ปั๊วะมากแม่!! ลองของใหม่จาก Merrez’ca | KoiOnusa

ก้อยเป็นคนชอบเครื่องสำอางม๊ากกกกมากกก เวลาได้เล่นได้ลองได้ใช้เครื่องสำอางอะไรใหม่ๆ จะมีความสุขและสนุกมากๆ ยิ่งมาทั้งคอลเลคชั่นแบบนี้ยิ่งตื่นเต้นสุดๆ เห็นครั้งแรกก็รู้สึกใจเต้นตุ๊บๆ เลย
นี่เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Shine Your Bright จาก Merrez’ca โทนสีแพกเกจเค้าออกแนวอุ่นๆ รู้สึกถึงความอบอุ่น เห็นแล้วนึกถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบ Autume คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วย Eyeshadow 1 พาเลต บรัชออน 3 เฉดสี และลิปสติก 5 เฉดสี
Merrez’ca Blink Blink Eye Palette
ก้อยเป็นคนชอบพาเลตอายแชโดว์มากๆ อยู่แล้ว เห็นแค่สีอายแชโดว์ที่อยู่ภายในก็รู้แล้วว่าสวย!! โทนสีอุ่นๆ ดูใช้งานง่าย
ก้อยสวอชสีให้ดูทั้ง 9 สี จะเห็นว่าสีของเค้าค่อนข้างแน่นมากเลยทีเดียว ประกอบไปด้วยเนื้อแมทท์ 2 สี เนื้อชิมเมอร์ 2 สี และเนื้อกลินเตอร์ 5 สี โทนสีสวยจริงๆ นี่นึกว่าพาเลตของฝั่งเกาหลีเค้าเลยนะเนี่ย ทำสีและแพกเกจมาดูเลอค่ามาก จะแต่งตาโทนสีชมพูใสๆ ก็ได้ หรือจะเปรี้ยวขึ้นหน่อยโดนใช้สีอิฐก็ดี เป็นโทนสีที่มาแรงเลยทีเดียว
ก้อยลองสวอชให้ดูที่เปลือกตาด้วยทั้ง 9 สี สีแน่นจริงๆ นะ ต่อให้ทาสีเดียวเดี่ยวๆ ยังรู้สึกว่าสวยเลย พวกเนื้อชิมเมอร์และเนื้อกลิตเตอร์สะท้อนแสง เล่นแสงสวยมากๆ ก้อยว่าเป็นพาเลตที่กำลังพอเหมาะพอดี มีเนื้อสีมาให้ใช้หลากหลายแบบ และยังเป็นโทนสีที่ใช้ง่าย เข้ากับทุกสีผิวเลย
Merrez’ca KISS My Cheek Blush
บลัชออน 3 สีของคอลเลคชั่นนี้ก็สวยไม่เบา แต่ละเฉดสีเค้าจะมีทั้งเนื้อแมทท์และเนื้อชิมเมอร์วาวๆ มาให้ เราอยากใช้แค่สีเดียวเดี่ยวๆ หรือจะผสมสีกันเพื่อให้สีแก้มดูวาวดูระเรือขึ้นก็ได้ หรืออยากจะใช้เพียงแค่ส่วนชิมเมอร์ปัดแก้มให้ดูลุคใสๆ ก็ไม่ถือนะ เรียกว่าคุ้มในคุ้มล่ะ มีเพียง 1 ตลับ ใช้งานได้ถึง 3 แบบ
Merrez’ca KISS My Cheek Blush  สี Crazy in Love
สีนี้เป็นโทนสีน้ำตาลอุ่นๆ ทาแก้มแล้วดูแก้มบ่มแดด เหมาะกับความเป็น Autumn สุดๆ บางทีก้อยใช้สีแมทท์ทาเดี่ยวๆ แล้วใช้ในส่วนของชิมเมอร์มาทาเป็นไฮไลท์ ดูเข้ากั๊นเข้ากันดี สีนี้เหมาะกับคนสีผิวแทนมากเลยนะก้อยว่า
Merrez’ca KISS My Cheek Blush  สี You’re Hot
สีนี้เป็นโทนชมพูหวานๆ หากเรานำมาผสมสีกัน ทาแล้วจะได้แก้มใสๆ ดูเป็นธรรมชาติ ก้อยชอบสีนี้สุดๆ เลยล่ะ เพราะตอนที่ใช้สีแมทท์เดี่ยวๆ จะได้แก้มสีชมพูอมส้ม ดูตุ่นๆ แต่ทาในส่วนชิมเมอร์ก็จะได้แก้มสีชมพูสดใสๆ ชอบใช้ทั้ง 3 แบบเลย
Merrez’ca KISS My Cheek Blush  สี Close To You
สีนี้เป็นโทนส้มอ่อนๆ มีชิมเมอร์สีขาวประกายชมพู เมื่อเราใช้แบบผสมสีกันมันได้สีที่สวยมากเลยนะ เป็นโทนส้มอ่อนๆ ที่มีประกาบสีชมพูเบาๆ อยู่ข้างใน ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่ทาแก้มออกมาแล้วน่ารักมากเลย
Merrez’ca Plump My Lip
ลิปบาล์มสุดคิ้วท์ แบบว่าก้อยเปิดฝาออกมาต้องกรีดร้อง เพราะเค้ามีรูปหัวใจอยู่ด้านในบนลิปด้วย น่ารักมากกกกก อร๊อยยย แพ้ทางกับอะไรแบบนี้จ้ะแม่จ๋า เนื้อของเค้าเป็นเนื้อบาล์มแวววาวแต่ให้สีแน่นชัดมากเลย จะทาแบบออมเบรย์ก็ได้ หรือจะทาเต็มปากก็ได้นะ ให้ความรู้สึกแตกต่างกันเลยล่ะ เนื้อค่อนข้างชุ่มชื่น ติดทนดีมากด้วย คอลเลคชั่นนี้มีทั้งหมด 5 สีนะ ลองดูกันว่าแต่ละสีก้อยทาแล้วเป็นยังไง
Merrez’ca Plump My Lip สี My Sunshine สีนี้จะเป็นสีส้มสว่างๆ ทาแล้วดูสดใสมากๆ
Merrez’ca Plump My Lip สี My Light สีนี้จะเป็นสีส้มอมแดง ค่อนข้างสว่างเช่นกัน ทาแล้วสดใสเบอร์แรงเลย
Merrez’ca Plump My Lip สี My Sweetie สีนี้จะเป็นสีส้มอมแดงที่สีดรอปลงมาจากสี My Light ดูสุภาพขึ้น
Merrez’ca Plump My Lip สี My Darling สีนี้จะเป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ดูสุภาพที่สุดในคอลเลคชั่นนี้ ใช้งานง่าย
Merrez’ca Plump My Lip สี My Love สีนี้จะเป็นสีแดงเลยจ้า แต่เป็นสีแดงที่ไม่สว่างมากจนเกินไป ใช้ในชีวิตจริงได้อยู่
นี่ก็เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Shine Your Bright จาก Merrez’ca ที่ก้อยว่าคุณภาพคับแก้ว ตอนเห็นราคายังงงเลยว่าทำไมราคาไม่แพงเลย ก้อยปลื้มสุดๆ กับตัวพาเลตอายแชโดว์ สีมันน่ารักมากจริงๆ แนะนำเลยนะกับคอลเลคชั่นนี้ เหมาะกับช่วงหนาวๆ แบบนี้จริงๆ เลยล่ะ

หมดแล้วแต่ใช้ซ้ำ Facelabs ขวดจิ๋ว เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น | KoiOnusa

01.png

กดดูแบบคลิปได้เลยค่ะ

อย่างที่เคยย้ำนักย้ำหนา ว่าผิวสุขภาพดีคือผิวที่ชุ่มชื้น เพราะผิวที่ชุ่มชื้นนั้นสำคัญกับผิวหน้าหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดความแห้ง หยาบกร้านของผิวหน้า ช่วยลดความมันของผิวหน้า ช่วยให้หน้าไม่หมองคล้ำ ช่วยลดสิว ลดการระคายเคืองผิวต่างๆ เมื่อเรามีผิวเด้งฉ่ำน้ำ ก็จะทำให้ผิวเราดูอ่อนวัย เพราะผิวมีความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยยาก

02.png

ก้อยให้ความสำคัญกับผิวที่ชุ่มชื้นมากกกกก นี่เคยไปเช็คสภาพผิวมานะว่าสภาพผิวหน้าเรามีความชุ่มชื้นมากแค่ไหนโดยวัดจากอายุของเรา ล่าสุดคือก้อยสามารถรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีมากกว่า 80% เลยนะ กับอายุ 32 ปีของก้อยเนี่ย เพราะก้อยหมั่นใช้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวสม่ำเสมอ มีตัวนึงที่ก้อยใช้หมดไปแล้ว 1 ขวด ห่างหายจากการใช้ไปสักพักละ แต่ตอนนี้รู้สึกอยากกลับมาใช้ใหม่อีก นั่นคือ  FACELABS Hydrating Essence เวชสำอางที่ได้รับรางวัล Best Facial Essence for Sensitive Skin จาก Lisa Beauty Choice Awards 2018 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดสุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ซึ่งถ้าใครติดตามก้อยก็จะเห็นเจ้า Facelabs ตัวนี้โผล่ไปโผล่มาในกรุสกินแคร์ที่ก้อยใช้บ่อยๆ ถ้ามันไม่เวิร์คจริง ไม่กลับมาใช้หรอก

03.png

เอสเซนส์ตัวนี้เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะเค้าไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ มี Sodium PCA ที่จะช่วยปรับสภาพผิว ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในผิว และมี Sodium Hyaluronate ที่จะช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนานทั้งวัน เนื้อใสๆ เหลวเหมือนน้ำ แต่มีความหนึบๆ กว่าน้ำเล็กน้อย

04.png

วิธีใช้โดยปกติของคนทั่วไปนั่นคือ หยดน้ำเอสเซนส์ลงบนฝ่ามือ ตบเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้เนื้อเอสเซนส์ซึมเข้าผิวหน้า

05.png

แต่ใครอยากใช้เป็นมาสก์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวก็ทำได้นะ เพียงแค่หยดเอสเซนส์บนสำลีให้ชุ่ม แล้ววางสำลีบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที

06.png

หรือใครอยากให้ผิวชุ่มชื้นระหว่างวันด้วยก็สามารถนำมาใส่ขวดสเปรย์ทำเป็นสเปรย์น้ำแร่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในระหว่างวันได้ด้วยล่ะ บอกเลยว่าเจ้าเอสเซนส์ตัวนี้ค่อนข้างซึมซาบเข้ากับผิวเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ก่อนแต่งหน้าก็จะทำให้เมคอัพติดผิวและอยู่ทน ใช้สเปรย์ฉีดหน้าระหว่างวันก็ไม่ทำให้เมคอัพไหลเยิ้มและยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นทันทีที่ใช้ด้วย

07.png

อ่ะ ไม่ประทับใจจริงหรือไม่ชอบจริงคงไม่มีพูดแล้วพูดอีกหรือใช้ซ้ำๆ หรอกนะ คือเราชอบมันจริงๆ ใช้แล้วผิวอิ่มน้ำชุ่มชื้น ผิวสุขภาพดี ปัญหาผิวต่างๆ น้อยลง ผิวเด้งๆ ใสๆ มีน้ำมีนวล ปัญหาผิวปัญหาสิวน้อยลงจริงๆ ขวดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวกมาก และใช้ได้นานพอสมควรเลย ขนาด 30 ml ราคา 395 บาท หาซื้อได้ที่ Watsons หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ขวดจิ๋วแต่คุณสมบัติไม่จิ๋วนะเธอ

01.png

รวมไอเทม JUNGSAEMMOOL ที่ใช้แล้วปลื้ม | KoiOnusa

ก้อยมีโอกาสไปเกาหลี และตามไปซื้อของบางอย่างจากร้าน JUNGSAEMMOOL มาเมื่อต้นปี ยังพูดอยู่บ่อยๆ กับเพื่อนเลยว่าทำไมเค้าไม่เข้ามาขายในไทยสักที ก้อยว่าต้องขายดีแน่ๆ เพราะสาวๆ คนไทยที่คลั่งไคล้เมคอัพ เมื่อไปเกาหลี ยังไงๆ ทุกคนก็ต้องได้ไอเทมจาก JUNGSAEMMOOL กลับบ้านไปคนละชิ้นสองชิ้น

พอรู้ข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า JUNGSAEMMOOL จะเข้ามาขายในไทยแล้ว ก้อยตื่นเต้นสุดๆ เพราะยังมีอีกหลากหลายไอเทมที่อยากได้ และก็แอบไปเสียทรัพย์มาเรียบร้อยแล้วด้วย ฮ่าๆ เพราะราคาแตกต่างจากเกาหลีไม่มาก ได้เลือกเอง ได้สวอชเอง มีความสุขกว่าฝากใครหิ้วกลับมาเยอะ!!!

นี่คือไอเทมของ JUNGSAEMMOOL ที่ก้อยมีทั้งหมด เด็ดๆ ทั้งนั้น จริงๆ มีมากกว่านี้อีก แต่วางไว้ไหนไม่รู้ เครื่องสำอางเยอะจัดจนหาไม่เจอน่ะคิดดู!!!

เรามาเริ่มแต่งหน้าไป รีวิวไปพลางๆ

JSM Cushion-Cealer (Healthy Medium)
คุชชั่นตัวนี้เน้นการปกปิดแน่นๆ ใครมีปัญหาผิวเยอะๆ คุชชั่นตัวนี้เหมาะมาก เพราะถึงแม้เค้าจะมีคอนซีลเลอร์มาให้ แต่ก้อยแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะตัวคุชชั่นอย่างเดียวของเค้าก็ปกปิดมากแล้ว
แม้ว่าเค้าจะปกปิดมาก แต่ก้อยยังรู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน้า คุชชั่นเกลี่ยง่าย พัฟนุ่ม ใช้เวลาทาคุชชั้นเพียงพักเดียวเท่านั้นก็ได้งานผิวที่ปกปิดได้แน่นๆ แล้ว
เมื่อทาให้ดูฝั่งเดียว ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย คุชชั่นเค้าปรับสีหน้าให้สว่างขึ้นเล็กน้อย พร้อมให้งานผิวแบบกลาสสกินแต่มีความปกปิดสูง
“JSM Pro-Lasting Finish Powder”
ขอเรียกว่าแป้งฝุ่นทวยเทพ ชิ้นนี้ก้อยได้จากเค้าเตอร์ในไทยนี่แหละ เพราะตลาดเกาหลีขายดีจนขาดตลาด ตัวนี่เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื้อแป้งละเอียดและเบามาก เค้าช่วยยึดเกาะรองพื้นได้ดี ช่วยให้เมคอัพติดทน ทำให้ผิวสวยเป็นกลาสสกิน เป็นสิ่งที่ควรตำอย่างแรง!!!
แป้งฝุ่นตัวนี้เค้าคุมมันได้ดีมากเลย!! เรียกว่าตอนนี้อินกับแป้งฝุ่นตัวนี้สุด แอบกระซิบว่าก้อยตุนแป้งไว้ 1 กระปุก คือกลัวของหมดตลาดจัด ต้องกลับไปจัดมาเก็บไว้งี้!! 5555+ ถ้าสังเกตในรูปจะเห็นว่า เมื่อก้อยทาแป้งฝุ่นลงไป ผิวของก้อยจะดู Matte ทันที

มีทริคมาบอกเล็กน้อยว่า สำหรับสาวๆ คนไทยที่อยู่ในเมืองร้อน เราควรเน้นการทาแป้งฝุ่นบริเวณ T-Zone เพื่อให้แป้งช่วยคุมมันได้ดีมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก้อยใช้เกือบทุกวันเลยช่วงนี้ กำลังเห่อในความเทพของมันอยู่ รูปนี้เป็นรูปถ่ายสดจากกล้องไอโฟนแบบ No App แต่งหน้าตอน 6 โมงเช้า จนตอนนี้เวลา 13.00 น. คร่าวๆ คือ 7 ชั่วโมงผ่านไป ความมันเกิดน้อยมากกกก หน้าแทบไม่มันเลย ผิวยังดูสวยอยู่

ตัวถัดมาเป็นงานสีสันกันบ้าง!!  ก้อยชอบอายแชโดว์ของเค้ามากเลย

เริ่มจากตลับจุ๋มจิ๋มก่อน “JSM Refining Eyeshadow Double” ก้อยมีทั้งหมด 3 สี ตอนแรกมีคนให้ตัวสีน้ำตาลมาใช้ พอใช้แล้วก็ชอบเลยกลั้นใจถอยมาอีก 2 สี!! ซึ่งยังคิดอยู่อีกว่าต้องซื้อสีอื่นๆอีกให้ได้ ฮ่าๆ ตัวนี้จะเป็นอายแชโดว์ 2 แบบ ฝั่งซ้ายจะเป็นแบบฝุ่นที่เป็นชิมเมอร์เงาๆ วาวๆ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นอายแชโดว์แบบเนื้อครีม
“Saddle Brown”
สีแบบนี้ใช้งานง่าย วันไหนที่ขี้เกียจแต่งตาก็จะหยิบตัวนี้มาใช้บ่อยๆ

“Veil Peach”
สีนี้น่ารักมาก เป็นสีที่ก้อยเห็นปุ๊บก็หยิบเข้าตะกร้าปั๊บ โทนสีละมุน เกาหลี๊เกาหลี
“Pink in Joy”
สีนี้เป็นสไตล์ก้อยแหละ ชมพูหวานๆ ชอบมากเลย
ต่อมาเป็น “JSM Colorpiece Eyeshadow Prism สี Flush Up” เป็นอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับสวยสะดุดตามาก โทนชมพูอมน้ำตาลสไตล์สาวหวานแบบก้อยเลย อันนี่ก้อยก็ซื้อจากเค้าเตอร์ของ JSM ช่วงวันแรกที่เค้าเปิดตัว ชอบมากกกกกก กลิตเตอร์ละเอียดสวยมาก อยากได้อีกหลายๆ สีเลยล่ะ

และชิ้นสุดท้ายที่เราปลื้ม “JSM Artist Eye Shadow Palette สี Bloom and Peter”

ก้อยเลือกพาเลตนี้มาเพราะว่า ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า 8 สีที่อยู่ในตลับนี้เค้าแบ่งออกเป็น 2 เฉด 4 สีแรกโทนชมพู และ 4 สีหลังโทนน้ำตาล ก้อยเล็งเห็นแล้วว่ามันจะต้องใช้งานง่ายมาก และตอบโจทย์คนชอบแต่งตาแบบก้อยแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะแต่งตาไม่โทนสีน้ำตาลก็โทนสีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่
ก้อยลองแต่งตาให้ดูแบบเบาๆ นะ หลักๆ คือใช้ “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” แบบเนื้อครีมทาให้ทั่วเปลือกตา และใช้แบบชิมเมอร์ทากึ่งกลางตา หลังจากนั้นใช้สีน้ำตาลเนื้อครีมจาก“JSM Refining Eyeshadow Double สี Saddle Brown”  มาทาหางตาให้มีมิติมากขึ้น
ก้อยใช้ตัวอายแชโดว์เนื้อครีมจาก “JSM Refining Eyeshadow Double สี Veil Peach” มาทาแก้มด้วยนะ สีละมุนน่ารักมากกกก
และนี่คือลุคที่ได้จากการใช้ของที่เราปลื้มทั้งหมดของ JUNGSAEMMOOL ใสๆวัย 20 ขวบ (มโน ฮ่าๆๆ)
บอกเลยว่าก้อยชอบแบรนด์นี้มาก ความสวยแบบ Glass Skin แต่งหน้าแบบใสๆ แบบนี้แหละที่ก้อยชอบ ต้องไปตำอีกแน่ๆ เพราะไม่ต้องฝากใครซื้อกลับมาจากเกาหลีอีกแล้ว อยากได้อะไรวิ่งเข้าเค้าเตอร์ได้เลย แฮปปี้

รีวิวรองพื้นราคาเบาๆ ใน Watsons 5 แบรนด์ ตัวไหนเป็นยังไงรู้หมดจบที่นี้!! | KoiOnusa

พูดถึงรองพื้นที่หาซื้อง่าย ใครๆ ก็ซื้อได้ ต้องเป็นรองพื้นใน Drugstore   ราคาเบา มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกเยอะ แถมคุณภาพไม่เป็นสองรองจากสินค้าของเค้าเตอร์แบรนด์เลยนะ สมัยก่อนที่ก้อยยังไม่มีเงินมากนัก เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ ก้อยก็มี Watsons เป็นที่พึ่งนี่แหละ แบรนด์ไหนจะหน้าใหม่หรือเก่าก้อยใช้มาหมดแล้ว หน้านี้เนี่ยผ่านรองพื้นมาไม่รู้ต่อกี่แบรนด์ วันนี้เลยอยากมารีวิวรองพื้น 5 แบรนด์ที่อยู่ใน Watsons ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ให้สาวๆ ได้ฟังกันว่า ตัวไหนเป็นยังไง ควรตำรองพื้นตัวไหน ตัวไหนเหมาะกับพื้นผิวและความต้องการของฉัน!! จะได้ไม่เสียเงินซื้อรองพื้นซ้ำซ้อนแบบที่ก้อยเคยมาแล้วสมัยก่อน เริ่มกันเลยนะ!!

BK ACNE BB SUNSCREEN SPF 50+ Pa++++ Anti Pollution NF

ตัวนี้อาจจะแตกต่างจากรองพื้นตัวอื่นในที่นี้ เพราะเป็นรองพื้นสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็น Non-Comedoginic  มีซิลิโคนแต่ไม่อุดตันผิว จึงสามารถทาทับบนผิวได้หลายๆ รอบ นอกจากจะช่วยปกปิดสิวปกปิดรอยดำรอยแดงต่างๆ แล้ว เค้ายังช่วยลดปัญหาสิว ยับยั้งการเกิดสิวได้ และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้า แต่มีสิว ก็สบายใจได้มากกว่ารองพื้นตัวอื่นๆ หากใช้ BB Cream ตัวนี้ และมีกันแดดมาให้สูงมากด้วยล่ะ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรองพื้นที่ครบทั้งบำรุงผิว ช่วยลดสิว ช่วยทำให้ผิวสวยขึ้นโดยการปกปิดจุดด่างดำหรือผิวหมองคล้ำต่างๆ และยังเป็นกันแดดปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย

เนื้อ BB Cream ตัวนี้เค้าค่อนข้างหนืดกว่าใครเพื่อนในที่นี้เลย เนื้อคล้ายครีมที่สุด แต่ทาผิวไปแล้วไม่รู้สึกอึดอัดผิว ผิวยังสามารถหายใจได้อยู่ เกลี่ยง่ายกว่าที่คิดไว้มาก อย่างที่บอกว่าเนื้อเค้าค่อนข้างคลายครีมทาผิว จึงเซ็ตตัวไม่ไว สามารถเกลี่ยเนื้อ BB ได้ทั่วหน้าจนเรียบเนียน ข้อสังเกตคือ เค้าสามารถปกปิดสิวเม็ดใหญ่ได้เนียนกว่าตัวที่ผ่านๆ มาด้วยนะ เพราะฉะนั้นพวกรอยแดงรอยดำไม่ต้องกังวลเลย ปกปิดซะเนียนกริบ แถมยังไม่รู้สึกหนักหรือรำคาญผิวบริเวณที่มีสิว ทาทับกี่รอบก็ไม่อึดอัดผิว ข้อเสียอย่างเดียวที่ก้อยเห็นคือไม่มีเฉดสีให้เลือกเลย แต่มันกลับเข้ากับสีผิวก้อยได้ไม่ดูเข้มไม่ดูหมอง แปลกดีนะ ทั้งๆ ที่ก้อยผิวขาวถึงขาวมากด้วย ให้น้องสาวที่ผิวเข้มกว่าลองใช้ก็ดูเข้ากับสีผิวน้องเช่นกัน เพราะฉะนั้นก้อยว่าถึงแม้เค้าจะมีสีเดียวแต่ก็สามารถเข้าได้กับทุกสีผิวเลย

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. จะเห็นว่าผิวหน้ามันน้อยมาก และไม่มีคราบรองพื้นเลยจริงๆ ต่อให้ก้อยทดลองใช้กี่วัน วันแดดออก วันฝนตกอากาศชื้น ก็ไม่เห็นคราบ ในส่วนที่ปกปิดสิวก็ยังปกปิดได้เป็นอย่างดี ไม่มีหลุดลอก ถือว่าเป็น BB Cream ที่ทนมากสำหรับการใช้ชีวิตปกติประจำวัน แม้ในวันที่ก้อยขึ้นๆ ลงๆ รถ เจอทั้งฝน เจอทั้งแดดตลอดเวลาแบบนี้ เลิฟมากกกก ถึงแม้รองพื้นตัวนี้เค้าจะไม่กันน้ำ ไม่กันเหงื่อ แต่กลับได้ผลลัพธ์ระหว่างดีเลยนะ เหมาะสำหรับใช้ในวันสบายๆ หน้าไม่มัน รองพื้นไม่เยิ้ม ตอนมีสิวหนักๆ ก็หยิบตัวนี้มาใช้ประจำแหละ เพราะรู้สึกว่าสิวของเราจะปลอดภัยจากเคมีภัณฑ์ต่างๆ มากกว่าใช้รองพื้นตัวอื่น

MAYBELLINE FIT ME FOUNDATION (สี 120)

รองพื้นตัวนี้จะให้ฟินิชงานผิวแบบ Matte เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาจนถึงผิวมันนะ ข้อดีของรองพื้นตัวนี้คือมีเฉดสีให้เลือกเยอะมากกกกก มากเกินกว่ารองพื้น Drugstore ทั่วไป ก้อยเคยใช้รุ่น Fit Me ตั้งแต่รุ่นก่อนที่ขวดยังไม่เป็นหัวปั้ม ใช้จนหมดอายุแล้วเลยได้เริ่มขวดใหม่ที่มีหัวปั้ม จริงๆ เค้ามีเนื้อ Dewy ด้วยนะ สำหรับคนผิวแห้ง แต่ก้อยว่าอากาศเมืองไทยใช้เนื้อ Matte แบบนี้น่าจะเหมาะกว่า เนื้อเหลวไม่หนืดเลย ค่อนข้างเกลี่ยง่าย

เนื้อรองพื้นเค้าค่อนข้างเหลว บางเบามากๆ ปกปิดไม่มากนัก ยังเห็นรอยสิวอยู่จางๆ ปกปิดเม็ดสิวใหญ่ๆ ไม่มิด ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยนะ รองพื้นไม่หนาและบางเกินไป ผิวยังรู้สึกหายใจได้ ไม่แน่นไม่อึดอัดผิว ใช้เป็นรองพื้นแบบ everyday look ได้ แต่ใช้ไปงานที่ต้องการความปกปิดติดทนความเนียนของผิวมากๆ ไม่ได้ดีนัก ทาบริเวณเป็นสิวเยอะๆ ไม่ช่วยปกปิดอะไรมากมายเลยนะจริงๆ แต่ก็รู้สึกสบายผิว วันไหนหน้าใสๆ ไร้สิวน่าจะใช้ตัวนี้เป็นรองพื้นของลุควันนั้นแล้วสบายหน้าสุด

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 และกลับมาบ้านถ่ายรูปตอน 17.30 ผิวหน้ามีความมัน แต่รองพื้นไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีคราบเค้กเลย ถ้าใช้กระดาษซับมันซับก็ยังใช้เมคอัพหน้านี้ได้อยู่ ถือว่าเป็นรองพื้นสำหรับ everyday look สำหรับคนที่ผิวใสอยู่แล้ว ไม่ต้องการการปกปิดมากมาย แต่ต้องการคุมมันและต้องการความมั่นใจว่ารองพื้นจะเรียบเนียนไปกับผิว ไม่มีแตก ไม่เป็นคราบ มั่นใจได้ 24 ชม. โดยที่เราจะรู้สึกสบายผิวตลอดทั้งวันเลย

L’Oréal Infallible 24H Stay Fresh Foundation (สี 130)

รองพื้นตัวนี้ให้ฟินิชงานผิวแบบซาตินนะ ไม่แมทท์ไม่โกลว์ ก้อยใช้ขวดนี้เป็นขวดที่ 2 แล้วแหละ ส่วนตัวคือปลื้มตัวนี้อยู่ไม่เบา เป็นรองพื้นที่น่าสนใจตัวนึงใน Drugstore เลย เค้าเคลมว่าปกปิดแต่บางเบา เหมือนผิวหายใจได้ รองพื้นไม่หลุด หน้าเป๊ะ 24 ชั่วโมง คำเคลมมาแรงมากๆ มีให้เลือก 8 เฉดสี ซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีกันแดดมาให้ด้วยนะ SPF 25 PA+++

รองพื้นตัวนี้เป็นเนื้อน้ำที่เนื้อค่อนข้างเหลวไม่หนืด ก้อยรู้สึกว่าเนื้อเค้าบางเบามาก เนื้อเบากว่า Maybelline อีก เกลี่ยบนผิวหน้าได้ง่ายมาก แต่แปลกที่ถึงจะรู้สึกว่าเนื้อบางเบาตอนเกลี่ยที่มือ แต่พอเกลี่ยบนหน้ากลับรู้สึกว่าเนื้อเป็นเนื้อครีมมากกว่าตัว Maybelline ปกปิดดีมากเลยแทบไม่เห็นรอยสิวหรือพวกรอยดำรอยแดงเลย สิวเม็ดเป้งๆ ก็ปกปิดได้พอสมควร อาจจะรู้สึกหนักผิวกว่าตัว Maybelline เล็กน้อย แต่เหมาะสำหรับใช้ปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าได้ดีเลย ใช้เป็นรองพื้นแบบ Everyday Look ที่ต้องการการปกปิดก็ได้ หรือใช้ไปงานสำคัญๆ ต่างๆ ก็ได้นะ

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. จนตอนนี้ 17.30 น. จะสังเกตได้ว่ามีความมันเกิดขึ้น ที่ใบหน้า แต่น้อยกว่าตัว Maybelline ก้อยลองใช้วันที่มีแดด ไม่มีคราบรองพื้นเลยนะ แต่วันที่ฝนตก อากาศชื้น จะมีคราบเกิดขึ้นเล็กน้อย ร่องจมูกจะมันค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนอื่นผิวยังสวย รองพื้นยังติดทน ถือว่าเป็นรองพื้นที่เหมาะกับสภาพบ้านเรา และคนที่ต้องการการปกปิดแต่อยากได้ความรู้สึกบางเบาของผิว

Revlon Colorstay Makeup (สี 180)

รองพื้นในตำนานที่ก้อยได้ยินชื่อเสียงเค้ามานาน มีหรือที่เราจะไม่มีอยู่ในกรุ ไม่มีทาง!! ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งสิ!! เห็นเค้าว่ากันว่าเป็นรองพื้นที่ดีมากถึงขนาดว่าเหมาะแก่การใช้แต่งหน้าในวันรับปริญญาเพราะมันอยู่ติดทนนาน ผิวหน้าสวย นี่วันรับปริญญาไม่ได้ใช้หรอกนะ จ้างช่างแต่งหน้าเอา 5555+ แต่ก้อยได้ทดลองใช้ในวันปกตินี่แหละ เค้าเหมาะกับคนผิวผสม หรือผิวมัน และเค้าก็มีกันแดดมาให้ด้วยในตัวนะ ก้อยว่าเนื้อรองพื้นเค้าสีให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นสีที่ขาวที่สุดของเค้าแล้ว ก้อยว่าก็ยังเป็นสีที่ค่อนข้างเข้มอยู่ สีออกน้ำตาลตุ่นกว่าเพื่อนในบรรดารองพื้นที่ก้อยรีวิวในนี้เลย

เนื้อรองพื้นตัวนี้หนืดกว่า Maybelline และ Loreal แต่ไม่มากนะ แค่หนืดกว่านิดหน่อย แต่หนืดน้อยกว่าตัว BK รู้สึกได้ตอนเกลี่ยว่ามีความครีมมี่ แต่ก็ยังเกลี่ยง่ายอยู่ ยังให้ความรู้บางเบากับผิวหน้า ก้อยว่าคนผิวแห้งก็น่าจะใช้ได้อ่ะ เพราะว่าเนื้อเค้าไม่แห้งผากเลย เป็นเนื้อครีมๆ ที่ไม่หนืดมากจนเกินไป ตัวนี้ปกปิดดีสุด ดีกว่า Maybelline และ Loreal แต่จะรู้สึกหนักหน้ากว่านิดหน่อย ปิดรอยแดงรอยดำจากสิวได้เนียนดี

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 18.00 น. พบว่าหน้ามันน้อยกว่า 2 ตัวแรกอย่างเห็นได้ชัด ร่องจมูกที่เกิดความมันง่ายก็เกิดความมันน้อยกว่าที่คิดไว้ แต่มีส่วนหน้าผากที่รองพื้นหลุดนิดหน่อย เห็นไม่ชัดมาก อาจเป็นเพราะเหงื่ออกแล้วก้อยใช้มือปาดเหงื่อระหว่างวันเบาๆ แต่ไม่มีคราบเค้กบนใบหน้านะ ตกเย็นรู้สึกอึดอัดผิวนิดหน่อย แต่รู้สึกหน้าไม่มัน แฮปปี้อยู่

SRICHAND Enchanted Cover Perfect Foundation (สี 110)

รองพื้นตัวนี้มีสีให้เลือกน้อย นั่นคือ 4 เฉดสีเท่านั้น และสีเบอร์ขาวสุดที่ดูแล้วจะเหมาะกับสีผิวหน้าก้อยที่สุดก็มีความเหลืองมาก สว่างกว่ารองพื้นเบอร์ขาวสุดของรองพื้นยี่ห้ออื่นๆ ที่กล่าวมาเลย แต่ยอมรับว่าเค้าทำแพ็กเกจสวยนะ ก้อยชอบแพ็กเกจเค้าสุดเลย ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่เค้าเขียนว่าให้เขย่าก่อนใช้ แปลกมาก มีกันแดด SPF 35 PA+++ ให้ด้วยนะ

เนื้อรองพื้นตัวนี้ค่อนข้างเหลวเลย คล้ายๆ เนื้อลิขวิด เกลี่ยง่ายมาก ให้ฟินิชงานผิวแบบแมทท์ ปกปิดค่อนดีเลยแหละ พวกสิวเม็ดใหญ่ๆ ก้อยว่ามันก็ปกปิดได้ดีนะ รอยดำรอยแดงหายไปเลย เพียงแต่ก้อยรู้สึกว่าเค้าเหมาะกับผิวหน้าที่มีความชุ่มชื่น อาจจะไม่เหมาะกับสาวผิวแห้งเท่าไหร่ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย เพราะรู้สึกส่วนจมูกของก้อยที่มีความมันมาก รองพื้นมันจะไม่กลืนไปกับผิวเท่าไหร่

ก้อยทารองพื้นตอน 9.30 น. ถ่ายรูปตอน 17.30 น. ตัวนี้เป็นรองพื้นตัวเดียวที่ก้อยเห็นคราบชัดที่สุด ทั้งบนหน้าผาก จมูก และคาง มีคราบเค้กที่หน้าผากชัดสุดในบรรดารองพื้นที่ก้อยพูดถึงวันนี้ แต่มันคุมมันได้ดีมากนะ หน้าแทบไม่มัน มันน้อยมาก แม้ว่าที่บริเวณร่องจมูกของก้อยจะมันง่ายกว่าส่วนอื่นๆ แต่ตัวรองพื้นตัวนี้ก้อยกลับเห็นความมันน้อยมากจริงๆ

 

และนี่ก็เป็นรองพื้น Drugstore ที่จ่ายง่ายราคาไม่แพง งบไม่ถึง 500 บาทต่อ 1 ขวด และสามารถหาซื้อได้ง่าย ร้านที่สะดวกที่สุดก็คือ Watsons นั่นแหละ มีครบทุกแบรนด์ที่ก้อยกล่าวถึงวันนี้เลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะจ้ะ กำเงินไปซื้อรองพื้นที่เข้ากับความต้องการของเรากันเลย ณ บัดนาว!! อิอิ

มาสก์แผ่นแบบหนานุ่ม Lululun One ใช้ไปฟินไป | KoiOnusa

TN-JB

ย้อนกลับไปสมัยที่มาสก์หน้าของญี่ปุ่น Lululun ฮิต ใครไปญี่ปุ่นทีก็ต้องฝากเค้าซื้อที ขนกลับมาหลากหลายสูตร ใช้วนไปเรื่อยๆ เรียกว่าก้อยใช้แทบจะทุกสูตรของเค้าแล้ว โดยเฉพาะตัว 7 days ที่มีมาสก์มากถึง 7 แผ่นในซองเดียว และราคายังน่ารักน่าคบหา ทำให้ในช่วงนั้นมาสก์หน้า Lululun ของญี่ปุ่นฮิตจริงฮิตจัง

วันเวลาผ่านไป หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เรียกได้ว่า ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อย่างมาสก์หน้า Lululun ที่ก้อยเคยฝากใครหิ้วกลับมาบ่อยๆ ก็ไม่ต้องฝากเค้าให้หนักกระเป๋าอีกแล้ว เพราะเค้ามีมาวางขายในไทยครบทุกสูตรเหมือนญี่ปุ่นเลย นอกเหนือจาก 7 days สูตรต่างๆ แล้ว ก้อยว่าสูตรนี้ก็น่าสนใจ “Lululun Fresh Mask Lululun One”
ตัวนี้ก้อยไม่แน่ใจว่ามันคือสูตรใหม่ หรือจริงๆ มีวางขายนานแล้วแต่เพิ่งเข้าไทย? แต่เห็นหน้าตาแปลกๆ ก็เลยหยิบมาลอง พลิกมาดูด้านหลังผลิตปี 2018 ก้อยว่าคงมีขายที่ญี่ปุ่นนานแล้วแหละ แต่ทำไมก้อยถึงเพิ่งเคยเห็นก็ไม่รู้ มาสก์ตัวนี้เค้ามีสรรพคุณหลักๆ ก็คือช่วยลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น กระจ่างใส

สูตรนี้แผ่นมาสก์เค้าแตกต่างจากสูตร 7 Days มาก แผ่นมาสก์ค่อนข้างหนา มีเยื่อแผ่นมาสก์ที่นุ่มและแน่น

และยังให้น้ำมาสก์มาพอสมควรเลยนะ น้ำมาสก์เค้าเป็นสีขาวขุ่นๆ แบบนี้ ซึ่งปกติแล้ว ในสูตร 7 Days มันจะเป็นสีใสๆ นอกจากก้อยจะมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์แล้ว พวกน้ำมาสก์เหล่านี้ ก้อยก็เอามาทาคอทาแขนทาตัวต่อ ให้ผิวอ่อนเยาว์แบบทั่วถึงกัน ฮ่าๆ
ก้อยมาสก์หน้าทิ้งไว้ 20 นาที ชอบแผ่นมาสก์อันนี้จริง หนานุ่มดี ตอนมาสก์ช่วงแรกๆ ก้อยรู้สึกเหมือนแสบๆ คันๆ ที่ผิวหน้านิดหน่อย ด้วยเนื่องจากเค้ามีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากผลไม้อย่างแอ๊ปเปิ้ล และองุ่น ที่จะช่วยในเรื่องลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ แต่ผ่านไปประมาณ 5-8 นาทีความคันยุบยิบก็หายไป

นี่คือรูปก่อนและหลังใช้มาสก์ตัวนี้ เห็นชัดเลยว่ามันช่วยให้ผิวหน้าของเราชุ่มชื่นขึ้นทันที รู้สึกผิวอิ่มๆ ผิวดูสุขภาพดี ไม่แห้งเหมือนตอนก่อนมาสก์หน้า นี่ก้อยแทบไม่ต้องบำรุงอะไรเพิ่มหลังมาสก์หน้าเลย รู้สึกเหมือนตัวน้ำมาสก์เค้าเกาะผิวหน้าแน่นดี ไม่ระเหยไปอย่างรวดเร็ว

ชอบแผ่นมาสก์เค้ามากอ่ะ หนาและนุ่มนิ่มจริงจัง ก้อยว่าก้อยชอบแผ่นมาสก์ที่ไม่บางจนย้วย ชอบแผ่นหนานุ่มประมาณนี้ แผ่นมาสก์มันยึดเกาะผิวหน้าได้ดี ทำให้มันอุ้มเนื้อมาสก์มาบำรุงผิวหน้าเราได้ดีมากขึ้นด้วย

TN-JB

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ มาสก์เกาหลีต้องนีล! | KoiOnusa

01.png

สาวๆ คนไหนชื่นชอบการมาสก์หน้าเป็นชีวิตจิตใจบ้าง ก้อยล่ะคนนึง มีมาสก์ตุนไว้ในกรุมากมาย มาสก์หน้านี่มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคานะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สิ้นเปลืองอยู่ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย มาสก์บางตัวราคาแพงเว่อร์หลักร้อย จะให้ใช้ครั้งเดียวแล้วโยนลงถังขยะเลยก็รู้สึกหน่วงๆ ใจ เสียดายตังค์

03.png

ก้อยเลยอยากนำเสนอมาสก์ถูกแต่ดี มีคุณภาพอย่างมาสก์เกาหลี Neil ที่ก้อยใช้แล้วก็รู้สึกทึ่งกับราคาเล็กน้อย เพราะราคาค่อนข้างถูกมาก 19 บาทเท่านั้น (สูตรพรีเมี่ยม 39 บาท) และมีหลายสูตรให้เลือกสรร มีทั้งหมด 13 สูตร แต่ก้อยจะพูดถึง 3 สูตรที่ก้อยได้ใช้

04.png

เริ่มจากสูตรธรรมชาติอย่าง Neil Brighting Mask สูตร Pearl หรือสูตรที่ได้จากสารสกัดจากไข่มุก ดูง่ายๆ จากหน้าซอง เค้ามีรูปหอยและมีไข่มุกอยู่ด้านใน ตามคำเคลมของสูตรนี้คือเค้าจะช่วยลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยและบำรุงผิวให้เรียบเนียน ต้องบอกว่าเป็นมาสก์ราคา 19 บาท ที่ให้แผ่นมาสก์มาแบบมีคุณภาพ ก้อยรู้สึกว่าแผ่นมาสก์เค้าไม่บางเท่ากับบางยี่ห้อที่ราคาระดับเดียวกัน อุ้มเนื้อมาสก์ได้ดีทีเดียว เนื้อมาสก์เป็นสีขาวขุ่น ตัวนี้ก้อยไม่ค่อยได้กลิ่นนะ หอมอ่อนมากๆ เวลามาสก์บนผิว แผ่นมาสก์ค่อนข้างใหญ่กว่าใบหน้าก้อยพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ระหว่างมาสก์ 15 นาทีนี้ ก้อยรู้สึกชุ่มชื่นผิวมาก แกะมาสก์ออกมาแล้วนวดตัวมาสก์เข้ากับผิวหน้าจะรู้สึกหนืดๆ ผิวจะชุ่มชื่นยาวนานเลย

05.png

สูตรต่อมาเป็นสูตร Solution อย่าง Pure Vitalizing Mask สูตร Vita Complex Solution มาสก์สูตรนี้หลักๆ เลยคือเค้าจะช่วยให้ผิวเรากระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า ลดการอักเสบของผิวหนัง และทำให้สิวหายเร็วขึ้น แผ่นมาสก์เค้าคล้ายๆ กับสูตรแรกเลย คือเป็นแผ่นมาสก์ที่ไม่บางมาก ค่อนข้างอุ้มน้ำมาสก์ได้ดี และมีขนาดใหญ่เหมือนกัน สูตรนี้เหมาะมากกับคนวัย 30+ แบบก้อย จะใช้วันเว้นวันก็ยังไม่รู้สึกเสียดายเพราะราคาน่ารัก ตัวเนื้อมาสก์จะมีสีขาวขุ่นกว่ามาสก์ตัวแรกนิดหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ อ่อนมาก ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นเดียวกัน แล้วก็ดึงมาสก์ออก หน้าจะชุ่มฉ่ำมาก จากนั้นก็นวดๆ ตัวเนื้อมาสก์ให้เข้ากับผิวหน้า ผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นมากๆ

06.png

และตัวสุดท้ายสูตรพรีเมี่ยม Premium Platinum Foil Mask Pack สูตรนี้โดดเด่นจากสูตรก่อนๆ มากเลยล่ะ เพราะแผ่นมาสก์ของเค้าแตกต่างจากเพื่อน เป็นสูตรพรีเมียมเพื่อผิวใส เติมเต็มอาหารผิวแบบเร่งด่วน ทั้งช่วยให้ผิวกระจ่างใส ให้ความชุ่มชื่นกับผิว และยังช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยด้วย เรียกว่ามีคุณสมบัติมากมายในสูตรนี้เลยล่ะ แผ่นมาสก์ของรุ่นนี้เค้าจะเป็นฟอยล์ 1 ด้าน และเป็นแผ่นมาสก์สีขาวนุ่มๆ ธรรมดาอีก 1 ด้าน เราต้องใช้ด้านที่เป็นสีขาวแปะเข้ากับหน้าเรา แล้วหันด้านฟอยล์ออก ตัวมาสก์แนบสนิทกับหน้าดีเลยล่ะ ไม่เลื่อนหลุดง่าย และมีขนาดพอดีกับหน้าก้อยเลย ไม่ใหญ่มากเหมือนมาสก์ 2 ตัวแรก ตัวนี้กลิ่นค่อนข้างชัดเจนนะ กลิ่นหอมลอยออกมาเลย ตัวเนื้อมาสก์เป็นสีใสเลย แตกต่างจากมาสก์ 2 ตัวแรกชัดเจน มาสก์แล้วรู้สึกชอบแผ่นมาสก์ของเค้ามากเลย ถึงจะเป็นฟอยล์ แต่มาสก์กลับบางเบามาก และอยู่ติดกับหน้าไม่หลุดง่ายเลย ก้อยใช้มาสก์ 15 นาทีเช่นกัน แกะมาสก์ออกมาแล้วก็ใช้มือนวดๆ ให้มาสก์ซึมเข้าผิวหน้า ผิวจะชุ่มชื่นตลอดคืนหรือตลอดวันเลย

07.png

ย้ำนิดตรงนี้หน่อย พอเรามาสก์หน้าเสร็จตอนผิวเรายังชุ่มๆ อยู่ อย่าลืมนวดผิวหน้าให้เนื้อมาสก์ซึมเข้าผิวหน้าของเราด้วยล่ะ เราจะได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์เค้าอย่างเต็มที่

มาสก์ถูกและดีมีคุณภาพ ยกให้ Neil เค้าไปเลย ราคาน่ารักมากกกกก ใช้บ่อยได้โดยไม่ต้องเสียดายตังค์ทีหลังเลย และตอนนี้เค้ามีกิจกรรมให้เล่นสนุกแจกผ้าปิดตา 2,000 ชิ้นด้วย โดยสามารถร่วมกิจกรรมด้วยการไปที่หน้าเพจนี้>> https://www.facebook.com/NeilCosmeticsbyPolla << แล้วกด Like+Share แบบสาธารณะ จากนั้นก็แคปหน้าจอเป็นหลักฐานมาคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ พร้อม Tag เพื่อนมาอีก 3 คน และติด #งานหนักก็พักก่อน #มาสก์หน้าเกาหลีต้องนีล สำหรับ 2,000 ท่านแรกก็จะได้รับผ้าปิดตาไปเลยอย่างง่ายดาย แต่สำหรับใครที่กลัวจะเล่นไม่ทัน เพียงแค่ซื้อมาสก์นีลสูตรธรรมชาติหรือสูตรโซลูชั่น 3 ชิ้น หรือสูตรแพลตินัม 2 ชิ้น ก็รับไปเลย ผ้าปิดตา 1 ชิ้นทันที

(ร้านค้าที่ร่วมโปรโมชั่น Eveandboy,MultyBeauty,Beautrium,Cosmo

Beaute , Hej Street Beauty)

**นึกถึงมาสก์เกาหลี ต้องนึกถึงมาสก์นีลนะ**

01.png

เลือกสีลิปที่ใช่ ทาแล้วสวยใส เหมาะกับสีผิว | KoiOnusa

ต้องยอมรับว่าผู้หญิงหลายๆ คน มีลิปสติกมากกว่าเมคอัพชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในกรุสมบัติ ก้อยเองก็เป็นแบบนั้น มีลิปเป็นร้อยแท่งได้แล้วมั้งเนี่ย >.< ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้หมดสักแท่ง แต่ก็ยังคงซื้อมาเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ลิปสติกบางสี บางเฉด เป็นสีที่ขายดี ขาดตลาด หมดสต๊อกกันบ่อย เมื่อไหร่ที่เราตามล่าหาซื้อมาเป็นของตัวเองได้ นั่นคือช่วงเวลาที่ฟินสุด แต่!! ลิปบางสีหรือบางเฉดที่เค้าฮิตกัน ที่ว่ากันว่าทาแล้วสวยกัน บางทีสีนั้นมันก็ไม่เหมาะสีผิวของเรา ทาลิปแล้วส่องกระจก เราจะรู้สึกเองว่าหน้าแปลกๆ จนต้องลบสีปากนั้นทิ้ง และวางลิปสีฮอตสุดตามหายากนั้นไว้นิ่งๆ ไม่ได้หยิบมาใช้อีกเลย นั่นเป็นเพราะลิปสติกหลายๆ สี ไม่ได้เหมาะกับสีผิวของคนแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราเป็นสาวผิวสีอะไร และเหมาะกับลิปสีอะไร

1.สาวผิวขาว

สำหรับสาวผิวขาวนั้น ต้องเรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะทาลิปสติกสีอะไรก็ดูสวย ดูเข้ากับสี

ผิวไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นชมพูบานเย็น ชมพูนม ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนไม่ค่อยปลื้ม แต่สาวผิว

ขาวก็เอาอยู่ ชมพูบานเย็นจะช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น ชมพูนมจะช่วยให้ลุคดูน่ารักมุ้งมิ้ง แต่สีที่

สาวผิวขาวควรระวังไว้นั่นคือ สีโทนนู้ดจัดๆ จะเป็นสีที่ทำให้สาวผิวขาวยิ่งดูผิวซีดไปกันใหญ่

รวมถึงลิปสติกสีแดงเข้มๆ ซึ่งจะทำให้ปากดูลอยเด่นออกมาจนเกินไป ตัวก้อยเองก็อยู่ใประเภทนี้

2. สาวผิวขาวเหลือง

ต้องเรียกว่าโทนสีโดยส่วนใหญ่ของสาวไทยคือโทนผิวขาวเหลือง สาวๆ ในประเภทนี้จะมีสีผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นควรเลือกสีลิปที่ไม่ทำให้หน้าของเราดูเหลืองจนเกินไป สีลิปที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลืองได้แก่ โทนส้มอิฐ โทนชมพูอมน้ำตาล โทนแดงอมส้ม โทนชมพูบานเย็น ซึ่งเป็นสีลิปที่ช่วยขับผิวให้ผิวดูสว่างขึ้น และควรหลีกเลี่ยงสีชมพูนู้ดๆ สีนู้ดจัดๆ น้ำตาลสว่างๆ และสีม่วง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูคล้ำดูป่วย แลดูไม่สดใส

3. สาวผิวสองสี

จริงๆ แล้วตัวก้อยเองชอบสีผิวแบบสาวผิวสองสีนะ เพราะเป็นสีผิวที่แต่งหน้าขึ้นมาก ถ่ายรูปก็ขึ้นกล้องสุดๆ สำหรับสาวผิวสองสี ควรหลีกเลี่ยงสีลิปสติกที่สว่างจนเกินไป หรือสีแดงจัด โทนส้ม โทนชมพูสว่างๆ หากเปลี่ยนมาทาเป็นสีนู้ดโทนอิฐ นู้ดน้ำตาล หรือสีนู้ดโทนเดียวกับสีปากจะเข้ากับสีผิวมากๆ หรือจะเป็นโทนสีม่วงก็จะช่วยขับผิว ช่วยตัดสีผิวให้ลุคเราออกมาดูดีทีเดียวล่ะ

4. สาวผิวคล้ำ

สำหรับโทนสีผิวคล้ำนั้น ลองทาลิปสีแดงก่ำๆ หรือโทนสีเข้มๆ ที่ออกไปทางน้ำตาลๆ หรือโทนนู้ดจะดูดีมากเลยทีเดียว มันจะช่วยให้สีผิวของสาวผิวคล้ำดูสุขภาพดี และควรหลีกเลี่ยงสีแดงที่สว่างๆ สีม่วงเข้ม และสีเหลืองน้ำตาล

อย่างตัวก้อยเองเป็นคนขาว อาจจะโชคดีตรงที่ทาลิปได้เกือบทุกเฉด ยิ่งสีสดๆ ยิ่งเข้ากับใบหน้า เพราะมันจะยิ่งช่วยขับสีผิวให้ดูสดใสขึ้น เช่นลิป Everyday Matte Lipstick 3 สีขายดีของศรีจันทร์ ก้อยว่าเป็นสีที่ช่วยขับสีผิวก้อยให้สว่างสดใสมากกว่าเดิม ตัวลิปเค้าจะเป็นเนื้อ Velvet Matte เม็ดสีแน่น ปิดสีปากได้มิด เนื้อค่อนข้างเบานะ ไม่รู้สึกหนักปาก รู้สึกลื่นขณะที่ทาปาก ก้อยใช้แล้วไม่ตกร่อง ความติดทนประมาณนึง เติมได้ไม่เป็นคราบ

04:00 Early Bird

สีนี้เป็นสีส้มอมน้ำตาลที่ค่อนข้างสว่าง ช่วยขับผิวขาวๆ ของเราให้ดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้นมาเลย

10:00 Workaholic

สีนี้เป็นสีที่ก้อยชอบที่สุดในบรรดา 3 สีนี้ เป็นสีชมพูที่น่ารักมากๆ ดูสุภาพแต่ก็ดูสดใสในเวลาเดียวกัน ค่อนข้างใช้งานง่ายเลยที่เดียว

11:00 Sunday Brunch

สีนี้เป็นสีชมพูอมน้ำตาลสุภาพ น่าจะเป็นสีที่เข้ากับหลายๆ ผิวสีเลย สีผิวไหนทาก็รอด เป็นสีที่ใช้งานง่ายที่สุด

เมื่อรู้วิธีเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวแล้ว ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะ อย่าซื้อลิปเพียงแค่เห็นว่าเป็นสีฮิต หรือมีคนบอกว่าดี!! เพราะมันอาจเข้ากับสีผิวเค้า แต่ไม่เข้ากับสีผิวคุณก็เป็นได้