองเข้าไปใช้บริการที่นี้ดู รับรองว่าต้องได้แว่นที่ถูกใจและถูกสายตาเราแน่ๆ

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

ครีมกันแดดยุคใหม่ แค่กันแดดได้…ยังไม่พอ กันแดด Cielo ทำอะไรได้บ้างมาดู | KoiOnusa

คลิกดู Clip ได้เลยจ้า

ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงรังสี UVA / UVB จากแสงแดดเท่านั้นที่จะทำร้ายผิวของเราได้ เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก อุตสาหกรรมต่างๆ พัฒนาไว จนรอบๆ ตัวเราเกิดมลภาวะหลายๆ อย่างที่สามารถทำร้ายผิวเราได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากมลภาวะ PM2.5 ที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรืออันตรายจากแสงสีฟ้าที่เกิดจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เราหยิบใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้น ครีมกันแดดยุคใหม่จะป้องกันได้แค่รังสี UVA / UVB จากแสงแดดอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ

เนื่องจากในชีวิตประจำวันของเรา เราต้องใช้สื่อ Social กันบ่อยขึ้น มือขวาแทบจะไม่เคยวางโทรศัพท์มือถือ ทำงานก็ใช้คอมพิวเตอร์กันทั้งวัน กลับถึงบ้านก็เปิดทีวีดูซีรี่ย์กันทั้งคืน เรียกได้ว่าเราแทบไม่ได้อยู่ห่างจากแสงสีฟ้า ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายผิวได้ลึกถึงชั้นคอลลาเจน ก้อยเลยให้ความสำคัญกับครีมกันแดดที่ช่วยทั้งกันแดดและกันแสงสีฟ้ามากขึ้น และด้วยที่ทุกวันนี้เราต้องใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง pm2.5 และป้องกันโรคติดต่อกันทุกวัน ฝุ่นละอองเหล่านี้เป็นตัวร้ายที่จะเข้าไปอุดตันผิวหนังทำให้เกิดสิวขึ้นง่ายๆ แถมใส่แมสเสียดสีผิวหน้า ผิวมันร้อนอบอ้าวก็ทำให้เกิดสิวบ่อยๆ ซ้ำๆ ย้ำๆ กันตรงที่จุดเดิมๆ แต่บอกเลยว่า กันแดด Cielo นี้ เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการทุกอย่างในส่วนนี้ได้อย่างครบถ้วนเลย

วันนี้ขอแนะนำครีมกันแดดที่เราทดลองใช้เพราะได้อ่านคุณสมบัติแล้วรู้สึกตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ นั่นคือ ครีมกันแดดCielo Blue Light Sunscreen SPF50 PA+++ นอกจากเค้าจะมี Titanium dioxide และ Zinc Oxide ที่ช่วยสะท้อนรังสี UVA / UVB ให้ออกจากผิว ช่วยปกป้องแสงแดด อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าแล้ว เค้ายังมีส่วนผสมของสารสกัดโอลีฟ (Olive) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดูดซับแสงสีฟ้า ที่เกิดจากการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เช่นจากหน้าจอมือถือ แท็บเล็ท คอมพิวเตอร์ ทีวี และแสงไฟในบ้าน ซึ่งสามารถทำลายผิวได้ลึกถึงชั้นคอลลาเจน และยังมีสารสกัดมอริงก้า (Moringa) จากสเปน ที่ช่วยปกป้องผิวจากฝุ่นละออง และมลภาวะในอากาศได้อีกด้วย

ครีมกันแดดตัวนี้มีเนื้อค่อนข้างแน่นนะ แต่ทาลงบนผิวแล้วกลับรู้สึกว่าเนื้อเค้าเกลี่ยง่าย เนื้อครีมบางเบา ซึมเข้ากับผิวได้เร็วเลย ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิว

เราชอบคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของครีมกันแดด Cielo ซึ่งตอบโจทย์คนรักสวยรักงามอย่างเรา เนื่องจากเนื้อครีมกันแดดตัวนี้เป็นเนื้อครีมสีไข่ไก่ ซึ่งเป็นสีที่คล้ายกับสีผิวของเรา เมื่อทาผิวแล้วจะช่วยปรับให้สีผิวดูกระจ่างใสขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าช่วย Tone up ผิวให้ดูสว่างขึ้น แต่ไม่ทำให้หน้าลอย หน้าเทา ใช้ได้กับทุกสีผิว ผิวคล้ำก็ใช้ได้ ใช้เป็น Base ก่อนการแต่งหน้าก็ทำให้ผิวดูดีไม่น้อย ก้อยลองใช้ระหว่างวันก็ไม่ทำให้หน้าวอก หน้าลอยนะ

และอีก 1 คุณสมบัติที่ตอบโจทย์คนไทยมากๆ นั่นคือ เค้ามีส่วนผสมของ Silica ซึ่งช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าได้ เหมาะกับอากาศร้อนๆ อย่างเมืองไทยเราเป็นอย่างมาก เวลาอากาศร้อนๆ เหงื่อออก เหงื่อเข้าตาก็ไม่รู้สึกแสบตา ผิวก็ยังดูดี ไม่มันไม่เยิ้ม เค้ากันน้ำกันเหงื่อได้ดีเลย

และที่สำคัญคือ ครีมกันแดด Cielo ตัวนี้ได้ผ่าน Dermatologically Tested เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยต่อผิว ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังมาด้วยนะ รวมถึงเค้ามีส่วนผสมที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายแบบก้อยอยู่ ไม่มีแอลกอฮอล์ พาราเบน จึงทำให้ก้อยยังคงใช้ครีมกันแดดตัวนี้ได้เรื่อยๆ ไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง

เราชอบนะ กับคุณสมบัติหลากหลายอย่างที่เค้าเข้ามาช่วยปกป้องผิวเรา ปกติก้อยเป็นคนมีกระกรรมพันธุ์ ถ้าไม่ดูแลผิวหรือไม่ใช้ครีมกันแดดดีๆ กระก็จะเริ่มเห็นเยอะขึ้น ยิ่งด้วยอายุที่มากขึ้น ปัญหากระ ฝ้า นี่เริ่มมาให้เห็นจากคนรอบข้าง บางคนไม่ได้ออกแดดแต่ขลุกตัวอยู่กับแสงสีฟ้านานๆ เราก็แอบเห็นกระฝ้าจางๆ ขึ้นที่ใบหน้า ด้วยความที่ชีวิตเราหลีกหนีแสงเหล่านี้ไม่ได้ เราเลยต้องป้องกันไว้ก่อนแหละ หยิบใช้กันทุกวัน วันละ 2 ข้อนิ้ว ใช้แล้วไม่เป็นคราบ คุมมัน กันเหงื่อได้แบบนี้ประทับใจ

คุณสมบัติครบถ้วนขนาดนี้ต่อให้ต้องเจอแดดแรง จับมือถือนาน ดูซีรี่ย์จนน้ำตานองหน้า ออกไปนอกบ้านเจอมลภาวะ pm2.5 หรือต้องใส่แมสนานเพียงใด ถ้าเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพเป็นเกราะป้องกันผิวได้หลากหลายขนาดนี้ เราก็ไม่หวั่น!!

วิธีล้างหน้าใส ลดสิว ล้างหน้าอย่างถูกวิธี เพื่อหน้าสะอาดใสกริ๊ง | KoiOnusa

การล้างหน้าเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนที่ต้องทำกันเป็นเรื่องปกติ

แต่ทุกคนเคยรู้รึเปล่าว่าที่เราล้างหน้ากันอยู่ทุกวันนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องจริงมั้ย บางคนอาจจะมีคำถามว่า เราก็ล้างหน้าทุกวัน บำรุงผิวหน้าด้วยครีมดังๆ ตัวดีๆ ที่เค้าว่าดีก้อเยอะ แต่ทำไมยังมีสิวขึ้นมากมายอยู่

เราเลยอยากให้ย้อนกลับมา ถึงวิธีการดูแลผิวหน้าที่ทุกคนเกือบจะมองข้ามไป นั่นคือการล้างหน้าที่ถูกต้อง เพราะนอกเหนือจากสกินแคร์ดีๆ มากมายแล้ว การล้างหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นดูแลผิวเลยก็ว่าได้

วันนี้เราเลยอยากจะมาแชร์วิธีการล้างหน้าที่ถูกวิธี เพราะถ้าหากเราล้างหน้าถูกวิธีแล้ว ก็จะช่วยลดปัญหาผิว ลดปัญหาสิวไปได้อีกเยอะเลย

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

เปลี่ยนบุคลิคตัวเองง่ายๆ ด้วยกลิ่นหอมเท่ๆ Her London Dream | KoiOnusa

ออกตัวก่อนเลยว่า เราเป็นคนที่ไม่ได้มีน้ำหอมเยอะ หรือเรียกว่าแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนตัวแพ้น้ำหอมกลิ่นแรงๆ กลิ่นฉุนๆ จะมีที่ใช้บ่อยๆ กลิ่นไม่ชวนปวดหัวก็คงจะเป็น Burberry Her Blossom ที่มักจะหยิบมาฉีดใส่ตัวเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองในโอกาสพิเศษ

แต่หลังจากที่ใช้น้ำหอม Burberry Her Blossom กลิ่นหวาน หอมผลไม้ละมุนละไมมาพักใหญ่ๆ เราเริ่มรู้สึกอยากได้น้ำหอมที่กลิ่นโตขึ้น เปรี้ยวขึ้น เอาไว้ใช้สลับๆ กันกับน้ำหอมกลิ่นหวานๆ ตัวเก่าบ้าง

เราเลยลองเดินสุ่มๆ ในดงเค้าเตอร์เครื่องสำอางที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และเจอกับเค้าเตอร์ Burberry เค้าเตอร์ใหม่ดูแปลกตา ตอนแรกนึกว่าเป็นแบรนด์เกาหลี เพราะจัดโทนสีเป็นโทนนู้ดๆ เบจๆ ออกทองเล็กๆ ดูทันสมัยวัยรุ่นขึ้นเยอะเลย

เดินผ่านน้ำหอมที่รูปร่างดูคุ้นเคย เลยอดไม่ได้ที่จะลองดมเล่นๆ เห้ยยยย!! กลิ่นนี้มันแปลกและแตกต่างจากกลิ่น Her Blossom ที่เรามี แต่ขวดหน้าตาเหมือนกัน … เลยถึงเพิ่งรู้ว่าน้องคนนี้เป็นกลิ่นใหม่ล่าสุดของเค้าหรอกนะ แต่แค่หน้าตารูปร่างภายนอกเค้าคล้ายกัน >.<

น้องคนนี้ชื่อว่า Her London  Dream จ้า ถึงหน้าตาจะคล้ายกับรุ่น Her Blossom ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ฝาขวดเค้าจะออกเป็นสีครีม น้ำหอมด้านในจะออกสีทอง และที่สำคัญคือ กลิ่นแปลกแหวกแนวกว่าที่เคยเป็นมา

อ่ะ เราเอากลับบ้านมาเทียบให้ดูกันชัดๆ ลักษณะขวดภายนอกคล้ายกัน แต่สีไม่เหมือนกันนะ

มาว่ากันด้วยกลิ่นของ Her London Dream ดีกว่า ตอนที่เราลองฉีดลงบนชีพจรตัวเองแล้วดมดู เราสัมผัสได้เลยว่าน้องมีความสดชื่นมากๆ ไม่หวานละมุนละไมเหมือน Her blossom ที่เรามีเลย แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

เราจะได้กลิ่นดอกไม้คล้ายๆ ดอกกุหลาบก่อน แล้วก็จะได้กลิ่นความเปรี้ยว ความเผ็ด ความเท่ เพราะเค้ามีกลิ่นมะนาว ขิง และดอกโบตั๋นผสมอยู่ด้วย ว่าง่ายๆ แบบภาษาบ้านๆ คือน้องคนนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความหวานแบบเด็กน้อยกำลังโต เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกอยากโตขึ้น อยากได้กลิ่นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะน้องเค้ามีความเท่แฝงอยู่ในตัว แต่ยังได้กลิ่นหวานๆ ติดปลายจมูกแบบโรแมนติกอยู่เบาๆ

Her London Dream ตัวนี้เป็น EDP (Eau De Parfum) ซึ่งจะมีความติดทนค่อนข้างสูง ติดทนมากกว่าตัว Her Blossom มากๆ (Her Blossom ติดทนประมาณ 4 ชม.) ขนาดว่าเราฉีดน้อยมากๆ แล้วนะ ตกเย็นแฟนยังได้กลิ่นหอมจากตัวเราชัดอยู่เลย

แต่ถ้าจะให้ติดทนนานแบบ 12 ชม. นะ เรามีเทคนิคมาฝากเล็กน้อย เพียงแค่เราทาบอดี้โลชั่นที่กลิ่นอ่อนๆ หรือแทบจะไม่มีกลิ่น ให้ผิวชุ่มชื่นก่อนฉีดน้ำหอม เราจะได้กลิ่นน้ำหอมของเรายาวนาน 12 ชม. หรือฉีดลงบนผมที่สะอาดจนเป่าแห้งเรียบร้อย แล้วฉีดที่เส้นผมไกลๆ ดู กลิ่นน้ำหอมจะติดผมยาวนานถึง 3 วันเลย ไม่เชื่อลองดู

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

Cryo Rubber มันดีจริงๆ เห็นผลทันตา ไม่เชื่อ..ลองตามมาดู | KoiOnusa

ขอมอบมงฯ มาส์กที่เลิศที่สุดในวินาทีให้นางเลย

มาส์กตัวใหม่ของ  Dr.Jart+ มันเลิศยิ่งกว่าเดิม เห็นผลลัพธ์ทันตาเห็นจริงจัง นี่เป็นคนผิวแพ้ง่ายมากถึงมากที่สุด ล่าสุดคางแดงหนักมาก คันคะเย่อสุด เลยลองใช้ Cryo Rubber สูตร Soothing Allantoin สำหรับผิวแพ้ง่าย (สีฟ้า)

สูตรนี้เป็นสูตรที่มีส่วนผสมหลักคือ
– Allantoin ช่วยปลอบประโลม ปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อมภายนอก
– Tiger Grass ช่วยลดรอยแดง ลดการระคายเคืองผิว

ซึ่งวิธีใช้มาส์กตัวนี้มี 2 ขั้นตอนนะคะ

1. บีบเนื้อมาส์กที่บรรจุอยู่ใน Ampoule ซองสีเงินลงบนผิวหน้า แล้วทาให้ทั่วหน้า

ซึ่งใน Ampoule นี้จะบรรจุส่วนผสมที่มีความเข้มข้นสูงไว้อย่าง Allantoin ที่ช่วยปลอบประโลม ปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อมภายนอก และมี Prebiotics Complex ช่วยปรับสภาพผิวให้แข็งแรง

2. ลอกตัว Rubber Mask ออกมาแปะลงบนผิวหน้า ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วลอกออก

ซึ่งตัว Rubber Mask แบ่งออกเป็น 2 ชิ้น คือส่วนบนและส่วนล่าง ซึ่งช่วยรองรับลักษณะรูปหน้าของแต่ละบุคคลได้ดีมาก รวมถึงแผ่นมาส์กยังยืดหยุ่นได้ดี เป็นวัสดุที่ผลิตมาจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และมี Centella Asiatica Extract ช่วยผ่อนคลายผิว

ในขณะที่ก้อยมาส์กหน้าทิ้งไว้ 30 นาที บอกเลยว่าเย็นผิวหน้ามาก รู้สึกสบายผิวสุดๆ เพราะมาส์กเค้าจะช่วยให้ผิวของเราได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่เย็นจัดถึง 3 นาที เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตและปลอบประโลมอาการผิวแดง
(ปล. แนะนำว่าให้นอนมาส์กหน้านะ เพราะแผ่นมาส์กมีน้ำหนัก เดินหรือนั่ง มาส์กอาจจะเลื่อนตามแรงโน้มถ่วงโลกได้ )

และพอลอกแผ่นมาส์กออก ก็พบว่าอาการคันผิวได้หายไปแล้ว เหลือรอยแดงจางๆ ไว้ให้เป็นอนุสรณ์ แต่บอกเลยว่าเราตื่นตะลึงกับความสามารถของน้องมาส์กตัวนี้มาก เราชอบมาก มันดีมากจริงๆ

แนะนำเลยจริงๆ สำหรับมาส์กรุ่นใหม่นี้ เราว่ามันเวิร์คมาก ส่วนผสมเค้าอัดแน่นมาบำรุงผิวให้เราอย่างเต็มที่มากๆ คุ้มค่าแก่การลงทุน

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

สอนทำผมทรงโปรด ผมตรงงุ้มปลาย ทำเองง่ายๆ สวยเด้งเสมือนออกมาจากซาลอน | KoiOnusa

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก้อยเองเป็นคนผมยาว ผมหนาและหยักโศก ทำให้ผมไม่สลวย ไม่เรียบตรงหลังการสระผมเท่าไหร่นัก บางคนที่ชอบความเซอร์ๆ ดิบๆ อาจจะไม่ซีเรียสเท่าไหร่ แต่สำหรับก้อยแล้ว ความฟู ความพองของเส้นผม ไม่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจเมื่อต้องออกไปเจอผู้คนเท่าไหร่ แต่จะให้แว๊ปไปทำผมที่ร้านทำผมตลอดๆ นั้น ก็รู้สึกเสียดายเงิน พร้อมๆ กับเสียดายเวลา

เพราะฉะนั้นวันนี้ก้อยขอมาสอนเซ็ตผมง่ายๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นทรงที่ก้อยชอบทำมากๆ เพราะทำง่าย ดูดี และไม่เสียเวลามากมาย

ให้ดูผมก่อนทำนะ จะเห็นว่า ผมก้อยไม่ได้ชี้ฟูหรือหยักโศกอะไรมากหรอก แต่มันแอบพองๆ ดูเซอร์ไปหน่อย ทำให้เราแอบเสียความมั่นใจไปเยอะอยู่เวลาออกไปนอกบ้าน

เครื่องมือที่เราต้องมีอย่างเดียวเลยนั่นคือ “เครื่องหนีบผม” เป็นไอเท็มกันตายสำหรับก้อยเลยนะ ขาดเธอเหมือนขาดใจ ขาดเธอไป เราคงทำได้แค่มัดรวบผมกันทุกวัน ฮ่าๆ

ประเด็นสำคัญ “ในการเลือกเครื่องหนีบ” ผมนั่นคือ เราต้องดูความต้องการของเราก่อนค่ะ ว่าเราต้องการทำผมทรงไหน หากต้องการหนีบผมตรงแบบที่ก้อยกำลังจะทำ ก็ควรเลือกที่หนีบผมที่มีหน้าหนีบผมค่อนข้างกว้าง เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการทำผม แต่หากต้องการทำผมม้วนลอน อาจจะต้องเลือกหน้าหนีบผมที่เล็กลงมา หรือเปลี่ยนไปใช้เครื่องม้วนลอน

อีกประเด็นหนึ่งที่ก้อยเลือกใช้เครื่องหนีบผมมาใช้กับเส้นผมของเราคือ ต้องดูว่าเครื่องหนีบผมนั้นๆ มีคุณสมบัติพิเศษอะไรที่ช่วยปกป้องผมเราจากความร้อนได้บ้าง อย่างตัวนี้เป็นของ Lesasha รุ่น Straight & Shine Infared ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นแสงอินฟราเรดสีแดงๆ อยู่ด้านในของหน้าหนีบผมของเราอยู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้เค้าจะช่วยทำให้ผมของเราเรียบตรงโดยที่ผมของเราไม่ต้องสัมผัสกับความร้อนบนหนาหนีบผมนาน รวมถึงในส่วนนี้เค้าจะมี Argan Oil และ Tourmarine ช่วยปกป้องเส้นผมเราจากความร้อน เมื่อเราหนีบผมเสร็จเรียบร้อยจนสุดปลายผม เราจะเห็นได้เลยว่าของเรายังคงเงางาม ไม่แห้ง ไม่หยาบกระด้าง แม้ผมจะสัมผัสกับความร้อนจากเครื่องหนีบผมมาก็ตาม

ข้อดีของเครื่องหนีบผมตัวนี้อีกอย่างที่เราชอบคือ เค้านำปุ่มกดต่างๆ เข้าไปอยู่ด้านในตัวเครื่อง ทำให้เวลาที่เราหนีบผม มือของเราจะไม่เผลอไปโดนปุ่มง่าย และยังมีปุ่ม + – ให้เราปรับอุณหภูมิความร้อนในการทำผมของเราได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าเราต้องใช้อุณหภูมิไหนสำหรับการทำผมของเรา เพราะสภาพเส้นผมของแต่ละคนก็มีความเหมาะสมที่จะใช้อุณหภูมิต่างๆ ในการหนีบผมต่างกันไป เราเลยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมต่างๆ มาให้ 4 แบบ ลองนำไปปรับใช้ดูนะ

– 150 องศาฯ สำหรับผมบาง ผมไม่แข็งแรง หรือผมที่เพิ่งทำสีมาใหม่ๆ

– 180 องศาฯ สำหรับเส้นผมทั่วไป เส้นผมปกติ

– 210 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนา

– 230 องศาฯ สำหรับเส้นผมหนามากๆ และหยักศก

และความเลอค่ามันอยู่ที่เจ้าเครื่องหนีบผมรุ่นนี้เค้าก็มีปุ่ม M ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสภาพเส้นผมที่แตกต่างกัน เรียกว่าเป็นปุ่มปรับอุณหภูมิลัดก็ว่าได้ โดยเค้าจะปรับอุณหภูมิได้ถึง 4 แบบตามข้อมูลด้านบนที่ก้อยได้บอกเลย ประหยัดเวลาในการใช้งานสุดๆ

เอาล่ะ เรามาเริ่มทำผมกัน ขั้นแรกเราต้องแบ่งผมออกมาทีละช่อ ให้มีปริมาณผมไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป

จากนั้นก็เริ่มหนีบผมตั้งแต่โคนผมลงมาเรื่อยๆ

เมื่อถึงปลายผม ให้เราหักข้อมือเข้าด้านในแล้วค้างไว้ 3 วินาที จากนั้นตวัดข้อมือรูดเครื่องหนีบผมออกจากผมเบาๆ

ผมของเราก็จะมีปลายงุ้มงอสวยง่ายๆ แบบนี้เลย

นี่คือความแตกต่างของผมด้านที่จัดแต่งทรงผมแล้ว กับด้านที่ยังไม่ได้ทำ ความแตกต่างชัดเจนสุด

ใช้เวลาทำผมทรงนี้ไม่เกิน 20 นาทีก็เสร็จแล้วจ้า ด้านหลังสวยสุดๆ เสมือนเพิ่งออกมาจากร้านทำผมเลย ลองไปฝึกทำดูกันนะสาวๆ มีเครื่องหนีบคู่ใจดีๆ ซักอันนึง ก็แทบจะไม่ต้องวิ่งไปพึ่งร้านทำผมแล้ว ใช้งานกันยาวๆ ได้เป็นปีๆ เลย ประหยัดเงินไปได้มากโข!!

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

แกะกล่องลองไอเทมใหม่ แป้งผสมรองพื้นปกปิดแต่บางเบา “ผิวเนียน”จนต้องมาบอกต่อ | KoiOnusa

เห็นสาวๆ ในทวิตเตอร์หลายคนหยิบมาใช้ ต่างป้ายยาบอกกันต่อปากต่อปากว่าน้องคนนี้เค้าเลิศ นี่เลยคันมืออยากลองของใหม่บ้าง ได้โอกาสออกไปตะลุยข้างนอกบ้าน เลยหยิบเจ้า Cute Press 1-2 Beautiful Airy Matte Foundation Powder SPF 30 PA+++ มาใช้ ลองของใหม่ดูหน่อยว่าของเค้าดียังไง

ขอบอกเลยว่าแพ็กเกจน่ารัก ตลับสีโทนม่วง ไม่ดูก๊องแก๊ง ใช้วัสดุดีมีคุณภาพ น้ำหนักกำลังดี และขนาดพอดีมือ

ด้านในมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นแป้งผสมรองพื้น และชั้นล่างเป็นส่วนที่เก็บพัฟ

ตัวพัฟของเค้าหนานุ่มมากๆ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จับถนัดมือ

คุณสมบัติของน้องคนนี้หลักๆ เลยคือ น้องเค้าเป็นแป้งที่ช่วยปกปิดร่องรอยต่างๆ บนใบหน้า ช่วยเบลอรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียน แต่ให้ความรู้สึกเบาสบายเป็นงานผิว เราชอบที่น้องมีกันแดดมาให้ และมีวิตามิน ซี ช่วยบำรุงผิวตลอดวันด้วย

ก้อยใช้สี 01 Porcelain เป็นสีที่ขาวที่สุดในบรรดา 5 สีที่เค้าออกมาวางขาย เท่าที่ก้อยถูเนื้อแป้งออกมาสวอชบนแขน เนื้อแป้งค่อนข้างนุ่มลื่นดีนะ

และอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ก้อยทดสอบให้ดูนั่นคือ แป้งตัวนี้สามารถกันน้ำได้ กันเหงื่อได้ ก้อยเลยลองนำน้ำมาราดบนแป้ง และซับน้ำออกด้วยทิชชู่ ผลปรากฏว่าแทบไม่มีคราบแป้งหลุดติดกระดาษออกมาเลย

ถ้าสังเกตดีๆ จะมีสีเนื้อจางๆ ติดทิชชู่ออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ตัวแป้งบนแขนยังคงเรียบเนียนไม่หลุดลอกหรือแตกตัวแต่อย่างใด

วันนี้ก้อยหยิบแป้งตัวนี้ทาออกไปนอกบ้าน ก็จะเห็นว่าน้องเค้าทำหน้าที่ปกปิดจุดด่างพร้อยบนใบหน้าของก้อยได้เนียนมากๆ โดยที่ก้อยไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์ใดๆ

เมื่อทาแป้งเสร็จเรียบร้อย แต่งหน้าจบได้ลุคนี้ พูดตามความรู้สึกจริงคือ น้องให้ความเรียบเนียนปกปิดดีมาก แต่ยังคงไม่รู้สึกหนักผิว สบายผิว เนื้อแป้งนุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งจนรู้สึกว่าแป้งตกร่อง และให้ฟินิชลุคแบบแป้งเนื้อแมทท์เลย ดูหน้าเป๊ะสุดๆ

ก้อยลองออกไปนอกบ้านเพื่อพิสูจน์การควบคุมความมันบนใบหน้า พูดเลยว่าน้องเค้าควบคุมความมันได้ดีเลยถึงแม้จะเจออากาศร้อนๆ ทั้งวัน มีแป้งหลุดลอกบริเวณจมูกที่ต้องใส่แมสปกปิดบ้าง แต่ดูโดยรวมแล้วเค้ายังปกปิดร่องรอยต่างๆ และช่วยให้ผิวยังคงเรียบเนียน เนื้อแป้งไม่ดรอป ไม่หมองทำให้หน้ายังคงสดใสตลอดวัน

ก้อยว่ายิ่งอยู่นาน ผิวยิ่งสวย เพราะน้องเค้าจะให้ผิวแมทท์หลังแต่งหน้าเสร็จ แต่ระหว่างวันเมื่อน้ำมันใต้ผิวเราผลิตออกมา ใบหน้าจะดูโกลว์เล็กๆ พอให้ผิวดูอิ่มมีน้ำมีนวล ดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ

ระหว่างทำธุระกับเพื่อนๆ ก้อยได้ยินเพื่อนพูดตลอดว่า วันนี้”หน้าเนียนจัง” จนสุดท้ายถามก้อยว่า “ใช้รองพื้นอะไร” เรานี่ยิ้มออกมาแล้วพูดออกไปอย่างภูมิใจว่า “นี่แป้งผสมรองพื้นเดี่ยวๆ ไม่ใช่รองพื้นจ้ะ” เท่านั้นแหละก็ถึงเวลาขายของ บอกต่อของดีไปว่าเราใช้อะไร 5555+ ถ้าให้นิยามแป้งตัวนี้คงนึกถึงคำนี้คำเดียวเลย คือ “เนียน” เพราะก้อยได้ยินคำนี้ทั้งวันจริงๆ เป็นแป้งดีๆ ที่แอบบอกต่อ อยากให้ลองกัน มันดีจริงๆ นะ 🙂

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

สกินแคร์ใช้แล้วชอบครึ่งปี2020 วัย30+ ผิวผสม เป็นสิว-แพ้ง่าย Mid Year FAVOURITE Skincare | KoiOnusa

#สกินแคร์ใช้แล้วชอบครึ่งปีแรก 2020

วัย30+ ผิวผสม เป็นสิว แพ้ง่าย ไปดูกันว่ามีอะไรน่าใช้น่าลองกันบ้าง บอกเลยว่าเป็นสกินแคร์ที่ใช้จริง ชอบจริง ใช้บ่อย ต้องมาบอกต่อ!! #NoSponsor

📌 ตามไปดูกันที่นี้เลย 

⚡️ ฝากกด Subscribe ด้วยนะ ^^

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz

พาไปดูโครงการบ้าน Eco Haus ปิ่นเกล้า – ศาลายา บ้านทันสมัย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ งบ 5 ล้าน แต่ได้หลังโต๊โต | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าสมัยนี้การซื้อบ้านเป็นเรื่องที่หนักสำหรับคนรุ่นใหม่!!! เพราะด้วยค่าเงินที่สูงขึ้นในปัจจุบัน การงานอาชีพที่หายากมากขึ้นทุกที ทำให้คนสมัยนี้ต้องหมั่นเก็บเงินกันน้ำตาเล็ด เพื่อมาลงทุนกับบ้านในฝัน นี่เคยขับรถนั่งรถผ่านโครงการบ้านหลายๆ โครงการ ที่มี community ดี ชื่อเสียงดี บ้านสวยๆ บ้านในฝัน อยู่กันได้แบบพร้อมหน้าพร้อมตา อยู่กันหลายๆ คนแบบครอบครัวใหญ่ เริ่มต้นก็ 10 ล้านกว่าบาทแล้ว ก็นั่งคิดนะว่าเราต้องทำงานส่งเงินให้ธนาคารกันนานเท่าไหร่ เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วเมื่อไหร่จะเป็นอิสระกับหนี้บ้าน แค่คิดก็ปวดหัว

วันก่อนได้ไปดูบ้านกับแฟนแถวๆ ปิ่นเกล้า ศาลายา โครงการ Eco Haus คือเป็นบ้านในฝันมากกกก สวยตะลึงทันสมัยตั้งแต่ตัวภายนอกบ้านเลย คนรุ่นใหม่ต้องชอบแหละ ทรงบ้านที่ทันสมัยแบบนี้ โครงการตั้งใจออกแบบให้เป็นคอนเซ็ปต์ “Cozy space,Nordic style” เน้นธรรมชาติและความสะดวกสบายที่หาไม่ได้จากที่อื่น มีทั้งบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว ส่วนตัวบ้านที่ก้อยไปดูคือแบบ Spruce เป็นแบบที่ใหญ่ที่สุดเลย สามารถทำห้องนอนได้ถึง 5 ห้องด้วย!!! ตอบโจทย์คนครอบครัวใหญ่ อยากอยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา หรือใครเพิ่งสร้างครอบครัว อยากมีห้องไว้ให้ลูกๆ หลานๆ อยู่ การมีบ้าน 5 ห้องนอนเนี่ย มันเลิศที่สุด!! ราคาเริ่มต้นของโครงการนี้อยู่ที่แค่ 4.59 ล้าน สมัยนี้หาบ้านในฝัน พื้นที่เยอะๆ ห้องเยอะๆ แบบบ้านสวยๆ มีมุมให้ถ่ายรูปลง IG เก๋ๆ ได้แบบนี้ยากนะ

ก่อนอื่นต้องขอเข้าไปดูบ้านตัวอย่างก่อน แค่ด้านหน้าตัวบ้านก็รู้สึกประทับใจ เพราะรูปทรงบ้านทันสมัยน่าอยู่ โทนบ้านสีเทาๆ ตัดกับสีขาวน้ำตาลแบบนี้ยิ่งทำให้บ้านดูโมเดิร์นแต่แฝงความอบอุ่นเอาไว้ มีที่จอดรถให้ 2 คัน ละแวกบ้านดูสงบร่มรื่น ต้นไม้เยอะดี

เปิดประตูเข้าบ้านมาก็เจอโซนที่เค้าทำเป็นห้องรับแขก พูดเลยว่าน่าอยู่เป็นที่สุด การตกแต่งของเค้าทำให้เรารู้สึกอบอุ่น แต่ยังมีความโมเดิร์นอยู่ในตัว

ห้องรับแขกไม่กว้างมากจนเกินไป รองรับคนในครอบครัวได้พอดีๆ จินตนาการได้ถึงตอนที่ครอบครัวมานั่งดูทีวีพร้อมหน้าพร้อมตากันได้เลย

พอเดินขึ้นไปอีกหน่อย เราก็จะเจอโซนห้องรับประทานอาหารที่อยู่ติดกับโซนห้องรับแขกเลย โต๊ะอาหารขนาดนั่งได้ 6 ที่นั่ง หรืออาจจะมีหัวโต๊ะเพิ่มอีกสำหรับครอบครัวใหญ่ ขนาดของห้องรับประทานอาหารก็กำลังดีนะ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ก้อยชอบที่มันอยู่ติดกับโซนห้องรับแขก เพราะบางทีก้อยเองก็ชอบกินข้าวไปดูทีวีไป บางทีแฟนนั่งเล่นที่โซฟา เรานั่งกินข้าว ก็ทำให้คนในครอบครัวยังมีส่วนร่วมในการดูทีวีและพูดคุยกันไปได้อีกด้วย

หันมาทางซ้ายก็จะเจอโซนห้องทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้ว เราสามารถทำในส่วนนี้ให้เป็นห้องนอนได้อีก 1 ห้องนะ แต่สำหรับไอเดียเปลี่ยนโซนนี้ให้เป็นห้องทำงาน ก็ถือว่าตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องการโซนทำงาน โต๊ะทำงาน มุมเก็บเอกสารหรือสำหรับทำกิจกรรมงานอดิเรกต่างๆ

ห้องนี้ยังเชื่อมกับประตูที่สามารถเดินออกไปเจอสวนได้อีก แสงสว่างเข้ามากำลังพอดี อ่านหนังสือได้สบาย มีที่ให้พักสายตา ก้อยชอบโซนนี้มากเลย

หันมาดูอีกห้องที่ติดกับห้องรับประทานอาหาร นั่นก็คือห้องครัวนั่นเอง สำหรับบ้านหลังนี้ เค้าจะทำเป็นครัวปูนที่แข็งแรงทนทาน แต่ยังดูมีความทันสมัย ห้องครัวไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป มีประตูปิดห้องแยกออกมาเพื่อกันกลิ่นเวลาเราทำกับข้าว ไม่ให้กลิ่นเล็ดลอดออกมาในบริเวณตัวบ้าน

ด้านหลังห้องครัวก็จะเป็นโซน outdoor ทางยาว ที่เราอาจจะทำเป็นสวน หรือเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ที่เราใช้ตากผ้า หรือทำอะไรก็ได้

มาต่อกันที่อีกฝั่งของตัวบ้านที่เราสามารถเดินเชื่อมมาจากห้องรับแขก

ด้านขวามือจะมีประตู 2 บาน บานแรกจะเป็นห้องเก็บของที่มีขนาดใหญ่มาก ปกติแล้วโดยส่วนมากก้อยจะเห็นห้องเก็บของแค่ในส่วนใต้บันได แต่สำหรับโครงการนี้เค้าให้พื้นที่ในส่วนห้องเก็บของเยอะมากนะ เริ่มเก็บของได้ตั้งแต่บริเวณหน้าบันไดเลย พูดเลยว่าจากประสบการณ์อยู่บ้านเดี่ยวกับพ่อแม่ตัวเองมา 30 กว่าปี ห้องเก็บของเนี่ยสำคัญมากๆ ยิ่งมีคนเยอะ สมบัติเยอะ ห้องเก็บของก็ยิ่งจำเป็น

ถัดมาเป็นประตูที่เชื่อมกับโถงจอดรถ ซึ่งบ้านหลังนี้สามารถจอดรถได้ 2 คัน ของตัวก้อยและของแฟนพอดิบพอดี

เดินมาอีกหน่อยด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำแบบทางยาว โทนสีดูอบอุ่น เรียกได้ว่าเป็นห้องน้ำรวมของคนในครอบครัว รวมถึงเป็นห้องน้ำของแขกที่จะมาเยี่ยมเยียนบ้านด้วย

เพราะห้องถัดไปคือห้องนอนอีก 1 ห้อง ซึ่งเราสามารถทำเป็นห้องนอนแขกได้เลย ห้องขนาดกะทัดรัด ติดห้องน้ำ และมีหน้าต่างที่ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบาย ก้อยชอบหน้าต่างโปร่งๆ โล่งๆ แบบนี้มาก แสงแดดสาดมาอ่อนๆ มองออกไปเจอสวนเล็กๆ ให้ฟีลเหมือนไปพักผ่อนที่โรงแรมต่างจังหวัด

ยิ่งเจอการตกแต่งแบบนี้ ยิ่งรู้สึกใจละลาย ชอบฟีลห้องแบบนี้เป็นที่สุด ดูแล้วน่าจะหลับสบายดี

เราขึ้นชั้น 2 กันบ้าง จะสังเกตเห็นโทนสีของบันไดที่เค้าเลือกทำเป็นโทนสีอ่อน ทำให้บ้านดูอบอุ่นและมีความเป็นวัยรุ่นทันสมัย ช่วงโถงบันไดมีกระจกยาวเพื่อให้แสงแดดสาดมาจากด้านนอก ทำให้ช่วงบริเวณโถงบันไดยิ่งดูโล่ง ดูโปร่ง ดูกว้าง ด้วยแสงธรรมชาติที่สาดเข้ามาตลอดวันรวมถึงเพดานที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเราสามารถหาโคมไฟ แชนเดอเรียสวยๆ มาแปะไว้บริเวณนี้ได้เลยนะ ก็จะยิ่งทำให้บ้านดูหรูขึ้นไปอีก

เดินขึ้นมาเจอห้องโถงอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเค้าตกแต่งให้เป็นห้องพักผ่อนนั่งดูทีวีของคนในครอบครัว ซึ่งมีขนาดกะทัดรัด ดูอบอุ่น มีโซฟาขนาดยาวตัวเล็กๆ 1 ตัวไว้สำหรับออกมาดูละครหรือรับประทานอาหารยามดึก เป็นที่รวมตัวของคนในครอบครัวอีก 1 จุด

เราชอบที่ชั้น 2 ไม่เพียงมีแต่โซนห้องนอนของแต่ละคน แต่ยังมีห้องพักผ่อนให้นั่งเล่น และเป็นจุดศูนย์รวมของทุกคนในบ้านได้แบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ ทำให้ครอบครัวอบอุ่นและใกล้ชิดกันมากขึ้น

หันมาในส่วนของห้องนอนชั้น 2 มีด้วยกันทั้งหมด 3 ห้อง และห้องน้ำอีก 2 ห้อง ขอพาไปดูทีละส่วนนะ

ฝั่งด้านซ้ายจะมีห้องนอนที่ก้อยจินตนาการไว้ว่าคงเป็นห้องนอนของลูกสาว วางเตียงขนาด 3 ฟุต มีโต๊ะทำการบ้าน และมีตู้ใบเล็กๆ ซัก 1 ใบ ตกแต่งให้หวานดูมุ้งมิ้งแบบนี้กำลังน่ารัก

มีหน้าต่างบานเล็กๆ ให้แสงแดดส่องเข้ามาในตอนที่ลูกทำการบ้าน มองออกไปเจอพื้นที่สีเขียว โอ้ยยย เป็นอะไรที่ฟินมาก คือฟินแทนลูกว่างั้น 5555+

หันมาดูอีกห้องหนึ่ง ขอเรียกว่าเป็นห้องนอนของเด็กชาย ซึ่งแฟนก้อยชอบห้องนี้ที่สุด มีการตกแต่งแบบ retro นิดๆ ย้อนยุคหน่อยๆ โทนสีดูอบอุ่นและดูแมนสุดๆ

แฟนก้อยยืนสำรวจห้องนี้นานเป็นพิเศษ จนต้องเรียกมาถ่ายรูปด้วยกัน นางคงชอบจริงๆ แหละ ขนาดกะทัดรัดกำลังดี

มีห้องน้ำกลางสำหรับให้คนในครอบครัวมาใช้ ซึ่งขนาดห้องน้ำก็กำลังดี เป็นแนวยาวเช่นเดียวกันกับห้องน้ำด้านล่าง ใช้โทนสีอบอุ่นๆ มีแสงส่องเข้ามารำไรๆ กำลังสบายเลยล่ะ

ถัดมาจะพาไปดูห้องนอน master ซึ่งห้องนี้เป็นห้องนอนที่กว้างที่สุด

เข้ามาดูก็จะเห็นว่าห้องนอนห้องนี้ขนาดกว้างกว่าห้องอื่นๆ เลย

ห้องนี้มีโซ[1] นระเบียงเล็กๆ ให้เราสามารถเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก รวมทั้งสอดส่องดูหน้าบ้านของเราได้

หันมาอีกฝั่งจะเป็นโซน walk in closet ที่สาวๆ หลายๆ คนใฝ่ฝันจะมีกัน เค้าตกแต่งให้เป็น walk in closet ขนาดกำลังน่ารัก ไม่ใหญ่มากจนเกินไป มีหน้าต่างให้แสงส่องเข้ามา และมีประตูกั้นให้ห้องนอนแยกจากบริเวณโซนแต่งตัว

ห้อง walk in closet นี้จะเชื่อมกับห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องน้ำอีก 2 ห้องก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่สังเกตเห็นได้เลยว่าทางโครงการเค้าจะเน้นความอบอุ่นภายในตัวบ้าน จะเลือกโทนสีสว่างให้บ้านดูโล่งดูโปร่งแต่ยังดูอบอุ่นไปในขณะเดียวกัน

คราวนี้ก็ได้เวลาไปส่องบ้านจริงที่ยังไม่มีการตกแต่งกันบ้าน บ้านจริงที่ก้อยไปดู อยู่ไม่ไกลจากบ้านตัวอย่าง และภายนอกบ้านก็ไม่ต่างไปจากบ้านตัวอย่างแต่อย่างใด

เว้นแต่มีบริเวณสวนที่ใหญ่และโดนใจเรามากๆ ความเขียวของต้นไม้ใบไม้เนี่ย ทำให้บ้านดูร่มรื่นน่าอยู่มากเลย

เปิดเข้าไปในตัวบ้านเราจะเห็นว่า ขนาดบ้านจริงของเค้ากว้างขวางและโล่งโปร่งมาก มีหน้าต่างหลากหลายบาน มีเพดานสูง ทำให้บ้านดูโปร่ง และอากาศถ่ายเทได้ดี ก้อยเดินชมบ้านแบบเปิดหน้าต่างเกือบทุกบ้าน รู้สึกไม่ร้อน เพราะอากาศถ่ายเทเข้าออกตัวบ้านได้ดีมาก

นี่ก็เป็นบรรยากาศในบ้านจริงที่ยังไม่มีการตกแต่งนะคะ แต่ก้อยก็เริ่มจินตนาการออกแล้วแหละว่าตรงไหนจะทำอะไรยังไงบ้าง ต้องขอบคุณไอเดียจากบ้านตัวอย่างเลย

ห้องครัวที่เค้าทำมาให้จะเป็นครัวปูนทุกหลัง ซึ่งดีสำหรับคนที่ชอบทำอาหารในระยะยาวแน่นอน ไม่ต้องกลัวปลวกหรือกลัวไม้จากการบิวอินเสื่อมสภาพ

ขึ้นมาดูชั้นสองก็มีเลย์เอาท์ของห้องที่เหมือนกับบ้านตัวอย่างเป๊ะ อยู่ที่จินตนาการของเราต่อแล้วแหละว่า เราจะทำส่วนไหนให้ออกมามีหน้าตาเป็นยังไง นั่นคือความสนุกขั้นต่อมาของการมีบ้านเป็นของตัวเอง

วันนั้นที่ก้อยไปดูบ้าน ก้อยได้แวะร้านคาเฟ่สวยๆ ที่อยู่ซอยติดกันกับหมู่บ้าน ห่างกันไม่ถึง 500 เมตร อย่างร้านอาหาร “ชมเฌย” ขอบอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจมาก เพราะฉากแต่ละฉากนั้นช่างคุ้นตา เหมือนเคยในเห็นในละครย้อนยุค สถานที่นี้เค้าเปิดให้เราเข้าไปถ่ายรูปฟรีด้วยนะ แถมยังเป็นร้านอาหาร รวมถึงมีกาแฟ ของหวานขายด้วย

ประทับใจไปหลายอย่างแล้ว ถามว่าถ้าเทียบกับอีกหลายๆ โครงการที่เราเคยเข้าไปดูหรือเคยศึกษาตามเว็บไซต์ เทียบกันกับในบริเวณใกล้เคียง ก้อยว่าที่นี้เป็นบ้านที่ค่อนข้างคุ้มค่าคุ้มราคานะ กำเงินไป 5 ล้าน เราจะได้บ้านหลังโต พื้นที่ขนาด 193 ตร.ม. ตัวบ้านทันสมัย มีสวนหญ้าสวนย่อมให้เรายังเพลิดเพลินใจ ชอบที่มีหน้าต่างเยอะทำให้บ้านดูโล่ง มีเพดานสูงทำให้บ้านดูโปร่ง ทิศทางลมพัดเข้าตัวบ้านและระบายออกได้ดี ถือว่าเป็นบ้านเดี่ยวราคาดีมากๆ เพราะหากเรามีความต้องการขนาดนี้สำหรับโครงการอื่นอาจจะต้องใช้งบถึง 5-10 ล้าน เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดๆ บ้านหลังแรกยังไงก็ต้องเลือกเอาที่คุ้มค่าและถูกใจ ที่นี้ถือว่าตอบโจทย์เลย ส่วนใครที่อยากดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้ เค้ามีบ้านที่หลากหลายแบบมากๆ สามารถติดตามได้ที่หน้าเว็บไซด์เค้าเลยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อ่านรีวิวจนจบค่า

กดติดตามกันได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/KoiOnusa
Blog : https://koionusa.com
IG : http://www.instagram.com/gukoiiz
Twitter : https://twitter.com/gukoiiz